17 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว โรงเรียนในฝัน โรงเรียนสุจริต

October 25th, 2011 at 7:21 am

ภัยจากโลกออนไลน์จับสาวแสบแชทบีบีตุ๋นพริตตี้20คน

จับสาวแสบแชทบีบีหลอกพริตตี้20ราย เสียเงินค่าสมัคร500บาทงานก็ไม่ได้

เมื่อ เย็นวันที่ 24 ต.ค. พ.ต.ต.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุฝผาราม นำกำลังจับกุม น.ส.อัยดา หรือจ๋า อักษรสม อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาฉ้อโกงพร้อมของกลางเงินสด ที่ตำรวจถ่ายเอกสารไว้  1,500 บาท และเอกสารประกอบการสมัครงานพริตตี้ ที่ผู้เสียหายกรอกรายละเอียดแล้ว 18 ชุด จับได้ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาอิสรภาพ  ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีหญิงสาวหน้าตาดีเกือบ 20 ราย เข้าแจ้งความว่า ถูก น.ส.อัยดา ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือบีบี มาชักชวนให้ไปทำงานพริตตี้เปิดตัวสินค้าตามห้างดังได้ค่าแรงดีวันละ 800 บาท สัญญาผูกขาดงานยาว 3 เดือน แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการสมัครคนละ 500 บาท จนเหยื่อหลงเชื่อจ่ายเงินจำนวนมากสุดท้ายไม่ได้งานแถมถูกเชิดเงินไป

ชุด จับกุมจึงวางแผนถ่ายเอกสารธนบัตรใบละ 500 บาท จำนวน 3 ใบ ให้สายลับ 3 คน แชทบีบีนัดหมาย น.ส.อัยดา  มาพบที่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าวขอสมัครงานเมื่อเขียนใบสมัครและจ่ายเงินกัน เป็นที่เรียบร้อยจึงรวบตัวไปดำเนินคดีที่ สน.บุปผาราม

Tags:
comments Comments (0)    -
October 25th, 2011 at 7:12 am

ท่วมจรัญฯ1.30ม.ปิดอุโมงค์บางพลัด(ชมภาพชุด)

การจราจรอัมพาต หลังน้ำทะลักซอยจรัญฯ74/1-80 ถึง1.30เมตร เอ่อท่วมถนน ต้องปิดอุโมงค์บางพลัดไม่ให้รถผ่าน

ผู้ สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในด้านฝั่งธนบุรีว่า  เมื่อเวลา 23.45 น. วันที่ 24 ต.ค.  น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักแนวคันชั่วคราวที่ใช้กระสอบทรายหนุน  แทนคันคอนกรีตที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ทำให้ระดับน้ำในซอยจรัญสนิทวงศ์ 32-36 ในเขตบางกอกน้อยสูงถึง  60 ซม. รถเล็กผ่านยากลำบาก  และระดับสูงขึ้นในช่วงดึกจนรถเล็กผ่านไม่ได้  รวมทั้งยังทะลักท่วมซอยจรัญสนิทวงศ์74/1-80 ในเขตบางพลัด  สูงถึง  1.30 เมตร  และเอ่อล้นออกถนนใหญ่สูง 50-60 ซม.  ตำรวจต้องปิดการจราจรห้ามใช้อุโมงค์บางพลัดมุ่งหน้าสะพานพระราม 7  เนื่องจากเมื่อโผล่พ้นอุโมงค์มาแล้วจะมาเจอจุดที่น้ำท่วมขังสูงพอดีจะยิ่งมี ปัญหาการจราจรอีกทั้งรถเล็กอาจต้องจอดเสีย   จึงต้องปิดเส้นทางดังกล่าว  ทำให้การจราจรเป็นอัมพาต

Tags:
comments Comments (0)    -
October 25th, 2011 at 7:11 am

เจ้าพระยา2.30ม.ทุบสถิติปี38ริมฝั่งอพยพด่วน

ขอครม.ให้28,31ต.ค.หยุดราชการรับน้ำทะเลหนุน หวั่น25-26ต.ค.น้ำเหนือมาก่อนเอาไม่ทัน เปิดม.ธุรกิจบัณฑิตย์เป็นศูนย์อพยพ วอนกรมชลฯระบายน้ำ

เมื่อเวลา 19.15 น. วันที่ 24 ต.ค. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แถลงหลังประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ว่า มวลน้ำก้อนใหญ่จากเหนือกำลังไหลบ่าเข้ากรุงเทพฯ มากขึ้นทั้งจากบนบกและในน้ำ โดยวันนี้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุดช่วงบ่ายอยู่ที่ 2.30 ม.ถือว่าสูงที่สุดทำลายสถิติเมื่อปี 2538 อยู่ที่ระดับ 2.27 ม. สถานการณ์น้ำอันตรายมาก ขอให้ชุมชนนอกเขื่อน 27 ชุมชน ใน 13 เขต อพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ส่วนบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่อยู่ในแนวคันกั้นน้ำควรติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด และควรเตรียมแผนอพยพได้แล้ว ขณะนี้เขตริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีปัญหาหนักอยู่ที่เขตบางพลัด โดยถนนจรัญสนิทวงศ์ตั้งแต่ เชิงสะพานพระราม 7 ถึงจรัญสนิทวงศ์ 74 เกิดจากแนวคันกั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยาจรัญสนิทวงศ์ 74/1 ชำรุด ทำให้เกิดน้ำทะลักเข้าพื้นที่เป็นวงกว้างจนเกิดน้ำท่วมขัง รถยนต์วิ่งผ่านไม่สะดวก ประชาชนบางส่วนต้องอพยพจากพื้นที่ ขณะที่บนถนนสิริธรมีน้ำทะลักมาจากพื้นที่บางกรวยท่วมขังด้วย กทม.ต้องเฝ้าระวังคันกั้นน้ำตลอดแนว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า จากการระดับน้ำในคลองหกวา เขตสายไหม ใน 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 1 ซ.ม.ขอย้ำให้ประชาชนใน 6 เขต ได้แก่ ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และสายไหม เฝ้าระวังยกของขึ้นที่สูง หากเห็นสถานการณ์ไม่ดีควรอพยพ แต่ไม่เร่งด่วนเท่าบ้านเรือนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนปริมาณน้ำที่ถนนวิภาวดีรังสิตไหลไม่แรงเท่าเมื่อวาน แต่ปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้น้ำถึงหน้าสนามบินดอนเมืองแล้ว ให้ชาวบ้านในเขตหลักสี่ที่ต้องการอพยพเข้าไปอยู่ที่ ม.ธุรกิจบัณฑิต ได้ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 25 ต.ค. รองรับได้ 1,000 คน
ผู้ ว่าฯ กทม. กล่าวว่า พรุ่งนี้จะเสนอ ครม.ให้วันที่ 28 ต.ค. และ 31 ต.ค. เป็นวันหยุดราชการ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง แต่ยังเป็นกังวลเกรงว่าช่วงวันที่ 25-26 ต.ค.นี้ มวลน้ำก้อนใหญ่จากเหนือจะมาถึงพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อน  ต้องเตรียมรับมือ ขณะนี้ กทม.เปิดระบายประตูระบายน้ำทุกบานออกทะเลได้ 1,600 ลบ.ม./วินาที หากกรมชลประทานยอมเปิดประตูระบายหนองจอกและประตูระบายน้ำประเวศ จะระบายเพิ่มได้ 100 ลบ.ม./วินาที หรือเท่ากับ 10 ล้าน ลบ.ม./วัน
ศูนย์ ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กทม. รายงานสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 24 ต.ค.54 (ข้อมูล ณ เวลา 18.00 น.) ปริมาณฝนสูงสุดตลอดทั้งวัน ที่สถานีคลองภาษีเจริญ(ตอนคลองมหาศร) เขตหนองแขม 8.5 มม. ส่วนปริมาณฝนรวมตั้งแต่ 1 ม.ค.-24 ต.ค. 54 รวม 2,193 มม. มากกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 42.8 น้ำเหนือ(ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา) วันที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาและพระราม 6 รวม 3,893 ลบ.ม.ต่อวินาที (ลดลงจากเมื่อวาน 57 ลบ.ม./วินาที) ผ่านอ.บางไทร 3,417 ลบ.มต่อวินาที(ลดลงจากเมื่อวาน 89 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำที่ อ.บางไทร 4.21 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง(ม.รทก.)เท่ากับเมื่อวาน ส่วนระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตรวจวัดที่ปากคลองตลาดสูงสุดเมื่อเวลา 16.00 น. อยู่ที่ 2.30 ม.รทก. ต่ำกว่าคันกั้นน้ำ 50 ซม. ทั้งนี้ พบว่า ระดับน้ำทะเลหนุนสูงผิดปกติประมาณ 15 – 20 ซ.ม. หากปรากฎการนี้ยังไม่อ่อนกำลังลงจะมีผลกระทบต่อ กทม.ช่วงปลายเดือนช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุดประจำเดือนต.ค.
รายงาน สถานการณ์น้ำทุ่ง ล่าสุด เริ่มเดินทางถึงคลองหกวาสายล่าง เขตสายไหม ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ขณะที่ระดับน้ำในคลองต่าง ๆ เปรียบเทียบกับวานนี้ ล่าสุดระดับน้ำคลองเปรมประชากร ระดับสูงล้นตลิ่ง คลองทวีวัฒนาด้านนอก(ฝั่งจ.นนทบุรี) สูงขึ้น 4 ซม. ส่วนคลองอื่น ๆ ปกติ สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำในกทม. พบมีน้ำท่วมขังที่ถนนสิรินธรขาเข้า 2 เลน ด้านนอก เช่นเดียวกันถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีฯ(ช่วงดอนเมือง) ถ.สายไหม ตั้งแต่วัดหนองใหญ่-ซ.เพิ่มสิน ถนนแจ้งวัฒนะเป็นช่วงๆ ตั้งแต่ริมคลองประปา-เชิงสะพานหน้าศูนย์ราชการฯ และถนนพหลโยธินตั้งแต่หน้าอนุสรณ์สถาน-พหลโยธิน ซ.54/1

