17 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว โรงเรียนในฝัน โรงเรียนสุจริต

October 26th, 2011 at 9:38 pm

ท่วมถึงดอนเมือง รันเวย์จม เมืองเอกอพยพวุ่น

ปูแถลงยอมรับกรุงท่วมแน่ น้อยสุด10ซม.-มากสุด1.5ม. บางพลัดกระอัก-เร่งกู้ด่วน! เล็งย้ายศปภ.ไปสนามศุภฯ

น้ำ ถึงดอนเมือง เข้ารันเวย์สนามบินแล้ว ทอท.สั่งปิดสนามบินดอนเมืองถึงสิ้นเดือน สายการบินย้ายไปประจำสุวรรณภูมิ ศปภ.สั่งอพยพผู้พักพิงย้ายไปชลบุรี “ปู”ยังไม่ย้ายศปภ.ออกจากพื้นที่ แต่เล็ง 2 จุดสำรอง สนามศุภฯ-สุวรรณภูมิ ออกทีวีพูลรับ กทม.ท่วมแน่ แต่ตามแต่ลักษณะพื้นที่ แยก 3 จุด ฝั่งธนฯ เหนือ ตะวันออก เลวร้ายสุด ท่วมขัง 10 ซม.-1.5 ม. “ประชา”สั่งอพยพคนเมืองเอก หลังพนังที่หลักหกแตก จรัญฯยังกู้ไม่ได้แถมพนังแตกเพิ่ม “ปลอด”เผยจะมีลมหนุนระดับน้ำน่าวิตก สุขุมพันธุ์เผยน้ำเจ้าพระยาสูงกว่าปี 38 แล้ว เฝ้าระวัง 9 เขต สั่งเพิ่มพนังฝั่งตะวันออกอีก 39 ก.ม. เขาดินสั่งย้ายสัตว์แล้ว “ดร.อานนท์”เชื่อน้ำท่วมกรุงไม่หนัก แต่ห่วงฝั่งธนฯระบายน้ำไม่ดี แถมเจออิทธิพลทะเลหนุน นนท์ยังอ่วม สั่งอพยพบางกรวย อนาถด.ช.วัย 12 ช่วงก่อพนัง กระสอบทรายล้มทับจมน้ำดับ ปทุมฯแย่น้ำท่วมสถานสงเคราะห์หลายแห่ง อาหารขาดแคลน เบนซินกรุงเก่าแพงมหาโหดลิตรละ 100 บาท

ศปภ.ดอนเมืองจ่อท่วม

วัน ที่ 25 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังคงใช้ห้องประ ชุมของสำนักงานการท่าอากาศยานดอนเมือง (อาคารระหว่างประเทศเดิม) เป็นที่ประชุมครม. โดยถนนวิภาวดีรังสิตด้านหน้าของอาคาร น้ำเริ่มล้นทะลักเข้ามาจากถนนพหลโยธินและตามท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่ติดป้ายประกาศรถเล็กห้ามผ่าน ทำให้ถนนวิภาวดีฯ ขาเข้าไม่มีรถสัญจรผ่านไป-มา ยกเว้นรถขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานได้เสริมหินคลุกและกระสอบทรายบริเวณช่องประตู เข้า-ออก แต่น้ำยังซึมเข้ามาด้านในบางส่วน โดยผู้ที่จะเดินทางเข้ามาที่สนามบินดอนเมืองต้องใช้เส้นทางโทลล์เวย์

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้น้ำที่ถนนวิภาวดีฯ เริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับถนนพหลโยธิน ตั้งแต่ตลาดสะพานใหม่ ผ่านหน้าโรงพยาบาลภูมิพลหน้าทางเข้ากองบัญชาการกองทัพอากาศ ปริมาณน้ำท่วมสูง 50 ซ.ม. เจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศเสริมหินคลุกและกระสอบทรายเพิ่มและปิดประตูทาง เข้า-ออก บริเวณติดกับสะพานใหม่ดอนเมืองแล้ว เนื่องจากปริมาณน้ำที่ท่วมถนนพหลโยธินมีระดับสูงมาก

เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจรถนนวิภาวดีทั้งขาเข้าและขาออกเเล้ว หลังจากคันกั้นน้ำบริเวณหลักหกพัง และได้ทะลักออกมาในบางส่วน ทำให้มวลน้ำจากคลองรังสิต ทะลักออกมาบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้ระดับน้ำบนถนนวิภาวดี-รังสิต บริเวณหน้า ศปภ.สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ปู”ยังไม่คิดย้ายศปภ.

เวลา 08.15 น. ก่อนประชุมครม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอย้ายศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่า ศปภ.ยังไม่มีความคิดจะย้าย ศปภ.จะเป็นคนสุดท้ายที่คิดจะย้าย เราต้องดูแลประชาชนก่อน ตัวดอนเมืองปลอดภัย แต่เราห่วงเส้นทางคมนาคมมากกว่า ต้องขอประเมินสถานการณ์ก่อนว่า เมื่อเปลี่ยนเส้นทางระบายน้ำแล้วจะเป็นอย่างไร

ส่วนที่มีปัญหาที่ ประชาชนพังคันน้ำทั้งคลอง 4 คลอง 5 จนน้ำทะลักเข้ามา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารประจำจุดไม่สามารถขัดขวางได้นั้น นายกฯ กล่าวว่า จะขอเช็กรายละเอียดดูก่อน

กห.พร้อมช่วยขนสินค้า

ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลา โหม ให้สัมภาษณ์ถึงผู้ประกอบการค้าสินค้าปลีก ต้องการให้ทหารช่วยลำเลียงสินค้าออกมาจากคลังสินค้าที่น้ำท่วมวังน้อย เพื่อแก้ปัญหาสินค้าราคาแพงว่า ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีการประสานมา ถ้าต้องการขนสินค้าออกมา ทหารก็พร้อม มีบางห้าง เช่น บิ๊กซี ขอความร่วมมือมาแล้วเพื่อขนสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายประชาชน

รม ว.กลาโหมกล่าวว่า วันเดียวกันนี้ได้ให้กองบัญชาการสงครามพิเศษเริ่มเตรียมระบายน้ำขัง เน่าเสีย โดยเวลา 14.00 น. จะเริ่มครั้งแรกที่ จ.ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา เพราะน้ำเริ่มลด น้ำเน่าเริ่มส่งกลิ่นอย่างมาก

“ปู”เครียดสถานการณ์น้ำ

เมื่อ เวลา 12.55 น. วันเดียวกัน ทีมงาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Ying luck Shinawatra ระบุความเห็นของนายกฯ ภายหลังหารือกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ว่า จากการหารือร่วมกัน เห็นตรงว่าจุดที่มีความเสี่ยง และน่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ บริเวณแนวคันพระราชดำริ ซึ่งกองทัพร่วมกับกทม. ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เสริมแนวคันกั้นน้ำให้สามารถรองรับปริมาณน้ำแล้ว นอกจากนั้นบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยามอบหมายให้กรมชลประทาน กองทัพ และกทม. ลงพื้นที่สำรวจความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำ เพื่อเตรียมการรองรับช่วงน้ำทะเลหนุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันนี้หลังเป็นประธานการประชุม ครม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดิน ทางเข้ามายัง ศปภ.ดอนเมือง โดยหลบกลุ่มผู้สื่อข่าวเข้าไปยังห้องทำงานด้านหลังไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ โดยนายกฯ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ว่าการการประปานครหลวง และผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เข้าหารือและเน้นย้ำให้แก้ไขปัญหาทันที แม้จะมีปัญหาน้ำทะลักเข้ามายังพื้นที่กทม. รวมทั้งหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งเครียด และสั่งการให้เคลื่อนย้ายผู้พักพิงทั้งที่ดอนเมือง และศูนย์อพยพที่มีความเสี่ยงไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ทั้งนี้ คนใกล้ชิดนายกฯ เผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในอาการเครียด เนื่องจากไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมได้

พนังหลักหกพัง-สั่งอพยพด่วน

เวลา 12.30 น. ที่ศปภ. ดอนเมือง พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผอ. ศปภ. แถลงว่า ให้ประชาชนในบริเวณหมู่บ้านเมืองเอกและพื้นที่ใกล้เคียงอพยพภายใน 1-2 ชั่วโมง เนื่องจากคันกั้นน้ำที่ อบต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ชำรุดบางตอน ส่งผลให้มวลน้ำทะลักเข้าหมู่บ้านเมืองเอก และพื้นที่ใกล้เคียงและน้ำจะสูงประมาณ 1-1.5 เมตร โดยกองบัญชาการกองทัพไทยได้เตรียมยานพาหนะรองรับประชาชนไว้ที่ ม.รังสิต ในหมู่บ้านเมืองเอกไว้แล้ว

จากนั้น พล.ต.อ.ประชาให้สัมภาษณ์ว่า เนื่องจากคันกั้นน้ำบริเวณอบต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี ชำรุด ส่งผลให้น้ำล้นข้ามฝั่งมา จึงสั่งอพยพประชาชนด่วน โดยสถานที่รองรับเป็นไปตามที่จัดไว้ทั้งสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก สนามศุภชลาศัย และศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ที่เพิ่มจำนวนที่จะรองรับได้อีก 1,000 คน นอกจากนี้ยังได้เตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวในอีก 4 จังหวัด คือ สระบุรี ชลบุรี นครราชสีมา และราชบุรี ทั้งนี้ยอมรับว่าไม่มั่นใจที่จะรับสถานการณ์น้ำท่วมในกทม.ได้ ซึ่งอยู่ในความเสี่ยง 50-50 โดยพื้นที่ชั้นในอาจได้รับผลกระทบบ้าง เนื่องจากน้ำมากและแรง

สั่งย้ายผู้อพยพดอนเมืองด้วย

เวลา 16.00 น. ที่ศปภ. พล.ต.อ.ประชา เผยว่า หลังจากน้ำเริ่มทะลักเข้ามาบริเวณหน้าสนามบินดอนเมือง ทำให้ต้องย้ายผู้อพยพที่อาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิง อาคาร 2 ดอนเมือง ไป จ.ชลบุรีแล้ว โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าภายใน 3-4 ชั่วโมงจะสามารถย้ายแล้วเสร็จ ส่วนศปภ.จะย้ายที่ทำการด้วยหรือไม่ ตอนนี้อยู่ระหว่างการหารือกับฝ่ายทหาร

ศปภ.ยันไม่ย้ายศูนย์

เวลา 16.15 น. ที่ศปภ. นายวิม เผยว่า ศปภ. ยืนยันจะใช้ดอนเมืองเป็นศปภ.ต่อไป เพราะหากน้ำท่วม ก็ยังมีชั้น 2 ให้ทำงาน และเมื่อท่วมดอนเมือง สถานที่อื่นก็ถูกท่วมไปด้วย แต่แจ้งให้คนย้ายของบริจาคที่อยู่ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศไปยังโกดังคลังสินค้า 2 ซึ่งยกพื้นสูง 1.50 ม. และคาดการณ์ว่า บริเวณดอนเมืองน้ำไม่น่าจะท่วมถึง 1 ม. ส่วนรถยนต์ที่จอดอยู่ภายในดอนเมืองนั้น ได้แจ้งเตือนให้เคลื่อนย้ายออกจากชั้น 1 ของตัวอาคารทั้งหมด โดยศปภ. ประสานกทม.ขอความร่วมมือกับเอกชนที่มีอาคารสูง

รายงานข่าวจาก ศปภ.แจ้งว่า ค่ำที่ 25 ต.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์จะหารือกับผู้เกี่ยวข้องถึงการตัดสินใจย้ายศปภ. โดยเล็งไว้ 2 ที่ คือ สนามบินสุวรรณภูมิ กับสนามศุภชลาศัย เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า ยังไม่ย้ายในตอนนี้โดยจะรอดูสถาน การณ์และประเมินอีกครั้งในวันที่ 26 ต.ค.

