17 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว โรงเรียนในฝัน โรงเรียนสุจริต

October 5th, 2011 at 11:56 pm

วันนี้(5ก.ย.54) เวลา15.30น.แม่น้ำปิงที่กำแพงเพชรระดับสูงมากค่อนข้างวิกฤต!

จากการประกาศของเขื่อนภูมิพลว่า จะปล่อยระบายน้ำจาก 80 ล้าน ลบ.ม. เป็น 100 ล้าน ลบ.ม. เมื่อวันที่ 4 ก.ย.54 จะมีผลทำให้ระดับน้ำในปม่น้ำปิงสูงขึ้น อาจน้ำให้บ้านเรือนที่อยู่ริมฝั่งทั้งสองเกิดเหตุน้ำท่วมได้ จึงขอให้เฝ้าระมัดระวังอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. แหล่งข่าวกล่าวว่า จากการปล่อยระบายน้ำของเขื่อนดังกล่าว ทำให้บริเวณ อ.โกสัมพี ได้เกิดเหตุน้ำท่วมทั้งสองฝั่งของแม่น้ำปิงแล้ว และคาดว่าในวันพรุ่งนี้ ไม่เกินเวลา 12.00 น.น้ำจะถึง จ.กำแพงเพชร อย่างแน่นอน

มาดูระดับน้ำในแม่น้ำปิง เมื่อวีนที่ 5 ก.ย.54 เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าว www.สมเดช.com ได้ไปสังเกตการณ์ระดับน้ำปรากฏว่ามีระดับสูงมาก และได้มีเจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองกำแพงเพชร อาสาสมัคร ตำรวจ ทหาร จำนวนมาก เฝ้าระวังอยู่ริมแม่น้ำปิง เตรียมขนทรายบรรจุกระสอบไว้บริการประชาชน และมีประกาศจากเสียงตามสายประกาศว่าอาจจะเกิดภาวะน้ำท่วมในคืนวันนี้ ให้ทุกคนได้เฝ้าติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

ที่ริมแม่น้ำปิง จ.กำแพงเพชร

ประชาชนแห่ขนกระสอบทรายที่เทศบาลจัดให้ไปเตรียมป้องกันน้ำทะลักเข้าบ้าน
ช่วง บ่ายวันนี้ (5 ต.ค.54) ที่บริเวณริมแม่น้ำปิง ชุมชนอนันตสิงห์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ทางเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองกำแพงเพชร พร้อมด้วยทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 35 จำนวน 30 นาย นำโดย พ.อ.นพดล วัชรกิตบวร ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 35 และ อาสารักษาดินแดน รวมทั้ง อปพร.ได้ร่วมกันใช้เครื่องมือตักทรายบรรจุกระสอบปุ๋ย เพื่อให้ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชรที่มีพื้นที่อยู่ในที่ต่ำได้มารับไปกั้นป้องกันน้ำทะลักเข้าบ้านเรือน ตามที่เทศบาลเมืองกำแพงเพชร ได้ใช้เครื่องขยายเสียงติดรถยนต์ประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า ระดับน้ำแม่ปิงมีแนวโน้วจะสูงขึ้น ในวันพรุ่งนี้อีกประมาณ 1 เมตร และจะเกิดน้ำล้นจากแม่น้ำปิงไหลบ่าเข้าพื้นที่บางส่วนในเขตเทศบาลเมือง กำแพงเพชรเหมือนกับช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่าน ระดับในแม่น้ำปิง มีระดับน้ำที่ใกล้เคียงกัน แต่ในครั้งนี้เป็นน้ำจากเขื่อนภูมิพล ที่ระบายออกวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลนั้นมาจำนวนมาก และประชาชนที่เคยถูกน้ำท่วมเกรงว่าจะท่วมซ้ำสอง ซึ่งจากข่าวสารที่ได้รับทราบมวลน้ำจะเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก จึงต่างเดินทางมาขนกระสอบทรายที่ทางเทศบาลเมืองกำแพงเพชรจัดไว้ให้อย่างต่อเนื่อง

Tags:
comments Comments (0)    -
October 5th, 2011 at 6:01 pm

ไม่เกิน 12.00 น. พรุ่งนี้(6 ก.ย.)น้ำจากเขื่อนถึงกำแพงเพชร

หลัง จากเขื่อนภูมิพลปล่อยน้ำผ่านเพิ่มเป็นวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวันเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา (5 ต.ค.) และนับตั้งแต่เวลาที่เริ่มระบายน้ำประมาณ 94 ชั่วโมง มวลน้ำก้อนนี้จะเดินทางถึงจังหวัดชัยนาท

เขื่อน ภูมิพล ในจังหวัดตากถือเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ซึ่งขณะนี้มีปริมาตรน้ำในอ่างกว่า 13,081 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้จะเร่งระบายน้ำเพิ่มเป็นวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรแต่ยังมีความจุของน้ำร้อยละ 97 ของความจุอ่าง

8 ชั่วโมงหลังน้ำออกจากเขื่อน ทำให้ระดับน้ำปิง เพิ่มขึ้นและไหลเข้าท่วมหมู่บ้านในอำเภอสามเงาและอำเภอเมือง เมื่อเวลา 8 โมงเช้าวันนี้
(5 ต.ค.)

และในเวลา 16.00 น. มวลน้ำจะเริ่มไหลมาถึงอำเภอเมือง ซึ่งทางจังหวัดได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เพิ่มความระมัดระวังแล้ว

หลังจากนี้อีก 16 ชั่วโมง ก้อนน้ำจะเดินทางไปจังหวัดกำแพงเพชรซึ่งอยู่ลงมาจากจังหวัดตาก ไม่เกิน 12 นาฬิกาวันพรุ่งนี้ (6 ต.ค.)

ถัด จากนั้นอีก 48 ชั่วโมง ปริมาณจะไหลมาสบทบที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นจุดรวมของแม่น้ำปิง วัง ยม และย่าน ในวันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม

เมื่อผ่านจังหวัดนครสวรรค์แล้ว คาดว่าอีก 24 ชั่วโมงน้ำจะเริ่มลงสู่ที่ลุ่มภาคกลางจังหวัดชัยนาทประมาณวันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม

ส่วน ปริมาณแม่น้ำเจ้าพระยาในวันนี้ยังเพิ่มสูงขึ้น โดยมีน้ำไหลผ่านอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 4,542 ลุกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวานนี้เล็กน้อย ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาท 3,616 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และผ่านอำเภอบางไทร จังหวัด พระนครศรีอยุธยา 3,552 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

Tags:
comments Comments (0)    -
October 5th, 2011 at 5:53 pm

สถานการณ์น้ำท่วมกำแพงเพชร

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เตือนชาวบ้านรับมือน้ำท่วม ขนย้ายสิ่งของให้ปลอดภัย เขื่อนภูมิพลเตรียมระบายน้ำเพิ่ม

นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลของพายุ “ไห่ถาง” และ “เนสาด” ทำให้เกิดฝนตกหนักที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มากขึ้นอีกระลอก โดยในวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ 118 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ระบายน้ำออกเพียง 44 ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่ 3 ตุลาคม มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ 213 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ระบายน้ำออกเพียง 54 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลเหลือความจุที่รับน้ำได้อีกเพียง 608 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่แนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ในวันนี้ (4 ต.ค.) คาดว่ามีประมาณ 320 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ กฟผ. คาดการณ์ว่า จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ต่อเนื่อง ในวันที่ 5 และ 6 ตุลาคม อีกวันละ 250 และ 220 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงวันต่อๆ ไป ประมาณวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ เกินความจุของอ่างฯ เขื่อนภูมิพลจึงจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มเป็นวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม เป็นต้นไป

จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณ พื้นที่ ที่อาจได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดน้ำท่วม โดยให้เฝ้าระวังการเตือนภัยจากทางจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง เคลื่อนย้ายสิ่งของให้ปลอดภัยจากการถูกน้ำท่วม

Link : http://www.innnews.co.th/กฟผ-เตือนปชช-รับมือเขื่อนภูมิพลระบายน้ำ–312195_03.html

ที่กำแพงเพชร

จากข่าวล่าสุด ที่ทางเขื่อนภูมิพล จะปล่อยระบายน้ำเนื่องจากรับน้ำไม่ไหว จาก 80 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 100 ล้านลูกบาศก์เมตร จะส่งผลให้สองฟากฝั่งแม่น้ำปิงมีระดับน้ำสูงขึ้นและไหลท่วมขังบ้าน เรือนอย่างแน่นอน

เมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้(5 ก.ย.54) ได้สำรวจสถานการณ์น้ำบริเวณเชิงสะพานริมแม่น้ำปิง จ.กำแพงเพชร พบว่าระดับน้ำขึ้นสูงมาก คืนนี้อาจทำให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนริมสองฝั่งได้

เมื่อเวลา 17.00 น. ทราบว่าริมสองฝั่งแม่น้ำปิง บริเวณอำเภอโกสัมพีนคร น้ำได้เริ่มไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนแล้วอย่างน้อย 200 หลังคาเรือน
มาดูสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.พรานกระต่าย กันบ้างหลังจากน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎร และสถานที่ราชการ โดยเฉพาะโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว เป็นรอบที่สอง ครั้งนี้นับกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา ด้านความเสียหายนอกจากไร่นาที่ถูกน้ำท่วมแล้ว บ้านเรือนของราษฎร

Tags:
comments Comments (0)    -
October 5th, 2011 at 9:23 am

ติดตามสถานการณ์น้ท่วมภาคเหนือ(5ก.ย.54)

Tags:
comments Comments (0)    -
October 4th, 2011 at 7:49 pm

น้ำท่วมบ้านผอ.สมเดช อีกแล้ว ปีนี้ 2 ครั้ง

Tags:
comments Comments (0)    -
October 4th, 2011 at 6:58 pm

น้ำท่วมโรงเรียนซ้ำ2ในปีนี้(4ต.ค.54)

วันนี้(4 ก.ย.54) เวลา07.00 น.ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมขังอย่างรวดเร็ว บริเวณหมู่ที่ 3 ต.พรานกระต่าย อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร

ขณะถ่ายภาพวีดีโอนี้ น้ำได้เข้าท่วมขังโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว มีระดับน้ำสูงถึง 40 ซม. เพียง 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา นับว่าน้ำท่วมครั้งที่ 2 นี้ รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ผลการสำรวจเบื้องต้นปรากฏว่าน้ำได้เข้าท่วมขังอาคารโรงฝึกงาน แบบประชาชนสร้างเอง ซึ่งเป็นห้องดนตรี-นาฏศิลป์ และ โรงฝึกงาน ที่ยังมีระดับพื้นต่ำอยู่มาก แต่ไม่มีทรัพย์สินเสียหายแต่อย่างใด เนื่องจากทางโรงเรียนได้มีการวางแผนไว้เป็นการล่วงหน้าแล้ว

สำหรับด้านการเรียนการสอน ไม่มีผลกระทบการเรียนการสอนแต่อย่างใด เนื่องจากได้มีการดำเนินการสอบวัดผลปลายภาคเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ สัปดาห์นี้จะเป็นการจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาสีภายใน แต่ต้องงดไปเพราะสนามกีฬาใช้ทำการแข่งขันไม่ได้

 

Tags:
comments Comments (0)    -
October 4th, 2011 at 3:23 pm

น้ำท่วมพรานกระต่ายซ้ำสอง

Tags:
comments Comments (0)    -
October 4th, 2011 at 3:11 pm

วันนี้(4ก.ย.54)น้ำท่วมพรานกระต่ายอีกแล้วรุนแรงกว่าเดิม

Tags:
comments Comments (0)    -
October 4th, 2011 at 1:26 pm

วันนี้(4ก.ย.54)น้ำท่วมพรานกระต่ายซ้ำสองอีกแล้ว!

ภาพประกอบอินเทอร์เน็ต

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2554 เวลาประมาณ 06.00 น.ได้มีน้ำป่าไหลเข้าท่วมบริเวณพื้นที่ หมู่ที่ 3 ต.พรานกระต่าย อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ทำให้สถานท่ราชการ บ้านเรือน ถูกน้ำท่วมได้รับความเดือนร้อน โดยเฉพาะบ่อน้ำที่ประชาชนแถบนี้ ใช้ดื่มและบริโภค ถูกน้ำท่วมแล้วทำให้ไม่มีน้ำบริโภค ยังรอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานของราชการอยู่

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 9:41 pm

พาเด็ก “ปฐมวัย” ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว เที่ยวบิ๊กซีกำแพง

  • แม่จ๋า…เที่ยว “บิ๊กซี”

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว ได้จัดทัศนศึกษาพาเด็กปฐมวัยเที่ยว “บิ๊กซี” กำแพงเพชร

หลังจากเที่ยวชม “อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” เมืองมรดกโลกแล้ว คณะครูได้พานักเรียนระดับปฐมวัย เข้าเมืองกำแพงเพชร เพื่อเที่ยวชมห้างดังกลางตัวเมือง นั่นก็คือ “บิ๊กซี” โดยทางโรงเรียนได้ประสานงานไว้ล่วงหน้าแล้ว

สาเหตุที่พาเด็กปฐมวันเข้าเที่ยวห้าง “บิ๊กซี” ในครั้งนี้ เพื่อให้เด็กปฐมวันได้มีโอกาสเข้าเที่ยวชมห้างดังขนาดใหญ่ ซึ่งเด็กเหล่านี้หาโอกาสได้ยาก เพราะผู้ปกครองไม่สามารถพาไปได้ ทำให้เด็กได้มีประสบการณ์ วิธีการเข้าไปในห้างใหญ่อย่างปลอดภัย ได้พบเห็นว่าในห้างมีอะไรบ้าง ครูถือโอกาสสอนว่าอะไรควรซื้ออะไรไม่ควรซื้อ นักเรียนได้ฝึกการซื้อสิ่งของ การจ่ายเงิน มารยาทต่าง ๆ เป็นต้น นับว่าเป็นแนวทางที่ดีมาก ๆ ที่เด็กเหล่านี้ได้มีโอกาสเที่ยวชม

ก่อนหน้านี้ ทาง สมศ. ได้เข้าประเมิน รอบสาม ได้กล่าวชมว่า เด็กปฐมวัยโรงเรียนนี้ มีโครงงานที่น่าสนใจมาก ๆ เช่น โครงงานผัดมะละกอใส่ไข่ โครงงานทอดไข่เจียว ซึ่งนักเรียนได้ลงมือฝึกปฏิบัติจริงด้วยตนเอง ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นในโรงเรียนเท่าใดนัก

 

  • ขอบคุณ “บิ๊กซี” กำแพงเพชร
Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 8:05 pm

นร. ครู เขาแก้ว จัดงาน “จากวันที่พากเพียร สู่วันที่ภาคภูมิ”

  • เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 เวลา 19.00 น. โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว ได้จัดงาน “จากวันที่พากเพียร สู่วันที่ภาคภูมิ” ให้แก่ นายนิรันดร์ กระต่ายทอง ครู ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว ซึ่งลาออกจากราชการก่อนกำหนดเกษียณอายุราชการ โดยมี นายสมเดช สุรเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว เป็นประธาน
  • บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง สนุกสนาน แบบพี่ ๆ น้อง ๆ นี่คือ “พลังที่เข้มแข็ง” ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว

