17 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว โรงเรียนในฝัน โรงเรียนสุจริต

November 4th, 2011 at 8:43 pm

การผลิตครู : วิกฤติและโอกาส

เนื่องในโอกาสครบรอบ 119 ปี วันสถาปนาการฝึกหัดครูไทย …

 

ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร เมื่อวันที่ 29 ก.ย.54 ที่ผ่านมา กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.) จัดงานวันคล้าย “วันสถาปนาการฝึกหัดครูไทย” ครบรอบ 119 ปี โดยมี นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมเสวนาทางวิชาการ “การผลิตครู : วิกฤติและโอกาส” โดยมีความสำคัญตอนหนึ่งว่า

 

จากการที่ประเทศไทยต้องปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 และเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการศึกษา ดังนั้นระบบการผลิตครูจะให้ครูเรียนรู้เฉพาะเรื่องภายในประเทศไม่เพียงพอ แต่ต้องให้ครูได้มีโอกาสเรียนรู้ระบบการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม งานวิจัย หรือสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ด้วย เพื่อเป็นการพัฒนา และให้โอกาสครูในการเลือกเรียนรู้สิ่งต่างๆ อันนำไปสู่การพัฒนาระบบการสอน การถ่ายทอด

 

“ปัญหา การว่างงานของครูที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ ผมมองว่ากระบวนการผลิตครู ฝึกสอนครูที่ผ่านมาได้มีการผลิตครูที่ดี และมีจำนวนมาก แต่ด้วยบริบทของการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยี การเคลื่อนตัวของสิ่งต่างๆ ทำให้ครูไม่ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม

 

     …ดัง นั้นจากนี้ไปกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทาง กำหนดกรอบการพัฒนาครู เพราะครูถือเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง ข้อต่อหรือตัวเชื่อมในนำความรู้สู่ผู้เรียน รวมถึงการ สอบระบบการสอบวัดผลประเมินผลผู้สำเร็จการศึกษาคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ก่อนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูวัดประมวลความรู้ของบัณฑิตครู ของครุสภานั้น เป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาเรื่องคุณภาพ ซึ่งหากมีการจัดสอบ อยากให้มีการพัฒนาข้อสอบ” นายวรวัจน์ กล่าว

 

ด้าน รศ.ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร อธิการบดี มรภ.พระนคร กล่าว ว่า ปัจจุบันภาพรวมของการผลิตครู นั้นเกินความต้องการของผู้ใช้ มีบัณฑิตครูว่างงานมากขึ้น ที่ผ่านมาทางสถาบันการผลิตครู พยายามจะแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยหาวิธีเพื่อคัดเลือกนักศึกษาที่เก่ง ดี และต้องการเป็นครูมาเรียนครู ไม่ใช่ไม่มีที่เรียนแล้วมาเรียนครู ซึ่งวิธีการคัดเลือกเด็กเข้ามาเรียนครูนั้น เป็นเพียงทางแก้ทางหนึ่ง แต่หากจะการผลิตครูในอนาคตประสบความสำเร็จ ได้ครูที่มีคุณภาพจริงๆ สถาบันผลิตครูต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการผลิตครู เน้นเรื่องของคุณภาพมากกว่าปริมาณ และลงพื้นที่ ดูแลครูในโรงเรียนต่างๆ มากขึ้น

 

…นอกจากนั้นในการผลิตครู ได้มีการนำนักศึกษาครูไปสัมผัสวิถี รูปแบบการเรียนการสอนตามสภาพโรงเรียนจริงๆ ตามพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน เด็กคนละกลุ่ม ครูต้องบูรณาการการสอนให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของเด็ก บัณฑิตครูในอนาคตจะเป็นครูที่มีกระบวนการสอน ขณะเดียวกันสถาบันผลิตครู ก็ต้องลงไปช่วยพัฒนาครูในโรงเรียนต่างๆ ไม่กำหนดหลักสูตรเพียงอย่างเดียว

 

   อย่างไรก็ตาม การผลิตครูหลังจากนี้ ศธ.ได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยในงบประมาณปี 2555 ได้มีการจัดสรรงบประมาณ ให้กลุ่ม มรภ.เพิ่ม 400 ล้านบาท และ เท่าที่ได้หารือร่วมกับทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) คาดว่าจะมีการเพิ่มงบฯ ในการพัฒนาสถาบันผลิตครูให้มีคุณภาพมากขึ้น

 

 

ที่มา – สยามรัฐออนไลน์

 

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 8:40 pm

วิกฤตการศึกษาหลังน้ำลด เวลาเรียนน้อยห่วงคุณภาพตกต่ำ

 เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ

มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ของประเทศ แผ่ขยายวงกว้างทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่เว้นแม้แต่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ทุกพื้นที่ ได้รับผลกระทบถ้วนหน้า เกิดความเสียหายในทรัพย์สิน บางรายต้องสูญเสียชีวิต หรือต้องอพยพออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ยังทำให้กิจกรรม กำหนดการต่างๆ ที่วางแผนไว้นั้นต้องหยุดชะงักและเลื่อนออกไป ซึ่งรวมถึงกำหนดการเปิดภาคเรียน (เปิดเทอม) ที่ 2 ของปีการศึกษา 2554 ที่ต้องเปิดเรียนในวันที่ 1 พ.ย.2554 มีอันต้องเลื่อนออกไปด้วย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ 908/2554 เรื่อง ปิดสถานศึกษาในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา นครปฐม และกรุงเทพมหานคร โดยให้เปิดภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2554 ในวันที่ 15 พ.ย.2554 ซึ่ง ทั้ง 13 จังหวัดยังอยู่ในภาวะน้ำท่วมหนักจึงต้องประกาศเลื่อนเปิดเทอมเพื่อลดผลกระทบ ที่อาจส่งผลต่อนักเรียน นักศึกษาในการเดินทางไปสถานศึกษา และล่าสุด เตรียมที่จะให้โรงเรียนในจังหวัดที่น้ำเริ่มลดสามารถเปิดเรียนได้ในวันที่ 7 พ.ย.นี้

ก่อนหน้านั้น ศธ.ยืนยันไม่ประกาศเลื่อนเปิดเทอม แต่ให้อำนาจการประกาศเลื่อนเปิดเทอมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้อำนวยการ สถานศึกษา แต่เพราะสถานการณ์น้ำรุนแรงเกินกว่ารัฐบาลจะรับมือและแก้ไขปัญหาไหว สุดท้าย นายวรวัจน์ จึงยอมออกประกาศเลื่อนเปิดเทอม หลังจากกทม.ประกาศให้โรงเรียนในสังกัดเลื่อนเปิดเทอมไปก่อนหน้านี้ ในวันที่ 15 พ.ย.

อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่า การเลื่อนเปิดเทอมย่อมส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนของนักเรียน เนื่องจากตารางการเรียนการสอนที่เตรียมการไว้จะต้องรื้อปรับแก้ใหม่ อีกทั้งก่อนหน้าที่เกิดปัญหาน้ำท่วมมีหลายโรงเรียนที่ต้องปิดเรียนโดยที่ยัง ไม่ได้สอบปลายภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554

เบื้องต้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดย นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) วางแผนว่า ทันที ที่เปิดเทอมจะเร่งรัดให้โรงเรียนที่ยังไม่ได้สอบปลายภาคเรียน ที่ 1 ปีการศึกษา 2554 ใช้เวลาช่วง 2 สัปดาห์แรก จัดสอบให้แล้วเสร็จ จากนั้นก็เดินหน้าการเรียนการสอนเทอม 2 ต่อไป แต่นั่นยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา แต่ที่ต้องไม่ลืม คือ ชั่วโมงเรียนที่เหลืออยู่นั้นอาจจะไม่มากพอที่จะให้ครูเดินตามแผนการสอนที่ เตรียมไว้ และนั่นอาจส่งผลต่อคุณภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน

เพราะ ฉะนั้น ศธ.ต้องหันมาเตรียมการไว้ให้พร้อม หาวิธีการสนับสนุนส่งเสริมไม่ว่าจะเป็นการสร้างเครื่องมือ หรือกำหนดรูปแบบการสอนที่เหมาะสมที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพผู้เรียนภายใต้ระยะ เวลาการเรียนที่เหลือน้อยลงได้อย่างสมบูรณ์แบบครบเครื่องตามหลักสูตรและตรง ตามเป้าหมายของแต่ละสาระการเรียนรู้

ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขปัญหาไร้หนังสือเรียน เนื่องจากในสมัย นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต รมว.ศึกษาธิการ ได้มีนโยบายให้ยกเลิกการยืมหนังสือเรียนแล้วเปลี่ยนมาแจกหนังสือเรียนฟรีให้ เด็กทุกคนติดตัวเป็นของตนเองเพื่อใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่ง จากเหตุการณ์ครั้งนี้เชื่อว่าจะมีนักเรียนจำนวนมากที่บ้านประสบภาวะน้ำท่วม และเมื่อต้องอพยพออกมาก็ไม่สามารถนำหนังสือเรียน หรือแม้แต่เครื่องแบบนักเรียนติดตัวออกมาได้ ซึ่งหากเปิดเทอมแล้วเด็กกลุ่มนี้จะไม่มีหนังสือเรียน ครั้นจะสั่งพิมพ์หนังสือเรียนเพิ่มล็อตใหม่ในช่วงเวลาที่เหลือเพื่อให้ทัน ใช้เมื่อเปิดเทอมเกรงจะไม่ทัน อีกทั้งโรงพิมพ์ส่วนใหญ่ก็คาดว่าจะจัดจำหน่ายไปหมดแล้ว

ดังนั้น ระหว่างทางที่ต้องอดทนรอให้แผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการจัดการน้ำของรัฐบาลให้ เกิดประสิทธิผลแท้จริง ศธ.คงต้องเริ่มคิดแผนการสางปัญหาไว้เสียแต่เนิ่นๆ เพื่อที่เมื่อเวลาสถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลาย ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะได้รีบทำงานตามแผนได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ASTVผู้จัดการออนไลน์

Tags:
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 8:16 pm

แถลงการณ์ เครือข่ายครูฯ ประท้วงขับไล่ ผอ.สพป.มค.2

ชมภาพวีดีโอ….คลิกที่นี่….http://77.nationchannel.com/video/182392

Tags:
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 8:00 pm

ประกาศก.ค.ศ.ให้ครู “มานิดา” ได้รับการพิจารณากลั่นกรองและคัดเลือกเป็นผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์แล้ว

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มีประกาศเรื่อง การคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและวิทยฐานะเชี่ยวชาญ (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 ลงนามโดย นายชินภัทร ภูมิรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

 

 

 

 

รายละเอียดทั้งหมดสามารถติดตามดูได้…….โปรดคลิกที่นี่

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 7:36 pm

คัดเลือกตัวแทนนักเรียน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 61 “โรงเรียนขยายโอกาส” คัดที่ “สพป.”

การจัดแข่งขันและคัดเลือกตัวแทนนักเรียน ในการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 61 ปีการศึกษา 2554 (26 ตุลาคม 2554)

Tags:
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 2:45 pm

สวยตะลึง! สื่อจีนเผยภาพ “ว่าที่สตรีหมายเลข 1” เกาหลีเหนือ

เหรินหมินหว่าง/ASTVผู้จัดการ – สื่อจีนพร้อมใจกันเผยแพร่ภาพชุดสาวสวยที่อ้างว่าเป็นภรรยาของ คิม จองอุน บุตรชายคนที่ 3 ของคิม จอมอิล และว่าที่ผู้นำรุ่นถัดไปของโสมแดง พร้อมระบุข้อมูลเด็กกว่า 2 ปี โดยแต่งงานกันตั้งแต่ปีที่แล้ว และกำลังศึกษาปริญญาเอกอยู่ใน ม.คิม อิลซุง

วาน นี้ (3 พ.ย.) สื่อจีนหลายสำนักพร้อมใจกันเผยแพร่ภาพของว่าที่สตรีหมายเลข 1 ของเกาหลีเหนือ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ภรรยาของ “คิม จองอุน” บุตรชายคนที่ 3 ของ “คิม จองอิล” ผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน ซึ่งได้รับการคาดหมายว่าน่าจะขึ้นดำรงตำแหน่งแทนบิดา โดยเป็นผู้นำรุ่นที่ 3 ของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี โดยเป็นสาวสวยในชุดนักศึกษา พร้อมกระโปรงสั้น

       คิม จองอุน ปัจจุบันอายุ 27 ปี (เชื่อกันว่าเกิดในปี 2527 ขณะที่ข่าวบางกระแสระบุปัจจุบันเขาอายุ 30 ปีแล้ว) ถูกแต่งตั้งให้เป็นพลเอก 4 ดาว ระหว่างการประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือหรืออีกชื่อหนึ่งคือพรรคผู้ ใช้แรงงานเกาหลี เมื่อเดือนกันยายน 2553 อันเป็นสัญญาณว่า เขาน่าจะขึ้นรับตำแหน่งผู้นำเกาหลีเหนือต่อจากบิดาในวัย 70 ปี ซึ่งปัจจุบันนอกจากจะชราภาพแล้วก็ยังมีโรครุมเร้า

       สื่อจีนซึ่งอ้างถึงการเปิดเผยของ Daily NK เว็บไซต์ข่าวเกาหลีใต้ที่เชี่ยวชาญข่าวเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ระบุว่า คิม จองอุน ได้เข้าพิธีสมรสกับสาวสวยผู้นี้เมื่อปีที่แล้ว (2553) โดยหญิงสาวคนนี้อายุน้อยว่า คิม จองอุน 2 ปี และกำลังศึกษาในระดับปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยคิม อิลซุง อย่างไรก็ตาม สื่อเกาหลีใต้ระบุว่า รายงานดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งรัฐบาลเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

       “สาวสวยคนนี้เกิดที่เมืองชองจิน อายุน้อยกว่าคิม จองอุนประมาณ 2 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคิม อิลซุง และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยเดียวกัน บิดาของเธอเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองชองจิน ส่วนมารดาเป็นหัวหน้าแผนกสูติ-นรีเวชในโรงพยาบาลประชาชนหมายเลข 1 ของเมืองชองจิน” แหล่งข่าวสื่อเกาหลีใต้ระบุ

       ทั้งนี้ข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ใน “ซินหวาเน็ต” เว็บไซต์ของสำนักข่าวซินหวา ซึ่งเป็นสำนักข่าวอย่างเป็นทางการของรัฐบาลจีนด้วย ทว่าเมื่อถูกเผยแพร่ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ถูกลบออกไปจากฐานข้อมูล

ที่มา  :  ผู้จัดการออนไลน์

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 11:20 am

มัสมั่นไก่กระป๋อง-มอ.ปัตตานีปรุง ช่วยน้ำท่วม-สรรพคุณเก็บได้นาน2ปี

อุทกภัย นำความเดือดร้อนมาสู่ประชาชนถ้วนหน้า รวมทั้งพี่น้องที่นับถือศาสนาอิสลาม ด้วยตระหนักถึงความไม่ สะดวกครั้งนี้ นำสู่การผลิตมัสมั่นไก่กระป๋อง ที่จะเก็บไว้บริโภคได้นานถึง 2 ปี ผลงานมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งขณะนี้เดินหน้าผลิตวันละ 500 กระป๋อง ก่อนส่งความช่วยเหลือล็อตแรก 1,000 กระป๋อง

ผศ.สมปอง ทองผ่อง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยาเขตปัตตานี เปิดเผยว่า เกิดอุทกภัยขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทยในขณะนี้ ทำให้ประชาชนโดยทั่วไปได้รับความเดือดร้อน บ้านเรือน ทรัพย์สินได้รับความเสียหายรวมทั้งยังประสบกับภาวะขาดแคลนเครื่องอุปโภค บริโภค

มอ.วิทยาเขตปัตตานีตระหนักถึงความเดือดร้อนดังกล่าว จึงดำเนินการรับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยขึ้น โดยได้รับเงินบริจาค และคณะ หน่วยงานในมหาวิทยาลัยร่วมสมทบอีกรวมเป็นเงิน 200,000 บาทแล้ว ดังนั้น จึงร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มอ.วิทยาเขตปัตตานี จัดทำถุงยังชีพเพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบอุกทกภัย

“โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์อาหารฮาลาล และภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ ได้ผลิตมัสมั่นไก่กระป๋อง พร้อมทั้งจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคมาบรรจุถุงยังชีพเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ ประสบอุทกภัยต่อไป” รองอธิการบดีมอ.กล่าว

ด้าน รศ.ดร.เจริญ นาคะสรรค์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การผลิตมัสมั่นไก่กระป๋องที่ดำเนินโดยศูนย์วิทยาศาสตร์อาหารฮาลาล และภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ นั้นสามารถแปรรูปและถนอมอาหารได้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม นับเป็นอาหารฮาลาลที่สามารถเก็บไว้เพื่อการบริโภคได้นานกว่า 2 ปี โดยไม่เสียคุณค่า ทางโภชนาการ

ทั้งนี้ การผลิตมัสมั่นไก่กระป๋องของคณะ สามารถผลิตได้ประมาณ 500 กระป๋อง โดยเริ่มผลิตเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา รวมประมาณ 1,000 กระป๋อง และเชิญชวนผู้มีจิตอาสาร่วมบรรจุถุงยังชีพ โดยจะบรรจุถุงยังชีพ รอบแรกในวันที่วันที่ 5-6 พ.ย.นี้ และรอบที่ 2 ในวันที่ 12-13 พ.ย. ที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ การอาหารและโภชนาการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มอ.วิทยาเขตปัตตานี

พร้อมกันนี้ มอ.วิทยาเขตปัตตานียังขอเชิญบุคลากร นักศึกษาและประชาชนร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ได้ที่งานการเงินและบัญชี วิทยาเขตปัตตานี หรือโอนเงินเข้าบัญชี “เงินบริจาคเพื่อผู้ประสบภัยธรรมชาติ มอ.ปัตตานี” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสงขลานครินทร์ ปัตตานี ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 704-250825-2 และบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคได้ที่อาคารภาควิชาวิทยาศาสตร์การอาหารและ โภชนาการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ทุกน้ำใจไหลซับน้ำตาผู้ประสบภัยน้ำท่วม

Tags:
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 11:16 am

หมอห่วงเด็กขอนแก่นกินไม่สมวัย อ้วนฉุ ผอมเตี้ย-แฉเหตุติดขนมกรุบกรอบ

ขอนแก่น – น.พ.ประสิทธิ์ สัจจพงษ์ รักษาราชการแทนผอ.ศูนย์อนามัยที่ 6 ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขอนแก่นกำลังประสบปัญหาเด็กแรกเกิดถึงอายุ 14 ปีมีภาวะโภชนาการด้านอ้วน ผอม และเตี้ย หรือมีภาวะโภชนาการไม่สมวัย ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาในอนาคตไม่ว่าจะทางด้านสติปัญญาและปัญหาสังคมต่อไป ที่ผ่านมามีคุณแม่จำนวนไม่น้อยขาดความรู้ในการเลี้ยงดูลูกและให้อาหารไม่ถูก หลักโภชนาการ รวมทั้งเด็กมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารและโภชนาการไม่พึงประสงค์

จากการสำรวจพบว่าเด็กอายุแรกเกิดถึง 1 ขวบ ร้อยละ 38.89 และเด็กอายุ 1-6 ขวบ ร้อยละ 59.45 ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีรสหวาน เด็กอายุ 1-6 ขวบ กินขนมกรุบกรอบเป็นประจำ ร้อยละ 76.5 และเด็กวัยเรียนระดับประถมศึกษา ร้อยละ 56.65 มีการดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่ม รสหวานเป็นประจำ และมากกว่าร้อยละ 59.66 กินขนมกรุบกรอบและขนมหวาน

น.พ.ประสิทธิ์กล่าวต่อว่า ขอนแก่นเป็น 1 ใน 9 จังหวัดของประเทศไทย ที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาระบบและกลไกเพื่อเด็กไทยมีโภชนาการสมวัย โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งมีอ.สง่า ดามาพงษ์ เป็นผู้จัดการโครงการพัฒนาระบบและกลไกเพื่อเด็กไทยมีโภชนาการสมวัย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบและกลไกให้ท้องถิ่นและชุมชนมีศักยภาพในการขับ เคลื่อนงานโภชนาการในเด็กแรกเกิดถึงอายุ 14 ปี ให้มีการเจริญเติบโตและโภชนาการสมวัย ดำเนินการ นำร่องใน 8 อำเภอ 24 อปท. 25 โรงเรียน และ 24 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

โดยศูนย์อนามัยที่ 6 ขอนแก่นและภาคีเครือข่ายร่วมกันดำเนินงาน ก้าวย่างเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว การดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะการผลักดันแผนงานโภชนาการ พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่น

Tags:
comments Comments (0)    -
November 4th, 2011 at 11:09 am

ผู้หญิงเหนือฮือ”เอกยุทธ”เฟซบุ๊กหมิ่น

ผู้หญิง เหนือฮือเอาเรื่อง”เอกยุทธ อัญชันบุตร” โพสต์เฟซบุ๊กโจมตี”ยิ่งลักษณ์”แต่ใช้ข้อความดูหมิ่น เหยียด หยามศักดิ์ศรีผู้หญิงเหนือ ขี้เกียจ ไร้การศึกษา ด้อยปัญญา ชอบทำงานสบายที่หญิงปกติไม่ทำกัน ซึ่งก็คือขายบริการ กลุ่มสตรีเชียงใหม่แจ้งความจับ ขณะที่จังหวัดอื่นๆเคลื่อนไหวใหญ่จี้ขอโทษทันที ชี้จะวิพากษ์วิจารณ์นายกฯ ก็ว่าไป แต่ไม่ควรพาดพิงถึงผู้หญิงทั้งภาคด้วยข้อความเสียหาย

เมื่อ วันที่ 3 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงิน-อสังหาริมทรัพย์ อดีตผู้ต้องหาคดีแชร์ชาร์เตอร์ ซึ่งหนีคดีออกนอกประเทศ และยังเป็นเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ ซึ่งเน้นโจมตีรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว โจมตีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และสตรีภาคเหนืออย่างรุนแรง ดังนี้

“ไม่อยากจะกล่าวคำแบบนี้ เพราะจะดูเสมือนดูถูกสตรี..แต่ในความเป็นจริงนั้น..สาวเหนือที่ไร้การศึกษา หรือขี้เกียจ และด้อยปัญญา จะมาทำงานสบายที่หญิงปกติไม่ทำกัน..หลักๆ ก็คือขายบริการ..ฉะนั้นสาวเหนือที่ไร้สติปัญญาและโง่เขลาขนาดหนักแต่หน้าด้านมารับตำแหน่ง ก็ควรจะรู้นะว่าอาชีพอะไรที่เหมาะแก่คุณ?”

จากนั้น นายเอกยุทธยังโพสต์ข้อความวิพากษ์ วิจารณ์น.ส.ยิ่งลักษณ์ เช่น “ตำแหน่งนายกฯ นั้น ไม่ใช่ของครอบครัว..และไม่ใช่ที่ฝึกหัดงาน..หากไร้ปัญญาก็อย่าหน้าด้านมารับ ตำแหน่ง..” และ “สื่อถามรัฐบาลและผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายว่าต้องการความช่วยเหลือจากต่างประเทศ เรื่องน้ำท่วมมั้ย? คำตอบที่ได้คือ เราช่วยตัวเองได้…มิน่าถึงได้ยินบ่อยๆ ว่า เอาอยู่ค่ะ?”

