17 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว โรงเรียนในฝัน โรงเรียนสุจริต

October 3rd, 2011 at 9:41 pm

พาเด็ก “ปฐมวัย” ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว เที่ยวบิ๊กซีกำแพง

  • แม่จ๋า…เที่ยว “บิ๊กซี”

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว ได้จัดทัศนศึกษาพาเด็กปฐมวัยเที่ยว “บิ๊กซี” กำแพงเพชร

หลังจากเที่ยวชม “อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” เมืองมรดกโลกแล้ว คณะครูได้พานักเรียนระดับปฐมวัย เข้าเมืองกำแพงเพชร เพื่อเที่ยวชมห้างดังกลางตัวเมือง นั่นก็คือ “บิ๊กซี” โดยทางโรงเรียนได้ประสานงานไว้ล่วงหน้าแล้ว

สาเหตุที่พาเด็กปฐมวันเข้าเที่ยวห้าง “บิ๊กซี” ในครั้งนี้ เพื่อให้เด็กปฐมวันได้มีโอกาสเข้าเที่ยวชมห้างดังขนาดใหญ่ ซึ่งเด็กเหล่านี้หาโอกาสได้ยาก เพราะผู้ปกครองไม่สามารถพาไปได้ ทำให้เด็กได้มีประสบการณ์ วิธีการเข้าไปในห้างใหญ่อย่างปลอดภัย ได้พบเห็นว่าในห้างมีอะไรบ้าง ครูถือโอกาสสอนว่าอะไรควรซื้ออะไรไม่ควรซื้อ นักเรียนได้ฝึกการซื้อสิ่งของ การจ่ายเงิน มารยาทต่าง ๆ เป็นต้น นับว่าเป็นแนวทางที่ดีมาก ๆ ที่เด็กเหล่านี้ได้มีโอกาสเที่ยวชม

ก่อนหน้านี้ ทาง สมศ. ได้เข้าประเมิน รอบสาม ได้กล่าวชมว่า เด็กปฐมวัยโรงเรียนนี้ มีโครงงานที่น่าสนใจมาก ๆ เช่น โครงงานผัดมะละกอใส่ไข่ โครงงานทอดไข่เจียว ซึ่งนักเรียนได้ลงมือฝึกปฏิบัติจริงด้วยตนเอง ซึ่งเราไม่ค่อยได้เห็นในโรงเรียนเท่าใดนัก

 

  • ขอบคุณ “บิ๊กซี” กำแพงเพชร
Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 8:05 pm

นร. ครู เขาแก้ว จัดงาน “จากวันที่พากเพียร สู่วันที่ภาคภูมิ”

  • เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 เวลา 19.00 น. โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว ได้จัดงาน “จากวันที่พากเพียร สู่วันที่ภาคภูมิ” ให้แก่ นายนิรันดร์ กระต่ายทอง ครู ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว ซึ่งลาออกจากราชการก่อนกำหนดเกษียณอายุราชการ โดยมี นายสมเดช สุรเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว เป็นประธาน
  • บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง สนุกสนาน แบบพี่ ๆ น้อง ๆ นี่คือ “พลังที่เข้มแข็ง” ของโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว

  • ครูทับทิม สังคง ขอปล่อยสักหน่อยเถอะ

 

 

  • ขอเปิดฟอร์ “รำวง” ซะเลย นี่เห็นไหม? “พี่ยังไม่แก่หรอกน้อง รับรองยังหนุ่มอีกนาน”

  • คณะครูต่างร่วมสนุกภายในงานด้วย

  • นี่เห็นไหม? พี่ยังฟิตอยู่เลย

  • “แดนเซอร์” มืออาชีพ ใครจะจ้างติดต่อได้นะ ที่ www.ccbkk.in.th/ หรือ ที่ www.สมเดช.com

  • น่ารัก น่ารัก ทั้งนั้น “ครูหน่อย” (ซ้าย) กับ “ครูนุก” (ขวา) ปริญญาโททั้งคู่….ยังโสดนะ

  • ขอถ่ายร่วมกันอีกครั้ง…ก่อนจาก
  • คณะสภานักเรียน ได้จัดให้นักเรียนได้แสดงมุทิตาจิต และ กราบลาคุณครู “นิรันดร์ กระต่ายทอง” เป็นวันสุดท้าย(30 ก.ย.54)

Tags: , ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 8:19 am

ต้นแบบ ‘ปลูก-เพาะ-บ่ม’ แนวคิดประหยัดพลังงาน

ต้นแบบ ‘ปลูก-เพาะ-บ่ม’ แนวคิดประหยัดพลังงาน

 เพราะ ปัญหาโลกร้อนไม่ใช่แค่อากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่ยังมีเรื่องของน้ำท่วม ดินถล่ม แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และอีกมากมาย ที่ในปัจจุบันได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมสร้างความทุกข์ร้อนใจให้กับมนุษยชาติ และยิ่งการเคลื่อนไหวไม่ว่าจะมาจากธรรมชาติหรือน้ำมือมนุษย์ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกมากเท่าใด ก็ดูเหมือนว่าปัญหาโลกร้อนจะยิ่งรุนแรงเป็นทวีคูณ

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ไม่เพียงจะใช้ในการแก้ปัญหาปากท้องความเป็นอยู่ของพสกนิกรอย่างได้ผลแล้ว นั้น ยังสามารถนำมาใช้ในการช่วยลดปัญหาโลกร้อนให้กับโลกได้ ซึ่งผลสัมฤทธิ์มีให้เห็นในโรงเรียนแกนนำ 21 โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งเข้าร่วมโครงการ “ลดโลกร้อน ด้วยวิถีพอเพียง” เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

ด้วยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในเรื่อง ’ความพอประมาณ“ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการอุปโภค บริโภคแต่พอดี ให้ความสำคัญผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น ลดการใช้สารเคมี และเน้นการผลิตที่เรียบง่ายไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก รวมถึงขยะที่เกิดขึ้นต้องนำมาใช้ประโยชน์ได้ ขณะที่ ’ความมีเหตุผล“ ซึ่งจะทำให้สมองรู้จักคิดที่จะควบคุมให้เกิดพฤติกรรมที่ถูกต้อง พร้อมกับการปรับเปลี่ยนวิธีคิดโดยเพิ่มมิติเรื่องสิ่งแวดล้อม และปฏิเสธสิ่งที่เกินจำเป็น รวมทั้งเห็นคุณค่าในของทุกสิ่งเนื่องจากทุกอย่างล้วนมีที่มาจากการใช้ พลังงานทั้งสิ้น และสุดท้ายคือ ’ความมีภูมิคุ้มกัน“ ช่วยสร้างให้เกิดการเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตนเองในทุกสถานการณ์

นอกจากหลักการสำคัญแล้ว ส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องของการนำแนวคิดไปปรับใช้ตามแต่สภาพของโรงเรียน ซึ่ง นายบุญส่ง สมุทรเสน ผู้อำนวยการโรงเรียนนิคมวิทยา อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการฯ เล่าว่า ทางโรงเรียนเลือกที่จะพลิกฟื้นพื้นที่ว่างเปล่าเกือบ 70 ไร่ที่มีอยู่มาทำประโยชน์ โดยเฉพาะการสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้สีเขียวหลากหลายรูปแบบ อาทิ “สวนไม้พุทธประวัติ” ด้วยการปลูกไม้ยืนต้นในพุทธประวัติ ซึ่งนอกจากให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจแล้ว  ยังได้ร่มเงาและอากาศบริสุทธิ์ การปลูกต้นไทร ต้นหว้า ต้นตะขบ ทำเป็น “สวนอาหารนก” เพื่อให้เป็นที่อยู่ที่กินสำหรับนก สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศในโรงเรียนแล้วยังสอนเด็กให้รู้จักใกล้ชิด ธรรมชาติของนก ทุกอย่างนับประโยชน์ได้มากกว่าหนึ่งข้อครูมิตร โทบุรี ครูชำนาญการพิเศษ ในฐานะหัวหน้าโครงการลดโลกร้อนด้วยวิถีพอเพียง บอกว่า ปัจจุบันกระแสการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานผ่านสื่อช่องทางต่าง ๆ ช่วยให้เด็กเข้าใจปัญหาโลกร้อนได้มากขึ้น รวมถึงทำให้เด็กพร้อมที่จะเปิดรับและเต็มใจที่จะช่วยเหลือโลกใบนี้ด้วยตัว เองอยู่แล้ว ส่วนที่โรงเรียนมีหน้าที่สอนให้เด็กมีแนวคิดริเริ่มพร้อมกับเปิดโอกาสให้เขา ได้มีโอกาสลงมือทำ

’ส่วนใหญ่จะใช้วิธีบอกเล่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ จำพวกความผิดแปลกของธรรมชาติที่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไป ไม่รีบร้อน และต้องให้เขาได้ลงมือทำจริง ๆ อย่างโครงการของโรงเรียนมีเยอะ ทุกโครงการเด็ก ๆ จะมีส่วนร่วมทั้งหมด เพราะหวังว่าเด็กจะได้เกิดแนวคิดเอง ต่อไปจะได้ช่วยกัน เพราะพื้นที่จังหวัดระยอง ส่วนหนึ่งมีปัญหาเรื่องมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมอยู่แล้วด้วย ดังนั้นคิดว่าถ้าสอนเด็กคนหนึ่งแล้วให้เป็นต้นแบบได้ ค่อย ๆ ขยายผลไปเรื่อย ๆ ตอนนี้อาจช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ต่อไปก็อาจช่วยได้เยอะ“

“น้องทิพย์” น.ส.เกวลิน บุญดิเรกภินันท์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เล่าถึงหลายกิจกรรมที่เธอมีส่วนร่วมกับโรงเรียนระหว่างพาเดินชมสถานที่ ซึ่งดูเหมือนว่า เธอจะภาคภูมิใจไปกับทุกอย่างที่จะทำให้โลกร้อนน้อยลงได้ เช่น การทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้ไว้ใช้กับพืชที่ปลูกกินเองหลังโรงเรียน การนำแท็งก์น้ำขนาดสูงใหญ่ที่เลิกใช้แล้ว ปรับมาเป็นห้องเก็บขยะดูสวยเก๋แปลกตา พ่วงด้วยกิจกรรมที่ให้นักเรียนร่วมเก็บขวดน้ำพลาสติกไว้ขาย 5 ขวดเปล่าเท่ากับ 1 บาท และเงินที่ได้จะเป็นเงินส่วนรวมประจำห้องเรียน หรือแม้แต่การนำ ’ว่านกาบหอย“ พืชใบเลี้ยงเดี่ยว สูงไม่เกิน 50 เซนติเมตร ที่ปลูกอยู่ทั่วโรงเรียน มาทำเป็นเครื่องดื่มแสนอร่อยใช้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน ฯลฯ

’ทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่วยโลกได้เหมือนกัน หรืออย่างน้อยก็เป็นการช่วยชุมชนตัวเอง อย่างตัวหนูเกิดที่นี่ โตที่นี่ ก็เข้าใจสภาพแวดล้อมเรื่องมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม แต่เราจะหนีไปไม่ได้ แล้วก็ไม่คิดหนีเพราะเข้าใจว่าเรื่องแบบนี้ต่างก็ต้องพึ่งพากัน เพราะฉะนั้นถ้ามันยิ่งแย่ เราก็แย่ลงไปด้วยกันหมด หนูก็เลยภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมช่วยลดปัญหาและช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมได้“ …การปลูกฝังที่ดี ย่อมให้ผลลัพธ์ดี…ดังเช่นแนวคิดของเด็กนักเรียนหญิงคนนี้ที่เกิดมาจากการ เพาะบ่มผ่านโครงการดี ๆ ซึ่งนอกจากที่ รร.นิคมวิทยา จ.ระยอง แล้ว ยังมีอีก 20 โรงเรียนในโครงการฯ ที่กระจายอยู่ทั่วทั้ง 5 ภูมิภาค และพร้อมจะเป็นต้นแบบเผยแพร่แนวคิดดี ๆ ยกตัวอย่าง ภาคเหนือ ที่ รร.บ้านป่าสัก จ.เชียงใหม่ กับแนวคิดเริ่มต้นลดขยะที่ตนเอง ด้วยกิจกรรม ’ยืดอกพกแก้วน้ำ-ถุงผ้า“ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่าง รร.กัลยาณวัตร จ.ขอนแก่น มีกิจกรรม ’ห้องน้ำ จุดเริ่มต้น ลดโลกร้อน“ เป็นการช่วยกันปลูกเตยหอมและต้นมะกรูด เพื่อแก้ปัญหากลิ่นเหม็นในห้องน้ำโรงเรียน

ส่วนภาคใต้ ที่ รร.เชียรใหญ่ จ.นคร ศรีธรรมราช มีกิจกรรม ’จักรยานถุงดำ ลดขยะลดพลังงาน“ โดยร่วมมือกับโรงเรียนใกล้เคียง ชวนนักเรียนปั่นจักรยานเก็บขยะตามชุมชน นอกจากลดขยะยังปลูกฝังจิตสำนึกการใช้พาหนะประหยัดพลังงาน และสุดท้ายที่ ภาคกลาง ได้แก่ รร.ดอนพุดวิทยา จ.สระบุรี กับกิจกรรมออกค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ และชวนกันปลูกต้นไม้ น่ายินดีที่ทั้งหมดนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีโครงการขยายผลต่อยอดไปสู่โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้ว.

