6/2 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช อดีต ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com อดีตผู้อำนวยการ ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว (1 ต.ค.47-30 ก.ย.58)

November 13th, 2011 at 8:15 am

“สมพงษ์”จวกศธ.ฝ่าน้ำแจกแท็บเล็ต

“สมพงษ์” จวกรัฐบาล-ศธ.ที่ยังเดินฝ่าน้ำแจกแท็บเล็ต  แทนที่จะโยกงบไปใช้ฟื้นฟูประเทศหลังน้ำท่วม แนะเอาไปช่วยน้ำท่วม หรือโยกไปจัดซื้อหนังสือเรียนฟรีที่เสียหายจะดีกว่า ชี้หาก “วรวัจน์” ยังดื้อแจกต่อ  จะต้องวัดผลการเรียนทุกด้าน ถามตั้ง “อเนก” นั่งเลขาธิการ สกศ. ไม่สมเหตุผล สะท้อน “รัฐบาลปู” ไม่ใส่ใจงานด้านการศึกษา
นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.)  ยืนยันเดินหน้าโครงการแจกแท็บเล็ตให้นักเรียนต่อไป โดยมองว่าจากเหตุการณ์อุทกภัยในขณะนี้ ตนอยากให้รัฐบาลทบทวนตัดหรือเลื่อนโครงการที่ไม่จำเป็นบางโครงการออกไป โดยเฉพาะโครงการแจกแท็บเล็ตนั้น รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ขณะที่การฟื้นฟูประเทศเพราะน้ำท่วมมีความสำคัญและเร่งด่วนกว่า หรือไม่รัฐบาลก็โยกงบในโครงการดังกล่าวไปจัดซื้อหนังสือเรียนฟรีที่เสียหาย แทนก็จะเกิดประโยชน์กว่า
“หากรัฐบาลยังยืนยันจะเดินหน้าแจกแท็บเล็ตจริง ผมก็อยากให้ทำอย่างจริงจัง มีการทำวิจัยอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่มาดูแค่ว่าแท็บเล็ตส่งผลกระทบต่อสายตาหรือพฤติกรรมเด็กเท่านั้น ที่สำคัญยังต้องมีการวัดประสิทธิภาพของหลักสูตรที่ใส่ในแท็บเล็ตด้วย เพื่อสะท้อนให้เห็นว่ามีประโยชน์ควรค่าที่จะจัดซื้อ”
นายสมพงษ์ยังให้ความเห็นถึงการแต่งตั้งนายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มาเป็นเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) แทนนายธงทอง จันทรางศุ ที่ย้ายไปเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ตนไม่เคยรู้จักกับนายเอนกมาก่อน จึงไม่ทราบว่าจะมาสานต่องานใน สกศ.ได้หรือไม่ แต่มองว่าเป็นการไม่สมควร เพราะงาน สกศ.ส่วนใหญ่เป็นงานกำหนดนโยบายและแผนการศึกษา คนที่มาเป็นเลขาฯ สกศ.ควรเป็นคนเข้าใจและมีประสบการณ์ในงานด้านนี้ รวมทั้งเข้าใจบริบทของแผนงานการปฏิรูปการศึกษาด้วย
“การดึงคนนอกมานั่งในตำแหน่งที่สูงระดับซี 11 ของ ศธ. สะท้อนให้เห็นว่า ศธ.รัฐบาลชุดนี้ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการศึกษาเท่าไหร่ ตำแหน่งเลขาฯ  สกศ.เป็นตำแหน่งสำคัญ หากได้คนไม่เก่ง และไม่เป็นงาน ก็อาจทำให้งานด้านยุทธศาสตร์การศึกษาเสียไป รัฐบาลจึงไม่ควรนำเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการศึกษา” นายสมพงษ์กล่าว.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 11th, 2011 at 4:42 pm

เขาแก้วเข้าค่ายวิถีธรรม วีถีธรรม

อบรมโครงการวิถีธรรม วิถีพุทธ ประจำปีงบประมาณ 2555

ดร.สมปอง สมนักพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวิถีธรรม วิถีพุทธ รุ่นที่ 4 ประจำปีงบประมาณ 2555 มี นายสมเดช สุรเดช ผอ.ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว เป็นผู้กล่าวรายงาน

สำหรับการอบรมครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ 4 มีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 จากโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว เข้าอบรม จำนวน 150 คน กำหนดอบรม 3 วัน ระหว่างวันที่ 10 – 13 พฤศจิกายน 2554

และ การอบรมในรุ่นต่อไป คือ รุ่นที่ 5 จะมีการอบรมในวันที่ 13 – 15 พฤศจิกายน 2554  ทางโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว จะส่งนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 จำนวน 150 คน เข้าอบรมอีก เป็นเวลา 3 วัน

ด้านงบประมาณสนับสนุนในครั้งนี้ ได้รับงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร สำหรับเป็นค่าอาหาร ค่าวิทยากร ค่าวัสดุอุปกรณ์ ในการอบรมทั้งหมด ฝากขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยเป็นอย่างสูง.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 11th, 2011 at 2:26 pm

เขาแก้ว “ชนะเลิศ” การประกวดกระทงลอยอ.พรานฯ

คว้ารางวัล “ชนะเลิศ” การประกวดกระทงลอย ระดับ อ.พรานกระต่าย

ด้วยเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 ทางเทศบาลตำบลพรานกระต่าย ได้จัดให้มีการประกวดการประดิษฐ์กระทงลอยด้วยใบตอง เพื่อส่งเสริมประเพณีลอยกระทง ซึ่งได้จัดขึ้นทุกปี สำหรับในปีนี้ (พ.ศ.2554) ได้มีโรงเรียนต่าง ๆ ให้ความสนใจส่งนักเรียนเข้าแข่งขันจำนวนมาก

ในการประกวดครั้งนี้ กำหนดการประกวดออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา และ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ผู้แข่งขันเป็นทีม ๆ ละ 3 คน ใช้เวลา 3 ชั่วโมง โดยเริ่มการแข่งขันตั้งแต่เวลา 13.00 น. ถึง 16.00 น. สถานที่แข่งขัน คือ ศาลาการเปรียญวัดกุฏิการาม

ผลการประกวด มีดังนี้

ระดับประถมศึกษา(ป.1-6)

รางวัลชนะเลิศ คือ โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ โรงเรียนบ้านพรานกระต่าย

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ โรงเรียนบ้านเขาสว่างอารมณ์

รางวัลชมเชย  ได้แก่ โรงเรียนบ้านเมืองพาน และ โรงเรียนบ้านใหม่เขานิยม

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

รางวัลชนะเลิศ คือ โรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม ทีม 2

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่  โรงเรียนเรืองวิทย์พิทยาคม

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม ทีม 1

รางวัลชมเชย  ได้แก่ โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว ทีม 2 และ โรงเรียนบ้านเขาสว่างอารมณ์

ในการส่งนักเรียนเข้าแข่งขันครั้งนี้ โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว ได้แต่งตั้งครูผู้รับผิดชอบในการฝึกสอน ดังนี้คือ ระดับประถมศึกษา คือ นางวรรณรัตน์ กีรติวศิน  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น คือ นางภาศิมาส ยอดวันดี ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยเป็นอย่างสูง

 

Tags:
comments Comments (0)    -
November 11th, 2011 at 1:33 pm

นักเรียนจัดทำกระทงลอยถวายวัด400กระทง สาธุ!

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 คณะครูและนักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้วได้ร่วมกันทำบุญ จัดทำกระทงลอยถวายวัดกุฏิการาม จำนวน 400 กระทง ให้เน้นวัสดุที่ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ

ในการจัดทำกระทงลอยถวายวัดในครั้งนี้ ทางโรงเรียนได้จัดทำขึ้นทุกปี โดยให้นักเรียนจัดทำกระทงมาส่งครูคนละอย่างน้อนย 1 กระทง โดยให้นักเรียนจัดทำด้วยฝีมือของตนเองและทำให้สวยที่สุด ส่วนนักเรียนปฐมวัย หรือ นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1-3 อาจให้ผู้ปกครองช่วยทำให้ก็ได้ ในปีนี้มีนักเรียนนำมาส่งครูได้ จำนวน 400 ใบ พอดี

และทางวัดกุฏิการาม ได้มอบหมายให้คณะกรรมการวัดนำรถมารับกระทงนำไปจำหน่ายแก่ประชาชนผู้มาเที่ยวงานประเพณีลอยกระทงในตอนกลางคืน ส่วนเงินที่จำหน่ายได้ถวายแก่วัดทั้งหมด  และนอกจากนี้ยังมีโรงเรียนต่าง ๆ ได้จัดทำไปถวายวัดด้วยเช่นกัน คือ โรงเรียนพรานกระต่ายพิทยาคม โรงเรียนบ้านพรานกระต่าย โรงเรียนอนุบาลพรานกระต่าย โรงเรียนวัดโพธาราม เป็นต้น ทุกคน…..ได้บุญกันไปเต็ม ๆ เลย สาธุ.