ไฟฟ้า-ประปายังพร้อม

นาย เจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานคร หลวง (กปน.) แถลงว่า กปน.ปรับปรุงระบบการผลิตน้ำประปาตามขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ ขณะนี้ยังคงให้บริการประชาชนในมาตรฐาน และความปลอดภัย ใช้อุปโภคบริโภคได้ แต่ยอมรับว่ามีปัญหากลิ่นและสีของน้ำ ซึ่งเร่งแก้ไขอยู่ คาดว่าจะเรียบร้อยภายในวันที่ 25 ต.ค.นี้ และบางพื้นที่น้ำดิบด้อยคุณภาพ ทำให้ต้องเติมคลอรีนมากกว่าปกติเล็กน้อย หากตั้งทิ้งไว้ กลิ่นคลอรีนจะระเหยไปเอง

นายพิชัย สงวนไชยไผ่วงศ์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) กล่าวว่า ยืนยันว่าการจ่ายไฟในพื้นที่ กทม. นนทบุรี และสมุทรปรา การ มีระบบจ่ายไฟที่มั่นคง แม้จะเกิดภาวะน้ำท่วมขัง เพราะเรามีแหล่งจ่ายไฟหลายทาง กรณีสายใดสายหนึ่งมีปัญหา จะมีอีกสายหนึ่งสำรองสามารถจ่ายไฟทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติ ผ่านศูนย์สั่งการแบบสการ์ดาที่สามารถตรวจสอบระบบและสภาพการจ่ายไฟในทุก พื้นที่ของกฟน. ได้ นอกจากนั้นยังติดตั้งกล้องซีซีทีวีทุกสถานีจ่ายไฟฟ้าย่อย ซึ่งจะสามารถติดตามสภาพน้ำ และสภาพการจ่ายไฟฟ้าได้ทุกพื้นที่

Tags:
comments Comments (0)    -
October 26th, 2011 at 9:35 pm

บึ้ม 15 จุด-ยะลา ครบ 7 ปีตากใบ

ครบ 7 ปี คนร้ายลอบวางบึ้มทั่วยะลา 15 จุดพร้อมๆ กัน ต้อน รับ ผบ.ทร.ที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลนาวิกโยธินที่ปฏิบัติหน้าที่ เผยแรงระเบิดเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนกว่า 30 คน เสียชีวิต 3 สาหัสอีกหลายราย เผยจุดที่คนร้ายลงมือก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นบริเวณชุมชน โรงแรม และร้านอาหาร

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 25 ต.ค. ที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร.เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญกำลังพลนาวิกโยธินที่รับ ผิดชอบดูแลพื้นที่ 5 อำเภอใน 2 จังหวัด คือ อ.สายบุรี ไม้แก่น จ.ปัตตานี รวมทั้ง อ.เมือง บาเจาะ และยี่งอ จ.นราธิวาส มี น.อ.สมเกียรติ ผล ประยูร ผบ.ฉก.นย.ภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยกำลังพลนาวิกโยธินให้การต้อนรับ โดยผบ.ทร.ได้มอบเงินบำรุงขวัญแก่กำลังพลทุกหน่วย

ขณะเดียวกัน ผบ.ทร.ได้กล่าวถึงเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายก่อเหตุยิงถล่มจุดตรวจกาเสาะ ก่อนวางระเบิดเพลิงเผาร้านสะดวกซื้อ 2 แห่งกลางเมืองนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของนาวิกโยธิน ฉก.นราธิวาส 33 ว่า ขอให้ประชาชนทุกคนเชื่อมั่นและไว้วางใจในการทำงานของกำลังพลจากกองทัพเรือ เพียงแต่ขอให้ทุกคนร่วมมือกับกองทัพเรือด้วย อย่างไรก็ตาม ผบ.ทร.ยังได้เน้นย้ำในที่ประชุมว่า เนื่องจากในวันนี้เป็นวันครบรอบ 7 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ อ.ตากใบ จึงขอให้กำลังพล 5 อำเภอรับผิดชอบ เฝ้าระวังเพื่อป้องปรามเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งจากชาวบ้านพื้นที่ บ.โคกยามู ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ว่าพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ภายในป่าสวนยางพารา จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน บก.ภ.นราธิวาส ร.ต.ต.พลวัฒน์ เทพษร หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ภ.จ.นราธิวาส พร้อมกำลังจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ

ภายในป่าสวนยางพารารกทึบ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า 4 ประตู สีดำ ทะเบียน บค-9871 สงขลา จอดทิ้งไว้ จากการตรวจสอบพบที่กระจกด้านหน้าคนขับรวมทั้งรอบๆตัวถังมีร่องรอยถูกกระสุน ปืนเอ็ม 16 และ อาก้าเป็นรูพรุนทั้งคัน นอกจากนี้ ที่ท้ายกระบะยังพบยางอะไหล่จำนวน 4 เส้น รวมทั้งน้ำมันเบนซินที่บรรจุไว้ในถัง เพื่อเตรียมใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดรถยนต์คันดังกล่าวมาตรวจสอบอย่างละเอียดที่สภ.เมือง นราธิวาส

ที่ จ.ยะลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันครบรอบ 7 ปี เหตุการณ์สลายม็อบตากใบเมื่อปี 2547 ตั้งแต่เวลา 18.50 น.ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นหลายจุดในเขตเทศบาลนครยะลา จุดแรก บริเวณถนนศรีปุตรา ฝั่งตลาดเก่า จุดที่ 2 บริเวณโรงแรมปาร์ก วิว มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จุดที่ 3 บริเวณโรงแรมยะลาราม จุดที่ 4 หน้าร้านเครื่องเขียนเก่ง จุดที่ 5 ร้านอาหารแซบอีสาน จุดที่ 6 แผงตลาดผลไม้ ในตลาดเมืองใหม่ จุดที่ 7 บริเวณปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา และจุดที่ 8 บ้านมลายู ทาง อ.รามัน จ.ยะลา นอกจากนี้ยังพบว่ามีเหตุระเบิดอีก 7 จุดรวมเป็น 15 จุด เบื้องต้น มีผู้เสียชีวิต 3 รายได้รับบาดเจ็บ 30 เจ้าหน้าที่ต้องตัดสัญญาณโทร.มือถือทุกระบบ

Tags: , ,
comments Comments (0)    -
October 26th, 2011 at 9:30 pm

ณเดชน์ โต้ลั่นถูกเรียกภาษีย้อนหลัง 5 ล้าน

“ณเดชน์” ปฏิเสธถูกกรมสรรพากรเช็คบิลเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 5 ล้าน เจ้าตัวบอกเงินที่หามาได้เสียภาษีตลอด ยันไม่เคยปกปิดรายได้ที่แท้จริง ปัดขึ้นแท่นเป็นคู่ขวัญคู่ใหม่กับ “ญาญ่า” แทนดารารุ่นพี่ “เคน-แอน”

ขึ้นชื่อว่าเป็นพระเอกดาวรุ่งพุ่งแรง จนสินค้าต่างรุมตอมให้เป็นพรีเซ็นเตอร์มากมาย สำหรับ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ซึ่งในปีนี้มีการประเมินรายได้ค่าเหนื่อยของเจ้าตัวคงไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท แต่ล่าสุดมีข่าวกระฉ่อนว่า พระเอกหนุ่มปกปิดรายได้จนโดนกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลังสูงถึง 5 ล้านบาท แต่กับเรื่องนี้เจ้าตัวปฏิเสธทันทีว่า

“ข่าวว่าผมโดนภาษีย้อนหลัง 5 ล้านบาท ไม่ถึงครับๆ เรื่องว่าผมไปปกปิดก็คงไม่ปิดแล้วนะ เพราะโดนไปเกือบ 5 ล้าน (หัวเราะ) เงินทุกบาททุกสตางค์มีใบกำกับภาษีหมด เพราะให้คุณแม่ยื่นให้ เราเป็นคนที่ยืนอยู่กลางแจ้งไม่สามารถไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายได้อยู่แล้วครับ จริงๆ ต้องยอมจ่าย แต่ก็รู้สึกเสียดายมาก แม้ว่ามันจะล้านเดียวก็เสียดาย เงินเราหามาทั้งชีวิตก็อยากเก็บไว้ให้พ่อแม่บ้าง แต่ยังไงก็ต้องทำตามกฎหมาย แต่ไม่ถึง 5 ล้านบาทครับ สูงเกินไป ไม่ถึง 4 ล้านด้วย”

ส่วนกรณีที่ว่า “ณเดชน์” กับ “ญาญ่า” จะขึ้นมาเป็นคู่ขวัญแทนรุ่นพี่ “เคน ธีรเดช” กับ “แอน ทองประสม” เจ้าตัวแจงว่า


“ไม่จริงครับ เป็นไปไม่ได้ แต่ละคนมีบุคลิกที่ต่างกัน มีการแสดงต่างกัน พี่เขาทั้งคู่เป็นต้นแบบการแสดงของผมและนักแสดงอีกหลายๆ คน มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ผมจะมาแทนที่”

แหล่งที่มาของข่าว
ผู้จัดการออนไลน์

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 26th, 2011 at 9:25 pm

ครม.เดือดอัดกรมชลฯเกียร์ว่าง

ครม. ถกเดือด “ปลอด” อัด จนท.กรมชลฯ เกียร์ว่าง “ธีระ” โต้ จิตวิญญาณกรมชลฯ ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน รับ 29 -31 ต.ค.54 วิกฤติหนัก

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมครม. ซึ่งมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวันตร เป็นประธาน ได้หารือถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกันอย่างเคร่งเครียด เช่นเดียวกับสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายอำพน กิติอำพน เลขาฯครม.ได้กล่าวกับครม.ว่า ขณะนี้กระแสน้ำไหลเข้ามายังดอนเมืองเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบถึงขั้นที่จะประชุมกันไม่ได้ ดังนั้น ถ้าจะมีการเคลื่อนย้าย ก็คงเป็นเฉพาะผู้ที่พักพิง ส่วนการดำเนินการแก้ไขปัญหาเราก็ยังต้องอยู่ที่นี่ต่อไป ซึ่งก็ไม่มีใครที่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น

ทั้ง นี้ ในที่ประชุม น.พ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้ขอหารือว่า จะมีการเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อใช้เป็นเวทีในการช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือไม่ และประชาชนจะได้ประโยชน์และรับรู้การดำเนินการของรัฐบาล เพราะวันที่ 2-3 พ.ย.นี้ ก็จะมีการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555

ด้าน นายกฯ ระบุ ว่า พร้อมที่จะให้มีการประชุมร่วมรัฐสภาวันไหนก็ได้ เพราะถือเป็นข้อดี ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ แม้จะมานั่งประชุมครม.กันอยู่ ก็ยังมีปัญหาน้ำจุดนั้นจุดนี้ตลอดเวลา จึงไม่ใช่เรื่องการเมืองว่า เราจะตอบหรือไม่ตอบต่อสภา

อย่างไรก็ตาม ถ้ารัฐมนตรีท่านใด ที่จะไปชี้แจง ก็ขอให้ความเห็นใจด้วยว่า รัฐมนตรีต้องอยู่ชี้แจงด้วย
ทั้ง นี้ นายวิทยา ได้เสนอให้เจาะจงรายชื่อรัฐมนตรีที่จะไปตอบชี้แจงเลย ซึ่งนายกฯได้สรุปให้นายฐานิสร์ เทียนทอง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ไปช่วยกันตอบชี้แจง โดยเฉพาะฝากร.ต.อ.เฉลิม ให้ช่วยตอบให้เคลียร์ไปเลย ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจให้นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เป็นผู้ตอบชี้แจง

นายกฯ ยังได้กำชับด้วยว่า ไม่ว่าใครจะไปตอบ ก็ขอให้ตอบให้ชัดเจน โดยรัฐมนตรีที่ไปชี้แจงต้องเป็นเอกภาพ อภิปรายเสริมกันไปในทิศทางเดียวกัน
ในที่ประชุม ครม. ยัง ระบุด้วยว่า วันนี้ต้องประเมินตัวเองเหมือนกันว่า ที่ผ่านมามีงานเข้ามาไม่ซ้ำกันตลอด ดังนั้น ทุกคนต้องให้กำลังใจกัน เพราะศปภ.เป็นของทุกคน ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งวันที่ 29 พ.ย.นี้ น้ำทะเลจะหนุนสูงมาก ดังนั้น ต้องเร่งระบายน้ำออกให้ได้มากที่สุด และคงต้องประกาศให้หยุดราชการยาวตั้งแต่วันที่ 27-31 ต.ค.นี้

อย่าง ไรก็ตาม ในส่วนของค่าใช้จ่าย ในการดูแลประชาชนตามศูนย์พักพิง มีจำนวนมาก และการบริหารจัดการก็ทำได้ยาก จะเห็นได้ว่า พอเราปรับแผนส่งผู้อพยพกลับบ้านก็ดูดีขึ้น ประชาชนชื่นชอบ และทำให้การบริหารจัดการทำได้ง่าย ดังนั้นในวันที่น้ำขึ้นสูง เราก็ให้ประกาศเป็นวันหยุดไปเลย
กระนั้น ในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการทั้งไฟฟ้า ประปา ห้ามหยุด รวมถึงข้าราชการระดับสูง ตั้งแต่ผอ.สำนัก รองอธิบดีหรือซี 9 ขึ้นไป ก็ต้องสแตนด์บายให้พร้อมในที่ตั้ง ส่วนพนักงานฝ่ายปฏิบัติการทุกหมู่เหล่า ตำรวจ ทหาร ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ตลอดเวลา ส่วนวันหยุดธนาคารขอให้อยู่ในดุลยพินิจของธนาคารแห่งประเทศไทยเอง