จินดาวัฒน์ ลาภเลี้ยงตระกูล

ขอบคุณ

วันจันทร์ ที่ 03 ตุลาคม 2554
Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 8:17 am

‘วรวัจน์’ยาหอมรร.เอกชน

จากการประชุมผู้บริหารโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 54 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ดร.จิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ ประธานสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ได้เสนอข้อเรียกร้องที่ได้จากการประชุมรับฟังความคิดเห็น 14 สมาคมที่รับผิดชอบการศึกษาเอกชนทุกระดับทั่วประเทศต่อ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.)โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่ ขอให้มีสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดในทุกจังหวัด, ปรับเพิ่มเงินอุดหนุนเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชน เพื่อให้โรงเรียนมีงบฯ เพียงพอสำหรับจ่ายเงินเดือนครูที่มีวุฒิปริญญาตรีในอัตรา 15,000 บาท, ปรับเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนโรงเรียนเอกชน, ให้ครูโรงเรียนเอกชนมีวิทยฐานะเหมือนครูรัฐโดยรัฐให้งบฯสนับสนุน, ให้นักเรียนเอกชนได้รับแท็บเล็ตด้วย, ยกเว้นภาษีให้โรงเรียนเอกชนนอกระบบทุกประเภท, ให้บุตร คู่สมรส บิดา มารดาของครูโรงเรียนเอกชน เบิกค่ารักษาพยาบาลได้, จัดเงินอุดหนุนในรูปแบบคูปองการศึกษา, ให้การสนับสนุนโรงเรียนเอกชนที่สอน English Program เท่าเทียมกับโรงเรียนรัฐ

ด้านนายวรวัจน์ กล่าวว่า ข้อเสนอส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับงบฯ ซึ่งต้องมีการหารือในรายละเอียดก่อน โดยตนจะดูวิธีการให้เงินอุดหนุนใหม่ ซึ่งที่ผ่านมา ศธ. ให้ความสนใจเอกชนน้อยเกินไป และมีการผูกกฎระเบียบข้อห้ามต่าง ๆ จนทำให้ศักยภาพที่มีอยู่แทบไม่ได้ใช้ ซึ่งตนจะดูแลเรื่องนี้เพื่อให้เอกชนทำงานได้คล่องตัวมากขึ้น.

ขอบคุณ

วันจันทร์ ที่ 03 ตุลาคม 2554
Tags:
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 8:07 am

พท.แฉแผน9ข้อจ้องล้มรัฐบาล ‘จิ๋ว’ ห้ามยุ่งทหารเจาะทวิตเตอร์นายกฯ

 แฮกเกอร์แสบแอบเจาะทวิตเตอร์ ‘ยิ่งลักษณ์’ ไอซีทีรู้ตัวแล้วใช้ไอโฟนแฮกเข้ามา ลั่นลากคอได้แน่ ด้านประชาธิปัตย์รีบแจ้นชี้แจงไม่มีส่วยเกี่ยวข้อง ขณะที่เพื่อไทยปูดแผน9 ข้อล้มรัฐบาล มีการเชื่อมโยงเป็นระบบ “บิ๊กจิ๋ว” ชี้เชื้อชั่วรัฐประหารไม่มีทางหมดถ้าไม่เปลี่ยนแปลงระบบ ลั่นต้องให้อำนาจประชาชน เตือนรัฐบาลอย่าล้ำเส้นทหาร ไม่เช่นนั้นจะยุ่ง แนะแก้ปัญหาภาคใต้ต้องตั้งนครรัฐปัตตานี ด้าน 23 นักนิติศาสตร์ ออกแถลงการณ์โต้กลุ่ม “นิติราษฎร์” ตั้งแง่รับใช้ใคร “คณิต” ชี้ข้อเสนอของ “นิติราษฎร์” สังคมต้องรับฟังแล้วพิจารณาด้วยเหตุผล ด้านมหาดไทยล้างบางซี 10 ขั้วอำนาจเก่า เด็กภูมิใจไทยจูงมือกันเข้ากรุแฮกเกอร์เจาะทวิตเตอร์ “ปู”

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทวิตเตอร์ส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ใช้ชื่อว่า “PouYingluck Yingluck Shinawatra” ได้ถูกแฮกเกอร์เข้าไปโพสต์ข้อความโจมตีอันเป็นเท็จ ต่อมาทีมงานของนายกฯ ได้เขียนข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ใช้ชื่อว่า Yingluck Shinawatra ว่า “ขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้มีคนแฮก Twitter@PouYingluck ข้อความใด ๆ ที่ปรากฏไม่ได้เป็นข้อความของนายกรัฐมนตรี”

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ที่ไม่หวังดีได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิส่วนตัว เนื่องจากข้อความโพสต์เป็นข้อความโจมตีตัวเอง ซึ่งเป็นการกระทำของคนที่มีสติปัญญาเขาไม่ทำกัน อีกทั้งยังไม่เกรงกลัวกฎหมาย พรรคขอเรียกร้องกระทรวงเทคโนโลยีฯ ดำเนินการตรวจสอบหาคนผิดมาลงโทษให้ได้

ไอซีทีรู้ตัวแล้วจับได้แน่

นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯรับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และไม่ได้ปรารภอะไร คงต้องให้กระทรวงไอซีทีดำเนินการ ความจริงเราก็ทราบกันก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมีการกลั่นแกล้งทางการเมืองเกิด ขึ้น แต่ขอให้กระทรวงไอซีทีชี้แจง

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กระทรวงประสานกับทางตำรวจเพื่อสืบสวนให้ถึงตัวแฮ กเกอร์รายนี้แล้ว เบื้องต้นทราบว่าผู้กระทำผิดใช้โทรศัพท์ไอโฟนในการแฮกเข้าไป และเป็นคนไทยที่อยู่ในประเทศ เพราะใช้ภาษาไทยได้อย่างดี มั่นใจว่าจะจับตัวได้อย่างแน่นอน

ปชป.ออกตัวไม่เกี่ยวข้อง

นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีแฮกเกอร์เจาะเข้าไปในทวิตเตอร์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า เป็นไปได้ใน 2 กรณี คือ 1. มีการแฮกชื่อการเข้าใช้ (ยูสเซอร์ เนม) และรหัสผ่านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปใช้ หรือ 2. เกิดจากความขัดแย้งกันเองภายในทีมงานของนายกฯ อย่างไรก็ตามฝากไปยัง น.อ.อนุดิษฐ์ให้ดำเนินการจับผู้กระทำความผิดให้ได้โดยเร็ว เพื่อเป็นการพิสูจน์ฝีมือ ขณะเดียวกันขอฝากไปยังทีมงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าควรมีมาตรการป้องกันที่รัดกุมเพื่อไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลไปอยู่ในมือของผู้ ไม่หวังดี ตนยืนยันว่าไม่ใช่ฝีมือของคนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์อย่าง แน่นอน

นายศิริโชคกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ขอให้ น.อ.อนุดิษฐ์ เร่งดำเนินการปิดกั้นกับเว็บไซต์หมิ่นสถาบันที่กำลังแพร่หลายมากขึ้นในสังคม ออนไลน์ และที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาระบบสารสนเทศของ ประเทศที่ชัดเจน มีเพียงแต่การนำนโยบายเก่า ๆ มาแถลงและดำเนินการ

แฉ “จุลสิงห์” สาย “เหลิม”

นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การที่นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด(อสส.) ไม่ฎีกาคดีการหลีกเลี่ยงภาษีหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตนทราบมาว่าเคยเป็นอัยการที่สั่งไม่ฟ้องในคดีปลอมใบ สด.43 ของบุตรชายของ ร.ต.อ.เฉลิม

นายวัชระกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบว่าบัญชีทรัพย์สินของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีฯเพิ่มขึ้นผิดปกติ ตนเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.ปี 51 พบว่ามีทรัพย์สินติดลบ 2 ล้านกว่าบาท แต่เมื่อสิ้นสุดการเป็น ส.ส. กลับมีที่ดินเพิ่มขึ้นมูลค่า 6.8 ล้านบาท และมียานพาหนะเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาท รวมเพิ่มขึ้น 9,446,185 บาท จึงอยากถามว่าเพิ่มขึ้นได้อย่างไร เงินเดือน ส.ส.ประมาณ 1 แสนกว่าบาท น.อ.อนุดิษฐ์เป็น ส.ส. 3 ปี จึงไม่น่ามีเงินเพิ่มมากถึง 9.5 ล้านบาท

พท.แฉแผน 9 ข้อล้มรัฐบาล

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า มีข้อมูลจากการข่าวของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานความมั่นคงพบว่า มีกลุ่มการเมืองร่วมกับกลุ่มคนผู้เสียอำนาจได้ดำเนินแผนล้มรัฐบาล 9 ข้อ ประกอบด้วย 1.ให้สื่อที่อยู่ตรงข้ามพรรคเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์โจมตีทุกประเด็นไม่ ว่าถูกหรือผิด 2.ผู้สูญเสียอำนาจที่เคยดูแลกระทรวงใดมาก่อนสั่งให้ลูกน้องเกียร์ว่างไม่ ร่วมงานกับผู้บริหารจากรัฐบาลปัจจุบัน 3. ยุยงให้ข้าราชการที่ถูกปรับย้ายมาร้องทุกข์ เพื่อดิสเครดิตรัฐบาลให้เสียความนิยม 4. จัดให้ชาวบ้านมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้บริหารรัฐบาล พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาล

5. ให้กลุ่มคนที่อาศัยคราบเอ็นจีโอออกมาดิสเครดิตรัฐบาล โดยการเคลื่อนไหวล่ารายชื่อ ตั้งกลุ่มโจมตีในเชิงลบทุกประเด็น 6.ใช้เครือข่ายสื่อและโซเชียลมีเดียพูดให้เชื่อมโยงกัน โดยมุ่งประเด็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐบาลนี้ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณคนเดียว 7.โจมตีพรรคสมาชิกพรรคเรื่องเกี่ยวกับสถาบันและความจงรักภักดี 8.ดำเนินมาตรการทำร้ายแกนนำพรรคและบุคคลสำคัญรัฐบาล และ 9.เมื่อข้อที่ 1-8 สำเร็จ ก็เข้าสู่กระบวนการยุบพรรคเพื่อไทยเหมือนปี 2551ซึ่งทั้งหมดวางแผนให้รัฐบาลล้มก่อนเดือน พ.ค. 2555 ก่อนที่กลุ่มบ้านเลขที่ 111 จะกลับมา

เชื้อไม่หมดถ้าไม่เปลี่ยนแปลง

อีกด้านหนึ่ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตประธานพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของนายกรัฐมนตรีว่า ขอให้ทุกคนเอาใจช่วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ท่านเป็นคนตั้งใจทำงานและเป็นคนดี หากทุกคนช่วยกันจะทำให้รอดพ้นจากอุปสรรคปัญหาไปได้ ขอให้รัฐบาลยึดแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้เป็นแบบอย่าง ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณพยายามจะเดินทางกลับประเทศ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนไทยทำไมจะเดินทางกลับประเทศไม่ได้ หากท่านอยากกลับมาก็ต้องให้กลับ น่าเห็นใจท่านเพราะอยู่ที่ไหนคงไม่มีความสุขเท่ากับอยู่ประเทศไทย

“แต่ปัญหาคือถ้า พ.ต.ท.ทักษิณกลับก็วุ่นวายอีก เพราะสังคมไทยมองในเรื่องตัวบุคคลมากกว่าระบบ เรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณจริง ๆ เรื่องขี้ผงมาก อยากถามว่านายกฯในอดีตของไทยทุกคนเป็นคนดีหรือไม่ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือนายกฯคนอื่น ๆ ทุกคนล้วนเป็นคนดีมีความสามารถ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะยึดระบบหรือจะยึดตัวบุคคล หากยึดตัวบุคคลความวุ่นวายเกิดขึ้นอีกแน่นอน หากยึดระบบคือประชาธิปไตยที่มอบอำนาจให้ประชาชน บ้านเมืองจะไม่เกิดกลียุค แต่ขณะนี้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยเฉพาะวิธีการเท่านั้น แต่หลักการไม่เป็นประชาธิปไตย” พล.อ.ชวลิตกล่าวและว่า หากปล่อยไว้อย่างนี้ไม่รีบเปลี่ยนแปลงระบบ ไม่ว่านายกฯจะดีหรือเก่งแค่ไหน จะพบจุดจบเหมือนกันหมดคือ ไม่ยุบสภาก็โดนปฏิวัติรัฐประหารไม่รู้จบ

เตือนรัฐบาลอย่าล้ำเส้นทหาร

พล.อ.ชวลิตยังกล่าวถึงความไม่พอใจโผโยกย้ายนายทหารว่า ตนมองว่าการโยกย้ายของทหารฝ่ายการเมืองไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวมากนัก อำนาจคัดเลือกตัวบุคคลขึ้นกับกองทัพเท่านั้น ฝ่ายการเมืองจะคุมเฉพาะในระดับนโยบาย อย่าไปล้วงไม่เช่นนั้นจะยุ่ง การที่ฝ่ายการเมืองเข้าไปชี้นำถึงขนาดวางตำแหน่งตั้งแต่เสมียนเลยทีเดียวไม่ ถูกต้อง หากไม่พอใจอะไรก็คุยกันในระดับนโยบายกับระดับผู้นำกองทัพ อย่างไรก็ตามหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ปรับเข้าหาการทำงานของกองทัพได้ จะไม่เกิดปัญหาเหมือนในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ตนเห็นโผรายชื่อทหารออกมาก็ดูดีทุกหน่วย ถ้าทหารเขาเสนอมารัฐบาลก็ควรเห็นด้วย

ส่วนการเสนอตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจขึ้นมาดูแลปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วย ไม่รู้ว่าจะตั้งอะไรขึ้นมาอีก แต่ละรัฐบาลก็แข่งตั้งกันขึ้นมาจนชาวบ้านในพื้นที่ยังจำชื่อแทบไม่ถูก ตนไม่เห็นว่าจะแก้ไขอะไรให้ดีขึ้น มีแต่สถานการณ์จะเลวร้ายลงไป ตนจึงได้เสนอให้ตั้งเป็นนครรัฐปัตตานีหรือปัตตานีมหานคร ให้คนในพื้นที่เขามีอำนาจได้ปกครองตนเอง แก้ไขปัญหาของเขาเอง เขาจะได้เกิดความภาคภูมิใจในประเทศที่เขาได้เกิดมา อย่าเอาอำนาจจากรัฐบาลกลางไปครอบงำเขาเลย

23 นิติศาสตร์โต้ “นิติราษฎร์”

ส่วนการเมืองอื่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มอาจารย์คณะนิติศาสตร์ 23 คน ได้ออกแถลงการณ์ถึงกลุ่มนิติราษฎร์ ใจความว่า ถ้ากลุ่มนิติราษฎร์คิดว่าแนวคิดในการลบล้างผลของการรัฐประหาร 19 ก.ย. 49 เป็นความเลวร้าย เหตุใดไม่ถือเอาผลพวงของการรัฐประหารทุกครั้งเป็นพิษไปด้วย ข้อเสนอดังกล่าวจึงเป็นการเลือกปฏิบัติที่เป็นการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่ม บุคคลใดโดยเฉพาะหรือไม่

แถลงการณ์ระบุต่อไปว่า คณาจารย์นิติศาสตร์ใคร่ขอเสนอข้อสังเกตและความเห็นที่แตกต่างกับความเห็นของ กลุ่มนิติราษฎร์ คือ 1. นักวิชาการต้องมีสำนึกในทางจริยธรรมหรือจรรยาบรรณของวิชาชีพ มุ่งต่อผลประโยชน์สังคมและประชาชนโดยรวม ต้องต่อสู้กับความไม่ถูกทุกรูปแบบ และตีแผ่ความเป็นจริงโดยอาศัยหลักวิชา 2. การกล่าวอ้างหลักนิติธรรมหรือหลักนิติรัฐต้องคำนึงถึงการคุ้มครองประชาชนที่ มีความสุจริต มิใช่เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับกล่าวอ้างคุ้มครองตนจากกระบวนการตรวจสอบและ กระบวนการยุติธรรมที่ชอบธรรม

แนะ“วรเจตน์”ลาออกไปอยู่ พท.

