17 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว โรงเรียนในฝัน โรงเรียนสุจริต

October 30th, 2011 at 2:39 pm

น้ำทะลัก‘ปู’เบลอ ‘พฤศจิกายน’เริ่มจะดีขึ้น‘ศปภ.’เผ่นปักหลัก‘ปตท.’

  ชาตินี้น้ำก็ไม่ลด! “ปูหนูไม่รู้” เบลอหนัก แจ้งข่าวดี เร่งระบายน้ำถึง 5 พฤศจิกายน เอาไม่อยู่แล้ว ศปภ.โบกธงไอ้เสือถอย   ร่นไปยืนรอที่แยกลาดพร้าว ใช้กระทรวงพลังงานเป็นฐานที่มั่นใหม่ มั่นใจคราวนี้ “เอาอยู่”  ผู้ว่าฯ กทม.ส่งสัญญาณเตือน เขตลาดพร้าว จตุจักรและวังทองหลางระวังตัว ขณะที่กรุงเทพฯ ตะวันออกเริ่มจมแล้ว กระเทือนไปทั่ว วัดพระศรีมหาธาตุฯ งดเผาศพ เปิดแผนสู้มหาอุทกภัย ล้มแนวคิดตัดถนนหันมาลอกคลองแทน

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 11:33 am

ลุยกองทุนหมู่บ้านใช้เงินเอสเอ็มแอล

นายนที ขลิบทอง ผอ.สำนักงานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (สทบ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ สทบ. เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติแนวทางการจัดสรรงบประมาณในโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่ บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) และการเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้าน หลังจากที่ประชุม ครม. เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการแล้ว 6,000 ล้านบาท สำหรับ 16,000 หมู่บ้าน คาดว่าจะจัดสรรเงินในงวดแรกได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินการอีก 30,000 หมู่บ้านนั้น คาดว่าจะจัดสรรได้ทั้งหมดในเดือน ก.พ.-มี.ค. 55

ทั้งนี้โครงการเอสเอ็มแอล นั้น หมู่บ้านขนาดเล็กจะได้รับการจัดสรร 300,000 บาท, หมู่บ้านขนาดกลางจะได้รับการจัดสรร 400,000 บาท และหมู่บ้านขนาดใหญ่จะได้รับการจัดสรร 500,000 บาท ซึ่งจะจ่ายขาด เพื่อนำไปใช้ในการฟื้นฟูชุมชน ฟื้นอาชีพ.

ไทยรัฐออนไลน์

ลุยกองทุนหมู่บ้านใช้เงินเอสเอ็มแอล

พร้อมเทกระจาดลงพื้นที่ ก.พ.55 หวังช่วยฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลด

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่ง ชาติว่า ที่ประชุมมีมติให้การช่วยเหลือหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ประสบอุทกภัย โดยใช้งบประมาณกลาง 6,000 ล้านบาท จัดสรรไปยังหมู่บ้านและชุมชนรวม 16,000 แห่ง ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน หรือเอสเอ็มแอล โดยหมู่บ้านขนาดเล็กจะได้รับการจัดสรร 300,000 บาท, หมู่บ้านขนาดกลางจะได้รับการจัดสรร 400,000 บาท, และหมู่บ้านขนาดใหญ่จะได้รับการจัดสรร 500,000 บาท ในลักษณะของการจ่ายขาด เพื่อนำไปใช้ในการฟื้นฟูบูรณะสาธารณสมบัติของชุมชน และพลิกฟื้นอาชีพของประชาชน โดยไม่ต้องใช้เงินคืนให้กับรัฐบาล โดยจะให้สิทธิ์แก่หมู่บ้านในพื้นที่ประสบอุทกภัยหนักได้รับการจัดสรรงบใน ส่วนนี้ก่อน คาดว่าเงินจะถึงหมู่บ้านในช่วงประมาณเดือน ก.พ.2555 หลังพระราชบัญญัติงบประมาณ 2555 ผ่านสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว

ด้านนายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (สทบ.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ มีมติอนุมัติในหลักการการเพิ่มทุนของกองทุนหมู่บ้านระยะแรกวงเงิน 40,000 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการในปีงบประมาณปี 2555 ส่วนที่เหลืออีก 40,000 ล้านบาท จะจัดสรรภายในปีงบประมาณ 2556

ส่วนแนวทางการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านปี 2555 จะเน้นหมู่บ้านที่มีความพร้อมและมีทิศทางทำงานที่ชัดเจน เช่น การปล่อยสินเชื่อเพื่อสร้างงานสร้างอาชีพ ขณะที่พื้นที่ที่ประสบอุทกภัยจะได้รับการจัดลำดับความสำคัญในการเพิ่มทุน เป็นอันดับแรกๆ แต่ต้องเป็นกองทุนที่มีความพร้อม นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติขยายระยะเวลาการจดทะเบียนกองทุนหมู่บ้านที่ยังไม่จด ทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่เหลืออยู่อีก 2,510 กองทุน โดยจะเข้าไปสนับสนุนเป็นรายกองทุนเพื่อให้กองทุนทั้งหมดจดทะเบียนเป็น นิติบุคคลได้ภายในสิ้นปี 2555.

 

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 11:29 am

เพราะน้ำท่วม จึงทำให้รู้ถึง…..?

เพราะน้ำท่วม ทำให้รู้ทางไหลของน้ำและรู้ว่าน้ำท่วมที่ไหนบ้าง

เพราะน้ำท่วม ทำให้รู้ว่าการมีบ้านถูกน้ำท่วมต้องมีชีวิตยากลำบากมากแค่ไหน

เพราะน้ำท่วม ทำให้บนถนนทางด่วนใช้เป็นที่จอดรถก็ได้

เพราะน้ำท่วม ทำให้คนไทยรู้ว่าประมาทเรื่องน้ำหลากไม่ได้อีกแล้ว

เพราะน้ำท่วม ทำให้คนไทยเดือดร้อนไปทั่วประเทศ แม้บางคนน้ำไม่ท่วมบ้าน แต่ก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย

เพราะน้ำท่วม ทำให้รู้ว่าต่อไปนี้ควรสร้างบ้านอย่างไรอยู่ และจะซื้อบ้านที่ไหน ที่น้ำท่วมไม่ถึง

เพราะน้ำท่วม ทำให้ของกินราคาแพงขึ้นพรวด พราด และบางอย่างขาดตลาด

เพราะน้ำท่วม ทำให้เห็นบทบาทของกระสอบทรายว่ามีประโยชน์มากเหลือเกิน

เพราะน้ำท่วม ทำให้เห็นความสำคัญของน้ำดื่มและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

เพราะน้ำท่วม ทำให้ยารักษาโรคผิวหนังและไฟ ฉายมีความจำเป็นขึ้นมาโดยฉับพลัน

เพราะน้ำท่วม ทำให้มีปลาชุกชุม แม้บนถนนหลวงก็มีปลาให้ชาวบ้านได้ทอดแห

เพราะน้ำท่วม ทำให้ปลากระดี๋กระด๋าร่าเริงไปกับสายน้ำ

เพราะน้ำท่วม ทำให้มีจระเข้อาศัยอยู่ตามคลองธรรมชาติอีกครั้งหนึ่ง

เพราะน้ำท่วม ทำให้คนในครอบครัวสามัคคีกันมากขึ้น

เพราะน้ำท่วม ทำให้คนที่มีบ้านถูกน้ำท่วมได้เปลี่ยนบรรยากาศ ตอนหนีไปอยู่ที่อื่น

เพราะน้ำท่วม ทำให้เห็นน้ำใจคนไทยที่ไม่ทิ้งกัน

เพราะน้ำท่วม ทำให้รู้ว่าเศรษฐีของไทยคนไหนบ้างที่ใจดี ไม่ขี้เหนียว

เพราะน้ำท่วม ทำให้อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เงียบผิดปกติ

เพราะน้ำท่วม ทำให้รู้ว่ายังมีคนไทยที่เลว ๆ อยู่ไม่น้อยที่คอยซ้ำเติมคนเดือดร้อน

เพราะน้ำท่วม ทำให้รู้ถึงสันดานของนักการเมืองบางคนที่ถือโอกาสเอาของบริจาคมาติดป้ายหาเสียงของตัวเอง

เพราะน้ำท่วม ทำให้ช่างก่อสร้างมีงานทำมากขึ้นตอนหลังน้ำลด

เพราะน้ำท่วม ทำให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แก่เร็ว และมีสิวเพิ่มขึ้นอีกหลายเม็ด

เพราะน้ำท่วม ทำให้รัฐบาลทำงานหนักกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะแค่สู้กับน้ำท่วมอย่างเดียวก็จะไม่มีเวลาคิดทำอย่างอื่น ๆ

เพราะน้ำท่วม ทำให้ได้เห็นฝีมือของรัฐบาลชุดนี้ว่ามีความสามารถแค่ไหน

เพราะน้ำท่วม ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่จำเป็นต้องทำตามนโยบายประชานิยมที่หาเสียงไว้กับ ประชาชนทุกข้อ เพราะถ้าข้อใดทำไม่ได้คนที่เลือกพรรคเพื่อไทยคงจะให้อภัย

เพราะน้ำท่วม ทำให้การรับจำนำข้าวของรัฐบาลไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะชาวนาไม่มีข้าวจะจำนำ และบางรายอย่าว่าจะจำนำเลยอาจไม่มีข้าวไว้กินด้วย

เพราะน้ำท่วม ทำให้นโยบายยกเว้นภาษีรถคันแรก และบ้านหลังแรกเงียบเหงาสนิท

เพราะน้ำท่วม ทำให้รัฐบาลอาจจะเปลี่ยนนโยบายจากรถคันแรกเป็นเรือลำแรกแทน

เพราะน้ำท่วม ทำให้เมืองไทยต้องถอยหลังไปอีกหลายก้าว

เพราะน้ำท่วม ทำให้นักการเมืองและข้าราชการผู้ใหญ่บางคนรวยขึ้นอีก เพราะหลังน้ำลดจะต้องใช้เงินก้อนมหึมาจ้างผู้รับเหมาบูรณะประเทศ

เพราะน้ำท่วม ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องปรับแผนงานใหม่ทั้งหมดหลังน้ำลด

เพราะน้ำท่วม ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่เสียดายที่พ่ายแพ้เลือกตั้งครั้งที่แล้ว จนไม่ได้เป็นรัฐบาล

เพราะน้ำท่วม ทำให้นักการเมืองเล่นการเมืองน้อยลง แล้วหันมาร่วมไม้ร่วมมือกันเพื่อผลักดันน้ำให้ไหลลงทะเลโดยเร็ว

เพราะน้ำท่วม ทำให้ได้เห็นว่า ทหารนั้นไม่ได้มีไว้ปฏิวัติอย่างเดียว แต่ยังสามารถช่วยเหลือประชาชน ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี

เพราะน้ำท่วม ทำให้ผู้หญิงได้นุ่งกางเกงขาสั้นตามแฟชั่นได้ทั้งวัน หรือถ้ามองอีกมุมเหตุที่มีน้ำท่วมเกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้อาจเป็นเพราะ ผู้หญิงชอบนุ่งกางเกงขาสั้นมากเกินไปก็ได้

เพราะน้ำท่วม ทำให้ผมสบาย เพราะไม่ต้องเขียนเรื่องอื่น ๆ เลย นอกจากเขียนแต่เรื่องน้ำท่วม.