ทั้ง นี้ ในที่ประชุมครม. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ ฯ ได้ชี้แจงต่อครม.ว่า ก่อนหน้านี้ที่ได้แสดงความเห็นไปนั้น ไม่ได้เป็นการต่อว่าใคร แต่ถ้ามีใครไม่สบายใจ ก็ต้องขออภัยด้วย เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะพูดว่าใคร
อย่าง ไรก็ตาม ก็ต้องพูดความจริงว่า วันที่ 29 ต.ค.นี้ สถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแค่วันที่29 ต.ค.เท่านั้น แต่จะต่อเนื่องถึง 31ต.ค.ที่จะมีลมแรงขึ้นมาอีก เนื่องจากมีลมใต้และจะมีผลทำให้มีปริมาณน้ำสุูงขึ้น 20-30 %

“ที่ น่าเป็นห่วงคือน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา อาจจะกระฉอกอีกก็ได้ ซึ่งผมมั่นใจข้อมูลของผม และหากจะมอบให้ผมไปตอบในสภาด้วยก็ยินดี ที่ผ่านสิ่งที่ผมพูดไป ปัญหาส่วนหนึ่งก็หมายถึงว่า มีเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานบางส่วนที่ไม่บริหาร จัดการน้ำ”
ด้าน นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ ได้ชี้แจงว่า โดยจิตวิญญาณของกรมชลประทาน ไม่มีหรอกที่ไม่อยากช่วยประชาชน ไม่มีหรอกที่จะไปทำให้น้ำเพิ่มขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา มีลมที่เปลี่ยนทิศจริง ทำให้น้ำหนุนสูงมากขึ้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากคือน้ำกระฉอก โดยที่ต้องจับตาไม่ใช่แค่วันที่ 29 ต.ค. แต่ควรเป็นตั้งแต่ วันที่ 29-31 ต.ค.เลย

“มัน ไม่มีใครที่จะไปเข้าใจลมได้ทั้งหมด ดังนั้นวันที่ 31 ต.ค. จะเป็นวันที่หนักอีกวันหนึ่ง ซึ่งปัญหาน้ำทะลักที่คลอง 1 มาท่วมถนนวิภาวดี เป็นเพราะน้ำล้นมาจากคลอง 1และคลอง 2 ตอนนี้การดูดน้ำอย่างเดียวอย่างไม่มีความรู้ มันอาจทำให้เป็นปัญหามีน้ำทะลักไหลกลับมาก็ได้”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้ ปรามในที่ประชุมว่า อย่าเพิ่งถกเถียงกัน และไม่ต้องเป็นห่วงเพราะตอนนี้ศปภ. ได้ตั้งตำรวจจราจรขึ้นเป็นคณะกรรมการ ตรวจประตูระบายน้ำทุกแห่ง และให้รายงานมาทุกชม. เป็นลายลักษณ์อักษร และจะดีมากถ้ากรมชลประทาน จะได้รายงานเป็นลายลักษณ์อักษรมาให้ด้วย

ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม แจ้งต่อครม.ถึงปัญหากำลังพลของกองทัพ ที่จะมาแก้ปัญหาน้ำท่วมว่า วันที่ 31 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง จะมีทหารเกณฑ์ที่ปลดประจำการหมื่นกว่าคน จากจำนวนที่มีทั้งหมดห้าหมื่นคน ซึ่งก็มีแนวทางเตรียมแก้ไขหลายทาง ไม่ว่าจะไม่ให้ปลดประจำการ หรือเอาทหารเกณฑ์ใหม่มาตัดผม แล้วแจกชุดเครื่องแบบ แล้วให้ลงไปช่วยน้ำท่วมเลยทันที และถ้ายังไม่เพียงพอก็จะระดมกองหนุนที่เป็นพลเรือนมาช่วยด้วยขณะ ที่นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้เสนอว่า ทางทส.พร้อมที่จะเปิดอุทยานแห่งชาติ ที่อยู่ใกล้กทม.ให้เป็นศูนย์พักพิง และเท่าที่ไปตรวจราชการในต่างจังหวัด พบว่า ยังมีเครื่องสูบน้ำอยู่ตามต่างจังหวัด ทั้งในอบต. อบจ.จำนวนมาก จึงน่าจะระดมนำเครื่องสูบน้ำเหล่านั้นมาช่วยสูบน้ำในกทม.

นอก จากนี้ นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวฯ ได้เสนอให้เลื่อนการจัดงานมหกรรมวันพืชสวนโลก ออกไปเป็นวันที่ 16 ธ.ค.นี้ จากเดิมที่หนดไว้วันที่ 9 พ.ย.นี้ เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับถนนที่ต้องได้รับการซ่อมแซมหลังจากถูกน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม นายธีระ ได้แจ้งแก้ไขต่อครม.ว่า การเลื่อนงานมหกรรมวันพืชสวนโลก เลื่อนเป็นวันที่ 14 ธ.ค.นี้ ไม่ใช่วันที่ 16 ธ.ค.นี้

เผย ครม.เด้ง ผู้ว่าฯปทุมฯ เหตุทำงานขัดตา ออกสื่อให้แง่ลบรัฐบาล
ที่ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ตามที่กระทรวงมหาดไทย แจ้งได้โยกย้ายนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า จากผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยอย่างเร่งด่วนนั้น มีรายงานว่า เรื่องดังกล่าวเกิดจากการที่ในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ที่ นายพีระศักดิ์ ไม่มีการบริหารจัดการปัญหา และไม่ลงพื้นที่ช่วยประชาชนอย่างเต็มที่ รวมทั้งการดำเนินการในแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างขัดแย้งกับศปภ.อย่างสิ้นเชิง โดยมีความดื้อรั้นในหลายเรื่อง

ขณะ เดียวกัน ก็ยังให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ในแง่ลบกับรัฐบาลอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าว อ.สามโคก จ.ปทุมธานีพัง แต่ไม่ยอมต่อสู้อย่างเต็มที่ และยอมแพ้ง่าย ๆ

นอก จากนี้ ก็ยังเป็นที่รู้กันดีว่า นายพีระศักดิ์ เป็นคนสนิทของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และยังเป็นอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีกระแสข่าวมาตลอดตั้งแต่ช่วงรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศว่า จะถูกเด้งเข้ากรุ

 แหล่งที่มาของข่าว
หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก
Tags:
comments Comments (0)    -
October 26th, 2011 at 9:16 pm

ณเดชน์ โต้ลั่นถูกเรียกภาษีย้อนหลัง 5 ล้าน

“ณเดชน์” ปฏิเสธถูกกรมสรรพากรเช็คบิลเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 5 ล้าน เจ้าตัวบอกเงินที่หามาได้เสียภาษีตลอด ยันไม่เคยปกปิดรายได้ที่แท้จริง ปัดขึ้นแท่นเป็นคู่ขวัญคู่ใหม่กับ “ญาญ่า” แทนดารารุ่นพี่ “เคน-แอน”

ขึ้นชื่อว่าเป็นพระเอกดาวรุ่งพุ่งแรง จนสินค้าต่างรุมตอมให้เป็นพรีเซ็นเตอร์มากมาย สำหรับ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ซึ่งในปีนี้มีการประเมินรายได้ค่าเหนื่อยของเจ้าตัวคงไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท แต่ล่าสุดมีข่าวกระฉ่อนว่า พระเอกหนุ่มปกปิดรายได้จนโดนกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลังสูงถึง 5 ล้านบาท แต่กับเรื่องนี้เจ้าตัวปฏิเสธทันทีว่า…

“ข่าวว่าผมโดนภาษีย้อนหลัง 5 ล้านบาท ไม่ถึงครับๆ เรื่องว่าผมไปปกปิดก็คงไม่ปิดแล้วนะ เพราะโดนไปเกือบ 5 ล้าน (หัวเราะ) เงินทุกบาททุกสตางค์มีใบกำกับภาษีหมด เพราะให้คุณแม่ยื่นให้ เราเป็นคนที่ยืนอยู่กลางแจ้งไม่สามารถไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายได้อยู่แล้วครับ จริงๆ ต้องยอมจ่าย แต่ก็รู้สึกเสียดายมาก แม้ว่ามันจะล้านเดียวก็เสียดาย เงินเราหามาทั้งชีวิตก็อยากเก็บไว้ให้พ่อแม่บ้าง แต่ยังไงก็ต้องทำตามกฎหมาย แต่ไม่ถึง 5 ล้านบาทครับ สูงเกินไป ไม่ถึง 4 ล้านด้วย”

ส่วนกรณีที่ว่า “ณเดชน์” กับ “ญาญ่า” จะขึ้นมาเป็นคู่ขวัญแทนรุ่นพี่ “เคน ธีรเดช” กับ “แอน ทองประสม” เจ้าตัวแจงว่า…

“ไม่ จริงครับ เป็นไปไม่ได้ แต่ละคนมีบุคลิกที่ต่างกัน มีการแสดงต่างกัน พี่เขาทั้งคู่เป็นต้นแบบการแสดงของผมและนักแสดงอีกหลายๆ คน มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่ผมจะมาแทนที่”

Tags:
comments Comments (0)    -
October 26th, 2011 at 5:11 pm

วิกฤติน้ำท่วมจราจรเน็ตเพิ่มเท่าตัว เฟซบุ๊กในไทยโตเร็วอันดับ3ของโลก

 ฟรอสต์ฯ ระบุวิกฤติน้ำท่วมส่งผลให้การจราจรข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 40 ผู้คนอัพเดทเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ คลิกอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ในประเทศจากผลการวิเคราะห์ของเว็บไซต์อินเทอร์ เน็ตระดับท็อปเทนพบว่า การเปิดเว็บเพจต่อวัน (Daily hit) เพิ่มขึ้นจากเมื่อเดือนก่อนสูงถึงร้อยละ 40 โดยส่วนใหญ่เป็นเว็บไซต์ข่าว เช่น เนชั่นชาแนลดอตคอม (Nationchannel.com)และบางกอกโพสต์ดอทคอม (Bangkokpost.com) ซึ่งมีการเติบโตมากกว่าเท่าตัวภายใน 1 เดือน ในขณะที่เว็บไซต์มติชน และคมชัดลึกมีอัตราการเติบโตของการเปิดเว็บเพจมากกว่าร้อยละ 50

ดร.มนธิสินี กีรติไกรนนท์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลกเปิดเผยว่า วิกฤติน้ำท่วมของประเทศไทยครั้งนี้ทำให้ปริมาณของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อ อ่านเว็บไซต์ข่าวในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่แล้วสามารถแบ่งวัตถุประสงค์ได้เป็นสองแบบคือ เพื่อเชื่อมต่อกับผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในการอัพเดทข่าวน้ำท่วมผ่าน ทาง เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ นอกจากนี้ยังเพื่อเป็นการตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ของประเทศ และรับข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานต่าง ๆทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน

“เฟซบุ๊กยังคงเป็นเครือข่ายหลักทางสังคมออนไลน์ซึ่งมีผู้ใช้ในประเทศไทย เกือบถึง 12 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 17 ของประชากร เดือนนี้มีอัตราการเติบโตมากกว่าเท่าตัว เทียบกับปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราผู้ใช้เฟซบุ๊กเติบโตเร็วเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก บราซิล และอินเดีย และในวิกฤติน้ำท่วม ณ ปัจจุบัน ส่งผลให้อัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะสูงถึงร้อยละ 150 ใกล้เคียงกับประเทศอินเดีย ที่มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 162”

Tags:
comments Comments (0)    -
October 25th, 2011 at 7:32 pm

มติครม.27-31ตค.เป็นวันหยุดราชการ21จว.

มติครม.27-31ตค.เป็นวันหยุดรก.21จว.
ข่าวการเมือง วันอังคารที่ 25 เดือนตุลาคม พ.ศ.2554 18:26 น.

