17 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว โรงเรียนในฝัน โรงเรียนสุจริต

October 10th, 2011 at 6:33 pm

แฉซ้ำกำนันขู่ลูกบ้านปูด“หัวคิวบางระกำโมเดล”-พิรุธ!เด้งดาบ ตร.ช่วยชาวบ้าน

พิษณุโลก – คนบางระกำบุกศาลากลางร้องศูนย์ดำรงธรรม เอาผิด “กำนันชุมแสงสงคราม” ข่มขู่ลูกบ้านไล่ออกจากหมู่บ้าน โวยใส่หอกกระจายข่าว แถมอ้างชื่อ ส.ส.- ผู้ว่าฯ ขณะที่ดาบตำรวจชุมแสงฯช่วยชาวบ้าน แฉข่าวส่วยบางระกำโมเดล ถูกคำสั่งช่วยราชการด่วน แถมมี SMS ขู่ซ้ำ

วันนี้ (10 ต.ค.54) ที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นางละเอียด รักภูมิ ชาวบ้านปากคลองหมู่ 11 ต.บางระกำ จ.พิษณุโลก พร้อมชาวบ้านประมาณ 15 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนให้เอาผิด กำนันตำบลชุมแสงสงคราม โดยระบุว่า ใช้อำนาจในทางที่ผิด โดยมีนายอธิปไตร ไกรราช นิติกรจังหวัดพิษณุโลก ศูนย์ดำรงธรรมรับเรื่องราว พร้อมส่งเรื่องไปยังนายอำเภอและผู้ว่าฯต่อไป

       โดยหนังสือร้องเรียนระบุว่า เนื่องด้วยนายมนัส ทับแผลง กำนันตำบลชุมแสงสงคราม ได้ใช้หอกระจายข่าวในทางที่ผิด คือ ด่าลูกบ้าน พูดเรื่องที่ไม่สมความพูด รวมทั้งนำชื่อของนายอำเภอบางระกำ ผู้ว่าราชการจังหวัด และ ส.ส.มากล่าวอ้างการข่มขู่ประชาชน สร้างความรำคราญ และทำให้ชาวบ้านเกิดความเครียด รวมถึงส่อทุจริตเกี่ยวกับการกู้เงินของหมู่บ้าน (กข.คจ.) และการรับรองบ้านเลขที่ แต่ไม่มีบ้านตั้งอยู่จริง เพื่อเอื้อประโยชน์ในการรับสิทธิ์ต่างๆ รวมถึงการรับรองบ้านที่น้ำไม่ท่วม ให้ได้รับเงิน แต่ชาวบ้านที่น้ำท่วมจริง กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือ

       ชาวบ้านจึงรวมตัวกันมาของความเป็นธรรม ขอให้กำนันมนัส ทับแผลง ประกาศแต่ข่าวทางราชการ ไม่ใช่เปิดหอกระจายข่าว เพื่อด่าชาวบ้าน ตอนนี้น้ำท่วมสูงอีกครั้ง “วอนท่านช่วยชาวบ้านให้พ้นจากการอยู่ใต้การใช้อำนาจทางมิชอบ”

       นางชลอน บุญมา ชาวบ้านปากคลองหมู่ 11 ต.บางระกำ จ.พิษณุโลก บอกว่า หลังจากที่ตนและกลุ่มชาวบ้าน ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ไปร้องเรียนนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ว่า กำนันตำบลชุมแสงสงคราม ออกเสียงตามสายด่าลูกบ้าน เพราะไปปูดข่าวหัวคิวน้ำท่วมเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาแล้ว
       ล่าสุดวันนี้ (10 ต.ค.)เขานำภาพถ่ายตนและลูก รวมถึงชาวบ้านคนอื่นไปเผยแพร่ และบอกอีกว่า ถ้าใครชี้ตัว คนที่อยู่ในรูปได้จะให้ข้าว 2 ถุง (จากปกติการแจกถุงยังชีพ จะได้เพียง 1 ถุง) ทำให้พวกชาวบ้านถูกประจาน แถมมีผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ไปสอบถาม ก็หาข้ออ้างสารพัด แล้วออกเสียงตามสายซ้ำอีก

       นางละเอียด รักภูมิ ชาวบ้านฝากคลองหมู่ 11 ต.บางระกำ ยังบอกอีกว่า กำนันกู้เงิน กข.คจ.ไปคนเดียว 46,000 บาท แต่พวกชาวบ้านกู้มากไม่ได้ ได้แค่คนละ 10,000 บาทเท่านั้น ถือว่า เอาเปรียบ นอกจากนี้ตนยังทราบอีกว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้ใช้คำสั่งโยกย้ายดาบตำรวจคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหัวหน้า อส.ตร.ชุมแสงสงคราม ที่ช่วยลูกบ้านจำนวนมากและอยู่กลุ่มของตนที่ปูดข่าวหัวคิวเงินชดเชยน้ำท่วม รวมไปถึงเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลต่างๆในหมู่บ้าน แต่วันนี้กลับต้องถูกย้ายออกนอกพื้นที่

       “ตนบอกได้คำเดียวว่า เสียดาย ก่อนที่จะถูกย้ายก็มีข้อความส่งทางโทรศัพท์ขู่เขาเป็นระยะ กระทั่งทราบว่า อิทธิพลมืดมีจริง”

       และเมื่อผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อเท็จจริงพบ ว่า ได้มีคำสั่ง ตร.ภูธร.จว.พล.เลขที่ 968/2554 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2554 ให้ ดาบตำรวจ โฆษวิส ปัญญะติ ช่วยราชการจังหวัดตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก จริงตามที่ชาวบ้านบางระกำอ้างถึง

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 9th, 2011 at 9:10 pm

ปชป.ให้เวลาอสส.แจงเอกสารถึง11ตค.นี้

ประชาธิปัตย์ ให้เวลา อสส. แจงเอกสารไม่ฎีกาหุ้นชินฯ ถึง 11 ต.ค. นี้ แถมเตรียมตรวจสอบคดี CTX ด้วย

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายของพรรค เปิดเผยกับสำนักข่าว INN เกี่ยวกับความคืบหน้าการขอเอกสารความเห็นจากอัยการสูงสุด กรณีไม่ฎีกาในคดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินคอร์ป ของ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และพวก ว่า ในวันนี้ ทีมกฎหมายได้มีการประชุมหารือกันแล้ว และมีความเห็นว่าจะรอเอกสารจากอัยการสูงสุด ตามกรอบเวลาที่เคยตั้งไว้ คือประมาณวันที่ 11 ต.ค. นี้ แต่หากไม่ได้รับเอกสาร ก็จะมีการดำเนินการขั้นต่อไปทางสื่อมวลชนอีกครั้ง

นอกจากนี้ นายวิรัตน์ ยังกล่าวอีกว่า ทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ ยังเตรียมที่จะจี้อัยการสูงสุด ในคดีการทุจริต CTX ด้วยเช่นกัน

Tags:
comments Comments (0)    -
October 9th, 2011 at 9:01 pm

ชายอังกฤษนอนคุก “คดีแพร่เอดส์” ให้หญิงนับร้อย-อ้างติดโรคจาก “ไทย”

เท เลกราฟ/บีบีซี – ตำรวจอังกฤษประกาศเตือนผู้หญิงหลายร้อยคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์กับ ไซมอน แมคเคลียว ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ให้ออกมาแสดงตัวร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติม หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาคนนี้ถูกตัดสินโทษจำคุก เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ข้อหาเจตนาก่อความบาดเจ็บสาหัสแก่ร่างกายของบุคคล “ด้วยการแพร่เชื้อเอดส์” ที่เชื่อว่า ติดมาจากโสเภณีในประเทศไทย ให้กับคู่นอนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่จำนวนมาก

ทั้งๆ ที่รู้ตัวว่า มีเชื้อเอชไอวีแฝงอยู่ในร่างกาย ไซมอน แมคเคลียว ชาวเมืองมิดเดิลสโบรห์ วัย 38 ปี ยังเจตนาหลับนอนกับผู้หญิงโดยไม่ป้องกันนับร้อยคน ในจำนวนนี้รวมทั้งกลุ่มผู้หญิงขายบริการ นอกจากนี้ เขามักเดินทางมาประเทศไทย และคาดว่า แมคเคลียว ติดเชื้อโรคร้ายจากโสเภณีไทย เมื่อปี 2005

เมื่อวันอังคาร (4) ที่ผ่านมา ศาลอาญาเขตทีส์ไซด์พิพากษาลงโทษจำคุกแมคเคลียว เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่า เจตนาแพร่เชื้อเอดส์ให้บุคคลอื่น ตามข้อกล่าวหา “ประสงค์ก่อความบาดเจ็บสาหัสแก่ร่างกายของบุคคล” หลังศาลมีคำสั่งตรวจสอบผลเลือดของเขา

แอนดี กรีนวูด ตำรวจฝ่ายสืบสวนเมืองผู้ดี แถลงผ่านสื่อว่า “ใครก็ตามที่เคยมีความสัมพันธ์กับแมคเคลียว ควรเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ … มีความเป็นไปได้ว่า ผู้ต้องหามีความสัมพันธ์กับคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่จำนวนมาก เราขอเรียกร้องให้ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อติดต่อเราในทันที”

“เหยื่อจะทุกข์ทรมานไปจนช่วงชีวิต จากพฤติกรรมที่มีเจตนาอำมหิตของผู้ต้องหา”