ไมตรี ลิมปิชาติ

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 11:22 am

โพลล์ตบหน้า รบ.สอบตกแก้น้ำท่วม

โพลล์ตบหน้า รบ.สอบตกแก้น้ำท่วม

เอแบคโพลล์ ชี้ประชาชนให้โอกาส “ยิ่งลักษณ์” แก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ความเชื่อมั่นแก้ปัญหายังสอบตก

เมื่อ วันที่ 30 ต.ค. เอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ความทุกข์ ความเสียสละ และการให้โอกาสรัฐบาลทำงานแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วม กรณีศึกษาประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,457 ตัวอย่าง ค่าความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 28 – 29  ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.4 รู้สึกเบื่อหน่าย เครียดและวิตกกังวลเป็นความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นในช่วงภัยพิบัติน้ำท่วม รองลงมาคือร้อยละ 76.9 ระบุไม่สะดวกในการเดินทาง ร้อยละ 66.8 ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 58.5 อาหาร น้ำสะอาด ยารักษาโรคมีไม่เพียงพอ และร้อยละ 38.9 กำลังขาดรายได้

เมื่อถามถึงการรับรู้ต่อการสื่อสารการทำงานแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมของ รัฐบาลผ่าน ศปภ. ภายหลังปรับเปลี่ยนการทำงานของทีมโฆษก ศปภ. พบว่า ร้อยละ 54.5 ระบุดีขึ้น แต่ร้อยละ 34.2 ระบุเหมือนเดิมและร้อยละ 11.3 ระบุแย่ลง ตามลำดับ ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.8 ไม่ประสงค์จะอพยพหรือเดินทางออกต่างจังหวัดเพื่อหนีภัยน้ำท่วม เพราะ เป็นห่วงบ้าน ทรัพย์สิน / ไม่ปลอดภัย ไม่สะดวก มีคนเจ็บ คนชราและเด็กเล็กต้องดูแล และไม่มีที่จะไป ไปแล้วก็ลำบาก สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากขึ้นไปอีก เป็นต้น

ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.9 ระบุความช่วยเหลือของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐต่อประชาชนผู้ประสบภัยไม่ทั่ว ถึง อย่างไรก็ตามร้อยละ 61.9 ยังให้โอกาส น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมต่อไป แต่สิ่งที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรี สั่งการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.3 ปรับปรุงการทำงานของตำรวจ ไฟฟ้า น้ำประปา เป็นการเร่งด่วน รองลงมาคือ ร้อยละ 70.2 ช่วยเหลือให้ทั่วถึง ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ช่วยเฉพาะกลุ่มหัวคะแนนของตน ร้อยละ 68.4 แก้ปัญหาสินค้าราคาแพง ขาดตลาด ร้อยละ 65.0 ติดตามจับกุมมิจฉาชีพ คนร้ายลักทรัพย์ประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติให้ได้ ร้อยละ 61.5 เรียกร้องให้ปรับปรุงการทำงานของศูนย์ฮอทไลน์ให้ความช่วยเหลือประชาชนด้าน ต่างๆ ร้อยละ 58.1 ลงพื้นที่เข้าถึงชาวบ้าน และร้อยละ 52.4 แก้ปัญหาขาดรายได้ การประกอบอาชีพของประชาชน ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม สิ่งดีๆ ที่ประชาชนพบเห็นในภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.4 ระบุความช่วยเหลือเกื้อกูล ความมีน้ำใจของคนในชาติ รองลงมาคือร้อยละ 76.3 ความเสียสละ ร้อยละ 73.5 ความอดทน ร้อยละ 70.9 ความสามัคคี และร้อยละ 69.5 ความรักและการแบ่งปัน ตามลำดับ นอกจากนี้ประชาชนร้อยละ 40.6 เริ่มมีความเชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 22.8 เชื่อมั่น ร้อยละ 23.9 ไม่ค่อยเชื่อมั่น และร้อยละ 12.7 ไม่เชื่อมั่น ตามลำดับ.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 11:19 am

“ประชา”เล็งเพิ่มวันหยุด

“ประชา” โยนนายกฯ เคาะวันหยุดเพิ่ม ยันประปาฝั่งธนฯ จ่ายน้ำได้ตามปกติแล้ว แนะต้มก่อนดื่มเพื่อ

เมื่อ เวลา 09.30 น. วันที่ 30 ต.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุกทภัย (ศปภ.) พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศปภ. กล่าวถึงข้อเสนอให้รัฐบาลขยายวันหยุดราชการเพิ่มเติม ว่า ได้นำเรียนเสนอนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีที่จะตัดสินใจ ทั้งนี้ในการประชุม ศปภ.วันนี้ คงจะหารือเรื่องนี้กันอีกครั้ง และต้องนำเข้าที่ประชุม ครม.ก่อน

พล.ต.อ.ประชา ยังกล่าวถึงปัญหาการผลิตน้ำประปาในโรงผลิตมหาสวัสดิ์ ว่า ขณะนี้ได้ซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปาได้ตามปกติแล้วจำนวน 9 แสน ลบ.ม.ต่อวัน และพร้อมจ่ายน้ำให้ประชาชนย่านฝั่งธนบุรีใช้ได้ตามปกติ แต่ก็มีปัญหาใหม่เกิดขึ้นตามมา เนื่องจากมีน้ำล้นที่คันกั้นน้ำริมคลองส่งน้ำการประปานครหลวง บริเวณชุมชนวัดนาวง ต.หลักหก จ.ปทุมธานี ซึ่งกำลังเร่งซ่อมแซมอยู่ ส่วนปัญหาที่คน กทม.เป็นห่วงคุณภาพน้ำประปา ที่มีกลิ่นเหม็นนั้น ทางผู้ว่าการการประปานครหลวง ยืนยันว่าน้ำประปายังปลอดภัย แต่อยากแนะนำว่าถ้าจะให้ดีประชาชนควรนำน้ำมาต้มก่อนบริโภค.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 12:05 am

อัดฉีด1ล้านล.กู้ชาติหลังน้ำลด

คลังเปิดแผนเยียวยา-ฟื้นฟูวิกฤติน้ำท่วมเมือง ระบุ6 เดือนหลังน้ำลด เร่งซ่อมแซม-สร้างบ้าน-สร้างถนนใหม่  ระยะสองอีก 1 ปี ลงทุนซ่อมแซมสถานที่ขนาดใหญ่ ส่วนระยะสามใน 4 ปี

มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน-การจัดการน้ำทั้งระบบ รวม 5 ปีใช้งบกว่าล้านล้านบาท  ล่าสุดเตรียมเข็นออมสิน-แบงก์รัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ  พร้อมหนุนบลจ.เอ็มเอฟซีฯ อุ้มเอกชนฝ่าวิกฤติ อัดฉีดเงินร่วมลงทุน 1 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า  จากวิกฤติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นขณะนี้ ทั้งรัฐบาลและสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐจะต้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ในระยะสั้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังน้ำลดประชาชนที่ต้องการเงินสดเพื่อใช้จ่าย เบื้องต้นได้หารือปลัดกระทรวงการคลังแล้ว   โดยอาจจะใช้ในรูปแบบเดียวกับ ช่วงที่เกิดสึนามิ ที่จังหวัดภูเก็ต โดยที่ธนาคารออมสินตั้งโต๊ะเปิดให้ประชาชนกู้เงินแทนที่จะปล่อยให้ประชาชนไป กู้เงินนอกระบบ โดยออมสินยอมเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)
ขณะเดียวกันยังหาช่องทบทวนการใช้เครื่องมือทางการเงินและเครื่องมือทางการ คลังผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเพื่อช่วยให้ทันในช่วง 3เดือนที่เหลือ  หลังจากการขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์คิดดอกเบี้ย 0%ให้กับลูกค้ารายย่อยที่ประสบอุทกภัยนั้นมีความเป็นไปได้ยาก  เหตุธนาคารพาณิชย์มีต้นทุนทางการเงินสูง  และกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ภายใต้พ.ร.บ.ใหม่ธปท.นั้นไม่สามารถออก วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ประสานงานกับคลังจังหวัดเข้าไปสำรวจและประเมินความเสียหาย 3จังหวัดคือ เชียงใหม่  พิษณุโลก และอยุธยา จากที่ผ่านมาประเมินความเสียหายจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้เท่ากับ 1 แสนล้านบาท หรือความเสียหายต่อจีดีพีสิ้นปีที่ 1% อีกทั้งได้พิจารณาที่จะใช้กองทุนร่วมทุนหรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) โดยมีวงเงินเริ่มต้น 10,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ จากภัยน้ำท่วมครั้งนี้  เช่น กลุ่มโรงแรมและโรงงานอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกันกระทรวงการคลัง ยังได้เตรียมแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลังน้ำลดโดยแบ่งเป็น   3 ระยะ ได้แก่  ระยะแรก ช่วง 6 เดือนทันทีหลังน้ำลด ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 1.3 แสนล้านบาทซึ่ง เป็นเงินกู้ขาดดุลที่เพิ่มขึ้น 50,000 ล้านบาท และจากการตัดงบประมาณรายจ่ายประจำ 10% ของแต่ละกระทรวงอีก 80,000 ล้านบาท
สำหรับการแก้ไขความเสียหายและช่วยเหลือเร่งด่วน เช่น การบาดเจ็บล้มตาย ความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน ให้ดำเนินชีวิตต่อไปได้ อาทิ บ้านที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการ หรือถนน โดยผ่านเครื่องมือทางการเงิน การสนับสนุนสินเชื่อผ่านธนาคารของรัฐ ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงการคลังได้สั่งการไปแล้ว เช่น สินเชื่อดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 3 เดือน ขณะที่สถาบันการเงินพาณิชย์ จะช่วยได้เฉพาะการผ่อนปรนดอกเบี้ยได้เท่านั้น เพราะมีต้นทุนทางการเงินที่สูง
นอกจากนี้ธนาคารของรัฐ ยังมีความจำเป็นต้องใช้ระบบเงิน สนับสนุนสินเชื่อให้คนมีรายได้ หรือเป็นการตั้งโต๊ะแจกเงินกู้ ยอมเป็นเอ็นพีแอลโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นชาวนา 1 ล้านครอบครัว และแรงงาน 2.4 แสนคน จะต้องไปอาศัยเงินกู้นอกระบบเป็นจำนวนเงินมหาศาล
ส่วนระยะที่สองนั้น เป็นการลงทุนซ่อมสถานที่ขนาดใหญ่ที่เสียหาย(ช่วงเวลาอีก 1ปี) ได้แก่ โรงเรียน วัด ถนนใหญ่ ระบบการสื่อสาร ซึ่งมีความจำเป็นต้องออกแบบใหม่  และระยะที่สามเป็นการลงทุนวางระบบบริหารจัดการน้ำใหม่ และลงทุนวางระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่(ช่วงเวลาอีก 4 ปี)  โดยทั้งระยะที่สอง และสาม เป็นการลงทุนระบบใหม่ทั้งหมดซึ่งรวมถึงการจัดการน้ำและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภา พัฒน์(สศช.)ควรเป็นเจ้าภาพ เพราะต้องมีองค์กรหลักดูแลในรูปแบบคณะกรรมการระดับชาติ หรือกระทรวงน้ำ ในแง่ของการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้เกิดผลความสำเร็จ
สำหรับงบประมาณทั้งในระยะที่สองและสามนั้น  แหล่งข่าวกล่าวว่า ในช่วง 5 ปีจะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้นล้านล้านบาท  ซึ่งในส่วนของการลงทุนบริหารจัดการน้ำจะใช้วงเงินประมาณ 4.2 -5  แสนล้านบาท โดยจำเป็นต้องใช้เงินกู้รัฐบาล  ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการต้องตัดสินใจว่าจะกำหนด พ.ร.ก. กู้เงิน เป็นจำนวนเท่าไหร่ ส่วนทางด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีกประมาณ 5 แสนล้านบาท จะเป็นการใช้เงินจากการร่วมทุนของภาครัฐและเอกชนหรือ พีพีพี (PPP)
อย่างไรก็ดีในเบื้องต้นถ้าหากปีนี้ประเมินความเสียหายเต็มที่ 4% ของจีดีพี ดังนั้นรัฐบาลมีความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.  กู้เงินเต็มที่ 4 แสนล้านบาท สำหรับการฟื้นฟูทั้ง 3 เฟส มองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและไม่ได้กระทบต่อฐานะการคลัง  เนื่องจากเกินดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้ อยู่ที่ 3.9 -4 แสนล้านบาท เพราะสัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็น 44% จากปัจจุบัน 40% ก็ไม่เกิดสัดส่วน 60% ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายบริหารหนี้สาธารณะ

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 12:00 am

ญี่ปุ่นปรับลดเงินเดือนของนายกฯ-รมต.เพื่อใช้เป็นทุนในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติของประเทศ

ญี่ปุ่นปรับลดเงินเดือนของนายกฯ-รมต.เพื่อใช้เป็นทุนในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติของประเทศ

คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นชุดนายกรัฐมนตรีโยชิฮิโกะ โนดะได้อนุมัติให้ปรับลดเงินเดือนของนายกรัฐมนตรีลง 30% และเงินเดือนคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยลง 20% เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป เพื่อใช้เป็นทุนในการฟื้นฟูประเทศในพื้นที่ประสบภัยพิบัติเมื่อเดือนมีนาคม
ทั้งนี้  การปรับลดเงินเดือนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายปรับลดเงินเดือนข้า ราชการโดยเฉลี่ยลง 7.8% ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2557 ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะจ่ายเงินเดือนที่ต่ำลงล่วงหน้าเพื่อแสดงจุดยืนในการลดค่า ใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูประเทศ

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 29th, 2011 at 11:51 pm

ภาพจากหนังสือพิมพ์สยามรัฐ

“ชวน”เลี้ยงอาหารปักษ์ใต้

นายชวน หลีกภัย ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ได้เดินทางไปเปิดครัวปักษ์ใต้อาสาช่วยคนน้ำท่วม ที่ศูนย์หลักสี่ของนายสกลธี ภัทธิยกุล พร้อมกับไปทักทายกับคนสูงอายุให้กำลังใจซึ่งกันและกันพร้อมกับสอนเด็ก ๆ ที่อยู่ในศูนย์พักพิงที่วัดหลักสี่

น้ำล้อมโรงพิมพ์สยามรัฐ

บรรยากาศน้ำท่วมบริเวณหน้าบริษัทสยามรัฐ จำกัด (โรงพิมพ์) ย่านสะพานพระราม 8 โดยพนักงานเร่งวางกระสอบทรายกั้นน้ำเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน (วัชรินทร์ กลิ่นมะลิ-ภาพ)

กรุงเทพฯวันนี้

ปริมาณน้ำได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่หลายแห่ง เกือบทั่วกรุงเทพฯ ส่งผลให้ถนนทุกสายถูกน้ำท่วมอย่างหนัก เด็ก ๆ หลายคนออกมาเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน

เครื่องบินใกล้จมน้ำ

บรรยากาศภายท่าอากาศยานดอนเมืองและเป็น ที่ทำการของ ศปภ.ซึ่งได้ปิดตัวลงและจะย้ายไปอยู่ตึกของการปิโตเลี่ยมแห่งประเทศไทย(ปตท.) ถนนวิภาวดีรังสิตเนื่องจากน้ำได้ในถนนวิภาวดีรังสิตได้ล้นกำแพงและแนวกั้นเข้าไปท่วมภายใน

ใต้สะพานพระราม 8

ชาวบ้านในพื้นที่ใต้สะพานพระราม 8 ต้องใช้กล่องโฟมในการสัญจร เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูงขึ้น กว่า 80-90 เซนติเมตร (วัชรินทร์ กลิ่นมะลิ-ภาพ)

 

Tags:
comments Comments (0)    -
October 29th, 2011 at 11:41 pm

รื้อประตูน้ำคลอง10-12 ได้ผล/น้ำลงทะเลเร็วกว่า5แสนคิว

หนองจอกเริ่มแห้ง เตรียมเสนอรัฐรื้อเพิ่มคลอง 8-9 เร่งระบายได้มากขึ้น

เมื่อวันที่ 29 ต.ค.54 นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม.เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฝั่ง ตะวันออก โดยเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ปทุมธานีว่า จากที่กทม.ได้เสนอรัฐบาลขอรื้อประตูระบายน้ำคลอง 10, 11 และ 12 ในพื้นที่เขตหนองจอก เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่คลองแสนแสบออกแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งเพิ่มเครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำคลอง 12 เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำบางปะกง ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วในเช้าวันนี้

ทั้งนี้ ทั้ง 2 จุดดังกล่าวสามารถเพิ่มการระบายน้ำได้ 550,000 คิว โดยน้ำในพื้นที่รอบบริเวณเริ่มแห้งแล้ว และในวันพรุ่งนี้ (30 ต.ค.54) กทม.เตรียมเสนอรัฐบาลรื้อประตูระบายน้ำคลอง 8 และ 9 เพิ่มเพื่อเร่งระบายน้ำได้มากขึ้น

Tags:
comments Comments (0)    -
October 29th, 2011 at 9:57 am

นายทุน-ปชช.แห่ซื้อที่ดินภาคเหนือ หวังหนีน้ำท่วมซ้ำซาก-ส่งผลราคาดีดพุ่งสูงขึ้น

นายทุน-ปชช.แห่ซื้อที่ดินภาคเหนือ หวังหนีน้ำท่วมซ้ำซาก-ส่งผลราคาดีดพุ่งสูงขึ้น

พะเยา – นายหัน เตวิน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกล้วย อ.ภูซาง จ.พะเยา เปิดเผยว่ากระแสของบุคคลนอกพื้นที่มาสอบถาม เพื่อขอซื้อที่ดินใน ต.ทุ่งกล้วย ตอนนี้มีมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลางที่ถูกน้ำท่วม ทำให้มีประชาชนต้องการย้ายมาสร้างบ้านอยู่อาศัยในภาคเหนือ เพื่อหนีปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการหาซื้อสวนยาง เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยระยะยาวในอนาคต ซึ่งจากการสำรวจราคาที่ดินพบว่ามีราคาแตกต่างกันไปแต่ละประเภท อาทิ ที่ดินมีโฉนดปลูกยางพาราแล้ว ไร่ละไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือส.ป.ก. ปลูกยางพาราแล้วไร่ละไม่ต่ำกว่า 80,000 บาท ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับระยะเวลาการปลูกยางพาราด้วย

นายหันกล่าวอีกว่า สำหรับที่ดินใน ต.ทุ่งกล้วย ขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการขายให้บุคคลนอกพื้นที่ ซึ่งหากจะขายก็ขายให้กับชาวบ้านในทุ่งกล้วยด้วยกันเท่านั้น บุคคลภายนอกพื้นที่ที่มาอาศัยอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มากับลูกเขยหรือ สะใภ้ของคนในหมู่บ้านเท่านั้น โดยที่ผ่านมาประมาณปี 2535 มีนายทุนนอกพื้นที่มาซื้อที่ดินและมีเอกสารสิทธิครบ ทำให้ในหมู่บ้านมีบุคคลภายนอกไม่กี่รายที่มาซื้อและปักหลักครอบครัวอยู่ที่ ทุ่งกล้วย ซึ่งในปัจจุบันจะไม่มีที่ดินขายให้ผู้ใดอีกแล้ว นอกจากนี้ ยังทราบความเคลื่อนไหวว่าพื้นที่ตำบลข้างเคียงใน อ.ภูซาง และอำเภออื่นๆ มีคนจากต่างจังหวัด ซึ่งมีบ้านอยู่ในพื้นที่ถูกน้ำท่วมมาติดต่อขอซื้อที่ดิน เพื่อปลูกบ้านจำนวนมากเช่นกัน

นายสมาน บัวจ้อย หมู่ 9 ต.อ่างทอง อ.เชียงคำ เปิดเผยว่า สำหรับที่ดินซึ่งเป็นที่นาข้าวในทุ่งลอ มีนายทุนนอกพื้นที่ให้ความสนใจมาติดต่อซื้ออยู่ไม่ขาด ราคาที่นายหน้าติดต่อซื้อขายกันไร่ละไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท โดยเป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิ แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ขาย เพราะที่นาหรือที่ดินมีความสำคัญกับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะต้องการสืบทอดให้ลูกหลานในครอบครัวดูแลต่อไป เนื่องจากหากไม่มีที่ดินทำกินหรืออยู่อาศัยอาจจะต้องไปเป็น ผู้อาศัยหรือรับจ้าง ซึ่งจะทำให้ลำบากในอนาคต ดังนั้น ถึงจะมีใครมาติดต่อขอซื้อในราคาที่แพงอย่างไร ก็ต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจขาย.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 29th, 2011 at 9:35 am

แห่หนีต่างจังหวัด

๐ คนกรุงแย่งกันออกต่างจังหวัด รถติดยาว ขณะที่น้ำไล่หลังมาติดๆ ฝั่งตะวันตกระทมหนัก น้ำข้ามถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี จับมือหนุนถล่มฝั่งธนฯ กทม.ฝั่งใต้ระทึก! พนังย่านพระโขนงแตก น้ำทะลักสุขุมวิท 50 จม ขณะที่ ศปภ.วิกฤติ น้ำยังขึ้นไม่หยุด คาดย้ายรังใหม่ไปตึก ปตท. สร้างแนวต้านใหม่ที่แยกลาดพร้าว ทำเนียบฯ สร้างบังเกอร์ให้ ครม.อพยพจากดอนเมืองประชุมอังคารนี้ กทม.จี้รัฐบาลเร่งเดินเครื่องสูบน้ำฝั่งตะวันออกให้ครบ 100% หกวา-สายไหม ลุ้นนาทีต่อนาที หลังน้ำยกระดับขึ้นเรื่อยๆ จวนตัวแล้ว “ปู” อ้าแขนรับ “มาร์ค” แต่ยังไร้ข้อสรุปขุดถนน 5 สาย “จาตุรนต์” หวดวิกฤติแน่ เร่งขนคนออกเร็วๆ

    เมื่อวันศุกร์ ยังมีบรรยากาศของความโกลาหลในกรุงเทพมหานคร เมื่อประชาชนจำนวนมากแห่กันเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อหนีน้ำท่วม ตามคำแนะนำของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ตามสถานีขนส่งไม่ว่าจะเป็นหมอชิต เอกมัย และสายใต้ คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เช่นเดียวกับสนามบินสุวรรณภูมิที่เนืองแน่นกว่าปกติ

    ส่วนถนนสายหลัก ไม่ว่าจะเป็นพระราม 2 เพชรเกษม ซึ่งเป็นสายทางหลักลงสู่ภาคใต้ มีรถติดยาวในขาออกตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถเดินทางไปภาคเหนือได้นั้น การจราจรติดขัดอย่างหนัก ส่วนเส้นทางสู่ภาคตะวันออก เส้นบางนา-ตราดและมอเตอร์เวย์ติดขัดเช่นกัน

    ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่บีบให้คนกรุงทิ้งบ้านนั้น ได้สร้างความตึงเครียดสำหรับประชาชนในส่วนที่ยังไม่อพยพมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อ น้ำในด้านตะวันตกของกรุงเทพฯ กลืนถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เกือบตลอดเส้นทางแล้ว และเริ่มทะลักเข้าชุมนุมตั้งแต่แนวตลิ่งชันไปจนถึงพุทธมณฑลสาย 5  เพราะคลองมหาสวัสดิ์แทบไม่มีสภาพเป็นคลองแล้ว

    พื้นที่เขตตลิ่งชัน ย่านถนนสวนผัก บริเวณใต้สะพานข้ามแยกสวนผักราชพฤกษ์ โกลาหลกันตั้งแต่เมื่อกลางดึกคืนวันพฤหัสบดี ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านบางส่วนต้องลอยคอออกจากบ้าน

           สภาพการจราจรถนนบรมราชชนนีขาเข้าและขาออกตั้งแต่แยกกาญจนาภิเษกต่อเนื่องสาย ใต้ใหม่ และทางคู่ขนานลอยฟ้ามุ่งหน้าสะพานพระราม 8 นั้น มีปริมาณรถน้อยกว่าทุกวัน เหตุเพราะน้ำท่วมขังบนถนนบรมราชชนนีช่วงศาลายา พุทธมณฑลสาย 3 ไม่สามารถผ่านไป-มาได้ ขณะที่เชิงสะพานปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรี ถนนอรุณอัมรินทร์ ยังคงท่วมสูงอยู่

    ส่วนบริเวณถนนราชวิถี จากสะพานกรุงธนมุ่งหน้าไปถึงแยกบางพลัด ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 20 ซม. รถเล็กสัญจรลำบาก  ถนนจรัญสนิทวงศ์ยังคงท่วมสูง หน้าบ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา ผู้สนับสนุนพรรคชาติไทยพัฒนา ท่วมประมาณน่องแล้ว ส่วนบ้านจันทร์ส่องหล้าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สูงเกือบ 1 เมตร

    สำหรับอิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลงยังส่งผลให้ชุมชนบริเวณริมแม่น้ำถูกน้ำท่วมวันละ 2 ครั้ง ไปจนถึงสิ้นเดือน โดยช่วงเช้าพื้นที่ผิวการจราจรรอบสนามหลวง โดยเฉพาะบริเวณหน้าศาลฎีกา ระดับน้ำสูงถึง 30 ซม.จากพื้นที่ผิวถนน ส่วนพื้นที่โดยรอบวัดพระแก้วขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออกอย่างเร่งด่วน โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารดูแลอย่างใกล้ชิด

เยาวราชจม
     ล่างลงไปพบว่าน้ำเริ่มทะลักไกลเข้าไปถึงย่านเยาวราชแล้ว  ซึ่งจากเดิมท่วมริมแม่น้ำไม่ไกลนัก และพบจุดเสี่ยงใหม่ๆ คือเขตพระโขนง น้ำได้เข้าท่วมเช่นกัน เหตุเพราะพนังกั้นน้ำบริเวณลานสมาคมหิมะทองคำพังลงเป็นแนวยาวกว่า 10 เมตร ส่งผลให้มีน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่เขตคลองเตยและเขตพระโขนงบางส่วน เช่น ที่ซอยสุขุมวิท 50 แต่ได้มีการซ่อมเสร็จก่อนที่น้ำจะขึ้นในช่วงเย็น

    พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เผยว่า กองทัพเรือเตรียมพร้อมรับผิดชอบและดูแลวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งถุงทราย อิฐชนิดพิเศษ เพื่อกั้นพื้นที่ชั้นในโรงพยาบาลศิริราช ส่วนชั้นนอกจะใช้กระสอบทรายเสริมความมั่นคงและเสริมฐานไว้ ตลอด โดยบริเวณชั้นในซึ่งเป็นสถานที่สำคัญ เช่น อาคารเฉลิมพระเกียรติได้มีการเตรียมไฟฟ้าฉุกเฉินไว้ ส่วนตึกอื่นๆ ทางการไฟฟ้านครหลวงได้เดินสายไฟทางอากาศ เข้าเชื่อมต่อทั้ง 11 ตึกของโรงพยาบาล ทั้งนี้เชื่อว่าน่าจะป้องกันระดับน้ำเจ้าพระยาไม่ให้ทะลักเข้ามาภายในโรง พยาบาลศิริราชได้

        ขณะที่ส่วนอื่นของกรุงเทพมหานครนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) กล่าวภายหลังเดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณ ถ.พหลโยธิน ย่านตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา หลังจากที่เมื่อช่วงเช้าได้ระบุว่ามวลน้ำเหนือเข้ามาถึงเขตบางเขนแล้วว่า ขณะนี้ กทม.กำลังเร่งระบายน้ำจากคลองสองสู่คลองสายต่างๆ ในเขตบางเขนทั้งคลองบางเขนและคลองบางบัว เพื่อระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แม้น้ำจะมาเยอะ แต่ก็ระบายออกเยอะเช่นกัน