  • ครูทับทิม สังคง ขอปล่อยสักหน่อยเถอะ

 

 

  • ขอเปิดฟอร์ “รำวง” ซะเลย นี่เห็นไหม? “พี่ยังไม่แก่หรอกน้อง รับรองยังหนุ่มอีกนาน”

  • คณะครูต่างร่วมสนุกภายในงานด้วย

  • นี่เห็นไหม? พี่ยังฟิตอยู่เลย

  • “แดนเซอร์” มืออาชีพ ใครจะจ้างติดต่อได้นะ ที่ www.ccbkk.in.th/ หรือ ที่ www.สมเดช.com

  • น่ารัก น่ารัก ทั้งนั้น “ครูหน่อย” (ซ้าย) กับ “ครูนุก” (ขวา) ปริญญาโททั้งคู่….ยังโสดนะ

  • ขอถ่ายร่วมกันอีกครั้ง…ก่อนจาก
  • คณะสภานักเรียน ได้จัดให้นักเรียนได้แสดงมุทิตาจิต และ กราบลาคุณครู “นิรันดร์ กระต่ายทอง” เป็นวันสุดท้าย(30 ก.ย.54)

Tags: , ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 8:19 am

ต้นแบบ ‘ปลูก-เพาะ-บ่ม’ แนวคิดประหยัดพลังงาน

ต้นแบบ ‘ปลูก-เพาะ-บ่ม’ แนวคิดประหยัดพลังงาน

 เพราะ ปัญหาโลกร้อนไม่ใช่แค่อากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่ยังมีเรื่องของน้ำท่วม ดินถล่ม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และอีกมากมาย ที่ในปัจจุบันได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมสร้างความทุกข์ร้อนใจให้กับมนุษยชาติ และยิ่งการเคลื่อนไหวไม่ว่าจะมาจากธรรมชาติหรือน้ำมือมนุษย์ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกมากเท่าใด ก็ดูเหมือนว่าปัญหาโลกร้อนจะยิ่งรุนแรงเป็นทวีคูณ

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ไม่เพียงจะใช้ในการแก้ปัญหาปากท้องความเป็นอยู่ของพสกนิกรอย่างได้ผลแล้ว นั้น ยังสามารถนำมาใช้ในการช่วยลดปัญหาโลกร้อนให้กับโลกได้ ซึ่งผลสัมฤทธิ์มีให้เห็นในโรงเรียนแกนนำ 21 โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งเข้าร่วมโครงการ “ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง” เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

ด้วยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในเรื่อง ’ความพอประมาณ“ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการอุปโภค บริโภคแต่พอดี ให้ความสำคัญผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น ลดการใช้สารเคมี และเน้นการผลิตที่เรียบง่ายไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก รวมถึงขยะที่เกิดขึ้นต้องนำมาใช้ประโยชน์ได้ ขณะที่ ’ความมีเหตุผล“ ซึ่งจะทำให้สมองรู้จักคิดที่จะควบคุมให้เกิดพฤติกรรมที่ถูกต้อง พร้อมกับการปรับเปลี่ยนวิธีคิดโดยเพิ่มมิติเรื่องสิ่งแวดล้อม และปฏิเสธสิ่งที่เกินจำเป็น รวมทั้งเห็นคุณค่าในของทุกสิ่งเนื่องจากทุกอย่างล้วนมีที่มาจากการใช้ พลังงานทั้งสิ้น และสุดท้ายคือ ’ความมีภูมิคุ้มกัน“ ช่วยสร้างให้เกิดการเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตนเองในทุกสถานการณ์

นอกจากหลักการสำคัญแล้ว ส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องของการนำแนวคิดไปปรับใช้ตามแต่สภาพของโรงเรียน ซึ่ง นายบุญส่ง สมุทรเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนนิคมวิทยา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการฯ เล่าว่า ทางโรงเรียนเลือกที่จะพลิกฟื้นพื้นที่ว่างเปล่าเกือบ 70 ไร่ที่มีอยู่มาทำประโยชน์ โดยเฉพาะการสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้สีเขียวหลากหลายรูปแบบ อาทิ “สวนไม้พุทธประวัติ” ด้วยการปลูกไม้ยืนต้นในพุทธประวัติ ซึ่งนอกจากให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจแล้ว  ยังได้ร่มเงาและอากาศบริสุทธิ์ การปลูกต้นไทร ต้นหว้า ต้นตะขบ ทำเป็น “สวนอาหารนก” เพื่อให้เป็นที่อยู่ที่กินสำหรับนก สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศในโรงเรียนแล้วยังสอนเด็กให้รู้จักใกล้ชิด ธรรมชาติของนก ทุกอย่างนับประโยชน์ได้มากกว่าหนึ่งข้อครูมิตร โทบุรี ครูชำนาญการพิเศษ ในฐานะหัวหน้าโครงการลดโลกร้อนด้วยวิถีพอเพียง บอกว่า ปัจจุบันกระแสการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานผ่านสื่อช่องทางต่าง ๆ ช่วยให้เด็กเข้าใจปัญหาโลกร้อนได้มากขึ้น รวมถึงทำให้เด็กพร้อมที่จะเปิดรับและเต็มใจที่จะช่วยเหลือโลกใบนี้ด้วยตัว เองอยู่แล้ว ส่วนที่โรงเรียนมีหน้าที่สอนให้เด็กมีแนวคิดริเริ่มพร้อมกับเปิดโอกาสให้เขา ได้มีโอกาสลงมือทำ

’ส่วนใหญ่จะใช้วิธีบอกเล่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ จำพวกความผิดแปลกของธรรมชาติที่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไป ไม่รีบร้อน และต้องให้เขาได้ลงมือทำจริง ๆ อย่างโครงการของโรงเรียนมีเยอะ ทุกโครงการเด็ก ๆ จะมีส่วนร่วมทั้งหมด เพราะหวังว่าเด็กจะได้เกิดแนวคิดเอง ต่อไปจะได้ช่วยกัน เพราะพื้นที่จังหวัดระยอง ส่วนหนึ่งมีปัญหาเรื่องมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมอยู่แล้วด้วย ดังนั้นคิดว่าถ้าสอนเด็กคนหนึ่งแล้วให้เป็นต้นแบบได้ ค่อย ๆ ขยายผลไปเรื่อย ๆ ตอนนี้อาจช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ต่อไปก็อาจช่วยได้เยอะ“

“น้องทิพย์” น.ส.เกวลิน บุญดิเรกภินันท์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่าถึงหลายกิจกรรมที่เธอมีส่วนร่วมกับโรงเรียนระหว่างพาเดินชมสถานที่ ซึ่งดูเหมือนว่า เธอจะภาคภูมิใจไปกับทุกอย่างที่จะทำให้โลกร้อนน้อยลงได้ เช่น การทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ไว้ใช้กับพืชที่ปลูกกินเองหลังโรงเรียน การนำแท็งก์น้ำขนาดสูงใหญ่ที่เลิกใช้แล้ว ปรับมาเป็นห้องเก็บขยะดูสวยเก๋แปลกตา พ่วงด้วยกิจกรรมที่ให้นักเรียนร่วมเก็บขวดน้ำพลาสติกไว้ขาย 5 ขวดเปล่าเท่ากับ 1 บาท และเงินที่ได้จะเป็นเงินส่วนรวมประจำห้องเรียน หรือแม้แต่การนำ ’ว่านกาบหอย“ พืชใบเลี้ยงเดี่ยว สูงไม่เกิน 50 เซนติเมตร ที่ปลูกอยู่ทั่วโรงเรียน มาทำเป็นเครื่องดื่มแสนอร่อยใช้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน ฯลฯ

’ทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่วยโลกได้เหมือนกัน หรืออย่างน้อยก็เป็นการช่วยชุมชนตัวเอง อย่างตัวหนูเกิดที่นี่ โตที่นี่ ก็เข้าใจสภาพแวดล้อมเรื่องมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่เราจะหนีไปไม่ได้ แล้วก็ไม่คิดหนีเพราะเข้าใจว่าเรื่องแบบนี้ต่างก็ต้องพึ่งพากัน เพราะฉะนั้นถ้ามันยิ่งแย่ เราก็แย่ลงไปด้วยกันหมด หนูก็เลยภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมช่วยลดปัญหาและช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมได้“ …การปลูกฝังที่ดี ย่อมให้ผลลัพธ์ดี…ดังเช่นแนวคิดของเด็กนักเรียนหญิงคนนี้ที่เกิดมาจากการ เพาะบ่มผ่านโครงการดี ๆ ซึ่งนอกจากที่ รร.นิคมวิทยา จ.ระยอง แล้ว ยังมีอีก 20 โรงเรียนในโครงการฯ ที่กระจายอยู่ทั่วทั้ง 5 ภูมิภาค และพร้อมจะเป็นต้นแบบเผยแพร่แนวคิดดี ๆ ยกตัวอย่าง ภาคเหนือ ที่ รร.บ้านป่าสัก จ.เชียงใหม่ กับแนวคิดเริ่มต้นลดขยะที่ตนเอง ด้วยกิจกรรม ’ยืดอกพกแก้วน้ำ-ถุงผ้า“ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่าง รร.กัลยาณวัตร จ.ขอนแก่น มีกิจกรรม ’ห้องน้ำ จุดเริ่มต้น ลดโลกร้อน“ เป็นการช่วยกันปลูกเตยหอมและต้นมะกรูด เพื่อแก้ปัญหากลิ่นเหม็นในห้องน้ำโรงเรียน

ส่วนภาคใต้ ที่ รร.เชียรใหญ่ จ.นคร ศรีธรรมราช มีกิจกรรม ’จักรยานถุงดำ ลดขยะลดพลังงาน“ โดยร่วมมือกับโรงเรียนใกล้เคียง ชวนนักเรียนปั่นจักรยานเก็บขยะตามชุมชน นอกจากลดขยะยังปลูกฝังจิตสำนึกการใช้พาหนะประหยัดพลังงาน และสุดท้ายที่ ภาคกลาง ได้แก่ รร.ดอนพุดวิทยา จ.สระบุรี กับกิจกรรมออกค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ และชวนกันปลูกต้นไม้ น่ายินดีที่ทั้งหมดนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีโครงการขยายผลต่อยอดไปสู่โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้ว.

จินดาวัฒน์ ลาภเลี้ยงตระกูล

ขอบคุณ

วันจันทร์ ที่ 03 ตุลาคม 2554
Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 8:17 am

‘วรวัจน์’ยาหอมรร.เอกชน

จากการประชุมผู้บริหารโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 54 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ดร.จิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ ประธานสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ได้เสนอข้อเรียกร้องที่ได้จากการประชุมรับฟังความคิดเห็น 14 สมาคมที่รับผิดชอบการศึกษาเอกชนทุกระดับทั่วประเทศต่อ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.)โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่ ขอให้มีสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดในทุกจังหวัด, ปรับเพิ่มเงินอุดหนุนเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชน เพื่อให้โรงเรียนมีงบฯ เพียงพอสำหรับจ่ายเงินเดือนครูที่มีวุฒิปริญญาตรีในอัตรา 15,000 บาท, ปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนโรงเรียนเอกชน, ให้ครูโรงเรียนเอกชนมีวิทยฐานะเหมือนครูรัฐโดยรัฐให้งบฯสนับสนุน, ให้นักเรียนเอกชนได้รับแท็บเล็ตด้วย, ยกเว้นภาษีให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบทุกประเภท, ให้บุตร คู่สมรส บิดา มารดาของครูโรงเรียนเอกชน เบิกค่ารักษาพยาบาลได้, จัดเงินอุดหนุนในรูปแบบคูปองการศึกษา, ให้การสนับสนุนโรงเรียนเอกชนที่สอน English Program เท่าเทียมกับโรงเรียนรัฐ

ด้านนายวรวัจน์ กล่าวว่า ข้อเสนอส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับงบฯ ซึ่งต้องมีการหารือในรายละเอียดก่อน โดยตนจะดูวิธีการให้เงินอุดหนุนใหม่ ซึ่งที่ผ่านมา ศธ. ให้ความสนใจเอกชนน้อยเกินไป และมีการผูกกฎระเบียบข้อห้ามต่าง ๆ จนทำให้ศักยภาพที่มีอยู่แทบไม่ได้ใช้ ซึ่งตนจะดูแลเรื่องนี้เพื่อให้เอกชนทำงานได้คล่องตัวมากขึ้น.

ขอบคุณ

วันจันทร์ ที่ 03 ตุลาคม 2554
Tags:
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 8:07 am

พท.แฉแผน9ข้อจ้องล้มรัฐบาล ‘จิ๋ว’ ห้ามยุ่งทหารเจาะทวิตเตอร์นายกฯ

 แฮกเกอร์แสบแอบเจาะทวิตเตอร์ ‘ยิ่งลักษณ์’ ไอซีทีรู้ตัวแล้วใช้ไอโฟนแฮกเข้ามา ลั่นลากคอได้แน่ ด้านประชาธิปัตย์รีบแจ้นชี้แจงไม่มีส่วยเกี่ยวข้อง ขณะที่เพื่อไทยปูดแผน9 ข้อล้มรัฐบาล มีการเชื่อมโยงเป็นระบบ “บิ๊กจิ๋ว” ชี้เชื้อชั่วรัฐประหารไม่มีทางหมดถ้าไม่เปลี่ยนแปลงระบบ ลั่นต้องให้อำนาจประชาชน เตือนรัฐบาลอย่าล้ำเส้นทหาร ไม่เช่นนั้นจะยุ่ง แนะแก้ปัญหาภาคใต้ต้องตั้งนครรัฐปัตตานี ด้าน 23 นักนิติศาสตร์ ออกแถลงการณ์โต้กลุ่ม “นิติราษฎร์” ตั้งแง่รับใช้ใคร “คณิต” ชี้ข้อเสนอของ “นิติราษฎร์” สังคมต้องรับฟังแล้วพิจารณาด้วยเหตุผล ด้านมหาดไทยล้างบางซี 10 ขั้วอำนาจเก่า เด็กภูมิใจไทยจูงมือกันเข้ากรุแฮกเกอร์เจาะทวิตเตอร์ “ปู”

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทวิตเตอร์ส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ใช้ชื่อว่า “PouYingluck Yingluck Shinawatra” ได้ถูกแฮกเกอร์เข้าไปโพสต์ข้อความโจมตีอันเป็นเท็จ ต่อมาทีมงานของนายกฯ ได้เขียนข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ใช้ชื่อว่า Yingluck Shinawatra ว่า “ขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้มีคนแฮก Twitter@PouYingluck ข้อความใด ๆ ที่ปรากฏไม่ได้เป็นข้อความของนายกรัฐมนตรี”

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ที่ไม่หวังดีได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิส่วนตัว เนื่องจากข้อความโพสต์เป็นข้อความโจมตีตัวเอง ซึ่งเป็นการกระทำของคนที่มีสติปัญญาเขาไม่ทำกัน อีกทั้งยังไม่เกรงกลัวกฎหมาย พรรคขอเรียกร้องกระทรวงเทคโนโลยีฯ ดำเนินการตรวจสอบหาคนผิดมาลงโทษให้ได้

