17 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว โรงเรียนในฝัน โรงเรียนสุจริต

November 7th, 2011 at 12:00 pm

ขอแสดงความยินดีกับ “ครู” สังกัด สพป.กพ.เขต 1 รับเงินวิทยฐานะแล้ว

www.สมเดช.com ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับเงินวิทยฐานะและค่าตอบแทนพิเศษแล้ว

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ได้มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ 2555 โดยมีการโอนเงินวิทยฐานะและเงินตอบแทนพิเศษรายเดือน แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำเดือนตุลาคม 2554 เข้าบัญชีแล้ว

โปรดคลิกเข้าไปตรวจสอบดูกันเองก็แล้วกันนะ….ว่ามีใครได้บ้าง?

 

เรื่อง ขอเบิกเงิน……………โปรดคลิกที่นี่

 

รายชื่อผู้ที่ได้รับเงินโอนเข้าบัญชี….คลิกที่นี่

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 7th, 2011 at 6:48 am

เอกยุทธ อัญชันบุตร วาทะเปิดศึก‘แม่ญิง’

เอกยุทธ อัญชันบุตร เปิดประเด็นทางการเมืองที่สะเทือนไปถึงสตรีชาวเหนือ

เพียงเพราะไม่พอใจการทำงานของ “แม่ญิง” คำที่เรียกสตรีภาคเหนือ ในฐานะผู้ชนะการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

แต่วิวาทะอันเสียดสีว่า “ไร้สติปัญญา” และ “เหมาะกับอาชีพขายบริการ” กลับตีขลุมกระทบถึงสตรีชาวเหนือโดยรวม

เจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ด็อทคอมคนเดียวกันนี้ เคยต่อต้านโจมตีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

คนเดียวกันนี้ที่เดินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมข่าวสะพัด จ้างบางพรรคโค่นรัฐบาลแม้ว 1 กระทั่งต้องปฏิเสธพัลวัน

เคยต้องคดีแชร์ชาร์เตอร์ และกบฏทหารนอกราชการ พ.ศ.2528

หนีออกนอกประเทศ กลับมาหลังคดีหมดอายุความ

เกิดเดือนมิ.ย. 2502 ระบุเป็นนักศึกษา ด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน การคลัง มหาวิทยาลัยแปซิฟิก ฮาวาย

ปี 2525 เปิดบริษัทนายหน้า ชาร์เตอร์ อินเวสต์ เมนต์ มีชาวบ้านยุคนิยมแชร์แห่เอาเงินไปให้ลงทุน

เดือนพ.ย. 2527 รัฐบาลดำเนินคดีแชร์แม่ชม้อย ทิพยโส แชร์แม่นกแก้ว ใจยืน ฐานฉ้อโกง

แต่เจ้ามือในเครือข่ายโยงใยออกนอกประเทศก่อนมีหมายจับ

น้ำลด ตอผุดระนาว ผู้เสียหายหลายพันคนเข้าร้องเรียนกองปราบปราม

ช่วงหนีไปเยอรมนี ร่วมกับพ.อ.มนูญ รูปขจร ก่อกบฏทหารนอกราชการ 9 ก.ย. 2528

ไม่สำเร็จ เปลี่ยนชื่อเป็น จอร์จ ตัน<>/b

2547 จัดไฮด์ปาร์กไล่พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ผู้ร่วมชุมนุมมีจำนวนจิ๊บๆ ต้องเปลี่ยนยุทธวิธีมาเป็นออกโจมตีเรื่อยๆ

เปิดเว็บไซต์ส่วนตัวไว้เป็นช่องทางถล่มออนไลน์เหมือนกับรอบล่าสุดนี้ ย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของสตรีภาคเหนือทั้งภาค

Tags:
comments Comments (0)    -
November 7th, 2011 at 6:32 am

เวเนซุเอลาคว้ามงกุฎมิสเวิลด์2011

เวเนซุเอลาคว้ามงกุฎมิสเวิลด์2011

สาวงามจากเวเนซุเอลา คว้ามงกุฎมิสเวิลด์ 2011 ส่วนฟิลิปปินส์ได้รองอันดับ 1 –เปอร์โตริโกรองอันดับ 2

เมื่อ วันนี้ (7 พ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่า การประกวดนางงามโลกประจำปี 2554 “มิสเวิลด์ 2011” ที่เอิร์ล คอร์ต กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ รอบตัดสินเมื่อคืนวันที่ 6 พ.ย. ปรากฏว่า น.ส.อิเวียน ลูนาซอล ซาร์กอส โคลิเมนาเรส วัย 22 ปี จากเวเนซุเอลา คว้ามงกุฎไปครอง ส่วนรองอันดับ 1 ได้แก่ น.ส.กเว็น โดลีน กาแอล ซานดรีน รูไอส์ สาวงามจากฟิลิปปินส์ และรองอันดับ 2 น.ส.อมันดา วิคตอเรีย วิลลาโนวา เปเรซ สาวงามจากเปอร์โตริโก ทางด้าน “น้องจูลี่” พัชริดา รอดคงคา ตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย พลาดทุกรางวัล

สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ มีสาวงามจาก 113 ประเทศเข้าร่วมการประกวด ซึ่งมีการถ่ายทอดสดไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จากการประเมินของกองจัดการประกวด คาดว่าจะมีผู้ชมกว่า 1 พันล้านคนใน 150 ประเทศทั่วโลกเข้าชมการถ่ายทอดสดในครั้งนี้.

Tags:
comments Comments (0)    -
November 7th, 2011 at 6:28 am

“ไพจิต”ยุปรับขรก.แทนรมต.

 “ไพจิต”ยุปรับ ขรก.แทนรมต. เด้งอธิบดีกรมชล-ปภ.-ผวจ.หลายเก้าอี้ อ้างเป็นมือไม้รัฐบาลเก่า

เมื่อ วันนี้ ( 6 พ.ย.) พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวจะมีการปรับครม.ว่า ขณะนี้รัฐบาลทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันอุทกภัยหรือการเยียวยาผู้ประสบภัย และรัฐมนตรีทุกท่านทุ่มเททำงานเต็มที่ แต่อุทกภัยครั้งนี้เป็นเรื่องที่สุดวิสัยที่จะป้องกันไม่ให้น้ำท่วมปริมณฑล และกทม.บางส่วนได้ แต่ทั้งนี้การปรับครม.เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีพิจารณาว่าถึงเวลาแล้วหรือ ยัง

ด้าน นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า ยังไม่เคยเห็นว่าจะมีรัฐบาลชุดไหนปรับครม.ทั้งที่เข้ามาทำงานได้เพียง 1-2 เดือน แม้เหตุน้ำท่วมจะเป็นเรื่องปัจจุบันทันด่วน และแม้จะให้เหตุผลว่าปรับเพื่อให้เกิดประสิทธิทำงานและแก้ไขปัญหา แต่ส่วนตัวเห็นว่าควรให้เวลาการทำงานมากกว่านี้ และยังเร็วไปที่จะพูดถึงการปรับครม. แต่สิ่งแรกควรจะพิจารณาเรื่องการปรับข้าราชการ อธิบดีบางกรมที่เป็นเจ้าภาพแก้ไขปัญหา แต่ทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สิ่งนี้เป็นเรื่องชอบธรรมที่สามารถดำเนินการได้เลย แทนที่จะไปปรับนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ ควรปรับอธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งเป็นกลไกการทำงานเสียก่อน หรืออย่างกรณีกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ถ้าไม่เข้าท่า แทนที่จะปรับรมว.มหาดไทย ควรปรับอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อทำให้งานกระฉับกระเฉง

“นอก จากนี้ผู้ว่าฯที่ดูแล้วทำงานไม่เข้าท่าก็ควรปรับเพื่อให้กลไกภาครัฐปฏิบัติ งานได้เต็มที่ เพราะบางคนก็ถูกแต่งตั้งมาจากรัฐบาลที่แล้ว ย่อมเป็นธรรมดาที่เขาต้องคุ้นเคยและอาลัยอาวรณ์กัน อย่างกระทรวงมหาดไทย เพิ่งปรับแค่ปลัดกระทรวง ส่วนข้าราชการระดับสูงคนอื่น เป็นของรัฐบาลเดิมทั้งหมด เราก็ต้องพิจารณาในส่วนที่เป็นมือเป็นไม้เหล่านี้ และคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องเร่งทำโดยด่วน แต่ฝ่ายการเมืองควรจะให้เวลาทำงานต่อไปอีกสักระยะ ส่วนตัวมองว่าควรจะปรับหลังจากที่รัฐมนตรีได้รับงบประมาณไปบริหารงานก่อน จากนั้นค่อยมาประเมินผลงานกันอีกครั้ง ซึ่งอย่างน้อยควรต้องให้เวลาประมาณ 2 เดือนหลังจากที่ได้งบไปบริหารงานแล้ว” นายไพจิต กล่าว