3. การทำลายหลักกฎหมาย ทุจริตการเลือกตั้งฉ้อราษฎร์บังหลวง ปิดบังประชาชน แทรกแซงกระบวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรม ไม่อาจถือได้ว่าเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่เป็นเพียงการปกครองในระบอบเผด็จการเสียงข้างมาก ต้นเหตุของความเลวร้ายที่แท้จริง คือ พฤติกรรมของนักการเมืองในอดีตก่อนการรัฐประหารเป็นเผด็จการรัฐสภา มีการทุจริตแทรกแซงองค์กรตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรม จึงมีคำถามว่าปัจจัยดังกล่าวที่ยังคงอยู่ในตรรกะวิธีคิดของกลุ่มนิติราษฎร์ หรือไม่ หากยังยึดถืออุดมการณ์ดังกล่าวอยู่ คณาจารย์กลุ่มนี้กระทำไปโดยวัตถุประสงค์อย่างไร หรือเพื่อบุคคลใด

นายราเมศ รัตนเชวง ประธานชมรมนักกฎหมายรุ่นใหม่ แถลงว่า กลุ่มนิติราษฎร์ทำให้หลักนิติรัฐนิติธรรมถูกบิดเบือน สร้างความสับสนให้กับสังคมเข้าใจผิด หวังให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งพ้นความผิด ชมรมฯขอคัดค้านไม่เห็นด้วยต่อข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์ เพราะเป็นการเสนอแนวคิดที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานหลักนิติรัฐนิติธรรม จึงสงสัยว่าฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อหวังผลช่วยใครหรือไม่ ถ้านายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีความแน่วแน่ที่จะสานต่อแนวคิด ขอให้ลาออกจากการเป็นอาจารย์แล้วไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย จะได้ไปร่วมศึกษาเรื่องการขออภัยโทษและแก้รัฐธรรมนูญตามแนวคิดของพรรค

คอป.แนะใช้เหตุผลพิจารณา

นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กล่าวถึงกรณีข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ ที่ให้ล้มล้างผลพวงที่เกิดจากเหตุการณ์รัฐประหารปี 2549 ว่า ไม่ว่าใครสามารถมีความเห็นได้ เพราะเป็นความเห็นทางด้านวิชาการสังคมควรรับฟัง ตอนนี้สังคมเราประสาทการรับฟังมันบอด ไม่ยอมฟังกันแต่เมื่อฟังแล้วต้องทำจิตให้ว่างพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล

“คอป.จะรับฟัง แต่จะนำไปเป็นข้อเสนอของ คอป. หรือไม่ ต้องพิจารณาก่อน คนทุกคนต้องทำจิตให้ว่าง รับฟังความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย และดูเหตุดูผล อย่างไรก็ตาม คอป.เตรียมนำเสนอรายงานฉบับที่ 2 เพิ่มเติมภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งข้อเสนอเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมาได้ รัฐบาลส่งสัญญาณตอบรับไปในทิศทางที่ดี การระดมความคิดเห็นข้อเสนอต่าง ๆ  อยู่ที่เรื่องการร่วมมือของทุกคน ในอดีตเราได้รับความสนใจจากรัฐบาลค่อนข้างน้อย ตอนนี้น่าจะดีขึ้น” ประธาน คอป.กล่าว

มท.ย้าย ซี 10 ล้างขั้วอำนาจเก่า

ด้านกระทรวงมหาดไทย แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้จัดทำโผโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ร่วมกับนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว โดยส่งให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว ซึ่งรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวอาจจะเข้าที่ประชุม ครม.ในวันที่ 4 ต.ค.นี้ ซึ่งตำแหน่งสำคัญ คือ อธิบดีกรมการปกครอง จะเป็นนายสุกิจ เจริญรัตนกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง ในส่วนอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะมีการย้ายนายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย มาดำรงตำแหน่งแทนนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดี ปภ.โดยนายวิบูลย์จะไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงแทน

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า นายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดี สถ.จะถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจฯ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แทน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ที่จะได้รับการแต่งตั้งสลับให้ไปทำหน้าที่ ผวจ.นครราชสีมา แทนนาย    ระพี ผ่องบุพกิจ ที่จะถูกเสนอให้ไปเป็นผู้ตรวจราชการ แล้วให้นายวีระยุทธ เอี่ยมอำภา ผู้ตรวจฯ เข้ามาเป็นอธิบดี สถ. ส่วนนายสุรชัย ขันอาสา อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทย จะถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจฯ แล้วให้นายประชา เตรัตน์ ผู้ตรวจฯ เข้ามาเป็นอธิบดี พช.แทน

เด็ก ภท.ตบเท้าเข้ากรุ

นอกจากนี้ผู้ว่าฯ ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาเป็นผู้ตรวจฯ รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ถูกมองว่าใกล้ชิดกับพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ปทุมธานี นายเสริม ไชยณรงค์ ผวจ.สุรินทร์ นายสมชัย หทยะตันติ ผวจ.เชียงราย นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา นายธานี สามารถกิจ ผวจ.บุรีรัมย์ นายถาวร พรหมมีชัย ผวจ.สระบุรี นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผวจ.สมุทรปราการ เป็นต้น ซึ่งในปีนี้ มีผู้ตรวจฯ เกษียณถึง 6 ตำแหน่งจาก 12 ตำแหน่ง และมีบางคนที่ได้ถูกย้ายสลับไปดำรงตำแหน่งอื่นด้วย

ส่วนการสลับเปลี่ยนตำแหน่งผู้ว่าฯนั้น น่าจะยังคงไม่เข้าในที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์นี้ เนื่องจากยังคงอยู่ในระหว่างการคัดเลือกพิจารณาตำแหน่งรองผู้ว่าฯ เพื่อขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ ด้วย คาดว่า การโยกย้ายตำแหน่งทั้งหมดในกระทรวงมหาดไทยจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 8:02 am

“นาลแก”จ่อขึ้นฝั่งญวนทำฝนกระหน่ำทั่วไทย

 พายุโซนร้อน “นาลแก” เตรียมขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบน 5 ต.ค. ส่งผลฝนกระหน่ำทั่วประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวัน ระบุว่าลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น.  บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศ เวียดนามตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะ 1-2 วันนี้ สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

อนึ่ง พายุโซนร้อน “นาลแก” บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ที่ ละติจูด 17.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 18 กม./ชม. คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในวันที่ 5 ต.ค.

สำหรับพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันที่ 4 ต.ค. ภาคเหนือ  มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศา ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง  มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก  มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)  มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)  มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศา ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 8:00 am

“ปู”เจอดีมือมืดแฮ็ก“ทวิตเตอร์”

 ทวิตเตอร์ “ปู” ถูกมืดมืด แฮ็ก โพสข้อความด่า ด้าน โฆษกเพื่อไทย จี้ “ไอซีที” หาคนผิดรับโทษ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ต.ค.  ทวิตเตอร์ส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  ที่ใช้ชื่อว่า “PouYingluck Yingluck Shinawatra” ได้มีการโพสข้อความว่า “ประเทศนี้เป็นธุรกิจ เราทำเพื่อพวกพ้อง ไม่ได้ทำเพื่อคนไทย เราทำเพื่อคนที่สนับสนุนเรา ไม่ใช่คนที่เห็นต่างจากเรา โอกาสของคนจนอยู่ที่ไหน เราหลอกใช้คนจน ให้ความหวังพวกเขา เพื่อคะแนนเสียง ที่จะให้กลุ่มก้อนของเรา เข้ามาหาผลประโยชน์ ความยั่งยืนอยู่ที่ไหน การแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่แค่การสร้างภาพเฉพาะหน้า แต่เป็นการรวมพลังของบุคคลที่มีความรู้ความเข้าใจ มาแก้ไขอย่างยั่งยืน ถึงเวลารึยัง ที่ประเทศเราจะเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดี ไม่ใช่แค่สร้างภาพเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทของตน ญาติพี่น้อง กลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์ ประเทศนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การศึกษา ทำไมถึงเขียนนโยบายแจก tablet ไม่ใช่การแก้ที่ตัวหลักสูตรหรือ สนับสนุนคุณครูให้มีรายได้มากขึ้นหรือ ทำไมถึงคิดอภิมหาโครงการ อย่างถมทะเล สร้างตึกสูงที่สุดในโลก คือไม่มีความเข้าใจอะไรทั้งสิ้นเกี่ยวกับประเทศนี้ ประเทศไทยต้องการ ความเปลี่ยนแปลง ถึงเวลาที่ทุกคนในประเทศตื่นตัวได้แล้ว ความโง่เขลาจักต้องหมดสิ้นไป แม้กระทั่ง twitter ตนเองยังปกป้องไว้ไม่ได้ แล้วประเทศนี้จะปกป้องได้อย่างไร? ฝากให้พี่น้องคิดดูนะครับ”

หลังจากนั้นเวลา 11.30 น. ในเฟสบุคส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ใช้ชื่อว่า Yingluck Shinawatra เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้โพสข้อความว่า “ขอเรียนให้ทราบว่า ขณะนี้มีคนแฮ็ก Twitter @PouYingluck ข้อความใด ๆ ที่ปรากฏขณะนี้ ไม่ได้เป็นข้อความของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ทีมงาน)”

ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย  แถลงว่า ขณะนี้มีผู้ที่ไม่หวังดีได้โพสข้อความในทวิตเตอร์ส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิส่วนตัว เนื่องจากข้อความโพสเป็นข้อความในลักษณะใช้ข้อความโจมตีตัวเอง ซึ่งเป็นการกระทำของคนที่มีสติปัญญาเขาไม่ทำกัน อีกทั้งยังไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เคารพสิทธิเสรีภาพของตัวบุคคล และการใช้ข้อความที่ผิดปกติ ทำให้ภาพลักษณ์นายกฯเสียหาย อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่านายกฯจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป  ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ดำเนินการตรวจสอบหาคนผิดมาส่งโทษให้ได้

เมื่อถามว่าขณะนี้นายกฯ ได้หยุดใช้ทวิตเตอร์ชั่วคราวหรือไม่ นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้นายกฯกับทีมงานกำลังดำเนินการตรวจสอบ และจะมีการให้ข้อมูลเรื่องนี้อีกครั้ง

ด้าน ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต ว่าที่รองโฆษก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ข้อความที่ นายกฯ โพสต์ข้อความ เป็นการแฮ็กจากบุคคลอื่น ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนไม่หวังดีและขอให้หยุด เพราะเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่นโดยเฉพาะผู้นำประเทศ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด นอกจากนี้อยากขอให้ผู้ที่กระทำการดังกล่าวที่ทำไปด้วยความคึกคะนองควรหยุด ขณะที่ทางพรรคเพื่อไทยเป็นห่วงสิทธิของประชาชนที่ใช้อินเตอร์เน็ตทั้งประเทศ เพราะขนาดนายกฯ ยังถูกแฮ็กข้อมูลขนาดนี้ ทั้งนี้ ขอให้เรื่องดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ ขอให้คนที่ใช้อินเตอร์มีจริยธรรม รวมทั้งใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์จะดีกว่า.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 7:51 am

เขื่อนภูมิพลวิกฤติอีก3-4วันล้นแน่

เขื่อนภูมิพลวิกฤติอีก3-4วันล้นแน่

เขื่อนภูมิพลเข้าขั้นวิกฤติ อีก 3 -4 วัน น้ำล้นแน่ ผอ.เขื่อนเร่งระบายน้ำเพิ่มขึ้น ผวจ.นครสวรรค์เตือนรับวิกฤตน้ำเขื่อนปล่อยเพิ่ม “ศภช.”เตือน9อำเภอภาคเหนือพร้อมรับมือน้ำป่าถล่ม 2 – 3 ต.ค.นี้

2ต.ค.2554 นายบุญอินทร์ ชื่นชวลิต ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลในขณะนี้ว่า เขื่อนภูมิ พลมีน้ำกักเก็บ 12,580 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 93.89 ของความจุอ่าง ซึ่งเหลืออีก 6.11 หรือ 822 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำจะล้นอ่าง ขณะที่น้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 110 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ทางเขื่อนต้องระบายน้ำวันละ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะน้ำไหลเข้ามาอยู่ที่ระดับที่สูง

ด้านนายสามารถ ลอยฟ้า ผวจ.ตาก กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลในขณะนี้ ถือว่าวิกฤติ เพราะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้น ซึ่งเหลือไม่เกิน 7 เมตร หรือ 3 – 4 วัน ระดับน้ำอาจจะล้นสปริงเวย์ หรือแนวกั้นน้ำ โดยขณะนี้ ทางจังหวัดตาก กับ เขื่อนภูมิ พล ได้ประสานงานกันโดยตลอด เพื่อควบคุมระดับน้ำ ซึ่งจังหวัดที่อยู่ ท้ายเขื่อน เช่น จังหวัดกำแพงเพชร และชัยนาท ต้องระมัดระวังที่จะต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม ขณะเดียวกัน น้ำที่ไหลเข้าตัวเขื่อนภูมิพล ก็จะทำให้ระดับน้ำใน พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ลดลง

Tags:
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 7:48 am

กฟผ.ยัน”เขื่อนภูมิพล”ไม่ได้แตก

กฟผ.ยัน”เขื่อนภูมิพล”ไม่ได้แตก

ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล ยืนยันเขื่อนไม่แตกร้าวตามข่าวลือ โดยเขื่อนยังรับน้ำได้อีก 20 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเหตุที่ต้องระบายน้ำออกมากเพราะฝนตกต่อเนื่องส่งผลน้ำไหลเข้าอ่างมาก ขึ้น