Tags:
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 7:54 pm

‘สมเจตน์’ชี้แก้พรบ.กลาโหมมีนัยแฝง

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเรียกประชุมสภาในวันที่ 26-27 ต.ค. ว่า ตนเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ประธานสภาจะเรียกประชุมเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา อุทกภัยที่เกิดขึ้น เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นต้องการความเห็นจากทุกภาคส่วน แต่อย่าอาศัยช่วงชุลมุนหมกเม็ดนำเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าในระเบียบวาระ โดยเฉพาะร่างแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม แม้ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องนี้ในวาระ แต่ประธานสภาก็มีสิทธิเลือกวาระเข้ามาประชุมในสภาได้

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามหากพรรคเพื่อไทยจะฉวยโอกาสเสนอแก้ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ถือเป็นเรื่องผิดมารยาทมาก เพราะประชาชนกำลังประสบภัยน้ำท่วมก็ควรจะระดมความคิดช่วยรัฐบาลแก้ปัญหา มากกว่า หากเอาขึ้นมาทางพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอวาระอื่นขึ้นมา หากไม่ได้ก็จะวอล์กเอาต์
ด้าน พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การเสนอแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม สามารถทำได้ โดยมีขั้นตอนคือ ส.ส.เป็นผู้เสนอเข้ามา จากนั้นรัฐบาลจะรับไปพิจารณาภายใน 30 หรือ 60 วัน ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องนำเสนอร่างพ.ร.บ.ประกบคู่ไปกับร่างของ ส.ส. ดังนั้นร่างของรัฐบาลซึ่งเกี่ยวกับทหารจึงต้องผ่านการพิจารณาของที่ประชุม สภากลาโหมให้พิจารณาร่างขึ้นมาเพื่อมาประกบกับร่างที่ ส.ส.เสนอแก้ จากนั้นรัฐบาลถึงจะนำเข้าสู่ที่ประชุมสภา อย่างไรก็ตามทางสภากลาโหมอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งนี้ ตนมองว่า เรื่องนี้มีนัยสำคัญ ถ้ามีการแก้ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ตนมองว่ามีเจตนาเข้ามาแทรกแซงเพื่อต้องการให้กองทัพอ่อนแอ เมื่อกองทัพอ่อนแอจะทำให้สถาบันอื่นอ่อนแอไปด้วย หรือเป้าหมายต่อไปคือ ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศนั่นเอง.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 7:45 pm

ทดสอบนายกฯฝ่าวิกฤติสื่อนอกตีข่าวเชื่อผ่านไปได้

ต่างชาติตีข่าวน้ำท่วมบททดสอบนายกฯป้ายแดงกับเดิมพันเก้าอี้ผู้บริหารประเทศ ชี้อยู่ระหว่างเรียนรู้แต่เชื่อว่าจะผ่านไปได้ด้าน “ตือ” ชี้วัฒนธรรมองค์กรเป็นอุปสรรคของการแก้ปัญหา แนะหาเครื่องมือพิเศษใช้เป็นทางลัดแก้ไขความล่าช้า ปชป.จวก “ปู” ปากว่าตาขยิบ ปล่อยลูกพรรคเล่นการเมืองขัดขาผู้ว่าฯกทม.เป็นต้นเหตุน้ำท่วม จี้นายกฯปฏิรูป ศปภ.แถลงความจริง แถมลามไปถึงประธานสภา อย่าฉวยโอกาสยัด พ.ร.บ.กลาโหมเข้าสภาสัปดาห์หน้า เตือนรัฐบาลเร่งดูแลความเครียดของประชาชน

ศปภ.น้อมรับทุกปัญหา

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้เดินทางมาวางพวงมาลาหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันปิยมหาราช โดยพิธีดังกล่าวดำเนินไปอย่างเรียบง่าย จากนั้นประชาชนทุกหมู่เหล่า หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน นำพวงมาลาถวายราชสักการะด้วยเช่นกัน อาทิ โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย โรงเรียนจ่าอากาศ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ก่อนจะมาที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ดอนเมือง เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ (ไอซีที) กล่าวถึงการเปิดเผยข้อมูลของ ศปภ.ว่า ศปภ.ไม่เคยปิดบังข้อมูล มีการแถลงข้อเท็จจริงให้สื่อมวลชนทราบอยู่ตลอด ศปภ.รับฟังข้อคิดเห็นทุกฝ่าย แต่ท้ายที่สุดต้องขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม ซึ่งข้อเสนอเสียงส่วนน้อยไม่ได้รับฟังก็เป็นเรื่องปกติของการบริหารจัดการ ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ประชาชนไม่เชื่อข้อมูลของ ศปภ. น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า คนที่เชื่อไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นก็เยอะ ส่วนคนไม่พอใจเราก็รับฟังมาปรับเพื่อสร้างความพึงพอใจอยู่แล้ว

วอน ปชช.ฟังข่าวราชการ

รมว.เทคโนโลยีฯยังกล่าวถึงกรณีนักวิชาการออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำ ท่วมผ่านทางสังคมออนไลน์ว่า ประชาชนควรมีแนวทางการรับข่าวสารก่อนตัดสินใจ แต่อยากให้ติดตามข้อมูลจากทางราชการมากกว่าช่องทางอื่น หากเป็นการแสดงความคิดเห็นนั้น ประชาชนควรจะพิจารณาว่ามาจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญหรือไม่ ส่วนการปล่อยข่าวลือด้านลบที่เกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยากเรียกร้องให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะข่าวที่ปล่อยออกมาได้สร้างความเสียหายทั้งสภาพจิตใจ และการบริหารจัดการปัญหาของรัฐบาลเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้

ต่อข้อถามถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่ารู้ตัวคนปล่อยข่าวด้านลบของนายกฯ แล้ว โดยเป็นนักการเมืองระดับชาติอยู่เบื้องหลัง น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เราได้ตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามการกระทำที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งตนจะเร่งสืบค้นต้นตอของผู้ที่ปล่อยข่าวลือโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมายไม่มีการกล่าวหาใครทั้งสิ้น

ข้องใจค้าน พ.ร.บ.ป้องกันภัย

“การแสดงความคิดเห็นผ่านสังคมออนไลน์ถือเป็นสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่ในสภาวะที่เรากำลังเผชิญภัยพิบัติ ความร่วมมือและการสร้างความเข้าใจเป็นสิ่งที่สำคัญขออย่าใช้เครื่องมือสื่อ สารเหล่านี้บิดเบือนทางการเมือง หากแสดงความเห็นด้วยความบริสุทธิ์ใจเราน้อมรับ แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ในสภาวะแบบนี้ไม่ควรมีสีมีข้างแบ่งพรรคแบ่งพวก อยากให้ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเพื่อให้ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว

น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 แทนการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพราะไม่เกิดประโยชน์นั้น ชื่อของพ.ร.บ.ป้องกันฯ ก็บอกอยู่แล้วว่าใช้ในการป้องกันภัยธรรมชาติ ที่สำคัญ พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ทุกพรรคการเมืองร่วมกันผ่านสภา จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดพรรคประชาธิปัตย์จึงแสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับ นี้ ทั้งนี้ถือว่าตรงจุดที่สุดในการแก้ไขปัญหาในขณะนี้

ต่างชาติชี้บทเรียน “ยิ่งลักษณ์”

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานบทความเรื่องน้ำท่วมใหญ่บททดสอบนายกฯมือใหม่ของไทย ว่า น้ำท่วมใหญ่ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย แม้จะเป็นผู้ด้อยประสบการณ์ในทางการเมือง แต่ก็พยายามที่จะทำความเข้าใจในเรื่องวิบัติภัย ซึ่งก็อาจกำหนดอนาคตทางการเมืองของเธอก็ได้ โดยนายพอล แชมเบอร์ส นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องประเทศไทยของมหาวิทยาลัยพายัพ เชียงใหม่ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ขาดภาวะผู้นำ แต่เธอเหมือนกับถูกบังคับให้ยอมรับไปโดยปริยายกับความรู้สึกของคนหมู่มากว่า เธอเป็นเพียงตัวแทนที่ไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ซึ่งนั่นก็ยากลำบากสำหรับเธอแล้วที่จะต้องมาเรียนรู้ในช่วงเวลาอันแสนสาหัส จากภาวะน้ำท่วมใหญ่ในขณะนี้

ขณะที่นายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้พยายามทำอย่างดีที่สุดแล้วแต่ก็ไม่เพียงพอ เธอจำต้องมีการตัดสินใจที่แน่วแน่กว่านี้ แต่เธอก็กำลังอยู่ระหว่างการเรียนรู้ และต้องมีการร่วมมือกันมากขึ้น ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะรับผิดชอบได้มากขึ้น วิกฤติการณ์ครั้งนี้กำลังจะเป็นการกำหนดอนาคตตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์