          “พื้นที่เขตบางเขน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมคือแขวงอนุสาวรีย์และแขวงท่าแร้ง คิดเป็น 20% ของพื้นที่เขต จึงยังไม่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย หวังว่าผลกระทบน้ำท่วมในพื้นที่เขตบางเขนจะอยู่ในวงจำกัด แต่ยังต้องติดตามใกล้ชิดว่าน้ำจะขยายสู่เขตลาดพร้าวและวังทองหลางหรือไม่ ส่วนประชาชนแขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา ขอให้เคลื่อนย้ายเข้าไปที่ศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย เพราะน้ำล้นคลองทวีวัฒนาท่วมสูงขึ้นมาก” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

    รายงานข่าวจากศาลาว่าการ กทม.แจ้งว่า ขณะนี้ กทม.ได้มีหนังสือถึง ศปภ. นำเสนอแนวทางจัดการปัญหาน้ำ 11 ประการให้รัฐบาลพิจารณาสั่งการโดยเร็ว คือ 1.สั่งเปิดปั๊มน้ำกรมชลฯ จุดคลองสิบสามติดคลองหกวา 100% (12 ตัว) 2.สั่งเปิดปั๊มน้ำกรมชลฯ จุดแสนแสบ (หนองจอก) 100% (17 ตัว และเร่งซ่อมอีก 3 ตัวที่ชำรุด) 3.เปิดปั๊มน้ำกรมชลฯ จุดประเวศบุรีรมย์ 100% (20 ตัว) 4.เปิดประตูคลอง 6-21 ประตูระบายน้ำพระอินทร์ เพื่อลดระดับน้ำคลอง 1 ระพีพัฒน์ ที่มุ่งเข้ากลางเมือง 5.เปิดประตูระบายน้ำคลอง 6-21 รังสิต เพื่อลดระดับน้ำคลอง 1 รังสิต ที่มุ่งเข้าเมือง

วอนปิดประตูน้ำคลอง 1 รังสิต

    6.ดันท่อลอดถนนชลบุรีสายใหม่ (มอเตอร์เวย์) และถนนบางนา-ตราด เพื่อส่งน้ำออกอ่าวไทย กันน้ำยกระดับสูงเนื่องจากระบายไม่ทัน แต่จะเป็นจุดใดหรือใช้ท่อขนาดใดบ้างนั้น กทม.ได้มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำและสำนักการโยธาสำรวจ-ศึกษาร่วมกับคณะ กรรมการของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ฯลฯ ร่วมพิจารณาและตัดสินใจดำเนินการ

            7.เสริมคันพระราชดำริ กั้นน้ำข้ามแนวคันเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน 8.เปิดประตูคลองหาวาสายล่างช่วงคลอง 6 ขึ้นไป เพื่อลดระดับน้ำในคลองหกวาสายล่างรองรับน้ำจากพื้นที่ชั้นใน 9.ปิดประตูน้ำบานคลอง 1 รังสิต เพื่อลดน้ำเข้ากลางเมือง และเร่งซ่อมประตูที่เสียหาย 10.ปิดบานคลอง 1 ประตูน้ำพระอินทร์ ลดน้ำเข้ากลางเมืองและเร่งซ่อมประตูที่เสียหาย และ 11.เปิดบานประตูคลองสองจากพหลโยธิน (ซอย 58) เพื่อลดน้ำบนถนนเข้าคลองหกวาสายล่าง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผลการร้องขอของ กทม.ว่าได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบ้างแล้วหรือไม่ และอย่างไร

    ส่วนสถานการณ์น้ำฝั่งตะวันออกล่าสุด บริเวณคลองหกวา เขตสายไหม ซึ่งเป็นคลองที่รับน้ำมาจากคลองรังสิตต่อไปยังคลองสอง ซึ่งในขณะนี้ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต่ำกว่าระดับคันกั้นกระสอบทรายประมาณ 50 ซม. ขณะที่ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวบางส่วนยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านพักของตัว เองอย่างปกติ เพราะมั่นใจว่าแนวกระสอบทรายจะเอาอยู่ แต่เริ่มมีหลายพื้นที่น้ำท่วมแล้ว เช่น ซอยวัชรพล

    จากการสังเกตน้ำในคลองหกวา พบว่า เริ่มมีคราบน้ำมันจำนวนหนึ่งลอยอยู่บนผิวน้ำ ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้าน ก็ยังไม่ทราบว่าคราบน้ำมันดังกล่าวมาจากสาเหตุใด

     บรรยากาศบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตไปจนถึงแยกหลักสี่ หน้าตึกไอทีสแควร์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจรด้านถนนวิภาวดีรังสิตขาออกตั้งแต่เมื่อ ช่วงเช้า พร้อมตั้งป้ายเตือนประชาชนห้ามรถเล็กผ่าน เนื่องจากระดับน้ำสูง ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำได้หนุนสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงระดับเอวเข้าถึงบริเวณสะพานคลองวัดหลักสี่แล้ว แต่ยังไม่ถึงแยกหลักสี่ ตึกไอทีสแควร์ ด้านทางเข้าหมู่บ้านเคหะทุ่งสองห้อง ขณะนี้ระดับน้ำก็เริมสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องประมาณ 40- 50 ซม. โดยรถเล็กไม่สามารถผ่านเข้าไปได้เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารนำรถเข้าพื้นที่เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนแล้ว

    ขณะที่ ศปภ.ดอนเมือง มีน้ำซึมมาจากท่อระบายน้ำและเอ่อล้นมาจากแนวพนังกั้นน้ำรอบอาคารผู้โดยสาร ภายในประเทศ บริเวณชั้นล่างของตึกที่ทำการ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังสูงประมาณ 10 ซม. เจ้าหน้าที่ต้องเร่งแจ้งให้ผู้ที่นำรถมาจอดบริเวณใต้อาคารรีบเคลื่อนย้ายรถ ออกจากพื้นที่โดยด่วน เนื่องจากปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดอนเมืองจมแล้ว 90%

    น.อ.กันต์พัฒน์ มังคละศิริ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า น้ำได้เข้าท่วมพื้นที่ลานอากาศยานดอนเมืองแล้ว 90% โดยเฉลี่ยท่วมสูงประมาณ 50 ซม.

    อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทางวิ่ง (รันเวย์) ทั้งสองยังสามารถใช้งานได้ โดยน้ำได้เข้าท่วมบางพื้นที่ของทางขับ (แท็กซี่เวย์) ซึ่งไม่ได้กระทบต่อการปฏิบัติงานในสนามบินอย่างใด ขณะเดียวกันได้ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่รอบสนามบินอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทางเข้า-ออกบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งปริมาณน้ำท่วมสูง 1.20 เมตร เท่ากับกำแพงที่กั้นอยู่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่น้ำขยายวงกว้างยังพื้นที่สี่แยกหลักสี่ ทั้งฝั่งขาออกนอกเมือง-และขาเข้าเมือง ส่งผลทำให้การเดินทางและการขนส่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงทำให้ทาง ศปภ.ได้ทบทวนการย้ายศูนย์ ศปภ.ไปยังที่ต่างๆ อาทิ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดี ตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้

     ล่าสุด รายงานข่าวจาก ศปภ.แจ้งว่า คณะทำงานระดับสูงของศปภ. ได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณ 5 แยกลาดพร้าว ซึ่งคาดว่าจะใช้เป็นที่ตั้งศูนย์ ศปภ.แห่งใหม่ 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศปภ.สรุปยอดศูนย์ช่วยเหลือในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง มีดังนี้ สมุทรสาครมีศูนย์รับผู้อพยพจำนวน 4 ศูนย์ รับได้ 3,240 คน, จ.นครปฐม มีศูนย์ช่วยเหลือ 4 ศูนย์ รับได้อีก 6,336 คน, จ.ชลบุรี มี 8 ศูนย์ รับได้อีก 7,700 คน, จ.ราชบุรี มี 17 ศูนย์ รับได้อีก 3,000 คน, จ.นครนายก มี 3 ศูนย์ รับได้อีก 980 คน, จ.สระบุรี มี 2 ศูนย์ รับได้อีก 3,083 คน, จ.ลพบุรี มี 2 ศูนย์ รับได้อีก 57,000 คน, จ.เพชรบุรี มี 4 ศูนย์ รับได้ 3,240 คน, จ.นครราชสีมา มี 9 ศูนย์ รับได้อีก 12750, จ.กาญจนบุรี มี 2 ศูนย์ รับได้อีก 650 คน, จ.นครสวรรค์ มี 1 ศูนย์ รับได้ 170 คน , จ.อุตรดิตถ์ มี 3 ศูนย์ รับได้ 3,497 คน, เชียงใหม่ มี 1 ศูนย์ รับได้ 1000 คน, จ.ลำพูน มี 1 ศูนย์ รับได้ 200 คน, จ.กาฬสินธุ์ มี 1ศูนย์ รับได้ 100 คน, จ.ร้อยเอ็ด มี 1 ศูนย์ รับได้ 300 คน, จ.มหาสารคาม มี 1 ศูนย์ รับได้ 500 คน รวมทั้งหมด 72 ศูนย์ รับผู้ประสบภัยได้ 105,112 คน รับมาอยู่แล้ว 2,076 คน ฉะนั้นจะรับได้อีก 103,036

            นายธงทอง จันทรางศุ โฆษก ศปภ. แถลงซักซ้อมขั้นตอนการอพยพอีกครั้งว่า ให้เตรียมสัมภาระที่จำเป็น ยารักษาโรค บัตรประจำตัวประชาชน ไฟฉาย น้ำดื่ม ของขบเคี้ยว อาหารแห้งไว้สำรองในช่วงเดินทางไกล และควรเตรียมถุงพลาสติกไว้ห่อหุ้มทรัพย์สินด้วย จดรายชื่อคนชราและเด็กไว้ รวมทั้งให้หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อหากต้องพลัดหลงกับสมาชิกในครอบครัว ควรกำหนดชื่อกลุ่มที่เรียกกันง่ายๆ และสมาชิกในชุมชนรู้กันเอง ทั้งนี้ ผู้นำชุมชนต้องจดชื่อประชาชนในพื้นที่ที่จะอพยพก่อนส่งให้เจ้าหน้าที่ด้วย

    นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า น้ำสูงระดับหนุนจะทำให้พนังในส่วนที่เป็นถุงทรายพังได้ง่าย และหลายจุดน้ำจะเข้าได้เป็นจำนวนมาก และแต่ละช่วงจะกินเวลาหลายชั่วโมง ซึ่งได้เกิดแล้ว น้ำจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะทำให้คนเดือดร้อนเป็นจำนวนมากกว่าที่เคยอธิบาย กันไว้มาก เสนอให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อมและเคลื่อนย้ายให้เร็ว หากช้า ถนนสายต่างๆ จะมีน้ำท่วมมากขึ้นทำให้ยากในการเคลื่อนย้าย เพราะรถจะสู้ไม่ได้ แล่นไม่ได้ เดินทางกันไม่ได้ และเรือก็มีอยู่น้อยมาก

หนักแค่ไหนให้นึกภาพบางบัวทอง

    สำหรับประชาชนที่อยู่ให้แนวน้ำจากทางเหนือและอยู่ในเส้นทางไล่ลงมา รวมทั้งทางตะวันตกไปทางฝั่งธนฯ นครปฐม ฯลฯ ขอให้นึกถึงภาพบางบัวทองและบางใหญ่ ก่อนที่จะเสนออะไรต่อไป ขอแนะนำประชาชน กทม.ทุกท่านว่า หากใครอยู่ในวิสัยที่จะออกไปอยู่ต่างจังหวัดได้ ขอให้เตรียมการให้พร้อมแล้วรีบเดินทางโดยเร็ว ปัญหาใหญ่หลวงที่เรากำลังเผชิญอยู่แบ่งได้เป็น 2 ส่วนคือ หนึ่ง ประชาชนที่กำลังจะถูกน้ำท่วมซึ่งยังมีอีกมากเป็นล้านๆ คนใน กทม.จะจังหวัดใกล้เคียง

    ฉะนั้นแนวคันน้ำโดยเฉพาะรังสิต หลักหก ฯลฯ แถวๆ นี้ที่มีน้ำอยู่ข้างบนมหาศาล เมื่อเอาไม่อยู่จะเสียหายอย่างหนัก เสนอให้ประชาชนย้ายด่วน ไม่ควรรอจนน้ำถึงเข่าถึงเอวแล้วจึงเคลื่อนย้ายหรืออพยพ แต่ต้องทำล่วงหน้ามากๆ ระหว่างที่ยังไม่ย้าย ขอให้เตรียมว่าเมื่อน้ำมาจะรักษาชีวิตอย่างไร

    ต้องคิดไว้ก่อนว่าตราบใดที่น้ำมหาศาลยังลงมาเรื่อยๆ ไม่หมดไป คันจะเอาไม่อยู่ น้ำจะบ่ามารุนแรงและเร็วมาก บางจุดจะพุ่งเข้าหาใจกลาง กทม. ภาวะอย่างนี้อาจเกิดขึ้นได้ทุกนาที ยิ่งถ้ามีข่าวว่าคันพังและกำลังเสริม ตามสถิติก็แปลว่าจะพังแน่แล้วนั่นเอง ยิ่งต้องรับอพยพด่วน

