17 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว โรงเรียนในฝัน โรงเรียนสุจริต

October 17th, 2011 at 6:57 am

ศธ.สนองนโยบายปราบยาเสพติด เล็งแจก 2 ขั้นครูที่ทำสำเร็จ แถมให้สิทธิพิเศษขอย้ายได้ก่อน

กระทรวง ศึกษาธิการสนองนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลด้วยการปูนบำเหน็จ ให้กับครูที่จัดโครงการต่อต้านยาเสพติดประสบความสำเร็จ ด้วยการพิจารณาให้ 2 ขั้น หรือให้สิทธิโยกย้ายเป็นกลุ่มแรก โดย น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ รักษาการปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ให้สัมภาษณ์หลังประชุมร่วมกับตัวแทนองค์กรหลักของ ศธ. เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของ ศธ.และนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการดำเนินการตามนโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพ ติดของรัฐบาลเพื่อให้การดำเนินการเห็นผลในทางปฏิบัติ จึงมีการเสนอหลายแนวทาง เช่น เฝ้าระวังนักเรียนกลุ่มเสี่ยง การปรับหลักสูตรพัฒนาการอบรมทั้งครูและนักเรียน

“รวมถึงการสร้างแรงจูงใจในด้านต่างๆ เช่นโรงเรียนใดที่สามารถรณรงค์แก้ปัญหานี้ได้สำเร็จ อาจจะให้รางวัลเพิ่มงบประมาณอุดหนุนรายหัวให้เป็นพิเศษ หรือบุคลากรทางการศึกษาที่สามารถจัดโครงการต่อต้านยาเสพติดได้ประสบความ สำเร็จ อาจให้ 2 ขั้น หรือให้สิทธิพิจารณาโยกย้ายเป็นอันดับแรกแก่กลุ่มครู ผู้บริหารที่ตั้งใจปฏิบัติตามนโยบาย ” น.ส.ศศิธารากล่าว และว่า นอกจากนั้นต้องกลับไปทบทวนข้อกฎหมายหรือมาตรการลงโทษครูที่กระทำความผิดด้วย เพราะปัจจุบันพบว่ามีทั้งนักเรียนที่เสพ นักเรียนที่ค้าและครูที่ขายยา โดยมอบให้เจ้าหน้าที่ไปสำรวจข้อมูลนักเรียนที่ติดยา ครู นักเรียนที่ค้ายาเสพติด เพื่อจะได้ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานประกอบการวางแผนดำเนินการ และจำเป็นต้องทำให้ทุกฝ่ายตื่นตัวด้วยการจัดกิจกรรมเรียกความสนใจจากสังคม เช่น จัดประกวดโรงเรียนสีขาว และทำลายยาเสพติดโชว์ เป็นต้น

น.ส.ศศิธารากล่าวอีกว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวคิด จากนี้จะให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารครู ศึกษาความเป็นไปได้และจัดทำรายละเอียดเสนอที่ประชุมครั้งหน้า เมื่อที่ประชุมพิจารณาแล้วจะได้เสนอขอความเห็นชอบจากนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต่อไป

 

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 17th, 2011 at 6:54 am

คัด 5 โรงเรียนทดลองใช้แท็บเล็ต สพฐ.มอบ”มศว”วิจัยข้อดี-เสียวางสเป๊กมาตรฐาน

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้านโยบาย One PC Tablets per child ของรัฐบาล ที่เตรียมแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการศึกษาว่า ในเดือนต.ค.นี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มอบหมายให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสาน มิตร คัดเลือกห้องเรียนอย่างน้อย 2 ห้อง กำหนดเป็นห้องเรียนตัวอย่าง ทำวิจัยเปรียบเทียบให้เห็นข้อดีข้อเสียระหว่างห้องเรียนที่ได้รับการแจกแท็บ เล็ต และห้องที่ไม่ได้รับแจกแท็บเล็ต ซึ่งจะมีการจัดทำวิจัยในโรงเรียนทั้งหมด 5 โรง แบ่งเป็นโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร 1 โรง และโรงเรียนในสังกัดของสพฐ. อีก 4 โรง ทั้งนี้จะมีการกำหนดคุณสมบัติของโรงเรียนก่อนการคัดเลือก โดยจะต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับการวิจัย อาทิ จะต้องมีห้องเรียนอย่างน้อย 2 ห้อง ในแต่ละช่วงชั้น เป็นต้น โดยการวิจัยจะเริ่มที่ช่วงชั้นที่ 1 และ 2 โดย มศว ประสานมิตร เชื่อว่าจะสามารถควบคุมคุณภาพของการวิจัยได้

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่าการจัดทำวิจัยในครั้งนี้ จำเป็นต้องส่งครูและผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ลงไปประจำโรงเรียนที่จะทำ วิจัย อย่างน้อยโรงเรียนละ 2 คน ส่วนในเรื่องของแท็บเล็ตที่จะนำมาใช้ในการวิจัยนั้น จากการหารือร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ข้อสรุปว่าจะใช้วิธีการรับบริจาคแท็บเล็ตในการวิจัย ส่วนจะใช้สเป๊กของเครื่องดังกล่าวมาเป็นสเป๊กมาตรฐานที่จะใช้จริงหรือไม่ นั้น คงต้องรอผลสรุปการวิจัยออกมาก่อน

ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Tags:
comments Comments (0)    -
October 17th, 2011 at 6:44 am

ศธ.เทเงินกองทุนฯ 700 ล.ปล่อยกู้ฉุกเฉินน้ำท่วม ปลอดดอกเบี้ย!

มอบ ก.ค.ศ.จัดหลักเกณฑ์เยียวยาครูนับแสน ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม สรุปวันนี้ 1,931 โรงเรียนจมน้ำเสียหาย 466 ล้านบาท

วันที่ 13 ต.ค.54 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ดำเนินการจัดเงินกู้ยืมฉุกเฉินปลอดดอกเบี้ยประมาณ 700 ล้านบาท จากกองทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู มาให้เพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั่วประเทศ ซึ่งการปล่อยกู้ดังกล่าวเพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นำเงินไปซ่อมแซมบ้านหรือใช้จ่ายในส่วนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยจะให้เร่งปล่อยกู้ได้เลยในเดือน ต.ค.นี้ ส่วนรายละเอียดต่างๆ เช่น วงเงินที่ปล่อยกู้ คุณสมบัติ จะได้ให้ ก.ค.ศ.เร่งดำเนินการต่อไปโดยข้าราชการครูคนใดที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถ ติดต่อได้ที่เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

“การปล่อยกู้ได้มอบเป็นนโยบายไปว่า ควรพิจารณาจากความจำเป็นของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาแต่ละคนว่า จะปล่อยกู้ได้ในวงเงินกี่บาท ซึ่งการปล่อยกู้ครั้งนี้จะเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนของเพื่อนข้าราชการครู ส่วนโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนั้น หากในช่วงเปิดภาคเรียนน้ำยังท่วมอยู่ ก็ให้อยู่ในดุลพินิจของทางโรงเรียนและเขตพื้นที่ฯ ที่จะเลื่อนการเปิดเทอมหรือไม่ ส่วนโรงเรียนที่น้ำไม่ท่วมก็ต้องเปิดตามปกติ”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิกรคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมรวม 1,931 แห่งใน 52 จังหวัด 121 เขตพื้นที่การศึกษา ประมาณการความเสียหายเบื้องต้น 466 ล้านบาท โดย สพฐ.ได้จัดสรรงบประมาณให้ความช่วยเหลือตามความรุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้น แล้วตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา รวม 70 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือน้ำท่วม เพื่อดูแลสถานการณ์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยการดำเนินการแบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนริมแม่น้ำเจ้าพระยา มอบให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กทม. และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กทม. เขต 1 เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนโซนกทม.ตะวันออก มอบให้ สพม.กทม.เขต 2 เป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม สำหรับจำนวนนักเรียน และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบนั้น ยังไม่สามารถสำรวจข้อมูลได้ แต่คาดว่าน่าจะมีข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาประมาณ 1 แสนคน จาก 52 จังหวัด