ทั้งนี้ ไซมอน แมคเคลียว ถูกจับกุมเมื่อปี 2009 หลังจากคู่นอนของเขาคนหนึ่งตรวจพบว่า เธอกำลังติดเชื้อเอชไอวี ขณะที่กำลังตั้งครรภ์กับแมคเคลียว ทว่า โชคดีที่ลูกของเธอไม่ได้รับเชื้อมรณะนี้เข้าไปด้วย หลังจากคลอดก่อนกำหนดในเวลาต่อมา

เหยื่อผู้เป็นโจทก์รายนี้ เปิดใจว่า ขณะที่ผู้ต้องหาถูกจำคุกแค่ 2 ปี 8 เดือน แต่เธอเหมือนถูกจองจำไปตลอดชีวิต

ด้าน ไซมอน แมคเคลียว กล่าวผ่านทนายความว่า รู้สึกเสียใจและสำนึกผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างยิ่ง ขณะที่ตำรวจอังกฤษเผยแพร่ภาพของผู้ต้องหาไปยังสื่อทุกสำนัก โดยหวังให้ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาการเพิ่มโทษให้สาสมกับการกระทำ

ระหว่างการพิจารณาคดี แมคเคลียว ให้การว่า เคยหลับนอนกับผู้หญิง รวมทั้งโสเภณี โดยไม่ป้องกันมาแล้วนับร้อยคน โดยเขาได้อยู่กินกับผู้หญิงบริการในไทย ช่วงปี 2005 ก่อนเข้ารับการตรวจเลือดในปี 2006 ซึ่งผลตรวจออกมาว่า เขาติดเชื้อเอชไอวี อย่างไรก็ตาม แมคเคลียว ยังเคยไปสวิตเซอร์แลนด์ และอาจเคยใช้บริการโสเภณีที่นั่นเช่นกัน

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 9th, 2011 at 8:09 pm

นักวิชาการชี้รัฐประหารประชาธิปัตย์ได้ประโยชน์เกือบทุกครั้ง

รศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ธรรมศาสตราภิชาน

เสวนา รำลึก”ปรีดี พนมยงค์” ลั่นมีรัฐประหาร พรรคประชาธิปัตย์มักได้ได้ประโยชน์เกือบทุกครั้ง ด้าน”มรกต”ชม”นิติราษฎร์”กล้าเสนอล้มล้างรัฐประหาร

มธ. -ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวิทยาลัยนานาชาติ ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดเสวนาวิชาการในหัวข้อ “ภาพลักษณ์ปรีดี พนมยงค์ กับสังคมการเมืองและประชาธิปไตยไทย”  โดยมีดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ธรรมศาสตราภิชาน วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ นางมรกต เจวจินดา ไมยเออร์ จากโครงการไทยศึกษา วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์

ดร.ธเนศ กล่าวว่า กรณีที่คณะนิติราษฎร์ออกแถลงการณ์ให้ลบล้างผลพวงรัฐประหาร ก.ย. 2549 และทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก จนมีบางกลุ่มออกมาระบุว่า ถ้าจะลบล้างต้องเริ่มตั้งแต่ยุคของคณะราษฎรปี 2475 หากมองในแง่การเมืองนับเป็นมิติที่ดี เพราะแสดงว่า การเมืองในรอบ 70 กว่าปีที่ผ่านมายังไม่นิ่ง ยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

ทั้งนี้ คำถามที่ถูกจุดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นของกลุ่มไหน จะทำให้ทุกคนหันมามองปัญหาทางการเมืองมากขึ้น จึงจะทำให้เราได้เห็นพัฒนาการขณะนี้ว่า ประชาธิปไตยของเรามาอยู่ตรงไหน อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า การรัฐประหารยังคงมีอยู่ตลอด ทำให้มีการถกเถียงกันเหตุการณ์แบบนี้ถูกหรือไม่ เพราะทางหลักนิติธรรมแล้วมันไม่ถูกต้อง

นายธเนศ กล่าวต่อว่า วิวาทะครั้งล่าสุดน่าสนใจ เนื่องจากมีประเด็นที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เพื่อให้มีการลบล้างรัฐประหาร นับเป็นครั้งใหม่ที่หลุดจากกรอบธรรมเนียมของการทำรัฐประหาร หลังจากถูกกดทับเอาไว้ โดยจะไม่ขอตอบว่า ฝ่ายไหนถูก ฝ่ายไหนผิด เพราะไม่มีประโยชน์จะวิจารณ์ใครอยู่เบื้องหลัง เพราะการเมืองมันมีเรื่องผลประโยชน์อยู่แล้ว แต่ปัญหาในระยะต่อไป หากมีการทำไปแล้วใครได้ ใครเสียประโยชน์ อันนี้น่าสนใจ เพราะกระบวนการทางกฎหมายมันมีระเบียบของมันอยู่ แต่จะต้องมีการยอมรับจากภาคส่วนเอกชน สังคม เศรษฐกิจ รวมทั้งนานาชาติด้วย ดังนั้นกว่าที่กฎหมายจะออกมา ต้องมีมาตรการต่างๆ ต้องดูว่า จะไปเปลี่ยนจารีตกฎหมายไทยหรือไม่ ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่าจะมาทำความเข้าใจกัน

ดร.ธเนศ กล่าวต่อว่า การวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นการวิจารณ์ในความเห็นส่วนตัวมาก เกินไป ซึ่งต้องเอาข้อเท็จจริงมาพูดกัน โดยใช้หลักกฎหมาย ส่วนตัวขอตั้งข้อสังเกตว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีปัญหากับประชาธิปไตยมากที่สุด เพราะทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร พรรคที่ได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาล มักจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่ได้กล่าวหา แต่เรื่องมันบังเอิญเป็นแบบนั้นตลอด ดังนั้นคิดว่าการรัฐประหารเป็นต้นกำเนิดของปัญหาทุกวันนี้ รวมถึงปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ดร.ธเนศ กล่าวอีกว่า ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ที่เสนอให้ลบล้างพวงการทำรัฐประหารปี 49 ส่งผลกระเทือนการเมือง ทั้งหมด เพราะการเมืองขณะนี้เป็นการถูกวางอำนาจโดยอำนาจนอกระบบ ที่ในช่วงในหลายปีที่ผ่านมาเป็นการเข้าสู่อำนาจโดยผ่านรัฐประหาร ซึ่งเห็นได้ว่า คนที่ได้ประโยชน์จากการรัฐประหาร คือประชาชนในเมืองที่เป็นฐานเสียงของพรรคการเมือง ดังนั้นประชาธิปไตยที่คณะผู้ก่อการได้วางไว้ตั้งแต่ปี 2475 เป็นการอภิวัฒน์ เพื่อให้คนจำนวนมากมาเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาเปลี่ยนแปลงประเทศ

ชม”ปรีดี”เป็น”สตีฟ จ็อบ” แห่งสยาม

ด้าน นาง มรกต กล่าวว่า หลังจากการปฏิวัติปี 2535 เหตุใดนายปรีดี ถึงถูกพูดถึงตลอดเวลา ดังนั้นต้องเปรียบนายปรีดีเหมือนกับเป็น”สตีฟ จ็อบ”แห่งสยาม ยืนถือลูกแอปเปิ้ลไว้ แต่ไม่ได้กัด นายปรีดีเป็นทั้งจุดแข็ง และจุดอ่อนของคณะราษฎร จุดแข็งคือด้านมันสมองในแง่ความพยายาม จะทำให้เกิดการอภิวัฒน์ปี 2475 เป็นการอภิวัฒน์ที่เปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างอย่างลึกเต็มที่ ทั้งด้านการผลิต โครงสร้างเชิงเศรษฐกิจ ต้องการให้คนธรรมดาทั่วไป สามารถกินดีอยู่ดี ประกันความสุขสมบูรณ์ของราษฎรตั้งแต่เกิดจนตาย ถือเป็นการมองไปข้างหน้าอย่างเป็นระบบ

ส่วนจุดอ่อน คือความคิดที่ก้าวหน้า แต่ต้องการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ภายใต้รัฐธรรมนูญ ขณะที่มีอีกกลุ่มที่ไม่ต้องการจะเสียอำนาจ จึงใช้ความคิดเรื่องคอมมิวนิสต์ มาโจมตีนายปรีดี ขณะเดียวกันต้องขอชื่นชมคณะนิติราษฎร์ที่กล้าออกมาแสดงให้ลบล้างผลพวงจากการ รัฐประหารปี 2549 จนทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ต้องการช่วยเหลือคนๆเดียว คือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 9th, 2011 at 8:06 pm

เยี่ยมผอ.โรงเรียนร่มเกล้า

เยี่ยมผอ.โรงเรียนร่มเกล้า

  • พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯเข้าเยี่ยมนายสกุล ทองเอียด ผอ.ร.ร.ร่มเกล้า ที่รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ที่ถูกคนร้ายประกบยิง
Tags:
comments Comments (0)    -
October 9th, 2011 at 3:57 pm

“มาร์ค” ติง “จตุพร” โหมแก้ พ.ร.บ.กลาโหม แทรกแซงงานมั่นคง

ผู้นำฝ่ายค้านแนะ รบ.แก้ปัญหาในเชิงรุก อย่ามัวไล่ตามปัญหา สะกิด “ปู” บัญชาการแก้ปัญหาด้วยตนเองเพื่อให้การบริหารจัดการทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้น ข้องใจ พท. ดื้อรั้น คิดแก้ พ.ร.บ.กลาโหม ชี้พฤติกรรมเข้าข่ายขยายฐานอำนาจ-หวังแทรกแซงงานความมั่นคง แนะย้อนดูเจตนาแนวทางปฏิรูปการเมืองหวังลดบทบาทฝ่ายบริหาร