ต่อมาข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่กระจายต่อในเฟซบุ๊กเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีผู้แสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์นายเอกยุทธเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ขณะ ที่นางสุภัคสร วรรณปลูก ประธานเครือข่ายแม่ญิงพะเยา ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า นายเอกยุทธ โพสต์ข้อความดูหมิ่นผู้หญิงเหนืออย่างรุนแรง จะต้องขอโทษต่อผู้หญิงเหนือเดี๋ยวนี้ทันที เพราะถึงแม้ว่าผู้หญิงเหนือจะเก่งหรือไม่เก่ง ขยันหรือไม่ขยันก็ขึ้นกับแต่ละบุคคล และปัจจุบันผู้หญิงเหนือจำนวนไม่น้อยที่มีบทบาททางสังคมทำงานเคียงบ่าเคียง ไหล่ผู้ชาย หลายคนอาจทำงานหนักกว่าผู้ชายด้วย

ประธานเครือข่ายแม่ญิง พะเยากล่าวต่อว่า นายเอกยุทธไม่ผิดที่จะแสดงความคิดเห็นส่วนตัวแต่ไม่ควรพาดพิงผู้อื่น ผู้หญิงเหนือหรือผู้หญิงทุกคนมีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกับทุกคนทั้งโลก การถูกหยามเกียรติกันเช่นนี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง ไม่ว่านายเอกยุทธจะหมายถึงผู้หญิงเหนือคนใดหรือไม่ก็ตาม ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ดังนั้น วันที่ 4 พ.ย.นี้ทางเครือข่ายจะรวมตัวแสดงพลังแม่ญิงพะเยาเรียกร้องให้นายเอกยุทธออก มาขอโทษต่อสาธารณชน ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ประท้วงต่อการกระทำของนายเอกยุทธ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของผู้หญิงเหนือ

ขณะที่น.ส.ศิริพร ปัญญาเสน นายกสมาคมส่งเสริมการพัฒนาสตรีและเยาวชนลำปาง กล่าวว่า ถ้าจะวิจารณ์สาธารณะแบบนี้ จะพูดถึงแบบเหมารวมไม่ได้ ผู้หญิงเหนือในอดีตอาจมีบ้างที่เข้ากรุงเทพฯ แล้วไปขายบริการ แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นทั้งหมด มีอีกจำนวนมากที่ไปทำมาหากินสุจริต ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นคน การเหมารวมว่าไม่มีการศึกษา ไม่มีสติปัญญา ไร้อาชีพ คำพูดแบบนี้ไม่เหมาะสม ถ้าจะวิจารณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ควรวิจารณ์ตรงๆ เพราะเรื่อง สติปัญญา ความดีความชั่ว เป็นเรื่องเฉพาะคน ทุกคนมีศักดิ์ศรีจะมาเหมารวมไม่ได้ สมาคมขอปรึกษาหารือกันก่อนว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไร ต่อไป

ด้านนางวิระดา สมสวัสดิ์ หัวหน้าศูนย์สตรีศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประธานมูลนิธิผู้หญิง กฎหมาย และการพัฒนาชนบท กล่าวว่า ไม่ต้องการตอบโต้แทนน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่กรณีดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการจับแพะชนแกะ เอาการเมืองมาบิดเบือนกับเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม นอกจากนี้ประเด็นที่นายเอกยุทธวิจารณ์ก็ไม่ใช่ประเด็นของผู้หญิง เพราะคนที่ถูกวิจารณ์ไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้หญิงทั้งหมด แต่เป็นการดูถูกเหยีดหยามผู้อื่นอย่างยัดเยียด มีฐานคิดที่เต็มไปด้วยอคติทางเพศ มองว่าผู้หญิงขายบริการเป็นผู้หญิงไม่ดี ทั้งๆ ที่ผู้หญิงกลุ่มนี้คือคนที่ตกเป็นเหยื่อ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอคติทางภูมิภาค กล่าวหาโดยไม่คิดว่า ทำไมภาคเหนือถึงเป็นเป้าหมายของกระบวนการค้ามนุษย์ ทั้งยังสะท้อนความอับจนทางความคิด จากการกล่าวหาว่าหญิงเหนือไร้การศึกษา เกียจคร้าน และโง่เขลา โดยไม่คำนึงว่านั่นคือสิ่งที่ติดมากับผู้หญิง หรือผู้หญิงถูกทำให้เป็นอย่างนั้น

“คุณยิ่งลักษณ์จะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องการเมือง ถ้าจะวิจารณ์ก็ควรวิจารณ์ในฐานะคนที่มาทำงานตรงนั้น ตามมาตรฐานของผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” นางวิระดากล่าว

ส่วนนาง จันทวิภา อภิสุข ผอ.ศูนย์พิทักษ์สิทธิหญิงบริการ เอ็มพาวเวอร์ กล่าวว่า เป็นทัศนะคติชั่วร้ายของผู้ชาย ที่ดูถูกผู้หญิงว่าอ่อนแอ ไร้ความสามารถ และไม่สามารถทำงานสำคัญได้ ส่วนที่กล่าวหาว่าผู้หญิงเหนือไม่มีความรู้นั้น ข้อเท็จจริงคือมีผู้หญิงเหนือจำนวนมากเรียนจบปริญญา มีความรู้ ความสามาถ ไม่ได้โง่เพราะเป็นเพศหญิง หรือเป็นสาวเหนือ ผู้ชายโง่ๆ ในทุกภูมิภาคก็มี เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับภูมิภาค และที่กล่าวหาว่าอาชีพขายบริการเป็นอาชีพที่คนทั่วไปไม่ทำกันนั้น อยากย้อนว่าแล้วนักการเมืองที่ขายตัวในสภายังสมควรได้รับการยกย่องหรือไม่ ถ้าเปรียบเทียบกับอย่างอื่นไม่ได้ อย่าคิดสั้นๆ การดูถูกเหยียดหยามบุคคลอื่น เป็นเรื่องที่ฟ้องร้องได้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 และส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การโพสต์ข้อความของนายเอกยุทธกำลังกลายเป็นประเด็นลุกลามไปทั่วภาคเหนือ ทราบว่าที่จ.เชียงใหม่มีกลุ่มผู้หญิงแจ้งความเอาผิดนายเอกยุทธแล้ว ขณะที่จังหวัดอื่นๆกลุ่มสตรีออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านนายเอกยุทธอย่างรุนแรง ส่วนตัวแล้วเห็นว่าผู้ชายไม่ควรแสดงความคิดเห็นไม่ให้เกียรติผู้หญิงแบบนี้

“เป็นห่วงว่าจากนี้ไปนายเอกยุทธจะไปภาคเหนือไม่ได้ เพราะกลุ่มสตรีหรือผู้หญิงภาคเหนือจะไม่ยอมรับและต่อต้านอย่างหนัก นายเอกยุทธควรแสดงการขอโทษผู้หญิงเหนือโดยเร็ว เพราะไม่ว่าข้อความที่โพสต์นั้นจะสื่อความหมายอย่างไรก็ตาม แต่เป็นข้อความที่มาจากนายเอกยุทธ ดังนั้นต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษขอโทษผู้หญิงเหนือโดยเร็ว” ส.ส.พะเยา กล่าว

วันเดียวกัน เวลา 11.30 น. กลุ่มพลังผญ๋าแม่ญิงล้านนาเจียงใหม่ ประมาณ 20 คน นำโดยนางสุชีรา รักษาภักดี ประธานกลุ่ม รวมตัวกันบริเวณพระบรมอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากนั้นออกแถลงการณ์เรียกร้องนายเอกยุทธรับผิดชอบในการกระทำที่ทำให้ผู้หญิง เหนือเสื่อมเสีย เพราะชาวเหนือมีศักดิ์ศรี ดำเนินชีวิตที่ถูกต้องงดงามมายาวนาน มีวิถีชีวิตรักสงบ ไม่ระราน หรือกระทำการใดๆ ให้นายเอกยุทธเดือดร้อน แต่นายเอกยุทธมาป่าวประณามดูถูกดูหมิ่นผู้หญิงเหนือเช่นนี้ ถือว่าไม่ถูกต้อง ขอเรียกร้องนายเอกยุทธขอขมาและขอโทษอย่างเป็นทางการในทันที

จากนั้น นางสุชีราพร้อมด้วยตัวแทน 5 คน เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สมคิด ภูสด พนักงานสอบสวน (สบ 1) สภ.เมืองเชียงใหม่ ให้ดำเนินคดีนายเอกยุทธฐานหมิ่นประมาทผู้หญิงเหนือ และเผยแพร่ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

ต่อมา น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มพลังผญ๋าแม่ญิงล้านนาเจียงใหม่บนโรงพัก พร้อมกับติดตามความคืบหน้าของคดี

น.ส.ทัศนีย์กล่าวว่า อยากฝากบุพการีนายเอกยุทธช่วยอบรมสั่งสอนให้มีทัศนคติที่ดีกับผู้หญิงเหนือ และเรียกร้องผู้หญิงทั่วประเทศประณามการกระทำดังกล่าว นายเอกยุทธต้องรีบขอโทษ ก่อนที่ผู้หญิงเหนือจะแจ้งความดำเนินคดีทั่วทั้งภาคเหนือ ทั้งนี้จะปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยว่าจะดำเนินการในสภาผู้แทนฯ อย่างไรได้บ้าง เพราะนายเอกยุทธเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง.