“ขณะนี้ สพฐ.ได้จัดสรรงบฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือไปแล้วที่ สพป.กทม. จำนวน 1 ล้านบาท สพม.กทม.เขต 1 จำนวน 2 ล้านบาท สพม.กทม.เขต 2 จำนวน 5 ล้านบาท สพม.นครสวรรค์ เขต 1 จำนวน 3 ล้านบาท สพม.ปทุมธานี เขต 1 จำนวน 2 ล้านบาท สพม.นครสวรรค์ เขต 2 และ 3 สพม.อุทัยธานี เขต 1 และ 2 สพม.ปทุมธานี เขต 2 สพม.ลพบุรี เขต 1 และ 2 สพม.อ่างทอง สพม.อยุธยา และสพม.นนทบุรี จำนวนเขตละ 1 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถบรรเทาปัญหาในเบื้องต้นไปพลางก่อน” นายชินภัทร กล่าว

Tags:
comments Comments (0)    -
October 17th, 2011 at 6:40 am

สพฐ. เตรียมเปิดสอบ ภาค ก “ผอ.-รองผอ.โรงเรียน” เดือน มกราคม 2555

Tags:
comments Comments (0)    -
October 16th, 2011 at 10:24 pm

“มาร์ค” ชี้ต้นเดือนหน้ามีลุ้นน้ำลูกใหม่ แนะ”ปู” ปิดจุดอ่อนช่วย ปชช.

“มาร์ค” นำทีมลงหนองจอกฟังข้อมูลน้ำท่วม เชื่อมือคุณชายยังรับไหว เผยสถานการณ์น้ำทะเลผ่านจุดวิกฤตรอลุ้นอีกครั้งต้นเดือนหน้า กำชับกทม.ร่วมมือรัฐบาลรับมือน้ำเหนือ เตือนรัฐบาลเร่งปิดจุดอ่อนรอรับน้ำลูกใหม่ หนุนรัฐบาลปล่อยมือให้ทหารเข้าไปจัดการในพื้นที่วิกฤตเพราะมีศักยภาพพร้อม

วันที่ 16 ต.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชานายอภิสิทธิ์ชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ เดินทางไปเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่เขตมีนบุรี หนอกจอก และฟังการบรรยายสรุป ที่ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจการแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กทม.ฝั่งตะวันออก โดยมีม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่ากทม. และคณะผู้บริหารกทม. รวมทั้งผู้อำนวยการเขตมีนบุรี หนอกจอก ได้ให้การต้อนรับ

โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังจากที่ได้รับฟังการบรรยายสรุป ว่า กทม.ได้เตรียมการอย่างเต็มที่ ตนก็พยายามติดตาม และในวันนี้ได้เดินทางมากรุงเทพฯฝั่งตะวันออก ความจริงในขณะนี้สถานการณ์ในส่วนของน้ำทะเลเห็นว่าจุดที่หนักที่สุดได้ผ่าน พ้นไปแล้ว ส่วนอีกสองสัปดาห์ก็ค่อยมาว่ากันใหม่ ส่วนน้ำทางเหนือ ประเด็นหลักอยู่การควบคุมการระบายน้ำ ทั้งที่จ.ปทุมธานี และจ.นครปฐม ซึ่งกทม.และรัฐบาล ต้องประสานงานกันตลอด

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตนให้ความมั่นใจว่ากทม.ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเต็มที่ และทางผู้ว่ากทม. รองผู้ว่ากทม. ก็ประสานงานอยู่อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เนื่องจากยังมีน้ำที่ระบายลงมาค่อนข้างเยอะ ต้องบริหารจัดการให้ดี รวมถึงการทำความเข้าใจกับมวลชน เพราะยังเป็นจุดที่มีความเปราะบางและละเอียดอ่อน ส่วนที่ควบคุมไม่ได้ คือ น้ำฝน แต่ทางกทม.ยืนยันมาโดยตลอด ซึ่งเมื่อคืนก็สามารถระบายน้ำได้ภายในสองชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยกับกรมชลประทานหรือไม่ ที่จะมีการปิดเปิดประตูคลองสามวา นายอภิสทธิ์ กล่าวว่า ทางผู้ว่ากทม.ก็คุยอยู่ตลอด เราเห็นใจทุกฝ่าย แต่ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจ และดูแลให้ดี เพราะที่รายงานเข้ามาตรงนี้ก็บอกว่าน้ำเพิ่มขึ้นวันละ 1 – 2 ซม. สะสมก็เป็นปัญหา และพี่น้องชาวกทม.ฝั่งตะวันออก ก็ต้องอยู่กับสภาวะที่น้ำท่วมมาระยะหนึ่งแล้ว วันก่อนตนไปที่คลองสามวา ก็เห็นชัดเจน วันนี้ก็มาที่ลาดกระบังและมีนบุรีก็มีการท่วมขัง แต่ต้องไม่ประมาทติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา และผู้ว่ากทม.ได้พูดชัดเจน ว่าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด มีอะไรท่านสามารถให้ข่าวสารกับประชาชนได้”

ส่วนภาพรวมของสถานการณ์ทั่วประเทศ เมื่อประเมินการทำงานของศปภ.แล้ว ให้ทหารอุดรูรั่วในจุดที่วิกฤต นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ขอวิจารณ์อะไรมาก เพราะต้องการให้ทุกฝ่ายเร่งทำงานแก้ไขปัญหาที่จะต้องเกิดขึ้นต่อไป แต่ตนคิดว่าที่ผ่านมาก็มีบทบาทในหลายเรื่อง และหวังว่าจะทำให้การทำงานปิดจุดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร หรือการคาดการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอยู่กับความเป็นจริง ซึ่งต้องยอมรับสภาพว่าน้ำที่ลงมาหลายครั้งเกินความคาดหมาย ในที่สุดแล้วการป้องกั้นก็เอาไม่อยู่ ตรงนี้จึงต้องพยายามย้ำเตือนตลอดเวลา ไม่ให้อยู่บนความประมาท ส่วนเรื่องความจำเป็นต้องใช้พรก.ฉุกเฉินหรือไม่ รัฐบาลเป็นผู้พิจารณา แต่ที่เราเสนอแนะไป เพราะเห็นว่าในบางพื้นที่ การจัดจะง่ายขึ้น เช่น ในจ.อยุธยา ก็จะต้องไปค้นหาว่ามีใครไปติดอยู่บ้าง แต่ถ้าเราใช้มาตรการและลักษณะการอพยพให้คนออกมาตั้งแต่ต้น เราก็จะบริหารจัดการได้ง่ายกว่า

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวชื่นชมการของกองทัพว่าได้ทำงานเต็มที่ ตนไปทุกแห่งก็เห็นว่ากองทัพและบุคลากร และกำลังพล ที่พร้อมจะลุยงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้พักมานานมากแล้ว การที่รัฐบาลมอบหมายให้กองทัพเข้าไปทำงานในพื้นที่ที่ถือเป็นจุดวิกฤตนั้น เพราะมีศักยภาพ และมีความพร้อมในเรื่องเครืองมือ และกำลังพลมากที่สุด ซึ่งต้องทำงานอย่างใกล้ชิด เท่าที่ดูก็เห็นว่ากองทัพสนองนโยบายได้อย่างไม่มีปัญหา