วันนี้ (9 ต.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี ถึงกรณีหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะลุกลามเข้า เขตกรุงเทพมหานครว่า เรื่องนี้ทาง กทม.กับรัฐบาลต้องประสานงานกันในเรื่องของการระบายน้ำ ส่วนแนวป้องกันต่างๆ เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปดูที่ จ.ปทุมธานี ยอมรับว่าคงต้องทำงานกันหนัก ซึ่งที่ จ.ปทุมธานีก็มีหลายฝ่ายเข้ามาช่วย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตนคิดว่ารัฐบาลน่าจะเร่งทำความชัดเจนในหลายพื้นที่ทั้งปริมณฑล ทั้งภาคกลางตอนล่างว่าจะมีการจัดระบบ และสื่อสารในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอพยพคนอย่างไร เพราะเราจะเห็นว่าหลายหน่วยงานอาจจะมีการนำเสนอ เช่น มหาวิทยาลัยในเรื่องนี้ แต่จริงๆ แล้วอยากให้รัฐบาลมีศูนย์ในส่วนหน้าที่ประกาศได้เลยว่าภัยได้เกิดขึ้นที่จุด ไหนอย่างไร แล้วต้องอพยพไปอยู่ที่ไหน เพื่อให้การบริหารจัดการสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

       นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากการให้สัมภาษณ์ของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่ระบุว่าประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พลาดไป คิดว่าอาจจะมีส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบ ตนคิดว่าขณะนี้ต้องตั้งหลักว่าพยายามทำงานล้ำหน้าปัญหา แทนที่จะไล่ดูตามพื้นที่ที่เกิดปัญหาขึ้น ในพื้นที่ซึ่งปัญหายังไม่เกิดหรือกำลังต่อสู้ป้องกันกันอยู่มันก็มีแผนว่า ถ้าเอาไม่อยู่จะต้องอพยพกันอย่างไร เมื่อถามว่าเวลานี้ถือว่าเราอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คิดว่าในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ถ้ารัฐบาลมีความจำเป็นที่จะประกาศบางพื้นที่ว่าเป็นพื้นที่ที่มีภาวะฉุกเฉิน ก็สามารถทำได้ ถ้าเห็นว่ามันจะมีประโยชน์ในการระดมหน่วยงานภาครัฐ และการสั่งการง่ายขึ้นก็น่าจะทำได้

       “เรื่องนี้อาจจะต้องมีคนดูแลเต็มเวลา แต่สุดท้ายแล้วนายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้บัญชาการและตัดสินใจได้ ถ้านายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะบัญชาการเองคงจะคล่องตัวขึ้น ส่วนรัฐบาลยังบริหารจัดการน้อยเกินไปหรือไม่นั้น ตนคิดว่าระบบของการตัดสินใจดูแล วางแผนในภาพรวม และการทำระบบในส่วนหน้าที่จะดูแลพื้นที่ในเชิงการตัดสินใจเกี่ยวกับการอพยพ ประชาชนหรือให้คำแนะนำประชาชนว่าวิธีไหนจะดีที่สุดในการช่วยเหลือประชาชนให้ ทั่วถึงอยากให้เร่งทำให้มากขึ้น”

       นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ระบุจะเคลื่อนไหวแก้ไข พ.ร.บ.กลาโหม ทันทีหลังเสร็จสิ้นสถานการณ์น้ำท่วมว่า อย่างที่เคยให้ความเห็นว่าหากจะมีการแก้ไขก็ต้องบอกให้ได้ว่ากฎหมายที่ใช้ อยู่ปัญหาในเชิงนโยบายอย่างไร ถ้าไม่มีคำตอบก็ไม่มีเหตุผลจะแก้ไข พฤติกรรมดังกล่าวเชื่อว่าเป็นความพยายามขยายฐานอำนาจของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยพยายามทำและนำเสนอมาตลอด ไม่เฉพาะกรณีกองทัพเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงองค์กรอิสระต่างๆ ด้วย ทั้งที่เจตนารมณ์การปฏิรูปการเมืองที่มีรัฐธรรมนูญปี 40 ส่วนหนึ่งคือการไม่ให้มีการขยายอำนาจฝ่ายการเมืองมากเกินไป คือต้องการให้ฝ่ายการเมืองทำในเชิงนโยบาย แต่มิติในการบริหารบางเรื่องเช่นนโยบายการเมือง ความมั่นคง ไม่ควรมีฝ่ายการเมืองมากเกินไป

       ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เหมือนกำลังมีปัญหากับ รมว.คลังนั้นน่ายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากให้ฝ่ายการเมืองเข้าใจเจตนารมณ์ของระบบที่วางกันมา เพราะมันมีบทเรียนในอดีตว่าเมื่อฝ่ายการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวมากจะเกิด วิกฤต เช่นในวิกฤตปี 40

       เมื่อถามว่ากรณีที่ รมว.คลังให้สัมภาษณ์ถึงธปท.ว่าควรจะใช้สมองในการทำงาน ถือเป็นคำพูดที่รุนแรงและเกินกว่าเหตุไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่สามารถที่จะจัดการและสื่อสารกันได้ ถือเป็นการพยายามโยนแรงกดดันไปที่ ธปท. เพิ่มเติมซึ่งไม่ควรจะทำอีก อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ ธปท.ก็ต้องกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้อง

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 9th, 2011 at 6:18 am

บทเรียนชีวิตสอน ‘จั๊กจั่น’ เดินทางสายกลาง

ปกติออกจะเป็นสาวเรียบร้อย น่ารัก อ่อนหวาน แต่ระยะหลังนางเอกสาว จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข กลับตกเป็นข่าวเกาเหลากับ อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ และอดีตเพื่อนซี้อย่าง แตงโม-ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ด้วย วันนี้ “ดาวต่างมุม” เลยต้องขอสัมภาษณ์เปิดใจจั๊กจั่นเสียหน่อย เพราะอยากจะรู้เหลือเกินว่าเธอเป็นสาวขี้เหวี่ยงจริงรึเปล่า หรือยังคงเป็นสาวน้อยน่ารัก จิตใจดีคนเดิมของเราอยู่ ลองไปสัมผัสเธอดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

งานตอนนี้มีอะไรบ้าง

– ละคร “นางสาวรักดี” เพิ่งจบไป ตอนนี้ก็ถ่ายทำละคร “ขุนเดช” อยู่ เล่นกับ วี-วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ และ กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ด้วย อันนี้เป็นแนวพีเรียดย้อนยุค เป็นละครรีเมคเกี่ยวกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ บทของจั่นจะเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ ชื่อ “อาจารย์ดารา” โตมาด้วยกันกับ ขุนเดช (วี-วีรภาพ) ผู้กองยงยุทธ (เวียร์-ศุกลวัฒน์) แต่ตัวเราแอบชอบพี่วี แต่เวียร์แอบชอบเรา จะให้ความรู้เกี่ยวกับโบราณสถานและโบราณวัตถุเยอะ นอกจากนี้ก็มีละคร “ดุจดาวดิน” กับ สเตฟาน-ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ เล่นเป็นผู้หญิงมองโลกในแง่ดี และรักครอบครัว แล้วก็มีภาพยนตร์ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 5” นอกจากนี้ยังมีงานภาพยนตร์ “ไอ แครี่ ยู โฮม” เข้ารอบชิงรางวัลที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน จะได้ไปร่วมเดินพรมแดงด้วย ก็ดีใจและภูมิใจที่ภาพยนตร์ของคนไทยเราได้ไปอยู่ตรงนั้น  ถือว่าเป็นปีที่ดี งานละครต่อเนื่อง ได้เล่นภาพยนตร์ด้วย

ดูผู้ใหญ่ทางช่อง 7 จะเอ็นดูจั่นนะ ป้อนงานให้เรื่อย ๆ

– จั่นว่าผู้ใหญ่ก็เอ็นดูทุกคน เพราะแต่ละคนก็มีงานต่อเนื่องเหมือนกันหมด เพียงแต่ว่าเป็นช่วงมากกว่า อย่างจังหวะที่หายไปถ่ายทำละครก็มี เพียงแต่บางทีละครที่จั่นเล่นปีนี้ออกอากาศติด ๆ กัน โชคดีที่ปีนี้ละครจั่นออกพอดีมากกว่า

จั่นพอใจกับการทำงาน ณ ตอนนี้มั้ย

– ถ้าถามจั่นในเรื่องของการทำงานและชีวิตส่วนตัว จั่นแฮปปี้ดีแล้ว อย่างในการทำงานตั้งแต่เซ็นสัญญาช่อง 7 มา จั่นมีโอกาสได้แสดงบทบาทหลายบทบาท ก็ดีใจที่เราได้รับบทหลากหลายเพื่อเป็นการพัฒนาทักษะทางการแสดง

คิดว่าเป็นเพราะอะไร ผู้ใหญ่ถึงให้โอกาสจั่น

– จั่นไม่ทราบเหมือนกันว่าผู้ใหญ่มองยังไง แต่ถือว่าทุกงานที่ผู้ใหญ่มอบหมายให้ เราก็คิดว่าเหมาะสม จั่นไม่เคยปฏิเสธหรือซีเรียสอะไร ยึดคติว่าเราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เพราะถ้าเราตั้งใจทำให้ดีที่สุด สิ่งที่เราทุ่มเทและตั้งใจไปผลของการกระทำก็จะโชว์ออกมาเอง