ปริมาณ น้ำในเขื่อนภูมิพลวันนี้ อยู่ที่ 10,864 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 80 ของเขื่อน สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2518 และฝนที่ตกต่อเนื่องทางภาคเหนือส่งผลให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 84 ล้าน ลูกบาศก์เมตร โดยนายบุญอินทร์ ชื่นชวลิต ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล บอกว่า อ่างเก็บน้ำของเขื่อนยังสามารถรับน้ำได้อีกร้อยละ 20 หรือประมาณ 2,700 ล้านลูกบาศ์กเมตร น้ำถึงจะเต็มอ่าง

โดย วันนี้เขื่อนระบายน้ำเพิ่มขึ้นเท่าตัว จาก 10 ล้านลูกบาศก์เมตรเป็น 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อลดแรงกดดันของตัวเขื่อนและเป็นการระบายน้ำตามคำสั่งของกรมชลประทาน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติของช่วงฤดูน้ำหลากที่มีฝนตกต่อเนื่อง จึงต้องเร่งระบายน้ำออกเพื่อไม่ให้น้ำล้นเขื่อน โดยน้ำที่ระบายออกในวันนี้จะเดินทางถึงจังหวัดนครสวรรค์ในอีก 4 วันข้างหน้า

ส่วน ที่ชาวตากหวาดผวาต่อข่าวลือสะพัดว่า เขื่อนภูมิพลแตกร้าวนั้น ผู้อำนวยการเขื่อน ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เขื่อนยังแข็งแรงและมั่นคง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเป็นรายวันปกติ ไม่มีปัญหา

ล่า สุดวันนี้มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศรวม 57,685 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 78 ของความจุอ่าง เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 14,255 ล้านลูกบาศก์เมตร

ขณะ นี้มีอ่างเก็บเก็บน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศถึง 11 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุอ่าง เริ่มที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตร์ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จังหวัดพิษณุโลก เขื่อนห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานี เขื่อนน้ำอูนและเขื่อนน้ำพุง จังหวัดสกลนคร เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลและอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 3rd, 2011 at 7:43 am

เขื่อนภูมิพลเร่งระบายน้ำ หวั่นเขื่อนรับน้ำไม่ไหว

เขื่อน ภูมิพลเพิ่มปริมาณการระบายน้ำขึ้นจากเดิม เพื่อลดแรงดันให้กับเขื่อน หลังมีฝนตกลงมาเพิ่ม ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนมีปริมาณมาก ยืนยัน เขื่อนยังแข็งแรง

หลัง เกิดฝนตกหนักช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำปิงเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับน้ำป่าจากเทือกเขาต่าง ๆ หลายแห่งไหลบ่าลงมาสมทบกับแม่น้ำปิง ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนเอ่อล้นเข้าท่วมจังหวัดเชียงใหม่ และทำให้มีน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลวันละกว่า 115.76 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้มีน้ำสะสมทั้งหมด 12,554.23 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 93 %  อ่างสามารถรองรับน้ำได้ 13.462 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลืออีกเพียง 886.50 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 6.59 % ปริมาณน้ำจะล้นอ่าง

เขื่อนภูมิพลจึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำจากเดิม 30 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 42 ล้านลูกบาศก์เมตร ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดแรงดันน้ำให้กับตัวเขื่อน การระบายครั้งนี้อาจทำให้ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีระดับสูงขึ้นอีก ขณะที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยประสานงานกับกรมชลประทานตลอดเวลา และยังยืนยันว่า ตัวเขื่อนภูมิพลยังมีความมั่นคงปลอดภัยและแข็งแรง เนื่องจากมีการตรวจเป็นรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 2nd, 2011 at 2:14 pm

การแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน กลุ่มร.ร.พรานกระต่าย 30-31 ต.ค.54

นายสมเดช สุรเดช ประธานกลุ่มโรงเรียนพรานกระต่าย ได้เปิดเผยว่า ได้มีมติที่ประชุมคณะกรรมการกลุ่มโรงเรียนพรานกระต่าย ครั้งที่ 2/2554 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2554  โดยมีนายสุดเขต สวยสม รอง ผอ.สพป.กพ.เขต 1 เป็นประธาน และมี นายสมเดช สุรเดช ประธานกลุ่มโรงเรียนพรานกระต่าย นายติรัตน์ อินหาดกรวด ผอ.ร.ร.บ้านพรานกระต่าย นายวีระ ถาวร ผอ.ร.ร.บ้านเขาสว่างอารมณ์ นายประมวล องอาจ ผอ.ร.ร.วัดโพธาราม นายอารัญ นาคบุรี ผอ.ร.ร.อนุบาลพรานกระต่าย นายวิชาญ สุขสมจิตร ผอ.ร.ร.บ้านหนองตากล้า นายปรีชา แสงเมือง ผอ.ร.ร.บ้านใหม่เขานิยม โดยมีนายเวนิต อนุสรณ์ประดิษบ์ เป็นเลขนุการ และ มีนางสาวทัศนีย์ เนื้อไม้ ศึกษานิเทศก์ เข้าร่วมประชุมด้วย

ในการประชุมดังกล่าว ได้มติที่ประชุม ให้มีการจัดการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน เพื่อคัดเป็นตัวแทนระดับกลุ่มโรงเรียนพรานกระต่ายขึ้น ในวันที่ 30-31 ตุลาคม 2554

สำหรับโรงเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันภายในกลุ่มโรงเรียนพรานกระต่าย ได้แก่  1.โรงเรียนบ้านพรานกระต่าย 2.โรงเรียนอนุบาลพรานกระต่าย 3.โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว 4.โรงเรียนบ้านเขาสว่างอารมณ์ 5.โรงเรียนวัดโพธาราม 6.โรงเรียนบ้านหนองตากล้า 7.โรงเรียนบ้านใหม่เขานิยม 8.โรงเรียนอนุบาลธรรมรัตน์ 9.โรงเรียนดรุณานุกูลหัวถนน

ส่วนรายละเอียดการแข่งขัน คณะกรรมการตัดสิน และสถานที่แข่งขัน จะนัดหมายให้มีการประชุมต่อไป

 

Tags:
comments Comments (0)    -
October 2nd, 2011 at 9:26 am

ชุมชนคนเปลือย

“ไม่ สวมรองเท้า ไม่สวมเสื้อ ไม่ให้บริการ” สิ่งนี้คือถ้อยคำที่ติดอยู่บนแผ่นป้ายที่พบเห็นได้ทั่วไป ตามร้านค้าต่าง ๆ ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ ขณะที่ ร้านอาหารหลายแห่งก็เตรียมที่จะเพิ่มข้อความอีกว่า “ไม่สวมกางเกง” ลงไปด้วย ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งต่อประเด็นการเปลือยกายในเขตชุมชนชาวเกย์ของเมือง

แต่วู้ดดี้ มิลเลอร์ หนุ่มใหญ่วัย 55 ปี ชอบเดินเที่ยวไปตามถนนในย่านคาสโตร ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นชุมชนของชาวรักเพศเดียวกันแห่งใหญ่สุดของสหรัฐ เขาเดินทอดน่องโดยไม่สวมอะไรเลย ยกเว้นรองเท้าผ้าใบ หมวกเบสบอล และนาฬิกาเท่านั้น มิลเลอร์บอกว่า เขาชอบเปลือยกายในวันที่มีอากาศดี เพื่อที่จะได้สัมผัสกับแสงแดดและอากาศที่สดชื่นได้อย่างเต็มที่ สำหรับมิลเลอร์เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มนักเปลือยกายที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ ของเมืองซานฟรานซิสโก ที่มีชื่อว่า เน็กเก็ด กายส์ ซึ่งมิลเลอร์กล่าวว่า เขาไม่เห็นว่า ร่างกายคนเราจะเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ

ย่านคาสโตร เป็นชุมชนสำคัญของกลุ่มรักเพศเดียวกันมาตั้งแต่ช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1960 และ 1970 ที่นี่มีร้านเซ็กซ์ช็อปอยู่ร่วมกับบ้านเรือนของประชาชน รวมถึงร้านอาหารและบาร์ต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นชุมชนที่มีแนวคิดเสรีและเปิดเผยมากที่สุดในเมืองซานฟรานซิสโก

แต่ย่านคาสโตรกำลังถูกควบคุมจากสกอตต์ ไวเนอร์ ซึ่งอาศัยอยู่ในย่านนี้มา 14 ปี และเพิ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาเมืองซานฟรานซิสโก ซึ่งไวเนอร์เตรียมเสนอร่างกฎหมายให้กลุ่มผู้นิยมการเปลือยกายต้องปูผ้าลงบน เก้าอี้หรือม้านั่งสาธารณะทุกครั้งก่อนที่จะนั่ง และสวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย ก่อนที่จะเข้าไปในร้านอาหาร ผู้ใดฝ่าฝืนในครั้งแรกจะถูกปรับเงิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,000 บาท) และ 200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,000 บาท) สำหรับความผิดครั้งที่สอง แต่จะเพิ่ม
เป็น 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 30,000 บาท) หรือมากกว่านั้น พร้อมติดคุก 1 ปีในความผิดครั้งที่สาม

ขณะที่ รัฐแคลิฟอร์เนีย มีกฎหมายห้ามโชว์อวัยวะเพศที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร แต่จอร์จ เดวิส วัย 65 ปี นักธุรกิจและนักเขียน ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเปลือยกายของย่านคาสโตร และเมื่อปี 2550 เขาลงสมัครชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีของเมืองซานฟรานซิสโก โดยชูนโยบายเพิ่มทางเลือกให้แก่นักเปลือยกายในการใช้สวนสาธารณะโกลเดน เกต พาร์ค กล่าวว่า ร้านอาหารควรให้บริการแก่นักเปลือยกาย หลังจากร่างกฎหมายของไวเนอร์ระบุห้ามร้านอาหารให้บริการแก่กลุ่มคนดังกล่าว

เจมส์ วิกเกียโน วัย 57 ปี ชาวเมืองซาน  ฟรานซิสโก และมักเดินทางไปย่านคาสโตรบ่อย ๆไม่เห็นด้วยต่อการเปลือยกาย และยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควร เมื่อมีเด็ก ๆ อยู่ด้วย อีกทั้งนักท่องเที่ยวจากต่างแดน อาจมองว่า คาสโตรกำลังกลายเป็นอาณานิคมเปลือยไปแล้ว ส่วนแดน เกลเซอร์ เจ้าของร้านเบเกอรี่ฮอท คุกกี้ คิดว่า คนเปลือยอาจกลายเป็นจุดท่องเที่ยวในอนาคต และเชื่อว่า สิ่งนี้อาจจะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ ดีขึ้น และผู้ที่นิยมการเปลือยกายก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ใคร ซึ่งเขายังได้คิดค้นคุกกี้ที่เป็นรูปทรงอวัยวะเพศชายทำออกมาขายอีกด้วย.

ฮิวแมน

Tags:
comments Comments (0)    -
October 1st, 2011 at 9:52 pm

ครูพรานกระต่ายจัดแสดงมุทิตาจิต29ก.ย.54

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2554 นายสมวุฒิ ศรีอำไพ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 เป็นประธานในงานแสดงมุทิตาจิต แก่ข้าราชการครูและลูกจ้างประจำ ที่เกษียณอายุราชการ และลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ พร้อมด้วย นายสมยศ รอดพร้อม รอง ผอ.สพป.กพ.เขต 1 นายสุดเขต สวยสม รอง สพป.กพ.เขต 1 ได้เข้าร่วมงานด้วย ซึ่งภายในงานมีข้าราชการครูและแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมจำนวนมาก

  • สำหรับผู้เกษียณอายุราชการในปีนี้ ทั้ง 2 กรณี มีจำนวน 20 คน มีเผู้เกษียณอายุราชการ 60 ปี พียง 1 คน คือ นายทองอินทร์ จันทร์ทุ่ง ลูกจ้างประจำ ช่างไม้ชั้น 3 ร.ร.บ้านพรานกระต่าย และข้าราชการครูที่ลาออกก่อนกำหนด จำนวน 14 คน

  • สร้างบรรยากาศ ครูอุ่นเรือน เกตุเอี่ยม  ร้องเพลงมอบแด่ครูเกษียณอายุราชการ และ นายประชากร สอนสกุล (สีไวโอลิน) นายสุรสิทธิ์ จันทนา (เล่นกีร์ต้า) ครูดนตรีจาก ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว

  • คณะนักร้องเพลงประสานเสียง จาก ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว ขับร้องเพลง “พระคุณที่สาม” เพลงใจรัก” “เพลงครูในดวงใจ” ทุกคนได้ฟังแล้วประทับใจมาก

  • นายประชากร สอนสกุล ครูดนตรี ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว นำเครื่องเปียนโน ที่ได้รับแจกจาก สพป.กพ.เขต 1 ออกบรรเลงในงานด้วย

  • นายปัจจัย พลกล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคุยป่ายาง กรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกำแพงเพชร จำกัด มอบรางวัลแก่นักเรียนที่แสดงบนเวที

  • นายสมวุฒิ ศรีอำไพ ผอ.สพป.กพ.เขต 1 กล่าวแสดงความยินดีที่ข้าราชการครูและลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุราชการ ว่า เป็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่รุ่นน้อง ๆ ได้เป็นอย่างดีที่ต่อสู้ชีวิตและครองตนอยู่ได้จนถึงวันนี้ และให้สติแก่ข้าราชการครูที่นั่งอยู่ด้านล่าง “ให้ดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท”

  • (จากซ็าย) นายทองอินทร์ จันทร์ทุ่ง ช่างไม้ชั้น 3, นายกันตพล ,นายนิรันดร์ กระต่ายทอง, นายพิชัย วัชรนันทวิศาล, นายศิริพงษ์ ศิริษา, นางดารินี วชิรโกเมน,

  • นายไบูลย์ น้ำสังข์, นายสุรินทร์ พลขันธ์, นายสุรเดช สีกล่อม, นางสาวระวีวรรณ วชิรโกเมน, นายวิโรจน์ หงษ์นำบัญชาชัย, นายประทิน หลิฯ เจริญและ นางจำเนียร หลินเจริญ

 