ภาพประกอบอินเทอร์เน็ต

Tags:
comments Comments (0)    -
November 10th, 2011 at 6:25 pm

มาเลือกยานพาหนะแห่งอนาคตที่จะใช้ในกรุงเทพ กันดีกว่า และการเรียงโดมิโน 10,000 ชิ้น

ขอแนะนำพาหนะที่จะช่วยคุณเดินทางแม้น้ำท่วม จะเลือกแบบทยานขึ้นฟ้าเฮลิคอปเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้พลังงานไฟฟ้า แต่คงต้องอดใจรอหน่อยเพราะ 16-rotor E-Volo  เป็นเพียงแค่เครื่องบินต้นแบบ คงไม่นาน น้ำท่วมรอบต่อไปก็คงได้ใช้

หรือจะเป็นยานพาหนะรูปร่างหน้าตาแบบนี้ เป็นลูกครึ่ง ครึ่งรถครึ่งเรืออเนกประสงค์เสียจริง บนภาคพื้นก็ได้หรือพอเจอน้ำก็แปลงร่างเป็นเรือเลย ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวน้ำกันแล้วละนะ

ปิดด้วยความสวยงามการล้มตัวของโดมิโน เกมส์ที่คุ้นเคยกันดี แต่นี้คือการเรียงให้เป็นรูปเป็นร่างเพื่อจะล้มมันให้เกิดภาพประทับอัศจรรย์ใจ “บางที่การล้มก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป”

Tags:
comments Comments (0)    -
November 10th, 2011 at 6:18 pm

“หมอดูเนปจูน”วิเคราะห์”ปีหน้าแรง!”อุทกภัย54แค่ซ้อมใหญ่ “น้ำท่วมการเมือง”ชี้”นายกฯจะอยู่ไม่ได้”

 

เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา  มติชนออนไลน์ ได้เคยนำเสนอบทสัมภาษณ์   หมอดูเนปจูน  โหรมีชื่ออีกบุคคลหนึ่ง  ซึ่งใช้อิทธิพลของตัวเลขที่สัมพันธ์กับดวงดาวในระบบสุริยะจักรวาลมาช่วย วิเคราะห์ทำนายชะตาดวงชาติบ้านเมือง และบุคคลต่างๆ

 

ในคราวนั้น  ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้งครั้งใหญ่ เดือนกรกฎาคม  นอกเสียจากดวงบ้านดวงเมือง เรื่องความขัดแย้งแตกสามัคคีของคนในชาติแล้ว   หมอดูเนปจูน  ยังได้ฝากย้ำคำเตือนถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ อันเป็นความรุนแรงที่ชาวประชาชนชาวไทยจะต้องเผชิญ… ร่วมกัน  ท่ามกลางความใจจดใจจ่อของหลายๆฝ่าย ที่มัวแต่พุ่งเป้าให้ความสนใจ ไปกับการได้รัฐบาลใหม่ การฟอร์มทีม ครม.

 

 “สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ภัยพิบัติที่ก้าวเข้ามาเรื่อยๆ ไทยก็ประมาทไม่ได้ ให้ดูจากประเทศอื่นๆที่เกิดขึ้น  ดวงโลกปี 2011 และ ปี 2012  โลกมันร้อน ดวงอาทิตย์โคจรเข้ามาสองดวง แล้วดาวอังคารถูกทำลาย โลกของเรากำลังผจญภัยกับเหตุการณ์ต่างๆ โดนสายฟ้าฟาด เลยเจอกับเหตุการณ์ต่างๆ เข้า เช่น  แผ่นดินไหว น้ำท่วม ปีหน้า (2555) รุนแรงกว่าปีนี้ มันอาจไม่รุนแรงถึงขั้นโลกแตก  สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครคาดคะเนได้ นี่คือสิ่งที่น่ากลัวและวิตกกังวลมากที่สุด ซึ่งผมก็ได้แต่เฝ้าภาวนาไม่ให้เกิดอะไรรุนแรง  ถ้ามันไม่เกิดขึ้นถือว่าเราโชคดีไป “  หมอดูเนปจูน บอกกับผู้สื่อข่าวมติชนออนไลน์ ด้วยสีหน้าวิตกกังวล ก่อนที่จะทราบผลถัดจากนั้นไม่นาน ว่า พรรคไหนได้ถือเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล และก่อนที่ ประเทศไทยของเราจะได้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์

 

ถัดจากนั้น เมื่อย่างเข้าสู่เดือนสิงหาคม ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ  รวมถึงอินเตอร์เน็ต  ก็เริ่มให้ความสำคัญกับข่าวน้ำท่วม จากข่าวกรอบเล็ก กลายเป็นข่าวใหญ่ พาดหัว ถ่ายทอดภาพเหตุการณ์ เน้นให้เห็นถึงความหายนะของภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ล้วนแล้วแต่เกิดจากสายน้ำ ก้อนใหญ่ที่หลั่งไหลถาโถมไล่มาตั้งแต่ภาคเหนือ จนดูวิกฤตเริ่มมาจากนครสวรรค์ ลพบุรี พิษณุโลกกำแพงเพชร พิจิตร พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี รวมถึงกรุงเทพมหานคร  ทั้งยังจะลามไปสมุทรสาคร สมุทรปราการ รวมถึงน้ำที่ท่วมในภาคอีสานอีกหลายจังหวัด ซึ่งรัฐบาลภายใต้การบริหารจัดการ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่แม้จะตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)  มาคอยแจ้งข้อมูลข่าวสาร รายงานสถานการณ์น้ำช่วยเหลือดูแลเยียวยาผู้ประบอุทกภัย หรือกระทั่งหลายสื่อทีวีช่องยักษ์ใหญ่ที่ระดมพลข่าวลงพื้นที่รายงาน สถานการณ์น้ำประสานให้ความช่วยเหลือข้าวปลาอาหาร หรือการอพยพ มอบเรือ และพลังของจิตอาสา จากภาคประชาชนหรือหน่วยงาน องค์กร เอกชน  เอ็นจีโอ ต่างๆก็พรรคพวกไปช่วยกันสร้างปราการกั้นน้ำตามที่ต่างๆทั้ง“เอาอยู่” บ้างและพังพินาศเสียหายไปก็มาก…และดูท่า น้ำก็ยังไม่มีทีท่าสิ้นสุดการเดินทาง จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางคือ “ทะเล”

 
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 หมอดูเนปจูน ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ “ภัยพิบัติทางธรรมชาติ” ท่ามกลางสถานการณ์“น้ำ” ที่กำลังถาโถมบุกรุก”เมืองหลวง”ของประเทศอย่าง”จัดหนัก”  กับ“มติชนออนไลน์”อีกครั้ง  เขา เปิดประโยคแรกในการสนทนา ว่า “นายกฯจะอยู่ไม่ได้ หลังน้ำลด”

 

ก่อนจะบอกต่อว่า   ดวง ของประเทศไทย ณ ขณะนี้ ป่วยหนักมาก ไม่มีที่ท่าว่าจะดีขึ้นเลย จากอิทธิพลของดวงอาทิตย์ที่อ่อนกำลังลง    ซึ่งนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน   อาจจะไม่ได้อยุ่ในตำแหน่งอีกต่อไป ด้วย   2 เหตุผลหลัก คือ ถ้าไม่ลาออกเอง ก็ต้องโดนม็อบ  ซึ่งเกิดจากประชาชนและผู้ไม่พอใจในการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล ที่มีแต่ล้มเหลว ขับไล่ ซึ่งม็อบที่ว่านี้ อาจจะเป็นจากลักษณะพวกเดียวกันเองและกลุ่มคนที่ไม่สนับสนุนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วรวมตัวกันขับไล่ และ อุทกภัยที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ เป็นเพียงแค่ซ้อมใหญ่ เป็นน้ำท่วมการเมือง จากการกลั่นแกล้งกันเอง…และยัดเยียดความผิดให้ฝ่ายตรงข้าม  เรื่องของ “กงกำกงเกวียน”

 

แต่หลังจากน้ำลด  “เชื้อโรค” จะเป็นสิ่งที่ตามมา อย่างน่ากลัว  รวมถึงแผ่นดินไหว  ซึ่งในปี 2555  อุทกภัยที่มาจากน้ำ จะเป็นของจริง และรุนแรงกว่าปีนี้ที่เรากำลังเผชิญอยู่ ด้วยอาจมีเขื่อนใหญ่พัง

 

“ปีหน้าแรง อาจารย์บอกได้แค่นี้ ของจริงเลย ในปี 2555  จากอิทธิพล การโคจรของดาวนิบิรุ ที่จะส่งผลร้ายต่อโลก เรียกว่าเป็นดาวมหันตภัย คนที่อยู่เมืองหลวงตอนนี้ อย่างกรุงเทพฯ จะมีแต่ความวุ่นวายนับจากนี้ไป เหตุการณ์จะรุนแรง  พ้นน้ำ เจอเชื้อโรค  จากนี้ไปจะเกิดแผ่นดินไหว ในประเทศใกล้ๆไทยซึ่งส่งผลต่อเขื่อนแตกในประเทศ  อาจมีตึกสูงถล่มภายใน 3 ปีนี้  คนจะตกงานกันมากมาย คนดีมีศีลธรรมก็จะพลอยได้รับความเดือดร้อนไปด้วย  ดวงประเทศป่วยมากตอนนี้  จากนี้ไปอาจไม่ค่อยเจอเรื่องดี จนกว่าจะพ้นปี 2562 เป็นต้นไปนั่นแหละ ยังไงก็ไปวิเคราะห์ พิจารณากันเอาเองนะ เท่าที่อาจารย์ดูจากดวงดาว ก็ออกมาเป็นอย่างนี้” หมอดูเนปจูน ทิ้งท้าย