ขอบคุณ  :   

Tags:
comments Comments (1)    -
November 4th, 2011 at 10:50 am

ชี้้เจ้าของมีโทษคุก4ปี “งูกรีนแมมบ้า”

3พ.ย.2554  น.ส.อภิญญา  ใจแท้ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กล่าวถึงกรณีที่มีงูกรีน แมมบ้า หลุดออกจากบ้านพักในอ. ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า ขณะนี้กรมอุทยานยังไม่ได้สั่งการใด ๆ ในเรื่องดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ แต่ขอแนะนำให้ประชาชนที่พบเห็นงูดังกล่าว ไม่ควรเข้าใกล้และขอให้สังเกตพฤติกรรมของงูชนิดนี้ซึ่งแตกต่างจากงูเขียวของ ประเทศไทย
เพราะงูกรีน แมมบ้า มีนิสัยขี้อาย ชอบอาศัยอยู่ตามต้นไม้  แต่หากไม่เข้าใกล้งูจะไม่โจมตีก่อน โดยงูกรีน แมมบ้า หากโตเต็มไวจะมีขนาดใหญ่ และยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถอาศัยอยู่ตามสภาพธรรมชาติในประเทศไทยได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นงูที่มาจากแถบตะวันตกของประเทศแอฟริกา  ซึ่งปกติงูกรีน แมมบ้าจะสามารถอาศัยในประเทศที่มีภูมิประเทศใกล้เคียงกันได้ และไม่สามารถผสมข้ามสายพันธุ์กับงูเห่า งูจงอาจที่เป็นงูพิษประจำถิ่นของประเทศไทยได้   อย่างไรก็ตาม แม้งูเหล่านี้จะเป็นงูในกลุ่มงูพิษเขี้ยวหน้าเหมือนกัน แต่อยู่คนละสกุล ความเป็นไปได้ในการผสมพันธ์ข้ามสายพันธ์จึงน้อยมาก และไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย

              น.ส.อภิญญา  กล่าวอีกว่า งูประเภทดังกล่าวถูกลักลอบนำเข้า โดยกลุ่มคนที่นิยมสัตว์แปลกและสะสมสัตว์มีพิษ ซึ่งจะมีกลุ่มลูกค้าเฉพาะและเป็นที่รู้กันในแวดวง  โดยการลักลอบนำเข้ามาน่าจะนำเข้าได้ทางเครื่องบินเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถส่งมาทางเรือได้เพราะต้องใช้เวลาเดินทางนาน  แม้จะมีเจ้าหน้าที่ไซเตสและตม.ตรวจค้น แต่เพราะเป็นเพียงการสุ่มตรวจ สัตว์ดุร้ายจึงอาจหลุดรอดมาได้  โดยกลุ่มที่นิยมสัตว์เหล่านี้เป็นกลุ่มที่นิยมชมชอบพวกสัตว์เอเลี่ยน สปีชี ที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าจะอยู่ได้หรือไม่ เช่นเดียวกับการลักลอบนำเข้าปลาปิรันย่าที่เป็นปลาดุร้ายที่มาจากแถบละติน อเมริกา

              “ โทษในการลักลอบนำเข้าสัตว์ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 มีโทษจำคุก 4 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังอาจจะใช้ความผิดตามพ.ร.บ.ศุลกากร เกี่ยวกับการนำเข้าของต้องห้ามเข้าราอาณาจักร  หรือการใช้กฎหมายของเทศบาลเอาผิดกับผู้ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ”น.ส.อภิญญากล่าว             

              น.ส.อภิญญา  กล่าวอีกว่า   ตามปกติประเทศจะอนุญาตให้นำเข้างูที่เป็นสัตว์เลี้ยงประเภทงูสวยงาม ไม่มีพิษเช่นงูเหลือม งูหลาม โดยจะต้องมีแหล่งที่มาชัดเจน ตรวจสอบได้ แต่ตามกฎหมายห้ามไม่ให้มีการส่งออก

              ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักงานไซเตส กรมอุทยานฯ ที่ประจำด่านตรวจดอนเมือง เปิดเผยว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ไม่พบว่ามีการนำเข้าสัตว์จากประเทศทางแถบแอฟริกาและยังมีการสั่งระงับเนื่อง จากเกรงว่าสัตว์ที่นำเข้ามาจะเป็นพาหะนำเชื้อโรคเข้ามา เชื่อว่างูกรีน แมมบ้า มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกลักลอบนำเข้ามา โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ตามปกติที่เคยตรวจสอบพบว่าจะมีการนำงูสวยงามเข้ามามากกว่าเช่น งูหลามที่มีสีสันสวยงามแถบประเทศชิลีและตะวันออกกลาง ซึ่งงูประเภทนี้สามารถแพร่พันธ์ได้และไม่เป็นอันตราย หรือกระทบกับวงจรกับสัตว์ในท้องถิ่น

              นายชาญเชาว์  ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า โทษของผู้ที่ประมาทเลินเล่อ ปล่อยให้สัตว์อันตรายหลุดออกจากการควบคุมเลี้ยงดู จนสร้างความตื่นตระหนกและความหวาดกลัวว่าจะเป็น จระเข้  งูกรีน แมมบ้า หรือปลาปิรันย่า เบื้องต้นคงมีโทษเพียงลหุโทษ แต่หากสัตว์ดุร้ายออกไปทำร้ายผู้อื่น อาจต้องรับโทษทางแพ่งในลักษณะเดียวกับกรณีผู้เลี้ยงสุนัขพันธ์ล็อตไวเรอร์ แล้วสุนัขออกมากัดผู้อื่น  อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามีผู้เลี้ยงสัตว์ดุร้ายและทำหลุดออกจากรงในช่วงน้ำท่วมอีกจำนวนหนึ่งและไม่แจ้งข้อมูลให้ทางการรับทราบ เพราะกลัวความผิด ดังนั้นในช่วงน้ำท่วมประชาชนต้องใช้ความระมัดระวังสูง

แหล่งที่มาของข่าว
หนังสือพิมพ์คมชึดลึก
Tags:
comments Comments (0)    -
November 3rd, 2011 at 7:23 pm

โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา

ศิริวรรณภา  ฉิมสุข ครูชำนาญการพิเศษ ติววิชาภาษาไทย

  • โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว จัดให้มีโครงการยกระดับผลสัมฤททธิ์ทางการศึกษา ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกระดับชั้น เพื่อสนองนโยบายของ สพฐ. และ ของสพป.กพ.เขต 1 ให้สูงขึ้นร้อยละ 4 โดยกำหนดให้มีการเตรียมตัวนักเรียน(ติวเข้ม) ทุกวัน ๆ ละ ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงหลังเลิกเรี่ยน ซึ่งในการดำเนินการตามโครงการนี้ ทางโรงเรียนได้ดำเนินการประชุมชี้แจงครู นักเรียน และผู้ปกครอง ตลอดจนได้เริ่มมาตั้งแต่ภาคเรียนที่แล้ว

สำหรับในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 ทางโรงเรียนได้ดำเนินการสอนพิเศษหรือติวเข้มให้แก่นักเรียนต่อ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป สำหรับในช่วงนี้ ได้เน้นเป็นพิเศษสำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่วนชั้นอื่น ๆ ให้ดำเนินการอย่างจริงจังในชั่วโมงการสอนของแต่ละชั้นเรียน ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ปกครองเป็นอย่างดี

ในการดำเนินโครงการนี้ นายสมเดช สุรเดช ผอ.ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมนิเทศภายใน 1 คณะ ประกอบด้วย ผอ.ร.ร.เป็นประธาน คณะกรรมการประกอบด้วย รอง ผอ.ร.ร. , หัวหน้ากลุ่มบริหารงานบุคคล , หัวหน้ากลุ่มบริหารงบประมาณ , หัวหน้ากลุ่มบริหารงานทั่วไป เป็นกรรมการ และ มีหัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ เป็นกรรมการและเลขานุการ ให้มีหน้าที่นิเทศติดตามผลการดำเนินการ ให้ความช่วยเหลือ จัดทำเครื่องมือติดตามทดสอบนักเรียน คาดว่าในปีการศึกษานี้นักเรียนจะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นอย่างแน่นอน.