เมื่อถามว่า อาจจะถูกวิจารณ์ได้ว่าให้ข้าราชการเป็นแพะ เมื่อรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ นายไพจิต กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่ แต่เป็นการปรับกลไกภาคปฏิบัติเพื่อให้ทำงานต่อได้ ส่วนภาคการเมืองนั้น การปรับรัฐมนตรี ถ้ามองด้วยความเป็นธรรมต้องให้โอกาสทำงาน เพราะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีไม่ถึง 2 เดือน และต้องมาเจอปัญหาทันที การปรับครม.ภายใน 1-2 เดือน มีแต่กรณีทุจริตฉาวโฉ่เท่านั้น แต่การที่รัฐมนตรีบางคนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำงานไม่มีประสิทธิภาพบางเรื่อง นั้น เพราะแก้ไขไม่ทันกับความเดือดร้อน เนื่องจากจำนวนผู้ประสบภัยมีมาก
นาย ไพจิต กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 55 ในระหว่างวันที่ 9-10 พ.ย.นี้ว่า วิปรัฐบาลได้รับมอบหมายจากนายกฯให้ดูแลการประชุมให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยและ มีประสิทธิภาพ ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ไม่ใช้ให้ฝ่ายค้านนำเรื่องน้ำท่วมมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และเชื่อว่าฝ่ายค้านจะไม่เป็นอย่างที่วิตกกัน อย่างไรก็ตามในวันอังคารที่ 8 พ.ย.นี้ เจ้าหน้าที่จากสำนักงบประมาณจะเข้ามาชี้แจงรายละเอียดให้ที่ประชุม ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ในเวลา 15.00 น. หาก ส.ส.คนใดไม่เข้าฟังการชี้แจงดังกล่าว จะไม่ได้รับสิทธิในการอภิปรายงบประมาณ เพราะต้องให้สิทธิคนที่เข้าฟังก่อน เนื่องจากทางรัฐบาลต้องการให้การอภิปรายงบเป็นไปอย่างรัดกุมและมี ประสิทธิภาพ เพราะเป็นการจัดทำจากรัฐบาลชุดที่แล้ว รัฐบาลนี้เพียงปรับปรุงในบางส่วน แต่ไม่วิตกเรื่ององค์ประชุม เพราะเชื่อว่าทุกคนรู้ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเป็นกฎหมายสำคัญ.

Tags:
comments Comments (0)    -
November 7th, 2011 at 6:24 am

ซัด“แม้ว”จ้องปรับครม.กลบน้ำท่วม

 ปชป.ซัด “แม้ว”จ้องปรับครม.กลบข่าว “น้องสาว”ไร้ประสิทธิภาพ

เมื่อ วันนี้ ( 6พ.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณปรับครม.เพราะไม่พอใจการทำงานของรัฐมนตรีบางคนในการแก้ปัญหาน้ำ ท่วมว่า ไม่น่าแปลกใจกับแนวคิดดังกล่าวท่ามกลางบ้านเมืองเกิดภาวะวิกฤต เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงคิดทำให้การเมืองเป็นประโยชน์สูงสุดกับตัวเอง ทั้งที่ปัญหาวิกฤตน้ำท่วมมาจากการที่รัฐบาลไม่ได้คิดถึงแนวทางการแก้ปัญหาใน ระยะสั้น กลาง และยาวให้เป็นที่ชัดเจน แต่กลับพูดถึงการปรับครม. เพื่อเอาการเมืองมากลบข่าวน้ำท่วม แต่ถึงอย่างไรก็ไม่พ้น เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบอยู่ดี เนื่องจากบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ.

Tags:
comments Comments (0)    -
November 6th, 2011 at 10:11 pm

2อ.วิทย์จุฬาฯผุด”เบ็ดเช็คไฟรั่วในน้ำ”

2อ.วิทย์จุฬาฯผุด”เบ็ดเช็คไฟรั่วในน้ำ”

ท่ามกลางข่าวการเสียชีวิตของชาวบ้านนับสิบจากกระแสไฟฟ้ารั่วในเขตน้ำท่วม และแนวทางการคิดค้นอุปกรณ์ตรวจสอบกระแสไฟฟ้าในน้ำจะผุดขึ้นในหน้าเฟสบุ้คมาก มาย แต่นาทียังไม่มีสิ่งใดประกันคุณภาพและประสิทธิภาพได้ 100 % ทว่า 2 อาจารย์ จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยา ก็ทำสำเร็จ ให้กำเนิด “เครื่องตรวจสอบไฟฟ้ารั่วในน้ำ” ในชื่อ “เบ็ดทดสอบไฟฟ้า” หลังจากลงแรงวิจัย ทดสอบ และประเมินผลร่วมกันนาน 2 สัปดาห์ ได้ เนวิเกเตอร์นำทางผู้คนจมน้ำพ้นเขตอันตรายได้

อาจารย์สกุลธรรม เสนาะพิมพ์ รองคณะบดี งานการวางแผน และอาจารย์ประจำ ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากทราบข่าวเศร้าสลดการเสียชีวิตเพราะกระแสไฟรั่วในแหล่งประสบอุทกภัย และ เห็นความพยายามจะประยุกต์ใช้ไขควงตรวจไฟฟ้าในคอมเมนต์บนเฟสบุ้ค และโลกออนไลน์ ที่ผู้คนในสังคมกำลังหาทางออกว่ามันคือคำตอบที่ใช่ จึงได้เริ่มต้นตั้งสมมติฐาน ทดสอบ ประเมินผลตามกระบวนการ

“แรกสุดเราก็คิดว่าอุปกรณ์แบบนี้น่าจะเป็นงานที่หน่วยงานที่รับผิดชอบโดย ตรงทำขึ้น แต่เราไปเห็น เฟซบุ้ก ในข่าว ในเว็บไซต์ต่างๆ ว่าจะตรวจสอบได้ และมีคนใช้ไขควงวัดไฟทำ เราจึงได้ลองทดสอบว่ามันใช้ได้จริง และดีแค่ไหน ผมและ อาจารย์ อำนาจ สาธานนท์ ทดลอง อยู่ 2 วัน จึงรู้ว่ามันใช้ไม่ได้ในสถานการณ์น้ำท่วม ฉะนั้นเราต้องพยายามแก้ไของค์ความรู้บางอย่างในสังคม เลยผลักดันให้มีอุปกรณ์ที่ใช้ได้จริงๆ”

สกุลธรรมเล่าว่า มีประเด็นใด ที่ต้องทำให้ตัวตรวจสอบใช้การได้ดี 1-อุปกรณ์นั้นต้องการแยกผู้ตรวจสอบ ออกจากระบบการวัด (วงจรไฟฟ้า) จากข้อนี้ ไขควงตรวจไฟฟ้าในบ้านปกติ ตัวผู้ตรวจต้องเป็นหนึ่งในวงจร คือมีกระแสไฟไหลผ่านตัวเราอ่อนๆ เท่ากับประเด็นแรก ทำให้ประเด็นว่าใช้ไขควงตรวจไฟฟ้าได้ นั้นตกไป

2. เราควรมีหัววัด และอุปกรณ์การวัด ปริมาณกระแสรั่ว วัดตั้งแต่บริเวณที่มีค่าน้อย และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เนื่องจาก กระแสไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ ห่างจากจุดกำเนิดไฟรั่วมากน้อย ก็มีค่าต่างกัน ฉะนั้นอุปกรณ์จะสมบูรณ์ได้ จึงต้องวัดได้ตั้งแต่ บริเวณที่เป็นปลายรัศมี คือมีค่าไฟน้อย จนถึง จุดกำเนิด หรือศูนย์กลางไฟฟ้า

3. อุปกรณ์ควรเปียกน้ำยากที่สุด ถ้าเป็นไขควงไฟฟ้า ตัวคนตรวจสอบต้องเข้าไปถึงจุดกำเนิดไฟฟ้า และใกล้จนมีความเสี่ยงสูง ฉะนั้นอุปกรณ์ที่ออกมาของจุฬาฯ หน้าตาก็เป็นเบ็ดตกปลาเพื่อนำสายไฟจากคอนโทรเลอร์ ไต่ไปยังตัวทุ่น โดยที่ ตัววัดค่า และ สายไฟไม่เปียกน้ำ (แต่ทุนเปียกได้ )

“สิ่งที่ทำก็คือ ให้อาจารย์อำนาจ สาธานนท์ ออกแบบวงจร คอนโทรเลอร์ ส่วนผมรับผิดชอบเรื่องหัววัด และได้ผลรวมกันอีกครั้งตอนทดสอบจริง อันดับแรก ทำซีมูเลชั่นก่อน ดูว่าห่างจากจุดไฟรั่วแล้ว วัดค่าต่างศักไฟฟ้าออกมาอย่างไร

จากนั้นทำการทดลองจริงซึ่งใช้คนอีกทีม โดยจำรองการใช้งานในอ่างน้ำ เสร็จแล้วก็นำผลสองอันนี้มาเทียบเคียงกัน ผลออกมา 99 เปอร์เซ็นต์ ตรงกัน ได้หน้าตาโมเดลแรก แล้วก็พัฒนาออกมาให้เป็นของใช้งานกันง่ายๆ สำหรับทุกคน” สกุลธรรมเล่าถึงความสำเร็จในช่วงต้น

ขณะที่ผู้สื่อข่าวสำรวจ ห้อง 505 ชั้น 5 อาคารมหามงกุฎ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งจัดให้เป็นหน่วยผลิตอุปกรณ์เบ็ดตรวจสอบไฟฟ้ารั่วในน้ำ นิสิต นักศึกษา และคณาจารย์ รวมทั้งหนุ่มสาวจิตอาสากำลังขะมักเขม้นร่วมสร้างผลงานอย่างตั้งใจ ในแผนกย่อยๆ ของตัวเอง ผลงานแต่ละชิ้นก็ออกมาทุกๆ 1 ชั่วโมง

“เราเพิ่งเริ่มดำเนินการผลิตอย่างจริงจัง ได้ 2 วันแล้ว นิสิตในคณะวิทยาศาสตร์ รวมถึงอาสาจากที่ต่างๆ ที่ทราบเรื่อง ก็เข้ามาร่วมลงแรงกายใจช่วยกัน 1 ชุด ผลิตได้ภายใน 1 ชั่วโมง 1 วันจะผลิตได้ประมาณ 100 ชุด และระหว่างนี้เราจะประเมินว่าต้องทำมากน้อยเท่าไร จากความต้องการของคนที่มาลงทะเบียนขอรับ