โฆษกรัฐบาล แถลง ครม.ประกาศวันที่ 27-31 ตุลาคม เป็นวันหยุดราชการ ในพื้นที่ 21 จังหวัด

นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ประกาศวันหยุดพิเศษ ในวันที่ 27 – 31 ต.ค.นี้ ในพื้นที่ประสบอุทกภัย 21 จังหวัด เช่น จ.นครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ ฯลฯ โดยยกเว้น หัวหน้าส่วนราชการตั้งแต่ระดับ 9 ขึ้นไป ซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนต่อไป ส่วนภาคเอกชนให้ผู้ประกอบการพิจารณาตามความเหมาะสม ยกเว้นประเภทธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภค-บริโภค และสินค้าขาดแคลน ทั้งนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งมอบหมายความรับผิดชอบในการป้องกันดูแลพื้นที่ป้องกันต่างๆ เช่น พระบรมมหาราชวัง โรงพยาบาลศิริราช และที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ ให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดูแลสถานที่สำคัญทางราชการ ให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแล ส่วนพื้นที่ทางเศรษฐกิจและเส้นทางการคมนาคมต่างๆ ได้มอบหมายให้ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ดูแล

สำหรับพื้นที่ประสบอุทกภัย 21 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี นครปฐม กำแพงเพชร ตาก และ กรุงเทพมหานคร

Link : http://www.innnews.co.th/มติครม-27-31ตค-เป็นวันหยุดรก-21จว–316897_01.html

Tags: , ,
comments Comments (0)    -
October 25th, 2011 at 7:26 am

ปรับโครงสร้างเขตพื้นที่การศึกษา…ต้องเพื่อเด็ก

ตามที่กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้กำหนดรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไปนั้น แต่เมื่อหันกลับมาดูประเทศไทยแล้วยังดูจะขาดความพร้อมในอีกหลายด้าน โดยเฉพาะคุณภาพของบุคลากรที่ดูเหมือนจะไล่ประเทศเพื่อนบ้านไม่ทัน  ทั้งที่หากเทียบด้านศักยภาพและทักษะของคนในชาติกันแล้วประเทศไทยน่าจะมี คุณภาพเหนือกว่า แต่ด้วยวิธีการแก้ปัญหาและพัฒนาเท่าที่ผ่านมายังขาดประสิทธิภาพ หรือดำเนินการไม่ตรงจุดทำให้ศักยภาพความสามารถที่มีอยู่ในตัวเด็กไม่ได้ถูก เค้นนำออกมาพัฒนาส่งเสริมกันอย่างจริงจัง แถมปล่อยให้ปัญหาในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาหมักหมมมา อย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าได้มีการคิดแก้ไขด้วยการปฏิรูปการศึกษามาแล้วกว่า 10 ปี และนำมาปรับปฏิรูปรอบ 2 กันใหม่อีกครั้งแล้วก็ตาม แต่คุณภาพการศึกษาก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่น่าจะเป็น ซึ่งส่วนนี้คงจะโทษว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งที่ผ่านมาไม่ดีก็ไม่ได้ เพราะสิ่งที่กฎหมายการศึกษากำหนดขึ้นทั้งหลักการและวิธีการล้วนเป็นแนวทาง ที่ดีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างที่ให้มีการยุบรวมหน่วยงานส่วนกลางที่มีมากถึง 14  กรม ให้เหลือเพียงแค่ 5 แท่ง เพื่อให้หน่วยงานส่วนกลางเกิดเอกภาพมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการด้าน การนโยบาย  สนับสนุน ส่งเสริม ติดตาม ประเมินผล ไม่ใช่เป็นผู้คิด สั่งการ รวมถึงปฏิบัติเองอย่างที่ผ่านมา หน่วยงานส่วนกลางจึงต้องมีขนาดเล็กลง โดยจะไปให้ความสำคัญกับระดับภูมิภาคที่เป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่จะต้องมีขนาดใหญ่ อำนาจต้องเทียบเท่ากรม ส่วนโรงเรียนก็ต้องเป็นนิติบุคคล  เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ในการบริหาร จัดการให้เป็นไปตามบริบทและความต้องการของท้องถิ่น

แต่พอดำเนินการเข้าจริงหน่วยงานส่วนกลางกลับไม่ยอมผ่องถ่ายอำนาจ แถมยังเพิ่มขนาดทั้งหน่วยงานและปริมาณงานมากขึ้น จึงทำให้เขตพื้นที่การศึกษาทำได้แค่ปฏิบัติตามหน่วยเหนือ ทำงานธุรการเป็นไปรษณีย์เชื่อมต่อ ระหว่างหน่วยเหนือกับโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ ผลลัพธ์จากการปฏิรูปการศึกษาครั้งที่ผ่านมาจึงได้แค่โครงสร้างที่ทำให้ผู้ บริหารจำนวนหนึ่งได้ตำแหน่งและซีที่สูงขึ้น แต่สำหรับคุณภาพการศึกษาของเด็กแล้วกลับไม่กระเตื้องขึ้นแต่อย่างใด ส่วนนี้จึงน่าจะเป็นคำตอบได้อย่างชัดเจนแล้วว่า โครงสร้างของหน่วยงานไม่ว่าจะมีจำนวนมาก น้อยหรือขนาดใหญ่ เล็กก็ตาม หากไม่ปฏิบัติตามหลักการ วิธีการที่กำหนดไว้ คุณภาพการศึกษาก็คงไม่เกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนา คุณภาพเด็ก ที่มีอยู่มากมายก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครูขาดแคลน ที่ทุกฝ่ายบอกว่ารับรู้แล้วว่าปัญหาคุณภาพการศึกษาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมา จากโรงเรียนขาดครูที่ไม่พอสอนครบทุกวิชา หรือไม่พอสอนครบชั้น แต่มาจนถึงบัดนี้ โรงเรียนจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กก็ยังขาดแคลนครูอยู่อย่างมาก มายเช่นเดิม

ปํญหาด้านคุณภาพของครูและผู้บริหาร ที่ปัจจุบันนี้คงต้องยอมรับความจริงกันว่ายังมีครูและผู้บริหารสถานศึกษา จำนวนไม่น้อยขาดคุณภาพ ยังไม่เป็นครูหรือผู้บริหารมืออาชีพด้วยด้อยทั้งด้านความรู้ ความเข้าใจในวิทยาการใหม่ ๆ
ขาดความเข้าใจและไม่ให้ความสำคัญหลักสูตรสถานศึกษากับการนำไปสู่การปฏิบัติ จริง เพื่อให้บรรลุผลตามมาตรฐานการศึกษาที่กำหนดไว้อย่างจริงจัง ผู้บริหารขาดประสิทธิภาพ การบริหารจัดการและแนวทางการพัฒนา ครูยังไม่ปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนให้ทันยุคทันเหตุการณ์ รวมถึง การขาดซึ่งอุดมการณ์และจรรยาบรรณในวิชาชีพครู ทำให้ความมุ่งมั่นทุ่มเทกับการแก้ปัญหาและพัฒนาเกิดขึ้นไม่เต็มที่ เต็มเวลา เต็มความสามารถที่มีอยู่อย่างแท้จริง

ปัญหาด้านนโยบายการจัดการศึกษาที่ขาดประสิทธิภาพ โดยส่วนใหญ่เป็นนโยบายรายบุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ ไม่สอดคล้องกับแผนการศึกษาชาติ และแผนพัฒนาด้านอื่น ๆ ของประเทศ เมื่อนโยบายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาการดำเนินงานของภาคปฏิบัติจึงทำ ขึ้นเพื่อให้มีไว้ตรวจสอบและรายงานผลให้หน่วยเหนือทราบมากกว่าที่จะนำไป พัฒนาเด็กอย่างแท้จริง

ปัญหาต่อมาก็คงเป็นงานที่ทำเพื่อสนองภารกิจของหน่วยงานที่เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และ สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)ที่ได้มีการวัดประเมินผลกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวิธีการวัดและประเมินผลที่ว่านี้ก็ใช้หลักเกณฑ์และเนื้อหาเป็นไม้บรรทัด เดียวกันทั้งประเทศ โดยไม่ได้คำนึงถึงบริบท ความต้องการของผู้เรียน ของท้องถิ่น หรือความพร้อมในการจัดการศึกษาในแต่ละพื้นที่ และเมื่อได้ผลพบอุปสรรคปัญหาใดแล้วก็ไม่ได้ช่วยเหลือแก้ไข เมื่อปัญหาเก่ายังไม่ได้รับการแก้ไข การประเมินและวัดผลครั้งใหม่ก็ยังดำเนินการต่อไปอีก ปัญหาซ้ำ ๆ จึงเกิดขึ้นเป็นวัฏจักรกลับมาให้วิพากษ์วิจารณ์กันเช่นเดิมอีก  ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้นอกจากจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาด้านคุณภาพการศึกษาแล้ว ยังเป็นการเพิ่มงานเอกสารและธุรการให้กับครูอีกจำนวนมาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนลดลง รวมถึงพลอยทำให้ครูจำนวนหนึ่งหลงทางกับการพัฒนาเด็กเพราะแทนที่จะจัดการ ศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กตามศักยภาพที่มีอยู่กลับไปมุ่งเป้าพัฒนาสนองกับวิธีการ ประเมินและวัดผลด้วยวิธีการที่กล่าวมา

ซึ่งปัญหาการจัดการศึกษาของไทยยังมีประเด็นยิบย่อยอีกไม่น้อยที่เข้ามารบกวน เวลาการสอนของครู อย่างกรณีที่หน่วยงานต้นสังกัดและนอกสังกัดกำหนดโครงการ กิจกรรม ส่งไปให้โรงเรียนดำเนินการ โดยลืมนึกถึงความเป็นจริงว่าครูมีหน้าที่สอนเด็กไม่ใช่เป็นบุคลากรทางการ ศึกษาที่ต้องมารองรับงานที่เจ้าหน้าที่ส่วนกลางคิดให้ปฏิบัติ แถมที่หนักสุดก็คือ ต้องรายงานให้ทราบอย่างเร่งด่วนอย่างที่เห็นกันอยู่ ดังนั้นหากหวังต้องการพัฒนาเด็กให้เกิดคุณภาพเต็มตามศักยภาพและมีความพร้อม ที่จะก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมีศักดิ์ศรีแล้วก็ขอให้ครูได้ทำหน้าที่สอน ศึกษานิเทศก์ได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือ สนับสนุน ส่งเสริม ร่วมกับครูพากันทำ ผู้บริหารสถานศึกษาได้บริหารจัดการเรื่องคุณภาพการศึกษาอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งแก้ปัญหาที่ได้นำเสนอในเบื้องต้นให้ได้ก็เชื่อว่าจะทำให้คุณภาพ ชีวิตของเด็กดีขึ้นมากกว่าที่จะไปคิดเปลี่ยนแปลงแก้ไข อยู่กับโครงสร้างเพียงอย่างเดียว

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อต้องมีการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จากที่มีอยู่ 42 แห่งให้ครบทุกจังหวัดกันอีกก็ขอให้ทำเพื่อคุณภาพการศึกษาของเด็กอย่างแท้ จริงไม่ใช่มีผลประโยชน์อื่นเกี่ยวกับอำนาจ ตำแหน่งและซี แอบแฝงอยู่ อย่างที่ผ่านมา และที่สำคัญในการคิดปรับโครงสร้างใหม่ครั้งนี้ก็ควรคิดอย่างเป็นระบบเพราะ หากคิดเพิ่มแต่ สพม.  อย่างเดียว คิดว่าปัญหาคงไม่จบ เพราะแค่แนวคิดนี้ออกมาก็มีฝ่ายประถมศึกษาบางส่วนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย แล้ว เพราะเกรงว่าอำนาจในส่วนที่เป็นคณะกรรมการต่าง ๆ จะต้องถูกยกเลิกไป ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ยังไม่ได้นึกห่วงเด็กอยู่ดี หรือไม่อีกหน่อยก็คงออกมาเรียกร้องให้เกิดหน่วยงานต้นสังกัดแยกออกเป็น

กรมประถมและกรมมัธยมกันอีก ด้วยบริบทของการพัฒนาเด็กในแต่ละระดับไม่เหมือนกัน ซึ่งแนวคิดการแยกประถมและมัธยมใน สพฐ. ปัจจุบันก็เริ่มมีให้เห็นกันแล้วที่มีการตั้งสำนักมัธยมและสำนักประถมศึกษา เกิดขึ้นเมื่อต้องมีการปรับในระดับเขตพื้นที่การศึกษาก็น่าจะถือโอกาสปรับ โครงสร้างในส่วนกลางไปในคราวเดียวกันเลย โดยให้มีสำนักงานที่เทียบเท่ากรมเกิดขึ้นใน สพฐ. สัก 3 สำนัก คือ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการมัธยมศึกษาและสำนักบริหารงานวิชาการเช่นเดียวกับสำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษา ที่มีหน่วยงานทั้ง กศน. สช. และ ก.ค.ศ. เทียบเท่ากรมอยู่ในสังกัด เพื่อให้การบริหารจัดการสอดคล้องกับการพัฒนาเด็กในแต่ละระดับมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อคิดถอยหลังลงคลองกันแล้วก็น่าจะทำกันตั้งแต่วันนี้ดีกว่าปล่อยให้ เสียเวลาไปเรื่อย ๆ แล้วค่อยมาคิดทำกันในภายหลัง หากคิดจะทำแล้วก็อย่ามัวเขินอายว่าจะต้องหันกลับไปใช้ของเก่า เมื่อรู้ว่าเดินหน้าไปแล้วผิดพลาดสู้ยอมถอยหลังมาตั้งหลักใหม่คงไม่ใช่ เรื่องน่าอาย แต่ถ้าเดินหน้าไปแล้วเกิดความผิดพลาดผู้ที่ได้ประโยชน์กลับเป็นผู้ใหญ่แต่ เด็กไม่ได้รับประโยชน์อย่างนี้สิน่าอายกว่า.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 25th, 2011 at 7:21 am