จั่นมีหลักในการทำงานอย่างไร

– จั่นจะศึกษาบท เตรียมความพร้อมก่อนทำงาน เพื่อให้การแสดงของเราสมบูรณ์แบบที่สุด เราถือว่าการที่เราอยู่ในวงการนี้ทำให้เรามีโอกาสได้ทำอะไรหลาย ๆ อย่างในภาพยนตร์ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” เราก็มีโอกาสได้ขี่ม้าและช้าง การได้อยู่วงการนี้นอกจากจะทำให้เรามีความรับผิดชอบแล้วยังทำให้มีระเบียบ วินัยในการทำงานด้วย

ที่ผ่านมาจั่นไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องงาน แต่ล่าสุดมีข่าวว่าจั่นมีปัญหากับกองละคร “ลุย” เคยได้ยินบ้างมั้ย

– ตอนแรกจั่นก็ไม่ค่อยรู้ แต่พี่ ๆ นักข่าวถามกันเยอะ เราก็งง ๆ แต่ด้วยความที่เราอยู่วงการนี้มา 9 ปี จั่นก็ทำงานของจั่นเต็มที่ ไม่มีปัญหาอะไร คงเป็นช่วงของข่าวที่มีออกมา ก่อนหน้านี้ไม่มีข่าวเรื่องงานเป็นเพราะเรามีข่าวเรื่องความรัก แต่จั่นก็ดีใจที่เวลามีข่าว เรายังมีโอกาสชี้แจงได้ ขออย่างเดียวให้โอกาสเราได้พูดก็พอ เพราะโดยส่วนตัวแล้วจั่นเป็นคนไม่มีปัญหากับใคร คิดว่าการทำงานที่ผ่านมาและในอนาคตจะเป็นบทพิสูจน์ตัวมันเอง

หลายคนตอนนี้อยากรู้จริง ๆ ว่าความสัมพันธ์กับคนในกองถ่ายเรื่องนี้ดีมั้ย

– จั่นจะสนิทกับทีมงานทุกทีมไปถามดูได้ ละครช่อง 7 ถ่ายไปออกอากาศไปเจอกันทุกวันเราก็สนิทกัน จั่นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใคร ถามว่างงมั้ยว่ามีข่าวแบบนี้ออกมา พอมีข่าวออกมาก็ไปถามทีมงานนะ เขาก็บอกว่าไม่มีอะไร

กับนักแสดงคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนรักเป็นคนปล่อยข่าวต่าง ๆ ออกมา

– มีข่าวออกมาก็ไม่ค่อยสบายใจ ยืนยันว่าไม่เคยอยากจะเกาเหลาหรือไม่ถูกกับใคร จั่นก็ยืนยันว่าความสัมพันธ์ของจั่นกับนักแสดงคนนั้นยังปกติ ฉะนั้นจั่นก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไรเพราะอะไร จั่นไม่อยากใส่ใจมาก ทำของเราให้ดีที่สุดก็พอ

ได้โทรฯ ไปเคลียร์กับคนที่เป็นข่าวด้วยมั้ย

– จั่นรู้สึกว่าเป็นข่าวไม่เป็นเรื่อง เรื่องที่ไม่เป็นประเด็นถ้าเราไปพูดถึงกันมาก ๆ ก็จะไม่จบ จากไม่มีก็กลายเป็นมีได้

เอาเป็นว่าสมมุติว่าถ้าเราโดนเพื่อนคนหนึ่งแทงข้างหลัง เราจะเจ็บปวดมั้ย

– เป็นเหตุการณ์สมมุตินะ เราคงเสียใจ อย่างที่บอกถ้าคนที่เรารักและไว้ใจกับเขาเต็มที่…(จั๊กจั่นน้ำตาไหล หยุดให้สัมภาษณ์สักพัก)

อย่างที่ผ่านมาก็โดนข่าวกับพี่อั้ม

– เรื่องพี่อั้มเนี่ยก็งง ๆ และตกใจ รู้จากแฟนคลับทวิตเตอร์ถ่ายข่าวมาให้ดู ปกติเป็นข่าวกับน้องรุ่นไล่เลี่ยกันเรายังโทรฯ เคลียร์กันได้ แต่กับพี่อั้มเป็นนักแสดงรุ่นพี่ เราย้ายช่องมาเลยยังไม่สนิทกันมาก ทุกครั้งที่เป็นข่าวก็จะเกรงใจคนที่ต้องมาเป็นข่าวด้วยมาก เขาเป็นนักแสดงที่เราชื่นชอบด้วย เราเลยโทรฯ ไปเคลียร์ พี่อั้มก็น่ารักมากบอกว่าจั่นไม่ต้องคิดอะไรมากเลย

ถือว่าเป็นมรสุมชีวิตมั้ย

– ไม่อยากมองแบบนั้น ข่าวเข้ามาเดี๋ยวก็ผ่านไป ตัวตนของเราเป็นอย่างไรที่ผ่านมา 8-9 ปีที่อยู่ในวงการทุกคนก็เห็นกันอยู่ มันเป็นแค่ช่วงเดียว เราไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ มันเหมือนเป็นข่าวที่มีคนมายัดคำพูดใส่มาให้เรา

พี่ ๆ นักข่าวอาจจะรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว แต่คนทั่วไปอาจจะไม่รู้ เราก็อยากมาบอกว่าจริง ๆ แล้วจั่นไม่มีอะไรเลย แต่บางทีมีข่าวแบบนี้ก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่ามีคนรักเรามาก แค่ไหน

ข่าวนี้มีผลกระทบต่องานของเราหรือเปล่า

– ไม่นะ จั่นก็ยังทำงานของจั่นปกติ ไม่ได้มีอะไรเลย เพราะจั่นคิดว่าทุกคนที่ทำงานเขารู้ว่าจั่นเป็นยังไง เขาคงไม่ใส่ใจหรือเอามาอะไรต่อ รู้สึกว่าบางทีถ้ามีข่าวแล้วเราไปดิ้นตามกับมันมาก ๆ ตัวเราเองต่างหากที่จะไม่มีความสุข

อยู่ในวงการนี้มาก็นานคิดมั้ยว่าเราจะโดนการกลั่นแกล้ง ปล่อยข่าวแบบนี้

– ไม่เคยคิด จนถึงตอนนี้ยังงงอยู่เลย จั่นก็คิดว่าคงเป็นการเข้าใจผิดอะไรกัน มันไม่ได้มีใครอยากจะอะไรขนาดนั้น ก็เลยไม่สนใจเอามาคิดในหัว ใครก็ตามที่อยากจะให้เราแย่ลง แต่เราก็ไม่แย่ลงตามที่เขาคิด ฉะนั้นเราไม่รู้จะต้องไม่สบายใจไปทำไม เพราะคนที่ห่อเหี่ยวก็คือตัวเราเอง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้จั่นได้เรียนรู้อะไรบ้าง

– ก็เรียนรู้ว่าทุกอย่างมีสองด้านเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม คนเราก็มีหลายแง่หลายมุม ทำให้รู้ว่าเราทำตัวเราให้ดีที่สุดก็พอ พยายามทำอะไรกลาง ๆ เอาไว้ เหมือนกับว่าถ้ามีความรัก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือแฟนเราก็ต้องเดินทางสายกลาง ชอบสิ่งไหนก็เผื่อใจไว้บ้าง ถ้าผิดหวังไปเราจะได้ไม่เสียใจมาก

แล้วเรื่องหัวใจล่ะ

– โสดนานแล้ว ก่อนหน้านี้ก็มีคนโทรฯ มาคุยบ้าง เมื่อ 5-6 เดือนก่อน แต่ก็ยังไม่ใช่ จั่นไม่ได้ปิดนะ ถามว่าเป็นเพราะจั่นเลือกเยอะขึ้นมั้ย ยอมรับว่าเลือกเยอะขึ้น ตอนนี้ถ้าเราจะคบใครก็อยากคบแบบจริงจัง เห็นอนาคตด้วยกันได้ พอเราโตมุมมองความรักก็เปลี่ยนไป อยากได้คนที่เข้าใจงานและความเป็นตัวเรา และรักครอบครัวเรา

เหงาบ้างมั้ย

– ไม่เลย จั่นทำงานก็สนุกสนาน มีแมวที่รัก เลยทำให้ไม่รู้สึกว่าเราต้องการความรัก บางทีมีแฟนก็จุกจิกหัวใจนะ แต่จั่นก็ไม่ได้ปิด มีคนเข้ามาจั่นก็คุยค่ะ

ไม่กลัวขึ้นคานเหรอ

– อายุจั่นยังเลข 2 ยังไม่เลข 3 เลย ไม่กลัวหรอก ทำงานไปเรื่อย ๆ ถ้ามีแล้วไม่โอเค อยู่คนเดียวก็แฮปปี้ดี จั่นก็ยังมีคุณแม่และคุณน้าก็มีความสุข แต่จั่นก็ยังเชื่อในความรัก อยากมีความรักที่ดีเหมือนผู้หญิงทั่วไป อยากแต่งงานมีครอบครัวมีลูกน่ารัก ๆ ค่ะ

หลังจากที่ทุกคนอ่านบทสัมภาษณ์ “จั๊กจั่น” จบ หลายคนคงจะสัมผัสได้ว่าเธอยังเป็นคนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง!!.