อย่างที่เห็นในหน่วยต่างๆ ของห้องนี้ ลำดับแรก จะทำตัววงจร เพื่อจะต่ออุปกรณ์อื่นๆ ต่อไป คนที่มีความรู้ ปวช. ด้านอิเล็กโทรนิกส์ หรือไฟฟ้า ก็ทำได้ ถัดมาก็ต่อสายตัวต้านทานทีละตัว ให้ครบ จากนั้นอีกกลุ่มหนึ่งจะติดไฟแอลอีดี สีเขียว และสีแดง พอติดแล้ว จะมีการต่อสายไฟเข้ากับแผงวงจร แต่ละส่วนเรามีตัววัด และตรวจสอบคุณภาพ มาเรื่อยๆ ทุกแผนก

จากนั้น มาถึงจุดติดถ่านไฟฉาย 9 โวลท์ 2 ก้อน ซึ่งถ้านำไปใช้จริงจะใช้ได้หลายบ้าน สเตชั่นต่อไป ก็มาเทสต์ คุณภาพรอบแรก ด้วยสภาวะไฟฟ้ารั่วจำลอง จากนั้น ถ้ามีปัญหาจะมาถึงขั้นตอนการเช็คท้ายสุดให้เพื่อแก้ไข โดยผู้เชี่ยวชาญ แต่ถ้าไม่มีปัญหาก็ผ่าน”

จากภาพที่เห็นเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้มีความซับซ้อนแต่อย่างใดการทำงานคือ คอนโทรเลอร์ เสมือนตัวสั่งการเครื่อง ซึ่งมีแค่ปุ่มเดียวคือเปิดใช้งานเครื่อง จากนั้น ไฟเขียวจะติดว่าทำงานอยู่ สายไฟเชื่อมต่อไปยังไม้ที่ชาวบ้านหาได้ เพื่อไม่ให้สายไฟถ่วงน้ำเมื่อไปใช้งานจริง ส่วนตัวทุ่นที่เป็นเหมือนปลายเบ็ดตกปลาลอยน้ำได้เพราะทำจากกระปุกพลาสติก เมื่อทิ้งทุ่นลงไปในน้ำ ตรวจจับกระแสไฟฟ้ารั่ว ที่ผิวน้ำเป็นเบื้องต้น ตัวแอลอีดีสีแดงที่คอนโทรเลอร์จะแสดงแสงอ่อนหากพบปริมาณกระแสไฟฟ้าอ่อน และแกว่งทุ่นไปเรื่อยๆ รอบบริเวณที่ต้องการตรวจสอบ จะทราบรัศมีของบริเวณที่ไฟฟ้ารั่ว ถ้ามีปริมาณไฟฟ้าสูงมาก สีของหลอดแอลอีดีจะเป็นสีแดงเข้มนั่นแปลว่าเป็นจุดศูนย์กลางของกระแสไฟรั่ว หรือจุดกำเนิดนั่นเอง

ในส่วนของน้ำที่ลึกลงไปผู้ร่วมคิดค้นแนะนำว่า ใส่น้ำลงในกระปุกและทิ้งทุ่นให้จมลงไป และใช้วิธีเดียวกันในการตรวจสอบไฟฟ้ารั่ว ทั้งนี้ การวัดในน้ำลึก และลึกมาก ไม่แนะนำ เนื่องจากน้ำมีกระแสต้านทานไฟฟ้าสูง ทำให้ไฟฟ้าที่รั่วอยู่ไม่ปรากฏในระยะที่วัดอยู่ จำเป็นต้องมาอบรมการวัดที่จุฬาฯ หรือให้ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าปฏิบัติการแทน

“ในเบื้องต้นอุปกรณ์นี้มันให้ผลตามที่เราคาดไว้ 100 % ใช้ได้ไม่ยาก แต่ต้องคำนึงถึงการใช้และเข้าใจสภาพการณ์ว่า ตั้งแต่เข้าบ้าน เราอาจต้องเช็คตั้งแต่ประตูรั้ว ว่ามีไฟฟ้ารั่วไหม แม้ว่าตรวจไม่พบ ในระดับผิว ก็อย่าเพิ่งวางใจ ตรวจในระดับลึกลงไปสักหน่อย หรือแม้จะตรวจทั้งผิวและลึกแล้ว ก็อย่าวางใจเด็ดขาด อยากให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับวัตถุนำไฟฟ้าต่างๆ อย่างเช่น ประตูรั้ว อย่าสัมผัสโดยตรง แม้ว่าจะไม่มีไฟรั่วก็ตาม ป้องกันไว้ก่อน หากต้องสัมผัสจริงๆ เพื่อเปิด หรือเคลื่อนย้ายใดๆ ก็ให้ใช้ไม้ ใช้พาสติก หรือ ยาง เป็นตัวกั้นระหว่างเรากับประตูแทนการสัมผัสตรงๆ”

อุปกรณ์ดังกล่าวนี้ ทางคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ผลิตด้วยทุนตั้งต้นเอง และภายหลังมีองค์กรเอกชนอย่าง บริษัท ไลอ้อน ประเทศไทย เป็นผู้สนับสนุน หากแต่เมื่อคิดต้นทุนต่ออุปกรณ์ 1 ชุดแล้ว ราคา 180 บาท งบประมาณที่มียังต้องการเพิ่มหากใครมีประสงค์จะสนับสนุน บริจาค ได้ที่ มูลนิธิวิทยาศาสตร์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา สภากาชาดไทย เลขที่บัญชี 046-304-3673 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-218-5000

ชาวบ้านแห่ขอรับ “เบ็ดตรวจไฟฟ้า”

หลังจาก คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ได้ประชาสัมพันธ์ข่าวสารของ เบ็ดตรวจสอบไฟฟ้ารั่วในน้ำออกไป ผู้คนก็แห่แหนกันมาจากหลายเขตอุทกภัย ทำสำเนาบัตรประชาชน และมาลงชื่อขอรับอุปกรณ์ดังกล่าวกันแน่นด้านหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์

ขวัญนภัส สรโชติ เพื่อนผู้ประสบภัยย่านรัตนาธิเบศ กล่าวว่า “เพื่อนทราบข่าวจากวิทยุและตนเองก็เช็คในเว็บไซต์ เห็นว่าเครื่องนี้น่าจะช่วยเช็คไฟฟ้ารั่วได้ ก็เลยมา ตอนนี้บ้านเพื่อนน้ำท่วมระดับเอว เขาต้องแวะกลับไปดูบ้านเพื่อสูบน้ำทุกวัน เราก็คิดว่ามั่นใจประสิทธิภาพแน่นอนค่ะ”

น.ส.กัญญลักษณ์ บัวแข ผู้ประสบภัย อยู่ติดคลองทวีวัฒนา “ดิฉันเป็นเจ้าหน้าที่ภายในจุฬาฯ ทราบข่าวก็รีบวิ่งมาเข้าคิวรับเครื่องตรวจไฟรั่วนี้ บ้านก็น้ำท่วมอยู่ ถ้ามีไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัยก็น่าจะดี คิดว่ามั่นใจในคุณภาพ และการใช้งาน ถ้าได้อันเดียวก็คงแบ่งกันใช้ได้หลายบ้าน”

นาย สุพัฒนา ไม่เปิดเผยนามสกุล รับราชการ เป็น ผู้ประสบภัย จากหมู่บ้านรัชดาธานี เขตสายไหม “ผมประสบภัยมา เดือนกว่าแล้ว ตอนนี้น้ำน่าจะสูงประมาณ 1 เมตร 50 ซม. เมื่อครู่นั่งดูทีวีก็เห็นว่าที่นี่มีแจกเครื่องตรวจไฟรั่ว คิดว่าจะลองไปใช้ดู เพราะวันกลับเข้าบ้านจะปลอดภัยสำหรับลูกหลานเรา ตัวผมเองก็เรียนพื้นฐานด้านนี้ด้วย แต่ป้องกันไว้ก่อนดีที่สุด แต่เรายังไม่ทราบว่าเจ้าเครื่องนี้มีการรับรองผลอย่างไร ยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้ได้จริงๆ หรือเปล่า”

Tags:
comments Comments (0)    -
November 6th, 2011 at 9:28 pm

‘ฮือฮา!ปลอดประสพ-นอสตราดามุส’

‘ฮือฮา!ปลอดประสพ-นอสตราดามุส’

Tags: , ,
comments Comments (0)    -
November 6th, 2011 at 9:04 pm

ฮิต!เครื่องบินจมน้ำดอนเมือง

ฮิต!เครื่องบินจมน้ำดอนเมือง

ประชาชน ยังคงชื่นชอบกับการแวะเก็บ ‘ภาพถ่าย-คลิปวีดิโอ’ ไว้เป็นที่ระลึก เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ดอนเมือง ทำให้เครื่องบินที่ไม่ได้เคลื่อนย้ายออกไปจมอยู่ในน้ำ

          6 พ.ย.54  (คลิปวีดิโอ)  ปชช.ยังคงชื่นชอบกับการแวะเก็บ ‘ภาพถ่าย-คลิปวีดิโอ’ ไว้เป็นที่ระลึก เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ดอนเมือง ทำให้เครื่องบินที่ไม่ได้เคลื่อนย้ายออกไปจมอยู่ในน้ำ