  • นายสมวุฒิ ศรีอำไพ ผอ.สพป.กพ.เขต 1 มอบช่อดอกไม้และของที่ระลึก

  • นายสมยศ รอดพร้อม รอง ผอ.สพป.กพ.เขต 1 มอบของที่ระลึก

  • นายสมเดช สุรเดช ผอ.ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว พร้อมด้วยคณะครู มอบของที่ระลึก และถ่ายภาพร่วมกัน

  • ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก….ยืนไม่พอ…นั่งกับพื้นก็ได้

  • ผอ.อุดม เรื่อศรีจันทร์ ผอ.ร.ร.วัดพระบรมธาตุ อ.เมืองกำแพงเพชร มาร่วมแสดงมุทิตาจิตแก่ครูนิรันดร์ กระต่ายทองด้วย และตนเองก็ลาออกก่อนกำหนดด้วยเช่นกัน

Tags:
comments Comments (0)    -
October 1st, 2011 at 7:57 pm

อ.นิติฯ มธ. ชี้ข้อเสนอ “นิติราษฎร์” ผลักให้บ้านเมืองขัดแย้งสู่กลียุค-ช่วยทักษิณ

ASTVผู้จัดการ – รศ.ดร.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ อ.นิติศาสตร์ มธ. โต้กลุ่มนิติราษฎร์อวดรู้ แต่ขาดประสบการณ์บ้านเมือง ชี้ข้อเสนอให้ย้อนเวลากลับไปก่อนiรัฐประหาร 49 จะยิ่งทำให้บ้านเมืองขัดแย้ง ถามแล้ว รบ.ยิ่งลักษณ์ ที่มาจาก รธน.50 ต้องยกเลิกไปด้วยหรือไม่ แนะอย่าพยายามปรับกฎหมายให้เข้ากับคน อัดมีคนเตือนแล้วแต่ไม่ฟังเหมือน “คนที่ทำชั่วโดยที่ไม่รู้ว่าตนกำลังทำชั่ว” ก่อให้เกิดผลเสียร้ายแรงต่อบ้านเมือง

วันพฤหัสบดี (29 ต.ค.) ที่ผ่านมา เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย สำนักข่าวอิศรา ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ รศ.ดร.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่อกรณีที่กลุ่มนักวิชาการกลุ่มหนึ่งในนามคณะนิติ ราษฎร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันประกอบไปด้วย นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์, นางสาวจันทจิรา เอี่ยมมยุรา, นายฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล, นายธีระ สุธีวรางกูร, นางสาวสาวตรี สุขศรี, นายปิยะบุตร แสงกนกกุล และ นายปูนเทพ ศิรินุพงศ์ ได้ออกแถลงการณ์เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี นิติราษฎร์ และเผยแพร่สู่สาธารณชนเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2554 เสนอให้ลบล้างผลพวงจากการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 เช่น ยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยกเลิกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรค ยกเลิกคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ คตส. ชงเรื่อง ไม่ว่า คดีทุจริตที่ดินรัชดาที่ตัดสินจำคุก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 2 ปี รวมถึงคดีความอื่นๆ ของ คตส.

ในเวลาต่อมาข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ได้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ อย่างมากโดยเฉพาะในแวดวงกฎหมาย โดยกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยได้ชี้ให้เห็นว่าข้อเสนอของนักกฎหมายที่อ้างตัว เองว่าเป็นกลุ่มนิติราษฎร์นั้น เป็นข้อเสนอเพื่อปูทางให้มีการดำเนินการล้างผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งปัจจุบันหลบหนีคำพิพากษาจำคุก 2 ปีจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอยู่ในต่างประเทศ และไม่สามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติเพราะยิ่งจะก่อให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น ในวงกว้าง

ในประเด็นดังกล่าว รศ.ดร.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาญาได้ให้ความเห็นไว้ว่า ข้อเสนอของนักวิชาการในนามกลุ่มนิติราษฎร์ไม่มีความชอบธรรมทางกฎหมายใดๆ อีกทั้งระบุว่านักกฎหมายนิติราษฎร์ขาดประสบการณ์ แต่ชอบทำเป็นรู้มากทั้งๆ ที่ไปเรียนต่างประเทศมาแค่ปีสองปี

“ผมจึงบอกว่า ความคิดของนิติราษฎร์น่าจะเป็นความคิดของคนหนึ่งเท่านั้นเองซึ่งอาจรู้มาก แต่ไม่มีประสบการณ์ในการเมืองบ้านตัวเองมากนัก ดังนั้น ถ้าเขาจะเคลื่อนไหวต่อโดยไม่ใช้ในนามของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็จะเป็นเรื่องดี ไม่งั้นคนอื่นก็เดือดร้อนเหมือนกัน ผมก็ตั้งคำถามเหมือนกันว่า ถ้าเขาไม่มีธรรมศาสตร์สนับสนุน เขาจะอยู่ได้หรือไม่” รศ.ดร.ทวีเกียรติกล่าว

เมื่อถามต่อกว่าข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฎร์มีความเป็นไปได้ในทาง ปฏิบัติหรือไม่ รศ.ดร.ทวีเกียรติระบุว่าเป็นไปไม่ได้ และจะยิ่งทำให้บ้านเมืองเกิดความขัดแย้งจนถึงขั้นเข้าสู่กลียุค ทางที่ดีการประสานรอยร้าวต้องมองไปสู่อนาคตไม่ใช่กลับไปพยายามแก้ไขสิ่งที่ เกิดขึ้นในอดีต เช่น จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นมาอีก, จะทำอย่างไรให้สามารถเอาคนที่คอร์รัปชันมาลงโทษให้ได้ หรือ จะทำอย่างไรไม่ให้นักการเมืองเข้ามาแทรกแซงองค์กรอิสระ

“การที่บอกว่าจะย้อนแค่รัฐประหาร 2549 ก็ไม่รู้เอาหลักอะไร เลือกย้อนอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าจะย้อนก็ต้องย้อนให้สุด อันนี้วิจารณญาณจึงไม่แจ่มชัด เอาล่ะแล้วถ้าย้อนไปถึง 2549 แล้วการที่จะเลือกเอาไอ้นี่ไม่เอาไอ้นั่น แล้วใครจะเป็นคนตัดสินว่า เฉพาะคดีนี้เอาด้วย คดีนั้นไม่เอา แล้วปัญหาที่ผมอยากถาม นิติราษฎร์ ตรงๆ ว่า คุณคิดถึง วิธีการที่จะเอาคนทุจริตเข้ามาลงโทษยังไงบ้าง เพราะปัญหาสำคัญที่เกิดการปฏิวัติ ก็คือ การทุจริตคอรัปชั่นที่องค์กรอิสระทั้งหลายซึ่งเกิดจากรัฐธรรมนูญ 2540 ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการกับคนเหล่านี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกานักการเมือง ศาลปกครอง ก็ล้วนตั้งจากรัฐธรรมนูญ 2540 และเกิดในยุคคุณทักษิณด้วย ปัญหาคือ ศาลเหล่านี้ใช้ไม่ได้เพราะถูกแทรกแซง ดังนั้น คุณต้องตอบคำถามให้ได้ว่า คุณจะทำอย่างไรถึงจะทำให้องค์กรเหล่านี้ไม่ถูกแทรกแซงโดยรัฐบาลขณะนั้น แล้วขอถามย้อน ถ้าไม่มีการรัฐประหารตอนนั้น แล้วเราจะเอาคนเหล่านี้เข้ามาลงโทษหรือเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่าง ไร” นักกฎหมายจาก มธ.ระบุ พร้อมกล่าวต่อว่า

“ว่าไปแล้ว รัฐบาลชุดนี้ก็มาจากรัฐธรรมนูญ 2550 ถ้าเห็นว่า รัฐธรรมนูญ 2550 เลว รัฐบาลนี้ก็ต้องยกเลิกไปด้วย สิ่งที่ผมอยากเสนอกลุ่มนิติราษฎร์ ก็คือ คุณอย่าปรับกฎหมายให้เข้ากับคน มันควรจะเอาคนปรับเข้ากับกฎหมาย คือ กฎหมายมีแล้ว คุณก็ใช้กฎหมายที่มีปัจจุบันทำไปและทุกคนก็เป็นไปตามระบบทุกอย่าง รัฐธรรมนูญ 2540 หรือ รัฐธรรมนูญ 2550 จะดีไม่ดีอย่างไร ก็ได้คนเหล่านี้มา ก็ไม่เห็นต่างกันเท่าไร แล้วถ้าเราย้อนหลังก็ได้รัฐบาลเหล่านี้แหละ ฉะนั้น ถ้าคุณมองสังคมไทยเป็น คุณก็จะรู้ว่า ตัวกฎหมายที่มันวุ่นวายอย่างนี้ เพราะเวลาคนทำอย่างหนึ่ง คุณก็แก้กฎหมายตามคน พรรคไทยรักไทยตั้งแต่แรกๆ ก็ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ถึงขั้นถูกยุบพรรคเป็น 1-2 ครั้ง แทนที่จะเลิกซื้อสิทธิ์ขายเสียง กลับแก้กฎหมายให้ไม่มีการยุบพรรคมันก็เท่ากับเป็นการแก้กฎหมายให้เข้ากับ พฤติกรรมคน ไม่ใช่ปรับพฤติกรรมคนให้เข้ากับกฎหมายเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันได้ ฉะนั้นข้อเสนอของอาจารย์วรเจตน์เป็นการเขียนกฎหมายขึ้นมาเพื่อปรับให้เข้า กับสถานการณ์ ไม่ใช่นำคนให้เข้ากับกฎหมาย”

ส่วนกรณีที่กลุ่มนิติราษฎร์ออกมาแก้ตัวว่าไม่ได้เสนอข้อเสนอดังกล่าว เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง หรือ บางคนตั้งข้อสังเกตได้อาจเสนอขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจให้ไปเข้าทาง พ.ต.ต.ทักษิณ รศ.ดร.ทวีเกียรติ ให้ความเห็นว่า จริงๆ มีคนเตือนกลุ่มนิติราษฎร์ถึงประเด็นนี้แล้ว แต่ก็ยังดันทุรังทำต่อ ซึ่งเปรียบได้กับ “คนที่ทำชั่วโดยที่ไม่รู้ว่าตนกำลังทำชั่ว” ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียที่ร้ายแรงต่อบ้านเมือง

**********************************

รศ.ดร.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ “นิติราษฎร์อย่าปรับกม.เข้ากับคน”

@คิดอย่างไรกับข้อเสนอของ กลุ่มคณาจารย์คณะนิติราษฎร์ ธรรมศาสตร์ ที่เสนอให้ลบล้างกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องกับการรัฐประหาร 19 กันยา 2549
ผมมองว่า มันไม่มีอะไรที่น่าสนใจเพราะคำแถลงการณ์ของเขาที่ว่า ประกาศให้รัฐประหาร 19 ก.ย. 49 ใช้ไม่ได้หรือ ประกาศให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือ เรื่องอะไร ถามว่า เขาจะให้ใครประกาศ ผมเคยเห็นสำนวนแบบนี้ สำหรับประกาศของคณะปฏิวัติเท่านั้นเอง ฉะนั้น แถลงการณ์ของคณะนิติราษฎร์ จึงไม่ชอบด้วยทางกฎหมายใดๆ ผมบอกได้ว่า นักกฎหมายในธรรมศาสตร์เป็นส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่ใจประกาศนิติราษฎร์ เพราะมันก็เหมือนกับว่า ตัวเองก็สนับสนุนเผด็จการนั่นแหละ คือ อยากให้มีประกาศต่างๆขึ้นมา แม้แต่ในข้อสุดท้ายที่เขาบอกว่า คณะนิติราษฎร์เสนอไปเพื่อให้จัดทำในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมก็ถือว่า ข้อเสนอไม่มีฐานทางกฎหมายเลย เสียดายที่คนลงชื่อเป็นนักกฎหมายมหาชนทั้งนั้น จบบ้าง ไม่จบบ้างก็แล้วแต่

ขณะเดียวกัน ผมเห็นว่า อ.ไชยันต์ ไชยพร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้เหตุผลทางกฎหมายมากกว่า โดยมองว่า จะถอยหลังลบล้างความผิดไปถึงไหน และหลักการก็ควรดูว่า ทำไมถึงมีการปฏิวัติ สำหรับผม การปฏิวัติเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง ถ้าเราถอยหลังดูการปฏิวัติ มันมีการดำเนินการกับคนที่ทุจริตหรือไม่ และถ้าไม่มีการทุจริตตั้งแต่แรก เงื่อนไขการปฏิวัติก็คงไม่เกิด เพราะมันมีการแทรกแซงองค์กรอิสระตลอดเวลา ซึ่งการปฏิวัติก็เป็นการนำตัวคนผิดมาลงโทษ ผมก็ไม่เห็นว่า ทำไมคณะนิติราษฎร์จึงเสนอให้ถอยหลังไปแค่ 19 กันยา 2549

ส่วนที่คณะนิติราษฎร์ ยกเรื่องรัฐบาลวิชี่ของฝรั่งเศส หรือ ฮิตเลอร์ ผมว่า มันคนละปัญหากัน และถ้าว่าจริงๆ แล้ว รัฐบาลวิชี่ หรือ ฮิตเลอร์ก็ได้มาโดยระบบรัฐสภา ผมจึงอยากถามว่า ถ้าคุณเคารพระบบรัฐสภา ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ คุณต้องยอมรับรัฐบาลฮิตเลอร์ และรัฐบาลวิชี่ เพราะเขาได้มาจากระบบรัฐสภา และก็ถูกต้องตามกฎหมายทั้งคู่ แต่ความที่เขาเป็นเผด็จการจึงทำให้ต่างชาติเข้ามาย่ำยีประเทศเขา ฉะนั้นการที่ต่างชาติเข้ามามันก็เหมือนการปฏิวัติอย่างหนึ่งนั่นแหละ ดังนั้น ที่อ้างเรื่องวิชี่หรือฮิตเลอร์ก็ไม่น่าจะตรง และผมก็ประหลาดใจว่า นักเรียนไทยของคณะนิติราษฎร์ไปเรียนต่างประเทศมาแค่ 1-2 ปี แต่กลับไปรู้มาก ยกตัวอย่าง ฮิตเลอร์กับวิชี่ซึ่งเป็นยุคสมัยสงครามโลก ทั้งที่ของไทยเองก็เทียบได้ยุคจอมพล ป. ที่เราเองก็เข้ากับญี่ปุ่น พอเวลาเราแพ้ เราก็ประกาศสงครามให้เป็นโมฆะ อย่างว่า เขาคงยังไม่เกิดหรือเรียนตรงนี้จึงไปยกย่องฝรั่งมากเกินไป