ภัยจากโลกออนไลน์จับสาวแสบแชทบีบีตุ๋นพริตตี้20คน

จับสาวแสบแชทบีบีหลอกพริตตี้20ราย เสียเงินค่าสมัคร500บาทงานก็ไม่ได้

เมื่อ เย็นวันที่ 24 ต.ค. พ.ต.ต.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุฝผาราม นำกำลังจับกุม น.ส.อัยดา หรือจ๋า อักษรสม อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาฉ้อโกงพร้อมของกลางเงินสด ที่ตำรวจถ่ายเอกสารไว้  1,500 บาท และเอกสารประกอบการสมัครงานพริตตี้ ที่ผู้เสียหายกรอกรายละเอียดแล้ว 18 ชุด จับได้ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาอิสรภาพ  ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีหญิงสาวหน้าตาดีเกือบ 20 ราย เข้าแจ้งความว่า ถูก น.ส.อัยดา ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือบีบี มาชักชวนให้ไปทำงานพริตตี้เปิดตัวสินค้าตามห้างดังได้ค่าแรงดีวันละ 800 บาท สัญญาผูกขาดงานยาว 3 เดือน แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการสมัครคนละ 500 บาท จนเหยื่อหลงเชื่อจ่ายเงินจำนวนมากสุดท้ายไม่ได้งานแถมถูกเชิดเงินไป

ชุด จับกุมจึงวางแผนถ่ายเอกสารธนบัตรใบละ 500 บาท จำนวน 3 ใบ ให้สายลับ 3 คน แชทบีบีนัดหมาย น.ส.อัยดา  มาพบที่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าวขอสมัครงานเมื่อเขียนใบสมัครและจ่ายเงินกัน เป็นที่เรียบร้อยจึงรวบตัวไปดำเนินคดีที่ สน.บุปผาราม

Tags:
comments Comments (0)    -
October 25th, 2011 at 7:12 am

ท่วมจรัญฯ1.30ม.ปิดอุโมงค์บางพลัด(ชมภาพชุด)

การจราจรอัมพาต หลังน้ำทะลักซอยจรัญฯ74/1-80 ถึง1.30เมตร เอ่อท่วมถนน ต้องปิดอุโมงค์บางพลัดไม่ให้รถผ่าน

ผู้ สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในด้านฝั่งธนบุรีว่า  เมื่อเวลา 23.45 น. วันที่ 24 ต.ค.  น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักแนวคันชั่วคราวที่ใช้กระสอบทรายหนุน  แทนคันคอนกรีตที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ทำให้ระดับน้ำในซอยจรัญสนิทวงศ์ 32-36 ในเขตบางกอกน้อยสูงถึง  60 ซม. รถเล็กผ่านยากลำบาก  และระดับสูงขึ้นในช่วงดึกจนรถเล็กผ่านไม่ได้  รวมทั้งยังทะลักท่วมซอยจรัญสนิทวงศ์74/1-80 ในเขตบางพลัด  สูงถึง  1.30 เมตร  และเอ่อล้นออกถนนใหญ่สูง 50-60 ซม.  ตำรวจต้องปิดการจราจรห้ามใช้อุโมงค์บางพลัดมุ่งหน้าสะพานพระราม 7  เนื่องจากเมื่อโผล่พ้นอุโมงค์มาแล้วจะมาเจอจุดที่น้ำท่วมขังสูงพอดีจะยิ่งมี ปัญหาการจราจรอีกทั้งรถเล็กอาจต้องจอดเสีย   จึงต้องปิดเส้นทางดังกล่าว  ทำให้การจราจรเป็นอัมพาต

Tags:
comments Comments (0)    -
October 25th, 2011 at 7:11 am

เจ้าพระยา2.30ม.ทุบสถิติปี38ริมฝั่งอพยพด่วน

ขอครม.ให้28,31ต.ค.หยุดราชการรับน้ำทะเลหนุน หวั่น25-26ต.ค.น้ำเหนือมาก่อนเอาไม่ทัน เปิดม.ธุรกิจบัณฑิตย์เป็นศูนย์อพยพ วอนกรมชลฯระบายน้ำ

เมื่อเวลา 19.15 น. วันที่ 24 ต.ค. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แถลงหลังประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ว่า มวลน้ำก้อนใหญ่จากเหนือกำลังไหลบ่าเข้ากรุงเทพฯ มากขึ้นทั้งจากบนบกและในน้ำ โดยวันนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุดช่วงบ่ายอยู่ที่ 2.30 ม.ถือว่าสูงที่สุดทำลายสถิติเมื่อปี 2538 อยู่ที่ระดับ 2.27 ม. สถานการณ์น้ำอันตรายมาก ขอให้ชุมชนนอกเขื่อน 27 ชุมชน ใน 13 เขต อพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ส่วนบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่อยู่ในแนวคันกั้นน้ำควรติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด และควรเตรียมแผนอพยพได้แล้ว ขณะนี้เขตริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีปัญหาหนักอยู่ที่เขตบางพลัด โดยถนนจรัญสนิทวงศ์ตั้งแต่ เชิงสะพานพระราม 7 ถึงจรัญสนิทวงศ์ 74 เกิดจากแนวคันกั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยาจรัญสนิทวงศ์ 74/1 ชำรุด ทำให้เกิดน้ำทะลักเข้าพื้นที่เป็นวงกว้างจนเกิดน้ำท่วมขัง รถยนต์วิ่งผ่านไม่สะดวก ประชาชนบางส่วนต้องอพยพจากพื้นที่ ขณะที่บนถนนสิริธรมีน้ำทะลักมาจากพื้นที่บางกรวยท่วมขังด้วย กทม.ต้องเฝ้าระวังคันกั้นน้ำตลอดแนว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า จากการระดับน้ำในคลองหกวา เขตสายไหม ใน 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 1 ซ.ม.ขอย้ำให้ประชาชนใน 6 เขต ได้แก่ ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และสายไหม เฝ้าระวังยกของขึ้นที่สูง หากเห็นสถานการณ์ไม่ดีควรอพยพ แต่ไม่เร่งด่วนเท่าบ้านเรือนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนปริมาณน้ำที่ถนนวิภาวดีรังสิตไหลไม่แรงเท่าเมื่อวาน แต่ปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้น้ำถึงหน้าสนามบินดอนเมืองแล้ว ให้ชาวบ้านในเขตหลักสี่ที่ต้องการอพยพเข้าไปอยู่ที่ ม.ธุรกิจบัณฑิต ได้ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 25 ต.ค. รองรับได้ 1,000 คน
ผู้ ว่าฯ กทม. กล่าวว่า พรุ่งนี้จะเสนอ ครม.ให้วันที่ 28 ต.ค. และ 31 ต.ค. เป็นวันหยุดราชการ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง แต่ยังเป็นกังวลเกรงว่าช่วงวันที่ 25-26 ต.ค.นี้ มวลน้ำก้อนใหญ่จากเหนือจะมาถึงพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อน  ต้องเตรียมรับมือ ขณะนี้ กทม.เปิดระบายประตูระบายน้ำทุกบานออกทะเลได้ 1,600 ลบ.ม./วินาที หากกรมชลประทานยอมเปิดประตูระบายหนองจอกและประตูระบายน้ำประเวศ จะระบายเพิ่มได้ 100 ลบ.ม./วินาที หรือเท่ากับ 10 ล้าน ลบ.ม./วัน
ศูนย์ ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กทม. รายงานสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 24 ต.ค.54 (ข้อมูล ณ เวลา 18.00 น.) ปริมาณฝนสูงสุดตลอดทั้งวัน ที่สถานีคลองภาษีเจริญ(ตอนคลองมหาศร) เขตหนองแขม 8.5 มม. ส่วนปริมาณฝนรวมตั้งแต่ 1 ม.ค.-24 ต.ค. 54 รวม 2,193 มม. มากกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 42.8 น้ำเหนือ(ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา) วันที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและพระราม 6 รวม 3,893 ลบ.ม.ต่อวินาที (ลดลงจากเมื่อวาน 57 ลบ.ม./วินาที) ผ่านอ.บางไทร 3,417 ลบ.มต่อวินาที(ลดลงจากเมื่อวาน 89 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำที่ อ.บางไทร 4.21 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง(ม.รทก.)เท่ากับเมื่อวาน ส่วนระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตรวจวัดที่ปากคลองตลาดสูงสุดเมื่อเวลา 16.00 น. อยู่ที่ 2.30 ม.รทก. ต่ำกว่าคันกั้นน้ำ 50 ซม. ทั้งนี้ พบว่า ระดับน้ำทะเลหนุนสูงผิดปกติประมาณ 15 – 20 ซ.ม. หากปรากฎการนี้ยังไม่อ่อนกำลังลงจะมีผลกระทบต่อ กทม.ช่วงปลายเดือนช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุดประจำเดือนต.ค.
รายงาน สถานการณ์น้ำทุ่ง ล่าสุด เริ่มเดินทางถึงคลองหกวาสายล่าง เขตสายไหม ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ขณะที่ระดับน้ำในคลองต่าง ๆ เปรียบเทียบกับวานนี้ ล่าสุดระดับน้ำคลองเปรมประชากร ระดับสูงล้นตลิ่ง คลองทวีวัฒนาด้านนอก(ฝั่งจ.นนทบุรี) สูงขึ้น 4 ซม. ส่วนคลองอื่น ๆ ปกติ สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำในกทม. พบมีน้ำท่วมขังที่ถนนสิรินธรขาเข้า 2 เลน ด้านนอก เช่นเดียวกันถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีฯ(ช่วงดอนเมือง) ถ.สายไหม ตั้งแต่วัดหนองใหญ่-ซ.เพิ่มสิน ถนนแจ้งวัฒนะเป็นช่วงๆ ตั้งแต่ริมคลองประปา-เชิงสะพานหน้าศูนย์ราชการฯ และถนนพหลโยธินตั้งแต่หน้าอนุสรณ์สถาน-พหลโยธิน ซ.54/1

Tags:
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 7:54 pm

‘สมเจตน์’ชี้แก้พรบ.กลาโหมมีนัยแฝง

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเรียกประชุมสภาในวันที่ 26-27 ต.ค. ว่า ตนเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ประธานสภาจะเรียกประชุมเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา อุทกภัยที่เกิดขึ้น เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นต้องการความเห็นจากทุกภาคส่วน แต่อย่าอาศัยช่วงชุลมุนหมกเม็ดนำเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าในระเบียบวาระ โดยเฉพาะร่างแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม แม้ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องนี้ในวาระ แต่ประธานสภาก็มีสิทธิเลือกวาระเข้ามาประชุมในสภาได้

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามหากพรรคเพื่อไทยจะฉวยโอกาสเสนอแก้ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ถือเป็นเรื่องผิดมารยาทมาก เพราะประชาชนกำลังประสบภัยน้ำท่วมก็ควรจะระดมความคิดช่วยรัฐบาลแก้ปัญหา มากกว่า หากเอาขึ้นมาทางพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอวาระอื่นขึ้นมา หากไม่ได้ก็จะวอล์กเอาต์
ด้าน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การเสนอแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม สามารถทำได้ โดยมีขั้นตอนคือ ส.ส.เป็นผู้เสนอเข้ามา จากนั้นรัฐบาลจะรับไปพิจารณาภายใน 30 หรือ 60 วัน ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องนำเสนอร่างพ.ร.บ.ประกบคู่ไปกับร่างของ ส.ส. ดังนั้นร่างของรัฐบาลซึ่งเกี่ยวกับทหารจึงต้องผ่านการพิจารณาของที่ประชุม สภากลาโหมให้พิจารณาร่างขึ้นมาเพื่อมาประกบกับร่างที่ ส.ส.เสนอแก้ จากนั้นรัฐบาลถึงจะนำเข้าสู่ที่ประชุมสภา อย่างไรก็ตามทางสภากลาโหมอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งนี้ ตนมองว่า เรื่องนี้มีนัยสำคัญ ถ้ามีการแก้ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ตนมองว่ามีเจตนาเข้ามาแทรกแซงเพื่อต้องการให้กองทัพอ่อนแอ เมื่อกองทัพอ่อนแอจะทำให้สถาบันอื่นอ่อนแอไปด้วย หรือเป้าหมายต่อไปคือ ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศนั่นเอง.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 7:45 pm