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 6th, 2011 at 1:02 pm

โจ๋แพ้ยาย้อมผมหัวบวมฉึ่ง

เมื่อ 5 พ.ย. เดลี่เมล์รายงานว่า โคลเอ โรบินส์ สาวน้อยชาวอังกฤษวัย 14 ปี จากเมืองเซาธ์แธมป์ตัน ถูกหามส่งโรงพยาบาล หลังเกิดอาการแพ้น้ำยาเปลี่ยนสีผมอย่างรุนแรงจนใบหน้าและศีรษะบวมเป่ง

อาการแพ้เกิดขึ้นหลังจากนางโจแอนนา ย้อมผมให้ลูกด้วยน้ำยาเปลี่ยนสีผมสีดำแบบย้อมกึ่งถาวร ซึ่งมีสารเคมีประเภทพาราฟีนีเลเนไดอามีน (PPD) เพราะลูกสาวจะแต่งตัวเป็นผีดิบไปร่วมงานเลี้ยงฮัลโลวีน เมื่อ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นโคลเอเริ่มมีอาการคันหนังศีรษะ แต่ไม่ถึง 48 ชั่วโมง คอและศีรษะบวมพอง พร้อมทั้งหายใจลำบาก แม้ก่อนใช้งานจะทดสอบการแพ้แล้ว

ด้านแพทย์เผยว่า ปัญหาที่พบเป็นเรื่องปกติมากและแนะว่าทางที่ดีควรจะหลีกเลี่ยงการย้อมผม ทั้งนี้ ไม่กี่สัปดาห์ก่อนเพิ่งเกิดเหตุ น.ส.ทาบาธา แม็กคอร์ต วัย 17 ปี เสียชีวิตเพราะแพ้น้ำยาเปลี่ยนสีผมที่ย้อมทิ้งไว้นาน 20 นาที โดยแม็กคอร์ตกรีดร้องและอาเจียนก่อนล้มลงอย่างทุรนทุราย

Tags:
comments Comments (0)    -
November 6th, 2011 at 9:22 am

คลองสามวาวุ่นหวิดนองเลือด(ชมคลิปและภาพชุด)

“วิชาญ มีนชัยนันท์” ยอมเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวาเพิ่มเป็น 80 ซม. หลังชาวบ้านฮือพังแนวกั้นหลายจุด

หลัง จากชาวบ้านกว่า 1,000 คนในชุมชนคลองสามวา ถนนหทัยมิตร แยกทางลัดมิตรไมตรี แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา รวมตัวกันประท้วงเพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูระบายน้ำให้สูงขึ้นจากเดิมที่ เปิดเพียงแค่ 30 ซม. ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏร แต่เจ้าหน้าที่ที่คุมประตูระบายน้ำไม่สามารถทำตามได้ เนื่องจากไม่มีคำสั่งผู้ใหญ่ลงมา จนเหตุการณ์ทำท่าจะลุกลาม

ล่าสุดเมื่อช่วงสายวันที่ 30 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านนับพันยังคงปักหลักชุมนุมกัน เพื่อจะให้เปิดประตูระบายน้ำให้ได้ และเหตุการณ์ท่าจะลุกลามใหญ่โต เนื่องจากชาวบ้านได้ปิดถนนแยกทางลัดมิตรไมตรี พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ ผกก.สน.นิมตรใหม่ ต้องรีบนำกำลังตำรวจชุดปราบจลาจล 2 กองร้อยมาคอยควบคุมฝูงชน ท่ามกลางเสียงโห่ฮาผสมกับเสียงด่าเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา

ต่อมานายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.เพื่อไทย เขตมีนบุรี ได้เดินทางมาตกลงกับชาวบ้าน ก่อนจะเรียกแกนนำเข้าหารือ ปรากฏว่าเวลาผ่านไปนาน ชาวบ้านที่ชุมนุมอยู่ข้างนอก เริ่มไม่พอใจประกอบกับอากาศร้อน เลยพยายามจะฝ่าด่านตำรวจเข้าไปพังแนวกั้น จนทำให้มีการผลักดันกันไปมาระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ สุดท้ายชาวบ้านฝ่าด่านตำรวจเข้าไปพังแนวกั้นพังหลายจุด จากนั้นนายวิชาญที่เสร็จจากการหารือกับแกนนำชาวบ้าน ได้ออกมายอมรับข้อเสนอของผู้ชุมนุม โดยจะยอมเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มอีก 50 ซม. เป็นทั้งหมด 80 ซม. ฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมต่างพอใจ แต่ยังไม่ยอมสลายตัว เนื่องจากเกรงว่าภายหลังเจ้าหน้าที่จะมาปิดประตูระบายน้ำลงอีก เลยนั่งเฝ้ากันตามประตูระบายน้ำเต็มไปหมด.

ชมภาพชุด…….คลิกที่นี่

Tags:
comments Comments (0)    -
November 6th, 2011 at 9:09 am

เอแบคโพล93.8ขอให้หยุดขัดแย้ง

เอแบคโพล93.8ขอให้หยุดขัดแย้ง

เช้าวันนี้(6 พ.ย.)  ศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน (ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) เสนอผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่องเสียงสะท้อนของผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมต่อผู้เข้าให้ความช่วยเหลือ: กรณีศึกษาตัวอย่างในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 1,478 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 – 5 พ.ย. มีประเด็นสำคัญที่ค้นพบคือ เกินกว่าครึ่งหรือร้อยละ 53.2 มีเวลาเตรียมตัวรับมือปัญหาน้ำท่วมน้อยกว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่ร้อยละ 32.2 มีเวลาตั้งแต่ 1 สัปดาห์ขึ้นไป ที่น่าเป็นห่วงคือร้อยละ 14.6 เป็นกลุ่มคนที่ไม่มีเวลาเตรียมตัวเลย เมื่อจัด 5 อันดับแรกความพอใจของผู้ประสบภัยต่อศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์และสายด่วนต่างๆ เฉพาะคนที่เคยโทร คะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า อันดับ 1 สายด่วนบริการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ได้ 6.83 คะแนน  สายด่วนรถไฟแห่งประเทศไทย 1690 ได้ 5.86  สายด่วนแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย  191 ได้ 5.83 คะแนน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โทร 1129 ได้ 5.75 ขณะที่ ศูนย์ ศปภ. โทร 1111 กด 5 ได้เพียง 5.51 เท่านั้น ปัญหาที่ค้นพบคือ โทรแล้วสายไม่ว่าง ถ้าโทรติดก็ไม่มีคนรับสาย หรือเมื่อมีคนรับสายมีแต่รับเรื่องไว้โดยไม่ดำเนินการช่วยเหลือ  หรือถ้ามีก็ล่าช้ามากและสายเกินไป

ความช่วยเหลือจาก “ทหาร” ยังครองใจในความพึงพอใจของประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติ ได้ 9.56 คะแนน หลังจากเคยสำรวจช่วงต้นเดือนต.ค.ขณะที่ “ตำรวจ” ได้รับความพึงพอใจมากขึ้นจากอันดับที่ 8 มาเป็นอันดับที่สี่ได้ 9.05 คะแนน รองจากกลุ่มอาสาสมัครและสื่อมวลชนได้ 9.10 และ 9.08 คะแนน ตามลำดับ  ที่น่าพิจารณาคือ กทม.และรัฐบาลได้รับความพึงพอใจจากประชาชนไม่แตกต่างกันคือ ได้ 8.34 กับ 8.30 คะแนน รองลงไปได้แก่ ดารานักร้องนักแสดง กรมชลประทาน ฝ่ายค้าน และผู้แทนราษฎร ส.ส. สก. และสข.
ที่น่าเป็นห่วงคือ ความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติในเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แต่รายได้หรือเงินเดือนเท่าเดิมในช่วงวิกฤตน้ำท่วมขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.6 เดือดร้อนในเรื่องราคาอาหาร รองลงไป ร้อยละ 65.7 ระบุราคาน้ำดื่ม  ยารักษาโรค ค่าโดยสารเรือ กระสอบทราย อิฐบล็อก ปูน ค่าเช่าที่พักอาศัย คอนโดมิเนี่ยม โรงแรม อพาร์ทเมนท์ ถังน้ำ ที่จอดรถ เรือ เสื้อชูชีพ เป็นต้น 

สำหรับเสียงสะท้อนของผู้ที่อยู่ในศูนย์พักพิง ร้อยละ 66.3 อยากให้ทำฐานข้อมูลช่วยเหลือด้านการเงินหลังน้ำลด ร้อยละ 47.1 อยากให้ปรับปรุงเรื่องห้องน้ำ ร้อยละ 43.4 ให้แก้ไขเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้ เป็นเรื่องทำฐานข้อมูลช่วยเหลือด้านที่ทำกินร้อยละ 42.6 และร้อยละ 41.5 ระบุการฝึกวิชาชีพ และจัดระบบงานภายในศูนย์พักพิงให้มีความยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ให้มีแพทย์เข้ามาดูแล ให้มีกิจกรรมนันทนาการ การสอนหนังสือเด็กนักเรียน ไม่ใช่เอาแต่เล่นเกมอย่างเดียว และจัดเตรียมระบบรถรับส่งกลับบ้าน ไม่ทอดทิ้งประชาชน
สิ่งที่อยากได้เป็นของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลหลังน้ำลด ร้อยละ 65.0 อยากให้ซ่อมแซมที่พักอาศัย ร้อยละ 59.3 แก้ปัญหาราคาสินค้า ร้อยละ 54.6 แก้ปัญหาคนว่างงาน ร้อยละ 52.4 หาแนวทางป้องกันน้ำท่วมในอนาคต  ร้อยละ 50.4 ระบุสภาพคล่องทางการเงิน  ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา ซ่อมแซมรถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ ถนนหนทาง และแก้ปัญหาที่ทำกิน เป็นต้น 