Tags:
comments Comments (0)    -
November 10th, 2011 at 6:07 pm

เพิ่มช่องประเมินวิทยฐานะครู

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญเฉพาะกิจจัดทำร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะของข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา เปิดเผยว่า อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯ ได้ข้อสรุปการจัดทำร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะชำนาญการ และชำนาญการพิเศษ และได้นำเสนอ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญระบบเห็นชอบแล้ว โดยร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวกำหนดให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามาเป็น 1 ใน 3 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะทำหน้าที่ประเมินผลงานของข้าราชการครูในขั้นตอน สุดท้าย ส่วนวิธีและหลักการประเมิน กำหนดไว้ ดังนี้ 1.วิทยฐานะชำนาญการ (ชก.) จะให้ข้าราชการครูฯ ยื่นข้อเสนอมาว่ามีผลงานดีเด่นอะไรบ้างที่จะตรวจสอบได้ จากนั้นจะให้กรรมการประเมินไปติดตามประเมินผลงานที่เสนอมาภาคเรียนละ 1 ครั้งในระยะเวลา 2 ปีและเมื่อครบ 4 ครั้งจะให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไปประเมินครั้งสุดท้ายว่าผ่านหรือไม่ผ่าน

รศ.ดร.สุขุม กล่าวต่อไปว่า 2.วิทยฐานะชำนาญพิเศษ (ชกพ.) จะให้ข้าราชการครูฯ ยื่นข้อเสนอมา จากนั้นจะส่งกรรมการประเมินไปติดตามในระยะเวลา 3 ปีภาคเรียนละ 1 ครั้งและเมื่อครบ 6 ครั้ง จะให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไปประเมินครั้งสุดท้ายว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ส่วนการทำผลงานทางวิชาการนั้นก็ยังต้องมีเอกสารทางวิชาการประกอบด้วย แต่ไม่ใช่ลักษณะเหมือนกับการเขียนตำรา ทั้งนี้ เชื่อว่าการให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมประเมิน จะสามารถอุดช่องว่างปัญหาครูที่ทำงานดีแล้วไม่ได้เลื่อนวิทยฐานะได้ ทั้งนี้ ร่างหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเป็นช่องทางพิเศษหนึ่งเช่นเดียวกับ วิทยฐานะเชิงประจักษ์ ส่วนการประเมินวิทยฐานะตามช่องทางปกติก็ยังมีอยู่เช่นเดิม.

Tags:
comments Comments (0)    -
November 10th, 2011 at 6:04 pm

พัฒนาภาษาอังกฤษคนไทย

ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในปี 2558 ประเทศไทยต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งภาษาอังกฤษจะมีความสำคัญมากในการติดต่อสื่อสาร แต่ที่ผ่านมาพบว่า การสอนภาษาอังกฤษในสาระวิชาภาษาอังกฤษอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ดังนั้นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะส่งเสริมให้สถานศึกษาบูรณาการการใช้ภาษาอังกฤษแทรกซึมเข้าไปในสาระวิชา อื่นๆ รวมถึงกิจกรรมการพัฒนาผู้เรียนต่างๆ โดยมีเป้าหมายว่าผู้ที่จบการศึกษาภาคบังคับ หรือ ชั้น ม.3 จะต้องใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ ขณะเดียวกันผู้ที่เป็นข้าราชการก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้อย่างคล่อง แคล่ว เพราะต่อไปจะต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการในอาเซียน          

ดร.เบญจลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของข้าราชการ สพฐ.นั้น นอกจากจะมีการจัดอบรมพัฒนาภาษาอังกฤษให้แก่บุคลากรแล้ว ได้หารือกันว่าในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ จะต้องมีการสอบภาษาอังกฤษด้วย เนื่องจากขณะนี้บางตำแหน่งยังไม่มีการทดสอบความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายว่าผู้ที่จบการศึกษาภาคบังคับควรมีทักษะ 3 ระดับ คือ ทักษะเบื้องต้น สามารถแนะนำตัวเอง ถามความต้องการของผู้มาติดต่อและให้การรับรองเบื้องต้นได้ ทักษะระดับที่ 2 สามารถเขียนประวัติตนเอง เขียนจดหมายติดต่อ หรือสมัครงานได้ และ ทักษะระดับที่ 3 สามารถพัฒนาโครงการที่จะนำเสนอในการทำงานและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้.

Tags:
comments Comments (0)    -
November 10th, 2011 at 6:03 pm

พลิกวิกฤติสอนเด็กรู้ทันภัยพิบัติ

ดร.รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์  นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวว่าธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประเมินมูลค่าความเสียหาย สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้  ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท และยังส่งผลกระทบในด้านการศึกษา ซึ่งมีสถานศึกษาได้รับผลกระทบ ณ วันที่ 1 พ.ย. 2554 ไม่ต่ำกว่า 2,396 แห่ง อย่างไรก็ตามท่ามกลางวิกฤติก็ได้เห็นการเรียนรู้ และคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสู้กับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น เช่น บ้านลอยน้ำ ส้วมกระดาษ ถุงจัดหนัก และวิธีการป้องกันทรัพย์สินมีค่า จึงถือเป็นโอกาสในการจัดการเรียนรู้ท่ามกลางเหตุวิกฤติ ดังนั้น สสค.ขอเชิญโรงเรียน หรือหน่วยงานที่จัดการศึกษาทางเลือก ในพื้นที่ประสบอุทกภัยร่วมพัฒนาการเรียนการสอน “เด็กไทยเรียนรู้จากภัยพิบัติ” โดยเปิดให้ทุนสนับสนุนในโครงการพัฒนาการศึกษาทางเลือก ครั้งที่ 1/2554 เฉพาะพื้นที่จังหวัดที่ประสบอุทกภัย ซึ่งจะสนับสนุนใน 3 ประเด็นสำคัญคือ การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติการพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อรับมือกับ สถานการณ์ภัยพิบัติ และการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพเครือข่ายและคนทำงาน โดยเปิดให้เสนอโครงการได้ระหว่างวันที่  14 พ.ย.-13 ธ.ค.นี้ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มเสนอโครงการได้ที่  www.QLF.or.th

ด้าน ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้บริหารโรงเรียนสัตยาไส หนึ่งในโรงเรียนทางเลือก กล่าวถึงการเรียนรู้ของเด็กไทยในวิกฤติน้ำท่วมว่า  เด็กไทยควรเรียนรู้ทักษะของการอยู่รอดปลอดภัย เช่น เด็กทุกคนต้องว่ายน้ำเป็นเพื่อช่วยเหลือตัวเองให้ได้ การสอนเด็กให้รู้จักสร้างเรือจากขวดน้ำเก็บไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน  กรณีบ้านที่พังอาจต้องสอนเด็กว่า เราสร้างบ้านใหม่บนเสาและอยู่บนพื้นที่สูง และการปลูกผักบนเรือนแพเพื่อการใช้ชีวิตให้อยู่รอด เป็นต้น  ซึ่งความรู้เหล่านี้สามารถสอนได้โดยครูที่มีความเก่งและเข้าใจ  และการสอนนั้นต้องคาดหวังว่าจะไปถึงครอบครัวของเด็กด้วย ที่สำคัญคือ เด็กยุคใหม่ต้องเข้าใจถึงปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น  ซึ่งจะอยู่กับเราไปอีกนานจากภาวะโลกร้อนที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น  4 องศาทุกปี.

Tags:
comments Comments (0)    -
November 10th, 2011 at 6:00 pm

พตท.หญิงจนมุม ค้าสารตั้งต้นยาบ้าส่งในรูปยาแก้หวัดมีบช.เงินล้านหมุนยังปากแข็งปฏิเสธ

วงการสีกากีฉาว รวบพันตำรวจโทหญิงแอบขายสารตั้งต้นผลิตยานรก ผู้การแฉทำเป็นขบวนการ มีนายทุนเป็นเจ้าของโรงเหล้าในพม่า ออร์เดอร์ยาลดน้ำมูกจากเฮียเจ้าของฟาร์มาซีในเชียงใหม่ก่อนจ้างคนงานแกะ ขนใส่รถไปส่งข้ามแดน สั่งออกจากราชการทันที เจ้าตัวปากแข็งปฏิเสธลั่น หิ้วค้นบ้านเจอบัญชีแบงก์เงินหมุนนับล้าน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 พ.ย. ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรเชียงราย พล.ต.ต.จรินทร์ อินทร์สุวรรณโณ ผบก.ภ.จว.พะเยา พ.ต.อ.นพดล กรึงไกร ผกก.สส.ภ.จว.พะเยา ร่วมกันรับมอบตัว พ.ต.ท. (หญิง) ศิรรัตน์ ใจชุ่ม อายุ 44 ปี สว.อก.สภ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย ในความผิดข้อหาร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันส่งออก วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (ซูโดอีเฟดรีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่จากการสอบสวนผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ เบื้องต้นคุมตัวส่ง พ.ต.ท.สมคิด หมั่นงาน พงส. (สบ 3) สภ.เมืองพะเยา นำส่งศาลเพื่อฝากขัง โดยเจ้าหน้าที่ขอคัดค้านการประกันตัวด้วย

พล.ต.ต.จรินทร์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14-30 ส.ค. 2553 มีผู้พบแผงยาแก้หวัดเปล่ามากถึง 380,000 เม็ด ถูกทิ้งอยู่ที่กองขยะในพื้นที่ อ.แม่ใจ จ.พะเยา อย่างมีพิรุธ เนื่องจากตัวยาดังกล่าวมีส่วนประกอบของซูโดอีเฟดรีน ซึ่งถือว่าเป็นสารตั้งต้นในการใช้ผลิตยาเสพติด จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.นพดล จัดชุดออกสืบสวนหาที่มาที่ไป โดยประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 5 กระทั่งทราบว่า พ.ต.ท.(หญิง) ศิรรัตน์ เป็นผู้สั่งยาดังกล่าวมาจากร้านขายยาแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่