    “ย้ำอีกครั้งว่าการเคลื่อนย้ายคน ถ้าทำช้าจะทำยากมาก เพราะถนนสายต่างๆ จะถูกน้ำท่วมมากขึ้นจนเดินทางไป-มาไม่ได้ ท่านที่คิดจะย้ายจึงต้องรีบมากๆ” นายจาตุรนต์แสดงความเห็น

     นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งให้เปลี่ยนสถานที่การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 1 พ.ย.นี้ กลับไปประชุมกันที่ทำเนียบรัฐบาล จากเดิมที่เคยประชุมกันที่อาคารวีไอพีระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณทำเนียบรัฐบาลซึ่งมีคลองเปรมประชากรอยู่ด้านหน้า ถนนนครปฐมและคลองผดุงกรุงเกษมอยู่ด้านข้าง ซึ่งในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีการระดมกระสอบทรายจำนวนหลายคันรถสิบล้อ และระดมกำลังข้าราชการจากหลายหน่วยงานมาก่อกำแพงซีเมนต์ และกำแพงกระสอบทรายล้อมรอบทำเนียบฯ ความสูง 2 เมตร และกระจายกำลังบางส่วนไปทำกำแพงความสูง 2 เมตร ที่บ้านพิษณุโลกไว้ด้วยเช่นกัน

    สำหรับภารกิจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตลอดทั้ววันได้นั่ง ฮ.ไปตรวจภาวะน้ำท่วม โดยเฉพาะคลองต่างๆ ในฝั่งตะวันออก เพื่อหาข้อสรุปในการขุดถนน 5 สายให้เป็นทางน้ำ

    เธอให้สัมภาษณ์ว่า ให้คณะทำงานไปลองในจุดที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดก่อน แต่บนความเสี่ยงนั้นก็คือไปดูของจริงก่อนว่าน้ำไปหรือไม่ มีน้ำจ่อถนนนั้นจริงหรือไม่ ก็ลงพื้นที่ดู เราขอทีมงานที่อยู่หน้างานได้ลงไปทำ เพราะบางครั้งมีปัจจัยอื่นๆ อีกเยอะ บางทีหากตัดสินใจโดยที่ไม่เข้าใจเส้นทางน้ำก็มีผล จึงต้องให้ทางด้านกรมทางหลวงและคณะกรรมการที่บริหารจัดการน้ำลงไปดู

    ถามว่าสถานการณ์ล่าสุด จุดเปราะบางที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือจุดไหนบ้าง นายกฯ กล่าวว่า จุดเปราะบางในส่วนของถนนพหลโยธิน และคลองหกวา ซึ่งบางส่วนเริ่มมีการชำรุดคงต้องให้มีการซ่อมแซม และในส่วนของสายไหมคงต้องประสานกับทาง กทม. เพราะพื้นที่แนวกั้นของสายไหมค่อยข้างอ่อนแอมีน้ำรั่วซึมอยู่

“ปู”อ้าแขนรับ”มาร์ค”

    ซักว่ามีการสังเกตว่าฝั่งตะวันออกที่ผันน้ำออกไม่เต็มที่ เพราะเป็นพื้นที่ฐานเสียงใหญ่ของพรรคเพื่อไทย นายกฯ ยืนยันว่า สิ่งที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนส่วนรวม ยินดีที่จะทำไม่ว่าส่วนไหน แต่ว่าต้องขอความเป็นธรรมด้วย เพราะว่าในการทำงานนั้นไม่ว่าจะเป็นมวลชน อย่างไรก็ตาม เราก็เข้าไปขอร้องมวลชนด้วยวิธีการที่สันติ แต่ต้องมีการอธิบายให้เข้าใจ

    “อยากจะเรียนว่า เดี๋ยวดิฉันจะไปติดตามบางส่วนที่มวลชนอาจจะขาดความเข้าใจ เพราะว่าต้องมีความเห็นใจมวลชนที่เจอถ้าเรากั้น ส่วนหนึ่งจะได้รับผลกระทบจากน้ำในระยะยาว อีกส่วนไม่ได้รับน้ำก็จะมีผลแน่นอน สำหรับคนที่มีความลำบากบ้านเรือนถูกท่วมถึงระดับอกและคอแล้ว และให้รับน้ำต่อบนภาวะความเครียดนี้ต่างหาก แต่ว่ายังยืนยันพี่น้องประชาชนว่าไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนถ้าสิ่งที่ต้องทำเพื่อ ภาพรวมทั้งประเทศ ดิฉันยินดี และจะไปทำหน้าที่ตรงนั้นให้เต็มที่”
    ซักว่า จะเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และฝ่ายอื่นๆ มาร่วมงานหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า นายอภิสิทธิ์ได้เชิญทีมงานเราไปประชุม และส่งความเห็นมา เราจึงให้ทีมนั้นมีการประชุมกัน ร่วมกับทางรองผู้ว่าฯ กทม.และได้มีการโทร.คุยกับทางผู้ว่าฯ ตลอดเวลาในเรื่องของการระบายน้ำ เชื่อว่าแผนนั้นเป็นแนวทางไม่ต่างกัน เพราะว่าการระบายน้ำวันนี้เร็วที่สุดคือ การระบายน้ำในส่วนของฝั่งตะวันออก แต่ในรายละเอียดต้องให้ผู้ทำงานในฝ่ายปฏิบัติงานเป็นผู้ไปดูหน้างานก็ยินดี และเรียนเชิญผู้ที่มีความรู้เรื่องน้ำที่จะมาให้คำแนะนำหรือพูดคุยกับ ศปภ.หรือรัฐบาลตนยินดี ในส่วนไหนที่เป็นประโยชน์กับประเทศยินดีที่จะทำงานร่วมกัน
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้เดินลุยน้ำเข้าไปดูบริเวณที่จะทำการขุดถนนคลอง 9 รวมทั้งได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการ และยืนยันว่าการขุดถนนจะเสร็จภายในคืนนี้
    นายอุเทน ชาติภิญโญ ประธานคณะกรรมการผันน้ำลงทะเลฝั่งตะวันออก กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจพิจารณาถนนที่อาจจะต้องมีการเจาะเพื่อเป็นการระบาย น้ำ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะมีการเจาะถนน เพราะยังมีช่องทางอื่นที่ยังสามารถทำได้ เช่น การขุดลอกคูคลอง เอาสิ่งกีดขวาง เช่น ตอม่อ ตรงนี้ก็สามารถช่วยไม่ให้ขวางทางน้ำได้ อย่างไรก็ดี การเจาะถนนนั้นหากเป็นการทำให้ระบายน้ำได้เร็วขึ้นก็ต้องทำ แต่ยืนยันว่าจะไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน
ในหลวงทรงห่วงประชาชน
    เย็นวันเดียวกันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เชิญนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เข้าหารือที่ศปภ. โดยใช้เวลาในการหารือกันนานเกือบ 1 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะหารือในเรื่องของการระบายน้ำที่จังหวัดสมุทรปราการจะเป็นด่าน สุดท้ายในการไหลของน้ำก่อนไหลลงทะเลที่ปากน้ำ
    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเตรียมเชิญนายอภิสิทธิ์หารือเกี่ยวกับปัญหาน้ำ ท่วมว่า หากมีการเชิญอย่างเป็นทางการและกำหนดวาระที่ชัดเจน นายอภิสิทธิ์พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอยู่แล้ว
    “นายกรัฐมนตรีต้องแสดงภาวะผู้นำเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการแสดงความสามารถแก้ ปัญหา ต้องกล้าตัดสินใจ รับผิดชอบสิ่งที่เกิด ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย เช่น การบังคับใช้กฎหมายพิเศษที่บอกกลัวกระทบเรื่องมนุษยธรรมนั้น ความจริงการใช้กฎหมายไม่ได้ซ้ำเติมสถานการณ์หรือประชาชนที่ลำบาก แต่ใช่เพื่อแก้ปัญหาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน กำหนดให้การบริหารสถานการณ์สะดวกรวดเร็วขึ้น นายกฯ ต้องทำความเข้าใจในประเด็นนี้ก่อน และแสดงความเข้มแข็งออกมา อย่าให้ประชาชนต้องเอาตัวรอดกันเองในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ซึ่งหากไม่มีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง กฎหมายที่เฉียบขาด ความเสียหายจะเป็นวงกว้างเกินกว่าประเทศจะรับไหว” นายชวนนท์กล่าว
    ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เผยว่า รู้สึกเห็นใจประชาชน เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดใคร เพียงแต่น้ำมีมาก ปีหน้าเราต้องไปแก้กันใหม่ กระทรวงกลาโหมและกองทัพทุ่มเทศักยภาพต่างๆ เต็มที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน ขอให้เชื่อมั่นทหารจะไม่ทิ้งประชาชน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยพวกเราทุกคน พระองค์ท่านบอกให้ทหารดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ และมากที่สุด ถึงแม้ว่าพระองค์ท่านจะทรงไม่แข็งแรงก็ตาม แต่ทรงดีขึ้นเรื่อยๆ.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 29th, 2011 at 9:18 am

อุตุฯชี้ภาคกลาง-ภาคใต้มีฝนหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานภาคเหนือ-อีสาน-ภาคกลางอากาศเย็น และมีฝนเป็นแห่งๆ ส่วนภาคใต้ฝนหนัก

ลักษณะ อากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. วันที่ 29 ต.ค.54 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ และในขณะที่คลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมตอนบนของภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าและมีฝนฟ้า คะนองเป็นแห่งๆ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในระยะ 1-2 วันนี้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนเกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตั้งแต่ชุมพรลงไปสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

พยากรณ์อากาศประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. วันพรุ่งนี้ (30ต.ค.54)

ภาคเหนือ อากาศเย็นกับหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงรายและลำพูน  อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศา  อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง มี เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศา ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันขึ้นไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร และจังหวัดชุมพรลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 29th, 2011 at 9:16 am

ตะครุบ6ขาโจ๋ฉกร้านเซเว่นฯปิดหนีน้ำ

รวบแก๊งขาโจ๋ 6 คน ลักทรัพย์ร้านเซเว่นฯที่ปิดหนีน้ำท่วม ดวงตกตำรวจผ่านมาพอดีเลยโดนรวบทั้งหมด

เมื่อ เวลา  01.00 น. วันที่ 29 ต.ค. พ.ต.ท.ดลชัย ปิ่นปัก สว.สส.สน.สายไหม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาลักทรัพย์ในร้านเซ เว่น-อีเลฟเว่น สาขาชุมชนแอนเน็กซ์ หน้าปากซอยแอนเน็กซ์ ถนนพหลโยธิน แขวงและเขตสายไหม กทม. ได้ผู้ต้องหาเป็นชายทั้งหมด 6 คน คือ นายณัฐวุฒิ แสงแก้ว อายุ 21 ปี ส่วนที่เหลืออีก 5 คน เป็นเยาวชนอายุระหว่าง 15-17 ปี

พ.ต.ท.ดลชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 23.00น.ที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสน.สายไหม ออกตรวจพื้นที่น้ำท่วมซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมสูง ไม่มีประชาชนอาศัยอยู่แล้ว ขณะปฏิบัติหน้าที่ผ่านไปตรงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นร้านเซเว่น อีเลฟเว่นที่ปิดร้านเพราะน้ำท่วม ได้สังเกตเห็นผู้ต้องหาทั้งหมดกำลังเข้าไปขโมยของในร้านเซเว่นดังกล่าว จึงนำกำลังเข้าจับกุม และเป็นจังหวะเดียวกับที่ขบวนเรือของผบช.น.เข้ามาตรวจพื้นที่พอดี จึงฝากผู้ต้องหาไปกับขบวนเรือเพื่อนำส่งให้กองอำนวยการร่วมช่วยเหลือผู้ ประสบภัยน้ำท่วม โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อหากับทั้ง 6 คน ในข้อหา ลักทรัพย์ ก่อนนำตัวส่งต่อพนักงานสอบสวน สน.สายไหมดำเนินคดีต่อไป

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทุบกระจกร้านเซเว่นฯ แต่เห็นมีร่องรอยการทุบอยู่ก่อนหน้าแล้ว ทั้งนี้ก่อนหน้าที่จะเข้าไปลักขโมยนั้น พวกตนทราบข่าวว่าจะมีการนำถุงยังชีพมาแจกประชาชนบริเวณดังกล่าว จึงมารอรับตั้งแต่เวลา 20.00น. แต่รอจนถึงเวลาเกือบ 23.00 น. ก็ยังไม่มีใครมาแจกของ ด้วยความหิว จึงเดินผ่านหน้าร้านเซเว่นฯที่มีร่องรอยการทุบอยู่ก่อน จึงพากันเข้าไปขโมยของจนถูกตำรวจผ่านมาเห็นและจับได้.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 28th, 2011 at 9:24 pm

“สกลธี” ซัด พท.ฉวยจังหวะน้ำท่วม ดอดแก้ พ.ร.บ.กลาโหม ช่วยนายใหญ่

รองโฆษก ปชป.ซัด พท.ไร้มารยาท ฉวยโอกาสช่วงชุลมุน แก้ พ.ร.บ.กลาโหม หวังช่วยนายใหญ่แทรกแซงกองทัพ ท่ามกลางความทุกข์ยากของคนไทย ไล่กลับไปออก กม.ป้องกันภัยพิบัติ มีประโยชน์มากกว่า แฉช่องดึงผู้ทรงคุณวุฒิภาคพลเรือน หวังเอี่ยวโยกย้ายทหาร
       