ข้อเสนอของผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมต่อรัฐบาลและฝ่ายค้านในการแก้ไขปัญหาภัย พิบัติในอนาคตร้อยละ 93.8 ขอให้หยุดขัดแย้ง หยุดโจมตีกัน ร้อยละ 63.0 ขอให้บอกความจริงที่ครบถ้วนกับประชาชน ร้อยละ 58.0 ขอให้ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 55.9 ขอให้ปรับปรุงเรื่องระบบเตือนภัย ร้อยละ 54.9  ขอให้ปรับปรุงเรื่องการสื่อสารกับประชาชน ร้อยละ 49.0 ขอให้รัฐบาลกับภาคเอกชนจับมือทำประกันภัยให้กับชุมชน สังคมและประเทศ  และร้อยละ 48.2 ขอให้จัดวางระบบผังเมืองใหม่

ดร.นพดล   กรรณิกา   ผอ.ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน กล่าวว่า ข้อมูลที่ค้นพบครั้งนี้สอดคล้องกับเสียงสะท้อนของเหยื่อภัยพิบัติในงานวิจัย ของต่างประเทศเช่นกันว่า สิ่งสำคัญที่ประชาชนต้องการคือ อาหาร น้ำสะอาด ที่พักอาศัย แต่สำหรับคนไทยที่ค้นพบชัดเจนแตกต่างไปจากงานวิจัยของต่างประเทศคือ ชาวบ้านขอให้นักการเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหยุดขัดแย้ง หยุดโจมตีกันในขณะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากภัยพิบัติ แต่ขอให้ทุกฝ่ายบอกความจริงที่ครบถ้วนกับประชาชน หันมาปรับปรุงข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในการช่วยเหลือประชาชนเป็นสิ่งที่ดีที่ สุด และค้นพบว่า “ทหาร” ยังคงครองใจในอันดับแรกของกลุ่มผู้ประสบภัยในขณะที่ “ตำรวจ” ได้รับความพอใจเพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อน แต่สิ่งที่เป็นความเดือดร้อนในหมู่ประชาชนเวลานี้คือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นแต่รายได้หรือเงินเดือนเท่าเดิม ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลและทุกภาคส่วนต้องช่วยกันคิดหาทางออก และทางออกที่น่าพิจารณา คือ เสนอให้พื้นที่ภัยพิบัติเป็นพื้นที่ปฏิรูประบบเศรษฐกิจพิเศษ โดยเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นในหมู่ประชาชนต่อมาตรการรับมือภัยพิบัติ และการเยียวยาที่ชาวบ้านทั่วไปเข้าใจง่ายเห็นภาพชัดเจน ไม่สับสนทั้งในเนื้อหาสาระและกรอบเวลาเป็นโรดแมปจากวันนี้เป็นต้นไป เพื่อลดทอนความตื่นตระหนกทั้งปัจจุบันและอนาคตได้

ประการแรก กระทรวงสำคัญด้านเศรษฐกิจและกลุ่มนายทุนน่าจะออกมาจับมือกันสร้างความเชื่อ มั่นในมาตรการเฉพาะหน้าและระยะยาวที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนเรื่องค่าใช้ จ่ายของประชาชนที่พุ่งสูงขึ้น แต่รายได้หรือเงินเดือนเท่าเดิมและหลายคนที่สูญเสียรายได้ไป  ประการที่สอง กระทรวงสำคัญด้านสังคม เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ อาจระดมอาสาสมัครจากสถาบันการศึกษาจากภาครัฐและภาคเอกชน คณาจารย์ นักศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวะ ช่างไฟฟ้า รถยนต์ ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านทำงานเป็นผู้ช่วยการไฟฟ้าขณะน้ำท่วม และเตรียมพร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านแบบองค์รวมได้ทันทีหลังน้ำลดเป็น ของขวัญปีใหม่ให้กับชาวบ้านในการซ่อมแซมที่พักอาศัย เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ ปรับสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ และให้ความรู้แก่ประชาชนเอาไว้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ประการที่สาม ได้แก่ ฝ่ายการเมืองน่าจะใช้จังหวะเวลานี้เป็นบทพิสูจน์ความเป็นผู้นำปฏิรูปตนเอง ฟื้นฟูความเชื่อมั่นศรัทธาของสาธารณชนต่อนักการเมืองที่ตกต่ำมานาน เลิกทะเลาะกัน แต่หันกลับมาดำรงตนให้เป็นสถาบันหลักของประเทศ ด้วยการเปิดสายด่วน สร้างฐานข้อมูลผู้ประสบภัยพิบัติลงพื้นที่โดยไม่เลือกข้าง ไม่เลือกสี และมีระบบติดตาม ประเมินความพึงพอใจจากการช่วยเหลือและเสริมสร้างให้ชาวบ้านเข้มแข็งอยู่ได้ ด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพางบประมาณของรัฐบาล เพราะรัฐบาลก็จะต้องหาแหล่งเงินกู้ยืมที่จะนำไปสู่หนี้สินสาธารณะของประเทศ และตกอยู่ภายใต้การครอบงำของกลุ่มนายทุนและองค์กรทุนต่างชาติ ส่งผลให้การกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อประชาชนของประเทศไทยอาจขาดความเป็นอิสระ ได้.

Tags:
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 8:43 pm

การผลิตครู : วิกฤติและโอกาส

เนื่องในโอกาสครบรอบ 119 ปี วันสถาปนาการฝึกหัดครูไทย …

 

ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร เมื่อวันที่ 29 ก.ย.54 ที่ผ่านมา กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.) จัดงานวันคล้าย “วันสถาปนาการฝึกหัดครูไทย” ครบรอบ 119 ปี โดยมี นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมเสวนาทางวิชาการ “การผลิตครู : วิกฤติและโอกาส” โดยมีความสำคัญตอนหนึ่งว่า

 

จากการที่ประเทศไทยต้องปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 และเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการศึกษา ดังนั้นระบบการผลิตครูจะให้ครูเรียนรู้เฉพาะเรื่องภายในประเทศไม่เพียงพอ แต่ต้องให้ครูได้มีโอกาสเรียนรู้ระบบการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม งานวิจัย หรือสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ด้วย เพื่อเป็นการพัฒนา และให้โอกาสครูในการเลือกเรียนรู้สิ่งต่างๆ อันนำไปสู่การพัฒนาระบบการสอน การถ่ายทอด

 

“ปัญหา การว่างงานของครูที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ ผมมองว่ากระบวนการผลิตครู ฝึกสอนครูที่ผ่านมาได้มีการผลิตครูที่ดี และมีจำนวนมาก แต่ด้วยบริบทของการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยี การเคลื่อนตัวของสิ่งต่างๆ ทำให้ครูไม่ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม

 

     …ดัง นั้นจากนี้ไปกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทาง กำหนดกรอบการพัฒนาครู เพราะครูถือเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ข้อต่อหรือตัวเชื่อมในนำความรู้สู่ผู้เรียน รวมถึงการ สอบระบบการสอบวัดผลประเมินผลผู้สำเร็จการศึกษาคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ก่อนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูวัดประมวลความรู้ของบัณฑิตครู ของครุสภานั้น เป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาเรื่องคุณภาพ ซึ่งหากมีการจัดสอบ อยากให้มีการพัฒนาข้อสอบ” นายวรวัจน์ กล่าว

 

ด้าน รศ.ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร อธิการบดี มรภ.พระนคร กล่าว ว่า ปัจจุบันภาพรวมของการผลิตครู นั้นเกินความต้องการของผู้ใช้ มีบัณฑิตครูว่างงานมากขึ้น ที่ผ่านมาทางสถาบันการผลิตครู พยายามจะแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยหาวิธีเพื่อคัดเลือกนักศึกษาที่เก่ง ดี และต้องการเป็นครูมาเรียนครู ไม่ใช่ไม่มีที่เรียนแล้วมาเรียนครู ซึ่งวิธีการคัดเลือกเด็กเข้ามาเรียนครูนั้น เป็นเพียงทางแก้ทางหนึ่ง แต่หากจะการผลิตครูในอนาคตประสบความสำเร็จ ได้ครูที่มีคุณภาพจริงๆ สถาบันผลิตครูต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการผลิตครู เน้นเรื่องของคุณภาพมากกว่าปริมาณ และลงพื้นที่ ดูแลครูในโรงเรียนต่างๆ มากขึ้น

 

…นอกจากนั้นในการผลิตครู ได้มีการนำนักศึกษาครูไปสัมผัสวิถี รูปแบบการเรียนการสอนตามสภาพโรงเรียนจริงๆ ตามพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน เด็กคนละกลุ่ม ครูต้องบูรณาการการสอนให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของเด็ก บัณฑิตครูในอนาคตจะเป็นครูที่มีกระบวนการสอน ขณะเดียวกันสถาบันผลิตครู ก็ต้องลงไปช่วยพัฒนาครูในโรงเรียนต่างๆ ไม่กำหนดหลักสูตรเพียงอย่างเดียว

 

   อย่างไรก็ตาม การผลิตครูหลังจากนี้ ศธ.ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยในงบประมาณปี 2555 ได้มีการจัดสรรงบประมาณ ให้กลุ่ม มรภ.เพิ่ม 400 ล้านบาท และ เท่าที่ได้หารือร่วมกับทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) คาดว่าจะมีการเพิ่มงบฯ ในการพัฒนาสถาบันผลิตครูให้มีคุณภาพมากขึ้น