“ตือ”แนะหาเครื่องมือพิเศษ

วันเดียวกันนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า การแก้ปัญหาของประเทศบนสถานการณ์ที่ไม่ปกติ จะพบว่าวัฒนธรรมขององค์กรที่ผูกติดกับระบบระเบียบ ขั้นตอน คือมหาอุปสรรค ที่ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความล่าช้า ไม่ทันการจนทำให้เกิดความเสียหายมานักต่อนักแล้ว ทำไมไม่หาช่องทางพิเศษที่จะใช้ลัดเส้นทางวัฒนธรรมขององค์กร ด้วยการคิดสร้างเครื่องมือของรัฐใหม่ที่เปิดช่องทางให้ทุกภาคส่วนสามารถเดิน ฝ่ากำแพงที่กีดกั้นความเป็นรัฐกับเอกชนด้วยระเบียบ ขั้นตอนวิธีปฏิบัติมาถึงกัน เพื่อประสานมือประสานใจประสานความคิดร่วมกันโดยง่าย

“ผมเชื่อว่าภัยธรรมชาติที่เกิดจากน้ำครั้งนี้จะไม่ใช่ภัยครั้งสุดท้ายที่จะ เกิดบนแผ่นดินของเรา ผู้รับผิดชอบของประเทศทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิดและทำ สร้างเครื่องมือพิเศษนี้มารองรับเถิดครับ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าเลือดรักชาติของคนไทยเข้มข้นไม่แพ้ชาติใดในโลก เมื่อมาผนวกกับสติปัญญาที่ไม่เป็นที่สองรองใคร ประเทศและคนไทยจะสามารถก้าวข้ามทุกวิกฤติที่เกิดจากภัยพิบัติทุกประเภทได้ แต่มีเงื่อนไขนิดเดียวว่าเครื่องมือพิเศษต้องไม่ใช่ใครคิดคนเดียวแล้วทำคน เดียวขอให้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นหัวใจสำคัญนะครับ” นายสมศักดิ์กล่าว

ปชป.รุมยำสนุกปาก

ทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรค กล่าวว่า หลังจากที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเพื่อให้ผ่านสถานการณ์ วิกฤติน้ำท่วมไปด้วยดีนั้น รู้สึกเหมือนนายกฯปากว่าตาขยิบ เพราะคนของตัวเองกลับนำการเมืองมาปะปน นายกฯ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าแกนนำ ส.ส.พรรคภาค กทม.ได้มีการประชุม ส.ส.ในเขตที่ประสบภัยพิบัติ คือ มีนบุรี หนองจอก คลองสามวา และลาดกระบัง โดยมีลักษณะให้ทำการขัดแข้งขัดขาผู้ว่าฯกทม. ตำหนิการทำงาน จึงเรียกร้องให้รู้กาลเทศะบ้างอย่าเล่นการเมืองมากไป ตอนนี้ไม่ใช่สถานการณ์ให้ใครมาเล่นบทวีรสตรีเพื่อหวังลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ใน ปีหน้า

นายสกลธีกล่าวต่อว่า ตลอดช่วง 3 สัปดาห์ที่มีการแต่งตั้ง ศปภ.การทำงานยังเหมือนพายเรือในอ่าง มีปัญหามากมาย โดยเฉพาะปัญหาความน่าเชื่อถือการให้ข่าวสร้างความแตกตื่นมากมาย และมีความขัดแย้งภายใน ศปภ. ทั้งรัฐมนตรีในแถว 3 4 5 กับคนไม่มีอำนาจในบ้านเลขที่ 111 มีการแย่งซีนกันทำให้การทำงานของ ศปภ.ไม่ลื่นไหล สิ่งเหล่านี้นายกฯต้องเข้ามาจัดการ เพราะประชาชนอยากเห็นมากที่สุดคือภาวะผู้นำของนายกฯ และจากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนอยากเห็นรัฐบาลพูดความจริง ตอนนี้ประชาชนเลิกกลัวน้ำท่วมกลับกลัวการแถลงของ ศปภ.มากกว่า ว่าจะบิดเบือนความจริง ถ้าพูดความจริงคน กทม.รับได้ เพราะมีการเตรียมรับสถานการณ์ เพียงแต่อยากรู้ว่าจะท่วมตรงไหนบ้าง ท่วมแค่ไหน

เรียกร้อง 7 ข้อต่อนายกฯ

นายสกลธีกล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องต่อนายกฯ 7 ข้อ คือ 1. ต้องเร่งทำให้ประชาชนเบาใจ ด้วยการแสดงภาวะผู้นำจริงจัง แถลงความจริงอย่างรวดเร็วเพื่อรับต่อสถานการณ์ และปฏิรูปการแถลงของ ศปภ.หาโฆษกที่พูดจารู้เรื่องกว่านี้ 2. ต้องเตือนลูกหาบและ ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่าเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นตัวประกัน เพื่อหาเสียง หรือเตรียมตัวสมัครผู้ว่าฯกทม.สมัยหน้า 3.ตักเตือน ส.ส.ที่ไม่เกี่ยวข้องมือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ ออกมาบริภาษผู้เกี่ยวข้องทั้งที่คนเหล่านี้ได้ทำงานอย่างเต็มที่ 4. บอกลูกพรรคให้หยุดสร้างความแตกแยกแบ่งพวกแบ่งสี เช่น บังคับให้อาสาสมัครใส่เสื้อสีแดง  5. ให้ตักเตือนเรื่องการขาดสินค้าอุปโภคบริโภค ต้องจัดการผู้ที่กักตุนสินค้า และขึ้นราคาสินค้าอย่างเด็ดขาด 6. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษากฎหมายดูแลทำงานให้เต็มที่ เพราะขณะนี้มีการซ้ำเติมประชาชน เช่น การโจรกรรม และ 7. ขอให้นายกฯเลิกดื้อดึงและฟังความเห็นทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง อย่ากีดกันที่ไม่ใช่พวกตนเองออกไป

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา จะเรียกประชุมสภาในวันที่ 26-27  ต.ค.ว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นต้องการความเห็นจากทุกภาคส่วน แต่อย่าอาศัยชุลมุนหมกเม็ดนำเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าในระเบียบวาระ โดยเฉพาะร่างแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม แม้ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้ในวาระ แต่ประธานสภาก็มีสิทธิเลือกวาระเข้ามาประชุมในสภาได้

จี้ดูแลความเครียดประชาชน

ด้าน น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องว่า ให้กระทรวงสาธารณสุขติดตามภาวะความเครียดของประชาชนที่เสี่ยงจะฆ่าตัวตาย โดยจากการประเมินปัญหาสุขภาพจิตมียอดรวมสะสม 84,467 ราย พบว่ามีความเครียดสูง 3,148 ราย มีภาวะซึมเศร้า 4,560 ราย มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 596 ราย และต้องติดตามดูแลพิเศษ 901 ราย จึงขอให้รัฐบาลดูแลชีวิตประชาชนเต็มที่ นอกจากนี้ได้รับการร้องเรียนว่ามีการกักเก็บของบริจาคทำให้ส่งถึงมือผู้ เดือดร้อนล่าช้าไม่ทั่วถึง

“วันนี้การช่วยเหลือบางแห่งยังเข้าไม่ถึง ทั้งที่ของบริจาคกองโตเท่าภูเขาแต่คนอนุมัติไม่อยู่ ต้องรอลายเซ็น ส.ส.เจ้าพ่อใหญ่คนเดียว ขอร้องว่าขอให้ทำ ศปภ.เป็นศูนย์ช่วยผู้ประสบภัยจริง ๆ ไม่ใช่ทำให้กลายเป็นศูนย์ประจานภูมิปัญญา เพราะเต็มไปด้วยแกนนำคนเสื้อแดง ที่เข้าไปชี้นิ้วสั่งการกันอย่างเอิกเกริกจนกลายเป็นศูนย์รวมสารพัดแดง โดยที่มิได้มีความรู้ความสามารถในเรื่องการบริหารจัดการน้ำแต่อย่างใด” น.ส.มัลลิกา กล่าว.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 7:42 pm

ศธ.แจกปูน ทราย อิฐ แถมให้คนไปช่วยก่ออิฐให้ที่บ้านด้วยฟรี

 ใช้บัตรประชาชน-ทะเบียนบ้านมารับจำกัดปูนไม่เกิน 20 ถุงอิฐบล็อกไม่เกิน100 ก้อนทรายไม่เกิน 100 ถุงต่อครอบครัว

เมื่อ วันที่  24 ต.ค. นายประเสริฐ บุญเรือง เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)  แถลงว่า  จากภาวะวิกฤติครั้งใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนเดือนร้อน   นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ   (ศธ.)  มอบหมายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ร่วมกับ กศน. จัดโครงการแจกวัสดุ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย  เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน  ที่ไม่สามารถหาซื้อวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง  ทั้งอิฐบล็อก  ปูน และทราย มาใช้ป้องกันน้ำท่วมได้  ดังนั้น   2 หน่วยงานจึงจัดหาวัสดุก่อสร้างมาแจกประชาชนทุกวันฟรี ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 ต.ค.ตลอด24 ชม.  หรือจนกว่าของจะหมด    โดยต่อวันจะแจกอิฐบล็อก  5 หมื่นก้อน  ปูน 1 หมื่นถุง และทราย 3 หมื่นถุง    พร้อมจัดชุดอาสาสมัคร ศธ. ไปช่วยก่ออิฐ ให้ประชาชนฟรี วันละ 1,000 คน

ทั้งนี้ผู้รับแจกวัสดุ ต้องนำบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน มาแสดงด้วยโดยรับได้ที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ   ถนนราชดำเนิน จำกัดครอบครัวรับวัสดุต่าง ๆดังนี้  ปูนไม่เกิน 20 ถุง อิฐบล็อกไม่เกิน  100 ก้อน และทรายไม่เกิน 100 ถุง  แต่ฝากผู้รับของต้องเดือนร้อนจริง ๆ แต่ถ้าใครนำไปขายต่อจะถูกดำเนินการถึงที่สุด.