ส่วนอีกประเด็นที่คณะนิติราษฎร์ มองเหมือนกับว่า เป็นผลพวงของต้นไม้ที่มีพิษ ผลไม้ที่เกิดมาจึงมีพิษตาม แต่เราก็ไม่เคยตั้งคำถามว่า แล้วต้นไม้พิษมันเกิดมาจากไหน ในเมื่อแต่เดิมมันไม่ได้มีอะไร แล้วอยู่ต้นไม้พิษก็เกิดขึ้น ซึ่งในทางกลับกัน สังคมที่เรากำลังดีๆ อยู่ก็ไม่รู้ว่า กลุ่มนิติราษฎร์ จะกลายเป็นต้นไม้พิษเองหรือไม่ ที่จะปล่อยผลพวงที่เป็นพิษต่อๆ มา ฉะนั้นต่อให้คุณร่าง รัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมาจากนี้ก็ถือว่าเป็นผลพวงจากต้นไม้พิษเหมือนกัน

รัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เกิดจากต้นไม้มี พิษ ผมถือว่า มันมีฉบับเดียวในประเทศไทยคือ ปี 2517 สมัยนั้นเกิด 14 ตุลา 2516 พอเกิดตอนนั้น ไม่มีรัฐบาล รัฐสภา เสร็จแล้วก็เกิดสภาสนามม้า มีการเลือกตั้งเข้ามาโดยประชาชนล้วนๆ แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญปี 2517 ถ้าจะถอยหลังไปจริงๆ ฝ่ายนิติราษฎร์ศึกษากฎหมายไทยซักหน่อย ก็จะรู้ว่า ปี 2517 ก็มีรัฐธรรมนูญที่ดี ถ้าคิดว่าจะเป็นอย่างนั้นก็น่าเอาฉบับนั้นมาใช้ ผมจึงบอกว่า ความคิดของนิติราษฎร์น่าจะเป็นความคิดของคนหนึ่งเท่านั้นเองซึ่งอาจรู้มาก แต่ไม่มีประสบการณ์ในการเมืองบ้านตัวเองมากนัก ดังนั้น ถ้าเขาจะเคลื่อนไหวต่อโดยไม่ใช้ในนามของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็จะเป็นเรื่องดี ไม่งั้นคนอื่นก็เดือดร้อนเหมือนกัน ผมก็ตั้งคำถามเหมือนกันว่า ถ้าเขาไม่มีธรรมศาสตร์สนับสนุน เขาจะอยู่ได้หรือไม่

@หลักการลบล้างความผิดของการรัฐประหาร 19 กันยา ควรจะมีหรือไม่ โดยอ้างว่า ทุกอย่างจะได้กลับไปนับหนึ่ง ไม่มีความขัดแย้ง
มันเป็นไปไม่ได้หรอกโดยเฉพาะการสร้าง ความปรองดอง ของที่มันแตกร้าว เราก็ต้องทำหน้าที่ประสานต่อไป ไม่ใช่กลับไปย้อนอีกที เพราะมันย้อนไปไม่ได้ เราควรจะมองไปข้างหน้าว่าจะทำอย่างไรต่อเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ขึ้น เพราะถ้าถอยไปก่อนปฏิวัติจะเห็นว่า มีความขัดแย้งมาก่อน ฉะนั้นการถอยหลังไป มันไม่ช่วยให้แก้ปัญหาความขัดแย้งได้ มันต้องประสานรอยร้าวไปข้างหน้า ฉะนั้น ข้อเสนอนี้ไม่มีประโยชน์ มันเหมือนกับการใช้กฎหมายย้อนหลัง

@ย้อนหลังในความหมายอาจารย์คืออะไร แค่ไหน
ผมก็ไม่เข้าใจว่า เขาเสนอย้อนหลังเพื่ออะไร อาจจะเป็นเพราะเขาไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ ซึ่งคนไทยไหนก็ตามก็ไม่เห็นด้วย รวมทั้งผม แต่การย้อนหลังเพื่อรื้อถอนสิ่งเหล่านี้มันทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้น เพราะการปฏิวัติก็เกิดจากความขัดแย้ง ถ้าถอยไปจริงความขัดแย้งก็ปะทุขึ้นอีก สู้เรามองไปข้างหน้าว่า อย่าให้มีการปฏิวัติเกิดขึ้น

@แล้วถ้าต้องย้อนจริง ควรย้อนถึงเมื่อไร 2475 หรือไม่
การที่บอกว่าจะย้อนแค่รัฐประหาร 2549 ก็ไม่รู้เอาหลักอะไร เลือกย้อนอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าจะย้อนก็ต้องย้อนให้สุด อันนี้วิจารณญาณจึงไม่แจ่มชัด เอาล่ะแล้วถ้าย้อนไปถึง 2549 แล้วการที่จะเลือกเอาไอ้นี่ไม่เอาไอ้นั่น แล้วใครจะเป็นคนตัดสินว่า เฉพาะคดีนี้เอาด้วย คดีนั้นไม่เอา แล้วปัญหาที่ผมอยากถาม นิติราษฎร์ ตรงๆ ว่า คุณคิดถึง วิธีการที่จะเอาคนทุจริตเข้ามาลงโทษยังไงบ้าง เพราะปัญหาสำคัญที่เกิดการปฏิวัติ ก็คือ การทุจริตคอรัปชั่นที่องค์กรอิสระทั้งหลายซึ่งเกิดจากรัฐธรรมนูญ 2540 ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการกับคนเหล่านี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกานักการเมือง ศาลปกครอง ก็ล้วนตั้งจากรัฐธรรมนูญ 2540 และเกิดในยุคคุณทักษิณด้วย ปัญหาคือ ศาลเหล่านี้ใช้ไม่ได้เพราะถูกแทรกแซง ดังนั้น คุณต้องตอบคำถามให้ได้ว่า คุณจะทำอย่างไรถึงจะทำให้องค์กรเหล่านี้ไม่ถูกแทรกแซงโดยรัฐบาลขณะนั้น แล้วขอถามย้อน ถ้าไม่มีการรัฐประหารตอนนั้น แล้วเราจะเอาคนเหล่านี้เข้ามาลงโทษหรือเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่าง ไร

ถ้าสังเกตดูว่า การรัฐประหารอันที่แล้วคือ เอาคนที่สงสัยว่า คอรัปชั่นตามข้อกล่าวหาทั้งหลายมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเท่านั้น แล้วก็อยู่ภายใต้ระบบของผู้พิพากษาอาชีพด้วย นิติราษฎร์ไม่เคยตอบคำถามว่า จะเอาคนที่คอรัปชั่นมาลงโทษได้อย่างไร ขณะที่สำนวนการสอบสวนก็ทำตรงไปตรงมา แล้ววันนี้ก็จะไปรื้อฟื้นอีก ผมก็หาไม่ได้ว่า ต้นไม้ที่มีพิษ มันผิดจากตรงไหนแล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ดังนั้น วันนี้ เราต้องช่วยกันคิดว่า ทำอย่างไรเมื่อผลพวงมันออกมาถึงจะทำให้ผลไม้ที่เป็นพิษ กลายเป็นต้นไม้ที่ดีขึ้นมาได้ ไม่ใช่ไปถอยหลังอย่างนี้ เพราะไม่งั้นก็จะถอยหลังไม่มีที่สิ้นสุด มันก็เหมือนกับว่า คุณพยายามลบประวัติศาสตร์ ซึ่งเมื่อลบแล้ว ปัจจุบันก็ไม่มี อนาคตก็ไม่เหลือ

ว่าไปแล้ว รัฐบาลชุดนี้ก็มาจากรัฐธรรมนูญ 2550 ถ้าเห็นว่า รัฐธรรมนูญ 2550 เลว รัฐบาลนี้ก็ต้องยกเลิกไปด้วย สิ่งที่ผมอยากเสนอกลุ่มนิติราษฎร์ ก็คือ คุณอย่าปรับกฎหมายให้เข้ากับคน มันควรจะเอาคนปรับเข้ากับกฎหมาย คือ กฎหมายมีแล้ว คุณก็ใช้กฎหมายที่มีปัจจุบันทำไปและทุกคนก็เป็นไปตามระบบทุกอย่าง รัฐธรรมนูญ 2540 หรือ รัฐธรรมนูญ2550 จะดีไม่ดีอย่างไร ก็ได้คนเหล่านี้มา ก็ไม่เห็นต่างกันเท่าไร แล้วถ้าเราย้อนหลังก็ได้รัฐบาลเหล่านี้แหละ ฉะนั้น ถ้าคุณมองสังคมไทยเป็น คุณก็จะรู้ว่า ตัวกฎหมายที่มันวุ่นวายอย่างนี้ เพราะเวลาคนทำอย่างหนึ่ง คุณก็แก้กฎหมายตามคน พรรคไทยรักไทยตั้งแต่แรกๆ ก็ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ถึงขั้นถูกยุบพรรคเป็น 1-2 ครั้ง แทนที่จะเลิกซื้อสิทธิ์ขายเสียง กลับแก้กฎหมายให้ไม่มีการยุบพรรคมันก็เท่ากับเป็นการแก้กฎหมายให้เข้ากับ พฤติกรรมคน ไม่ใช่ปรับพฤติกรรมคนให้เข้ากับกฎหมายเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันได้ ฉะนั้นข้อเสนอของอาจารย์วรเจตน์เป็นการเขียนกฎหมายขึ้นมาเพื่อปรับให้เข้า กับสถานการณ์ ไม่ใช่นำคนให้เข้ากับกฎหมาย

@นิติราษฎร์พยายามชี้แจงว่า คุณทักษิณต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบแบบกระบวนการปกติ
ก็นี่ไง พอหลังรัฐประหาร เขาก็ใช้รูปแบบเดียวกับที่มีอยู่เดิมแบบปกติทำได้ แต่มันก็ต้องถามกลับว่า กระบวนการปกติก่อนที่จะมีการรัฐประหารก็ทำไม่ได้ ตำรวจไม่จับ อย่างว่าแต่คุณทักษิณเลย กำนันเป๊าะ ตำรวจก็ยังไม่จับเลย การเรียกตัวส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็ไม่มีใครทำ แสดงว่า กระบวนการปกติมันใช้ไม่ได้คุณพูดได้โดยหลักการว่า ให้เป็นไปตามกระบวนการปกติ แต่ว่าก่อนปฏิวัติ เขาก็มีกระบวนการปกติของเขา แต่เอาตัวเข้าสู่กระบวนการนั้นไม่ได้ เพราะถูกแทรกแซง อย่างคุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรองก็ยังไม่ถูกจับเลยตามกระบวนการปกติ คนที่เผาเมือง นำม็อบบอกให้ทำโน้นทำนี่ ยังไม่ถูกจับเลย นี่คือ กระบวนการปกติ ถามว่า แล้วจะรอให้ขาดอายุความไหม

@ถ้ามองแบบเข้าใจนิติราษฎร์ ว่า เขาต้องการสร้างจิตสำนึกไม่ให้มีการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะถ้ารัฐประหารต่อไปก็ควรโดนลงโทษ ไม่สามารถนิรโทษกรรมได้
มองอย่างนั้นก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็ขอเอาคำอาจารย์วรเจตน์มาพูดว่า ให้ดำเนินการไปตามกระบวนการและกฎหมายก็มีไว้แล้วว่า ผู้ใดกบฎล้มล้างก็ทำได้ แต่ถามว่า คุณทำได้ไหม ฉะนั้นคำตอบก็มีอยู่แล้วว่า ทำไม่ได้อยู่ดี ดังนั้น สิ่งที่เขาพูดหรือเสนอมามันก็กลับเข้าสู่ตัวเองหมดว่าทำไม่ได้ เพราะกระบวนการมันไม่ได้เข้มแข็ง มันต้องค่อยๆไปของมันแบบนี้

@การร่างรัฐธรรมนูญในปีหน้า จะเป็นอย่างไร เพราะมีแนวโน้มว่า น่าจะใส่เรื่องการยกเลิกลบล้างความผิดที่เกี่ยวเนื่องกับ 19 ก.ย. คดีความพ.ต.ท.ทักษิณ เงินที่ศาลฎีกายึดในคดีทักษิณร่ำรวยผิดปกติ 4.6 หมื่นล้านบาท คดีความคตส.
ผม ว่าจะเกิดกลียุค เพราะเราไม่ได้แก้ปัญหาก่อนนั้น ก็เพราะการโกงของเขาถึงได้เกิดอันนี้ขึ้นมา ถ้ามีการล้างอันนี้ด้วยการถอยหลังมันก็จะเกิดปัญหาขึ้นมาอีกรอบ การถอยหลังมันคือ ความขัดแย้งทั้งสิ้น ตอนนี้มันสงบแล้ว ถ้าเดินหน้าต่อก็เดินบนทางสงบไปตามระบบ แต่ถ้าถอยก็เท่ากับว่า กลุ่มนี้ประสงค์จะเกิดความขัดแย้งใช่ไหม โดยย้อนกลับไปสู่ยุคที่มีความขัดแย้ง และตอนนี้ฝ่ายที่เขาต่อสู้ก็ตีตื้น ได้คืนหมดแล้ว ได้เป็นรัฐบาลกลับมาแล้ว ดังนั้น ไม่มีเหตุผลอื่นใดนอกจากจะช่วยเหลือคนๆ เดียว ที่ยังไม่ได้ คำตอบก็คือ เพื่อช่วยคุณทักษิณ เพราะคนอื่นเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนเท่าไร แกนนำเสื้อแดงเขาก็ยอมรับ ไม่ได้ถูกจับ ศาลก็ให้ประกัน ให้สิทธิเต็มที่ ฉะนั้นการต่อสู้ทั้งหมดก็คือ เพื่อแก้ไขให้คนๆเดียว คือ คุณทักษิณ อย่างเรื่องพาสปอร์ตที่รมว.ต่างประเทศคิดจะคืนให้คุณทักษิณ ความจริงเรื่องนี้ไม่ควรมาพูดเพราะถ้าคนไหนถูกศาลสั่งจำคุก เขาก็ยังให้พาสปอร์ตไม่ได้ แล้วจะไปคิดคืนได้อย่างไร มันข้ามช็อตเกิน