นักเรียนทุกคนตั้งใจเรียนกันเป็นอย่างดี…บางคนขอสัก 2 ชั่วโมงดีไหมค่ะ

จินดา  ฟักแก้ว ครูชำนาญการพิเศษ สอนวิชาคณิศาสตร์

ขยันหน่อยนะพี่…ปีนี้โอเน็ตสูงแน่นอน(น้อง ๆ ให้กำลังใจ)

ขอบคุณคุณครูทุกท่านด้วย…ที่เสียสละอุทิศตนเพื่อนักเรียน

Tags:
comments Comments (0)    -
November 3rd, 2011 at 2:14 pm

ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้วรับรางวัลชนะการประกวด “องค์กรไร้พุง”

นายวันชัน สุทิน ผวจ.กำแพงเพชร(แต่งเครื่องแบบ)

ณ ห้องประชุมซุ้มกอ ศูนย์ราชการจังหวัดกำแพงเพชร : ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว รับรางวัลการประกวด “องค์การไร้พุง”

  • เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2554 นายวันชัย สุทิน ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้เป็นประธานมอบรางวัลต่าง ๆ จำนวนหลายรายการ สำหรับโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว ได้เข้ารับรางวัลการประกวด “องค์การไร้พุง” โดยมีนายสมเดช สุรเดช ผอ.ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว นายเวนิต อนุสรณ์ประดิษฐ์ รอง ผอ.ร.ร. นางอุ่นเรือน เกตุเอี่ยม นางทับทิม สังคง นางวันนา ขอนทอง และนายประชากร สอนสกุล ครู ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว ได้เข้าร่วมรับรางวัลในครั้งนี้ด้วย

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายสมพงษ์ มาธุพันธ์ รอง ผอ.สพป.กพ.เขต 1 ได้แสดงความยินดีกับโรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้วในครั้งนี้ด้วย

สำหรับการประกวด “องค์การไร้พุง” ครั้งนี้ จัดโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร เป็นโครงการพัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ ลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยได้ดำเนินการจัดการประกวดองค์รไรพุงดีเด่นระดับจังหวัด 3 ประเภท ได้แก่ 1.หน่วยราชการ 2.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 3.โรงเรียน

ประเภทโรงเรียน เป็นโรงเรียนที่เข้ารับรางวัล สังกัด สพป.กพ.เขต 2 จำนวน 3 โรงเรียน และ  สพป.กพ.เขต 1 จำนวน 1 โรงเรียน คือ ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว

  • วันนี้ (3 พ.ย.54) บรรยากาศในพิธีมอบรางวัลภาพประกอบผู้เข้ารับรางวัลในประเภทต่าง ๆ จำนวนหลายรายการ เช่น การประดับเครื่องหมายให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน การมอบรางวัลการกระทำความดี พระสงฆ์ ข้าราชการตำแหน่งต่าง ๆ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ ฯลฯ

ภาพประกอบอินเทอร์เน็ต

 

ใครอยากได้ภาพสวย ๆ Copy เองก็แล้วกันนะครับ….ขอบคุณครับ

Tags: , , ,
comments Comments (0)    -
November 3rd, 2011 at 6:14 am

เฮงรวย36ล้าน-ลือเลขล็อกปีน้ำท่วม

เลขท้าย 3 ตัวบน 540 และ 2 ตัวล่าง 54 ด้านหนุ่มมุกดาหารดวงเฮง ถูกล๊อตเตอรี่ 36ล้านขณะช่วยน้ำท่วมกรุง

วันนี้ ( 2 พ.ย. ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 ประจำงวดประจำวันที่ 1พ.ย.ได้รับเงินรางวัล 36 ล้านบาทเนื่องจากเป็นสลากชุดพิเศษ กลุ่มที่ 1 โดยผู้ถูกรางวัลนั้นได้เดินทางไปรับเงินรางวัลที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถนนราชดำเนิน เรียบร้อยแล้ว เมื่อตรวจสอบทราบว่าผู้ถูกรางวัลดังกล่าว คือ นายทินกร พาลุกา พนักงานเทศบาลเมืองมุกดาหาร ที่เดินทางมาช่วยขนย้ายสิ่งของบริจาคให้ผู้ประสบอุทกภัยและช่วยทำคันกั้นน้ำ รวมถึงช่วยขนย้ายผู้อพยพที่กรุงเทพฯ สอบถามคนใกล้ชิด ทราบว่า นายทินกร และเพื่อนมาร่วมช่วยเหลือเหตุน้ำท่วม โดยพักอยู่ที่สน.ทุ่งสองห้อง ก่อนหน้าที่จะซื้อลอตเตอรี่ฝันว่ามีผู้หญิงคล้ายเจ้าแม่มากอดช่วงนอนหลับ ทำให้คิดว่าคงมีใครมาให้โชคลาภจึงหาซื้อลอตเตอรี่มาเสี่ยงโชคจนได้รับรางวัล ในครั้งนี้ สำหรับเจ้าแม่ที่อยู่ใกล้สน.ทุ่งสองห้อง น่าจะเป็นเจ้าแม่ทับทิม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความเคารพกราบไหว้ตลอดมา

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 3rd, 2011 at 6:10 am

ศาลมะกันฟัน”พ่อค้าความตาย”ผิดทุกข้อหา

สื่อนอกตีข่าวคณะลูกขุนใหญ่แห่งนครนิวยอร์ก มีคำวินิจฉัยว่า“วิคเตอร์ บูท”พ่อค้าอาวุธชื่อดังเจ้าของฉายา“พ่อค้าความตาย”ผิดทุกข้อกล่าวหา

วันนี้ ( 3 พ.ย.) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า คณะลูกขุนใหญ่แห่งนครนิวยอร์ก มีคำวินิจฉัยเมื่อวันพุธว่า นายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธชาวรัสเซีย มีความผิดทุกข้อหาที่ถูกยื่นฟ้อง ทั้งนี้ บูท หรือนามฉายา “พ่อค้าความตาย” วัย 41 ปี ที่ถูกส่งตัวจากประเทศไทยไปยังสหรัฐในปี 2553 ถูกฟ้องศาล 4 ข้อหา ในความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดขายอาวุธจรวดให้แก่กลุ่มก่อการร้าย และเพื่อฆ่าเจ้าหน้าที่สหรัฐ ผลของคำวินิจฉัยทำให้บูทต้องเผชิญกับโทษจำคุกอย่างต่ำ 25 ปี และอาจสูงถึงจำคุกตลอดชีวิต.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 3rd, 2011 at 5:25 am

ผู้ปกครองหัวหมอซื้อใบเสร็จตบตารัฐ

กระทรวงศึกษาธิการแฉ ผู้ปกครองหัวหมอ ซื้อใบเสร็จตบตารัฐ ซื้อชุดนักเรียน แถมยังพบหน่วยงานสถานศึกษาปัญหาอื้อ…