ต่อมาเจ้าหน้าที่คุมตัว พ.ต.ท. (หญิง)ศิรรัตน์ ไปตรวจค้นที่บ้านพัก พบสมุดบัญชีธนาคารที่มีเงินหมุนเวียนนับล้านบาท เอกสารการให้กู้เงิน ทั้งยังยึดรถยนต์และรถ จยย. อีกอย่างละ 1 คัน มาตรวจสอบ เพื่อพิจารณายึดทรัพย์ตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังนำหมายศาลเข้าค้นร้านโชคชัยเภสัช เลขที่ 183/3 ถนนช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ของนายชาญชัย ปรีชาภิลักษณ์ อายุ 57 ปี ซึ่งตามแนวทางการสืบสวนพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการผลิตยาเสพติด จึงควบคุมตัวมาสอบสวนและแจ้งข้อหาขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาตและ ร่วมกันส่งออกวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (ซูโดอีเฟดรีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต

ด้าน พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายส่งสารตั้งต้นไปผลิตยาเสพติด ประเภทยาบ้า โดยมีนางสุข เจ้าของโรงสุราชาวพม่าเป็นนายทุน ซึ่งจะส่งคำสั่งซื้อยาแก้หวัดมาให้ พ.ต.ท. (หญิง) ศิรรัตน์ ครั้งละประมาณ 2-3 แสนเม็ด จากนั้นก็จะสั่งให้นายชาญชัย นำยามาส่งแล้วนำไปเก็บไว้ที่บ้านพักของ พ.ต.ท.(หญิง) ศิรรัตน์ แล้วจ้างคนงานมาแกะเม็ดยาออกจากแผงขนใส่รถยนต์ไปส่งนอกราชอาณาจักร โดยยาแก้หวัด 1 เม็ด สามารถแปรสภาพเป็นยาบ้าได้ถึง 3-4 เม็ด เบื้องต้นจึงมีคำสั่งให้ พ.ต.ท. (หญิง) ศิรรัตน์ ออกจากราชการไว้ก่อน

ส่วนที่ จ.ชัยภูมิ พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล รอง ผบก.ฝ่ายปราบปราม จว.ชัยภูมิ ร่วมกันแถลงผลการระดมกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ (สตช.) โดยสามารถจับกุมผู้กระทำผิดรวมทั้งหมด 53 ราย ได้ผู้ต้องหา 54 คน ของกลาง ยาบ้า 242 เม็ด กัญชาแห้ง กาว ทินเนอร์ จำนวนหนึ่งและอาวุธปืนสั้น 2 กระบอก อีกคดี พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ วุฒิเทิดสกุล สว.กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ กับพวกร่วมกันจับนายชินวุฒิ พรมสุวรรณ อายุ 30 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1,205 เม็ด เบื้องต้นแจ้งข้อหาคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Tags:
comments Comments (0)    -
November 10th, 2011 at 5:50 pm

ไม่กลัวน้ำท่วม ปลูกผักไร้ดิน อนาคตปลูกข้าวไร้นา!!

น้ำท่วมครั้งใดก็ทำให้ไร่น่าพืชสวนได้รับความเสียหายกันมากมาย แม้ว่าปัจจุบันนี้มีการปลูกพืชปลูกไร้ดินกันหลายแห่งในหลายประเทศที่พัฒนา แล้ว ซึ่งในอนาคตอาจจะสามารถปลูกข้าวไร้ที่นา ที่เมืองซาไก โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นได้มีการปลูกพืชไร้ดินเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่  จึงขอนำความรู้จากการที่ได้ไปเยี่ยมชมมารายงานให้รับทราบกัน

เรื่องราวของการปลูกผักปลูกพืชโดยไม่จำเป็นต้องใช้ดิน จนมีการเรียกขานกันว่าปลูกผักปลูกพืชกลางอากาศ ประชาชนคนไทยคงจะได้รับรู้กันมากพอสมควรแล้ว  เพราะการปลูกผักปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินไม่เสี่ยงจากภาวะน้ำท่วมที่จะเข้าท่วม ไร่นาที่จะทำให้พืชสวนเสียหาย ซึ่งปัจจุบันการปลูกพืชโดยไม่ใช่ดินนั้น ทาภาษาวิชาการเรียกว่าระบบ “ไฮโดรโพนิกส์” ได้พัฒนาไปมาก โดยทั่วไป ในประเทศพัฒนามักทำการปลูกภายใต้เรือนกระจก มีการควบคุมสภาพแวดล้อม การผลิตเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จะใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมระบบต่าง ๆ การเพาะต้นกล้าและการย้ายกล้าลงปลูกในระบบ จะเป็นแบบอัตโนมัติ และ กึ่งอัตโนมัติ ส่วนประเทศไทยก็ได้มีการก้าวตามเทคโนโลยี่ดังกล่าว โดยมีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินเช่นกัน แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

สำหรับการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน หรือ “ไฮโดรโพนิกส์” หมายถึงการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน พืชที่ปลูกจะได้รับจากธาตุอาหารต่างๆ ที่จำเป็นผ่านสารละลายธาตุอาหารที่ให้กับพืชเท่านั้น ปกติการปลูกพืชชนิดใด ๆ ต้องใช้วัสดุที่มีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์แก่พืชได้แก่ ดินชนิดต่างๆ ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก พีท  มอส เป็นต้น ส่วนการปลูกพืชแบบไม่ใช่ดินจะใช้วัสดุอื่นที่ไม่มีธาตุอาหารเป็นที่ยึดให้ แก่รากพืชแทนอาทิ ทราย กรวด น้ำ ขุยมะพร้าว แกลบ ใยหิน เพอร์ไรท์ เวอร์มิคูไลท์ เป็นต้น ดังนั้นการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินจึงเป็นการปลูกพืชในลักษณะที่เราไม่เปิดโอกาส ให้พืชได้อาหารจากแหล่งอื่นเลย นอกจากได้จากสารละลายธาตุอาหารที่เราให้แก่พืชเท่านั้น ทำให้เราสามารถควบคุมปริมาณธาตุอาหารให้กับพืชได้อย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

ประเทศญี่ปุ่นเป็นชาติแรกที่นำการปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรโพนิกส์มาใช้เชิงพาณิชย์ ถือเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าที่สุดในการปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรโพนิกส์ในเอเชีย โดยศูนย์วิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยโอซาก้า ซึ่งเป็นศูนย์ใหญ่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่นในการค้นคว้าวิจัยในการปลูกพืชไร้ดิน ให้พัฒนามากยิ่ง ๆ ขึ้น

ทั้งนี้การปลูกผักด้วยวิธีไฮโดรโพนิกส์ในญี่ปุ่นพัฒนาอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการเจริญเติบโตของเมืองและราคาที่ดินที่สูงขึ้น ทำให้การเกษตรด้วยระบบดั้งเดิมถูกจำกัดโดยราคาที่ดิน ทั้งนี้ การปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน (Soilless Culture) เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับของทั่วโลกในเรื่องของการช่วยเพิ่มผลผลิต และยังได้ผักที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

จากการทดลองปลูกพืชเปรียบเทียบระหว่างปลูกในดินและปลูกโดยไม่ใช้ดิน พบว่า การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินพืชจะโตเร็วและให้ผลผลิตสูงกว่า การที่พืชจะเจริญเติบโตได้ไม่ว่าจะปลูกด้วยวิธีใดพืชย่อมต้องการแร่ธาตุที่ อยู่ในรูปของไอออนที่เพียงพอ มีอุณหภูมิที่เหมาะสม นอกจากนี้พืชยังต้องการแสง คาร์บอนไดออกไซด์ ออกซิเจน และต้องมีลมเป็นตัวพัดพาให้เกิดการดูดซับได้ดีขึ้น ซึ่งทุกอย่างจะผ่านการควบคุมอย่างเป็นระบบในสายการผลิตทั้งหมด

ศาสตราจารย์ ฮารุฮิโกะ มุราเสะ (Prof.Haruhiko Murase)  แผนกวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยจังหวัดโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า การปลูกพืชในสารละลายที่เรียกว่าไฮโดรโพนิกส์ของศูนย์วิจัยฯนี้ เน้นการศึกษาการควบคุมสภาพแวดล้อมในทุกปัจจัยตั้งแต่การหมุนเวียนของอากาศ อาหาร อุณหภูมิ แสงสว่าง และน้ำในระบบที่จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้พืชผักเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว คุ้มค่ากับพลังงานที่เสียไปยิ่งขึ้น ที่เห็นจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ของศูนย์นี้ ได้มีการทดลองนำคลื่นแสงต่างสีเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของผักในกระบะเพาะ ในระยะต่าง ๆ ด้วย ทางศูนย์ยังเน้นว่าไม่มีการปล่อยน้ำเสียออกสู่ระบบนิเวศน์ของเมือง น้ำในระบบจะถูกหมุนใช้อยู่ภายในอย่างมีประสิทธิภาพ

ศาสตราจารย์ ฮารุฮิโกะ มุราเสะ กล่าวอีกว่า ที่ศูนย์วิจัยภายในมหาวิทยาลัยจังหวัดโอซาก้า ได้ทดลองปลูกผักกาด เบื้องต้นแยกปลูกจากต้นกล้าที่เพาะไว้ล่วงหน้าแล้วประมาณสองสัปดาห์ จะใช้เวลาปลูกต่ออีกเพียง 14 วัน ก็สามารถเก็บขายได้ โดยจัดเก็บส่งไปที่ร้านแฮมเบอร์เกอร์ และ ร้านแซนด์วิชซับเวย์ อย่างไรก็ตามในโปรแกรมนี้ยังผลิตได้ไม่มากได้แค่ 250 ต้นต่อวัน ซึ่งยังไม่เป็นแบบอุตสาหกรรม จึงทำให้ราคาแพงมาก แต่ถ้าหากในอนาคตมีการผลิตจำนวนมากราคาอาจจะถูกลงกว่านี้สิบเท่า แต่ในเมืองเกียวโตสามารถปลูกได้เป็นหมื่นต้น อย่างไรก็ตามโครงการนี้ทั้งเอกชน รัฐบาล และ มหาวิทยาลัย ต่างร่วมมือกันต่อไป