เรื่องอภัยโทษก็เหมือนกัน กฎหมายเขียนไว้ชัดว่าผู้ที่เข้าเงื่อนไขคือ ผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุด หรือ ผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องคือ พ่อ แม่ ลูก เมีย ที่ขอได้ แต่เขาไม่ขอ ก็ไม่เข้าเงื่อนไข แต่เขาต้องการให้เอากฎหมายปรับให้เข้ากับเขา นี่คือ เขียนกฎหมายเพื่อให้เข้ากับคนๆเดียว ทำไมคนอื่นเขาขอกันหมด เลยตัวคุณคนเดียวที่ไม่ขอ ผมก็แปลกใจทำไมคุณไม่ขอ เขาคงคิดว่า ถ้าเขาขอแล้วจะเสียเหลี่ยมทั้งๆที่ศาลตัดสินแล้ว

@หลายฝ่ายวิจารณ์ว่า รัฐบาลพยายามช่วยเหลือคุณทักษิณแก้ผิดเป็นถูกเป็นเช่นนั้นไหม
มันก็เป็นอย่างนั้น….ความจริงคุณ ทักษิณมีเงินเป็นหมื่นล้าน ถ้าเขาคิดอยากทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ก็ทำได้มากมาย แต่ก็กลับทำประโยชน์ให้กับตัวเองและผมก็เชื่อเลย เวลาไปเจรจาเรื่องน้ำมันในนามรัฐบาลหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมเชื่อว่า แกต้องมีบริษัทหรือหุ้นน้ำมัน เหมือนที่เราเห็นในพม่าแล้ว แล้วเรื่องแค่นี้เอง ขออภัยโทษทำไมเขาถึงยื่นไม่ได้ให้คนอื่นยื่นแทน ทีนี้ถ้าเราไปแก้กฎหมายเพื่อคนๆ เดียว นิติราษฎร์ก็เข้าทางจะมาแก้ตัวอย่างไร เพราะทุกคนก็ได้ประโยชน์หมดแล้ว

@ถ้ามองเจตนาของนิติราษฎร์ก็เข้าทาง พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างนั้นหรือ แต่ถ้ามองแง่ดี อาจไม่ได้ตั้งใจ
แต่จังหวะคุณเป็นแบบนี้แล้วมีคนเตือนแล้ว และยังขืนทำต่อ ผมก็ถือว่า นี่ตั้งใจแล้ว ผมอยากบอกหลักอันหนึ่งที่เราเข้าใจผิดกัน ผม ถามคุณนะว่า คนที่ทำชั่วโดยรู้ว่าชั่ว กับ คนที่ทำชั่วโดยไม่รู้ว่า สิ่งนั้นชั่ว คนไหนควรจะถูกลงโทษหนักกว่ากัน เรามักจะตอบกันว่า คนแรก แต่ที่จริงต้องเป็นคนที่สอง เพราะคนที่สองมันทำความเสียหายกับบ้านเมืองมากกว่า คนแรกมันยังรู้ดีรู้ชั่ว แต่คนเรามันยังไม่รู้เลย มันก็ทำไปเรื่อย ฉะนั้นไอ้นี่มันต้องร้ายแรงมากกว่า

@การเมืองปีหน้า คิดว่าจะวุ่นวายหรือไม่
คงไม่ แต่มันจะอึมครืม เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมันสอนอะไรเราพอควร อย่างตอนนี้หลายคนรอดูว่า แล้วไงต่อ แล้วผมเชื่อว่า ในฝ่ายแดงก็มีหลายส่วน ถ้าตอบแทนบุญคุณกันไม่ครบมันก็จะเกิดเรื่องได้ และการที่เขาเคยเสี้ยมสอนอะไรเอาไว้ในช่วงที่ผ่านมา มันก็จะกลับมาทิ่มแทงตัวเอง ผมมองว่า เขาอาจจะทะเลาะกันเอง

Tags:
comments Comments (0)    -
October 1st, 2011 at 7:53 pm

โปรดเกล้าฯ584นายทหาร…วิเคราะห์ใครเป็นใครในตำแหน่งสำคัญ

30 ต.ค.2554 มีพระบรมราชการโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ จำนวน 584 นาย โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์​ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ใครเป็นใครในตำแหน่งสำคัญ นับว่าเป็นเรื่องน่าติดตาม…

บัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ประจำปีนี้เกิดความล่าช้าเพราะตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมไม่ลงตัว โดย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ต้องการเสนอชื่อของ พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ (ตท.11) รองปลัดกระทรวงกลาโหม ขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง เพราะต้องการคนที่ไว้ใจขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้ โดยที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้ขอความเห็นชอบจาก ผบ.เหล่าทัพ ซึ่ง ผบ.เหล่าทัพ ก็ไม่ได้ขัดข้อง

กระทั่ง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้นำบัญชีรายชื่อเสนอไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล่้า แต่เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ดูบัญชีรายชื่อ จึงตีกลับให้กองทัพทบทวน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมมา เป็น พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ (ตท.11) ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.พรรคเพื่ีอไทย เนื่องจากภรรยาของ พล.อ.เสถียร เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคใน จ.อุบลราชธานี

ภรรยาของ พล.อ.เสถียร คือ ดร.ณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์ เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลคำขวาง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เป็นผู้สนับสนุนอันแข็งแกร่งในพื้นที่เลือกตั้ง จ.อุบลราชธานี ซึ่งในการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยชนะมากถึง 7 เขต

“พฤณฑ์”ติดพลเอก-ส่งน้องชาย ทส.นายกฯ

นอกจากนั้น มีการขยับให้ พล.อ.ชาตรี ทัตติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกลาโหม พล.อ.อ.ไมตรี โอสถหงษ์ รองเสนาธิการทหาร และ พล.ร.อ.รุ่งรัตน์ บุณยรัตพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม ขณะที่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ปรึกษาคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย ขยับเป็นผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม พล.ท.พฤณท์ สุวรรณทัต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (อัตราพลเอก)

พล.ท.พิณภาษณ์ สริวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระรวงกลาโหม เป็นเจ้ากรมเสมียตรา โดยมี พล.อ.ภุชงค์ รัตนวรรณ ผู้บัญชาการสถาบัญวิชาการป้องกันประเทศ เป็นจเรทหารทั่วไป พ.อ.สุรศักย์ วัยคุณา เป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี และ พ.อ.พันลึก สุวรรณทัต เป็นนายทหารคนสนิทนายกรัฐมนตรี

“ธนะศักดิ์” ผงาดนั่ง ผบ.สส.

ส่วนบัญชีรายชื่อในส่วนของกองทัพไทย เป็นไปตามคาดหมายที่ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เสนอให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เสนาธิการทหาร ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.สส. โดยมี พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ เจ้ากรมเสมียนตรา พล.อ.อ.หม่อมหลวงสุปรีชา กมลาศน์ หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผุ้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.ร.อ.ยุทธนา ฟักผลงาม ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ และ พล.อ.อ.บุญยฤทธิ์ เกิดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ​ เป็นรอง ผบ.สส.

และขยับให้ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รองเสนาธิการทหารบก เป็นเสนาธิการทหาร พล.อ.วุฒินันท์ ลีลายุท ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพไทย พล.ร.ท.ไพบูลย์ ช้อยเพ็ง เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหาร และ พล.อ.ท.ระพีพัฒน์ หลาลเลิศบุญ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน เป็นรองเสนาธิการทหาร ส่วน พล.ท.สมหมาย เกาฎีระ ปลัดบัญชีทหาร เป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ท.สุพรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ เจ้ากรมข่าวทหาร เป็นเจ้ากรมยุทธการทหาร พล.ท.อรรถนพ ศิริศักดิ์ ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นเจ้ากรมข่าวทหาร พล.ท.วิทยวัส บุญยสัมพันธุ์ จเรทหาร เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล

นอกจากนั้น ยังมีการปรับเปลี่ยนในตำแหน่งเจ้ากรมกิจการชายแดน โดยให้ พล.ท.วรวิทย์ ดรุณชู ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพไทย เป็นเจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร เพื่อเข้ามาสานงานต่อในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) เพื่อหวังที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา รวมถึงการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บัญชาการทหารศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) มาเป็น พล.ท.เชาวฤทธิ์ ประภาจิตร์ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ซึ่งการมาดำรงตำแหน่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ถูกย้ายฟ้าผ่าเมื่อครั้งที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงล้อบรถที่กระทรวงมหาดไทย ทั้งๆ ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น และขยับให้ พล.ต.หฤษฎ์ พุ่มหิรัญ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร น้องชายของ พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร

“ดาว์พงษ์”ขึ้น รองผบ.ทบ.

ขณะที่กองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ดันเพื่อน “ตท.12″ ขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญหลายคน โดยเฉพาะการดัน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ จากเสนาธิการทหารบก ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการทหารบก และขยับ พล.อ.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม “ตท.11″ จากผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ขึ้นเป็นประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. และเปิดทาง พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน “ตท.11″ เพื่อนร่วมรุ่นจากที่ปรึกษากองทัพบก ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. ตามข้อตกลงที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยสัญญาว่าจะให้ตำแหน่งนี้เมื่อปีที่ผ่านมา นอกจากนั้น ยังมีแรงหนุนจากรัฐบาลเพื่อไทยสนับสนุน เนื่องจากเป็น “น้องเขย” ของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยด้วย

พล.ท.โปฎก บุนนาค ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) เป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. และขยับให้ พล.ท.ศิริชัย ดิษฐกุล “ตท.13″ รองเสนาธิการทหารบก ขึ้นเป็นเสนาธิการทหารบก เพื่อดูสายงานด้านยุทธการ พร้อมทั้งยังมีแรงหนุนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ผลักดันเพื่อให้ขึ้นมารับตำแหน่งนี้ พล.ต.ชลิต เมฆมุกดา เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 รับผิดชอบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พล.ต.กฤษณ์ กิจสุวรรณ เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 พ.อ.จารุเกียรติ ชัยวงศ์ เป็นผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ซึ่งถือเป็นกองพลใหม่ที่ตั้งขึ้นมาดูแลพื้นที่ จ.ขอนแก่น

ผบ.หน่วยสลายม็อบได้ดี-ขยับ 3 ผบ.กองพลทหารราบ

ส่วนตำแหน่งที่ฮือฮาของ ทบ. คือ พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ที่มีส่วนสำคัญในการสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 ขณะที่ พ.อ.การุณ รัตนสุวรรณ น้องชาย พล.อ.ดาว์พงษ์ ได้ขึ้นเป็น ผบ.กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ส่วน พล.ต.พะโจมม์ ตามประทีบ เสธ.นสศ. น้องชาย พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีบ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทร. นายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขยับเป็น ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1

สำหรับ 3 กองพลทหารราบที่มีบทบาทสำคัญในการทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 และมีบทบาทในการสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงเดือน เม.ย.2552 และ เม.ย.-พ.ค.2553 ได้มีการเปลี่ยน ผบ.พล ทั้งหมด โดยโยก พล.ต.พิสิทธิ์ สิทธิสาร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) กลับเข้าเมืองนั่งเป็น ผบ.พล.1 รอ. เป็นสายตรง พล.อ.ดาว์พงษ์ ขณะที่ พ.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ รอง ผบ.พล.ร.2 รอ. ขึ้นเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ. ส่วน พล.ต.ภาณุวัชร นาควงษม์ ผบ.มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ขยับเป็น ผบ.กองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) ซึ่งทั้งสองคนถือเป็นทหารสาย “บูรพาพยัคฆ์”

ตท.13 คุม 5 ฉลาม ทร.-พี่ชายพจมานขึ้นพลเรือเอก

ในส่วนของกองทัพเรือ (ทร.) ถือเป็นประวัติศาสตร์ของ ทร.ที่ตำแหน่ง 5 ฉลามเกษียณอายุราชการพร้อมกันหมด ทำให้มีการขยับตำแหน่งระดับหัวครั้งใหญ่ และนายทหารจาก ตท.13 ขึ้นเป็น 5 ฉลาม ทร.เกือบทั้งหมด โดย พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ที่ปรึกษาพิเศษ ทร. “ตท.13” ที่ได้รับแรงสนับสนุนจาก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ขึ้นเป็น ผบ.ทร. เพื่อสานต่อโครงการเรือดำน้ำที่ยังไม่สำเร็จ ซึ่งถือเป็นแคนดิเดทที่มีข่าวได้ตำแหน่ง ผบ.ทร.แบบนอนมากว่า 2 เดือนแล้ว

ขณะที่ พล.ร.อ.วีรพล กิจสมบัติ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำ ผบ. “ตท.11” ขยับเป็น รองผบ.ทร. ส่วน พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ ผู้ทรงวุฒิพิเศษ ทร. “ตท.12” ขึ้นเป็น ประธานคณะที่ปรึกษา ทร. ส่วนทาง พล.ร.อ.อมรเทพ ณ บางช้าง ผู้ทรงวุฒิพิเศษ ทร. “ตท.13” ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทร. ส่วนหัวหน้าโครงการเรือดำน้ำมือสองเยอรมนี พล.ร.อ.ดำรงศักดิ์ ห้าวเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทร. “ตท.13” ขึ้นเป็น เสธ.ทร.