Tags: ,
comments Comments (6)    -
October 24th, 2011 at 5:26 pm

อยากเป็นครูต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง? เรียนอะไร? เรียนอย่างไร?

อยากเป็นครูต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง เรียนอะไร เรียนอย่างไร

แนะแนวทางการก้าวสู่อาชีพครูยุคใหม่ โดย… อ.วิริยะ  ฤาชัยพาณิชย์

ปัจจุบันอาชีพ “คร” เป็นอาชีพ “ชั้นสูง” เงินเดือนเยอะ มีความมั่นคงสูง แถมยังมีเกียรติเป็นที่เคารพของบุคคลทั่วไป

ใครอยากเป็นครู ไปฟังกันเลยจ้า……^ ^

คนอยากเป็น “ครู” เริ่มตรงที่ หาตนเองให้เจอว่าชอบอาชีพครูหรือไม่

Tags:
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 5:08 pm

“มัลลิกา” แนะประชาชนฟ้องศาล เอาผิดนายกฯ ฐานบกพร่อง “ผู้นำ”

“มัลลิกา” แนะประชาชนฟ้องศาล เอาผิดนายกฯ ฐานบกพร่อง “ผู้นำ”

( 23 ต.ค. ) ที่พรรคประชาธิปัตย์ นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าหลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกัน และบรรเทาสาธารณะภัย ของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี

ตาม มาตรา 31 เพื่อรวบอำนาจสั่งการไว้ที่นายกรัฐมนตรีจากนั้นได้มีการระบายน้ำลงไปทาง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งนายกฯรู้ทิศทางน้ำรู้ข้อมูลแต่บกพร่องอย่างร้ายแรงเมื่อทำให้ชาวบาน นนทบุรีโดนไฟดูดตายภายในวันเดียวช่วงเวลาไล่ๆกันถึง8ศพ จึงได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีร่วมรับผิดชอบ และเรียกร้องให้การไฟฟ้าร่วมรับผิดชอบ

“เพราะ พวกคุณ! ทำไมไม่ตัดไฟให้เขาทันท่วงทีถือเป็นความบกพร่องอย่างร้ายแรงของนายรัฐมนตรี ความไม่ประสาด้านการสั่งการตามอำนาจตัวเอง เรื่องนี้จะจบแค่คำว่าเสียใจไม่ได้ เพราะนี่ไม่ใช่เพียงทรัพย์สินเงินทองแต่คือชีวิตคนที่ต้วตายด้วยความบกพร่อง ของผู้นำ!ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนสามารถร้องศาลปกครองเอาผิดจากรัฐและนายก รัฐมนตรีได้ ดิฉันจะให้คำนำแนะนำเอง” นางสาวมัลลิกา กล่าว

Tags: , ,
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 1:59 pm

ภัยร้ายที่ไม่เลือกอายุมีลูกเล็กยิ่งต้องระวัง

ภัยร้ายที่ไม่เลือกอายุมีลูกเล็กยิ่งต้องระวัง

ภัยร้ายย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทำให้ตำรวจต้องออกโรงเตือนครอบครัวที่มิใช่มีเพียงลูกสาววัยรุ่นเท่านั้น

โดย… วัสยศ งามขำ

ภัยร้ายย่อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทำให้ตำรวจต้องออกโรงเตือนครอบครัวที่มิใช่มีเพียงลูกสาววัยรุ่นเท่านั้น แต่เด็กหญิงวัยที่ฟันแท้เพิ่งขึ้นก็อยู่ในอันตรายจากภัยสังคมเช่นเดียวกัน หลังจากหนุ่มโรคจิตวัย 28 ปี ตระเวนล่าเหยื่อที่เป็นเด็กหญิงวัยระหว่าง 7-12 ขวบ ใน จ.สมุครสาคร ไปข่มขืนกระทำชำเรา ข้อมูลหนึ่งที่ทำให้ตำรวจต้องอึ้งหลังรวบตัวได้ ก็เพราะมันสารภาพว่า มีเด็กไร้เดียงสาเคยตกเป็นเหยื่อหื่นของมันแล้วถึง 16 ราย

เหตุการณ์ที่เป็นอุทาหรณ์ของครอบครัวที่มีลูกสาวครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อแม่ของเด็กหญิง ป.4 พาลูกวัย 10 ขวบ ของเธอที่อยู่ในสถานะ “เหยื่อ” ขึ้นโรงพักกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พร้อมกับร้องขอให้ตำรวจจัดการกับไอ้หื่นที่ปู้ยี่ปู้ยำลูกสาวที่ยังไม่ประสี ประสา เธอเล่าให้ตำรวจฟังว่า ลูกสาวได้บอกว่า ถูกชายคนหนึ่งหลอกไปขึ้นไปยังชั้น 6 ของโรงพยาบาลกระทุ่มแบน ส่วนที่ใช้เก็บของของโรงพยาบาลก่อนลงมือกระทำย่ำยีอย่างไม่น่าให้อภัย

“ในวันนั้นผู้เสียหายได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาล และพาลูกสาวไปด้วย ระหว่างนั้นลูกสาวขอแม่ จะไปซื้อขนมที่หน้าโรงพยาบาล จนกระทั่งถูกผู้ต้องหาฉวยโอกาสไปพูดคุยบอกว่า ให้ช่วยถือของไปให้พยาบาล เด็กจึงหลงเชื่อก่อนที่จะพาเด็กขึ้นไปยังชั้น 6 ลงมือทุบตี บังคับให้ถอดเสื้อผ้า และพยายามข่มขืนเด็กที่ยังไม่รู้ความ และยังบังคับไม่ให้บอกเรื่องที่เกิดขึ้นในพ่อแม่รู้ ไม่เช่นนั้นจะฆ่าทิ้ง” พ.ต.อ.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ ผกก. สภ.กระทุ่มแบน เล่าถึงพฤติกรรมของไอ้หื่นรายนี้

หลังรับแจ้งความ ผู้กำกับฯ พลัฎฐ์ ได้เรียก พ.ต.ต.นิยม สุ่ยวงษ์ สารวัตรสืบสวน และ พ.ต.ต.สิทธิพงศ์ สังข์แสง สารวัตรปราบปราม สองนายตำรวจหนุ่มของโรงพักเดียวกันเข้าพบทันที พร้อมกับวางแผนในการสืบสวนหาตัว “ไอ้หื่นโรคจิต” มาให้ได้ หลังรับมอบหน้าที่ทั้งคู่ได้แบ่งหน้าที่กันทำงาน เนื่องจากกังวลว่าจะมีเด็กหญิงอีกหลายคนที่อาจจะตกเป็นเหยื่อ

แต่การสืบสวนค่อนข้างลำบากเนื่องจากเหยื่อเป็นเด็ก ทำให้ยากต่อการรวบรวมหลักฐาน ผู้กำกับฯ พลัฎฐ์ จึงให้ฝ่ายสืบสวนประสานกับโรงพยาบาล หากล้องวงจรปิดมาฉายดูย้อนหลัง ซึ่งกล้องก็มีอยู่จำนวนมากทำให้ใช้เวลาในการตรวจสอบ ขณะเดียวกันก็ได้ให้ฝ่ายปราบปรามตระเวนหาพยาน หรือผู้ต้องสงสัยบริเวณหน้าโรงพยาบาล เพื่อนำตัวมาสอบสวน ไม่นานมากนักฝ่ายสืบสวนก็ก็ทราบจากพยาบาลคนหนึ่ง แจ้งข้อมูลว่า เคยมีชายคนหนึ่งชอบมาทำลับๆ ล่อๆ บริเวณหน้าโรงพยาบาล และเคยมาจับมือถือแขนเธอด้วย

เมื่อดูจากกล้องวงจรปิดพยาบาลคนเดิมก็ชี้ยืนยันภาพชายคนหนึ่งที่เคย ลวนลามเธอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลหลายคนก็ยืนยันว่า ชายคนนี้มักมาป้วนเปี้ยนที่หน้าโรงพยาบาลเสมอๆ และเมื่อตำรวจนำไปให้เหยื่อดู เด็กหญิงตัวน้อยก็พยักหน้ายืนยันจอมหื่นที่ลงมือย่ำยีเธอนั่นเอง แม้ตำรวจจะรู้ชื่อที่อยู่แต่ก็เชื่อว่าน่าจะวนเวียนอยู่ในพื้นที่ จึงขอศาลอนุมัติหมายจับให้ทันที