ทดสอบนายกฯฝ่าวิกฤติสื่อนอกตีข่าวเชื่อผ่านไปได้

ต่างชาติตีข่าวน้ำท่วมบททดสอบนายกฯป้ายแดงกับเดิมพันเก้าอี้ผู้บริหารประเทศ ชี้อยู่ระหว่างเรียนรู้แต่เชื่อว่าจะผ่านไปได้ด้าน “ตือ” ชี้วัฒนธรรมองค์กรเป็นอุปสรรคของการแก้ปัญหา แนะหาเครื่องมือพิเศษใช้เป็นทางลัดแก้ไขความล่าช้า ปชป.จวก “ปู” ปากว่าตาขยิบ ปล่อยลูกพรรคเล่นการเมืองขัดขาผู้ว่าฯกทม.เป็นต้นเหตุน้ำท่วม จี้นายกฯปฏิรูป ศปภ.แถลงความจริง แถมลามไปถึงประธานสภา อย่าฉวยโอกาสยัด พ.ร.บ.กลาโหมเข้าสภาสัปดาห์หน้า เตือนรัฐบาลเร่งดูแลความเครียดของประชาชน

ศปภ.น้อมรับทุกปัญหา

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้เดินทางมาวางพวงมาลาหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันปิยมหาราช โดยพิธีดังกล่าวดำเนินไปอย่างเรียบง่าย จากนั้นประชาชนทุกหมู่เหล่า หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน นำพวงมาลาถวายราชสักการะด้วยเช่นกัน อาทิ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย โรงเรียนจ่าอากาศ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ก่อนจะมาที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ดอนเมือง เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ (ไอซีที) กล่าวถึงการเปิดเผยข้อมูลของ ศปภ.ว่า ศปภ.ไม่เคยปิดบังข้อมูล มีการแถลงข้อเท็จจริงให้สื่อมวลชนทราบอยู่ตลอด ศปภ.รับฟังข้อคิดเห็นทุกฝ่าย แต่ท้ายที่สุดต้องขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม ซึ่งข้อเสนอเสียงส่วนน้อยไม่ได้รับฟังก็เป็นเรื่องปกติของการบริหารจัดการ ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ประชาชนไม่เชื่อข้อมูลของ ศปภ. น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า คนที่เชื่อไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นก็เยอะ ส่วนคนไม่พอใจเราก็รับฟังมาปรับเพื่อสร้างความพึงพอใจอยู่แล้ว

วอน ปชช.ฟังข่าวราชการ

รมว.เทคโนโลยีฯยังกล่าวถึงกรณีนักวิชาการออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำ ท่วมผ่านทางสังคมออนไลน์ว่า ประชาชนควรมีแนวทางการรับข่าวสารก่อนตัดสินใจ แต่อยากให้ติดตามข้อมูลจากทางราชการมากกว่าช่องทางอื่น หากเป็นการแสดงความคิดเห็นนั้น ประชาชนควรจะพิจารณาว่ามาจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหรือไม่ ส่วนการปล่อยข่าวลือด้านลบที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยากเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะข่าวที่ปล่อยออกมาได้สร้างความเสียหายทั้งสภาพจิตใจ และการบริหารจัดการปัญหาของรัฐบาลเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้

ต่อข้อถามถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่ารู้ตัวคนปล่อยข่าวด้านลบของนายกฯ แล้ว โดยเป็นนักการเมืองระดับชาติอยู่เบื้องหลัง น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เราได้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามการกระทำที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งตนจะเร่งสืบค้นต้นตอของผู้ที่ปล่อยข่าวลือโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมายไม่มีการกล่าวหาใครทั้งสิ้น

ข้องใจค้าน พ.ร.บ.ป้องกันภัย

“การแสดงความคิดเห็นผ่านสังคมออนไลน์ถือเป็นสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่ในสภาวะที่เรากำลังเผชิญภัยพิบัติ ความร่วมมือและการสร้างความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญขออย่าใช้เครื่องมือสื่อ สารเหล่านี้บิดเบือนทางการเมือง หากแสดงความเห็นด้วยความบริสุทธิ์ใจเราน้อมรับ แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ในสภาวะแบบนี้ไม่ควรมีสีมีข้างแบ่งพรรคแบ่งพวก อยากให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเพื่อให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 แทนการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพราะไม่เกิดประโยชน์นั้น ชื่อของพ.ร.บ.ป้องกันฯ ก็บอกอยู่แล้วว่าใช้ในการป้องกันภัยธรรมชาติ ที่สำคัญ พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ทุกพรรคการเมืองร่วมกันผ่านสภา จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดพรรคประชาธิปัตย์จึงแสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับ นี้ ทั้งนี้ถือว่าตรงจุดที่สุดในการแก้ไขปัญหาในขณะนี้

ต่างชาติชี้บทเรียน “ยิ่งลักษณ์”

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานบทความเรื่องน้ำท่วมใหญ่บททดสอบนายกฯมือใหม่ของไทย ว่า น้ำท่วมใหญ่ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย แม้จะเป็นผู้ด้อยประสบการณ์ในทางการเมือง แต่ก็พยายามที่จะทำความเข้าใจในเรื่องวิบัติภัย ซึ่งก็อาจกำหนดอนาคตทางการเมืองของเธอก็ได้ โดยนายพอล แชมเบอร์ส นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องประเทศไทยของมหาวิทยาลัยพายัพ เชียงใหม่ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ขาดภาวะผู้นำ แต่เธอเหมือนกับถูกบังคับให้ยอมรับไปโดยปริยายกับความรู้สึกของคนหมู่มากว่า เธอเป็นเพียงตัวแทนที่ไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ซึ่งนั่นก็ยากลำบากสำหรับเธอแล้วที่จะต้องมาเรียนรู้ในช่วงเวลาอันแสนสาหัส จากภาวะน้ำท่วมใหญ่ในขณะนี้

ขณะที่นายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้พยายามทำอย่างดีที่สุดแล้วแต่ก็ไม่เพียงพอ เธอจำต้องมีการตัดสินใจที่แน่วแน่กว่านี้ แต่เธอก็กำลังอยู่ระหว่างการเรียนรู้ และต้องมีการร่วมมือกันมากขึ้น ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะรับผิดชอบได้มากขึ้น วิกฤติการณ์ครั้งนี้กำลังจะเป็นการกำหนดอนาคตตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์

“ตือ”แนะหาเครื่องมือพิเศษ

วันเดียวกันนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า การแก้ปัญหาของประเทศบนสถานการณ์ที่ไม่ปกติ จะพบว่าวัฒนธรรมขององค์กรที่ผูกติดกับระบบระเบียบ ขั้นตอน คือมหาอุปสรรค ที่ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความล่าช้า ไม่ทันการจนทำให้เกิดความเสียหายมานักต่อนักแล้ว ทำไมไม่หาช่องทางพิเศษที่จะใช้ลัดเส้นทางวัฒนธรรมขององค์กร ด้วยการคิดสร้างเครื่องมือของรัฐใหม่ที่เปิดช่องทางให้ทุกภาคส่วนสามารถเดิน ฝ่ากำแพงที่กีดกั้นความเป็นรัฐกับเอกชนด้วยระเบียบ ขั้นตอนวิธีปฏิบัติมาถึงกัน เพื่อประสานมือประสานใจประสานความคิดร่วมกันโดยง่าย

“ผมเชื่อว่าภัยธรรมชาติที่เกิดจากน้ำครั้งนี้จะไม่ใช่ภัยครั้งสุดท้ายที่จะ เกิดบนแผ่นดินของเรา ผู้รับผิดชอบของประเทศทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิดและทำ สร้างเครื่องมือพิเศษนี้มารองรับเถิดครับ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าเลือดรักชาติของคนไทยเข้มข้นไม่แพ้ชาติใดในโลก เมื่อมาผนวกกับสติปัญญาที่ไม่เป็นที่สองรองใคร ประเทศและคนไทยจะสามารถก้าวข้ามทุกวิกฤติที่เกิดจากภัยพิบัติทุกประเภทได้ แต่มีเงื่อนไขนิดเดียวว่าเครื่องมือพิเศษต้องไม่ใช่ใครคิดคนเดียวแล้วทำคน เดียวขอให้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นหัวใจสำคัญนะครับ” นายสมศักดิ์กล่าว

ปชป.รุมยำสนุกปาก

ทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรค กล่าวว่า หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเพื่อให้ผ่านสถานการณ์ วิกฤติน้ำท่วมไปด้วยดีนั้น รู้สึกเหมือนนายกฯปากว่าตาขยิบ เพราะคนของตัวเองกลับนำการเมืองมาปะปน นายกฯ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าแกนนำ ส.ส.พรรคภาค กทม.ได้มีการประชุม ส.ส.ในเขตที่ประสบภัยพิบัติ คือ มีนบุรี หนองจอก คลองสามวา และลาดกระบัง โดยมีลักษณะให้ทำการขัดแข้งขัดขาผู้ว่าฯกทม. ตำหนิการทำงาน จึงเรียกร้องให้รู้กาลเทศะบ้างอย่าเล่นการเมืองมากไป ตอนนี้ไม่ใช่สถานการณ์ให้ใครมาเล่นบทวีรสตรีเพื่อหวังลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ใน ปีหน้า

นายสกลธีกล่าวต่อว่า ตลอดช่วง 3 สัปดาห์ที่มีการแต่งตั้ง ศปภ.การทำงานยังเหมือนพายเรือในอ่าง มีปัญหามากมาย โดยเฉพาะปัญหาความน่าเชื่อถือการให้ข่าวสร้างความแตกตื่นมากมาย และมีความขัดแย้งภายใน ศปภ. ทั้งรัฐมนตรีในแถว 3 4 5 กับคนไม่มีอำนาจในบ้านเลขที่ 111 มีการแย่งซีนกันทำให้การทำงานของ ศปภ.ไม่ลื่นไหล สิ่งเหล่านี้นายกฯต้องเข้ามาจัดการ เพราะประชาชนอยากเห็นมากที่สุดคือภาวะผู้นำของนายกฯ และจากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนอยากเห็นรัฐบาลพูดความจริง ตอนนี้ประชาชนเลิกกลัวน้ำท่วมกลับกลัวการแถลงของ ศปภ.มากกว่า ว่าจะบิดเบือนความจริง ถ้าพูดความจริงคน กทม.รับได้ เพราะมีการเตรียมรับสถานการณ์ เพียงแต่อยากรู้ว่าจะท่วมตรงไหนบ้าง ท่วมแค่ไหน

เรียกร้อง 7 ข้อต่อนายกฯ

นายสกลธีกล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องต่อนายกฯ 7 ข้อ คือ 1. ต้องเร่งทำให้ประชาชนเบาใจ ด้วยการแสดงภาวะผู้นำจริงจัง แถลงความจริงอย่างรวดเร็วเพื่อรับต่อสถานการณ์ และปฏิรูปการแถลงของ ศปภ.หาโฆษกที่พูดจารู้เรื่องกว่านี้ 2. ต้องเตือนลูกหาบและ ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่าเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นตัวประกัน เพื่อหาเสียง หรือเตรียมตัวสมัครผู้ว่าฯกทม.สมัยหน้า 3.ตักเตือน ส.ส.ที่ไม่เกี่ยวข้องมือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ ออกมาบริภาษผู้เกี่ยวข้องทั้งที่คนเหล่านี้ได้ทำงานอย่างเต็มที่ 4. บอกลูกพรรคให้หยุดสร้างความแตกแยกแบ่งพวกแบ่งสี เช่น บังคับให้อาสาสมัครใส่เสื้อสีแดง  5. ให้ตักเตือนเรื่องการขาดสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องจัดการผู้ที่กักตุนสินค้า และขึ้นราคาสินค้าอย่างเด็ดขาด 6. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษากฎหมายดูแลทำงานให้เต็มที่ เพราะขณะนี้มีการซ้ำเติมประชาชน เช่น การโจรกรรม และ 7. ขอให้นายกฯเลิกดื้อดึงและฟังความเห็นทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง อย่ากีดกันที่ไม่ใช่พวกตนเองออกไป

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา จะเรียกประชุมสภาในวันที่ 26-27  ต.ค.ว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นต้องการความเห็นจากทุกภาคส่วน แต่อย่าอาศัยชุลมุนหมกเม็ดนำเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าในระเบียบวาระ โดยเฉพาะร่างแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม แม้ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้ในวาระ แต่ประธานสภาก็มีสิทธิเลือกวาระเข้ามาประชุมในสภาได้