 

 

ที่มา – สยามรัฐออนไลน์

 

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 8:40 pm

วิกฤตการศึกษาหลังน้ำลด เวลาเรียนน้อยห่วงคุณภาพตกต่ำ

 เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ

มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ของประเทศ แผ่ขยายวงกว้างทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่เว้นแม้แต่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ทุกพื้นที่ ได้รับผลกระทบถ้วนหน้า เกิดความเสียหายในทรัพย์สิน บางรายต้องสูญเสียชีวิต หรือต้องอพยพออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ยังทำให้กิจกรรม กำหนดการต่างๆ ที่วางแผนไว้นั้นต้องหยุดชะงักและเลื่อนออกไป ซึ่งรวมถึงกำหนดการเปิดภาคเรียน (เปิดเทอม) ที่ 2 ของปีการศึกษา 2554 ที่ต้องเปิดเรียนในวันที่ 1 พ.ย.2554 มีอันต้องเลื่อนออกไปด้วย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ 908/2554 เรื่อง ปิดสถานศึกษาในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา นครปฐม และกรุงเทพมหานคร โดยให้เปิดภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2554 ในวันที่ 15 พ.ย.2554 ซึ่ง ทั้ง 13 จังหวัดยังอยู่ในภาวะน้ำท่วมหนักจึงต้องประกาศเลื่อนเปิดเทอมเพื่อลดผลกระทบ ที่อาจส่งผลต่อนักเรียน นักศึกษาในการเดินทางไปสถานศึกษา และล่าสุด เตรียมที่จะให้โรงเรียนในจังหวัดที่น้ำเริ่มลดสามารถเปิดเรียนได้ในวันที่ 7 พ.ย.นี้

ก่อนหน้านั้น ศธ.ยืนยันไม่ประกาศเลื่อนเปิดเทอม แต่ให้อำนาจการประกาศเลื่อนเปิดเทอมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้อำนวยการ สถานศึกษา แต่เพราะสถานการณ์น้ำรุนแรงเกินกว่ารัฐบาลจะรับมือและแก้ไขปัญหาไหว สุดท้าย นายวรวัจน์ จึงยอมออกประกาศเลื่อนเปิดเทอม หลังจากกทม.ประกาศให้โรงเรียนในสังกัดเลื่อนเปิดเทอมไปก่อนหน้านี้ ในวันที่ 15 พ.ย.

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่า การเลื่อนเปิดเทอมย่อมส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนของนักเรียน เนื่องจากตารางการเรียนการสอนที่เตรียมการไว้จะต้องรื้อปรับแก้ใหม่ อีกทั้งก่อนหน้าที่เกิดปัญหาน้ำท่วมมีหลายโรงเรียนที่ต้องปิดเรียนโดยที่ยัง ไม่ได้สอบปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554

เบื้องต้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดย นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) วางแผนว่า ทันที ที่เปิดเทอมจะเร่งรัดให้โรงเรียนที่ยังไม่ได้สอบปลายภาคเรียน ที่ 1 ปีการศึกษา 2554 ใช้เวลาช่วง 2 สัปดาห์แรก จัดสอบให้แล้วเสร็จ จากนั้นก็เดินหน้าการเรียนการสอนเทอม 2 ต่อไป แต่นั่นยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา แต่ที่ต้องไม่ลืม คือ ชั่วโมงเรียนที่เหลืออยู่นั้นอาจจะไม่มากพอที่จะให้ครูเดินตามแผนการสอนที่ เตรียมไว้ และนั่นอาจส่งผลต่อคุณภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน

เพราะ ฉะนั้น ศธ.ต้องหันมาเตรียมการไว้ให้พร้อม หาวิธีการสนับสนุนส่งเสริมไม่ว่าจะเป็นการสร้างเครื่องมือ หรือกำหนดรูปแบบการสอนที่เหมาะสมที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพผู้เรียนภายใต้ระยะ เวลาการเรียนที่เหลือน้อยลงได้อย่างสมบูรณ์แบบครบเครื่องตามหลักสูตรและตรง ตามเป้าหมายของแต่ละสาระการเรียนรู้

ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหาไร้หนังสือเรียน เนื่องจากในสมัย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต รมว.ศึกษาธิการ ได้มีนโยบายให้ยกเลิกการยืมหนังสือเรียนแล้วเปลี่ยนมาแจกหนังสือเรียนฟรีให้ เด็กทุกคนติดตัวเป็นของตนเองเพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่ง จากเหตุการณ์ครั้งนี้เชื่อว่าจะมีนักเรียนจำนวนมากที่บ้านประสบภาวะน้ำท่วม และเมื่อต้องอพยพออกมาก็ไม่สามารถนำหนังสือเรียน หรือแม้แต่เครื่องแบบนักเรียนติดตัวออกมาได้ ซึ่งหากเปิดเทอมแล้วเด็กกลุ่มนี้จะไม่มีหนังสือเรียน ครั้นจะสั่งพิมพ์หนังสือเรียนเพิ่มล็อตใหม่ในช่วงเวลาที่เหลือเพื่อให้ทัน ใช้เมื่อเปิดเทอมเกรงจะไม่ทัน อีกทั้งโรงพิมพ์ส่วนใหญ่ก็คาดว่าจะจัดจำหน่ายไปหมดแล้ว

ดังนั้น ระหว่างทางที่ต้องอดทนรอให้แผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการจัดการน้ำของรัฐบาลให้ เกิดประสิทธิผลแท้จริง ศธ.คงต้องเริ่มคิดแผนการสางปัญหาไว้เสียแต่เนิ่นๆ เพื่อที่เมื่อเวลาสถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลาย ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะได้รีบทำงานตามแผนได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ASTVผู้จัดการออนไลน์

Tags:
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 8:16 pm

แถลงการณ์ เครือข่ายครูฯ ประท้วงขับไล่ ผอ.สพป.มค.2

ชมภาพวีดีโอ….คลิกที่นี่….http://77.nationchannel.com/video/182392

Tags:
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 8:00 pm

ประกาศก.ค.ศ.ให้ครู “มานิดา” ได้รับการพิจารณากลั่นกรองและคัดเลือกเป็นผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์แล้ว

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีประกาศเรื่อง การคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ลงนามโดย นายชินภัทร ภูมิรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

 

 

 

 

รายละเอียดทั้งหมดสามารถติดตามดูได้…….โปรดคลิกที่นี่

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 7:36 pm

คัดเลือกตัวแทนนักเรียน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 61 “โรงเรียนขยายโอกาส” คัดที่ “สพป.”

การจัดแข่งขันและคัดเลือกตัวแทนนักเรียน ในการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 61 ปีการศึกษา 2554 (26 ตุลาคม 2554)

Tags:
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 2:45 pm

สวยตะลึง! สื่อจีนเผยภาพ “ว่าที่สตรีหมายเลข 1” เกาหลีเหนือ

เหรินหมินหว่าง/ASTVผู้จัดการ – สื่อจีนพร้อมใจกันเผยแพร่ภาพชุดสาวสวยที่อ้างว่าเป็นภรรยาของ คิม จองอุน บุตรชายคนที่ 3 ของคิม จอมอิล และว่าที่ผู้นำรุ่นถัดไปของโสมแดง พร้อมระบุข้อมูลเด็กกว่า 2 ปี โดยแต่งงานกันตั้งแต่ปีที่แล้ว และกำลังศึกษาปริญญาเอกอยู่ใน ม.คิม อิลซุง

วาน นี้ (3 พ.ย.) สื่อจีนหลายสำนักพร้อมใจกันเผยแพร่ภาพของว่าที่สตรีหมายเลข 1 ของเกาหลีเหนือ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ภรรยาของ “คิม จองอุน” บุตรชายคนที่ 3 ของ “คิม จองอิล” ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน ซึ่งได้รับการคาดหมายว่าน่าจะขึ้นดำรงตำแหน่งแทนบิดา โดยเป็นผู้นำรุ่นที่ 3 ของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี โดยเป็นสาวสวยในชุดนักศึกษา พร้อมกระโปรงสั้น

       คิม จองอุน ปัจจุบันอายุ 27 ปี (เชื่อกันว่าเกิดในปี 2527 ขณะที่ข่าวบางกระแสระบุปัจจุบันเขาอายุ 30 ปีแล้ว) ถูกแต่งตั้งให้เป็นพลเอก 4 ดาว ระหว่างการประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือหรืออีกชื่อหนึ่งคือพรรคผู้ ใช้แรงงานเกาหลี เมื่อเดือนกันยายน 2553 อันเป็นสัญญาณว่า เขาน่าจะขึ้นรับตำแหน่งผู้นำเกาหลีเหนือต่อจากบิดาในวัย 70 ปี ซึ่งปัจจุบันนอกจากจะชราภาพแล้วก็ยังมีโรครุมเร้า

       สื่อจีนซึ่งอ้างถึงการเปิดเผยของ Daily NK เว็บไซต์ข่าวเกาหลีใต้ที่เชี่ยวชาญข่าวเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ระบุว่า คิม จองอุน ได้เข้าพิธีสมรสกับสาวสวยผู้นี้เมื่อปีที่แล้ว (2553) โดยหญิงสาวคนนี้อายุน้อยว่า คิม จองอุน 2 ปี และกำลังศึกษาในระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยคิม อิลซุง อย่างไรก็ตาม สื่อเกาหลีใต้ระบุว่า รายงานดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งรัฐบาลเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