       วันที่ 28 ต.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรที่มี พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้หยิบยกญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียของ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 รวมถึงแนวทางในการยกเลิกและแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ว่า ตนเห็นว่า เป็นความพยายามที่เร่งรีบจนลนลาน และไร้ซึ่งกาลเทศะเป็นอย่างยิ่ง เพราะเลือกฉวยโอกาสชุลมุนตอนที่พี่น้องประชาชนชาวไทยกำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส กับปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่หลายจังหวัดในประเทศไทย แทนที่จะเลือกนำปัญหาหรือหยิบยกข้อกฎหมาย หรือร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติธรรมชาติและแนวทางการแก้ไขมาพิจารณาก่อน แต่กลับสาละวนอยู่กับการมุ่งแก้ไขกฎหมายเพื่อแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยเอาเรื่องความเป็นประชาธิปไตยมาอ้างเป็นเกราะป้องกัน
       
       นายสกลธี กล่าว่า อยากเรียนว่ากฎหมายไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ดังกล่าวนี้หรือไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ฉบับไหนก็ล้วนแก้ไขได้ทั้งสิ้นเพียงแต่จังหวะเวลาและวัตถุประสงค์ต้องถูกกาละเทศะ ไม่เป็นไปเพื่อช่วยเหลือคนๆ เดียว และต้องไม่เป็นการเข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจนทำให้หน่วยงานเสียระบบเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต โดยเฉพาะการที่กรรมาธิการฯ จากพรรคเพื่อไทยได้มุ่งเน้นที่จะเข้าไปแก้ไขมาตรา 42 ซึ่งเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารระดับสูง ซึ่งประกอบไปด้วย รมว.กลาโหม รมช.กลาโหม (ถ้ามี) ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพบก เรือ และอากาศ โดยเสนอให้มีการนำทรงคุณวุฒิที่มาจากผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ที่เป็นพลเรือนเข้ามาแทนผู้บัญชาการเหล่าทัพบก เรือและอากาศ
       
       นายสกลธี กล่าวว่า จากตรงนี้จะเห็นได้ว่าการมุ่งนำผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นพลเรือนเข้ามาแทนที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพนั้นเป็นการมุ่งเข้าไปแทรกแซงกองทัพอย่างชัดเจน และจะทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทหารระดับสูงต้องไปอิงกับฝ่ายการเมืองผ่านการแทรกแซงของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าว
       เห็นว่า ฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่หวาดกลัวและต้องการเข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายทหารอย่างชัดเจนควรนำการเมืองออกจากการทหาร เพราะถ้าท่านไม่อยากให้ทหารมายุ่งกับการเมืองท่านก็ไม่ควรไปยุ่งกับกิจการของทหาร ควรที่จะเร่งสร้างผลงานในฐานะรัฐบาลและดูแลคนของพรรคท่านไม่ให้ไปจาบจ้วงสถาบันและทุจริตคอร์รัปชันจะดีกว่า

Tags:
comments Comments (0)    -
October 28th, 2011 at 9:22 am

น้ำล้างประเทศ!

วิกฤตการณ์มหาอุทกภัยถล่มประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นปัญหาบานปลายจนยากแก้ไข ทั้งต้องสูญเสียทรัพย์สิน ระบบความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงเครดิต

เป็นที่ทราบกันดีว่าวิกฤตการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ของประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่มาจากภัยธรรมชาติ และยากที่จะป้องกัน แต่ไม่ใช่ป้องกันไม่ได้เพราะในระยะเวลากว่า 3 เดือนที่ผ่านมาหากมีการบริหารจัดการอย่างสุขุมรอบคอบแล้วปัญหาที่เกิดขึ้น ครั้งนี้จะไม่เป็น “อุบัติภัย” อย่างที่เกิดขึ้น

จนถึง ณ ขณะนี้ล่วงเข้าเดือนที่ 4 ของวิกฤตการณ์น้ำท่วม หน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจอย่าง ศูนย์ปฏิบัติการ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. ที่มีรมว.กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ประชา พรหมนอก รับตำแหน่งเป็น ผู้อำนวย การศูนย์ฯ งานนี้ประชาชนได้แต่มองหน้ากันแบบงงๆ แล้วให้ สงสัยว่าเอารมว.ยุติธรรมมาทำไม รมว.มหาดไทยไปไหน
เพราะกระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่าไม่ใช่ เหรอ??..การประสานงานน่าจะดีกว่า พร้อมกว่า แต่ทำไมถึงเป็นท่านประชายิ่งการทำงานของศปภ.ที่ผ่านมาดูจะไม่เข้าตากรรมการ สักเท่าไหนนัก โดยเฉพาะเรื่องการให้ข่าวสารกับประชาชน เพราะยังไม่เข้าใจหลักการแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเตือนภัยและชี้แจงเพื่อการ เตรียมความพร้อม ของประชาชน ทำให้การชี้แจงที่ผ่านมายังสับสน กลัวแต่ประชาชนตื่นตระหนกซึ่งเป็นการหลงประเด็น ที่จริง คือประชาชนเขาต้องการรู้ว่าอาจจะเกิดอะไรจะต้องเตรียม ตัวอย่างไร เมื่อไร แถลงข่าวเหมือน PR แทนที่จะให้ ข้อเท็จจริง นี่ยังไม่รวมการปล่อยข่าวที่คลาดเคลื่อนหลาย ต่อหลายครั้งจนผู้คนแตกตื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น..และฟีดแบ็กที่ได้รับกลับมาคือ.. ประชาชนไม่ปลื้ม!!

ต้องยอมรับโดยดุษณีว่ามาตรการการจัดการน้ำ ตลอด 4 เดือนมานี้ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า เพราะการบริหาร จัดการที่ผิดพลาดทั้งการสกัดกั้นที่ผิดลักษณะขาดแผนจนกระแสน้ำเชี่ยวกราก การผันน้ำโดยไม่ประเมินปริมาณและระดับน้ำ จนภาพที่ออกมาเหมือนโฆษณาชวนเชื่อมากกว่าแก้ปัญหาอย่างจริงจัง รัฐบาลและหน่วยงานมีระยะเวลา มากพอที่จะเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้น แต่ทว่ากลับขาดเอกภาพในการบริหารสั่งการ รวมถึงยังปล่อย ให้บางพื้นที่ยังไร้การเหลียวแลจากภาครัฐ

แต่ถึงกระนั้นในภาคการเมืองก็ยังไม่วายเล่นกลเกมหมก เม็ดกันมิได้ขาด การเปิดโต๊ะสาดโคลนตอบโต้กันยังมีทั้งฝ่าย ค้านและฝ่ายรัฐบาล ฉวยโอกาสจากสื่อพรีเซ็นต์ตัวเองอยู่ตลอดเวลา

“สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจคนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เรื่องน้ำท่วมกับการเมือง โดยส่วนใหญ่ร้อย ละ 76.52 เห็นว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมมีการเมืองมาเกี่ยวข้อง เพราะต่างฝ่ายต่างปกป้องพื้นที่ของตนเอง โดยร้อยละ 67.10 ยังเห็นว่า การที่พรรคการเมืองแทรกแซงเรื่องน้ำท่วมจะมีผลทำให้คะแนนนิยมลดลง เพราะจะกลาย เป็นเรื่องผลประโยชน์ ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 70.02 เชื่อ ว่าการเอาการเมืองมาเกี่ยวพันกับการแก้น้ำท่วม จะทำให้ แก้ปัญหาได้ยากขึ้น”

นี่แสดงให้เห็นว่า..ประชาชนเขาไม่ได้โง่จนมองไม่ออก และเฝ้าดูการทำงานของนักการเมืองอยู่ตลอดเวลา ว่าจริงใจ กับเขาแค่ไหน

แต่ที่อดสงสัยไม่ได้จริงๆ กับ “กทม.” คือมีความจริงใจแค่ไหนในการร่วมมือกับศปภ.ในการแก้ปัญหาครั้งนี้ เพราะหน่วยงานที่ส่งเข้าไปช่วยเหลือหาได้เป็นผู้ชำนาญการในการแก้ปัญหาน้ำ ท่วมไม่ แต่กลับเป็นเจ้าหน้าที่ของฝ่ายทะเบียนราษฎร์ ที่ทำงานเกี่ยวกับการแจ้งเกิด การแจ้งตาย การย้ายที่อยู่ การจัดทำทะเบียนคนและทะเบียนบ้าน หรือว่ากันง่ายๆ คือ เอกสารเกี่ยวกับประชาชนคนไทย!.. เอามาทำไม??..มาช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ศปภ. แค่ที่เป็นอยู่ศปภ.ก็ปัญหาเยอะอยู่แล้ว แล้วท่านผู้ว่ากทม.มีเจตนาอะไรกันแน่

หากจะถามหาความจริงใจของนักการเมืองในการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้คง ยากกว่าหาน้ำใจในสังคมไทย ฉะนั้นคนไทยคงต้องช่วยเหลือกันเองโดยไม่อยากพึ่งพานักการเมืองอีกต่อไปแล้ว เชื่อได้ว่าหลังน้ำลดรอบนี้ อาจจะเป็นรอบที่ชะล้างเอาความสกปรกของการเมืองไปด้วย และถ้าเป็นเช่นนั้นการเมืองไทยคงงดงามกว่าที่เป็น อยู่อีกมากเหลือเกิน

ขอบคุณ  : 

Tags:
comments Comments (0)    -
October 28th, 2011 at 8:56 am

กรมอุทกศาสตร์เตือน!วันนี้น้ำขึ้นสูงสุด 2.57 เมตรเกินแนวกัน

กรม อุทกศาสตร์เตือนวันนี้เวลา 8.03 น.น้ำขึ้นสูงสุด 2.57 เมตรเกินแนวกันและ 29–31ต.ค.จะสูงกว่าระดับทะเลปานกลางประมาณ 2.60– 2.65 เมตร ส่วนกรมอุตุนิยมวิทยาระบุไทยตอนบนอากาศเย็น ใต้ฝั่งตอ.ฝนตกหนักตั้งแต่ชุมพรลงไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ได้แจ้งสภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ ประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2554

1.เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2554 น้ำขึ้น 2 ครั้ง เมื่อเวลา 06.30 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.46 เมตรและ เมื่อเวลา 17.30 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.36 เมตร 2.ในวันที่ 28 ตุลาคม 2554น้ำขึ้น – ลง 2 ครั้ง คาดว่าน้ำลงเต็มที่เวลา 02.16 น. สูงกว่าระดับทะเล ปานกลาง 1.36 เมตร ขึ้นเต็มที่เวลา 08.03 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.57 เมตร น้ำลงเต็มที่เวลา 13.35 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.17 เมตร และน้ำขึ้นเต็มที่เวลา 17.52 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 2.44 เมตร

3.จากปริมาณการระบายน้ำในปัจจุบันคาดว่าในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงในวันที่ 29– 31ตุลาคม 2554 จะสูงกว่าระดับทะเลปานกลางประมาณ 2.60– 2.65 เมตร 4.ระดับน้ำที่ให้ไว้เป็นระดับซึ่งรวมระดับน้ำทะเลหนุนและอิทธิพลอื่น ๆ ไว้แล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงการระบายน้ำ หรือ มีปริมาณน้ำฝนที่ผิดปกติ ระดับน้ำอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากนี้ได้ โดยรายงานข่าวระบุว่าแนวกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของกทม.อยู่ที่ระดับ 2.50เมตร

ด้านกรม อุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศประจำวันที่ 28 ตุลาคม 2554 เมื่อเวลา 04:00 น. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออก เฉียงเหนือของประเทศไทย และทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นกระแสลมตะวันตกกำลังเคลื่อนที่ผ่านประเทศพม่าตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และจะมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก

เฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในระยะ 1-2 วันนี้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนเกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตั้งแต่ชุมพรลงไปมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นกับหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี นครปฐม สมุทรสงคราม ราชบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศา เหนือจังหวัดชุมพรขึ้นไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนใต้จังหวัดชุมพรลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 28th, 2011 at 6:52 am

คลิปร้อน-หนุ่มไทยด่าฝรั่งแย่งที่จอดรถเซ็นทรัล พิษณุโลก

 ชาวพิษณุโลก สวดหนุ่มอารมณ์ร้อนด่าฝรั่ง…แค่แย่งที่จอดรถห้างดัง

วันที่ 26 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ อาทิ เฟซบุ๊ก และยูทูบ รวมถึงเว็บดัง เช่น เอ็มไทย ดอท คอม , สนุก ดอท คอมฯลฯ ต่างแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงคลิปบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะหนุ่มไทยไม่ทราบชื่อ ยืนตะโกนด่ากราดชายชาวต่างประเทศสูงอายุ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณที่จอดรถห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล จ.พิษณุโลก โดยฝ่ายหนุ่มไทยสวมเสื้อสีเหลือง รูปร่างท้วม กำลังยืน “จอง” ที่จอดรถอยู่กับหญิงสาวสวมเสื้อสีดำ ต่อมา ชาวต่างชาติสวมเสื้อสีฟ้าต้องการจะขับรถบีเอ็มดับเบิลยูเข้าไปจอดในช่องว่าง แต่หนุ่มไทยไม่ยอม พร้อมกับตะโกนใส่ชาวต่างชาติซ้ำๆ ว่า “ที่นี่เมืองไทย ฝรั่งจะมาใหญ่ในเมืองไทยไม่ได้!” และพูดคำหยาบตลอดเวลา ขณะเดียวกัน รปภ.ก็มาเดินดูเหตุการณ์ แต่ไม่สามารถแก้่ไขสถานการณ์ได้ จนท้ายที่สุดชาวต่างชาติจึงยอมขับรถออกไป เมื่อมีพลเมืองดีเข้าไปช่วยเจรจา