คนกลาง : เรื่อง / ภัทรพงศ์ สมัตถะ : ภาพ / จามิกร ศรีคำ : คลิป / คอฟฟี่ แกลลอรี่ : สถานที่

Tags:
comments Comments (0)    -
October 8th, 2011 at 8:04 pm

30 จังหวัดระทมทุกข์น้ำท่วม(มีภาพชุด)

 “ศอส.” ระบุ 30 จังหวัดยังระทมจมน้ำท่วมกว่า 2 ล้านคนเดือดร้อนหนัก ดับเซ่นแล้ว 253 คน(มีภาพชุด)วันนี้ (8 ต.ค.) นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะรอง ผอ.ศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 30 จังหวัด ได้แก่ จ.สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด ลำปาง เลย นครราชสีมา บุรีรัมย์ กำแพงเพชร และ จ.ตาก รวม 218 อำเภอ 1,498 ตำบล 10,747 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 762,765 ครัวเรือน 2,342,123 คนทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 253 ราย สูญหาย 4 ราย พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 8,642,399 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บ่อปลา 123,824 บ่อ สัตว์ได้รับผลกระทบ 9,956,723 ตัว น้ำท่วมเส้นทาง ไม่สามารถสัญจรผ่านได้รวม 214 สาย แยกเป็นทางหลวง 60 สาย ใน 17 จังหวัด ทางหลวงชนบท 154 สาย ใน 28 จังหวัด.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 8th, 2011 at 7:03 pm

พระเกษมหนีจีวรปลิว

http://www.youtube.com/watch?v=-q6GFSg8MwQ&feature=player_detailpage

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 8th, 2011 at 2:34 am

แฉ!หญิงไทยน่าห่วงทาสยาไอซ์พุ่ง

 แฉ!หญิงไทยน่าห่วงทาสยาไอซ์พุ่ง แพทย์ชี้ต้นเหตุทำให้บ้าเร็วขึ้น

วันนี้ (6 ต.ค.) ที่สโมสรตำรวจ นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดปฏิบัติการนำผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด เพื่อคืนบุตรหลานให้ครอบครัวคืนคนดีสู่สังคม ว่า วันนี้เป็นวันแรกตั้งเป้าว่าจะมีผู้เสพ ผู้ติดยาที่สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา 300 คน

แต่ปรากฏว่ามากว่า 500 คน แสดงว่าผู้ปกครอง ตำรวจ ผู้นำชุมชน และน้อง ๆ ทุกคนให้ความสนใจ โดยก่อนส่งเข้าสถานบำบัดต้องมีการตรวจคัดกรองโรคอื่นด้วย เช่น บางคนมีปัญหาวัณโรค ก็ต้องไปรับการรักษาก่อนเข้าสู่กระบวนการบำบัดซึ่งจะใช้เวลา 9 วัน อยากให้น้อง ๆ ทุกคนสู้ และขอให้ความมั่นใจผู้ปกครองทุกคนว่าเด็กจะได้รับการดูแลอย่างดีในช่วง 9 วันที่เข้ารับการบำบัด ทั้งนี้จากการสอบถามพบว่า ยาเสพติดที่มีการใช้มากคือ ยาบ้า ยาไอซ์ กาว คาดว่าหลังการบำบัดรักษามากกว่า 80% จะไม่กลับไปเสพอีก

ด้าน น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้เสพยาเข้าร่วมโครงการในวันนี้เกินเป้าหมาย เนื่องจากเป็นการเปิดให้เข้ารับการบำบัดในรูปแบบสมัครใจ เข้ารับการรักษาได้โดยตรง ไม่ต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งที่ผ่านมาต้องถูกส่งเข้าเรือนจำก่อน แต่โครงการนี้จะตรวจคัดกรองและส่งตัวเข้าไปรักษายังศูนย์บำบัดยาเสพติดทันที 9 วัน ส่วนผู้ที่เสพยาเสพติดมานาน ที่มีอาการทางจิต หรือมีโรคอื่น ๆ จะถูกส่งไปยังสถาบันธัญลักษณ์เพื่อบำบัดให้หายต่อไป ทั้งนี้การที่มีผู้เสพยาเข้ารับการบำบัดถือเป็นเรื่องที่ดี และเชื่อว่าจะมีผู้เสพยาขอเข้ารับการบำบัดในโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่ กทม.คาดว่า มีผู้เสพยาเสพติดประมาณ 1 แสนราย

จากสถิติอายุผู้ใช้ยาเสพติด พบว่าอายุต่ำสุดอยู่ที่ 9 ขวบ ซึ่งติดยาบ้า อยู่ที่จ.นครปฐม ขณะที่ปัจจุบันพบว่า ผู้ใช้ยาเสพติดเริ่มเป็นกลุ่มที่มีอายุลดลง โดยในกลุ่มอายุต่ำกว่า 15 ปี เดิมมีสัดส่วนไม่ถึง 5 % แต่ขณะนี้อยู่ที่  11% ของจำนวนผู้เสพแล้ว เช่นเดียวกับผู้หญิงมีจำนวนเสพยามากขึ้น จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 9%  เพิ่มขึ้นเป็น 20 % ที่สำคัญพบว่ามีการใช้ยาเสพติดมากกว่า 1 ตัว คือ ใช้ยาเสพติดแบบค็อกเทลมากขึ้น.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 8th, 2011 at 2:32 am

โลกโซเซียลเน็ตเวิร์กผิดง่าย-หนียากแค่นิ้วคลิก’ถึงคุก’

 การ กระทำความผิดโดยมี “คอมพิวเตอร์-อินเทอร์เน็ต”เข้ามาเกี่ยวข้อง การกระทำความผิดใน “โลกไซเบอร์-โซเชียลเน็ตเวิร์ก” ระยะนี้ปรากฏเป็นกระแสใหญ่ในสังคมไทยอีกครั้ง ทั้งกรณีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญ และกับประชาชนทั่วไป อย่างไรก็ตาม จริง ๆ แล้วการกระทำผิดในรูปแบบนี้ก็มีอยู่โดยตลอด…

ผู้เสียหายจากการทำผิดในโลกไซเบอร์มีมาก-มีทุกวัน

และหลายกรณีผู้ที่กระทำผิดก็อาจไม่รู้ว่าได้ทำผิด???

ทั้งนี้ แม้ในไทยจะมีกฎหมายด้านนี้มากว่า 4 ปีแล้ว คือมี พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 แต่เพราะโลกไซเบอร์-โซเชียลเน็ตเวิร์กในไทยก็ขยายตัวรวดเร็วมาก ๆ ตั้งแต่ในกลุ่มเด็กวัยฟันน้ำนมไปจนถึงผู้สูงอายุวัยฟันแท้เหลือน้อย และก็อาจเพราะคนไทยยังไม่ค่อยตระหนักว่า “บทลงโทษ” ของกฎหมายฉบับนี้ก็มิใช่เบา ๆ ดังนั้น การกระทำความผิด ทั้งที่รู้ว่าผิด ไม่รู้ว่าผิด ตั้งใจไม่ตั้งใจ จึงมีมาก

ยกตัวอย่าง ’ความผิด-บทลงโทษ“ ตาม พ.ร.บ.นี้ ก็เช่น… มาตรา 5 ผู้ใด เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ,มาตรา 6 ผู้ใด ล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการ เฉพาะและเปิดเผยโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น มีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, มาตรา 7 ผู้ใด เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน มีโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 8 ผู้ใด กระทำการเพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น และข้อมูลนั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ ประโยชน์ได้ มีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, มาตรา 9 ผู้ใด ทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ มีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, มาตรา 10 ผู้ใด กระทำการให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวน มีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, มาตรา 11 ผู้ใด ส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอม แปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูล อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น มีโทษ ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

มาตรา 12 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 9 มาตรา 10 ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ไม่ว่าจะในทันทีหรือภายหลัง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันหรือไม่ มีโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท ถ้าเป็นการกระทำโดยประการที่น่าจะ เกิดความเสียหายต่อข้อมูลหรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่น คงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจประเทศ การบริการสาธารณะ ประโยชน์สาธารณะ มีโทษ จำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี และปรับตั้งแต่ 6 หมื่นบาท-3 แสนบาท และยิ่งถ้า เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษ จำคุกตั้งแต่ 10-20 ปี

นอกจากนี้ การ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต่อความมั่นคงของประเทศ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน หรือนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักร ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่ง ข้อมูลที่มีลักษณะอันลามก และประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ เผยแพร่หรือส่งต่อ ซึ่งข้อมูล โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลตามที่ว่ามา เหล่านี้มีความผิดตามมาตรา 14 มีโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อีกสักตัวอย่าง…มาตรา 16 ผู้ใด นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลที่ปรากฏ เป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลง โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้เสียหายในความผิดได้ตายเสียก่อนจะได้ร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหาย ร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย

ทั้งนี้ นี่ก็เป็นตัวอย่าง ’ความผิด“ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ในส่วนของผู้ใช้โลกไซเบอร์-โซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งก็จะเห็นได้ว่า ’มีโทษมิใช่เบา ๆ“ เหมือนกัน!!