พล.ร.ท.ฆนัท ทองพูล ผบ.กองทัพเรือภาค 1 “ตท.12” ขึ้นเป็น ผบ.กองเรือยุทธการ พล.ร.ท.เกียรติศักดิ์ ดามาพงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ (อัตราพลเอก) โดย พล.ร.ท.เกียรติศักดิ์ เป็นพี่ชายของ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร

กองทัพอากาศ (ทอ.) พล.อ.อ.ศรีเชาวน์ จันทร์เรือง (ตท.12) ผู้ช่วย ผบ.ทอ. เป็น รอง ผบ.ทอ. พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง (ตท.13) เสธ.ทอ. เป็นผู้ช่วย ผบ.ทอ. พล.อ.ท.วินัย เปล่งวิทยา (ตท.12) ผบ.ควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (คปอ.) เป็นผู้ช่วย ผบ.ทอ. และ พล.อ.ท.เพิ่มเกียรติ ลวณะมาลย์ (ตท.13) รองเสธ.ทอ. เป็น เสธ.ทอ

ทหารหญิงติดนายพล 11 คน

สำหรับนายพลหญิงที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ มีทั้งหมด 11 คน คือ 1.พล.ต.หญิงดวงกมล สุคนธทรัพย์ เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ 2.น.อ.หญิงฐิติวรรณ กาญจนโยธิน เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพไทย 3.พ.อ.หญิงอภินทร์พร พุธวัฒนะ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก 4.พ.อ.หญิงวรรณรินทร์ เอี่ยมสอาด เป็นผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก 5. พ.อ.หญิงภัสสรา ลาวัณย์ทักษิณ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก 6.พ.อ.หญิงเกศินี ยุทธนาถจินดา เป็นผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก

7.น.อ.หญิงพัฒนทวิ ศรีสมวงศ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ทันตกรรมกรมแพทย์ทหารเรือ 8.น.อ.หญิงนภาวดี อิ่มพูลทรัพย์ เป็นผู้ชำนาญการกองทัพอากาศ 9.น.อ.หญิงประอรณี ถนัดพจนามาตย์ เป็นผู้ช่วยปลัดบัญชีทหารอากาศ 10.น.อ.หญิงเมตตา คันธา เป็นผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ 11.น.อ.หญิงปทุมพร เหมโสรัจ เป็นผู้ชำนาญการกองทัพอากาศ

Tags:
comments Comments (0)    -
October 1st, 2011 at 7:36 pm

ฮือฮาชาวเน็ตอีก!กูเกิ้ลแปลภาษา “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”Shinawatra looks great”

ฮือฮาอีกแล้วสำหรับบริการแปลภาษา Google Translate หลังจากเคยบริการแปลภาษาไทยคำว่า “พันตำรวจโท” เป็นคำภาษาอังกฤษว่า “Thaksin Shinawatra” กระทั่งกูเกิลได้ปรับปรุงผลการแปลคำดังกล่าวแล้วเป็น Police Lieutenant

ล่าสุด พบว่าบริการแปลภาษา Google Translate ยังแปลภาษาไทยคำว่า “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ในเชิงเรียกเสียงฮากับผู้ที่มาใช้บริการ

โดยเมื่อพิมพ์คำว่า “ยิ่งลักษณ์” กูเกิ้ลแปลภาษาจะขึ้นว่า The look and feel.

และเมื่อพิมพ์ว่า “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ระบบแปลภาษาของกูเกิ้ลจะแปลออกมาเป็นคำว่า “Shinawatra looks great” ทำให้บรรดาชาวอินเทอเน็ตต่างประหลาดใจกับคำแปลดังกล่าว ซึ่งหมายความว่า “ชินวัตรดูเยี่ยมมากเลย”

 

 

GoogleTranslate นั้นเป็นเครื่องมือแปลภาษาที่กูเกิลเปิดให้ชาวเน็ตทั่วโลกใช้งานฟรี ความสามารถพิเศษคือการแปลภาษาได้ไม่จำกัดขนาด ทั้งข้อความที่เป็นประโยค เอกสารทั้งฉบับ รวมถึงเว็บเพจทั้งเว็บไซต์ เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Google Translate สามารถแปลภาษาได้ดีกว่าโปรแกรมดิกชันนารีทั่วไป คือ การใช้ระบบแปลภาษาเชิงสถิติ หรือ “statistical machine translation” ซึ่งนำรูปแบบข้อความจำนวนมากที่ถูกใช้บนอินเทอร์เน็ต มาประมวลผลจนได้ข้อความที่มีความใกล้เคียงที่สุด

Tags:
comments Comments (0)    -
October 1st, 2011 at 7:03 pm

“แพลงกิ้ง” ค้านตั้งนิคมอุตฯระยอง

 กลุ่มคนบ้านค่ายรักบ้านเกิด จ.ระยอง 300 คน ปิดถนนทำเก๋”แพลงกิ้ง”กันเกลื่อนถนน คัดค้านตั้งนิคมอุตสาหกรรมบ้านค่าย

เมื่อ เวลา 13.00น.วันที่ 1 ต.ค. ที่บริเวณหน้าบริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง  กลุ่มคนบ้านค่ายรักบ้านเกิด กว่า 300 คน นำโดยนายเศรษฐา  ปิตุเตชะ ประธานสภาอบจ.ระยอง รวมตัวกันคัดค้านการตั้งนิคมอุตสาหกรรมบ้านค่าย(ไออาร์พีซี) ในพื้นที่ ต.หนองบัวและ ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

จากนั้นแกนนำได้อ่านแถลงการณ์การคัดค้านตั้งนิคมอุตสาหกรรมบ้านค่าย มีใจความว่า “พื้นที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมบ้านค่าย พื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ตั้งอยู่เหนือแหล่งต้นน้ำแม่น้ำระยอง ที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาจำหน่ายให้กับคนระยอง ซึ่งอาจมีน้ำเสียจากนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวทิ้งปะปนไหลลงแม่น้ำระยอง ดังนั้นพื้นที่ดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมที่จะตั้งนิคมอุตสาหกรรม”  จากนั้นนายเศรษฐา ปิตุเตชะ พร้อมด้วยนายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก แกนนำ ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ยกเลิกการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวกับนาย ประทีป วัฒนาศรีโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บ.ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)  โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองระยอง จำนวน 50 นาย มาคอยรักษาความสงบเรียบร้อย

นายเศรษฐา เปิดเผยว่า บริษัท ไออาร์พีซี  ได้อาศัยช่องว่างที่กฎหมายผังเมืองรวมจังหวัดระยองที่ยังไม่ประกาศใช้ ดำเนินการประกาศจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ประเภทอนุรักษ์ชนบทและ เกษตรกรรม ท่ามกล่างเสียงร้องคัดค้านของประชาชนในพื้นที่ จึงขอให้ทางไออาร์พีซี แสดงสปิริตยกเลิกการตั้งนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนบ้านค่ายรักบ้านเกิด ก็ได้ปิดถนนด้านหน้าบริษัทไออาร์พีซีฯ ฝั่งขาเข้าตัวเมืองระยอง ทำกิจกรรม”แพลงกิ้ง” แสดงสัญลักษณ์การคัดค้าน และเคลื่อนขบวน ไปตามถนนสุขุมวิท เข้าตัวเมืองระยอง เพื่อแจกเอกสารคัดค้านให้กับประชาชนในเขตเทศบาลนครระยองก่อนแยกย้ายเดิน ทางกลับ โดยไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ

Tags:
comments Comments (0)    -
October 1st, 2011 at 6:54 pm

ล่าไอ้โรคจิตลวงเด็กอนาจาร

 ล่าไอ้วิตถารลวงเด็กหญิง7ขวบทำอนาจารจับขวดโซดายัดอวัยวะเพศฉีกขาด พ่อพาแจ้งความตรวจร่างกายแพทย์ระบุอาการหนักเสียเลือดมาก

เมื่อ เวลา  15.30 น.วันที่ 1 ต.ค. ขณะ ร.ต.อ.สิงห์คาล นันทะชัย  ร้อยเวร สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ มีนายกวาง  (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี พา ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 7 ขวบ ลูกสาว มาแจ้งความ ว่าเมื่อช่วงเช้าเวลา 06.00 น.ขณะน้องบีช่วยเปิดร้านเสร็จ  เดินออกไปซื้อขนมที่ร้านอยู่ข้างๆกัน ระยะทางไม่เกิน 15 เมตร จากนั้นน้องบีได้หายไป สักพักเห็นน้องบี เดินร้องไห้กลับมากางเกงมีเลือดเต็มไปหมด สอบถามได้ความว่า  เดินไปซื้อขนมกินที่ร้านยายขณะกำลังเดินกลับบ้านมีลุงผู้ชายไม่รู้ว่าเป็น ใครขี่ รถจักรยานมาจอดแล้วบอกว่า จะเอาของมาทำที่ร้านพ่อให้หนูไปช่วยยกด้วยหนูบอกว่าไม่ไป ลุงเขาเลยอุ้มหนูซ้อนท้ายรถจักรยานขี่มาสุดซอย แล้วอุ้มหนูขึ้นไปบนตึกร้าง จับแก้ผ้าพร้อมเอามือปิดปากขู่ไม่ให้ร้องไม่อย่างนั้นจะฆ่าให้ตาย แล้วใช้ขวดโซดาสอดอวัยวะเพศจนเจ็บ และพยายามร้องแต่โดนมืออุดปากแทบหายใจไม่ออก หนูร้องไห้ตลอด จากนั้นนำตัวมาส่งร้านขนมข้างร้านพ่อ แล้วขู่ไม่ให้บอกใคร

หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.สิงห์ขาล จึงนำตัว ด.ญ.บี ไปตรวจรักษาที่ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าเด็กมีอาการหนักเพราะถูกของแข็งขนาดใหญ่ทิ่มแทงเข้า ไปในอวัยวะเพศทำให้เกิดบาดแผลฉีกขาดเกือบถึงรูทวารหนักเลือดไหลไม่หยุดอาการ สาหัส จึงนำตัวส่งต่อไปที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ทางโรงพยาบาลจึงให้นอนรักษาตัวเนื่องจากเด็กเสียเลือดมาก

จากการสืบสวนมีพยานเห็นเหตุการณ์ให้การว่า  ขณะที่กำลังยืนซื้อของอยู่เห็นชายอายุประมาณ 40 ปี รูปร่างท้วม ผิวดำ ไว้ผมทรงสกรีนเฮด ไว้หนวด สูงประมาณ 160 ซม. สวมเสื้อคลุมสีดำข้างหลังเสื้อมี โลโก้รูปหัวใจคล้ายเสื้อคลุมของ รพ.แห่งหนึ่ง นุ่งกางเกงยีนฟอก สวมร้องเท้าแตะ   ขี่รถจักรยาน สีดำสภาพเก่าเข้าไปในซอย ส่วนคนซ้อนเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักแต่ที่กางเกงมีเลือดเปราะเปื้อนเต็ม ไปหมด พยานนึกว่าพ่อพาลูกไปหาหมอที่อนามัยไม่รู้ว่าเป็นคนร้ายพาเด็กไปอนาจาร

ร.ต.อ.สิงห์ขาล ร้อยเวร เปิดเผยว่า อย่างไรก็ตามสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือ มาพำนักอยู่ในพื้นที่เพราะขณะก่อเหตุได้ขี่รถ จักรยานตระเวนหาเหยื่อ  และทราบจากเด็กว่าคนร้ายไม่ได้ลงมือข่มขืนเด็กแต่ใช้ขวดทิ่มแทงเข้าไปใน อวัยวะเพศซึ่งพฤติกรรมวิกลจริตและสิ่งที่กระทำต่อเด็กมีโอกาสถึงเสียชีวิต ได้  หากผู้ใดพบเห็นบุคคลลักษณะที่กล่าวมา ขอให้แจ้งไปที่เบอร์ 02-462 7888 และเบอร์ 086-200 6292  ได้โดยตรง เพราะเกรงว่าคนร้ายคนน่าจะเป็นพวกซาดิสต์วิตถาร ถ้าปล่อยไว้อาจจะต้องไปทำกับเด็กคนอื่นอีก

Tags:
comments Comments (0)    -
October 1st, 2011 at 6:52 pm

เพื่อไทยขวาง “มาร์ค” ออกจ้ออากาศ

 ย้อนเกล็ดปชป.“จิรายุ”ขวาง“มาร์ค”จ้อออกอากาศ ชี้ผู้นำพรรคฝ่ายค้านไม่ควรได้เวลาของรัฐบาล

วันนี้ (1ต.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กรุงเทพ ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า สืบเนื่องจากกรณีที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรเวลาออก อากาศให้ผู้นำฝ่ายค้านได้สื่อสารกับประชาชนนั้น ส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายค้านจะไปใช้เวทีรัฐบาล เพราะสมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน เคยขอพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นรัฐบาลขณะนั้นมาตลอด 2 ปีแต่ไม่เคยได้รับโอกาสพร้อมกับคำตอบที่ว่าไม่เคยมีผู้นำฝ่ายค้านคนใดจัด รายการออกอากาศ ดังนั้นเพื่อความยุติธรรมตนคิดว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านไม่ควรได้ใช้เวลาของรัฐบาลเช่นกัน

Tags:
comments Comments (0)    -
October 1st, 2011 at 10:26 am

ยังฮิตซื้อเลขเด็ดนายกฯ

ท้ายงวดราคาพุ่ง ไม่หวั่นน้ำท่วม  คลังรับหนังสือคัดค้านกาสิโสจากกลุ่มนักกฎหมาย-เพื่อนนักศึกษา

เมื่อ วันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อขายสลากประจำงวดวันที่ 1 ต.ค.ว่า แม้ช่วงต้นงวดเป็นไปอย่างเงียบเหงา แต่ช่วงท้ายงวดกลับมาคึกคักได้ แม้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะประสบปัญหาอุทกภัยก็ตาม  ทั้งนี้เนื่องจากช่วงต้นงวดราคาขายส่งสลากฯ สูงมากใบละ 89 บาท ก่อนที่ราคาร่วงลงมาต่อเนื่องและต่ำสุดใบละ 85 บาท เพราะกังวลปัญหาน้ำท่วม และขณะนี้แทบไม่มีสลากฯเหลืออยู่จนราคาปรับขึ้นสูงสุดที่ 94 บาท  สำหรับเลขดังที่บรรดาเซียนหวย นิยมซื้อมากในงวดนี้ ล้วนเป็นเลขที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี อาทิ 44 ปี อายุน.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่งผลให้ราคาขายปลีกพุ่งขึ้นไปถึงใบละ 150 บาททีเดียว รองลงมาคืออายุย่าง 45 ปี นายกหญิงคนที่ 16 ของโลก และพ.ศ.เกิด  510 10 รวมทั้ง 834 ทะเบียนรถประจำตำแหน่ง 924 วันมหิดล 84 อายุในหลวงฯ 79 อายุราชินีฯ 88 อายุหลวงพ่อคูณ 876 คลอดลูกบนรถแท็กซี่ และ 911 นายวันวันที่ยังคงตามกันอยู่
นายนรวัฒน์ โชติกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า  เป็นผู้แทนกระทรวงการคลังเข้ารับหนังสือข้อเรียกร้องคัดค้านแนวคิดการจัด ตั้งบ่อนกาสิโนหรือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์  คอมเพล็กซ์ จากกลุ่มนักศึกษากฎหมายเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยรามคำแหงและเพื่อนนักศึกษา 6 สถาบันไว้แล้ว และจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอให้รมว.คลังพิจารณาต่อไป

Tags:
comments Comments (0)    -