สำหรับผู้ถ่ายและโพสต์คลิปในเว็บยูทูบนี้ ใช้นามแฝงว่า mrgamezaa ชื่อคลิป “คนไทยหรือเปล่า ?…. All Thai people with regret this action.” คลิปโพสต์เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีคนคลิกเข้าชมกว่า 3 แสนราย นอกจากนั้น ยังมีการตั้งกลุ่มในเฟซบุ๊กชื่อ “มั่นใจชาวพิษณุโลกเกิน1ล้านคนอยากให้ “คนปากเสีย” ออกจากจังหวัด อีกด้วยมีนักท่องเน็ตเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก

Tags:
comments Comments (0)    -
October 28th, 2011 at 6:46 am

ขับไล่เจ้าอาวาส ขีดเส้น15วันย้าย

ผู้ใหญ่บ้านนำลูกบ้านกว่าร้อยประท้วงขับไล่เจ้าอาวาสวัดเขาดิน ยื่นหนังสือกล่าวโทษ 6 ข้อทั้งบกพร่องต่อหน้าที่ พฤติกรรมด้านการเงินไม่โปร่งใส ขีดเส้น 15 วันต้องย้าย
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมนี้ ชาวบ้านจาก ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ประมาณ 150 คน นำโดยนายบัณฑิต สำรองกนก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 นายยุทธนา หอสินชัย สมาชิกสภาเทศบาลตำบลท่าล้อ พร้อมคณะกรรมการวัดสันติคิรีศรีบรมธาตุ (วัดเขาดิน) หมู่ 5 ต.ท่าล้อ อ.ท่าม่วง ได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัด เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดรูปใหม่ ซึ่งต่อมานายสาธิต เกียรติสุวิมล นักวิชาการชำนาญการ สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี ออกมารับหนังสือและรับปากว่าจะดำเนินตามขั้นตอนต่อไป
นายบัณฑิต และนายยุทธนา ร่วมกันเปิดเผยว่า การที่ชาวบ้านรวมตัวกันครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก พระครูภาวนาวรกิจ หรืออาจารย์เล็ก เกจิอาจารย์ชื่อดัง เจ้าอาวาสรูปแรกและรูปเดียวของวัดมรณภาพลงเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553 และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพไปแล้ว ปรากฏว่าทางจังหวัดได้มีประกาศแต่งตั้ง พระมหาวินัย ฉันทโก เป็นเจ้าอาวาสวัด ทั้งที่คณะกรรมการและศิษยานุศิษย์ไม่ทราบเรื่องมาก่อน อีกทั้งไม่ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการวัด และชาวบ้านแต่อย่างใด
นอกจากนี้ที่ผ่านมา เจ้าอาวาสรูปใหม่ไม่สามารถปกครองพระลูกวัดได้ ชาวบ้านไม่ศรัทธาและไม่เคารพนับถือ ตัวอย่างเช่น 1.ปฏิบัติกิจสงฆ์ไม่ครบถ้วน 2.ไม่ดูแลทำความสะอาดโบสถ์และวิหาร 3.เงินผ้าป่า เงินหล่อเทียนจำนำพรรษาไม่แจ้งให้คณะกรรมการทราบ 4.นำผ้าจีวรและสบงใหม่ ที่เก็บเอาไว้ชั่งกิโลขาย 5.เคยมีการรับปากว่าเมื่อเสร็จพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อเล็ก จะมีการปรึกษาเรื่องแต่งตั้งเจ้าอาวาส แต่ไม่ดำเนินการ และ 6.วันๆ ไม่ทำอะไรเล่นแต่คอมพิวเตอร์ จึงเห็นควรมีการพิจารณาเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสภายใน 15 วัน หากไม่มีความคืบหน้าทางคณะกรรมการ ผู้นำชุมชน และชาวบ้านจำนวนมากจะเดินประท้วงอย่างแน่นอน
ด้านนายสาธิตกล่าวว่า จะส่งหนังสือร้องเรียนให้นายสุรชัย ขยัน ผอ.สำนักพุทธศาสนา จังหวัดกาญจนบุรี  เพื่อส่งต่อไปยังนายณฐพลษ์ วิเชียรเพริศ ผวจ.กาญจนบุรี เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งเบื้องต้นจะส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบสวนหาข้อเท็จจริง และจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 28th, 2011 at 6:40 am

แห่เบิกเงินสดตุนหนีกทม.จมน้ำ แบงก์สำรองพรวด3เท่า ธปท.ดับตื่นมีใช้พอ90วัน

ผวาน้ำท่วมกรุง ประชาชนแห่กดเงินสดไว้ใช้ แบงก์ตั้งสำรองพุ่งพรวด 3 เท่าตัว ด้าน ธปท.แตะเบรกความตื่นตระหนก ยันมีให้เบิกใช้นานถึง 3 เดือน แบงก์ปิดหนีน้ำเป็น 373 สาขา ในพื้นที่ 9 จังหวัด โบรกฯ ประเมินธนาคาร 9 แห่ง มีภาระตั้งสำรองหนี้เน่าไตรมาส 4 พุ่ง 114% สหรัตนนครเผยน้ำลด ลุยถกเจ้าหนี้ฟื้นกิจการทันที
นายนพพร ประโมจนีย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์เริ่มเบิกจ่ายเงินสดผ่านศูนย์จัดการธนบัตร ธปท.เพิ่มจากช่วงปกติประมาณ 2-3 เท่าตัว เพื่อรองรับความต้องการเบิกใช้ของประชาชนช่วงน้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังไม่มีความจำเป็นต้องสำรองเงินสดเพิ่มเติมจากปัจจุบันสำรองล่วงหน้า 3 เดือน ซึ่งยืนยันว่ามีความเพียงพอต่อความต้องการแน่นอน
“ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก โดยล่าสุดแบงก์แต่ละแห่งเริ่มนำเงินจากตู้เอทีเอ็มที่ไม่สามารถใช้งานได้ใน พื้นที่น้ำท่วม มาไว้ที่สาขาแบงก์ เพื่อกระจายไปยังตู้เอทีเอ็มใกล้เคียงให้ประชาชนสามารถเบิกจ่ายได้ รวมทั้ง ธปท.ยังขอความร่วมมือให้แบงก์ทุกแห่งสนับสนุนการเงินระหว่างกันด้วย” นายนพพรกล่าว
น.ส.สิบพร ถาวรฉันท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายระบบข้อสนเทศ ธปท. ยอมรับว่า ขณะนี้ประชาชนใช้บริการธุรกรรมการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ทั้งการเบิกถอนเงินสดและโอนเงิน ขณะที่ธุรกรรมผ่านระบบเช็คทั้งระบบลดน้อยลง เหลือไม่เกิน 200,000 ฉบับต่อวัน จากปกติ 300,000 ฉบับต่อวัน
ขณะที่ ธปท.รายงานว่า ณ วันที่ 27 ต.ค. ธนาคารพาณิชย์ 13 แห่ง ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย 2 แห่ง และบริษัทเงินทุน 1 แห่ง แจ้งปิดสาขาชั่วคราวรวม 373 สาขาในพื้นที่ 9 จังหวัดที่ถูกน้ำท่วม
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2554 ธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง มีภาระในการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญรวมกันประมาณ 114% ของสินเชื่อรวม เป็นผลมาจากรายได้ของลูกค้าลดลง เพราะถูกกระทบจากปัญหาความเสียหายจากภัยน้ำท่วมและภาวะชะลอตัวเศรษฐกิจโลก กระทบต่อความสามารถการชำระหนี้ด้อยลง ซึ่งอาจก่อตัวเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ได้
ทั้งนี้ ธนาคารทั้ง 9 แห่งประกอบด้วย ธนาคารทิสโก้ ซึ่งมีภาระตั้งสำรองหนี้สูงถึง 203% ตามด้วยธนาคารกรุงเทพ 185% กสิกรไทย 129% ไทยพาณิชย์ 119% กรุงศรีอยุธยา 99% เกียรตินาคิน 96% ทหารไทย 71% ธนชาต 65% และกรุงไทย 59% ของสินเชื่อรวม
ขณะที่ ธปท.รายงานว่า ระบบธนาคารพาณิชย์มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ณ สิ้นเดือน ส.ค.มีจำนวน 272,948 ล้านบาท เทียบกับเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 270,681 ล้านบาท
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารไม่มีความกังวลต่อปัญหาการเร่งตัวของเอ็นพีแอลจากปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากขณะนี้ได้เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นในการกั้นสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 เนื่องจากที่ผ่านมาได้ตั้งในจำนวนที่สูงอยู่แล้ว
นายประสิทธิ์ หิตะนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินประมาณ 800 ล้านบาท แต่หากรวมดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งมีธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี และบริษัท บางกอกรับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มสหพัฒน์ เป็นเจ้าหนี้ร่วม ซึ่งหลังน้ำลดบริษัทจะเร่งเจรจากับเจ้าหนี้ทั้ง 3 ราย เพื่อช่วยในการฟื้นฟูกิจการ.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 28th, 2011 at 6:34 am

ปชป.ระดมสมอง เสนอ4ข้อแก้วิกฤติ เสื้อแดงออกโรง ปัดมี ‘อภิสิทธิ์’ รับของบริจาค

ปชป.ระดมสมองเสนอมาตรการกู้วิกฤติน้ำท่วม แนะเร่งระบายลงด้านตะวันออกภายใน 5-7 วัน ก่อนกทม.จมบาดาล “มาร์ค” เตือนหยุดเล่นการเมืองเร่งช่วยประชาชนก่อน พร้อมจี้จัดการแก้ปัญหาเรื่องสินค้าอุปโภค บริโภคที่ขาดตลาด “เต้น” แจงเสื้อแดงไม่มีอภิสิทธิ์รับของบริจาคมากกว่าคนอื่น แขวะ “ฉลอง เรี่ยวแรง” ไม่รู้ถึงจิตวิญญาณคนเสื้อแดงอย่าพูดดีกว่า พร้อมป้อง “เจ๋ง ดอกจิก” ไม่ได้กร่าง แค่เข้าใจไม่ตรงกัน

เสนอ 4 มาตรการกู้น้ำท่วม

เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุม ครม.เงา เพื่อหารือข้อเสนอการแก้ปัญหาสถานการณ์อุทกภัยต่อรัฐบาล ภายหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค แถลงว่า สิ่งที่พรรคอยากเสนอ 4 แนวทางต่อรัฐบาล คือ 1. การจัดการน้ำพบว่าไม่สอดคล้องกับหลักวิชาและหลักปฏิบัติที่ทำกันมา การเปิดปั๊มและประตูระบายน้ำสู่ตะวันออกแทบไม่ได้ใช้ และยังทำไม่เต็มที่ ทำให้ภาระในการระบายน้ำมากองอยู่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาจนระดับน้ำสูงเป็น ประวัติการณ์ถือเป็นความเสี่ยงมาก

ส่วนที่กรมชลฯชี้แจงว่าไม่สามารถระบายน้ำลงทะเลได้ทางตะวันออก เพราะระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกงสูงกว่า ไม่สามารถเปิดประตูได้เพราะน้ำจะไหลย้อนกลับ กทม.นั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้น สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวบ่งบอกได้ คือที่คลอง 2 เพราะหลังจากเปิดการระบายน้ำในคลอง  2 ทำให้ระดับน้ำในคลอง 2 ลดลงค่อนข้างเร็ว

แนะระบายไปทางตะวันออก

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า หากการระบายน้ำไม่สมดุลอย่างนี้ ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนอกจากจะท่วมขังส่วนกลางเป็นเวลานาน จะเกิดปัญหาการเป็นอัมพาตของระบบบริหารจัดการทั้งหมด ลองนึกภาพว่าถ้าราชการส่วนกลางไม่สามารถทำงานได้ ขาดสาธารณูปโภคพื้นฐาน น้ำประปา ไฟฟ้า ศูนย์บริหารจัดการภัยพิบัติที่มีหน้าที่ดูแลประชาชนทั่วประเทศทำงานไม่ได้ ประชาชนจะเดือดร้อนหนักหนาสาหัสมาก จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนการระบายน้ำลงทะเลอย่างสมดุล ผ่านทั้ง 3 ช่องทาง โดยเฉพาะการระบายผ่านทางตะวันออกให้มากขึ้น ตั้งแต่คลอง 6-21 เปิดปั๊มน้ำของกรมชลประทาน ระบายน้ำผ่านคลองประเวศบุรีรมย์ คลองหกวา และคลองอื่น ๆ