จี้ดูแลความเครียดประชาชน

ด้าน น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องว่า ให้กระทรวงสาธารณสุขติดตามภาวะความเครียดของประชาชนที่เสี่ยงจะฆ่าตัวตาย โดยจากการประเมินปัญหาสุขภาพจิตมียอดรวมสะสม 84,467 ราย พบว่ามีความเครียดสูง 3,148 ราย มีภาวะซึมเศร้า 4,560 ราย มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 596 ราย และต้องติดตามดูแลพิเศษ 901 ราย จึงขอให้รัฐบาลดูแลชีวิตประชาชนเต็มที่ นอกจากนี้ได้รับการร้องเรียนว่ามีการกักเก็บของบริจาคทำให้ส่งถึงมือผู้ เดือดร้อนล่าช้าไม่ทั่วถึง

“วันนี้การช่วยเหลือบางแห่งยังเข้าไม่ถึง ทั้งที่ของบริจาคกองโตเท่าภูเขาแต่คนอนุมัติไม่อยู่ ต้องรอลายเซ็น ส.ส.เจ้าพ่อใหญ่คนเดียว ขอร้องว่าขอให้ทำ ศปภ.เป็นศูนย์ช่วยผู้ประสบภัยจริง ๆ ไม่ใช่ทำให้กลายเป็นศูนย์ประจานภูมิปัญญา เพราะเต็มไปด้วยแกนนำคนเสื้อแดง ที่เข้าไปชี้นิ้วสั่งการกันอย่างเอิกเกริกจนกลายเป็นศูนย์รวมสารพัดแดง โดยที่มิได้มีความรู้ความสามารถในเรื่องการบริหารจัดการน้ำแต่อย่างใด” น.ส.มัลลิกา กล่าว.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 7:42 pm

ศธ.แจกปูน ทราย อิฐ แถมให้คนไปช่วยก่ออิฐให้ที่บ้านด้วยฟรี

 ใช้บัตรประชาชน-ทะเบียนบ้านมารับจำกัดปูนไม่เกิน 20 ถุงอิฐบล็อกไม่เกิน100 ก้อนทรายไม่เกิน 100 ถุงต่อครอบครัว

เมื่อ วันที่  24 ต.ค. นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)  แถลงว่า  จากภาวะวิกฤติครั้งใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนเดือนร้อน   นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ   (ศธ.)  มอบหมายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ร่วมกับ กศน. จัดโครงการแจกวัสดุ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย  เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน  ที่ไม่สามารถหาซื้อวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง  ทั้งอิฐบล็อก  ปูน และทราย มาใช้ป้องกันน้ำท่วมได้  ดังนั้น   2 หน่วยงานจึงจัดหาวัสดุก่อสร้างมาแจกประชาชนทุกวันฟรี ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 ต.ค.ตลอด24 ชม.  หรือจนกว่าของจะหมด    โดยต่อวันจะแจกอิฐบล็อก  5 หมื่นก้อน  ปูน 1 หมื่นถุง และทราย 3 หมื่นถุง    พร้อมจัดชุดอาสาสมัคร ศธ. ไปช่วยก่ออิฐ ให้ประชาชนฟรี วันละ 1,000 คน

ทั้งนี้ผู้รับแจกวัสดุ ต้องนำบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน มาแสดงด้วยโดยรับได้ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ   ถนนราชดำเนิน จำกัดครอบครัวรับวัสดุต่าง ๆดังนี้  ปูนไม่เกิน 20 ถุง อิฐบล็อกไม่เกิน  100 ก้อน และทรายไม่เกิน 100 ถุง  แต่ฝากผู้รับของต้องเดือนร้อนจริง ๆ แต่ถ้าใครนำไปขายต่อจะถูกดำเนินการถึงที่สุด.

Tags: ,
comments Comments (6)    -
October 24th, 2011 at 5:26 pm

อยากเป็นครูต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง? เรียนอะไร? เรียนอย่างไร?

อยากเป็นครูต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง เรียนอะไร เรียนอย่างไร

แนะแนวทางการก้าวสู่อาชีพครูยุคใหม่ โดย… อ.วิริยะ  ฤาชัยพาณิชย์

ปัจจุบันอาชีพ “คร” เป็นอาชีพ “ชั้นสูง” เงินเดือนเยอะ มีความมั่นคงสูง แถมยังมีเกียรติเป็นที่เคารพของบุคคลทั่วไป

ใครอยากเป็นครู ไปฟังกันเลยจ้า……^ ^

คนอยากเป็น “ครู” เริ่มตรงที่ หาตนเองให้เจอว่าชอบอาชีพครูหรือไม่

Tags:
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 5:08 pm

“มัลลิกา” แนะประชาชนฟ้องศาล เอาผิดนายกฯ ฐานบกพร่อง “ผู้นำ”

“มัลลิกา” แนะประชาชนฟ้องศาล เอาผิดนายกฯ ฐานบกพร่อง “ผู้นำ”

( 23 ต.ค. ) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าหลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกัน และบรรเทาสาธารณะภัย ของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี

ตาม มาตรา 31 เพื่อรวบอำนาจสั่งการไว้ที่นายกรัฐมนตรีจากนั้นได้มีการระบายน้ำลงไปทาง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งนายกฯรู้ทิศทางน้ำรู้ข้อมูลแต่บกพร่องอย่างร้ายแรงเมื่อทำให้ชาวบาน นนทบุรีโดนไฟดูดตายภายในวันเดียวช่วงเวลาไล่ๆกันถึง8ศพ จึงได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีร่วมรับผิดชอบ และเรียกร้องให้การไฟฟ้าร่วมรับผิดชอบ

“เพราะ พวกคุณ! ทำไมไม่ตัดไฟให้เขาทันท่วงทีถือเป็นความบกพร่องอย่างร้ายแรงของนายรัฐมนตรี ความไม่ประสาด้านการสั่งการตามอำนาจตัวเอง เรื่องนี้จะจบแค่คำว่าเสียใจไม่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่เพียงทรัพย์สินเงินทองแต่คือชีวิตคนที่ต้วตายด้วยความบกพร่อง ของผู้นำ!ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนสามารถร้องศาลปกครองเอาผิดจากรัฐและนายก รัฐมนตรีได้ ดิฉันจะให้คำนำแนะนำเอง” นางสาวมัลลิกา กล่าว

Tags: , ,
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 1:59 pm

ภัยร้ายที่ไม่เลือกอายุมีลูกเล็กยิ่งต้องระวัง

ภัยร้ายที่ไม่เลือกอายุมีลูกเล็กยิ่งต้องระวัง

ภัยร้ายย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทำให้ตำรวจต้องออกโรงเตือนครอบครัวที่มิใช่มีเพียงลูกสาววัยรุ่นเท่านั้น

โดย… วัสยศ งามขำ

ภัยร้ายย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทำให้ตำรวจต้องออกโรงเตือนครอบครัวที่มิใช่มีเพียงลูกสาววัยรุ่นเท่านั้น แต่เด็กหญิงวัยที่ฟันแท้เพิ่งขึ้นก็อยู่ในอันตรายจากภัยสังคมเช่นเดียวกัน หลังจากหนุ่มโรคจิตวัย 28 ปี ตระเวนล่าเหยื่อที่เป็นเด็กหญิงวัยระหว่าง 7-12 ขวบ ใน จ.สมุครสาคร ไปข่มขืนกระทำชำเรา ข้อมูลหนึ่งที่ทำให้ตำรวจต้องอึ้งหลังรวบตัวได้ ก็เพราะมันสารภาพว่า มีเด็กไร้เดียงสาเคยตกเป็นเหยื่อหื่นของมันแล้วถึง 16 ราย

เหตุการณ์ที่เป็นอุทาหรณ์ของครอบครัวที่มีลูกสาวครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อแม่ของเด็กหญิง ป.4 พาลูกวัย 10 ขวบ ของเธอที่อยู่ในสถานะ “เหยื่อ” ขึ้นโรงพักกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พร้อมกับร้องขอให้ตำรวจจัดการกับไอ้หื่นที่ปู้ยี่ปู้ยำลูกสาวที่ยังไม่ประสี ประสา เธอเล่าให้ตำรวจฟังว่า ลูกสาวได้บอกว่า ถูกชายคนหนึ่งหลอกไปขึ้นไปยังชั้น 6 ของโรงพยาบาลกระทุ่มแบน ส่วนที่ใช้เก็บของของโรงพยาบาลก่อนลงมือกระทำย่ำยีอย่างไม่น่าให้อภัย

“ในวันนั้นผู้เสียหายได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาล และพาลูกสาวไปด้วย ระหว่างนั้นลูกสาวขอแม่ จะไปซื้อขนมที่หน้าโรงพยาบาล จนกระทั่งถูกผู้ต้องหาฉวยโอกาสไปพูดคุยบอกว่า ให้ช่วยถือของไปให้พยาบาล เด็กจึงหลงเชื่อก่อนที่จะพาเด็กขึ้นไปยังชั้น 6 ลงมือทุบตี บังคับให้ถอดเสื้อผ้า และพยายามข่มขืนเด็กที่ยังไม่รู้ความ และยังบังคับไม่ให้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นในพ่อแม่รู้ ไม่เช่นนั้นจะฆ่าทิ้ง” พ.ต.อ.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ ผกก. สภ.กระทุ่มแบน เล่าถึงพฤติกรรมของไอ้หื่นรายนี้

หลังรับแจ้งความ ผู้กำกับฯ พลัฎฐ์ ได้เรียก พ.ต.ต.นิยม สุ่ยวงษ์ สารวัตรสืบสวน และ พ.ต.ต.สิทธิพงศ์ สังข์แสง สารวัตรปราบปราม สองนายตำรวจหนุ่มของโรงพักเดียวกันเข้าพบทันที พร้อมกับวางแผนในการสืบสวนหาตัว “ไอ้หื่นโรคจิต” มาให้ได้ หลังรับมอบหน้าที่ทั้งคู่ได้แบ่งหน้าที่กันทำงาน เนื่องจากกังวลว่าจะมีเด็กหญิงอีกหลายคนที่อาจจะตกเป็นเหยื่อ

แต่การสืบสวนค่อนข้างลำบากเนื่องจากเหยื่อเป็นเด็ก ทำให้ยากต่อการรวบรวมหลักฐาน ผู้กำกับฯ พลัฎฐ์ จึงให้ฝ่ายสืบสวนประสานกับโรงพยาบาล หากล้องวงจรปิดมาฉายดูย้อนหลัง ซึ่งกล้องก็มีอยู่จำนวนมากทำให้ใช้เวลาในการตรวจสอบ ขณะเดียวกันก็ได้ให้ฝ่ายปราบปรามตระเวนหาพยาน หรือผู้ต้องสงสัยบริเวณหน้าโรงพยาบาล เพื่อนำตัวมาสอบสวน ไม่นานมากนักฝ่ายสืบสวนก็ก็ทราบจากพยาบาลคนหนึ่ง แจ้งข้อมูลว่า เคยมีชายคนหนึ่งชอบมาทำลับๆ ล่อๆ บริเวณหน้าโรงพยาบาล และเคยมาจับมือถือแขนเธอด้วย

เมื่อดูจากกล้องวงจรปิดพยาบาลคนเดิมก็ชี้ยืนยันภาพชายคนหนึ่งที่เคย ลวนลามเธอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลหลายคนก็ยืนยันว่า ชายคนนี้มักมาป้วนเปี้ยนที่หน้าโรงพยาบาลเสมอๆ และเมื่อตำรวจนำไปให้เหยื่อดู เด็กหญิงตัวน้อยก็พยักหน้ายืนยันจอมหื่นที่ลงมือย่ำยีเธอนั่นเอง แม้ตำรวจจะรู้ชื่อที่อยู่แต่ก็เชื่อว่าน่าจะวนเวียนอยู่ในพื้นที่ จึงขอศาลอนุมัติหมายจับให้ทันที

พร้อมระดมฝ่ายสืบสวนออกค้นหาทั่ว อ.กระทุ่มแบน กระทั่งวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ชุดปราบปรามของ พ.ต.ต.สิทธิพงศ์ ก็ได้รับแจ้งจากพยาบาลคนหนึ่งว่า เห็นชายเหมือนคนในภาพมาที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นไม่กี่นาทีตำรวจก็มาถึง พร้อมกับรวบตัวชายในภาพไว้ได้ ก่อนที่จะรู้ว่าคือ นายอเนก โตมอญ ขี้คุกไร้อาชีพวัย 28 ปี

ผู้ต้องหารายนี้ไม่ปากแข็งรับสารภาพในสิ่งที่น่ากลัว โดยยอมรับว่าเคยก่อเหตุกับเด็กหญิงอายุระหว่าง 7-12 ปีมาทั้งหมด 16 คนด้วยกัน โดย 8 ครั้ง หาเหยื่อที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน และอีก 8 ครั้ง หาเหยื่อที่บริเวณห้องน้ำของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดหงอนไก่ อ.กระทุ่มแบน ทุกครั้งจะหลอกล่อเด็กด้วยวิธีการใกล้เคียงกัน เช่น หลอกไปกินขนมบ้าง หลอกให้ช่วยถือของ และบางครั้งก็ลงมือทำร้ายร่างกายเด็กก่อนที่จะพยายามข่มขืน ผู้ต้องหารายนี้เคยมีประวัติติดคุก 2 ปี 8 เดือน มาแล้วในข้อหาลักษณะเดียวกันนี้ แต่ยังไม่เข็ดหลาบ และการก่อกรรมในครั้งนี้ก็ต้องเข้าไปชดใช้กรรมในตารางอีกครั้ง.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 1:46 pm

เปิดแผนที่!น้ำล้อมกรุงเทพชั้นใน’ไว้เรียบร้อยแล้ว’รอถล่ม!