       “สาวสวยคนนี้เกิดที่เมืองชองจิน อายุน้อยกว่าคิม จองอุนประมาณ 2 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคิม อิลซุง และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยเดียวกัน บิดาของเธอเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองชองจิน ส่วนมารดาเป็นหัวหน้าแผนกสูติ-นรีเวชในโรงพยาบาลประชาชนหมายเลข 1 ของเมืองชองจิน” แหล่งข่าวสื่อเกาหลีใต้ระบุ

       ทั้งนี้ข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ใน “ซินหวาเน็ต” เว็บไซต์ของสำนักข่าวซินหวา ซึ่งเป็นสำนักข่าวอย่างเป็นทางการของรัฐบาลจีนด้วย ทว่าเมื่อถูกเผยแพร่ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ถูกลบออกไปจากฐานข้อมูล

ที่มา  :  ผู้จัดการออนไลน์

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 11:20 am

มัสมั่นไก่กระป๋อง-มอ.ปัตตานีปรุง ช่วยน้ำท่วม-สรรพคุณเก็บได้นาน2ปี

อุทกภัย นำความเดือดร้อนมาสู่ประชาชนถ้วนหน้า รวมทั้งพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลาม ด้วยตระหนักถึงความไม่ สะดวกครั้งนี้ นำสู่การผลิตมัสมั่นไก่กระป๋อง ที่จะเก็บไว้บริโภคได้นานถึง 2 ปี ผลงานมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งขณะนี้เดินหน้าผลิตวันละ 500 กระป๋อง ก่อนส่งความช่วยเหลือล็อตแรก 1,000 กระป๋อง

ผศ.สมปอง ทองผ่อง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี เปิดเผยว่า เกิดอุทกภัยขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทยในขณะนี้ ทำให้ประชาชนโดยทั่วไปได้รับความเดือดร้อน บ้านเรือน ทรัพย์สินได้รับความเสียหายรวมทั้งยังประสบกับภาวะขาดแคลนเครื่องอุปโภค บริโภค

มอ.วิทยาเขตปัตตานีตระหนักถึงความเดือดร้อนดังกล่าว จึงดำเนินการรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยขึ้น โดยได้รับเงินบริจาค และคณะ หน่วยงานในมหาวิทยาลัยร่วมสมทบอีกรวมเป็นเงิน 200,000 บาทแล้ว ดังนั้น จึงร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มอ.วิทยาเขตปัตตานี จัดทำถุงยังชีพเพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบอุกทกภัย

“โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์อาหารฮาลาล และภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ ได้ผลิตมัสมั่นไก่กระป๋อง พร้อมทั้งจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคมาบรรจุถุงยังชีพเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ ประสบอุทกภัยต่อไป” รองอธิการบดีมอ.กล่าว

ด้าน รศ.ดร.เจริญ นาคะสรรค์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การผลิตมัสมั่นไก่กระป๋องที่ดำเนินโดยศูนย์วิทยาศาสตร์อาหารฮาลาล และภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ นั้นสามารถแปรรูปและถนอมอาหารได้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม นับเป็นอาหารฮาลาลที่สามารถเก็บไว้เพื่อการบริโภคได้นานกว่า 2 ปี โดยไม่เสียคุณค่า ทางโภชนาการ

ทั้งนี้ การผลิตมัสมั่นไก่กระป๋องของคณะ สามารถผลิตได้ประมาณ 500 กระป๋อง โดยเริ่มผลิตเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา รวมประมาณ 1,000 กระป๋อง และเชิญชวนผู้มีจิตอาสาร่วมบรรจุถุงยังชีพ โดยจะบรรจุถุงยังชีพ รอบแรกในวันที่วันที่ 5-6 พ.ย.นี้ และรอบที่ 2 ในวันที่ 12-13 พ.ย. ที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ การอาหารและโภชนาการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มอ.วิทยาเขตปัตตานี

พร้อมกันนี้ มอ.วิทยาเขตปัตตานียังขอเชิญบุคลากร นักศึกษาและประชาชนร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ได้ที่งานการเงินและบัญชี วิทยาเขตปัตตานี หรือโอนเงินเข้าบัญชี “เงินบริจาคเพื่อผู้ประสบภัยธรรมชาติ มอ.ปัตตานี” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสงขลานครินทร์ ปัตตานี ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 704-250825-2 และบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคได้ที่อาคารภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและ โภชนาการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ทุกน้ำใจไหลซับน้ำตาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

Tags:
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 11:16 am

หมอห่วงเด็กขอนแก่นกินไม่สมวัย อ้วนฉุ ผอมเตี้ย-แฉเหตุติดขนมกรุบกรอบ

ขอนแก่น – น.พ.ประสิทธิ์ สัจจพงษ์ รักษาราชการแทนผอ.ศูนย์อนามัยที่ 6 ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขอนแก่นกำลังประสบปัญหาเด็กแรกเกิดถึงอายุ 14 ปีมีภาวะโภชนาการด้านอ้วน ผอม และเตี้ย หรือมีภาวะโภชนาการไม่สมวัย ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาในอนาคตไม่ว่าจะทางด้านสติปัญญาและปัญหาสังคมต่อไป ที่ผ่านมามีคุณแม่จำนวนไม่น้อยขาดความรู้ในการเลี้ยงดูลูกและให้อาหารไม่ถูก หลักโภชนาการ รวมทั้งเด็กมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารและโภชนาการไม่พึงประสงค์

จากการสำรวจพบว่าเด็กอายุแรกเกิดถึง 1 ขวบ ร้อยละ 38.89 และเด็กอายุ 1-6 ขวบ ร้อยละ 59.45 ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีรสหวาน เด็กอายุ 1-6 ขวบ กินขนมกรุบกรอบเป็นประจำ ร้อยละ 76.5 และเด็กวัยเรียนระดับประถมศึกษา ร้อยละ 56.65 มีการดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่ม รสหวานเป็นประจำ และมากกว่าร้อยละ 59.66 กินขนมกรุบกรอบและขนมหวาน

น.พ.ประสิทธิ์กล่าวต่อว่า ขอนแก่นเป็น 1 ใน 9 จังหวัดของประเทศไทย ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาระบบและกลไกเพื่อเด็กไทยมีโภชนาการสมวัย โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งมีอ.สง่า ดามาพงษ์ เป็นผู้จัดการโครงการพัฒนาระบบและกลไกเพื่อเด็กไทยมีโภชนาการสมวัย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบและกลไกให้ท้องถิ่นและชุมชนมีศักยภาพในการขับ เคลื่อนงานโภชนาการในเด็กแรกเกิดถึงอายุ 14 ปี ให้มีการเจริญเติบโตและโภชนาการสมวัย ดำเนินการ นำร่องใน 8 อำเภอ 24 อปท. 25 โรงเรียน และ 24 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

โดยศูนย์อนามัยที่ 6 ขอนแก่นและภาคีเครือข่ายร่วมกันดำเนินงาน ก้าวย่างเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว การดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะการผลักดันแผนงานโภชนาการ พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่น

Tags:
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 11:09 am

ผู้หญิงเหนือฮือ”เอกยุทธ”เฟซบุ๊กหมิ่น

ผู้หญิง เหนือฮือเอาเรื่อง”เอกยุทธ อัญชันบุตร” โพสต์เฟซบุ๊กโจมตี”ยิ่งลักษณ์”แต่ใช้ข้อความดูหมิ่น เหยียด หยามศักดิ์ศรีผู้หญิงเหนือ ขี้เกียจ ไร้การศึกษา ด้อยปัญญา ชอบทำงานสบายที่หญิงปกติไม่ทำกัน ซึ่งก็คือขายบริการ กลุ่มสตรีเชียงใหม่แจ้งความจับ ขณะที่จังหวัดอื่นๆเคลื่อนไหวใหญ่จี้ขอโทษทันที ชี้จะวิพากษ์วิจารณ์นายกฯ ก็ว่าไป แต่ไม่ควรพาดพิงถึงผู้หญิงทั้งภาคด้วยข้อความเสียหาย

เมื่อ วันที่ 3 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงิน-อสังหาริมทรัพย์ อดีตผู้ต้องหาคดีแชร์ชาร์เตอร์ ซึ่งหนีคดีออกนอกประเทศ และยังเป็นเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ ซึ่งเน้นโจมตีรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว โจมตีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และสตรีภาคเหนืออย่างรุนแรง ดังนี้

“ไม่อยากจะกล่าวคำแบบนี้ เพราะจะดูเสมือนดูถูกสตรี..แต่ในความเป็นจริงนั้น..สาวเหนือที่ไร้การศึกษา หรือขี้เกียจ และด้อยปัญญา จะมาทำงานสบายที่หญิงปกติไม่ทำกัน..หลักๆ ก็คือขายบริการ..ฉะนั้นสาวเหนือที่ไร้สติปัญญาและโง่เขลาขนาดหนักแต่หน้าด้านมารับตำแหน่ง ก็ควรจะรู้นะว่าอาชีพอะไรที่เหมาะแก่คุณ?”

จากนั้น นายเอกยุทธยังโพสต์ข้อความวิพากษ์ วิจารณ์น.ส.ยิ่งลักษณ์ เช่น “ตำแหน่งนายกฯ นั้น ไม่ใช่ของครอบครัว..และไม่ใช่ที่ฝึกหัดงาน..หากไร้ปัญญาก็อย่าหน้าด้านมารับ ตำแหน่ง..” และ “สื่อถามรัฐบาลและผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายว่าต้องการความช่วยเหลือจากต่างประเทศ เรื่องน้ำท่วมมั้ย? คำตอบที่ได้คือ เราช่วยตัวเองได้…มิน่าถึงได้ยินบ่อยๆ ว่า เอาอยู่ค่ะ?”