ทั้งนี้ การเพาะปลูกผักกาดใช้ระบบโรงปิด Plant Factory ซึ่งเป็นการเพาะปลูกผักภายในอาคารและอาศัยแสงไฟในการเจริญเติบโตของพืช ไฟใช้ LED ร่วมกับฟลูโอเรสเซนต์ที่เปิดให้แสงตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ช่วยประหยัดได้มาก ทางศูนย์มีการผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Panel)  และมีโครงการนำไปใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักอย่างเต็มระบบต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ตามระบบการปลูกผักแบบไร้ดินเป็นเทคโนโลยีที่ลงทุนค่อนข้างสูง แต่จะเป็นทางเลือกหนึ่งในการผลิตพืชที่สามารถควบคุมคุณภาพและสามารถผลิตได้ อย่างสม่ำเสมอและยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องโรคแมลงศัตรูพืชได้ และปลอดภัยกับผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภคในญี่ปุ่นคำนึงถึงความสะอาดและปลอดภัยมาเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ในอนาคตเราอยากปลูกข้าว ข้าวสาลี กล้วย เป็นต้น หากทำได้ก็จะมีการเผยแพร่ความรู้และผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศต่อไป

หากเกษตรกรผู้ปลูกต้องการมีรายได้ที่ดีตลอดทั้งปีจากการปลูกผักแบบไร้ดินจะ ต้องเริ่มตั้งแต่การทำผลผลิตให้ได้คงที่ มีคุณภาพ และราคาที่ไม่ผันผวนมากจนเกินไป ซึ่งการจะปลูกพืชให้ได้คุณภาพนั้น ผู้ปลูกจะต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมด้วย ดังนั้นในญี่ปุ่นจึงมีวิธีการควบคุมคุณภาพเหล่านี้ด้วยการปลูกพืชภายในโรง เรือนหรือ Green House และ Plant Factory ซึ่งเป็นการปลูกผักในระบบปิด มีการควบคุมความสะอาด ปลอดเชื้อ โดยใช้แสงสว่างจากหลอดไฟเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืชซึ่งขณะนี้กำลังเป็น ที่แพร่หลายอยู่ในญี่ปุ่น

จะเห็นได้ว่า การปลูกพืชไร้ดินมีข้อดีตรงที่สามารถปลูกพืชได้ทุกฤดูกาลและทุกสภาพอากาศ เนื่องจากมีการควบคุมปริมาณธาตุอาหารให้พอดีกับความต้องการของพืชและมีการ ควบคุมสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ให้เหมาะสม และการที่ปลูกพืชได้ตลอดเวลาไม่ขึ้นกับฤดูกาลทำให้สามารถควบคุมราคาได้โดย ไม่ขึ้นลงตามฤดูกาล และต่อไปในอนาคตเราอาจจะเห็นประเทศไทยมีการปลูกพืชผัก ผลไม้ ต่าง ๆ แบบไร้ดิน หรือปลูกข้าวไร้นาได้ตลอดปี โดยไม่ต้องห่วงปัญหาภัยธรรมชาติจากน้ำท่วม.

อุบล ชาญปรีชาสมุทร….. รายงาน

Tags:
comments Comments (0)    -
November 10th, 2011 at 12:26 pm

สพฐ.ไม่อนุญาตให้ครูไปต่างประเทศเหตุไม่ปฏิบัติตามระเบียบฯ

จากการที่ สพฐ. ไม่อนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไปต่างประเทศเหตุเพราะไม่ปฏิบัติตามระเบียบ โดยระบุว่าจะต้องส่งเรื่องก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ.ได้มีหนังสือ ที่ ศธ 04216/4925 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2554 เรื่อง ส่งเรื่องคืนเรื่องขออนุญาตให้ข้าราชการไปต่างประเทศ กรณีที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 หรือ สพป.กพ.เขต 1 ส่งหนังสือ ที่ ศธ 04023/5183 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2554 เรื่อง ขออนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไปต่างประเทศเพื่อทัศนศึกษา ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 12 – 17 ตุลาคม 2554 จำนวน 12 ราย (ซึ่ง สพฐ.ระบุว่าได้รับเรื่องดังกล่าวในวันที่ 10 ตุลาคม2554) 

สาระสำคัญของหนังสือ สพป.กพ.เขต 1 เป็นการผ่านเรื่องของ สำนักงาน สก.สค.จังหวัดกำแพงเพชร ที่ ศธ 520705/752 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2554  ไปต่างประเทศเพื่อศึกษาดูงาน ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ทาง สพฐ.เห็นว่าการขออนุญาตดังกล่าวไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการขออนุญาตไปต่างประเทศ โดยจะต้องส่งเอกสารก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน

ดังนั้น สพฐ. จึงไม่อนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปต่างประเทศ ที่นี้ลองมาพิจารณาต่อกันว่า เมื่อ สพฐ.ไม่อนุญาต จะมีผลอะไรตามมาอีกหรือไม่ และ ต้องปฏิบัติอย่างไร เพราะ หนังสือ สพฐ.ตอบกลับมาในวันที่ 14 ตุลาคม 2554 แต่ผู้ขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศแล้ว(วันที่ 12-17 ตุลาคม 2554) แต่ถ้าเครื่องบินตก รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินขึ้นมา กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา……….

จะได้รับบำเหน็จ บำนาญ หรือเงินชดเชยอื่นใด………หรือไม่…เท่าใด……

เรื่องนี้……ต้องขอฝากให้ผู้รู้ หรือนักกฎหมาย หรือ ท่านผู้อ่านได้โปรดแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย  แล้วเรื่องนี้แหละจะเป็นประโยชน์ต่อท่านเอง

ต่อจากนี้ไป……..สิ่งที่จะปฏิบัติได้คือ ต้องเข้มงวดวดขัน “ปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบ” อย่างเคร่งครัด.

เอกสารประกอบเรื่อง………..คลิกดูได้ที่นี่

Tags:
comments Comments (0)    -
November 9th, 2011 at 10:47 pm

ชงก.ค.ศ.ไฟเขียวเกณฑ์ครูคืนถิ่น ไม่ดูอัตรา”ทดแทน-ว่าง-ขาดแคลน” เน้นความจำเป็น-สกัดการเรียกเงิน

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน นายสุขุม เฉลยทรัพย์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เฉพาะกิจพิจารณาหลักเกณฑ์กรณีการย้ายครูคืนถิ่น เปิดเผยว่า จากการประชุม อ.ก.ค.ศ. เฉพาะกิจฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ข้อสรุปหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติให้ข้าราชการครูฯ ได้ย้ายกลับภูมิลำเนาแล้ว รอเสนอที่ประชุม ก.ค.ศ.ที่มีนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)เป็นประธาน พิจารณาในครั้งหน้า โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะทำให้ข้าราชการครูฯสามารถย้ายกลับภูมิลำเนาได้โดยไม่ มีเงื่อนไขกำหนดมากเหมือนหลักเกณฑ์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จนทำให้ย้ายกลับภูมิลำเนาได้ยากเช่น หลักเกณฑ์ที่กำหนดว่าผู้จะย้ายกลับภูมิลำเนาต้องสอนในสาขาที่ตรงกับตำแหน่ง ว่าง หรือการจะย้ายไปต้องมีอัตรามาทดแทนในโรงเรียนเดิมเป็นต้น แต่เกณฑ์ใหม่นี้การย้ายให้ดูความจำเป็นโดยอาจจะไม่ต้องคำนึงถึงอัตราว่างและ สาขาวิชาที่จะโอนไป หรือปัญหาครูขาด หรือเกินซึ่งการพิจารณาให้ดำเนินการผ่าน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาตามขั้นตอนปกติ

“การย้ายกลับภูมิลำเนาของเพื่อนครูจะมีหลายประเภท เช่น การย้ายกลับภูมิลำเนาของคู่สมรส บิดามารดา ซึ่งแต่ละประเภทจะกำหนดเป็นแนวทางเอาไว้ การที่นายวรวัจน์เข้ามาปรับเกณฑ์เรื่องนี้ เพราะได้รับข้อมูลร้องเรียนจากเพื่อนครูว่าการขอย้ายมีปัญหาโดยเฉพาะการ เรียกรับเงินเพื่อแลกการย้ายกลับภูมิลำเนา ทำให้ครูที่ไม่มีเงินก็ไม่ได้ย้ายแม้มีความจำเป็นต้องย้าย” นายสุขุมกล่าว

นายสุขุมกล่าวอีกว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเป็นอีกทางออกหนึ่งที่จะเข้าไปช่วยเหลือข้าราชการครูฯ ที่มีความจำเป็นต้องย้ายกลับภูมิลำเนา เช่น การย้ายกลับไปดูแลพ่อแม่ การย้ายกลับไปอยู่กับคู่สมรส ซึ่งการย้ายดังกล่าวจะทำให้ลดปัญหาต่างๆ ทางสังคมได้ อย่างปัญหาความแตกแยกของครอบครัวที่มีสาเหตุมาจากการที่ครูและคู่สมรสไม่ได้ อยู่ด้วยกันจนทำให้เกิดปัญหาชู้สาวในบางคู่ ที่สำคัญ ยังสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการครูฯด้วยอย่างไรก็ตาม สำหรับเกณฑ์การย้ายอื่นๆ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