” ขณะนี้การติดตาม การให้ข่าวสาร ในเรื่องของสถานการณ์น้ำ และการสื่อสารให้เป็นเอกสภาพ ให้เกิดความมั่นใจ การบอกถึงมาตรการรองรับ ที่จะตอบสนองเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากที่สุด สำหรับประชาชนเวลานี้เราพูดกันหลายปัญหาที่กทม.เราก็พูดถึงการป้องกั้น แต่พื้นที่อย่างอยุธยา และนครสวรรค์ ในขณะนี้วิกฤตมาก การเข้าไปช่วยเหลือก็เป็นงานอีกลัษณะหนึ่ง จะไปพูดในภาพรวมคงไม่ได้ การสร้างความมั่นใจและความมีเอกภาพการใช้อำนาจต่างๆของรัฐ เป็นตัวช่วยให้สังคมเข้ามาแก้ปัญหาง่ายขึ้น ทุกหน่วยงานมีการระดมการบริจาค แต่เวลาที่หลายหน่วยงานเข้าไปช่วย มีจุดที่จะประสานงานให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพนั้น ยังมีปัญหาเกือบทั้งหมด”

เมื่อถามถึง กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ระบุว่าหลังจากที่แก้ไขสถานการณ์เสร็จแล้ว ในลำดับถัดไป รัฐบาลจะทำการฟื้นฟูเยี่ยวยา และคิดเมกกะโปรเจค 25 ลุ่มน้ำ นายอภิสิทธิ์ ย้อนถามว่า ตนเห็นให้สัมภาษณ์ว่าไม่แนะนำอะไรกับรัฐบาลในเรื่องน้ำท่วมไม่ใช่หรือแล้ว ถ้าน้ำไม่ลดล่ะ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายอภิสิทธิ์ และคณะได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่สุเหร่าบ้านเกาะ และหมู่บ้านวัฒนา เขตมีนบุรี หนองจอก พร้อมมอบถุงยังชีพ อย่างไรก็ตามได้มีทหารจากกองพันทหารสารวัตรที่ 11 จำนวนร้อยนำกำลังพลมาช่วยเหลือ บรรจุกระสอบทรายและสร้างพนังกั้นน้ำ ระหว่างนั้นได้มีชาวบ้านนำกำผังบุ้งมามอบให้กับนายอภิสิทธิ์ และม.ร.ว.สุขุมพันธ์แทนดอกไม้เป็นการต้อนรับด้วย

Tags:
comments Comments (0)    -
October 16th, 2011 at 10:06 pm

โซเชิยลเน็ตเวิร์กเชิดชูสมเด็จพระเทพประทับยีเอ็มซีช่วยพสกนิกร

เชิดชูทั่ว “โซเชิยลเน็ตเวิร์ก” สมเด็จพระเทพฯ เสด็จประทับ “ยีเอ็มซี” ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้มีการเผยแพร่ภาพ สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารีฯ ทรงลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยประทับบนรถยีเอ็มซี  ของทหาร ซึ่งได้รับความชื่นชมจากเหล่าคนที่อยู่ใน “โซเชียลเน็ตเวิร์ก”  พร้อมทั้งระบุว่านี่คือเหตุการณ์ดีๆที่ข่าวไม่ออก

ก่อนหน้านี้มีการ โพสต์ข้อความ ระบุว่า ” Facebook ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้นำภาพดังกล่าวออกมาเผยแพร่ พร้อมระบุว่า

“เรียนพี่น้องประชาชน สมเด็จพระเทพฯ ทรงเป็นห่วงประ​ชาชนมาก ทั้งเยี่ยมเยือนราษฎร ทรงชิมอาหารที่แจกจ่ายให้รา​ษฎรประสบภัย อย่างไม่รังเกียจ ทรงประสานงานกับหน่วยงานต่า​งๆในพื้นที่ด้วยพระองค์เอง”

“แต่เบื้อง หน้าสื่อเราก็ทราบ​ซึ้งถึงความเป็นห่วงของพระอ​งค์แแล้ว ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังของสื่อการปิดทองหลังพระของพระอง​ค์ ทำให้เราเห็นรูปนี้แล้วรู้สึกทราบซึ้งมาก เห็นแล้วน้ำตาคลอเบ้า !!!”

“พระองค์ ทรงลงพื้นที่ประสบอุ​ทกภัยโดยไม่บอกใคร ไม่มีข่าวออก แม้แต่ข่าวพระราชสำนัก มีแค่เพียงการแชร์รูปต่อๆ กั​นมากที่สุดในขณะนี้ พร้อมข้อความ “ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ”

อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวเป็นภาพเมื่อครั้งพระองค์ได้เสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรประสบภัยน้ำท่วมในเขตเทศบาล ต.ท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา 25 ต.ค.2553

 

 

 

Tags:
comments Comments (0)    -
October 16th, 2011 at 9:22 pm

รีสอร์ทแห่งการเรียนรู้

 โรงเรียน วัดหนองคัน (ไจ พิทยาคาร) อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี อีกหนึ่งโรงเรียนต้นแบบมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ในโครงการโรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมเฉลิมพระเกียรติ “ตามรอยเท้าพ่อ…กับฮอนด้า” ซึ่งมีการปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อมให้นักเรียนและบุคลากรภายในโรงเรียนมา ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน

โรงเรียนวัดหนองคันมีจุดเด่นที่เป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียนคือการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยได้สร้างให้คณะครูและนักเรียน รวมไปถึงชุมชนที่เกี่ยวข้อง เกิดจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด พร้อมสอดแทรกเข้าไปในหลักสูตรการเรียนการสอนเด็กนักเรียนในแต่ละรายวิชา โดยตั้งเป้าพัฒนาโรงเรียนให้เป็น “รีสอร์ทแห่งการเรียนรู้” เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างยั่งยืน พร้อมให้รุ่นพี่ถ่ายทอดสู่รุ่นน้อง ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น

ความโดดเด่นของโรงเรียนวัดหนองคันที่แตกต่างและไม่เหมือนใครอีกสิ่งหนึ่ง ก็คือ นวัตกรรมกังหันลมจากวัสดุเหลือใช้ ด้วยทำเลที่ตั้งของโรงเรียนที่อยู่ใกล้ชายทะเลทำให้มีต้นทุนด้านพลังงานลม จุดประกายให้เกิดการนำพลังงานทดแทนอย่างพลังงานลมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการ วิดน้ำ และปั่นไฟใช้ในโรงเรียน โดยมีพัฒนาการของกังหันลมอย่างต่อเนื่อง จากกังหันลมสังกะสีรุ่นแรกใต้อาคารเรียน จนวันนี้เป็นกังหันลมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่คู่โรงเรียน

อาจารย์ปิติยามาศ หลีวัฒนาสิริกุล หรือ ครูต่าย ครูผู้รับผิดชอบฐานการเรียนรู้พลังงานทดแทนเล่าให้ฟังว่า กังหันลมนี้ทำจากถังน้ำมัน 200 ลิตรผ่าครึ่ง ประโยชน์ที่ได้ คือถ้ากังหันหมุนได้ครึ่งรอบจะสามารถวิดน้ำจากบ่อได้ และหากพัดได้ 1 รอบก็จะปั่นไฟใช้ได้ การปั่นน้ำ ใน 1 วันจะได้ประมาณ 1,000–1,500 ลูกบาศก์เมตร การปั่นไฟ กังหันหมุน 9 รอบจะเกิดกระแสไฟฟ้า 12 โวลต์ ซึ่งจากการนำไปใช้งานจริง กังหันลมตัวนี้ใช้ประโยชน์ได้อเนกประสงค์ ทั้งปั่นไฟใช้ในอาคารเรียน สูบน้ำจากบ่อและเก็บน้ำในถัง เพื่อนำน้ำไปใช้รดน้ำต้นไม้ และใช้ในห้องน้ำต่อได้อีกด้วย

ไอเดียสิ่งประดิษฐ์นี้ ทางโรงเรียนได้มาจาก นายองอาจ วิสิทธิวงค์ คุณครูภูมิปัญญาที่มาช่วยสร้างสิ่งประดิษฐ์และสอนเด็ก ๆ นักเรียนในวิชาการประดิษฐ์และการต่อประจุไฟฟ้าให้กับเด็ก ๆ มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว

นอกจากนี้ภายในโรงเรียนวัดหนองคัน ยังมีแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ให้ผู้สนใจและคณะโรงเรียนเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานอีกมากมาย.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 16th, 2011 at 9:18 pm

“ปู”ไม่กลัว”ฮอว์กอาย”ล้วงความลับ

 นายกฯไม่กลัว”ฮอว์กอาย”ล้วงข้อมูลลับ  รอสหรัฐส่งมาช่วยน้ำท่วม  เร่งย้ายเครื่องจักรนิคมนวนครเมื่อเวลา 15.15 น.วันที่ 16 ต.ค.  ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีประเทศสหรัฐอเมริกา จะส่งเครื่องบินฮอว์กอายเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือประเทศไทยใช้กู้ภัยใน พื้นที่น้ำท่วม ว่า สหรัฐฯจะส่งเครื่องบินดังกล่าวมาประเทศไทยแน่นอน แต่ยังไม่ทราบจะมาเมื่อไหร่ เพราะทางสหรัฐฯต้องประสานทางเทคนิคกับกองทัพอากาศไทย พิจารณาเรื่องการบินทางอากาศก่อนเมื่อถามว่าเป็นห่วงเรื่องข้อมูลที่เป็นชั้นความลับของไท ยและจะกระทบต่อความมั่นคงของไทยหรือไม่ เพราะเครื่องบินดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูงล้วงลับข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่กลัว เพราะพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ เป็นผู้ประสานงานอยู่แล้ว คงพูดคุยกันในรายละเอียดมีกระทรวงการต่างประเทศร่วมด้วย ไม่มีปัญหา

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการควบคุมสถานการณ์ที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่า ขอทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันพยายามดูด้านเทคนิคต่างๆในการช่วยขนย้ายเครื่องจักร แม้น้ำมีปริมาณมาก แต่พยายามป้องกันในแต่ละโซน แต่ในภาพรวมถือว่ายังควบคุมสถานการณ์ได้ โดยบางส่วนเริ่มดีขึ้น แต่เนื่องจากช่วง 1-2 วันนี้มีน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลกระทบบ้าง แต่เราได้มอบหมายการทำงานที่ชัดเจน และได้รับความร่วมมือจากกองทัพไทย ที่ช่วยเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆเข้ามาให้เต็มที่มากขึ้น  ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯตนให้ความมั่นใจได้ว่าน้ำจะไม่ท่วม เพราะเราได้ป้องกันในหลายส่วนอยู่แล้ว ขอให้ประชาชนมั่นใจ

ส่วนพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯนั้นอยู่ที่ความร่วมมือจากประชาชนอย่าดึงแนวคัน กั้นน้ำออก และให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่เรื่องคันกั้นน้ำ จะทำให้กรุงเทพฯปลอดภัยจากน้ำท่วมได้ อย่างไรก็ตาม น้ำมีทุกที่ เราต้องเลือกดูแลบางพื้นที่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะละเลยผู้ประสบอุทกภัยครั้งนี้ เพราะจำเป็นต้องช่วยกันในภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ สำหรับการระบายน้ำนั้น ได้เร่งกทาง ทั้งการเร่งขุดคลองทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกกรุงเทพฯรวมถึงระดมเรือดันน้ำ สู่ทะเล มีทีมงานอีกชุดพยายามหาวิธีเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด สำหรับการขุดลอกคลองฝั่งตะวันออก ยังไม่ทราบว่าเสร็จไปแล้วกี่แห่ง แต่ทันตามกำหนดการอยู่แล้ว คาดว่าน่าจะขุดลอกคลองเสร็จทั้งหมดไม่เกิน 1 สัปดาห์ ไล่เรียงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายทางให้ระบายน้ำเร็วที่สุด ส่วนฝั่งตะวันตกเริ่มขุดลอกคลองแล้ว กองทัพรับปากว่าเสร็จภายใน 5 วัน

สำหรับพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น  ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มอบหมายกระทรวงคมนาคมดูแล และตามพื้นที่มีแนวป้องกันน้ำอยู่แล้วและทำแนวป้องกันเพิ่มอีก เชื่อว่ารองรับพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ต่อข้อถามถึงข่าวาเรือที่ ร่วมการดันน้ำที่แม่น้ำท่าจีนจำนวนไม่ครบตามที่แจ้งไว้  แต่ได้รับเงินค่าน้ำมันและกลับไปทันที นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยังไม่รับรายงานเรื่องนี้ แต่ภาพเรือที่สื่อมวลชนเห็นในวันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่เรือที่ใช้ในแม่น้ำ 3 สายมี 1,000 กว่าลำ มีเรือภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้อาสา

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 16th, 2011 at 7:08 am

ทลายโรงงานผลิตลูกขายพบสาวท้อง17คน

ไนจีเรียบุกทลายโรงงานผลิตลูกขาย ตะลึงพบเด็กหญิง 17 คนกำลังตั้งท้อง เผยได้ค่าตอบแทนจิ๊บจ้อยแค่ 4-5 พันบาท

วัน ที่ 15 ต.ค. สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองลากอส ประเทศไนจีเรีย ว่า ตำรวจบุกตรวจค้นและจับกุมเจ้าของบ้านหลังหนึ่ง ในเมืองอิเฮียลา รัฐอนัมบราทางใต้ของไนจีเรีย ซึ่งเปิดเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าบังหน้า โดยพบเด็กหญิง 17 คนกำลังตั้งครรภ์ และเจ้าหน้าที่สงสัยว่า เป็นขบวนการผลิตลูกขาย แบบเดียวกับที่เคยถูกจับกุมมาแล้ว

นายอีเมกา ชุควูเอเมกา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติไนจีเรีย เผยในวันนี้ (15 ต.ค.) ว่า ตำรวจสืบทราบเบาะแส ก่อนจะบุกจับกุมเจ้าของบ้าน และเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งต้องสงสัยว่าถูกจ้างให้ทำหน้าที่ ทำให้เด็กหญิงทั้ง 17 คนตั้งครรภ์ และเชื่อว่าเด็กหญิงเหล่านี้สมัครใจตั้งท้อง เนื่องจากได้รับข้อเสนอค่าตอบแทน หลังการคลอดลูก และเด็กถูกขายให้ผู้ที่สนใจในตลาดมืด หรือคู่สามีภรรยาที่ไม่มีบุตร เจ้าหน้าที่กำลังติดต่อพ่อแม่หรือญาติของเด็กหญิงทั้ง 17 คน เพื่อสอบสวนขยายผล

จากข้อมูลของสำนักงานป้องกันการค้ามนุษย์แห่งชาติไนจีเรีย ระบุว่า จากการสอบปากคำเด็กหญิงที่เคยถูกล่อลวง เข้าร่วมการขบวนผลิตลูกขาย แต่ละคนจะได้รับค่าตอบแทนระหว่าง 25,000 – 30,000 ไนร่า (ประมาณ 4,665 – 5,600 บาท) ส่วนเด็กทารกจะถูกขายในราคาระหว่าง 300,000 – 1,000,000 ไนร่า

เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจในรัฐอาเบีย ทางใต้ของไนจีเรีย บุกทลายแก๊งผลิตลูกขาย ที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งตั้งเป็นสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าบังหน้า สามารถช่วยเหลือเด็กหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ 32 คน และจากการสอบปากคำ ส่วนใหญ่ตั้งครรภ์เพราะถูกข่มขู่บีบบังคับ.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 16th, 2011 at 7:06 am

ชวนทำดนตรีสร้างสรรค์สังคม

 แม้ เพลงจะไม่คุ้นหู แต่ท่วงท่าการร้อง ผสานกับเนื้อหาของเพลงที่สร้างสรรค์ ให้กำลังใจในการต่อสู้ และสะท้อนมุมมองทางสังคม ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านหันไปชื่นชมกับกลุ่มนักดนตรีวัยโจ๋ที่มาแสดงความ สามารถในคอนเสิร์ตดนตรีมีพลัง เปิดโครงการ “พลังเพลง พลังปัญญา Triple H Music” ณ ลานเอ็มบีเค เซ็นเตอร์