นายบัณฑิต ศรีพุทธางกูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า สำนักตรวจราชการ ศธ. ได้ทำการตรวจติดตามและรับฟังรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายของ ศธ.ประจำปีงบประมาณ 2554 ซึ่งสามารถสรุปสภาพการดำเนินการ ดังนี้ 1.นโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ พบปัญหาและอุปสรรคในการซื้อหนังสือเรียนในระยะเวลาใกล้เคียงกันทุกจังหวัด และพบปัญหาทั้งจังหวัด ทำให้ร้านค้ามีหนังสือไม่เพียงพอ ในพื้นที่ที่มีร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายน้อย ร้านค้าจะจัดส่งหนังสือได้ไม่ทันตามกำหนด ทั้งยังพบปัญหามีผู้ปกครองบางคนไปซื้อใบเสร็จ โดยที่ไม่ได้นำเงินที่ได้รับจากรัฐไปซื้อเครื่องแบบนักเรียนนักศึกษาจริง และเจ้าหน้าที่ยังรู้สึกว่ามีความยุ่งยากในการเก็บใบเสร็จรับเงิน ที่สำคัญยังพบว่าค่าใช้จ่ายรายหัวไม่เพียงพอ ส่งผลต่อค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอนของนักศึกษาอาชีวศึกษาซึ่งมีราคาแพง สถานศึกษาไม่สามารถจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานซึ่งราคาแพงเกินกว่าค่าใช้จ่ายรายหัวได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าหนังสือเรียนของอาชีวศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กำหนดมีน้อยเกินไป ซึ่งสถานศึกษาเห็นว่ามีหนังสืออีกมากที่มีคุณภาพที่สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนได้ดี

หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ. กล่าวอีกว่า 2.นโยบายการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน จากผลการตรวจราชการในภาพรวม พบว่า หน่วยงานและสถานศึกษาส่วนใหญ่ได้พยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะสอนให้นักเรียน อ่านออกและเขียนได้ มีการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นไปตามหลักสูตรการเรียน แต่ก็ยังพบอุปสรรคปัญหาในเรื่องของงบประมาณในการจัดซื้อวัสดุแบบฝึกซึ่งขณะ นี้มีน้อยมาก รวมทั้งการชี้แจงทำความเข้าใจในคู่มือในการพัฒนาผู้เรียนก็ทำได้ในวงแคบ ขณะที่โครงสร้างหลักสูตรมีการกำหนดเวลาเรียนภาษาไทยชั้น ป.1-ป.3 ไว้ค่อนข้างน้อย ผู้บริหารสถานศึกษาและครูบางคนยังไม่มีความเข้าใจเรื่องการนำทักษะกระบวนการคิดเข้าสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้ ส่วนสถานศึกษาต้นแบบจะมีหน่วยงานหรือสถานศึกษามาดูงานตลอด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน ทั้งยังพบการขาดครูสาขาวิชาเอก เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ยังพบนักเรียนไม่กระตือรือร้นในการทดสอบ O-NET

นายบัณฑิตกล่าวต่อไปว่า 3.นโยบายคุณภาพการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน พบว่า สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จังหวัด และสำนักงาน กศน.อำเภอส่วนใหญ่มีความเข้าใจในบทบาทและทักษะ กระบวนการจัดกิจกรรม แต่ก็พบว่าบางแห่งยังไม่สามารถให้บริการได้ตามภารกิจทั้งหมด เนื่องจากขาดครู กศน.ประจำตำบล ขาดอาคารสถานที่ที่เป็นเอกเทศ และอาคารสถานที่บางแห่งไม่ปลอดภัยในการเก็บทรัพย์สินสิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากนี้  ยังขาดงบฯสนับสนุนค่าสาธารณูปโภค โดยเฉพาะค่าบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการแก่ประชาชน 4.นโยบายคุณภาพสถานศึกษายุคใหม่ พบว่า ครูผู้สอนขาดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาครูให้มีความเข้าใจในการสอนและบริหารหลักสูตร 5.นโยบายคุณภาพครู ภาพรวมพบว่าสถานศึกษาส่วนใหญ่มีการจัดระบบนิเทศภายในได้อย่างมีระบบ และมีสถานศึกษาอีกจำนวนไม่น้อยที่ครูยังต้องปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ทั้งยังพบว่าในการนิเทศมักไม่ตรงตามที่ผู้เข้ารับการนิเทศต้องการ ขณะที่สำนักงาน กศน.จังหวัด งบฯที่ใช้ในการพัฒนาบุคลากรโดยตรงนั้นมีการใช้งบฯรายหัวของสถานศึกษาซึ่งเป็นปัญหามาก โดยเฉพาะสำนักงาน กศน.ขนาดเล็ก เพราะมีจำนวนนักศึกษาน้อยก็จะมีเงินรายหัวมาใช้ในการพัฒนาน้อยตามไปด้วย ทั้งนี้ สำนักตรวจราชการ ศธ.จะสรุปผลการตรวจติดตามนี้เสนอ ปลัด ศธ. และ รมว.ศธ.ได้รับทราบ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เป็นอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอนต่อไป.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 3rd, 2011 at 5:21 am

สอบ ผอ.ร.ร.แยกประถมฯ-มัธยมฯ

สพฐ.เร่ง เขตพื้นที่การศึกษา ส่งบัญชีผู้สอบภาค ข และ ค เพื่อเข้ารับการอบรมกับ สพฐ.ให้เสร็จภายในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ หวังให้ผู้สอบขึ้นบัญชี มีสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้ง ผอ.ร.ร.แยกประถมฯ-มัธยมฯ…

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้ทำหนังสือแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ดำเนินการสอบภาค ก ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการสถานศึกษาใหม่ในช่วงเดือน ม.ค.2555 แล้ว ซึ่งการสอบดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนดไว้ คือการสอบจะแยกบัญชีระหว่างตำแหน่งรองและ ผอ.สถานศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งการสอบภาค ก ที่ผ่านมานั้น ไม่ได้แยกระหว่างประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทำให้เวลาเรียกผู้ที่สอบขึ้นบัญชีไปแต่งตั้งมีปัญหาบ้าง ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ.จะกำหนดคุณสมบัติไว้ชัดเจน ว่าใครสอบเพื่อขึ้นบัญชีเป็นรองและ ผอ.สถานศึกษาในสายประถมฯและมัธยมฯได้ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ดังนั้น ผู้สอบจะไม่สามารถสมัครสอบได้ตามความต้องการหากคุณสมบัติไม่ครบตามที่กำหนด

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า สำหรับบัญชีภาค ก ที่ สพฐ.ได้สอบขึ้นบัญชีไว้นั้นครบกำหนดมาแล้วประมาณ 1-2 เดือนที่ผ่านมา แต่ขณะนี้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาก็ยังมีบัญชีที่สอบภาค ข และภาค ค ที่ยังใช้ได้อยู่จนกว่า สพฐ.จะสอบภาค ก ในเดือนมกราคม และจะมีผลทำให้บัญชีดังกล่าวต้องยกเลิกไปด้วยตามระเบียบที่ สพฐ.กำหนดไว้ ดังนั้น ขณะนี้ สพฐ.กำลังเร่งให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาส่งบัญชีผู้สอบภาค ข และ ค เพื่อเข้ารับการอบรมกับ สพฐ.ให้เสร็จภายในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ เพื่อให้ผู้สอบขึ้นบัญชีกลุ่มนี้มีสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้งหากมีตำแหน่งว่าง ก่อนที่ สพฐ.จะสอบภาค ก ในปีหน้า ระหว่างนี้ก็อาจจะมีโรงเรียนที่มีตำแหน่งรองและ ผอ.สถานศึกษาว่างอยู่บ้าง และน่าจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กมากกว่าโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ทราบว่าหลายเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้แต่งตั้งรักษาราชการแทนเพื่อให้ปฏิบัติ หน้าที่แทนไปก่อน จึงไม่มีปัญหาในการบริหารจัดการ.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 3rd, 2011 at 5:18 am

ก.ค.ศ.เตรียมเสนอ3ช่องทางเยียวยาครูประสบภัยน้ำท่วม

นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.จัดทำหลักเกณฑ์การช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ประสบอุทกภัย นั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. จะเสนอ 3 ช่องทางในการเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อที่ประชุมคณะกรรมการเงินกอง ทุนพัฒนาชีวิตครู ที่มี รมว.ศธ.เป็นประธานเพื่อพิจารณา ดังนี้ 1. ครูที่กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูอยู่แล้ว หรือ ผู้กู้ยืมรายเก่า จะประสานไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)เพื่อขอให้พักชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษารับรองมาว่าเป็นผู้ประสบอุทกภัยจริง ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้เลย

เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวต่อไปว่า 2. นำเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ที่มีเงินคงเหลืออยู่ประมาณ 700 ล้านบาท มาปล่อยกู้ให้แก่ข้าราชการครูที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้ ในวงเงินคนละไม่เกิน 3 แสนบาท โดยยังไม่ต้องชำระเงินต้นและปลอดดอกเบี้ยใน 1 ปีแรก หลังจากนั้นจะคิดดอกเบี้ยในอัตรา MLR-1. ต่อปี ให้ผ่อนชำระ 8 ปี และ 3. เสนอขอวงเงิน 3,000 ล้านบาทจากธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ข้าราชการครู พนักงานราชการมหาวิทยาลัย และลูกจ้างของ ศธ. ตลอดจนครูโรงเรียนเอกชนที่ประสบภัยน้ำท่วมให้ได้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ สำหรับฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้จำเป็นในวงเงินไม่เกินคนละ 3 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติในหลักการให้ความช่วยเหลือแก่ข้าราชการครู พนักงานราชการและลูกจ้างของ ศธ.ที่ประสบภัยน้ำท่วม ด้วยการให้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 3rd, 2011 at 5:16 am

• สพฐ.เห็นคุณค่ารร.ขนาดเล็ก

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังรอหารือกับกลุ่มสภาการศึกษาทางเลือกในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ตามนโยบายของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ ที่ไม่ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้เด็กต่างจังหวัดมีที่เรียนใกล้บ้าน ซึ่งเรื่องนี้ถือว่ามีทางออกที่ดี เพราะนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ ได้เปิดทางให้โรงเรียนทุกแห่งมีบทบาทในการจัดการศึกษาและทำประโยชน์ต่อบริบท ของท้องถิ่น โดยเฉพาะมิติทางด้านการฝึกอาชีพเพื่อให้เกิดรายได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กได้เรียนตามศักยภาพ โดยโรงเรียนขนาดเล็กจะตอบโจทย์นี้ได้

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สพฐ.จะไม่ยุบรวมหรือยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กแล้ว แต่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการ เพราะที่ผ่านมา สพฐ.อาจมองว่าโรงเรียนขนาดเล็กเป็นภาระ แต่ขณะนี้เห็นว่าจะทำประโยชน์ได้ จึงต้องมีการวางแผนในการบริหารจัดการ และมีข้อตกลงร่วมกัน เพื่อที่จะให้โรงเรียนขนาดเล็กเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญของชุมชน ดังนั้นจึงเห็นว่าโรงเรียนขนาดเล็กจะเป็นโรงเรียนที่มีต้นทุนในการบริหาร จัดการที่สามารถทำประโยชน์ได้ ซึ่งเบื้องต้นอาจให้ท้องถิ่นเข้ามาบริหารจัดการร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนขนาดเล็กจะต้องมีหลักประกันด้วย โดยต้องมีแผนบริหารจัดการที่ชัดเจนในการจัดการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์ และมีคุณภาพ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ สพฐ.กำหนดเอาไว้.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 2nd, 2011 at 5:48 pm

นักเรียนร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้วทำความสะอาดหลังน้ำท่วม

  • เมื่อ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 เวลา 14.00 น. นายสมเดช สุรเดช ผอ.ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว ได้ขอความร่วมือจากเทศบาลตำบลพรานกระต่าย นำรถฉีดน้ำล้างบริวเณโรงเรียน หลังจากที่น้ำท่วมขังในปีนี้ถึง 2ครั้ง และมีลูกเสือและเนตรนารี ของโรงเรียน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำความสะอาดถือเป็น “จิตสาธารณะ” อีกวันหนึ่ง ตลอดจนได้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ อีกด้วย

ทางโรงเรียนต้องขอขอบคุณ นายอานนท์ อภิชาติตรากูล นายกเทศมนตรีตำบลพรานกระต่าย ที่ได้อนุมัติให้รถดับเพลิง ออกไปช่วยโรงเรียนฉีดน้ำทำความสะอาดบริเวณในครั้งนี้….เด็ก ๆ เขาฝากมาครับ.

Tags:
comments Comments (0)    -
November 2nd, 2011 at 12:43 pm

หยุดชั่วคราว!?

หยุดชั่วคราว!?

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด

ช่วงนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของคนกรุงเทพฯ

ศปภ.ระบุว่าวันที่ 31 ต.ค.นี้จะพ้นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุด จากนั้นน้ำทะเลจะลดลงต่ำมาก

ฉะนั้น การระบายน้ำเหนือที่ท่วมขังอยู่ในกรุงเทพฯลงสู่ทะเล

จะคล่องขึ้น ง่ายขึ้น เป็นกอบเป็นกำขึ้น

ความจริงแล้วช่วง 29-31 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุดนั้น คาดการณ์ไว้ว่าจะสูงถึง 2.65 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

สูงกว่าคันกั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยา 15 ซ.ม.

แต่เอาเข้าจริงๆ ทะเลหนุนสูงสุดแค่ 2.53 เมตร

ถือว่าธรรมชาติยังปรานี

และมีการคาดการณ์กันอีกว่าน้ำทะเลจะขึ้นสูงสุดอีกครั้งช่วงลอยกระทง 11-18 พ.ย.นี้

สิ่ง ที่ศปภ.ต้องทำกันอย่างจริงจัง คือเร่งระบายน้ำก้อนมหึมา 5 พันล้านลบ.เมตรที่อยู่เหนือกรุงเทพฯ และท่วมพื้นที่บางส่วนของกรุงเทพฯ ออกสู่ทะเลให้ได้เร็วและมากที่สุด

เพราะมีเวลาแค่ 11 วันเท่านั้น

หากระบายน้ำออกทะเลได้ยิ่งมากเท่าไหร่ โอกาสที่กรุงเทพฯจะรอดก็ยิ่งมากขึ้น

เขตสายไหม เขตดอนเมือง เขตบางพลัด และเขตทวีวัฒนา ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมขังสูงมานับอาทิตย์แล้ว

จะมีโอกาสได้เห็นน้ำลดลงเร็วกว่าเดิม !

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในช่วง 11 วันนี้ถือเป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายของศปภ.

การ ระบายน้ำลงทะเล ทั้งกรมชลฯและกทม.มีเครื่องไม้เครื่องมืออยู่แล้ว ระบบการสูบน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯที่เดียวมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบสูบน้ำของ ทั้งประเทศรวมกัน

ดังนั้น เรื่องระบบเรื่องเครื่องมือไม่ต้องเป็นห่วง

ห่วงแต่อย่างเดียวว่าจะเกิดเกาเหลา เกิดปัญหาเรื่องการประสานงานอีกหรือไม่

เพราะในห้วงวิกฤตของบ้านเมืองแบบนี้ ก็ยังมีให้เห็นถึงความแตกแยก ไม่เลิกขัดแข้งขัดขากัน

นักการเมืองบางคนยังมุ่งทำลาย ทำทุกอย่างเพื่อหวังผลทางการเมือง

คิดแค่ว่าทำยังไงจะล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ได้

“ข่าวลือ-ข่าวปล่อย-ข่าวป้ายสี”ถึงยังกระหึ่มเมืองอยู่ในขณะนี้

คิดกันเล่นๆ นะ ถ้าพวกแมลงสาบยอมหยุดความใจแคบ ยอมวางเรื่องส่วนตัวชั่วคราว

หันมาร่วมมือร่วมใจกับศปภ.แก้ปัญหาน้ำท่วมกันจริงจัง

อดใจรอจนน้ำลด รอจนเมืองไทยผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัยเสียก่อน

แล้วค่อยกลับมาฟาดฟันล้มรัฐบาล

ถึงตอนนั้นก็คงไม่สายเกินไปมั้ง !?

ขอบคุณ  :

Tags:
comments Comments (0)    -