Tags:
comments Comments (0)    -
November 9th, 2011 at 2:26 pm

ชูวิทย์ นุ่งกางเกงขาสั้นหอบกะละมังเข้าสภา

ชูวิทย์ นุ่งกางเกงขาสั้นหอบกะละมังเข้าสภา
ชูวิทย์ นุ่งกางเกงขาสั้นหอบกะละมังเข้าสภา

หัวหน้าพรรครักประเทศไทย “ชูวิทย์” นุ่งกางเกงขาสั้น หอบกะละมัง น้ำดื่ม อาหารกล่อง เข้าประชุมสภา เผย เตรียมซักฟอกรัฐบาลเต็มที่

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เดิน ทางเข้าร่วมประชุมรัฐสภาในวันนี้ ด้วยการแต่งตัว สวมกางเกงขาสั้น พร้อมกับถือกะละมัง อาหารกล่อง รวมไปถึงน้ำดื่ม เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าขณะนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง

ซึ่งการแต่งตัวเดินทางมาในวันนี้ เป็นการแสดงให้รู้ว่ารัฐบาลควรดำเนินการในการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งตนเองมีความพร้อมเต็มที่ในการเข้าร่วมประชุมเพื่อซักฟอกรัฐบาลแล้ว รวมไปถึงอยากให้ ส.ส. และสภา เป็นตัวแทนในการติดตามการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม การเดินทางมาเข้าประชุมของ นายชูวิทย์ วันนี้ ได้สร้างสีสันและความสนใจให้กับสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

Tags:
comments Comments (0)    -
November 8th, 2011 at 8:06 pm

บ้านหลังแรก, รถคันแรก, แทบเล็ต ป.1 สู้เครื่องสูบน้ำได้หรือ?

โดย  :  กาแฟดำ

เมื่อ “ประชาเดือดร้อน” นโยบาย “ประชานิยม” ก็ควรจะต้องหลบทางไปเสีย…

แต่วันนี้ผมยังไม่ได้ยินว่ารัฐบาลจะประกาศยกเลิกโครงการ “บ้านหลังแรก” และ “รถคันแรก” เพื่อจะได้เอาเงินส่วนนั้นมาช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยที่มีมากมายเกือบทั่วประเทศ

 เพราะบ้านหลังแรกหรือรถคันแรกก็คงไม่มีสิทธิที่จะมาโผล่กลางน้ำที่อาละวาดไปกว่า 30 จังหวัด
 อีกทั้ง งบหลายหมื่นล้านที่เตรียมเอาไว้ใช้ซื้อคอมพิวเตอร์ “แทบเล็ต” ให้เด็กนักเรียน

 ประถมหนึ่ง “ทุกคน” นั้นก็ควรจะต้องระงับเสียโดยด่วนเพื่อจะได้เอางบประมาณนั้น มาเกื้อกูลผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ขณะนี้ได้เพียงบ้านละ 5,000 บาท แต่ความต้องการของคนไทยส่วนใหญ่นั้นมีสูงกว่านั้นมากมายเหลือเกิน

 ข่าวบอกว่ารัฐบาลเตรียมตั้งงบกลางปี 2555 ถึง 4.2 แสนล้านบาทเพื่อนำมาช่วย
 คนถูกน้ำท่วม ซึ่งก็แปลว่าเป็นการเก็บภาษีของชาวบ้าน หรือไม่ก็เป็นการกู้เงินมาซึ่งก็คือภาระของประชาชนนั่นเอง
 ไฉนจึงไม่คิดจะจัดลำดับความสำคัญของการใช้เงินใหม่ในภาวะวิกฤติเช่นนั้น

 ซึ่ง หมายความว่าจะต้องตัด, ลด, ยกเลิกโครงการใดก็ตามที่ต้องใช้เงินและไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาเร่ง ด่วนของบ้านเมืองในยามนี้ออกไปเสียให้สิ้น

 หน้าที่ของคนบริหาร ประเทศในยามนี้คือการแสดงให้เจ้าของประเทศเห็นว่าเงินทองที่จำเป็นนั้นจะ ต้องนำมาใช้สำหรับความจำเป็นเฉพาะหน้า โดยเฉพาะเพื่อผ่อนเบาความเดือดร้อนซึ่งมาในรูปแบบต่างๆ ที่ต้องใช้เงินภาษีประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 การประกาศจะใช้เงิน 8-9 แสนล้านบาทเพื่อทำโครงการ “New Thailand” ที่ไม่มีรายละเอียดอะไร แต่พร่ำพูดถึง mega projects ที่นักการเมืองชอบนักชอบหนา เพราะตนเองมีสิทธิจะเข้าไปผลาญเล่นได้นั้นเป็นการไม่แสดงความรับผิดชอบ เพราะไม่ได้บอกเลยว่าจะลดค่าใช้จ่ายจากโครงการเดิมๆ ที่ไม่มีความเร่งด่วน หรือที่มุ่งจะสร้างความนิยมชมชอบให้กับรัฐบาลโดยไม่อาจพิสูจน์ว่ามีความจำ เป็นใดๆ แต่อย่างใด

 เป็นเรื่องน่าประหลาดมากที่รัฐบาลมี ปัญหาเรื่อง “เครื่องสูบน้ำ” ไม่พอสำหรับปั๊มน้ำเพื่อบรรเทาระดับน้ำที่ท่วมชาวบ้านที่ทุกข์ยากเหลือหลาย ขณะที่มีงบสำหรับโครงการประชานิยมต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น

 รัฐบาลไม่ได้บอกว่าที่มีปัญหาหา “เครื่องสูบน้ำ” ไม่ได้จนกลายเป็นประเด็นหลักของความขัดแย้งระหว่าง ศปภ. กับ กทม. นั้นเป็นเพราะไม่ได้วางงบประมาณเอาไว้หรือว่ามีเงิน แต่หาซื้อไม่ได้

 แต่ ไม่ว่าปัญหาจะเป็นเรื่องเงินหรือหาของไม่ได้ ก็ตอกย้ำปัญหาของการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพในแง่การเงินและการจัดการ เพราะ ศปภ. นั้นตั้งมาหลายสัปดาห์แล้ว

 และหากมีการประเมิน สถานการณ์กันอย่างรอบด้านและแม่นยำ, ก็น่าจะรู้มานานพอสมควรแล้วว่าอะไรขาด, อะไรเกิน, อะไรควรมี, อะไรไม่ควรมีในสถานการณ์คับขันเช่นนี้

 แต่ เราได้ยิน ศปภ. ประกาศเมื่อสองสัปดาห์ก่อนว่าขาดแคลนเครื่องสูบน้ำ ขอให้ประชาชนบริจาค, และอีกสัปดาห์ต่อมาประเด็นเดียวกันนี้ก็กลายเป็นเรื่องขัดแย้งระหว่าง ศปภ. กับ กทม….ทั้งๆ ที่ได้ข่าวมาก่อนหน้านี้ว่ารัฐบาลจีนได้เสนอให้ความช่วยเหลือเครื่องสูบน้ำ จำนวนไม่น้อย

 แต่ข่าวของ ศปภ. บอกว่ากำลังติดต่อขอซื้อเครื่องสูบน้ำจากจีน, เกาหลีใต้และญี่ปุ่น อย่างร้อนรน

 เหมือนส่งทหารไปรบ แล้วประกาศขอให้ประชาชนบริจาคกระสุนปืนเพราะไม่ได้ตระเตรียมเอาไว้, อย่างไรอย่างนั้น
 ประชาชน ให้เวลาสำหรับการ “ฝึกงาน” ของรัฐบาลเพื่อเรียนรู้การบริหารวิกฤติมาหลายสัปดาห์แล้ว…ไม่ไหวกรุณารีบบอกเพราะนี่ก็สายเหลือเกินแล้ว!

Tags: , , ,
comments Comments (0)    -
November 8th, 2011 at 7:59 pm

ชมน้ำท่วม ปิ่นเกล้า-แยกอรุณอัมรินทร์ …ดูแล้วคิดอะไรได้บ้าง?

ขอบคุณ  :  youtube

http://www.mythnice.com/images/StarThai/Tak/154242p9jjpepx99ip5zep.jpg

Tags:
comments Comments (0)    -
November 8th, 2011 at 6:42 pm

ตั๊ก โวแม่ไฟเขียวถ่ายหวิว แย้มสเปกหนุ่มต้องไม่มีเมีย!

ตั๊ก โวแม่ไฟเขียวถ่ายหวิว แย้มสเปกหนุ่มต้องไม่มีเมีย!
ตั๊ก โวแม่ไฟเขียวถ่ายหวิว แย้มสเปกหนุ่มต้องไม่มีเมีย!

ซุ่มลดน้ำหนักกว่า 6 โลเพื่อเตรียมกลับมาเขย่าวงการเซ็กซี่อีกครั้งหลังห่างหายไปกว่า 3 ปี สำหรับ “ตั๊ก บงกช” เผย สลัดผ้าโชว์อึ๋มลงปฏิทินน้ำมันเครื่อง ซึ่งจะวางแผง 9 พ.ย.นี้ ฟุ้งงานนี้แม่ไฟเขียวแถมค่าตัวก็สมน้ำสมเนื้อ แต่ขออุบหวั่นโดนเรียกภาษีย้อนหลัง พร้อมอัพเดทเรื่องหัวใจว่าตอนนี้โสดสนิทไร้คนจับจอง ประกาศขอปิดประตูหัวใจชั่วคราวเพราะว่าเบื่อการมีแฟน ส่วนสเปกยังคงเดิมขอคนแก่กว่าและที่สำคัญต้องไม่มีเมีย!!