พลังเพลงพลังปัญญา เป็นโครงการประกวดวงดนตรีน้ำดีให้มีที่ยืนทางสังคม ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยปีนี้จัดมาเป็นปีที่ 3 แล้ว

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวดี ๆ มาจากคนกลุ่มหนึ่งที่มีความฝัน ไม่อยากให้บทเพลงเพื่อชีวิตถูกจำกัดไว้เพียงบางกลุ่ม แต่อยากนำเอาแนวคิดของเพลงเพื่อชีวิตมาใส่ทำนองเพลงทุกแนว เผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างทั่วถึง ส่วน Triple H music มาจาก H 3 ตัว ได้แก่ Heart Head Hand คือมาด้วยหัวใจ คิดอย่างสร้างสรรค์ ลงมือทำอย่างตั้งใจ

สำหรับโครงการในปีนี้ กำลังเปิดรับสมัครผู้สนใจ อายุระหว่าง 17-25 ปี รวมวงกันตั้งแต่ 4-8 คน โดยส่งเดโมที่แต่งขึ้นมาใหม่ 1 เพลง ที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ ให้แง่คิดที่ดี  จากนั้นจะคัดเลือกให้เหลือเพียง 15 วง ที่จะมีโอกาสเข้ามาร่วมอบรมซึ่งจะเน้นใน 2 ลักษณะ คือ แนวคิดการสร้างสรรค์เพลง ที่เน้นประเด็นทางสังคม และทักษะการเล่นดนตรีแบบมืออาชีพ วงที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเงินทุนเพื่อทำมินิอัลบั้มวงละ 50,000 บาท  ทั้งนี้กรรมการจะพิจารณาภาพรวมของเพลง โดยเฉพาะคำร้องที่มีเนื้อหาสร้างสรรค์ ไม่มองเพียงทักษะด้านดนตรีอย่างเดียว

Tags: ,
comments Comments (1)    -
October 16th, 2011 at 7:03 am

ติวเข้มเศรษฐกิจพอเพียง

 เพราะทราบดีว่า เมื่อครูพอเพียงจึงสอนให้เด็ก ๆ พอเพียงได้ มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ยังได้จัดเวิร์กช็อปเสริมศักยภาพผู้บริหารและคุณครูพอเพียง กับแนวคิด “การเรียนรู้ในองค์กร” ณ ศูนย์ฝึกอบรมอภิบาล บ้านผู้หว่าน จังหวัดนครปฐม เพื่อส่งเสริมโครงการพัฒนาเยาวชนโดยการเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ได้ดำเนินการมากว่า 6 ปีแล้ว ดร.ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม วิทยากรออกแบบและจัดกระบวนการเรียนรู้ในการอบรมครั้งนี้ เล่าว่า การอบรมจะทำให้ผู้บริหารและครูพอเพียงของแต่ละโรงเรียนกำหนดวิสัยทัศน์ที่ ชัดเจนร่วมกันในการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีผู้บริหารโรงเรียนเป็นแกนนำพาครูและนักเรียนทำ เมื่อได้วิสัยทัศน์ร่วมแล้วก็จะเป็นโจทย์ต่อไปที่แต่ละโรงเรียนจะต้องมีแผน งานและคณะทำงาน เพื่อนำไปแปลงลงในหลักสูตร วิชาการเรียนการสอน และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อปลูกฝังอุปนิสัยพอเพียงให้เกิดขึ้น

นอกจากการขีดเส้นให้เข้าใจความหมายของคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงไปในทางเดียวกัน แล้ว คณะผู้บริหารและคุณครูพอเพียงยังได้รู้จักกับหลักคิดข้ออื่น ๆ ของการทำโรงเรียนให้เป็น “องค์กรแห่งการเรียนรู้” เช่น แนวคิดเรื่อง “การเป็นนายเหนือตนเอง” ผ่านการชมและสะท้อนแง่คิดจากภาพยนตร์เรื่อง The King’s Speech การแบ่งกลุ่มย่อยสนทนากันอย่างลึกซึ้งถึงแนวคิด “การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม” “การมีวิธีคิดและมุมมองที่เปิดกว้าง” รวมถึง “การคิดเชิงระบบ” ซึ่งจะทำให้เห็นภาพความเชื่อมโยงของสังคมไทยกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ทั้งหมดนี้แต่ละโรงเรียนสามารถนำไปปรับใช้กับการขับเคลื่อนปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงของตนเองได้ตามความเหมาะสม

อ.ดุษิต พรหมชนะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ สะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากเวิร์กช็อปครั้งนี้ว่า ทำให้ได้รับความคิดใหม่ ๆ ได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ของแต่ละคน โดยสามารถตกผลึกเป็นความคิดใหม่ ๆ เอาไปต่อยอดกับความคิดเดิมในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ โรงเรียนได้เป็นอย่างดี.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 14th, 2011 at 10:32 pm

จับตาไต้ฝุ่น “บายัน” จ่อถล่มไทย

 จับตาพายุไต้ฝุ่นบายันจ่อถล่มไทย 15-19 ต.ค.นี้ เผยกรุงเทพฯชั้นในเสี่ยงน้ำท่วม 50:50 เมื่อวันนี้ ( 14 ต.ค.) ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ช่วงสองสัปดาห์มานี้ร่องมรสุมแช่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ทำให้มีฝนกระจายทั่วและตกหนักบางแห่ง และจากแบบจำลองของ Joint Typhoon Warning Center (JTWC) ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีความแม่นยำในการคาดการณ์ด้านอุตุนิยมวิทยาเชื่อถือได้ถึง  80 เปอร์เซ็นต์ พบว่าในช่วง 15-19 ต.ค.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกทม.อาจจะได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นบายัน มีจุดก่อเกิดในทะเลทางตะวันออกหมู่เกาะฟิลิปปินส์ หากพายุไต้ฝุ่นเข้ามาจะทำให้มีฝนมากซ้ำเติมสถานการณ์ที่วิกฤตอยู่แล้วให้ รุนแรงขึ้นอีก ทั้งพายุไต้ฝุ่น น้ำเหนือจากเขื่อน และน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงนี้  ถือว่าเป็นช่วงที่ 3 น้ำมาพบกันพอดี กรุงเทพมหานครชั้นในอาจจะได้รับผลกระทบ มีลักษณะคล้ายกับเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2526 อยู่ในช่วงเดือนตุลาคมเหมือนกัน แต่ปีนี้จะแตกต่างกว่าเพราะมีปรากฏการณ์ลานิญญาซ้อนลานิญญา อยู่ในช่วงเดือนตุลาคมเหมือนกัน ดังนั้น ต้องติดตามและจับตาข้อมูลพายุอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์ที่ถูกต้อง ตลอดจนมีมาตรการในการป้องกันที่เข้มข้น ดร.ธนวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรุงเทพฯชั้นใน จะท่วมหรือไม่ยังในภาวะ 50:50 แต่ กทม.ชั้นนอกเชื่อว่าจะมีน้ำท่วม ยังไงน้ำท่วม 50 เซนติเมตร – 1 เมตร หากพายุลูกนี้มาการระบายจะทำไม่ทันปริมาณน้ำที่สูงจะล้นข้ามแนวคันกันน้ำ เกิดน้ำท่วม กทม.ชั้นใน ตอนนี้รัฐบาลต้องแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินจากหนักให้กลายเป็นเบา การที่รัฐบาลตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.)เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ควรให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูล และสถานการณ์ที่ชัดเจนกับประชาชน นอกจากนี้อยากให้ตั้งศูนย์อพยพผู้ประสบภัย และเตรียมแพทย์ นักสุขภาพจิต เข้ามาดูแลจิตใจผู้ประสบภัย สถานการณ์ตอนนี้ยังวิกฤต จากนี้ไปอีก 3 สัปดาห์ ถ้ากทม.รอดจากน้ำท่วมจะค่อยๆ เข้าสู่ภาวะปกติ เพราะร่องมรสุมจะลงไปที่ภาคใต้ แต่ภาคใต้ก็เสี่ยงน้ำท่วมหนักมากในช่วงสิ้นปีนี้ ต้องเตรียมตั้งรับ.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 14th, 2011 at 6:00 pm