ไอซีทีรู้ตัวแล้วจับได้แน่

นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯรับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และไม่ได้ปรารภอะไร คงต้องให้กระทรวงไอซีทีดำเนินการ ความจริงเราก็ทราบกันก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมีการกลั่นแกล้งทางการเมืองเกิด ขึ้น แต่ขอให้กระทรวงไอซีทีชี้แจง

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กระทรวงประสานกับทางตำรวจเพื่อสืบสวนให้ถึงตัวแฮ กเกอร์รายนี้แล้ว เบื้องต้นทราบว่าผู้กระทำผิดใช้โทรศัพท์ไอโฟนในการแฮกเข้าไป และเป็นคนไทยที่อยู่ในประเทศ เพราะใช้ภาษาไทยได้อย่างดี มั่นใจว่าจะจับตัวได้อย่างแน่นอน

ปชป.ออกตัวไม่เกี่ยวข้อง

นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีแฮกเกอร์เจาะเข้าไปในทวิตเตอร์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า เป็นไปได้ใน 2 กรณี คือ 1. มีการแฮกชื่อการเข้าใช้ (ยูสเซอร์ เนม) และรหัสผ่านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปใช้ หรือ 2. เกิดจากความขัดแย้งกันเองภายในทีมงานของนายกฯ อย่างไรก็ตามฝากไปยัง น.อ.อนุดิษฐ์ให้ดำเนินการจับผู้กระทำความผิดให้ได้โดยเร็ว เพื่อเป็นการพิสูจน์ฝีมือ ขณะเดียวกันขอฝากไปยังทีมงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าควรมีมาตรการป้องกันที่รัดกุมเพื่อไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลไปอยู่ในมือของผู้ ไม่หวังดี ตนยืนยันว่าไม่ใช่ฝีมือของคนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์อย่าง แน่นอน

นายศิริโชคกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ขอให้ น.อ.อนุดิษฐ์ เร่งดำเนินการปิดกั้นกับเว็บไซต์หมิ่นสถาบันที่กำลังแพร่หลายมากขึ้นในสังคม ออนไลน์ และที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาระบบสารสนเทศของ ประเทศที่ชัดเจน มีเพียงแต่การนำนโยบายเก่า ๆ มาแถลงและดำเนินการ

แฉ “จุลสิงห์” สาย “เหลิม”

นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การที่นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด(อสส.) ไม่ฎีกาคดีการหลีกเลี่ยงภาษีหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตนทราบมาว่าเคยเป็นอัยการที่สั่งไม่ฟ้องในคดีปลอมใบ สด.43 ของบุตรชายของ ร.ต.อ.เฉลิม

นายวัชระกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบว่าบัญชีทรัพย์สินของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีฯเพิ่มขึ้นผิดปกติ ตนเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ปี 51 พบว่ามีทรัพย์สินติดลบ 2 ล้านกว่าบาท แต่เมื่อสิ้นสุดการเป็น ส.ส. กลับมีที่ดินเพิ่มขึ้นมูลค่า 6.8 ล้านบาท และมียานพาหนะเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาท รวมเพิ่มขึ้น 9,446,185 บาท จึงอยากถามว่าเพิ่มขึ้นได้อย่างไร เงินเดือน ส.ส.ประมาณ 1 แสนกว่าบาท น.อ.อนุดิษฐ์เป็น ส.ส. 3 ปี จึงไม่น่ามีเงินเพิ่มมากถึง 9.5 ล้านบาท

พท.แฉแผน 9 ข้อล้มรัฐบาล

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า มีข้อมูลจากการข่าวของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานความมั่นคงพบว่า มีกลุ่มการเมืองร่วมกับกลุ่มคนผู้เสียอำนาจได้ดำเนินแผนล้มรัฐบาล 9 ข้อ ประกอบด้วย 1.ให้สื่อที่อยู่ตรงข้ามพรรคเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์โจมตีทุกประเด็นไม่ ว่าถูกหรือผิด 2.ผู้สูญเสียอำนาจที่เคยดูแลกระทรวงใดมาก่อนสั่งให้ลูกน้องเกียร์ว่างไม่ ร่วมงานกับผู้บริหารจากรัฐบาลปัจจุบัน 3. ยุยงให้ข้าราชการที่ถูกปรับย้ายมาร้องทุกข์ เพื่อดิสเครดิตรัฐบาลให้เสียความนิยม 4. จัดให้ชาวบ้านมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้บริหารรัฐบาล พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาล

5. ให้กลุ่มคนที่อาศัยคราบเอ็นจีโอออกมาดิสเครดิตรัฐบาล โดยการเคลื่อนไหวล่ารายชื่อ ตั้งกลุ่มโจมตีในเชิงลบทุกประเด็น 6.ใช้เครือข่ายสื่อและโซเชียลมีเดียพูดให้เชื่อมโยงกัน โดยมุ่งประเด็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐบาลนี้ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณคนเดียว 7.โจมตีพรรคสมาชิกพรรคเรื่องเกี่ยวกับสถาบันและความจงรักภักดี 8.ดำเนินมาตรการทำร้ายแกนนำพรรคและบุคคลสำคัญรัฐบาล และ 9.เมื่อข้อที่ 1-8 สำเร็จ ก็เข้าสู่กระบวนการยุบพรรคเพื่อไทยเหมือนปี 2551ซึ่งทั้งหมดวางแผนให้รัฐบาลล้มก่อนเดือน พ.ค. 2555 ก่อนที่กลุ่มบ้านเลขที่ 111 จะกลับมา

เชื้อไม่หมดถ้าไม่เปลี่ยนแปลง

อีกด้านหนึ่ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตประธานพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของนายกรัฐมนตรีว่า ขอให้ทุกคนเอาใจช่วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ท่านเป็นคนตั้งใจทำงานและเป็นคนดี หากทุกคนช่วยกันจะทำให้รอดพ้นจากอุปสรรคปัญหาไปได้ ขอให้รัฐบาลยึดแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้เป็นแบบอย่าง ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณพยายามจะเดินทางกลับประเทศ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนไทยทำไมจะเดินทางกลับประเทศไม่ได้ หากท่านอยากกลับมาก็ต้องให้กลับ น่าเห็นใจท่านเพราะอยู่ที่ไหนคงไม่มีความสุขเท่ากับอยู่ประเทศไทย

“แต่ปัญหาคือถ้า พ.ต.ท.ทักษิณกลับก็วุ่นวายอีก เพราะสังคมไทยมองในเรื่องตัวบุคคลมากกว่าระบบ เรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณจริง ๆ เรื่องขี้ผงมาก อยากถามว่านายกฯในอดีตของไทยทุกคนเป็นคนดีหรือไม่ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือนายกฯคนอื่น ๆ ทุกคนล้วนเป็นคนดีมีความสามารถ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะยึดระบบหรือจะยึดตัวบุคคล หากยึดตัวบุคคลความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกแน่นอน หากยึดระบบคือประชาธิปไตยที่มอบอำนาจให้ประชาชน บ้านเมืองจะไม่เกิดกลียุค แต่ขณะนี้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเฉพาะวิธีการเท่านั้น แต่หลักการไม่เป็นประชาธิปไตย” พล.อ.ชวลิตกล่าวและว่า หากปล่อยไว้อย่างนี้ไม่รีบเปลี่ยนแปลงระบบ ไม่ว่านายกฯจะดีหรือเก่งแค่ไหน จะพบจุดจบเหมือนกันหมดคือ ไม่ยุบสภาก็โดนปฏิวัติรัฐประหารไม่รู้จบ