ที่สำคัญ…อาจ “กระทำผิดได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้วคลิก”

และตรงกันข้ามตรงที่…การ “หนีความผิดทำได้ยาก”

รู้-ไม่รู้…ตั้งใจ-ไม่ตั้งใจ…โอกาส ’ติดคุก“ มีทั้งนั้น!!.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 8th, 2011 at 2:30 am

กำราบเด็กดื้อ

วันนี้ อยากถามผู้อ่านที่เป็นคุณพ่อคุณแม่ว่าเคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ที่ร้านสะดวก ซื้อไหมคะ ได้ยินเด็กน้อยพูดจาเสียงดังเพื่อจะเอาขนม ในขณะที่ใกล้ ๆ กันคุณแม่ยืนหน้าบูดบึ้งบอกเด็กน้อยว่า “ไม่ได้” ในมือก็ยื้อแย่งขนมนั้นไปด้วย สักพักคุณแม่ทนไม่ไหวตีเด็กน้อย เรื่องจบตรงที่เด็กน้อยร้องไห้กระจองอแง

หรือว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่โรงเรียนตีเพื่อนข้าง ๆ แกล้งเอาของเพื่อนไปซ่อน หยิบอาหารจากจานมาปาใส่เพื่อน หรือแม้แต่ในชั้นเรียนเมื่อครูให้ทำงานก็จะเดินไปเล่นของอย่างอื่น เมื่อครูดุ ก็จะแสดงการต่อต้านโดยการเดินออกนอกห้องหรือป่วนจนเพื่อนเรียนไม่ได้ คุ้นกันหรือไม่คะ

“หมอรามาฯ ไขปัญหาสุขภาพ” ในฉบับนี้ จะขอเล่าถึงพฤติกรรมของเด็กที่มักถูกเรียกว่า “ดื้อ ซน และไม่เชื่อฟัง” ซึ่งจะว่าไปแล้ว คุณแม่และคุณครูที่ต้องรับมือกับเด็กเล็กก็มักจะคุ้นเคยกับคำว่า “กฎ” ซึ่งกฎในที่นี้หมายความได้หลายอย่างแล้วแต่บุคคล แต่ละครอบครัว และแล้วแต่สถานการณ์ ซึ่งนักจิตวิทยาพัฒนาการจากเมโยคลินิก สหรัฐอเมริกา ได้ให้กรอบไว้ว่า “กฎที่ดีจริง ๆ แล้ว ควรเริ่มจากความรักของคุณพ่อคุณแม่ และเพื่อการเรียนรู้ของลูกน้อย” เท่านั้น

แต่มักจะพบว่ากฎส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับการลงโทษในรูปแบบต่าง ๆอย่างไรก็ตามกฎไม่ใช่การลงโทษหากฝ่าฝืน แต่คือการสอนให้เด็กจัดการกับความรู้สึกและพฤติกรรมของตัวเอง

สมาคมกุมารแพทย์สหรัฐ ได้ออกหลักเกณฑ์โดยคร่าว ๆ ไว้ว่า ระบบการลงโทษที่ดีที่สุดหลังจากที่เด็กฝืนกฎแล้วคือ การเสริมแรงเพื่อให้เกิดพฤติกรรมแง่บวกและมีการกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับ พฤติกรรมที่ต้องการงด และทั้งหมดต้องมาจากความรักและส่งเสริมความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน โดยนักจิตวิทยาพัฒนาการและกุมารแพทย์จากโรงพยาบาลเมาท์ไซไนน์ในนิวยอร์ก กล่าวว่า คุณพ่อคุณแม่จะต้องเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการลงโทษ และต้องรู้ว่ากฎต่าง ๆ จะไม่มีประโยชน์เลยจนกว่าเด็กจะอายุประมาณ

8-9 เดือน เพราะก่อนหน้านั้นเด็กจะไม่เข้าใจคำว่า “ไม่” หรือ “ห้าม” ดีพอที่จะทำตาม ซึ่งจริง ๆ แล้วเด็กน้อยคนที่จะเข้าใจความหมายของคำว่า “ไม่” อย่างแท้จริงก่อนอายุ 18 เดือน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องลดความคาดหวังลง ต้องไม่ลืมว่ากฎควรมีความยืดหยุ่นตามระดับพัฒนาการและช่วงอายุ โดยเด็กที่อายุ 1–2 ขวบ ควรจะกำหนดรูปแบบของกฎต่าง ๆ และอธิบายว่ากฎมีไว้เพื่ออะไร

วิธีเสริมแรงพฤติกรรมแง่บวกเบื้องต้น

1. พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ

2. นำสิ่งที่เป็นปัญหาออกมา

3. ทำท่าทีเฉยเมย เช่น ถ้าเด็กทะเลาะกันเพราะของเล่น 1 อย่าง ให้เริ่มจากการนำของเล่นที่น่าสนใจพอ ๆกันไปให้ และนำของเล่นที่เป็นปัญหาออกมาให้พ้นสายตาเด็ก โดยทำท่าทีเฉย ๆ ไม่ต้องดุซ้ำ

“กฎ” จะเริ่มได้เมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะทางอารมณ์ของเด็กเป็นสำคัญ เด็กที่อยากได้โน่นได้นี่ มักจะตอบสนองได้ดีกับกฎที่เกี่ยวกับการให้รางวัลต่าง ๆ ในขณะที่เด็กที่มีปัญหาเรื่องการเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆควรใช้กฎที่เป็นการกำหนดกิจวัตรประจำวันเป็นเรื่อง ๆ ส่วนเด็กที่มีปัญหาเรื่องการแบ่งปันของกับผู้อื่น คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะนำของที่ชอบที่สุดออกไปก่อนที่เพื่อนจะมา เป็นต้น

แต่คำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้คือ ถ้าเด็กดื้อแล้วควรจะตีหรือไม่ สมาคมกุมารแพทย์สหรัฐได้ทำวิจัยเรื่องนี้พบว่า การตีคือการลดความสำคัญของกฎ ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักจะคาดไว้ นักจิตวิทยามหาวิทยาลัยนิวแฮมเชียร์กล่าวว่า การตีนี้จะส่งผลร้ายในแง่อื่น ๆ ในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง–ต่ำ มักมีแนวโน้มที่จะเชื่อว่า ยิ่งทำโทษมาก ก็จะยิ่งดี ซึ่งมักเป็นเหตุผลมาจากความคิดที่ว่าเด็กมักจะมีพฤติกรรมไม่ดีอยู่ตลอดเวลา ส่วนจากงานวิจัยของนักวิเคราะห์พฤติกรรมมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอฟกิน พบว่าเกือบร้อยละ 32 ของคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกแรกเกิดถึง 3 ขวบ มักจะทำโทษลูกโดยการตี เนื่องจากเป็นความเชื่อที่ผิด ๆ ว่าลูกจะกลัวและเคารพ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการตีเป็นผลมาจากความกลัวของคุณพ่อคุณแม่ที่เกิดขึ้น จากความคิดว่าในอนาคตลูกจะไม่เชื่อฟังและตนจะหมดความสำคัญ ซึ่งการตีนั้นนอกจากระดับความเชื่อฟังจะลดลงแล้วยังทำให้เด็กอยากฝืนกฎเพิ่ม มากขึ้นอีกด้วย

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม กฎที่ถูกตั้งขึ้นจะเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์พ่อแม่ลูก เมื่อไหร่ก็ตามที่กำราบความดื้อด้วยความรักตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว ปัญหาใหญ่ ๆ จะไม่เกิดขึ้นตามมาแน่นอน.

อ.ดร.ปรียาสิริ มานะสันต์
ภาควิชาวิทยาศาสตร์สื่อความหมาย
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

Tags:
comments Comments (0)    -
October 8th, 2011 at 2:23 am

หน.แก่งกระจานข้าราชการดีเด่นช่วย ฮ.ทหารตก มอบตัวสู้คดีฆ่า

หน.อุทยานฯแก่งกระจาน  มอบตัวสู้คดีพัวพันฆ่า“อ.ป๊อด” ตร.ค้นบ้าน-รีสอร์ทเจอกระสุนเอ็ม16 ร้อยนัด

ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี เมื่อเวลา 15.40 น . วันที่ 7 ต.ค. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เดินทางเข้ามอบตัวพ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุขแสวง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี หลังถูกเจ้าหน้าที่ออกหมายจับในข้อหาเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เบื้องต้นนายชัยวัฒน์ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว หลังจากเข้ามอบตัวแล้วพ.ต.อ.สุรศักดิ์ได้นำตัวนายชัยวัฒน์เข้าห้องสอบสวน ทันที

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายประกบยิงถล่มนายทัศน์กมล โอบอ้อม หรือ “อาจารย์ป๊อด” อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.เพชรบุรี และแกนนำต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้ชาวกะเหรี่ยงป่าแก่งกระจาน เสียชีวิตคารถยนต์ในพื้นที่อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี โดยคดีนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องไปแล้ว 4 คน โดยจับได้แล้ว 1 คน เป็นคนชี้เป้าให้มือปืน ส่วนคนที่ 2 คือ นายชัยวัฒน์ ในฐานะผู้จ้างวาน และอีก 2 คนเป็นมือปืน และส.ท.คนหนึ่ง ซึ่งทั้งสองคนหลังอยู่ระหว่างการหลบหนี

ขณะเดียวกันตำรวจสืบสวนสอบสวน สภ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้นำกำลังกว่า 10 นายเข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 144 หมู่ 6  ต.หนองจอก อ.ท่ายาง ซึ่งเป็นบ้านของนายชัยวัฒน์ ที่หน้าบ้านเขียน“บ้านลิ้มลิขิตอักษร” พบญาติของนายชัยวัฒน์อยู่ที่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นแต่ไม่พบอะไร พร้อมกันนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดกว่า 100 นายได้เดินทางไปตรวจค้นที่ “ไร่ราชพฤษ์” ของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเช่นกัน ซึ่งไร่ดังกล่าวอยู่ระหว่างก่อสร้างเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวกว่า 100ไร่ มีบ้านที่กำลังก่อสร้างหลังขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบลูกกระสุนปืนขนาดเอ็ม 16 จำนวนกว่าร้อยนัด จึงตรวจสอบและเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่นายชัยวัฒน์  กล่าวในภายหลัง ว่า ตนไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ จึงมีหมายจับ ทั้งนี้เมื่อทราบตนก็ได้มอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังจากนี้คงต้องประกันตัวสู้คดีตามขั้นตอน ยังไม่สามารถพูดอะไรได้มากเวลานี้