อึ้ง จีนเล่นศาลเตี้ยอีก จับหญิงสาวลักทรัพย์ถอดผ้า ลากมากลางถนนพร้อมข้อความประจาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ว่า เกิดเหตุชาวเมืองไท่หัว ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองเจียงซือ ประเทศจีน ก่อเหตุรุมทำร้ายและประจานหญิงสาวก่อเหตุย่องเบารายหนึ่ง โดยกลุ่มได้ร่วมกันทุบตีหญิงสาวรายนี้ และจับเธอถอดผ้า และลากเธอมาเดินประจานกลางท้องถนน

ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า หญิงสาวรายนี้ ถูกจับได้ขณะกำลังย่องเบาลักทรัพย์ และถูกชาวบ้านทุบตี และจับแก้ผ้าและฉีกกางเกงในทิ้ง  และกลุ่มยังเขียนข้อความว่า”ฉันเป็นหัวขโมย”บริเวณหลังเธอ ก่อนจะลากตัวเธอมายังท้องถนนเพื่อประจานต่อผู้คน

เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิ มนุษยชน โดยบางรายระบุว่า เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อว่าชาวบ้านจะนำผู้หญิงที่ถูกถอดผ้าออกมาประจานกลางถนน โดยเธอจะทำผิดจริงแต่ก็มีสิทธิมนุษยชน และประชาชนควรปล่อยให้ศาลทางการเป็นผู้ตัดสินมากกว่า แต่บางรายระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็น”บทลงโทษที่เหมาะสมแล้ว”

นับเป็นเหตุครั้งที่สองแล้วที่สังคมจีนใช้วิธีศาลเตี้ยจัดการกับผู้กระทำ ผิด โดยก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนเม.ย.เพิ่งเกิดเหตุชาวบ้านจับชายจีนรายหนึ่งที่ก่อเหตุขโมยของ โดยจับเขาแก้ผ้าและเขียนข้อความ”หัวขโมย”และลากตัวเขาไปประจานกลางถนน.

 

 

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 14th, 2011 at 5:48 pm

“ยิ่งลักษณ์”ให้ยึดการแถลงข่าวของ “ประชา” เป็นหลัก หากฉุกเฉิน ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ

 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ศูนยปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุม ศปภ. ถึงปัญหาที่เกิดความสับสนในการแถลงข่าวของผู้บริหาร ศปภ. เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ว่า การแถลงอย่างเป็นทางการ คือการแถลงของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศปภ.
“ดิฉันจะรับว่า ศปภ.จะไปปรับปรุงการแถลงข่าว แต่จริงๆ แล้วในส่วนนั้นไม่ใช่การแถลงข่าวแต่เป็นการให้ข้อมูล ในส่วนของการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจะออกโดย ผอ.ศปภ. ปัญหานี้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งเดียว ดิฉันจะรับไปคุยกันภายในเพื่อให้เกิดความชัดเจน ยืนยันว่า ศปภ.ยังเชื่อได้ ซึ่งถ้าเหตุการณ์ฉุกเฉินจริงๆ จะใช้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เพื่อให้เกิดความชัดเจน” น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ว่าฯกทม.ออกมาชี้แจงหากมีเหตุอะไรในพื้นที่ กทม.จะชี้แจงเอง สรุปแล้วเป็นอำนาจของ ศปภ.หรือ กทม. น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า อำนาจทั้งหมดในส่วนของภาพรวมอยู่ที่ ศปภ. และ ศปภ.จะทำงานร่วมกับ กทม. แต่ในส่วนพื้นที่ชั้นใน กทม. เพื่อให้เกิดความชัดเจนจะส่งต่อให้ กทม.ชี้แจง
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า สถานการณ์น้ำล่าสุดจากทางเหนือในภาพรวมอยู่ในระดับทรงตัว อีกทั้งฝนไม่มากนักปริมาณน้ำลดหลั่นกันไป ซึ่งจะค่อยๆ ปรับปริมาณน้ำในเขื่อนให้ลดลงด้วย นอกจากนี้ ปริมาณน้ำตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงมายังคงที่ ส่วนปัญหารอยต่อระหว่างจังหวัดปทุมธานีกับ กทม. กรณีเขื่อนกั้นไม่อยู่ ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปรักษาในส่วนนี้แล้ว ซึ่งไม่ว่าน้ำจะล้นอย่างไรเรามีแนวคลองข้างๆ รองรับ จะไม่ลามเข้าในพื้นที่หลัก ดังนั้น น้ำในภาคกลางในส่วน กทม. ไม่สูงมากนัก
“เรามีแนวคันกั้นน้ำอยู่เพื่อปกป้อง กทม.ชั้นใน และนอกแนวคันกั้นน้ำเรามีแนวเขื่อนต่างๆ และคลองที่จะระบายเข้าแม่น้ำเจ้าพระยาเราขุดสำเร็จไปแล้ว 2 คลอง ซึ่งจะเริ่มปล่อยระบายน้ำลง ทำให้ในส่วนนี้อาจจะทยอยทุเลาลง แต่จะไม่เห็นน้ำลดมากนัก สรุปว่าผลกระทบที่มีต่อ กทม. จะอยู่ส่วนนอกแนวคันกั้นน้ำ และเป็นเฉพาะรอยต่อในส่วนของการกั้นคลองที่ไม่ได้ต่อเชื่อมกันสำเร็จ แต่น้ำจะอยู่เป็นบริเวณกว้าง ส่วนการสร้างแนวกั้นชั้น 2 ป้องกันพื้นที่ กทม. ตอนนี้สำรวจอยู่ จะเชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. มาหารือในเช้าวันที่ 14 ตุลาคม” น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 14th, 2011 at 5:42 pm

นายกฯปูการันตีน้ำไม่ท่วมกรุง

 นายกฯปูการันตีน้ำไม่ท่วม กทม.หลังตรวจคันกั้นน้ำหลักหก แก้ต่างแทนผู้ว่าฯอยุธยาไม่ดูแลชาวบ้านเดือดร้อน

เมื่อวันนี้ (14 ต.ค.) เวลา 16.25 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังไปตรวจเยี่ยมแนวคันกั้นน้ำบริเวณหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี  ว่า มั่นใจว่าจะรับสถานการณ์น้ำได้ เพราะหลังจากลงไปดูแนวคลองและสั่งให้เสริมกระสอบทรายให้สูงขึ้นอีก โดยภาพรวมรัฐบาลดูแลประชาชนทุกจังหวัด มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่เจอกับภาวะน้ำท่วม แต่เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะทำแนวคันกั้นน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายไม่ได้กระจายไปมากกว่านี้ จึงเป็นที่มาในการขอความร่วมมือประชาชนในการทำคันกั้นน้ำที่ไปตรวจคันกั้น น้ำร่วมกับผู้ว่าฯกทม.เพื่อให้เห็นความมั่นใจ หลังจากไปตรวจแล้วขอให้ความมั่นใจว่าไม่น่าจะมีผลกระทบกับกทม.เพราะวันนี้ น้ำไม่ค่อยมาก แม้แต่สนามบินสุวรรณภูมิ หรือมธ.ศูนย์รังสิต จะได้รับการดูแลอย่างดี ยืนยันว่าการแถลงข่าว ศปภ.เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาด แต่เป็นการรายงานจากข้อมูลที่ได้วิเคราะห์ในเบื้องต้น จึงอยากให้ประชาชนชาว กทม.สบายใจได้ เพราะวันนี้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะในกทม.