พร้อมระดมฝ่ายสืบสวนออกค้นหาทั่ว อ.กระทุ่มแบน กระทั่งวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ชุดปราบปรามของ พ.ต.ต.สิทธิพงศ์ ก็ได้รับแจ้งจากพยาบาลคนหนึ่งว่า เห็นชายเหมือนคนในภาพมาที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นไม่กี่นาทีตำรวจก็มาถึง พร้อมกับรวบตัวชายในภาพไว้ได้ ก่อนที่จะรู้ว่าคือ นายอเนก โตมอญ ขี้คุกไร้อาชีพวัย 28 ปี

ผู้ต้องหารายนี้ไม่ปากแข็งรับสารภาพในสิ่งที่น่ากลัว โดยยอมรับว่าเคยก่อเหตุกับเด็กหญิงอายุระหว่าง 7-12 ปีมาทั้งหมด 16 คนด้วยกัน โดย 8 ครั้ง หาเหยื่อที่โรงพยาบาลกระทุ่มแบน และอีก 8 ครั้ง หาเหยื่อที่บริเวณห้องน้ำของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดหงอนไก่ อ.กระทุ่มแบน ทุกครั้งจะหลอกล่อเด็กด้วยวิธีการใกล้เคียงกัน เช่น หลอกไปกินขนมบ้าง หลอกให้ช่วยถือของ และบางครั้งก็ลงมือทำร้ายร่างกายเด็กก่อนที่จะพยายามข่มขืน ผู้ต้องหารายนี้เคยมีประวัติติดคุก 2 ปี 8 เดือน มาแล้วในข้อหาลักษณะเดียวกันนี้ แต่ยังไม่เข็ดหลาบ และการก่อกรรมในครั้งนี้ก็ต้องเข้าไปชดใช้กรรมในตารางอีกครั้ง.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 1:46 pm

เปิดแผนที่!น้ำล้อมกรุงเทพชั้นใน’ไว้เรียบร้อยแล้ว’รอถล่ม!

แผนที่แสดงให้เห็น น้ำได้ลอมกรุงเทพชั้นในเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่น้ำในทุ่งเจ้าพระยาค้างอยู่ 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รอถล่ม

จาก แผนที่ภาพถ่ายจากดาวเทียม จะเห็นว่า ขณะนี้น้ำได้ล้อมกรุงเทพ ชั้นในไว้หมดแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าแนวทางที่จะระบายน้ำเข้าคลองต่างๆ สามารถที่จะควบคุมปริมาณที่เหมาะได้มากน้อยแค่ไหนและที่สำคัญพนังกั้นน้ำ จะแข็งแกร่งพอจะรับมือหรือไม่ โดยเฉพาะช่วงที่น้ำขึ้นสูงอีกครั้งในสัปดาห์นี้

ขณะที่ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่ง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในภาพรวมทั้งประเทศ น้ำในภาคเหนือและภาคกลางตอนบนลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนครสวรรค์และอยุธยา โดยน้ำเข้ามากดดันคลองระพีพัฒน์น้อยลง เพราะสามารถผันน้ำไปทางตะวันออกของกทม.ได้เร็วขึ้น จึงช่วยลดปริมาณน้ำ ที่คุกคามกทม.อยู่ ส่วนน้ำที่ไหลเข้าท่วมตอนบนของ กรุงเทพฯ เช่น ดอนเมือง หลักสี่ จะต้องเร่งเสริมแนวคันและซ่อมแซม รอยรั่วที่คลอง 1 และเมืองเอก ซึ่งกทม. มีศักยภาพในการควบคุมน้ำ

ดร.อานนท์ กล่าวว่า จากนี้พื้นที่ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือซีกตะวันตกของกทม. ตั้งแต่นนทบุรี ถึง นครปฐม ซึ่งมวลน้ำแผ่ลงมาใกล้คลองมหาสวัสดิ์ เหนือพุทธมณฑล โดยแนวรับที่คลองมหาสวัสดิ์ เชื่อว่า จะไม่สามารถกันน้ำได้ทั้งหมด โดยน้ำจะดันเข้ามาและข้ามคันกั้นและทางรถไฟ ซึ่งถ้าน้ำท่วมรางรถไฟ ก็จำเป็นต้องเปิดรางรถไฟ

“ดังนั้น ใน  2-3 วันนี้ พื้นที่พุทธมณฑล และมหิดลศาลายา มีน้ำสูงตั้งแต่ 50 -80 ซม. คาดการณ์ว่าจะไม่เกิน 1 เมตร แต่ถ้าน้ำลงถึงสมุทรสาคร น้ำจะไม่ท่วมมากนัก เพราะจะเป็นการแก้ปัญหาโดยใช้ระบบแก้มลิง ผลักดันน้ำเข้าไปในคลองจำนวนมาก และเร่งระบายออกในช่วงน้ำลง เมื่อน้ำขึ้นจะปิดประตู เพื่อรับน้ำจากทางเหนือให้ลงสู่คลอง ซึ่งวิธีการบริการจัดการน้ำในฝั่งตะวันตก ต่างจากฝั่งตะวันออก คือใช้แก้มลิงและการระบายน้ำ ตามเวลาน้ำขึ้น น้ำลง ประชาชนจะไม่ถูกน้ำท่วมขัง จึงขอให้ติดตามข้อมูลเวลาน้ำขึ้น น้ำลง เพื่อจะสามารถบริหารเวลาได้ตามน้ำขึ้นน้ำลง ”
ขณะเดียวกันหากดูจากแบบจำลองของTEAM GROUP (เตือนภัยน้ำท่วม ฉบับที่ 3) ประเมินว่า จากปริมาณน้ำในทุ่งเจ้าพระยาที่ยังมีมากกว่า 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เปรียบเสมือนมีอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลอีก 1 อ่าง อยู่ที่บางไทรและปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ทุ่งเจ้าพระยา แม้จะลดลงแต่ยังมีปริมาณมากกว่าน้ำที่สามารถระบายลงสู่ทะเลได้ เช่น เมื่อ 21 ต.ค. มีน้ำไหลเข้าสู่ทุ่งเจ้าพระยาวันละ 419 ล้านลูกบาศก์เมตร

ในขณะที่สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลทั้งที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และทางทุ่งและคลองฝั่งตะวันออกรวมทั้งสิ้นได้วันละ 403 ล้านลูกบาศก์เมตร ทาให้มีน้ำเหลือสะสมเพิ่มเติมในทุ่งเจ้าพระยาอีกวันละ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงทำให้ระดับน้ำในทุ่งเจ้าพระยาตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ นครชัยศรี บางเลน บางใหญ่ เมืองนนทบุรี ปากเกร็ด ลาดหลุมแก้ว เมืองปทุมธานี คลองหลวง ธัญบุรี สายไหม ลาลูกกา หนองจอก คลองสามวา ลาดกระบัง บางเสาธง และบางบ่อ
หากไม่สามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้มากกว่านี้ จะมีผลทาให้พนังกั้นน้ำที่อ่อนแอกว่าพังลง น้ำจะไหลพุ่งเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น และพนังกั้นน้ำที่ไม่แข็งแรงหรือความสูงไม่เพียงพอ ก็จะพังลงเรื่อยๆ ตามลาดับ นอกจากนั้น ตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค.นี้เป็นต้นไป น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นเรื่อยๆ จนไปหนุนสูงสุดในวันที่ 31 ต.ค.ทำให้ระดับน้ำในแม่น้าเจ้าพระยาที่สะพานพุทธฯ อยู่ที่ +2.45 เมตรจากระดับน้ำทะเลกลาง (สูงกว่าเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ประมาณ 15 ซ.ม.) ซึ่งจะมีผลเสริมทาให้ระดับน้ำในพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่อยู่ใกล้แม่น้ำและมีคลองเชื่อมโยงกับแม่น้ำ เจ้าพระยาและ ท่าจีน

หลังจากนั้นระดับน้ำจะทรงตัว และ จะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ จนถึงหลังวันที่ 15 พ.ย.ไปแล้ว ระดับน้ำในพื้นที่ อ่างทอง อยุธยา สุพรรณบุรี จึงจะเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนในพื้นที่ บางไทร ปทุมธานี นนทบุรี นครชัยศรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ระดับน้ำจะลดลงอย่างช้าๆ

ดังนั้นผู้ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงที่น้าจะท่วม (ดูจาก TEAM Group เตือนภัยน้ำท่วมฉบับที่ 1) จะต้องเสริมความแข็งแรงให้พนังกั้นน้ำต่างๆ และ เสริมเพิ่มความสูงให้เพียงพอ และให้คงทนอยู่ได้ถึงหลังวันที่ 15 พ.ย. ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูง โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรมที่ต้องป้องกันน้ำท่วมเป็นพิเศษที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวัน ออกของถนนหทัยราษฎร์ ถนนร่มเกล้า ถนนกิ่งแก้วและฝั่งตะวันออกของถนนบางพลี-บางตารุ ควรเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำให้มั่นคง และให้มีระดับความสูงไม่น้อยกว่า +3.50 เมตรจากระดับน้ำทะเลกลาง.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 7:54 am