เตือนรัฐบาลอย่าล้ำเส้นทหาร

พล.อ.ชวลิตยังกล่าวถึงความไม่พอใจโผโยกย้ายนายทหารว่า ตนมองว่าการโยกย้ายของทหารฝ่ายการเมืองไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวมากนัก อำนาจคัดเลือกตัวบุคคลขึ้นกับกองทัพเท่านั้น ฝ่ายการเมืองจะคุมเฉพาะในระดับนโยบาย อย่าไปล้วงไม่เช่นนั้นจะยุ่ง การที่ฝ่ายการเมืองเข้าไปชี้นำถึงขนาดวางตำแหน่งตั้งแต่เสมียนเลยทีเดียวไม่ ถูกต้อง หากไม่พอใจอะไรก็คุยกันในระดับนโยบายกับระดับผู้นำกองทัพ อย่างไรก็ตามหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ปรับเข้าหาการทำงานของกองทัพได้ จะไม่เกิดปัญหาเหมือนในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ตนเห็นโผรายชื่อทหารออกมาก็ดูดีทุกหน่วย ถ้าทหารเขาเสนอมารัฐบาลก็ควรเห็นด้วย

ส่วนการเสนอตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วย ไม่รู้ว่าจะตั้งอะไรขึ้นมาอีก แต่ละรัฐบาลก็แข่งตั้งกันขึ้นมาจนชาวบ้านในพื้นที่ยังจำชื่อแทบไม่ถูก ตนไม่เห็นว่าจะแก้ไขอะไรให้ดีขึ้น มีแต่สถานการณ์จะเลวร้ายลงไป ตนจึงได้เสนอให้ตั้งเป็นนครรัฐปัตตานีหรือปัตตานีมหานคร ให้คนในพื้นที่เขามีอำนาจได้ปกครองตนเอง แก้ไขปัญหาของเขาเอง เขาจะได้เกิดความภาคภูมิใจในประเทศที่เขาได้เกิดมา อย่าเอาอำนาจจากรัฐบาลกลางไปครอบงำเขาเลย

23 นิติศาสตร์โต้ “นิติราษฎร์”

ส่วนการเมืองอื่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มอาจารย์คณะนิติศาสตร์ 23 คน ได้ออกแถลงการณ์ถึงกลุ่มนิติราษฎร์ ใจความว่า ถ้ากลุ่มนิติราษฎร์คิดว่าแนวคิดในการลบล้างผลของการรัฐประหาร 19 ก.ย. 49 เป็นความเลวร้าย เหตุใดไม่ถือเอาผลพวงของการรัฐประหารทุกครั้งเป็นพิษไปด้วย ข้อเสนอดังกล่าวจึงเป็นการเลือกปฏิบัติที่เป็นการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่ม บุคคลใดโดยเฉพาะหรือไม่

แถลงการณ์ระบุต่อไปว่า คณาจารย์นิติศาสตร์ใคร่ขอเสนอข้อสังเกตและความเห็นที่แตกต่างกับความเห็นของ กลุ่มนิติราษฎร์ คือ 1. นักวิชาการต้องมีสำนึกในทางจริยธรรมหรือจรรยาบรรณของวิชาชีพ มุ่งต่อผลประโยชน์สังคมและประชาชนโดยรวม ต้องต่อสู้กับความไม่ถูกทุกรูปแบบ และตีแผ่ความเป็นจริงโดยอาศัยหลักวิชา 2. การกล่าวอ้างหลักนิติธรรมหรือหลักนิติรัฐต้องคำนึงถึงการคุ้มครองประชาชนที่ มีความสุจริต มิใช่เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับกล่าวอ้างคุ้มครองตนจากกระบวนการตรวจสอบและ กระบวนการยุติธรรมที่ชอบธรรม

แนะ“วรเจตน์”ลาออกไปอยู่ พท.

3. การทำลายหลักกฎหมาย ทุจริตการเลือกตั้งฉ้อราษฎร์บังหลวง ปิดบังประชาชน แทรกแซงกระบวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรม ไม่อาจถือได้ว่าเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่เป็นเพียงการปกครองในระบอบเผด็จการเสียงข้างมาก ต้นเหตุของความเลวร้ายที่แท้จริง คือ พฤติกรรมของนักการเมืองในอดีตก่อนการรัฐประหารเป็นเผด็จการรัฐสภา มีการทุจริตแทรกแซงองค์กรตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรม จึงมีคำถามว่าปัจจัยดังกล่าวที่ยังคงอยู่ในตรรกะวิธีคิดของกลุ่มนิติราษฎร์ หรือไม่ หากยังยึดถืออุดมการณ์ดังกล่าวอยู่ คณาจารย์กลุ่มนี้กระทำไปโดยวัตถุประสงค์อย่างไร หรือเพื่อบุคคลใด

นายราเมศ รัตนเชวง ประธานชมรมนักกฎหมายรุ่นใหม่ แถลงว่า กลุ่มนิติราษฎร์ทำให้หลักนิติรัฐนิติธรรมถูกบิดเบือน สร้างความสับสนให้กับสังคมเข้าใจผิด หวังให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งพ้นความผิด ชมรมฯขอคัดค้านไม่เห็นด้วยต่อข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ เพราะเป็นการเสนอแนวคิดที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานหลักนิติรัฐนิติธรรม จึงสงสัยว่าฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อหวังผลช่วยใครหรือไม่ ถ้านายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความแน่วแน่ที่จะสานต่อแนวคิด ขอให้ลาออกจากการเป็นอาจารย์แล้วไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย จะได้ไปร่วมศึกษาเรื่องการขออภัยโทษและแก้รัฐธรรมนูญตามแนวคิดของพรรค

คอป.แนะใช้เหตุผลพิจารณา

นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กล่าวถึงกรณีข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ ที่ให้ล้มล้างผลพวงที่เกิดจากเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 ว่า ไม่ว่าใครสามารถมีความเห็นได้ เพราะเป็นความเห็นทางด้านวิชาการสังคมควรรับฟัง ตอนนี้สังคมเราประสาทการรับฟังมันบอด ไม่ยอมฟังกันแต่เมื่อฟังแล้วต้องทำจิตให้ว่างพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล

“คอป.จะรับฟัง แต่จะนำไปเป็นข้อเสนอของ คอป. หรือไม่ ต้องพิจารณาก่อน คนทุกคนต้องทำจิตให้ว่าง รับฟังความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย และดูเหตุดูผล อย่างไรก็ตาม คอป.เตรียมนำเสนอรายงานฉบับที่ 2 เพิ่มเติมภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งข้อเสนอเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมาได้ รัฐบาลส่งสัญญาณตอบรับไปในทิศทางที่ดี การระดมความคิดเห็นข้อเสนอต่าง ๆ  อยู่ที่เรื่องการร่วมมือของทุกคน ในอดีตเราได้รับความสนใจจากรัฐบาลค่อนข้างน้อย ตอนนี้น่าจะดีขึ้น” ประธาน คอป.กล่าว

มท.ย้าย ซี 10 ล้างขั้วอำนาจเก่า

ด้านกระทรวงมหาดไทย แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้จัดทำโผโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ร่วมกับนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว โดยส่งให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว ซึ่งรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวอาจจะเข้าที่ประชุม ครม.ในวันที่ 4 ต.ค.นี้ ซึ่งตำแหน่งสำคัญ คือ อธิบดีกรมการปกครอง จะเป็นนายสุกิจ เจริญรัตนกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง ในส่วนอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะมีการย้ายนายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย มาดำรงตำแหน่งแทนนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดี ปภ.โดยนายวิบูลย์จะไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงแทน

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า นายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดี สถ.จะถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจฯ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แทน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่จะได้รับการแต่งตั้งสลับให้ไปทำหน้าที่ ผวจ.นครราชสีมา แทนนาย    ระพี ผ่องบุพกิจ ที่จะถูกเสนอให้ไปเป็นผู้ตรวจราชการ แล้วให้นายวีระยุทธ เอี่ยมอำภา ผู้ตรวจฯ เข้ามาเป็นอธิบดี สถ. ส่วนนายสุรชัย ขันอาสา อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทย จะถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจฯ แล้วให้นายประชา เตรัตน์ ผู้ตรวจฯ เข้ามาเป็นอธิบดี พช.แทน

เด็ก ภท.ตบเท้าเข้ากรุ

นอกจากนี้ผู้ว่าฯ ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาเป็นผู้ตรวจฯ รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ถูกมองว่าใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ปทุมธานี นายเสริม ไชยณรงค์ ผวจ.สุรินทร์ นายสมชัย หทยะตันติ ผวจ.เชียงราย นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา นายธานี สามารถกิจ ผวจ.บุรีรัมย์ นายถาวร พรหมมีชัย ผวจ.สระบุรี นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผวจ.สมุทรปราการ เป็นต้น ซึ่งในปีนี้ มีผู้ตรวจฯ เกษียณถึง 6 ตำแหน่งจาก 12 ตำแหน่ง และมีบางคนที่ได้ถูกย้ายสลับไปดำรงตำแหน่งอื่นด้วย

ส่วนการสลับเปลี่ยนตำแหน่งผู้ว่าฯนั้น น่าจะยังคงไม่เข้าในที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์นี้ เนื่องจากยังคงอยู่ในระหว่างการคัดเลือกพิจารณาตำแหน่งรองผู้ว่าฯ เพื่อขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ด้วย คาดว่า การโยกย้ายตำแหน่งทั้งหมดในกระทรวงมหาดไทยจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 8:02 am

“นาลแก”จ่อขึ้นฝั่งญวนทำฝนกระหน่ำทั่วไทย

 พายุโซนร้อน “นาลแก” เตรียมขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน 5 ต.ค. ส่งผลฝนกระหน่ำทั่วประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวัน ระบุว่าลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น.  บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศ เวียดนามตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะ 1-2 วันนี้ สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

อนึ่ง พายุโซนร้อน “นาลแก” บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ที่ ละติจูด 17.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 18 กม./ชม. คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในวันที่ 5 ต.ค.

สำหรับพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันที่ 4 ต.ค. ภาคเหนือ  มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศา ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง  มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก  มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)  มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)  มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 8:00 am

“ปู”เจอดีมือมืดแฮ็ก“ทวิตเตอร์”

 ทวิตเตอร์ “ปู” ถูกมืดมืด แฮ็ก โพสข้อความด่า ด้าน โฆษกเพื่อไทย จี้ “ไอซีที” หาคนผิดรับโทษ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ต.ค.  ทวิตเตอร์ส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  ที่ใช้ชื่อว่า “PouYingluck Yingluck Shinawatra” ได้มีการโพสข้อความว่า “ประเทศนี้เป็นธุรกิจ เราทำเพื่อพวกพ้อง ไม่ได้ทำเพื่อคนไทย เราทำเพื่อคนที่สนับสนุนเรา ไม่ใช่คนที่เห็นต่างจากเรา โอกาสของคนจนอยู่ที่ไหน เราหลอกใช้คนจน ให้ความหวังพวกเขา เพื่อคะแนนเสียง ที่จะให้กลุ่มก้อนของเรา เข้ามาหาผลประโยชน์ ความยั่งยืนอยู่ที่ไหน การแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่แค่การสร้างภาพเฉพาะหน้า แต่เป็นการรวมพลังของบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจ มาแก้ไขอย่างยั่งยืน ถึงเวลารึยัง ที่ประเทศเราจะเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดี ไม่ใช่แค่สร้างภาพเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทของตน ญาติพี่น้อง กลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์ ประเทศนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การศึกษา ทำไมถึงเขียนนโยบายแจก tablet ไม่ใช่การแก้ที่ตัวหลักสูตรหรือ สนับสนุนคุณครูให้มีรายได้มากขึ้นหรือ ทำไมถึงคิดอภิมหาโครงการ อย่างถมทะเล สร้างตึกสูงที่สุดในโลก คือไม่มีความเข้าใจอะไรทั้งสิ้นเกี่ยวกับประเทศนี้ ประเทศไทยต้องการ ความเปลี่ยนแปลง ถึงเวลาที่ทุกคนในประเทศตื่นตัวได้แล้ว ความโง่เขลาจักต้องหมดสิ้นไป แม้กระทั่ง twitter ตนเองยังปกป้องไว้ไม่ได้ แล้วประเทศนี้จะปกป้องได้อย่างไร? ฝากให้พี่น้องคิดดูนะครับ”

หลังจากนั้นเวลา 11.30 น. ในเฟสบุคส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ใช้ชื่อว่า Yingluck Shinawatra เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้โพสข้อความว่า “ขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้มีคนแฮ็ก Twitter @PouYingluck ข้อความใด ๆ ที่ปรากฏขณะนี้ ไม่ได้เป็นข้อความของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ทีมงาน)”

ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย  แถลงว่า ขณะนี้มีผู้ที่ไม่หวังดีได้โพสข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิส่วนตัว เนื่องจากข้อความโพสเป็นข้อความในลักษณะใช้ข้อความโจมตีตัวเอง ซึ่งเป็นการกระทำของคนที่มีสติปัญญาเขาไม่ทำกัน อีกทั้งยังไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของตัวบุคคล และการใช้ข้อความที่ผิดปกติ ทำให้ภาพลักษณ์นายกฯเสียหาย อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่านายกฯจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป  ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ดำเนินการตรวจสอบหาคนผิดมาส่งโทษให้ได้

เมื่อถามว่าขณะนี้นายกฯ ได้หยุดใช้ทวิตเตอร์ชั่วคราวหรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้นายกฯกับทีมงานกำลังดำเนินการตรวจสอบ และจะมีการให้ข้อมูลเรื่องนี้อีกครั้ง

ด้าน ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต ว่าที่รองโฆษก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ข้อความที่ นายกฯ โพสต์ข้อความ เป็นการแฮ็กจากบุคคลอื่น ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนไม่หวังดีและขอให้หยุด เพราะเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่นโดยเฉพาะผู้นำประเทศ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด นอกจากนี้อยากขอให้ผู้ที่กระทำการดังกล่าวที่ทำไปด้วยความคึกคะนองควรหยุด ขณะที่ทางพรรคเพื่อไทยเป็นห่วงสิทธิของประชาชนที่ใช้อินเตอร์เน็ตทั้งประเทศ เพราะขนาดนายกฯ ยังถูกแฮ็กข้อมูลขนาดนี้ ทั้งนี้ ขอให้เรื่องดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ ขอให้คนที่ใช้อินเตอร์มีจริยธรรม รวมทั้งใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์จะดีกว่า.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 7:51 am

เขื่อนภูมิพลวิกฤติอีก3-4วันล้นแน่

เขื่อนภูมิพลวิกฤติอีก3-4วันล้นแน่

เขื่อนภูมิพลเข้าขั้นวิกฤติ อีก 3 -4 วัน น้ำล้นแน่ ผอ.เขื่อนเร่งระบายน้ำเพิ่มขึ้น ผวจ.นครสวรรค์เตือนรับวิกฤตน้ำเขื่อนปล่อยเพิ่ม “ศภช.”เตือน9อำเภอภาคเหนือพร้อมรับมือน้ำป่าถล่ม 2 – 3 ต.ค.นี้

2ต.ค.2554 นายบุญอินทร์ ชื่นชวลิต ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลในขณะนี้ว่า เขื่อนภูมิ พลมีน้ำกักเก็บ 12,580 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 93.89 ของความจุอ่าง ซึ่งเหลืออีก 6.11 หรือ 822 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำจะล้นอ่าง ขณะที่น้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 110 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ทางเขื่อนต้องระบายน้ำวันละ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะน้ำไหลเข้ามาอยู่ที่ระดับที่สูง