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวประชาชนในจ.พระนครศรีอยุธยาไม่พอใจผู้ว่าราชการ จังหวัดที่ไม่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนมาหลายวันแล้ว ว่า ไม่เป็นความจริง ผู้ว่าฯดูแลพื้นที่มาโดยตลอดบางทีต้องขอความเห็นใจผู้ว่าฯด้วยเพราะมีหลาย พื้นที่ต้องดูแลและทำงานแก้ไขปัญหามาตลอดหลายเดือน.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 14th, 2011 at 5:40 pm

หักเงินเดือนส.ส.ช่วยน้ำท่วม

 สภาฯเตรียมหักเงินเดือนส.ส.ช่วยน้ำท่วมพร้อมจัดระดมทุนรับบริจาค ทางช่อง 11

เมื่อวันนี้ ( 14 ต.ค.) นายไพจิต ศรีวรขาน  ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)กิจการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีดำริตั้ง“คณะกรรมการสภาร่วมใจช่วยภัยน้ำท่วม” โดยมีประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานฯ พร้อมด้วย พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา โดยจะประชุมนัดแรกในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือถึงแนวทางช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมขอให้ ส.ส. ข้าราชการฝ่ายการเมือง และข้าราชการรัฐสภา เข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในเบื้องต้นจะเป็นรูปแบบการแจ้งความจำนงในการหักเงินเดือน  ค่าตอบแทน  ส่วนจะหักเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ต้องขึ้นกับที่ประชุม รวมถึงจะจัดตั้งศูนย์รับบริจาคและขอความร่วมมือจาก ส.ส.เป็นรายบุคคลด้วย

นายไพจิต กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ในส่วนของคณะกรรมาธิการ(กมธ.) สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 35 คณะ ได้หารือร่วมกันถึงแนวทางการช่วยเหลือ รวมถึงให้จัดงานระดมทุน รับบริจาค ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย  ช่อง 11  ในวันที่ 25 หรือ 26 ต.ค.นี้  สำหรับการกระจายหรือแจกจ่ายสิ่งของไปยังผู้ประสบภัยจะอาศัยช่องทางของ ส.ส.แต่ละพื้นที่เป็นหลัก.

Tags: , ,
comments Comments (0)    -
October 14th, 2011 at 5:37 pm

นายกฯป้อง“ปลอด”สั่งอพยพแตกตื่น

 นายกฯ ป้องปลอดประสพ สั่งชาวบ้านอพยพ บอกแค่หวังดี แต่ใช้คำพูดตื่นเต้นไปหน่อย

เมื่อ วันนี้ (14 ต.ค.) เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงข่าวแจ้งเตือนประชาชนใน จ.ปทุมธานี และกทม.ของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมาจนทำให้ตื่นตระหนก ว่า การแถลงข่าวของนายปลอดประสพ เป็นเพียงชี้แจงข้อมูลล่าสุดที่ได้รับรายงานเข้ามา ซึ่งเป็นช่วงของการวิเคราะห์ข้อมูล แต่ยังไม่ได้มีการสรุป ซึ่งไม่ได้ถือว่าเป็นการแถลงอย่างเป็นทางการของ ศปภ. เพราะการแถลงอย่างเป็นทางการจะต้องมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ.ร่วมอยู่ด้วย แต่ด้วยความที่เป็นห่วงพี่น้องประชาชน ประกอบกับน้ำเสียงในการพูดของนายปลอดประสพอาจทำให้ผู้คนวิตกกังวล ตนจึงเป็นห่วงว่าประชาชนจะวิตกกังวลมากเกินไป จึงมอบหมายให้ทาง ศปภ.ได้ออกมาชี้แจงให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริง  ยืนยันว่าไม่มีอะไร ทุกอย่างเป็นปกติ

เมื่อถามว่าหลังเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะมีการปรามนายปลอดประสพเรื่องการแถลง ข่าวหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ความจริงนายปลอดประสพอาจจะเป็นห่วงประชาชน แต่คำพูดที่แถลงออกมาทำให้ประชาชนตื่นเต้น แต่ด้วยความที่มีเจตนาดี จึงอยากให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ระวัง เพราะอาจจะมีความเป็นไปได้ แต่ตนไม่อยากให้ประชาชนตระหนกตกใจ เพราะถ้าปริมาณน้ำจะเข้ามาถึงจริง เราก็มีเจ้าหน้าที่คอยประสานงานอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ ตนจะไปพูดคุยกันภายในเพื่อให้เกิดความชัดเจน และจะไปปรับวิธีการแจ้งเตือนประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกและข้อมูล คลาดเคลื่อน เมื่อถามว่าแต่สิ่งที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความเชื่อ ถือของประชาชนต่อการแจ้งเตือนของ ศปภ.ในครั้งต่อไปได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพิ่งเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ไม่คิดว่าจะทำลายความเชื่อมั่นของ ศปภ. ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าใจด้วย ยืนยันว่าข้อมูลของ ศปภ.ยังเชื่อถือได้ ต่อไปหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นจริงหรือมีความจำเป็น ทาง ศปภ.จะใช้โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยในการชี้แจงต่อประชาชนเพื่อ ให้เกิดความชัดเจน

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำล่าสุดที่คลองบ้านพร้าว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ว่า เป็นไปอย่างที่ พล.ต.อ.ประชาได้ชี้แจงไปแล้ว โดยภาพรวมปริมาณน้ำจากทางตอนเหนือเริ่มทรงตัว เพียงแต่มีปัญหาในช่วงแนวรอยต่อ จ.ปทุมธานีที่กั้นไม่อยู่ ซึ่งตนได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปรักษาแนวรอยต่อไว้แล้ว แม้ว่าน้ำจะล้นแต่เรามีแนวคลองอยู่ข้างๆ ดังนั้นน้ำจะไม่ลามกินพื้นที่บริเวณกว้าง รวมทั้งในพื้นที่ กทม.น้ำก็จะไม่สูงมากนัก เพราะเรามีแนวคันกั้นน้ำเพื่อปกป้องกทม.ชั้นในอยู่  ส่วนพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำก็มีคลองรองรับ ซึ่งวันนี้ความคืบหน้าในการขุดคลองเพื่อระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ทำ เสร็จแล้ว 2 คลอง ซึ่งจะเริ่มระบายน้ำออกไปได้  และจะทำให้สถานการณ์ในภาคกลางจะเริ่มทุเลาลง  ขอยืนยันว่าผลกระทบที่จะเกิดกับพื้นที่ กทม.นั้นจะเป็นเฉพาะพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำในช่วงรอยต่อเท่านั้นและไม่ได้ ส่งผลกระทบในวงกว้าง

เมื่อถามว่าทางผู้ว่าฯกทม.ออกมาระบุว่าหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น กทม.จะเป็นผู้ชี้แจงเอง สรุปแล้วการแจ้งเตือนจะเป็นอำนาจของ กทม.หรือ ศปภ. น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อำนาจในภาพรวมเป็นของ ศปภ. ส่วนในเขตพื้นที่ด้านในก็จะส่งต่อให้ กทม.ชี้แจง ส่วนการทำแนวคันกั้นน้ำชั้นที่ 2 เพื่อรองรับกรณีที่แนวคันกั้นน้ำชั้นแรกไม่สามารถต้านกระแสน้ำได้นั้น  ตอนนี้กำลังให้ดำเนินการสำรวจอยู่ ซึ่งเช้าวันนี้ (14 ต.ค.) ตนได้เชิญผู้ว่าฯ กทม.มาพูดคุยกันแล้ว.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 14th, 2011 at 12:49 pm

มูลนิธิศาลเจ้าพ่อปุงเถ่ากง พรานกระต่าย มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียน

  • เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2554 เวลา 19.00 น. บริเวณศาลเจ้าพ่อปุงเถ่ากง พรานกระต่าย ได้ทำพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนขาดแคลนและยากจน เนื่องในงานประจำปีศาลเจ้าพ่อปุงเถ่ากง แก่โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว จำนวน 3 ทุน คือ นางสาวณัฐริกา ชาญเขตการ ชั้น ม.3 เด็กหญิงบังอร ครุฑแก้ว ชั้น ป.3 และ เด็กชายอัครชัย วรรณา ชั้น ป.1

สำหรับการมอบทุนในครั้งนี้ ได้รับการประสานงานจาก ท่าน ผอ.วีรัตน์ ตันเจริญ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว อดีต ผอ.ร.ร.วัดคูยาง กรรมการมูลนิธิ และมี นางพัชรี หายหัดถี เป็นครูผู้รับผิดชอบงานทุนการศึกษาของโรงเรียนประสานงานได้เรียบร้อย…ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีค่ะ

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 14th, 2011 at 8:02 am

ทึ่งคลอดลูกหลังวิ่งแข่งมาราธอน

  • สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากเมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ว่า นางแอมเบอร์ มิลเลอร์ วัย 27 ปี แถบชานเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้เกือบ 39 สัปดาห์ แต่เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอน ระยะทาง 26.2 ไมล์ และเธอคลอดลูกเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังวิ่งเข้าสู่เส้นชัย โฆษกโรงพยาบาลเซ็นทรัล ดูเพจ ในเมืองชิคาโก ที่นางมิลเลอร์เข้าไปคลอดลูก เผยว่า นางมิลเลอร์ให้กำเนิดลูกสาว “จูน” ซึ่งเป็นลูกคนที่ 2 เมื่อวันอาทิตย์ โดยเธอและลูกสาวสุขภาพแข็งแรงทั้งคู่


นายโจสามีของนางมิลเลอร์ เผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ภรรยาชอบการวิ่งออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ เธอเข้าร่วมการแข่งขันวิ่ง “ชิคาโก มาราธอน” ระยะทาง 26.2 ไมล์ เมื่อวันอาทิตย์ ทั้งที่ตั้งท้องได้เกือบ 39 สัปดาห์แล้ว โดยเธอชวน “คาเลบ” ลูกชายคนโตเข้าร่วมวิ่งด้วย แต่การวิ่งของเธอและลูกชาย ใช้วิธีวิ่ง 2 ไมล์และเดิน 2 ไมล์ สลับกันไป จนกระทั่งเข้าสู่เส้นชัยในที่สุด และหลังจากนั้น เธอกับสามีและลูกชายร่วมฉลองด้วยการรับประทานอาหารร่วมกัน ที่ร้านอาหารนอกบ้านแห่งหนึ่ง แต่เธอรู้สึกปวดท้องเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. สามีจึงนำส่งโรงพยาบาล และคลอดลูกสาวเมื่อเวลา 22.29 น.

 

 

Tags:
comments Comments (0)    -
October 14th, 2011 at 7:25 am

“กษัตริย์จิกมี”อภิเษกสมรสเรียบง่าย(มีภาพชุด)

เผยพระราชพิธีอภิเษกสมรส “กษัตริย์จิกมี” กับหญิงสามัญชน “น.ส.เจตซัน เปมา” จัดเรียบง่ายแต่งดงามด้วยสีสรรและราชประเพณีอันเก่าแก่ของ “ภูฏาน”

วันนี้ (13 ต.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองพูนาคา ประเทศภูฏาน ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ซึ่งมีพระชนมายุ 31 พรรษา ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระคู่หมั้นหญิงสามัญชน น.ส.เจตซุน เปมา วัย 21 ปี ตามราชประเพณีโบราณของชาวภูฏานภายในพระอารามหลวงของป้อมปราการเก่าแก่ใน เมืองพูนาคา เมืองหลวงเก่าของภูฏาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ท่ามกลางความปิติยินดีของผสกนิกร 700,000 คน ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่เรียบง่ายแต่ก็งดงามด้วยสีสรรและวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ของประเทศบนเทือกเขาหิมาลัยแห่งนี้
พระราชพิธีอภิเษกสมรส เริ่มขึ้นในเวลา 08.20 น.ของวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น และเป็นมงคลฤกษ์ตามที่โหรหลวงถวาย โดยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ฉลองพระองค์ในชุดแต่งกายประจำชาติตามราชประเพณี เสด็จลงมาจากราชบัลลังก์ทอง ต่อหน้าพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เพื่อสวมมงกุฎไหมทองบนศีรษะของพระคู่หมั้น น.ส.เจตซัน เปมา โดยทรงแย้มพระสรวลด้วยความปิติยินดียิ่ง จากนั้น พระสงฆ์สวดมงคลคาถา แล้วขึ้นประทับบนราชบัลลังก์เคียงข้างสมเด็จพระราชาธิบดี ในฐานะพระราชินีองค์ใหม่แห่งภูฎาน
ภายในสถานที่ประกอบพระราช พิธีอภิเษกสมรส มีสมเด็จพระสังฆราชทำหน้าที่ประธาน ซึ่งก็เป็นพระราชพิธีอันบริสุทธิ์สวยงาม ซึ่งมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ของทางการ และแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับพิธีเษกสมรสของเจ้าชายวิลเลียม กับ น.ส.เคท มิดเดิลตัน แห่งราชวงศ์อังกฤษ เพราะไม่มีเจ้าชายต่างชาติ หรือประมุขต่างชาติ ได้รับเชิญเข้าร่วมพิธี มีเพียงพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้น ขณะที่ชาวบ้านหลายพันคนนั้นก็ต้องไปชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์แทนที่บริเวณ ทุ่งหญ้าใกล้กัน
สำหรับของขวัญที่พระราชบิดาของสมเด็จพระ ราชาธิบดีจิกมี ทรงมอบให้กับคู่บ่าวสาวนั้น เป็นชุดของขวัญ ประกอบด้วย กระจกเงา นมเปรี้ยว หญ้า และหอยสังข์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการถวายพระพร หมายถึงการมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน พระสติปัญญา ความสะอาดบริสุทธิ์ และ ความปรารถนาดีอื่นๆ ในพระราชพิธีอภิเษกสมรส ซึ่งผสกนิกรได้ถวายความยินดีแด่กษัตริย์ผู้ทรงพระเยาว์แห่งภูฏาน ซึ่งมีพระจริยาวัตรงดงาม และทรงครองความเป็นโสดมาจนถึงพระชนมายุ 31 พรรษา และในที่สุดพระองค์ก็สามารถหาเจ้าสาวแม้จะเป็นหญิงสามัญชนและอายุห่างถึง 10 ปี แต่ก็ทรงสมหวังและสามารถสืบทอดราชบัลลังก์ได้อย่างสมบูรณ์ ทรงสร้างครอบครัวของพระองค์ขึ้นมาได้ หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์บัลลังก์ต่อจากพระราชบิดาเมื่อปี 2551
สำหรับ ประเทศภูฏานหรือดินแดนแห่งมังกรสายฟ้านั้นไม่อนุญาตให้มีโทรทัศน์ต่างชาติ เข้ามาจนกระทั่งปี 2542 และเป็นประเทศเดียวในโลกซึ่งรัฐบาลใช้ดัชนีความสุขมวลรวมสำหรับประชาชนแทน ที่จะใช้ดัชนีวัดความเติบโตทางเศรษฐกิจ นายคาร์มา ชิตีม ประธานคณะกรรมการดัชนีความสุขมวลรวม กล่าวว่า พระราชพิธีอภิเษกสมรสทำให้ชาวภูฏานมีความสุขเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งสองพระองค์ยังทรงมีหมายกำหนดการที่จะปรากฏพระองค์พร้อมกันต่อหน้าสาธาร ชนเป็นครั้งแรก ในงานฉลองพระราชพิธีอภิเษกสมรส ที่สนามกีฬาในกรุงทิมพู ในวันเสาร์ที่ 15 ต.ค.นี้

ภาพชุด

Tags: ,
comments Comments (0)    -