ดูช่วงนี้ผอมลง ตั้งใจลดความอ้วนหรือเปล่า
“ใช่ค่ะ ตอนนี้น้ำหนักลดลง 6 โลแล้ว เหลือ 58 โล แต่จะพยายามลดให้เหลือ 55 ค่ะ ช่วงนี้ก็ลดแป้งอย่างเดียวเลยค่ะ (เป็นเพราะจะมีผลงานอะไรหรือเปล่า) ต้องถ่ายเซ็กซี่ด้วยเป็นปฏิทินของน้ำมันเครื่อง กลัวคนดูตายก็เลยต้องลด (หัวเราะ) ถามว่าโป๊ไหม ก็ไม่มากหรอกค่ะ ต้องรอดู”

ค่าตัวเท่าไหร่
“เขาก็ไม่ได้เอาเปรียบกัน ที่เราถ่ายเพราะเราก็อยากได้เงินให้มันสมน้ำสมเนื้อ ตั๊กเองก็ต้องดูแลแม่ด้วย (บอกได้ไหมว่ากี่หลัก) ไม่เอา เดี๋ยวภาษีมา”

พักหลังเราก็ห่างหายจากการถ่ายเซ็กซี่มานา
” 3 ปีค่ะ ช่วงที่หายไปคือไปทำหนัง และแม่ไม่สบายด้วยและกำลังหมดสัญญาด้วย”

เรียกว่าตอนนี้กลับมาทวงบัลลังก์เซ็กซี่
“ไม่ทวงหรอกค่ะ”

มีภาพของเพื่อนๆในโปรเจกต์เดียวกันออกมาแล้ว ของเราจะหวือหวากว่าไหม
“ไม่รู้สิค่ะ ต้องรอดู”

เตรียมรับเสียงวิจารณ์หรือยัง
“เตรียมรับไว้อยู่เหมือนกัน ไม่ได้คิดมากคือเราเองก็ทำงานของเรา อีกอย่างเราก็บอกไว้แล้วว่าให้ดูเพื่อความเพลิดเพลินไม่ใช่เอาไว้ดูเพื่อ พิจารณา”

คุณแม่ว่าอย่างไรบ้างที่เราหวนมาถ่ายเซ็กซี่
“จริงๆแล้วคุณแม่เป็นคนให้ตั๊กถ่ายนะค่ะ ตอนแรกตั๊กจะไม่ถ่ายแล้วแต่แม่บอกว่าเราอายุ 26 ไม่ใช่ช่วงที่จะหยุดนะ ไปถ่ายเลยแม่ให้ถ่าย”

คุณแม่เห็นภาพหรือยัง
“วันที่ถ่าย แม่ก็ไปด้วยค่ะ เขาก็ไม่ว่าอะไร คือคุณแม่ชอบงานตั๊กอยู่แล้วทั้งหนัง การแสดง ภาพสวยๆ”

คาดว่าจะได้เห็นภาพเมื่อไหร่
“วันที่ 9 พ.ย. นี้ค่ะ”

อัพเดทเรื่องหัวใจว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
“โสดค่ะ มีคนเข้ามาจีบแต่เบื่อผู้ชายค่ะ ไม่อยากมีแฟน พอเรามีแฟนแล้วเลิกไปคบคนนู้นเราเป็นผู้หญิงมันก็เสีย พอมีแฟนบ่อยๆก็เลยเบื่อ อยากอยู่คนเดียวบ้าง ขอปิดประตูชั่วคราว”

“คือตั๊กเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ยังไงตั๊กก็อยากให้คนที่เขามาจีบยอมตั๊กทุกอย่าง สเปกก็เหมือนเดิม ชอบผู้ชายอายุเยอะ แต่ต้องไม่มีเมียนะค่ะ”

ภาพในอดีตที่เคยถ่ายโฆษณา

Tags:
comments Comments (0)    -
November 8th, 2011 at 6:26 pm

จากใจเสื้อแดงถึงนายกฯปู”เราผิดหวังในตัวคุณ”

จากใจเสื้อแดงถึงนายกฯปู”เราผิดหวังในตัวคุณ”

“ว่ากันตามตรงเราพื้นที่สีแดง ทำไมความช่วยเหลือให้ไม่ถึง เราเลือกนายกหญิงมาเพราะหวังว่าจะเห็นใจเราจะช่วยเรา เราเสียใจหวังว่าจะมาช่วยมาอะไรพวกเราบ้าง”

โดย….พรสวรรค์ นันทะ

หลังสถานการณ์น้ำท่วมรุกคืบไหลเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในอย่างต่อเนื่อง คนกรุงเพพฯ และประชาชนทั่วไปก็เรียกร้องให้ชาวชุมชนย่านคลอง 8 , 9 และ 10 เสียสละปล่อยให้น้ำท่วมบ้าน และยอมให้ปิดประตูระบายน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำหลากไหลเข้าท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้ประชาชนในแถบนี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดงที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยมา โดยตลอด อดไม่ได้ที่จะน้อยใจและฝากความในใจถึงรัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำนองว่าเราผิดหวังในตัวคุณ

นางปริชาติ วัฒนเขจร อายุ 40 ปี แกนนำชาวบ้านหมู่ 22 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ ปทุมธานี  เขตพื้นที่เสื้อแดง ฝากคำพูดจากหัวใจถึงนายกฯยิ่งลักษณ์ ว่า พวกเราชาวบ้านแถบนี้ รักเรา เราเลือกกาคะแนนให้พรรคเพื่อไทยมาตลอด เพราะเรารักท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร และคิดว่าน้องสาวท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นามสกุลเดียวกันจะช่วยชาวบ้าน โดยเฉพาะพวกเราที่เป็นคนรักกันได้ดีกว่านี้  เราขยับหนีน้ำต่อไม้กระดานมาตลอดสูงขึ้นมาตลอด จนตอนนี้ไม่รู้จะหนีไปไหนแล้วมันชนหลังคาบ้านแล้ว ถุงยังชีพสักถุง หรือมาโผล่หน้ามาคุยมาถามไถ่พวกเราบ้าง ไม่เคย เราคนที่นี้ไม่ใช่ไม่เสียสละ เราเสียสละจนไม่มีที่ไปแล้ว มีไหมจะมาถามไถ่หรือส่งตัวแทนมาพูดคุยให้กำลังช่วยเหลือกันบ้างเกือบ 3 เดือนมานี่ แทบไม่เคยมีใครเยียบมาเลย

เธอบอกว่า ที่นี้หมู่ 22 มีทั้งหมด 62 ครัวเรือน ท่วมร้อยเปอร์เซ็นต์ในพื้นที่หน้าทดและหลังทด ไม่เคยได้ถุงยังชีพจากศปภ.หรือรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่เราได้ถุงยังชีพพระราชทานมากันแล้วรอบหนึ่งที่วัดสุวรรณแต่ได้เพียง 27 ครัวเรือน จากรัฐบาลถ้าจะมีก็มีเงินชดเชยครอบครัวละ 5,000 บาท มารอบแรกก็ไม่ครบ เพราะ 62 หลังคาเรือน ได้มา 33 หลังคาเรือน ที่เหลือล็อต 2 ยังต้องรอเงินก่อนไม่รู้เมื่อไร

“ว่ากันตามตรงเราพื้นที่สีแดง ทำไมความช่วยเหลือให้ไม่ถึง เราเลือกนายกหญิงมาเพราะหวังว่าจะเห็นใจเราจะช่วยเรา เราเสียใจหวังว่าจะมาช่วยมาอะไรพวกเราบ้าง ไม่ต้องตัวนายกฯยิ่งลักษณ์ก็ได้ แค่เป็นตัวแทนได้ พูดจากใจเราเลยนะ รักคนลำลูกกาเราบ้างคะแนนจากลำลูกกาไม่ใช่น้อยๆนะ ถ้าไม่รักท่านนายกฯทักษิณ คนลำลูกกาคงไม่ไห้พรรคเพื่อไทย ช่วยเราบ้างทีคะแนนยังอยากได้จากทุกคนอยากได้เยอะๆ ถ้ายังเป็นอย่างนี้เราคงไม่รักกันแล้ว เราบอกตามตรงเราผิดหวังท่านนายกฯยิ่งลักษณ์”นางปริชาติกล่าวตัดพ้อ”

นางปริชาติ กล่าวว่า ถึงการบริหารงานท่านนยกฯยิ่งลักษณ์จะไม่เก่งเหมือนท่านทักษิณ แต่ก็น่าจะดูแลเราบ้าง หรือจะให้เราเสียสละจะให้เราท่วมต่อมาคุยกับเราบ้างบอกเราบ้าง ว่าจะช่วยอะไรยังไงบ้าง มีเจอตัวบ้างแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้กำกับการจังหวัดเท่านั้น ซึ่งบางทีก็ชี้แจงไม่ได้ทั้งหมด วันนี้เราจึงอยากจะบอกว่าผิดหวังในตัวคุณ