“ถ้ารัฐบาลมีเหตุผลว่าไม่ทำเรื่องนี้ หรือไม่ประสงค์ระบายน้ำไปทางตะวันออก ก็ควรอธิบายให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใส ว่าเป็นนโยบายรัฐบาลโดยมีเหตุผลรองรับว่าต้องการรักษาพื้นที่ไหนเป็นพิเศษ หรือไม่ นี่คือการบริหารจัดการที่ต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน เพราะมีเวลาไม่มากแล้ว ใน 5-7 วันนี้จะวิกฤติมาก และในการบริหารจัดการใด รัฐบาลต้องให้ความจริงกับประชาชนเพื่อเตรียมการรับมือ” นายอภิสิทธิ์กล่าว

กระจายสินค้าให้ครอบคลุม

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้การเสริมแนวคันกั้นน้ำตามพระราชดำริก็ควรทำ หรือถ้ากังวลเปิดน้ำแล้วระบายลงทะเลไม่ได้ก็ควรเพิ่มช่องทางระบายน้ำ เข้าใจว่าคนที่เข้าไปทำงานใน ศปภ.ได้นำเสนอการระบายไปทางตะวันออกมาพักหนึ่งแล้ว แต่เข้าใจว่าที่ไม่ดำเนินการเป็นเหตุผลทางปฏิบัติ ทางเทคนิค หรือ เหตุผลทางการเมือง วันนี้นายกฯใช้อำนาจตามมาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันสาธารณภัยดำเนินการได้ทันที และคิดว่านายกฯ และสื่อมวลชนควรลงไปดูในพื้นที่ตะวันออกว่าเป็นเพราะเหตุผลด้านใดกันแน่ ถ้าเห็นว่าทำได้ก็สั่งการและให้มีระบบการติดตามดูแล แต่ถ้าจะไม่ระบายก็ต้องมีคำอธิบายว่าทำไม แต่สิ่งที่เราไม่ต้องการเห็นคือการเมือง และการทำให้เกิดความแตกแยกระหว่าง คน กทม.กับคนต่างจังหวัด

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า 2. รัฐบาลควรทำงานใกล้ชิดกับภาคเอกชนในการดูแลปัญหาที่สืบเนื่องจากน้ำท่วม โดยเฉพาะภาวะขาดแคลนสินค้า สินค้าราคาแพง โดยในการประเมินข้อมูลความเพียงพอของสินค้า และการกระจาย ไม่ควรหวังพึ่งจุดเดียวที่รัฐบาลพูดคือสนามบินดอนเมือง เพราะถ้าจุดดังกล่าวประสบปัญหาจะมีปัญหามากยิ่งขึ้น ระบบการกระจายสินค้าควรมีหลายส่วน นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญสินค้าจำเป็นพื้นฐานอุปโภคบริโภค และการดูแลพลังงานให้เพียงพอ 3. ในด้านสังคม ขณะนี้ปัญหาอาชญากรรมเพิ่มขึ้นมาก การจัดระบบในส่วนตำรวจ ต้องวางระบบรองรับปัญหาที่เกิดขึ้น และ 4. รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมโครงการฟื้นฟู และมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ

หยุดเล่นการเมืองกันก่อน

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงข้อครหาการบริหารจัดการของบริจาคของ ศปภ.ที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยและเครือข่ายเสื้อแดงใช้อภิสิทธิ์เบิกจ่ายของบริจาคว่า ถ้ารัฐบาลถอดเรื่องการเมืองออกให้หมดเรื่องจะง่ายขึ้น วันนี้ไม่เฉพาะคนนอกแต่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยก็บ่น กลายเป็นว่าคนกลุ่มหนึ่งสามารถจะยึดครองอำนาจตรงนี้ได้ ซึ่งไม่เป็นผลดี ตนคิดว่าประชาชนอยากบริจาคอยู่แล้วถ้ามีช่องทางหลากหลายยิ่งดี แต่ถ้าช่องทางหลักมีปัญหาจะส่งผลกระทบเรื่องความน่าเชื่อถือที่จะเข้ามาบริ จาค และเรื่องนี้คิดว่าถ้านายกฯได้อ่านหนังสือพิมพ์ก็คงทราบดี

นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ในส่วนของพรรคขณะนี้ได้ลงพื้นที่ช่วยประชาชนเรื่องถุงยังชีพร่วมกับภาค ประชาชนผ่านเครือข่ายอาสาคนไทยช่วยน้ำท่วม มีการเปิดโรงครัวในหลายจังหวัด ที่จะทำเพิ่มคือ 1.โครงการน้ำดื่ม “น้ำล้านขวด ล้านน้ำใจ ช่วยภัยน้ำท่วม” เริ่มต้นแล้วโดยระดมน้ำจากพื้นที่ต่าง ๆ ที่พอมีเหลือไปกระจายช่วยตามศูนย์พักพิง ศูนย์อพยพ และพื้นที่ขาดน้ำดื่ม 2.ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ตั้งศูนย์พักพิงอีก 1 แห่งซึ่งจะเปิดในวันที่ 27 ต.ค. และ 3.มีสมาชิกพรรคจากภาคใต้จะเข้ามาเปิดโรงครัวใน กทม.

จวกเล่นการเมืองจนจีดีพีลด

นายจุติ ไกรฤกษ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตอนน้ำยังไม่เข้ากรุงเทพฯ สินค้าอุปโภคบริโภคและน้ำดื่ม ได้หมดจากชั้นวางในร้านสะดวกซื้อแล้ว ในทางเศรษฐกิจนี่คือดัชนีแสดงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล และการออกมาพูดเรื่องน้ำจะไม่ไหลไฟฟ้าจะดับทั้งเมือง เท่ากับกำลังประกาศว่าไม่สามารถทำงานได้เลย แต่นายกฯก็ไม่ยอมประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้นในสุดสัปดาห์นี้ไม่ว่าน้ำจะท่วมหรือไม่ท่วมกรุงเทพฯ ความเสียหายได้เกิดขึ้นไปแล้วกับภาคธุรกิจและการเงิน

“ผมไม่แปลกใจที่สำนักข่าวต่างประเทศจะนำเรื่องน้ำท่วมปีนี้มาเทียบกับ เหตุการณ์เสื้อแดงสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ แทนที่จะเทียบกับผลกระทบน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้วเพราะควรจะมองว่าอุทกภัยเช่น กัน ปัจจัยผลกระทบทางเศรษฐกิจก็น่าจะไปทางเดียวกัน แต่เพราะทุกคนเขามองออกว่ารัฐบาลนี้เล่นการเมืองกับเรื่องน้ำท่วมจนสุดท้าย จีดีพีจะลดลงต่ำกว่าร้อยละ 3 จากเดิมวางไว้ร้อยละ 4 ขณะที่เมื่อครั้งเหตุการณ์เสื้อแดงรัฐบาลขณะนั้นสามารถประคองความเชื่อมั่น จนจีดีพีอยู่ที่ 7.8 ได้ เพราะนักลงทุนยังเชื่อมั่น ถ้ายังต้องมีนายกฯคนนี้ต่อไป ก็อยากให้นายกฯมีความชัดเจน เลิกอ่านตามสคริปต์ และบอกความจริงกับประชาชน” นายจุติกล่าว

“เต้น”แจงเสื้อแดงไม่มีอภิสิทธิ์

วันเดียวกันที่ ศปภ. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.กล่าวถึงกรณีที่นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ระบุถึงปัญหาการกระจายของบริจาคของ ศปภ.ที่เน้นมอบให้กับ ส.ส.เสื้อแดง ว่า นายฉลองกลับมาลง ส.ส.ในนามพรรคหลังเหตุการณ์ต่อสู้ต่าง ๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว อาจทำให้นายฉลองไม่เข้าใจจิตวิญญาณของคนเสื้อแดง ตนยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่มีการใช้สิทธิพิเศษใด ๆ ในการรับของบริจาคจาก ศปภ. พูดตามความจริงคนเสื้อแดงจำนวนมากหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศนำของมาบริจาคทั้ง ในรูปของสิ่งของและเม็ดเงินจำนวนมหาศาล รวมไปถึงลงแรงช่วยในรูปของอาสาสมัคร โดยในวันที่ 29 ต.ค. คนเสื้อแดงจัดงานใหญ่เพื่อระดมเงินบริจาคอีกครั้ง

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นภารกิจของคนทั้งประเทศ กลุ่มเสื้อแดงก็มาเป็นอาสาสมัครตั้งแต่เริ่มต้น เป็นการทำงานด้วยจิตอาสาไม่มีอภิสิทธิ์พิเศษใด ๆ จึงไม่เป็นความจริงว่าถ้าเป็นคนเสื้อแดงจะเบิกของบริจาคได้มาก และจะมอบให้เฉพาะคนเสื้อแดงเท่านั้น ไม่มีใครคิดเบียดบังหรือสร้างอิทธิพลบารมีบนความทุกข์ของประชาชน ขอให้สบายใจได้

ของบริจาคไม่ได้ติดชื่อ ส.ส.

“สิ่งที่พูดไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เวลาเบิกก็เอาไปบริจาคให้ผู้ประสบภัยทั้งหมด เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาไปให้เฉพาะคนเสื้อแดง ส่วนรถขนของบริจาคก็เป็นรถบรรทุกของพรรคพวกที่เคยร่วมต่อสู้ด้วยกันมา พวกผมเป็นคนจ่ายค่าน้ำมันซึ่งจะมีรถบรรทุกจอดอยู่ที่ ศปภ. 1-2 คัน เพื่ออำนวยความสะดวกเวลานำของไปแจกจ่าย เพราะเราเข้าใจว่าทาง ศปภ.เองก็มีข้อจำกัดในเรื่องของยานพาหนะเราจึงไปหากันมาเอง อย่าว่าแต่ขอบริจาคเลยแม้แต่ชีวิตคนเสื้อแดงก็มอบให้ประเทศนี้ได้ เรื่องอย่างนี้ควรดูข้อเท็จจริงก่อนออกมาพูด ถ้าไม่รู้จักคนเสื้อแดงก็อย่าพูดเลยดีกว่า” นายณัฐวุฒิกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการนำเอาของบริจาคไปติดชื่อ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย เพื่อประโยชน์ในการหาเสียงจะชี้แจงอย่างไร นายณัฐวุฒิกล่าวว่า กรณีที่แปะชื่อนายวรชัย เหมะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จ.สมุทรปราการ ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นการเตรียมนำน้ำขึ้นรถเพื่อแจกประชาชน ในระหว่างรอรถก็ต้องเขียนชื่อแปะไว้ เพราะคนจำนวนมากต้องการสิ่งของเหมือนกัน ส่วนที่เขียนชื่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ก็เป็นของที่รับบริจาคจากคนเสื้อแดงที่ต้องการบริจาคผ่านแกนนำ นปช. ไปถึง ศปภ. ไม่มีใครคิดจะเบียดบังทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

อุ้ม “เจ๋ง ดอกจิก” ไม่ได้เบ่ง

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าไม่มีการแปะชื่อ ส.ส. บนของบริจาคใช่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่มีการแปะชื่อ ถ้าพบว่ามีการไปแอบอ้างชื่อโดยเฉพาะที่เป็นแกนนำเสื้อแดงก็ต้องดำเนินการกัน ภายใน แต่เราไม่พบเพราะทุกคนอยู่ในพื้นที่ แต่ถ้าพบก็ไม่ไว้หน้า ส่วนกรณีบทบาทของนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก เลขานุการ รมช. มหาดไทย แสดงท่าทีไม่เหมาะสมในการจะนำของบริจาคไปใช้นั้น ตนสอบถามนายยศวริศแล้วไม่ได้มีเจตนาที่จะมากร่างหรือเบ่งอะไร และในภาวะเครียดอาจจะไม่เข้าใจกัน

เมื่อถามว่า แต่การใช้คำพูดของนายยศวริศถือว่าไม่เหมาะสมที่ระบุว่าใหญ่กว่าอธิบดีกรม ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตนคิดว่าข้าราชการประจำคงไม่ขวัญอ่อนขนาดนั้น และเข้าใจว่าการพูดอาจมีการหยิบยกประเด็นใดประเด็นหนึ่งขึ้นมาขยายความต่อ

เสนอ“ปู”ทหารดูแลของบริจาค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พล.อ. ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ได้เรียกประชุม ผบ.เหล่าทัพ เพื่อกำหนดมาตรการในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยให้แต่ละเหล่าทัพจัดทำแผนเผชิญเหตุ โดยเฉพาะการอพยพประชาชนในพื้นที่ กทม. หากเกิดกรณีน้ำท่วมฉุกเฉิน นอกจากนี้หารือกันระหว่าง รมว.กลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ ยังได้มีการพูดคุยกันถึงประเด็นปัญหาของบริจาคจากประชาชนที่นำมาบริจาคที่ ศปภ.เพราะของส่วนหนึ่งไม่ถึงมือประชาชน ซึ่งหลังการประชุมสภากลาโหมในวันที่ 27 ต.ค. พล.อ.ยุทธศักดิ์จะเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอให้ทางกองทัพเข้ามาเป็นผู้ดูแลของบริจาคทั้งหมด พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่มาจัดทำบัญชีของผู้ที่ได้รับสิ่งของบริจาคนี้ด้วย.

Tags:
comments Comments (0)    -