สช.ผลักดันครูเอกชนเรียนป.บัณฑิต

นายชาญวิทย์  ทับสุพรรณ  เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  (กช.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เมื่อเร็ว ๆ นี้  ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้สถาบันอุดมศึกษา 31 แห่งที่ขอเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ตามโครงการการพัฒนามาตรฐานความรู้ผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา และผู้ประกอบวิชาชีพครูของโรงเรียนเอกชน  เพื่อจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร ป.บัณฑิต ทางการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการกับสำนักบริหารงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตามที่ สช.เสนอ ซึ่งเบื้องต้นมีผู้เข้าร่วมโครงการ 19,000 คน แต่ขณะนี้มีเพียง 1,900 คน ที่มีหลักฐานครบเพื่อแสดงความประสงค์ที่จะเรียนในหลักสูตรดังกล่าว ส่วนที่เหลือยังขาดเอกสารสำคัญ เช่น สัญญาว่าจ้าง หนังสือผ่อนผันอนุญาตประกอบการสอนจากคุรุสภา  ซึ่งก็จะทยอยส่งรายชื่อทั้งหมดให้คุรุสภาตรวจสอบต่อไป  แต่เบื้องต้นอาจจะอนุโลมให้โรงเรียนออกหนังสือรับรองให้ครูเอกชนไปยื่นต่อ คุรุสภาก่อนได้

เลขาธิการ กช. กล่าวต่อไปว่า  นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมกรณีการเปิดหลักสูตร ป.บัณฑิตที่ สช.ต้องการให้คณะครุศาสตร์ของมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนในแต่ละจังหวัดเปิดให้ ครูเอกชนได้เรียนหลักสูตร ป.บัณฑิต แต่ปรากฏว่ามีข้อจำกัดคือ  มีมหาวิทยาลัยบางแห่งซึ่งรวมไปถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏยังไม่สามารถเปิดสอนตาม โครงการนี้ได้ เนื่องจากหลักสูตรหมดระยะเวลาสอนตามที่คุรุสภากำหนดไปแล้ว  ดังนั้นจึงต้องการให้ สช.ประสานกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เหล่านั้นที่หลักสูตรหมดระยะเวลาได้ติดต่อมายังคุรุสภาโดยตรง เนื่องจาก สช.ต้องการให้ครูเอกชนที่อยู่จังหวัดไหนก็ได้เรียนในจังหวัดนั้น จะได้ไม่ต้องเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางมาเรียนมหาวิทยาลัยอื่นนอก พื้นที่ของตนเอง

“ที่ประชุมยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า สช.ควรมีมาตรการออกมาว่า  ครูเอกชนที่เข้าโครงการนี้จะต้องมีชื่อรับรองจาก สช.โดยตรง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มหาวิทยาลัยเปิดรับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ครูเอกชนที่ ร่วมโครงการของ สช.ได้เข้ามาเรียน ไม่เช่นนั้นจะถือว่าผิดสัญญา เพราะผู้ที่จะมาเรียนตามโครงการนี้จะต้องมีชื่อรับรองจาก สช.โดยตรงเท่านั้น หากตรวจพบทาง สช.ก็จะไม่รับรอง รวมทั้งจะยกเลิกสัญญากับมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ทันที”  เลขาธิการ กช. กล่าว.

Tags: ,
comments Comments (1)    -
October 24th, 2011 at 7:21 am

“สุขุมพันธ์”รับ กทม.ถึงขั้นวิกฤติ

 ผู้ ว่ากทม. ยอมรับน้ำเหนือที่ไหลบ่าเข้ากรุงเทพฯมีจำนวนมาก เตือน ปชช. อาศัยอยู่ในพื้นที่ 6 เขต  ขนย้ายสิ่งของไว้ที่สูง   และรีบย้ายไปพักยังศูนย์อพยพ

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. เมื่อเวลา 23.30 น. ค.ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ได้ ประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์อุทกภัยกรุงเทพมหานครว่า น้ำเหนือที่ไหลบ่าลงมายังกรุงเทพฯมีจำนวนมาก ประเมินแล้วพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบในเบื้องต้น ได้แก่ เขตดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และสายไหม จึงให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวขนย้ายสิ่งของทรัพย์สินมีค่า รถยนต์ ขึ้นที่สูง และผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายให้ย้ายไปยังศูนย์พักพิงที่ กรุงเทพฯจัดเตรียมไว้
ผู้ว่าฯกทม.กล่าวต่อว่า ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กทม.จะดำเนินการตามหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และจะร่วมมือกับ ศปภ.โดยในส่วนของ กทม.จะระดมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ทีมแพทย์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนในเขตอื่นที่มีพื้นที่ติดต่อกับทั้ง 6 เขต ทาง กทม.จะประเมินสถานการณ์และแจ้งให้ทราบต่อไป

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 7:18 am

แผ่นดินไหวตุรกีตายเกือบพัน(ชมภาพชุด)

 ตุรกีวิปโยค แผ่นดินไหว 7.3 ริกเตอร์ บ้านพังถล่มจำนวนมาก ประชาชนตายเกือบพันคน

สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.3 ริคเตอร์ เขย่าพื้นที่ภาคตะวันออกของตุรกี ใกล้ชายแดนอิหร่านเมื่อวันอาทิตย์ รายงานเบื้องต้นบ้านเรือนพังเสียหาย และประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก โดยสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ แจ้งว่า ตรวจจับแรงไหวครั้งนี้ได้เมื่อเวลา 13.41 น. ตามเวลาท้องถิ่น (17.41 น. ตามเวลาในประเทศไทย) จุดศูนย์กลางอยู่ลึกใต้ดิน 7.2 กม. ในเขตเมืองวาน ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว 19 กม.

นายเบคีร์ คายา นายกเทศมนตรีเมืองวาน เผยว่า แรงสั่นสะเทือนรุนแรงสร้างความแตกตื่นตกใจแก่ประชาชน เบื้องต้นได้รับรายงานอาคารพังถล่มจำนวนมากในเมืองวาน ระบบโทรศัพท์ขัดข้อง คาดว่าอาจเกิดความสูญเสียหนัก ทั้งชีวิตประชาชนและทรัพย์สิน เมื่อคำนวณจากความรุนแรงและความตื้นของจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว และมีรายงานว่าแรงสะเทือนรู้สึกได้ชัด ในหลายจังหวัดที่อยู่รอบด้าน รวมทั้งแถบชายแดนอิหร่าน ด้านสำนักข่าวอนาโตเลียของรัฐบาลตุรกี รายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังรีบเร่งค้นหาผู้ประสบภัยจากซากอาคารหลังหนึ่ง ขนาด 7 ชั้นที่พังถล่ม.

ด้านนายมุสตอฟา เออร์ดิค ผอ.ศูนย์เตือนภัยแผ่นดินไหวคันดิลลีของตุรกี เปิดเผยว่า แผ่นดินไหวที่เมืองวานครั้งอาจมีผู้เสียชีวิตประมาณ 500-1,000 คน ส่วนรองนายกรัฐมนตรีระบุว่า มีอาคารบ้านเรือนขนาดใหญ่พังถล่มอย่างน้อย 45 หลัง ในเมืองวานและเมืองเออร์ซิสที่อยู่ใกล้เคียง.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 9:35 pm

อีก10 ปีกรุงเทพนครใต้น้ำ(นี่คือ “อดีต” ที่นักวิชาการพูดถึง)

อีก 10 ปี กรุงเทพนครใต้น้ำ

(นี่คือ “อดีต” ที่นักวิชาการพูดถึง)

คลิปนี้…อัปโหลดโดย เมื่อ 5 ต.ค. 2010

แต่…ไม่ทราบเหมือนกันว่านักวิชาการเขาสัมมนากันเมื่อใด พูดกันมานานแล้วกี่ปี ทำไมเรื่อง “น้ำท่วม” จึงมาเกิดขึ้นในปีนี้ละ…มันช่างสอดคล้องกันจังเลย คงต้องติดตามข่าวน้ำท่วมโลก ในปี 2012 กันต่อไป ว่าจะเกิดขึ้่นจริงหรือไม่ และเราต้องเตรียมตัวกันอย่างไร

ถึงอย่างไร…หากว่ามันเกิดขึ้นจริง พวกเรา รวมทั้งสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่อยู่บนโลกใบนี้คงไม่เหลือ

ขออย่างเดียว…ในขณะที่พวกเรายังมี “ลมหายใจไ อยู่ให้ “รู้รักสามัคคี” “ทำความดี” เพื่อชาติบ้านเมืองกันเถอะ ก่อนที่จะ “ไม่มีโอกาสให้ทำ”

ภาพกรุงเทพ ปี คศ.2012(ภาพโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ )

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 9:24 pm

น้ำท่วมกรุงเทพในอดีต.flv พ.ศ.2485

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 8:04 pm

ผู้เชี่ยวชาญด้านกม.ชี้ พรบ.ป้องกันภัย มาตรา 31 สายไปแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญ ด้านกม.ชี้รัฐบาลงัดพรบ.ป้องกันภัย สายไป หวั่นเกิดปัญหาความขัดแย้ง โยนความรับผิดชอบ เชื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมต้องใช้ พรก.ฉุกเฉิน

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศใช้ พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 มาตรา 31 ที่ระบุว่า ในการกำหนดคณะบุคคลรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษรในการเข้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องประกาศคำสั่งว่าสถานการณ์เป็นภัยพิบัติอย่างร้ายแรงอย่าง ยิ่งตาม พรบ.ฉบับดังกล่าว นายกรัฐมนตรีถึงจะมีอำนาจตามมาตรา 31 เพราะตาม พรบ.เป็นอำนาจของผู้อำนวยการ คือ รมว.มหาดไทย

แต่กรณีนี้อำนาจของ รมว.มหาดไทย ไปเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี และสามารถสั่งการได้หมด ทั้งราชการส่วนกลาง หน่วยงานของรัฐ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะการใช้อำนาจเหนือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งตรงจุดนี้หากนายกรัฐมนตรีสั่งการอะไรไป และทางผุ้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ปฏิบัติทำก็จะมีความผิด แต่การสั่งการจะต้องชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้หากนายกรัฐมนตรียังไม่ได้ประกาศคำสั่งว่าสถานการณ์เป็นภัยพิบัติร้าย แรงอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจตามมาตรา 31 ไม่ได้

“การประกาศคำสั่งในครั้งนี้ต้องการให้มีอำนาจเหนือผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร โดยรัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเกิดจากการสั่งการของนายกรัฐมนตรี หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี คือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ไม่สามารถสั่งการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยตรงได้

ดังนั้นทาง กทม. ต้องการให้มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะพูดด้วยวาจาคงไม่ทำให้  และเมื่อปฏิบัติตามคำสั่งและเป็นความผิดฐานกระทำความผิดโดยมิชอบไม่ได้ สาเหตุนี้หาทางปลดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพราะที่ผ่านมาถือว่ามีปัญหาความขัดแย้งของฝ่ายการเมืองกับทางกทม.

อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมที่เกิดขึ้นนายกรัฐมนตรีคิดว่ามีอำนาจตาม พรบ.ฉบับดังกล่าว เมื่อนายกรัฐมนตรี สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกิดอุทกภัย ใช้อำนาจไม่ได้เต็มที่  เพราะคิดว่าจะใช้อธิบดีกรมชลประทานก็ใช้ไม่ได้ หรือใช้ทหารก็ไม่ได้ จึงได้ใช้อำนาจการบริหารตาม พรบ.จัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ปี 2534 โดยสั่งการให้กองทัพ หรือ หน่วยงานต่าง ๆ ช่วย

แต่เมื่อหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยแต่ไม่มีกฎหมายรองรับเลย จึงทำให้ไม่สามารถบูรณาการการทำงานได้ เพราะใช้เครื่องมือผิดคือ พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” แหล่งข่าวระบุ

ผู้เชี่ยวชาญด้าน กฎหมายคนเดิม ชี้ว่า นายกรัฐมนตรีคิดว่ามีอำนาจ แต่จริง ๆ ไม่อำนาจ เพราะการบูรณาการแผนมันเกิดปัญหาตั้งแต่ท้องถิ่นอยากจะทำแบบนั้น แต่รัฐบาลกลับทำอีกอย่าง ก็จะทำให้งานสะเปะสะปะ โดยจะต้องใช้ พรก.ฉุกเฉิน ปี 2548

โดย พรก.ฉบับดังกล่าวมีอยู่ 2 กรณี  คือ 1.ภัยพิบัติอย่างยิ่งของประชาชน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และ 2.เพื่อความมั่นคงของรัฐ  โดยตั้งแต่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2548 พรก.ฉบับดังกล่าวนำไปใช้ในกรณีความมั่นคงจนคนแหยง และทำให้หลายคนโดยเฉพาะฝ่ายการเมืองไม่เข้าใจว่า พรก.ฉบับดังกล่าว ใช้อำนาจภัยพิบัติร้ายแรงของประชาชนได้ด้วย  เพราะเจตนารมย์ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องสึนามิ ปรากฎว่ารัฐบาลไม่ใช้เครื่องมือนั้น แต่มาใช้ พรบ.ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งกฎหมายดังกล่าวเป็นเพียงสาธารณภัยที่ใช้วิธีการป้องกัน และบรรเทาภัยเท่านั้น

แต่สถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ไม่ใช่สาธารณภัยธรรมดา แต่เป็นภัยพิบัติอย่างร้ายแรง เครื่องมือ พรบ.ดังกล่าวใช้ไม่ได้ เพราะตัวผู้ประสบภัยในฐานะที่เป็น ผอ.ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะที่เป็นผู้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตาม พรบ.ฉบับดังกล่าว และแผนป้องกันบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติของฝ่ายพลเรือนเป็นเพียงผู้ประสบภัย ฉะนั้นไม่สามารถแก้ไขภัยของตัวเองได้ เพราะตัวเองก็เป็นผู้ประสบภัย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการกฎหมาย บอกอีกว่า การออก พรก.ฉุกเฉินดีที่สุด เพราะสามารถทำลายสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตั้งแต่ถนน ทั้งนี้รัฐบาลไม่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ำได้ดีกว่าทาง กทม.  ดังนั้นจำเป็นจะต้องออกพรก.ฉุกเฉิน เพราะมันคุ้มครองทางด้านกฎหมาย

ที่สำคัญนายกรัฐมนตรีจะมีเอกภาพสามารถสั่งการได้คนเดียว จะมอบหมายให้ทหารทำ หรือ หน่วยงานอื่นทำมันจะเด็ดขาดมากกว่านี้ การทำงานจะต้องมีเอกภาพสั่งการไม่ใช้ต่างคนต่างทำ ขณะนี้น้ำมาทุกทิศทุกทาง วันนี้จะต้องหาคนตัดสินใจเพียงคนเดียว อย่างนายกรัฐมนตรีจะใช้ให้ทหารทำ ทหารก็ไม่กล้าทำ เพราะไม่มีอำนาจ บทบาทของทหารทำได้เพียงการป้องกัน และ อพยพประชาชนได้เพียงจุดหนึ่งเท่านั้น

และข้อเสียอยู่ที่อำนาจะไปรวมศูนย์อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ขณะที่ พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะมีข้อเสียคืออำนาจอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย แต่ขณะนี้ตัวของกระทรวงมหาดไทยคือผู้ประสบภัย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรี  องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล ถือว่าเป็นผู้ประสบภัย  ดังนั้นขีดความสามารถตรงนี้มันแก้ไขปัญหาไมได้ เพราะไม่ได้เป็นผู้ป้องกัน แต่กลายเป็นผู้ประสบภัย

ทั้งนี้ถือว่าสายไปแล้วที่จะมาเอาอำนาจตามมาตรา 31 เพราะจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง หากน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. จะทำให้โยนความรับผิดชอบกันระหว่างนายกรัฐมนตรี กับผู้ว่าราชการ กทม. แต่วันนี้นายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบโดยตรงหากเกิดน้ำท่วมใน กทม.

ขอบคุณ  :  กรุงเทพธุรกิจ

 

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 7:44 pm

เพลงอะไรที่คิดถึงเมื่อน้ำท่วม ที่ร้องในยามนี้ คุณคิดถึงเพลงพวกนี้หรือเปล่า??

ฟังเพลงให้กำลังใจมาก็เยอะ ครั้งนี้ขอเสนอเป็นเพลงให้กับ “มวลน้ำก้อนใหญ่มหึมามหาศาล” ฟังบ้าง ขำๆ แบบไม่ต้องคิดมากให้จิตตกจมไปกับน้ำ ไหนๆก็ไหนๆ ยิ้มสู้ดีกว่า  แล้วคุณคิดว่าจะร้องเพลงอะไรให้น้ำก้อนใหญ่ฟังกันบ้างและพร้อมกับรำลึกถึงเพลงเก่าๆที่เคยผ่านหู ยังจำกันได้ไหม

เพลง “ทนได้ทุกที”

http://www.youtube.com/watch?v=I_1H1521d2A&feature=player_embedded

 หากจะตายก็ตายไปแล้ว เจ็บอีกทีจะซักเท่าไร (เท่าไร)
ใจมันเจ็บมาแล้วกี่ครั้ง จะช้ำแค่ไหนไม่เห็นมันตายซักที
หนักกว่าเธอก็เจอมาแล้ว แต่ก็ทนมาได้ทุกที ทุกที
ใจมันแกร่งและพร้อม จะรับคราวนี้ฉันคงไม่ตาย

 เพลงนี้สำหรับคนเข้มแข็ง บอกว่า ฉันนะไม่ตายง่ายๆหรอกนะ “เจอมาเยอะ เจ็บมาเยอะ”

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 7:33 pm

ตลาดหลักทรัพย์เตือนระวังต่างชาติทิ้งหุ้นหนีน้ำท่วมเรื้อรัง

สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุนชี้ระวังต่างชาติขนเงินหนีน้ำ ท่วม ระบุแค่ 1 สัปดาห์ก็ตัดสินใจหมุนออก หาแหล่งลงทุนเสี่ยงต่ำกว่าได้ แนะรัฐบาลงัดนโยบายแก้ปัญหาชัด-เป็นระบบ เร่งสร้างบรรยากาศลงทุน

นาง เทียนทิพ สุพานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า จากภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนั้นถือว่า มีผลกระทบต่อบริษัทและบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในประเทศหลายกลุ่ม ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ว่านักลงทุน ต่างชาติอาจจะตัดสินใจถอนการลงทุนออกไปได้ เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนลง พร้อมทั้งหมุนเงินดังกล่าวไปลงทุนในประเทศอื่นในภูมิภาคที่มีความเสี่ยงน้อย กว่าแทน หากสถานการณ์น้ำท่วมยังคงมีทีท่ายืดเยื้อ