นายบัณฑิต ขันมณี อายุ 66 ปี กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านเราไม่แน่ใจว่าทางรัฐบาลจะช่วยอะไรเราบ้าง เพราะเรารู้สึกสับสนที่รัฐบาลและกทม.เหมือนทำงานไม่ลงรอยกัน ทำให้ตอนนี้เราต้องช่วยตัวเอง น้ำท่วมมา 3 วันแล้ว ส.ส.ของเขตเรานายวิชาญ มีนชัยนันท์ จากพรรคเพื่อไทย ยังไม่เคยแวะมาให้เห็นเลย ไม่มีถุงยังชีพมาช่วย แต่เราก็ไม่หวัง เพราะเรายังน้ำไม่สูงเดือดร้อนไม่มากเข้าใจมาก และไม่คาดหวังเพราะขนาดพื้นที่เสื้อแดงเองทั้งเขตยังช่วยไม่ได้เท่าที่ควร

ชาวบ้านอีกรายเป็นชายวัยกลางคนในชุมชนแถบนี้  ขอแสดงความเห็นบ้างว่า ถามหน่อยครับ คนข้างนอกคนกรุงเทพฯบอกว่าขอให้เราเสียสละบ้าง พวกเรารู้สึกแย่มาก น้ำจะจมมิดอยู่แล้ว อะไรก็ไม่มาช่วยเราบ้าง จริงๆ ให้มา 5,000 บาทไม่ครบด้วยแถว ๆ นี้ ลำลูกกา บึงทองหลาง ลำไทร พืชอุดม เพราะบ้านเราจมน้ำ ท่านจะปลูกบ้านให้เราใหม่เหรอ จะซ่อมบ้านให้เราหรือก็ไม่ แต่เรียกร้องจังให้เราเสียสละ ได้เราพร้อมจะเสียสละแต่แสดงออกมาบ้างมาท่านนึกถึงเรา ให้ท่านนายกฯ มาอยู่ไหมบ้านน้ำท่วม 3 เดือนท่านอยู่ได้หรือไม่ เราอยากรู้จัง ไม่ใช่เรียกร้องให้เราเสียสละอยากเดียว เคยนึกบ้างไหมว่าเราจะอยู่ยังไง กินอะไร งานไม่มีทำ แต่เงินต้องใช้กินทุกวัน.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 8th, 2011 at 6:10 pm

จีนจะกลายเป็นประเทศนำเข้าสินค้าเกษตรใหญ่สุด

 รอย เตอร์ — รายงานวิจัยของนักวิชาการจีนเผยว่า จีนจะกลายเป็นประเทศนำเข้าสินค้าเกษตรมากสุดในโลกภายใน 5-10 ปี จากนี้ เพราะขณะนี้พื้นที่เกษตรกรรมบนแดนมังกรค่อย ๆ ร่อยหรอ ซ้ำการผลิตก็มีข้อจำกัด

 เฉิง กั๋วเฉียง นักวิจัยประจำศูนย์การวิจัยและพัฒนาของคณะมุขมนตรีจีน ไม่ได้อธิบายชัดว่า ผลผลิตด้านการเกษตรจำพวกใดที่จีนจะต้องนำเข้า แต่ทว่าขณะนี้จีนก็ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่นำเข้าสินค้าถั่วเหลืองและฝ้าย มากสุดในโลกอยู่แล้ว

       เป่ยจิงไทมส์ ลงรายงานคำกล่าวของเฉิงว่า การเกษตรของจีนประสบกับปัญหาท้าทายหลายอย่าง อาทิ ขนาดพื้นที่ที่จะทำการผลิตลดน้อยถอยลง ซึ่งเฉลี่ยแล้วปรากฏว่าพื้นที่เกษตรน้อยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของค่าเฉลี่ยของทั้งโลก พร้อมทั้งโครงสร้างด้านองค์กรเกษตรก็ด้อยพัฒนา แถมขาดการสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย

       ประเทศจีนจัดเป็นผู้บริโภคข้าวโพดรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก และเป็นผู้บริโภคเนื้อสุกร และน้ำตาลมากสุดในโลก ขณะนี้จีนได้เพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรเหล่านี้ในปีนี้อีก เนื่องจากกระบวนการผลิตในประเทศไม่เพียงพอกับความต้องการที่พุ่งสูง

       จีนเผยว่า มีเป้าหมายที่จะพึ่งพาผลผลิตเกษตรของตัวเองให้เพียงพอในอีก 5 ปีข้างหน้า

       ไชน่าเดลี รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “เพื่อให้ตามทันความต้องการสินค้าเกษตรและปศุสัตว์อย่างรวดเร็ว บริษัทรัฐวิสาหกิจจีนอย่าง COFCO Co. Ltd. จะลงทุนกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเข้าไปลงทุนในต่างแดน เพื่อให้ผลิตได้ตามความต้องการในอีก 5 ปีข้างหน้า”

       เจียง หวา ประธานบริหารของบริษัท COFCO เผยว่า “เนื่องจากทรัพยากรเกษตรของจีนมีจำกัด พวกเราต้องมองไปยังต่างประเทศ ในอีก 10 ปี จะเป็นยุคของการบริโภคขนานใหญ่ของจีน และอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องความเพียงพอด้านอาหาร ตั้งแต่สัตว์ปีก เนื้อ ไข่ และผลิตภัณฑ์นม”

       แถลงการ์ของบริษัทเผยว่า บริษัท COFCO จะเน้นไปที่การได้ถือสิทธิ์ในบริษัทต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก อันได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

       เจียงย้ำ ว่า “พวกเราหวังว่า รัฐบาลจีนจะมีเครื่องมือด้านนโยบายมาสนับสนุนให้เป้าหมายของบริษัทราบรื่นใน การออกไปลงทุนยังต่างแดน เพื่อให้สามารถมีศักยภาพในการแข่งขันกับต่างประเทศได้”

       ใน เดือน ก.ค. บริษัท COFCO ได้ถือหุ้นส่วน 99 เปอร์เซ็นต์ในบริษัทน้ำตาล Tully Sugar ของออสเตรเลีย ย้อนไปเมื่อปี 2552 ก็ได้ซื้อหุ้น 4.95 เปอร์เซ็นต์ในบริษัท Smithfield Foods Inc ผู้ผลิตเนื้อหมูรายใหญ่ของสหรัฐด้วย

 
แหล่งที่มาของข่าว
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
Tags:
comments Comments (0)    -
November 8th, 2011 at 6:05 pm

ส้มหล่น ลาวแอร์ไลน์สรับมอบแอร์บัสลำใหม่

เวียงจันทน์ไทม์ส – บริษัทแอร์บัสส่งเครื่องบิน เอ320 ลำใหม่ให้กับสายการบินลาวแอร์ไลน์ส เมื่อวันเสาร์ (5 พ.ย.) หลังสองบริษัทลงนามในข้อตกลงซื้อขายเครื่องบินจำนวน 2 ลำ เมื่อ 2 เดือนก่อน เพื่อขยายกิจการท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ในอุตสาหกรรมการคมนาคมทางอากาศ

 สายการบินของรัฐรายนี้ได้ รับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ320 เข้าประจำการในฝูงบิน ที่สนามบินนานาชาติวัดไต ในกรุงเวียงจันทน์ แต่การส่งมอบเครื่องบินอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นวันอังคารนี้       สาย การบินลาวแอร์ไลน์สวางแผนที่จะนำเครื่องบินแอร์บัสขนาด 142 ที่นั่งลำใหม่นี้ให้บริการทันทีหลังจากรับมอบ โดยจะแทนที่เครื่องบิน ATR ขนาด 70 ที่นั่ง ในเส้นทางบินระหว่างประเทศหลายเส้นทาง รวมทั้งเส้นทาง เวียงจันทน์-กรุงเทพ เวียงจันทน์-คุนหมิง และเวียงจันทน์-ฮานอย นอกจากนั้นยังจะให้บริการในเส้นทางใหม่คือ เวียงจันทน์-สิงคโปร์ ที่มีกำหนดเริ่มให้บริการเที่ยวบินเส้นนี้ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.

       สาย การบินลาวแอร์ไลน์สยังวางแผนที่จะเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศไปยังจีนและ เกาหลีใต้ หลังพบว่ามีความต้องการเดินทางมายังลาวทั้งที่เดินทางมาเพื่อพักผ่อนและทำ ธุรกิจ

       สายการบินได้สั่งซื้อเครื่องบินทั้งหมด 2 ลำ เพื่อนำมาขยายการดำเนินงานและให้การบริการที่ดีกว่าแข่งขันกับสายการบินอื่น แต่นอกจากวัตถุประสงค์เพื่อขยายฝูงบินแล้ว สายการบินลาวแอร์ไลน์สยังหวังที่จะมีส่วนช่วยในการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว ของประเทศด้วย เนื่องจากในปี 2555 รัฐบาลลาวจะออกโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศในชื่อ Visit Laos 2012 เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนลาวมากขึ้น

       สาย การบินลาวแอร์ไลน์สได้รับเงินกู้ยืมจำนวน 71 ล้านดอลลาร์ จากธนาคาร Banque pour le Commerce Exterieur Lao Public (BCEL) เพื่อซื้อเครื่องบิน 2 ลำ ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งชาติของลาวได้มอบเงินให้อีกจำนวน 20 ล้านดอลลาร์ เป็นส่วนของค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

       ทั้งนี้ เครื่องบินทั้งสองลำถูกสร้างขึ้นเพื่อส่งมอบให้กับสายการบินลิเบียแอร์ไลน์ส แต่เพราะสถานการณ์ทางการเมืองในลิเบียทำให้บริษัทแอร์บัสไม่สามารถส่งมอบได้ สายการบินลาวแอร์ไลน์สจึงได้รับมอบเครื่องบินก่อนกำหนด 1 ปี ส่วนเครื่องบินลำที่ 2 บริษัทแอร์บัสมีกำหนดที่จะส่งมอบในเดือนถัดไป.

แหล่งที่มาของข่าว
หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์
Tags:
comments Comments (0)    -