แผนที่แสดงให้เห็น น้ำได้ลอมกรุงเทพชั้นในเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่น้ำในทุ่งเจ้าพระยาค้างอยู่ 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รอถล่ม

จาก แผนที่ภาพถ่ายจากดาวเทียม จะเห็นว่า ขณะนี้น้ำได้ล้อมกรุงเทพ ชั้นในไว้หมดแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าแนวทางที่จะระบายน้ำเข้าคลองต่างๆ สามารถที่จะควบคุมปริมาณที่เหมาะได้มากน้อยแค่ไหนและที่สำคัญพนังกั้นน้ำ จะแข็งแกร่งพอจะรับมือหรือไม่ โดยเฉพาะช่วงที่น้ำขึ้นสูงอีกครั้งในสัปดาห์นี้

ขณะที่ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่ง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในภาพรวมทั้งประเทศ น้ำในภาคเหนือและภาคกลางตอนบนลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนครสวรรค์และอยุธยา โดยน้ำเข้ามากดดันคลองระพีพัฒน์น้อยลง เพราะสามารถผันน้ำไปทางตะวันออกของกทม.ได้เร็วขึ้น จึงช่วยลดปริมาณน้ำ ที่คุกคามกทม.อยู่ ส่วนน้ำที่ไหลเข้าท่วมตอนบนของ กรุงเทพฯ เช่น ดอนเมือง หลักสี่ จะต้องเร่งเสริมแนวคันและซ่อมแซม รอยรั่วที่คลอง 1 และเมืองเอก ซึ่งกทม. มีศักยภาพในการควบคุมน้ำ

ดร.อานนท์ กล่าวว่า จากนี้พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือซีกตะวันตกของกทม. ตั้งแต่นนทบุรี ถึง นครปฐม ซึ่งมวลน้ำแผ่ลงมาใกล้คลองมหาสวัสดิ์ เหนือพุทธมณฑล โดยแนวรับที่คลองมหาสวัสดิ์ เชื่อว่า จะไม่สามารถกันน้ำได้ทั้งหมด โดยน้ำจะดันเข้ามาและข้ามคันกั้นและทางรถไฟ ซึ่งถ้าน้ำท่วมรางรถไฟ ก็จำเป็นต้องเปิดรางรถไฟ

“ดังนั้น ใน  2-3 วันนี้ พื้นที่พุทธมณฑล และมหิดลศาลายา มีน้ำสูงตั้งแต่ 50 -80 ซม. คาดการณ์ว่าจะไม่เกิน 1 เมตร แต่ถ้าน้ำลงถึงสมุทรสาคร น้ำจะไม่ท่วมมากนัก เพราะจะเป็นการแก้ปัญหาโดยใช้ระบบแก้มลิง ผลักดันน้ำเข้าไปในคลองจำนวนมาก และเร่งระบายออกในช่วงน้ำลง เมื่อน้ำขึ้นจะปิดประตู เพื่อรับน้ำจากทางเหนือให้ลงสู่คลอง ซึ่งวิธีการบริการจัดการน้ำในฝั่งตะวันตก ต่างจากฝั่งตะวันออก คือใช้แก้มลิงและการระบายน้ำ ตามเวลาน้ำขึ้น น้ำลง ประชาชนจะไม่ถูกน้ำท่วมขัง จึงขอให้ติดตามข้อมูลเวลาน้ำขึ้น น้ำลง เพื่อจะสามารถบริหารเวลาได้ตามน้ำขึ้นน้ำลง ”
ขณะเดียวกันหากดูจากแบบจำลองของTEAM GROUP (เตือนภัยน้ำท่วม ฉบับที่ 3) ประเมินว่า จากปริมาณน้ำในทุ่งเจ้าพระยาที่ยังมีมากกว่า 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เปรียบเสมือนมีอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลอีก 1 อ่าง อยู่ที่บางไทรและปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ทุ่งเจ้าพระยา แม้จะลดลงแต่ยังมีปริมาณมากกว่าน้ำที่สามารถระบายลงสู่ทะเลได้ เช่น เมื่อ 21 ต.ค. มีน้ำไหลเข้าสู่ทุ่งเจ้าพระยาวันละ 419 ล้านลูกบาศก์เมตร

ในขณะที่สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลทั้งที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และทางทุ่งและคลองฝั่งตะวันออกรวมทั้งสิ้นได้วันละ 403 ล้านลูกบาศก์เมตร ทาให้มีน้ำเหลือสะสมเพิ่มเติมในทุ่งเจ้าพระยาอีกวันละ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงทำให้ระดับน้ำในทุ่งเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ นครชัยศรี บางเลน บางใหญ่ เมืองนนทบุรี ปากเกร็ด ลาดหลุมแก้ว เมืองปทุมธานี คลองหลวง ธัญบุรี สายไหม ลาลูกกา หนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง บางเสาธง และบางบ่อ
หากไม่สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้มากกว่านี้ จะมีผลทาให้พนังกั้นน้ำที่อ่อนแอกว่าพังลง น้ำจะไหลพุ่งเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น และพนังกั้นน้ำที่ไม่แข็งแรงหรือความสูงไม่เพียงพอ ก็จะพังลงเรื่อยๆ ตามลาดับ นอกจากนั้น ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.นี้เป็นต้นไป น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนไปหนุนสูงสุดในวันที่ 31 ต.ค.ทำให้ระดับน้ำในแม่น้าเจ้าพระยาที่สะพานพุทธฯ อยู่ที่ +2.45 เมตรจากระดับน้ำทะเลกลาง (สูงกว่าเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ประมาณ 15 ซ.ม.) ซึ่งจะมีผลเสริมทาให้ระดับน้ำในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่อยู่ใกล้แม่น้ำและมีคลองเชื่อมโยงกับแม่น้ำ เจ้าพระยาและ ท่าจีน

หลังจากนั้นระดับน้ำจะทรงตัว และ จะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ จนถึงหลังวันที่ 15 พ.ย.ไปแล้ว ระดับน้ำในพื้นที่ อ่างทอง อยุธยา สุพรรณบุรี จึงจะเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนในพื้นที่ บางไทร ปทุมธานี นนทบุรี นครชัยศรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ระดับน้ำจะลดลงอย่างช้าๆ

ดังนั้นผู้ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่น้าจะท่วม (ดูจาก TEAM Group เตือนภัยน้ำท่วมฉบับที่ 1) จะต้องเสริมความแข็งแรงให้พนังกั้นน้ำต่างๆ และ เสริมเพิ่มความสูงให้เพียงพอ และให้คงทนอยู่ได้ถึงหลังวันที่ 15 พ.ย. ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูง โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรมที่ต้องป้องกันน้ำท่วมเป็นพิเศษที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวัน ออกของถนนหทัยราษฎร์ ถนนร่มเกล้า ถนนกิ่งแก้วและฝั่งตะวันออกของถนนบางพลี-บางตารุ ควรเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำให้มั่นคง และให้มีระดับความสูงไม่น้อยกว่า +3.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลกลาง.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 7:54 am

สช.ผลักดันครูเอกชนเรียนป.บัณฑิต

นายชาญวิทย์  ทับสุพรรณ  เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  (กช.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เมื่อเร็ว ๆ นี้  ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้สถาบันอุดมศึกษา 31 แห่งที่ขอเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ตามโครงการการพัฒนามาตรฐานความรู้ผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ประกอบวิชาชีพครูของโรงเรียนเอกชน  เพื่อจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร ป.บัณฑิต ทางการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการกับสำนักบริหารงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตามที่ สช.เสนอ ซึ่งเบื้องต้นมีผู้เข้าร่วมโครงการ 19,000 คน แต่ขณะนี้มีเพียง 1,900 คน ที่มีหลักฐานครบเพื่อแสดงความประสงค์ที่จะเรียนในหลักสูตรดังกล่าว ส่วนที่เหลือยังขาดเอกสารสำคัญ เช่น สัญญาว่าจ้าง หนังสือผ่อนผันอนุญาตประกอบการสอนจากคุรุสภา  ซึ่งก็จะทยอยส่งรายชื่อทั้งหมดให้คุรุสภาตรวจสอบต่อไป  แต่เบื้องต้นอาจจะอนุโลมให้โรงเรียนออกหนังสือรับรองให้ครูเอกชนไปยื่นต่อ คุรุสภาก่อนได้

เลขาธิการ กช. กล่าวต่อไปว่า  นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมกรณีการเปิดหลักสูตร ป.บัณฑิตที่ สช.ต้องการให้คณะครุศาสตร์ของมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนในแต่ละจังหวัดเปิดให้ ครูเอกชนได้เรียนหลักสูตร ป.บัณฑิต แต่ปรากฏว่ามีข้อจำกัดคือ  มีมหาวิทยาลัยบางแห่งซึ่งรวมไปถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏยังไม่สามารถเปิดสอนตาม โครงการนี้ได้ เนื่องจากหลักสูตรหมดระยะเวลาสอนตามที่คุรุสภากำหนดไปแล้ว  ดังนั้นจึงต้องการให้ สช.ประสานกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เหล่านั้นที่หลักสูตรหมดระยะเวลาได้ติดต่อมายังคุรุสภาโดยตรง เนื่องจาก สช.ต้องการให้ครูเอกชนที่อยู่จังหวัดไหนก็ได้เรียนในจังหวัดนั้น จะได้ไม่ต้องเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางมาเรียนมหาวิทยาลัยอื่นนอก พื้นที่ของตนเอง

“ที่ประชุมยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า สช.ควรมีมาตรการออกมาว่า  ครูเอกชนที่เข้าโครงการนี้จะต้องมีชื่อรับรองจาก สช.โดยตรง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มหาวิทยาลัยเปิดรับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ครูเอกชนที่ ร่วมโครงการของ สช.ได้เข้ามาเรียน ไม่เช่นนั้นจะถือว่าผิดสัญญา เพราะผู้ที่จะมาเรียนตามโครงการนี้จะต้องมีชื่อรับรองจาก สช.โดยตรงเท่านั้น หากตรวจพบทาง สช.ก็จะไม่รับรอง รวมทั้งจะยกเลิกสัญญากับมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ทันที”  เลขาธิการ กช. กล่าว.

Tags: ,
comments Comments (1)    -
October 24th, 2011 at 7:21 am

“สุขุมพันธ์”รับ กทม.ถึงขั้นวิกฤติ

 ผู้ ว่ากทม. ยอมรับน้ำเหนือที่ไหลบ่าเข้ากรุงเทพฯมีจำนวนมาก เตือน ปชช. อาศัยอยู่ในพื้นที่ 6 เขต  ขนย้ายสิ่งของไว้ที่สูง   และรีบย้ายไปพักยังศูนย์อพยพ

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. เมื่อเวลา 23.30 น. ค.ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ได้ ประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์อุทกภัยกรุงเทพมหานครว่า น้ำเหนือที่ไหลบ่าลงมายังกรุงเทพฯมีจำนวนมาก ประเมินแล้วพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบในเบื้องต้น ได้แก่ เขตดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และสายไหม จึงให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวขนย้ายสิ่งของทรัพย์สินมีค่า รถยนต์ ขึ้นที่สูง และผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายให้ย้ายไปยังศูนย์พักพิงที่ กรุงเทพฯจัดเตรียมไว้
ผู้ว่าฯกทม.กล่าวต่อว่า ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กทม.จะดำเนินการตามหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และจะร่วมมือกับ ศปภ.โดยในส่วนของ กทม.จะระดมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ทีมแพทย์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนในเขตอื่นที่มีพื้นที่ติดต่อกับทั้ง 6 เขต ทาง กทม.จะประเมินสถานการณ์และแจ้งให้ทราบต่อไป

Tags: ,
comments Comments (0)    -