ทางด้านนายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชัยวัฒน์ถูกออกหมายจับในคดีจ้างวานฆ่านายนายทัศน์กมล ว่ายังไม่มีการรายงานรายละเอียดเข้ามา ทราบเพียงจากข่าว อย่างไรก็ตามเรื่องนี้คงมีการประกันตัวและสู้คดีกันไปตามกระบวนการ และให้ว่ากันไปตามเนื้อผ้า เมื่อถามว่าทางกรมอุทยานฯ  จะต้องจัดหาทนายในการสู้คดีให้กับนายชัยวัฒน์หรือไม่นั้น  นายดำรงค์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นคดีนี้ถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้เกิดขึ้นในระหว่างการปฎิบัติหน้าที่ราชการ  และนายชัยวัฒน์คงหาทนายมาต่อสู้คดีกันต่อไป

สำหรับนายชัยวัฒน์เพิ่งได้รับการยกย่อง ให้เป็นข้าราชการดีเด่น 1 ในจำนวน 3 คน ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา จากผลงานช่วยกู้ ฮ.ทหารตก 3 ลำ มีทหารเสียชีวิตหลายศพในพื้นที่อุทยานฯแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 7th, 2011 at 12:23 pm

น้ำท่วมโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว รอบสองปี54

นายสมเดช สุรเดช ผอ.ร.ร. และ นายเวนิต อนุสรณ์ประดิษฐ์ รอง ผอ.ร.ร.ตรวจสภาพน้ำท่วมหน้าโรงเรียน

  • ในปีนี้ หลังจากน้ำป่าไหลหลากได้เข้าท่วมโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2554 แล้วครั้งหนึ่ง ยังไม่ทันได้ปรับปรุง ซ่อมแซม และเก็บกวาดทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่ปนมากับน้ำ ก็ถูกน้ำท่วมซ้ำสองอีกแล้ว

เช้าของวันที่ 4 ตุลาคม 2554 เวลาประมาณ 06.00 น. โทรศัพท์จากนักเรียน ผู้ปกครอง ดังไม่ขาดระยะสอบถามว่า “โรงเรียนน้ำท่วมไหม?” “โรงเรียนปิดไหม?” “ครูคะ!ไปไม่ได้น้ำท่วมสะพาน” ครูหลายคนเล่าให้ฟัง “”ไม่ปิดหรอก” “น้ำไม่ท่วมหรอก”

หลังจากนั้นไม่กี่นาที ก็มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบริเวณโรงเรียนอย่างรวดเร็ว ต้องระดมให้นักเรียนที่มาตั้งแต่เช้า เก็บข้าวเก็บของกันจ้าระหวั่น สักพักหนึ่ง “น้ำเต็มโรงเรียนไปหมด” ระดับน้ำสูงกว่าเดิมอีก วัดได้ 0.40 เมตร เพียงแต่อาคารเรียน 1 และ 2 กำลังปริ่มขอบทางเท้าต้องหากระสอบทรายกั้นไว้ มีแต่โรงฝึกงานด้านหลังที่น้ำเข้าท่วมพื้นในห้องสูงประมาณ 0.30 เมตร แต่ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ เสียหาย

นี่คือสภาพน้ำท่วมด้านหน้าโรงเรียน เพียงแค่ 1 ชม.เท่านั้น

มองอีกมุมหนึ่ง..นี่คือสภาพน้ำท่วมด้านหน้าโรงเรียน เพียงแค่ 1 ชม.เท่านั้น

  • น้ำท่วม….บริเวณทางเข้าโรงเรียน

  • หน้าอาคารเรียน 1 สภาพน้ำท่วมมองดูแล้ว…แค่นี้เองหรือ  แต่…ในอดีตไม่เคยท่วมถึงเลยแม้แต่ครั้งเดียว

  • น้ำท่วมบริเวณ ด้านหลังเสาธงชาติ ที่นี่ระดับน้ำก็สูงเช่นกัน

  • สภาพน้ำท่วมโรงอาหาร แกละ โรงฝึกงาน ระดับน้ำสูงถึง 40 ซม.

  • ด้านหลังอาคารเรียนไม้ หรือ หน้าห้องส้วม…ท่วมโดยตลอด

  • ด้านหน้าอาคารเรียนไม้ …ท่วมโดยตลอดเช่นกัน

  • ด้านในของโรงอาหาร ข้างบนสบาย ๆ แต่พื้นอีกระดับ…อ่วมเลย

  • สภาพน้ำท่วมภายในอาคารโรงฝึกงาน(ห้องดนตรี และ โรงฝึกงานอาชีพ…นี่ขนาดว่าพื้นสูงแล้วนะ ไม่เคยท่วมสักที

  • สภาพน้ำท่วม…ด้านนอกหน้าอาคารเรียน 1 และ หน้าอาคารอเนกประสงค์…ลุยกันครึ่งหน้าแข็ง
  • พอแค่นี่ก่อนนะ…ภาพถ่ายมีอีกเยอะ
Tags:
comments Comments (0)    -
October 7th, 2011 at 12:58 am

ประชุมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพรานกระต่าย

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2554 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลพรานกระต่าย นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายวันชัย สุทิน ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้ประชุมร่วมระหว่าง บ้าน-วัด-โรงเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเกี่ยวกับน้ำท่วมพรานกระต่าย

สำหรับผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พระสงฆ์ ครู ประชาชน ผู้แทนหมวดการทาง ผู้แทนทรัพยากรน้ำภาค 1 จ.ลำปาง สาธารณสุขอำเภอ ปลัดอำเภอ และผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากถูกน้ำท่วม จำนวน 50 คน ในที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย

นายสุรสิทธิ์ กล่าวว่า ขอให้แก้ปัญหาเร่งด่วนก่อน โดยทำอย่างไรไม่ให้น้ำไหลเข้าตลาดซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจ ได้เสนอแนะว่าควรนำหินคลุกมาปิดทางน้ำไหลก่อน แล้วระบายน้ำออกไปอย่างรวดเร็ว อันดับแรกให้นายอานนท์ อภิชาติตรากูล นายกเทศมนตรีตำบลพรานกระต่าย ได้เร่งดำเนินการโดยด่วน เพื่อมิให้น้ำไหลเข้าตลาด ส่วนหินคลุกหากน้ำลดลงแล้วสามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อไปได้

ในการประชุมครั้งนี้ นายสมเดช สุรเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว ได้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลายด้วย

Tags: , ,
comments Comments (0)    -
October 6th, 2011 at 8:11 am

“สตีฟ จ็อบส์” เสียชีวิตแล้วอย่างสงบด้วยวัย 56 ปี

อ่านรายละเอียดต่อ…..คลิกที่นี่

Tags:
comments Comments (0)    -
October 6th, 2011 at 1:08 am

มือแฮกทวิตเตอร์นายกฯ มอบตัว ยันรู้เท่าไม่ถึงการณ์

“ผู้จัดการ ออนไลน์” แฮกเกอร์ คือเสียง “ประชาชน”

มือแฮกทวิตเตอร์นายกฯ
มือแฮกทวิตเตอร์นายกฯ
มือแฮกทวิตเตอร์นายกฯ
          มือแฮกทวิตเตอร์นายกฯ มอบตัวแล้ว เป็นนิสิตชาย คณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง ด้านเจ้าตัวสารภาพรู้เท่าไม่ถึงการณ์
          กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที หลังจากทวิตเตอร์ที่่ใช้ชื่อ @PouYingluck ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดนมือดีแฮก จนทำให้นายกฯ ต้องประกาศงดใช้ทวิตเตอร์ชั่วคราว พร้อม ๆ กับที่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งสืบหาและจับตัวผู้ที่ กระทำการดังกล่าว
          อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ผู้ต้องหาแฮกทวิตเตอร์นายกฯ ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้ว และวันนี้ (5 ตุลาคม) นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้นำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าว ซึ่งเป็นนิสิตชาย คณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยเจ้าตัว กล่าวว่า ตนกระทำไปเพียงลำพัง เพราะความที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตอนนี้ตนสำนึกผิด และในอนาคตก็หวังว่าจะใช้ความรู้ความสามารถมาช่วยกระทรวงไอซีทีทำงาน  
          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งขอหา ทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550
          ด้าน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เขียนข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีดังกล่าวว่า น้องที่เป็นมือแฮกเกอร์คนดังกล่าวได้ตัดสินใจทำสิ่งที่ผิดพลาดลงไป ด้วยการทวิตข้อความเหมือนกับเป็นนายกฯ เอง ซึ่งในทางการเมือง ก็คงไม่มีใครต่อว่าเขา เพราะถือเป็นความเห็นที่แตกต่าง ส่วนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เองก็คงไม่ติดใจเอาผิดอะไร แต่อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ที่มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ นำความรู้ที่มีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมจะดีกว่ามาทำเรื่องแบบนี้ และเท่าที่ทราบ น้องคนดังกล่าวก็ได้สำนึกผิดและได้ขอปวารณาตัวที่จะทำประโยชน์ให้กับสังคม แล้ว
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