ต่อมาข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่กระจายต่อในเฟซบุ๊กเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีผู้แสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์นายเอกยุทธเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ขณะ ที่นางสุภัคสร วรรณปลูก ประธานเครือข่ายแม่ญิงพะเยา ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า นายเอกยุทธ โพสต์ข้อความดูหมิ่นผู้หญิงเหนืออย่างรุนแรง จะต้องขอโทษต่อผู้หญิงเหนือเดี๋ยวนี้ทันที เพราะถึงแม้ว่าผู้หญิงเหนือจะเก่งหรือไม่เก่ง ขยันหรือไม่ขยันก็ขึ้นกับแต่ละบุคคล และปัจจุบันผู้หญิงเหนือจำนวนไม่น้อยที่มีบทบาททางสังคมทำงานเคียงบ่าเคียง ไหล่ผู้ชาย หลายคนอาจทำงานหนักกว่าผู้ชายด้วย

ประธานเครือข่ายแม่ญิง พะเยากล่าวต่อว่า นายเอกยุทธไม่ผิดที่จะแสดงความคิดเห็นส่วนตัวแต่ไม่ควรพาดพิงผู้อื่น ผู้หญิงเหนือหรือผู้หญิงทุกคนมีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับทุกคนทั้งโลก การถูกหยามเกียรติกันเช่นนี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง ไม่ว่านายเอกยุทธจะหมายถึงผู้หญิงเหนือคนใดหรือไม่ก็ตาม ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ดังนั้น วันที่ 4 พ.ย.นี้ทางเครือข่ายจะรวมตัวแสดงพลังแม่ญิงพะเยาเรียกร้องให้นายเอกยุทธออก มาขอโทษต่อสาธารณชน ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ประท้วงต่อการกระทำของนายเอกยุทธ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของผู้หญิงเหนือ

ขณะที่น.ส.ศิริพร ปัญญาเสน นายกสมาคมส่งเสริมการพัฒนาสตรีและเยาวชนลำปาง กล่าวว่า ถ้าจะวิจารณ์สาธารณะแบบนี้ จะพูดถึงแบบเหมารวมไม่ได้ ผู้หญิงเหนือในอดีตอาจมีบ้างที่เข้ากรุงเทพฯ แล้วไปขายบริการ แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นทั้งหมด มีอีกจำนวนมากที่ไปทำมาหากินสุจริต ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นคน การเหมารวมว่าไม่มีการศึกษา ไม่มีสติปัญญา ไร้อาชีพ คำพูดแบบนี้ไม่เหมาะสม ถ้าจะวิจารณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ควรวิจารณ์ตรงๆ เพราะเรื่อง สติปัญญา ความดีความชั่ว เป็นเรื่องเฉพาะคน ทุกคนมีศักดิ์ศรีจะมาเหมารวมไม่ได้ สมาคมขอปรึกษาหารือกันก่อนว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไร ต่อไป

ด้านนางวิระดา สมสวัสดิ์ หัวหน้าศูนย์สตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประธานมูลนิธิผู้หญิง กฎหมาย และการพัฒนาชนบท กล่าวว่า ไม่ต้องการตอบโต้แทนน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่กรณีดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการจับแพะชนแกะ เอาการเมืองมาบิดเบือนกับเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม นอกจากนี้ประเด็นที่นายเอกยุทธวิจารณ์ก็ไม่ใช่ประเด็นของผู้หญิง เพราะคนที่ถูกวิจารณ์ไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้หญิงทั้งหมด แต่เป็นการดูถูกเหยีดหยามผู้อื่นอย่างยัดเยียด มีฐานคิดที่เต็มไปด้วยอคติทางเพศ มองว่าผู้หญิงขายบริการเป็นผู้หญิงไม่ดี ทั้งๆ ที่ผู้หญิงกลุ่มนี้คือคนที่ตกเป็นเหยื่อ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอคติทางภูมิภาค กล่าวหาโดยไม่คิดว่า ทำไมภาคเหนือถึงเป็นเป้าหมายของกระบวนการค้ามนุษย์ ทั้งยังสะท้อนความอับจนทางความคิด จากการกล่าวหาว่าหญิงเหนือไร้การศึกษา เกียจคร้าน และโง่เขลา โดยไม่คำนึงว่านั่นคือสิ่งที่ติดมากับผู้หญิง หรือผู้หญิงถูกทำให้เป็นอย่างนั้น

“คุณยิ่งลักษณ์จะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องการเมือง ถ้าจะวิจารณ์ก็ควรวิจารณ์ในฐานะคนที่มาทำงานตรงนั้น ตามมาตรฐานของผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” นางวิระดากล่าว

ส่วนนาง จันทวิภา อภิสุข ผอ.ศูนย์พิทักษ์สิทธิหญิงบริการ เอ็มพาวเวอร์ กล่าวว่า เป็นทัศนะคติชั่วร้ายของผู้ชาย ที่ดูถูกผู้หญิงว่าอ่อนแอ ไร้ความสามารถ และไม่สามารถทำงานสำคัญได้ ส่วนที่กล่าวหาว่าผู้หญิงเหนือไม่มีความรู้นั้น ข้อเท็จจริงคือมีผู้หญิงเหนือจำนวนมากเรียนจบปริญญา มีความรู้ ความสามาถ ไม่ได้โง่เพราะเป็นเพศหญิง หรือเป็นสาวเหนือ ผู้ชายโง่ๆ ในทุกภูมิภาคก็มี เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับภูมิภาค และที่กล่าวหาว่าอาชีพขายบริการเป็นอาชีพที่คนทั่วไปไม่ทำกันนั้น อยากย้อนว่าแล้วนักการเมืองที่ขายตัวในสภายังสมควรได้รับการยกย่องหรือไม่ ถ้าเปรียบเทียบกับอย่างอื่นไม่ได้ อย่าคิดสั้นๆ การดูถูกเหยียดหยามบุคคลอื่น เป็นเรื่องที่ฟ้องร้องได้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 และส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การโพสต์ข้อความของนายเอกยุทธกำลังกลายเป็นประเด็นลุกลามไปทั่วภาคเหนือ ทราบว่าที่จ.เชียงใหม่มีกลุ่มผู้หญิงแจ้งความเอาผิดนายเอกยุทธแล้ว ขณะที่จังหวัดอื่นๆกลุ่มสตรีออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านนายเอกยุทธอย่างรุนแรง ส่วนตัวแล้วเห็นว่าผู้ชายไม่ควรแสดงความคิดเห็นไม่ให้เกียรติผู้หญิงแบบนี้

“เป็นห่วงว่าจากนี้ไปนายเอกยุทธจะไปภาคเหนือไม่ได้ เพราะกลุ่มสตรีหรือผู้หญิงภาคเหนือจะไม่ยอมรับและต่อต้านอย่างหนัก นายเอกยุทธควรแสดงการขอโทษผู้หญิงเหนือโดยเร็ว เพราะไม่ว่าข้อความที่โพสต์นั้นจะสื่อความหมายอย่างไรก็ตาม แต่เป็นข้อความที่มาจากนายเอกยุทธ ดังนั้นต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษขอโทษผู้หญิงเหนือโดยเร็ว” ส.ส.พะเยา กล่าว

วันเดียวกัน เวลา 11.30 น. กลุ่มพลังผญ๋าแม่ญิงล้านนาเจียงใหม่ ประมาณ 20 คน นำโดยนางสุชีรา รักษาภักดี ประธานกลุ่ม รวมตัวกันบริเวณพระบรมอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากนั้นออกแถลงการณ์เรียกร้องนายเอกยุทธรับผิดชอบในการกระทำที่ทำให้ผู้หญิง เหนือเสื่อมเสีย เพราะชาวเหนือมีศักดิ์ศรี ดำเนินชีวิตที่ถูกต้องงดงามมายาวนาน มีวิถีชีวิตรักสงบ ไม่ระราน หรือกระทำการใดๆ ให้นายเอกยุทธเดือดร้อน แต่นายเอกยุทธมาป่าวประณามดูถูกดูหมิ่นผู้หญิงเหนือเช่นนี้ ถือว่าไม่ถูกต้อง ขอเรียกร้องนายเอกยุทธขอขมาและขอโทษอย่างเป็นทางการในทันที

จากนั้น นางสุชีราพร้อมด้วยตัวแทน 5 คน เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สมคิด ภูสด พนักงานสอบสวน (สบ 1) สภ.เมืองเชียงใหม่ ให้ดำเนินคดีนายเอกยุทธฐานหมิ่นประมาทผู้หญิงเหนือ และเผยแพร่ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

ต่อมา น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มพลังผญ๋าแม่ญิงล้านนาเจียงใหม่บนโรงพัก พร้อมกับติดตามความคืบหน้าของคดี

น.ส.ทัศนีย์กล่าวว่า อยากฝากบุพการีนายเอกยุทธช่วยอบรมสั่งสอนให้มีทัศนคติที่ดีกับผู้หญิงเหนือ และเรียกร้องผู้หญิงทั่วประเทศประณามการกระทำดังกล่าว นายเอกยุทธต้องรีบขอโทษ ก่อนที่ผู้หญิงเหนือจะแจ้งความดำเนินคดีทั่วทั้งภาคเหนือ ทั้งนี้จะปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยว่าจะดำเนินการในสภาผู้แทนฯ อย่างไรได้บ้าง เพราะนายเอกยุทธเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง.

ขอบคุณ  :   

Tags:
comments Comments (1)    -