ด้านนายสามารถ ลอยฟ้า ผวจ.ตาก กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลในขณะนี้ ถือว่าวิกฤติ เพราะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้น ซึ่งเหลือไม่เกิน 7 เมตร หรือ 3 – 4 วัน ระดับน้ำอาจจะล้นสปริงเวย์ หรือแนวกั้นน้ำ โดยขณะนี้ ทางจังหวัดตาก กับ เขื่อนภูมิ พล ได้ประสานงานกันโดยตลอด เพื่อควบคุมระดับน้ำ ซึ่งจังหวัดที่อยู่ ท้ายเขื่อน เช่น จังหวัดกำแพงเพชร และชัยนาท ต้องระมัดระวังที่จะต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม ขณะเดียวกัน น้ำที่ไหลเข้าตัวเขื่อนภูมิพล ก็จะทำให้ระดับน้ำใน พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ลดลง

Tags:
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 7:48 am

กฟผ.ยัน”เขื่อนภูมิพล”ไม่ได้แตก

กฟผ.ยัน”เขื่อนภูมิพล”ไม่ได้แตก

ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล ยืนยันเขื่อนไม่แตกร้าวตามข่าวลือ โดยเขื่อนยังรับน้ำได้อีก 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเหตุที่ต้องระบายน้ำออกมากเพราะฝนตกต่อเนื่องส่งผลน้ำไหลเข้าอ่างมาก ขึ้น

ปริมาณ น้ำในเขื่อนภูมิพลวันนี้ อยู่ที่ 10,864 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 80 ของเขื่อน สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2518 และฝนที่ตกต่อเนื่องทางภาคเหนือส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 84 ล้าน ลูกบาศก์เมตร โดยนายบุญอินทร์ ชื่นชวลิต ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล บอกว่า อ่างเก็บน้ำของเขื่อนยังสามารถรับน้ำได้อีกร้อยละ 20 หรือประมาณ 2,700 ล้านลูกบาศ์กเมตร น้ำถึงจะเต็มอ่าง

โดย วันนี้เขื่อนระบายน้ำเพิ่มขึ้นเท่าตัว จาก 10 ล้านลูกบาศก์เมตรเป็น 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อลดแรงกดดันของตัวเขื่อนและเป็นการระบายน้ำตามคำสั่งของกรมชลประทาน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติของช่วงฤดูน้ำหลากที่มีฝนตกต่อเนื่อง จึงต้องเร่งระบายน้ำออกเพื่อไม่ให้น้ำล้นเขื่อน โดยน้ำที่ระบายออกในวันนี้จะเดินทางถึงจังหวัดนครสวรรค์ในอีก 4 วันข้างหน้า

ส่วน ที่ชาวตากหวาดผวาต่อข่าวลือสะพัดว่า เขื่อนภูมิพลแตกร้าวนั้น ผู้อำนวยการเขื่อน ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เขื่อนยังแข็งแรงและมั่นคง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเป็นรายวันปกติ ไม่มีปัญหา

ล่า สุดวันนี้มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศรวม 57,685 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 78 ของความจุอ่าง เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 14,255 ล้านลูกบาศก์เมตร

ขณะ นี้มีอ่างเก็บเก็บน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศถึง 11 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุอ่าง เริ่มที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตร์ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จังหวัดพิษณุโลก เขื่อนห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานี เขื่อนน้ำอูนและเขื่อนน้ำพุง จังหวัดสกลนคร เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลและอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 7:43 am

เขื่อนภูมิพลเร่งระบายน้ำ หวั่นเขื่อนรับน้ำไม่ไหว

เขื่อน ภูมิพลเพิ่มปริมาณการระบายน้ำขึ้นจากเดิม เพื่อลดแรงดันให้กับเขื่อน หลังมีฝนตกลงมาเพิ่ม ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนมีปริมาณมาก ยืนยัน เขื่อนยังแข็งแรง

หลัง เกิดฝนตกหนักช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำปิงเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับน้ำป่าจากเทือกเขาต่าง ๆ หลายแห่งไหลบ่าลงมาสมทบกับแม่น้ำปิง ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนเอ่อล้นเข้าท่วมจังหวัดเชียงใหม่ และทำให้มีน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลวันละกว่า 115.76 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้มีน้ำสะสมทั้งหมด 12,554.23 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 93 %  อ่างสามารถรองรับน้ำได้ 13.462 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลืออีกเพียง 886.50 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 6.59 % ปริมาณน้ำจะล้นอ่าง

เขื่อนภูมิพลจึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำจากเดิม 30 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 42 ล้านลูกบาศก์เมตร ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดแรงดันน้ำให้กับตัวเขื่อน การระบายครั้งนี้อาจทำให้ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีระดับสูงขึ้นอีก ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยประสานงานกับกรมชลประทานตลอดเวลา และยังยืนยันว่า ตัวเขื่อนภูมิพลยังมีความมั่นคงปลอดภัยและแข็งแรง เนื่องจากมีการตรวจเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 2nd, 2011 at 2:14 pm

การแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน กลุ่มร.ร.พรานกระต่าย 30-31 ต.ค.54

นายสมเดช สุรเดช ประธานกลุ่มโรงเรียนพรานกระต่าย ได้เปิดเผยว่า ได้มีมติที่ประชุมคณะกรรมการกลุ่มโรงเรียนพรานกระต่าย ครั้งที่ 2/2554 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2554  โดยมีนายสุดเขต สวยสม รอง ผอ.สพป.กพ.เขต 1 เป็นประธาน และมี นายสมเดช สุรเดช ประธานกลุ่มโรงเรียนพรานกระต่าย นายติรัตน์ อินหาดกรวด ผอ.ร.ร.บ้านพรานกระต่าย นายวีระ ถาวร ผอ.ร.ร.บ้านเขาสว่างอารมณ์ นายประมวล องอาจ ผอ.ร.ร.วัดโพธาราม นายอารัญ นาคบุรี ผอ.ร.ร.อนุบาลพรานกระต่าย นายวิชาญ สุขสมจิตร ผอ.ร.ร.บ้านหนองตากล้า นายปรีชา แสงเมือง ผอ.ร.ร.บ้านใหม่เขานิยม โดยมีนายเวนิต อนุสรณ์ประดิษบ์ เป็นเลขนุการ และ มีนางสาวทัศนีย์ เนื้อไม้ ศึกษานิเทศก์ เข้าร่วมประชุมด้วย

ในการประชุมดังกล่าว ได้มติที่ประชุม ให้มีการจัดการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน เพื่อคัดเป็นตัวแทนระดับกลุ่มโรงเรียนพรานกระต่ายขึ้น ในวันที่ 30-31 ตุลาคม 2554

สำหรับโรงเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันภายในกลุ่มโรงเรียนพรานกระต่าย ได้แก่  1.โรงเรียนบ้านพรานกระต่าย 2.โรงเรียนอนุบาลพรานกระต่าย 3.โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว 4.โรงเรียนบ้านเขาสว่างอารมณ์ 5.โรงเรียนวัดโพธาราม 6.โรงเรียนบ้านหนองตากล้า 7.โรงเรียนบ้านใหม่เขานิยม 8.โรงเรียนอนุบาลธรรมรัตน์ 9.โรงเรียนดรุณานุกูลหัวถนน

ส่วนรายละเอียดการแข่งขัน คณะกรรมการตัดสิน และสถานที่แข่งขัน จะนัดหมายให้มีการประชุมต่อไป

 

Tags:
comments Comments (0)    -