[4 ตุลาคม] ไอซีที ลั่น! จับมือแฮกทวิตนายกฯ ใน 2 วัน (ไอเอ็นเอ็น)
          รมว.ไอซีที ลั่น จับมือแฮกทวิตเตอร์นายกฯ ได้ใน 1-2 วันนี้ โดยหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการอยู่ในกรุงเทพฯ
          น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที มั่นใจ 1 – 2 วันนี้ จะสามารถจับคุมตัวผู้ดำเนินการแฮกทวิตเตอร์นายกรัฐมนตรีได้ เนื่องจากหลักฐานค่อนข้างสมบูรณ์ เบื้องต้นพบผู้กระทำความผิด 1 คน อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจะทำการจับกุม เพื่อนำตัวมาขยายผล หาผู้ร่วมกระบวนการต่อไป
          ทั้งนี้ น.อ.อนุดิษฐ์  ยังกล่าวอีกว่า ตนได้ส่งข้อมูลเอกสารหลักฐานให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไปดำเนินการต่อแล้ว เพราะถือว่า เป็นความผิดซึ่งหน้าและเป็นหน้าที่ของตำรวจในการดำเนินคดีโดยอัตโนมัติอยู่ แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความแต่อย่างใด ซึ่งตนจะไม่ไปกดดันหรือกำหนดระยะเวลากับทางตำรวจ เพื่อหาคนกระทำความผิดแน่ เพราะอยากให้ทางตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ต้องการให้จับแพะมา
          ขณะที่บทลงโทษตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นั้น ต้องรอศาลวินิจฉัยอีกครั้ง นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการฯไอซีที ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุม ครม. ในวันนี้ จะแนะนำนายกรัฐมนตรี ในการใช้เทคโนโลยี ส่วนการฟ้องร้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ

Tags:
comments Comments (0)    -
October 6th, 2011 at 1:03 am

ห้ามพระเกษม นุ่งห่มจีวร-เรียกตัวเองอาตมา ลั่น!! ครบ 3วัน จับสึกทันที

นาย นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพระเกษม อาจิณณสีโล เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ว่า

ขณะนี้คณะสงฆ์ ตัดขาดพระเกษม อจิณฺณสีโส จึงถือว่าไม่ได้เป็นพระสงฆ์แล้ว ห้ามเรียกตัวว่าอาตมา หรือนุ่งห่มแบบพระสงฆ์ หลังเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนำคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ไปติดประกาศแจ้งให้ละสมณเพศภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.แล้ว ซึ่งหากครบกำหนดยังไม่ยอมสึกทางฝ่ายกฎหมายบ้านเมืองต้องเข้าไปดำเนินการ

นาย นพรัตน์ กล่าวต่อว่า พระเกษมกระทำผิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ แม้ไม่รุนแรง แต่กระทบความศรัทธาของประชาชน อีกทั้งเคยทำผิดและถูกว่ากล่าวแต่ไม่เชื่อฟัง ซ้ำยังใช้วาจาลบหลู่ และไม่ยอมออกจากพื้นที่ ซึ่งเป็นความผิดด้านการปกครองที่เจ้าคณะปกครองสามารถพิจารณาโทษได้

Tags:
comments Comments (0)    -
October 6th, 2011 at 12:32 am

50ส.ส.เพื่อไทยรุมซักฟอก’วรวัจน์’ รมว.ศธ.

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่พรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมพรรคเพื่อไทยที่มี พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทำหน้าที่ประธานนั้น ส.ส. กว่า 50 ราย ได้ลุกขึ้นกล่าวตำหนิการทำงานของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ อย่างดุเดือดโดยเฉพาะการแต่งตั้งโยกย้ายและการวางตัวข้าราชการไม่เหมาะกับ งานทำให้ไม่มั่นใจในการทำงานของนายวรวัจน์ แต่ยังให้โอกาสปรับปรุงการทำงาน แต่ถ้ายังไม่ปรับปรุง เกรงว่ากระทรวงศึกษาธิการจะเป็นกระทรวงแรกที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่นายวรวัจน์ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อซักถาม ส.ส. อีกเช่นเคย

รายงานข่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยยังเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่ถูก ส.ส. ถล่มในที่ประชุม ซึ่งเนื้อหาเป็นความไม่พอใจต่อการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดที่ ดำเนินการล่าช้า การประสานในพื้นที่ก็มีปัญหาไปด้วยเพราะผู้แทนกับผู้ว่าฯ บางจังหวัดเป็นคนละสาย ทั้งนี้ที่ให้เหตุผลโยกย้ายล่าช้าเพราะปัญหาน้ำท่วมจะยิ่งเป็นช่องให้เขา สร้างผลงานอีกทั้งเมื่อรัฐบาลจัดสรรงบแก้ปัญหาน้ำท่วมจะยิ่งมีการทิ้งทวน ดังนั้นต้องเร่งดำเนินการอย่าแช่ไว้

ด้านนายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวยอมรับว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้สะท้อนถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการว่าวางคนไม่ถูก กับงานเพราะมีหลายรายที่โยกย้ายไปอย่างผิดฝาผิดตัว คนดี ๆ ก็ไปย้ายเขา ซึ่งที่ประชุมก็ได้สะท้อนไปเพื่อให้รัฐมนตรีรับทราบและปรับปรุงต่อไป ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ ส.ส. เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของรัฐมนตรีแต่คนที่ถูกย้ายได้ร้องเรียนมายังพรรค เพื่อไทยว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม.

ขอบคุณ :

วันพฤหัสบดี ที่ 06 ตุลาคม 2554
Tags:
comments Comments (0)    -
October 5th, 2011 at 11:56 pm

วันนี้(5ก.ย.54) เวลา15.30น.แม่น้ำปิงที่กำแพงเพชรระดับสูงมากค่อนข้างวิกฤต!

จากการประกาศของเขื่อนภูมิพลว่า จะปล่อยระบายน้ำจาก 80 ล้าน ลบ.ม. เป็น 100 ล้าน ลบ.ม. เมื่อวันที่ 4 ก.ย.54 จะมีผลทำให้ระดับน้ำในปม่น้ำปิงสูงขึ้น อาจน้ำให้บ้านเรือนที่อยู่ริมฝั่งทั้งสองเกิดเหตุน้ำท่วมได้ จึงขอให้เฝ้าระมัดระวังอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. แหล่งข่าวกล่าวว่า จากการปล่อยระบายน้ำของเขื่อนดังกล่าว ทำให้บริเวณ อ.โกสัมพี ได้เกิดเหตุน้ำท่วมทั้งสองฝั่งของแม่น้ำปิงแล้ว และคาดว่าในวันพรุ่งนี้ ไม่เกินเวลา 12.00 น.น้ำจะถึง จ.กำแพงเพชร อย่างแน่นอน

มาดูระดับน้ำในแม่น้ำปิง เมื่อวีนที่ 5 ก.ย.54 เวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าว www.สมเดช.com ได้ไปสังเกตการณ์ระดับน้ำปรากฏว่ามีระดับสูงมาก และได้มีเจ้าหน้าที่จากเทศบาลเมืองกำแพงเพชร อาสาสมัคร ตำรวจ ทหาร จำนวนมาก เฝ้าระวังอยู่ริมแม่น้ำปิง เตรียมขนทรายบรรจุกระสอบไว้บริการประชาชน และมีประกาศจากเสียงตามสายประกาศว่าอาจจะเกิดภาวะน้ำท่วมในคืนวันนี้ ให้ทุกคนได้เฝ้าติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด

ที่ริมแม่น้ำปิง จ.กำแพงเพชร

ประชาชนแห่ขนกระสอบทรายที่เทศบาลจัดให้ไปเตรียมป้องกันน้ำทะลักเข้าบ้าน
ช่วง บ่ายวันนี้ (5 ต.ค.54) ที่บริเวณริมแม่น้ำปิง ชุมชนอนันตสิงห์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ทางเจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองกำแพงเพชร พร้อมด้วยทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 35 จำนวน 30 นาย นำโดย พ.อ.นพดล วัชรกิตบวร ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 35 และ อาสารักษาดินแดน รวมทั้ง อปพร.ได้ร่วมกันใช้เครื่องมือตักทรายบรรจุกระสอบปุ๋ย เพื่อให้ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกำแพงเพชรที่มีพื้นที่อยู่ในที่ต่ำได้มารับไปกั้นป้องกันน้ำทะลักเข้าบ้านเรือน ตามที่เทศบาลเมืองกำแพงเพชร ได้ใช้เครื่องขยายเสียงติดรถยนต์ประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า ระดับน้ำแม่ปิงมีแนวโน้วจะสูงขึ้น ในวันพรุ่งนี้อีกประมาณ 1 เมตร และจะเกิดน้ำล้นจากแม่น้ำปิงไหลบ่าเข้าพื้นที่บางส่วนในเขตเทศบาลเมือง กำแพงเพชรเหมือนกับช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่าน ระดับในแม่น้ำปิง มีระดับน้ำที่ใกล้เคียงกัน แต่ในครั้งนี้เป็นน้ำจากเขื่อนภูมิพล ที่ระบายออกวันละ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลนั้นมาจำนวนมาก และประชาชนที่เคยถูกน้ำท่วมเกรงว่าจะท่วมซ้ำสอง ซึ่งจากข่าวสารที่ได้รับทราบมวลน้ำจะเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก จึงต่างเดินทางมาขนกระสอบทรายที่ทางเทศบาลเมืองกำแพงเพชรจัดไว้ให้อย่างต่อเนื่อง

Tags:
comments Comments (0)    -