“แม้ตลาดหุ้นไทย จะขึ้นมาเป็นตลาดหุ้นเกิดใหม่ชั้นนำของโลก (Advanced Emerging Market) แล้ว แต่ก็ไม่ได้ หมายความว่าเราจะไม่ถูกนักลงทุนต่างชาติปรับลดออกจากพอร์ตการลงทุน เขามีโอกาสหมุนเงินไปลงทุนตลาดที่พัฒนาแล้วแห่งอื่น ๆ ได้ เพราะเดี๋ยวนี้นักลงทุนต่างชาติหมุนเงินลงทุนได้เร็ว”

ทั้งนี้ จากผลวิจัยที่ผ่านมาพบว่าโดยเฉลี่ยของนักลงทุนต่างชาติทั้งหมดจะสามารถปรับ พอร์ตได้ทันทีภายใน 1 สัปดาห์ ดังนั้นถ้าจะสร้างความมั่นใจระยะยาวรัฐบาลต้องมีนโยบายแก้ไขปัญหาเป็นระบบ และชัดเจน เรียกความมั่นใจ สร้างบรรยากาศลงทุนที่ดี

สำหรับภาพรวม ของสถานการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นไทยขณะนี้ เบื้องต้นพบว่ามีความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินในประเทศกลุ่มยุโรปและปัญหาทางเศรษฐกิจในสหรัฐ ทำให้การลงทุนโดยรวมค่อนข้างผันผวน ประกอบกับขณะนี้ยังมีปัญหาน้ำท่วมภายใน ประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบเชื่อมโยงในหลายอุตสาหกรรม เช่น นิคมอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนยานยนต์ ฯลฯ จึงอาจทำให้มีผลต่อมุมมองการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติบ้าง

อย่างไรก็ ตาม ประเมินว่าการที่ในช่วงเดือนตุลาคม นับตั้งแต่วันที่ 1-19 ตุลาคมยังคงมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อสุทธิราว 1.6 หมื่นล้านบาท ต่างจาก 2 เดือนก่อนหน้าที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมเหมือนกัน คือเดือนสิงหาคม นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 4.2 หมื่นล้านบาท และเดือนกันยายนนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1.65 หมื่นล้านบาทนั้น น่าจะเกิดขึ้นเนื่องจากการที่นักลงทุนต่างชาติต้องบริหารพอร์ตลงทุนของตนเอง ให้เป็นไปตามค่ามาตรฐาน (เบนช์มาร์ก) ที่วางไว้ จึงส่งผลให้แรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้ง

“การที่นักลงทุนต่างชาติยัง เข้ามาลงทุนทั้งที่ตลาดเรามีปัจจัยลบ ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการบริหารพอร์ต ที่จะต้องทำให้เท่ากับเบนช์มาร์ก ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาเมื่อดัชนีปรับตัวลดลงก็มีผลทำให้สัดส่วนการลงทุน หุ้นไทยต่อพอร์ตลดลงตามด้วย นักลงทุนต่างชาติก็ต้องเข้ามาซื้อเพิ่มเพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเป็นไปตาม เบนช์มาร์กที่วางไว้”

นางเทียนทิพกล่าวอีกว่า หลังจากนี้การทำบทวิจัยต่าง ๆ ควรจะนำประเด็นภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นตามแต่ละช่วงเวลาเข้ามาประกอบด้วย โดยถือเป็นเรื่องใหม่ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยนำมารวมเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง ที่มีผลต่อการลงทุนมาก่อน

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า จากกรณีของน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า แม้ บจ.ต่าง ๆ จะมีกำไรในไตรมาสที่ผ่าน ๆ มา แต่ก็อาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเพียงช่วงเดียว จนมีผลต่อความสามารถในการทำกำไร หรือผลประกอบการในระยะถัดไปได้ จึงถือเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการลงทุนด้วย.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 7:18 pm

ชมคลิปนาทีเป็น-นาทีตาย”กัดดาฟี” ฝ่ายต่อต้านลิเบีย-นาโต ร่วมยืนยันอดีตผู้นำ”ตายแล้ว”จริง

*คำเตือน คลิปวิดีโออาจมีภาพที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

<br>

 นายมาห์มูด จิบริล รักษาการณ์นายกรัฐมนตรีลิเบีย ยืนยันว่าพ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบีย เสียชีวิตแล้วจริง ในการปะทะระหว่างกองทัพผู้ภักดีต่อเขา และกองทัพของสภาถ่ายโอนอำนาจ (เอ็นทีซี) ในช่วงการบุกโจมตีเมืองเซิร์ต โดยเขาถูกยิงเข้าที่ศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตก่อนเดินทางถึงโรงพยาบาล

โดยสื่อต่างๆได้นำภาพของ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบีย หลังถูกสังหารถูกนำมาเผยแพร่ เป็นภาพกัดดาฟีมีเลือดตามใบหน้าและคอ นอกจากภาพนิ่งแล้วยังมีวิดีโอคลิปที่ระบุว่าเป็นภาพของกัดดาฟีหลังถูกสังหาร โดยกองกำลังปฏิวัติอีกด้วย ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ถ่ายจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าขณะที่ถ่ายภาพนั้นกัดดาฟียังมีลมหายใจอยู่หรือไม่

 

ส่วนที่เมืองเซิร์ท บ้านเกิดของกัดดาฟี และกรุงตริโปลี ประชาชนและนักรบกองกำลังปฏิวัติต่างออกมาโห่ร้องและยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อแสดง ความยินดีที่กัดดาฟีถูกสังหาร

 

ด้านกองกำลังขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโตเข้าร่วมประชุมฉุกเฉินในเวลาต่อมา ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการหารือเพื่อเตรียมประกาศการยุติการโจมตีลิเบีย ด้านนายอันเดอร์ส โฟก์ ราสมุสเซ็น เลขาธิการนาโต กล่าวว่า การเสียชีวิตของนายกัดดาฟี  หลังจากขึ้นครองอำนาจมานานถึง 42 ปี เขาเรียกร้องให้ชาวลิเบียร่วมจับมือกันและสร้างอนาคตที่สดใสยิ่งกว่า

ด้านนายจิบริล กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงทริโปลี เพื่อยืนยันการเสียชีวิตของพ.อ.กัดดาฟีอย่างเป็นทางการ โดยเขาระบุว่า จากผลการชันสูตรศพ พบว่านายกัดดาฟีเสียชีวิตจากบาดแผลจากกระสุนปืนหลังจากที่เขาโดนจับกุมตัว ในระหว่างที่รถยนต์ที่มีนายกัดดาฟีอยู่กำลังแล่นออกไป เกิดการปะทะระหว่างกองทัพเอ็นทีซีและกองกำลังของนายกัดดาฟี  และระหว่างนั้นเขาก็ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ทั้งนี้ แพทย์ผู้ทำการชันสูตรไม่ได้ระบุว่า กระสุนนัดดังกล่าวมาจากฝ่ายใด

ก่อนหน้านี้ นักรบของเอ็นทีซีบางรายให้ข้อมูลที่แตกต่างกันไปของการเสียชีวิตของนายกัดดา ฟี โดยกล่าวว่า เขาถูกผู้ที่จับกุมตัวเขายิง หลังจากพยายามหลบหนี ขณะที่บางกระแสกล่าวว่า พบนายกัดดาฟีซ่อนตัวอยู่ในโพรงแห่งหนึ่ง และร้องขอชีวิต ด้านสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ยังแสดงภาพของกลุ่มทหารที่ยืนล้อมรอบท่อระบายน้ำ ซึ่งผู้สื่อข่าวระบุว่าเป็นที่ซ่อนตัวของนายกัดดาฟี

ด้านผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์รายงานว่า พบร่างของผู้ที่ชื่อว่าอาจเป็นร่างของนายมูตาสซิม กัดดาฟี บุตรชายของอดีตผู้นำลิเบีย และอดีตที่ปรึกษากองกำลังรักษาความมั่นคงแห่งชาติ นอนแน่นิ่งอยู่บนผ้าปูที่นอนในบ้านหลังหนึ่งที่เมืองมิสราตา ขณะที่ชาวบ้านต่างพากันถ่ายรูปที่ไร้วิญญาณของเขาด้วยโทรศัพท์มือถือ

ขณะที่นายโมฮัมหมัด อัล-อาลากี ว่าที่รัฐมนตรียุติธรรมลิเบีย กล่าวว่า นายซาอิฟ อัล-อิสลาม บุตรชายอีกคนหนึ่งของนายกัดดาฟี ถูกจับกุมตัวได้แล้ว และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่ขา โดยบางแหล่งข่าวระบุว่ายังไม่ทราบว่าเขาซ่อนตัวอยู่ที่ใด

ขอบคุณ  :

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 7:09 pm

สินค้าหายไป! ภาวะแตกตื่นคนกทม.-น้ำท่วมกระทบเส้นทางขนส่งสินค้า

สภาพ ชั้นวางจำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อในกรุงเทพฯหลายแห่ง เริ่มทยอยไม่เหลือสินค้าให้ซื้อหาโดยเฉพาะหมวดอาหารและน้ำดื่ม เนื่องจากประชาชนที่ยังไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ต่างแตกตื่นซื้อไปเก็บเป็นเสบียง ขณะที่การขนส่งสินค้าและกระจายสินค้าเข้ามาเพิ่มเติมทำได้ลำบากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ 23 ตุลาคม 2554




 

Tags: ,
comments Comments (0)    -