17 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว โรงเรียนในฝัน โรงเรียนสุจริต

November 3rd, 2011 at 6:10 am

ศาลมะกันฟัน”พ่อค้าความตาย”ผิดทุกข้อหา

สื่อนอกตีข่าวคณะลูกขุนใหญ่แห่งนครนิวยอร์ก มีคำวินิจฉัยว่า“วิคเตอร์ บูท”พ่อค้าอาวุธชื่อดังเจ้าของฉายา“พ่อค้าความตาย”ผิดทุกข้อกล่าวหา

วันนี้ ( 3 พ.ย.) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า คณะลูกขุนใหญ่แห่งนครนิวยอร์ก มีคำวินิจฉัยเมื่อวันพุธว่า นายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธชาวรัสเซีย มีความผิดทุกข้อหาที่ถูกยื่นฟ้อง ทั้งนี้ บูท หรือนามฉายา “พ่อค้าความตาย” วัย 41 ปี ที่ถูกส่งตัวจากประเทศไทยไปยังสหรัฐในปี 2553 ถูกฟ้องศาล 4 ข้อหา ในความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดขายอาวุธจรวดให้แก่กลุ่มก่อการร้าย และเพื่อฆ่าเจ้าหน้าที่สหรัฐ ผลของคำวินิจฉัยทำให้บูทต้องเผชิญกับโทษจำคุกอย่างต่ำ 25 ปี และอาจสูงถึงจำคุกตลอดชีวิต.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 3rd, 2011 at 5:25 am

ผู้ปกครองหัวหมอซื้อใบเสร็จตบตารัฐ

กระทรวงศึกษาธิการแฉ ผู้ปกครองหัวหมอ ซื้อใบเสร็จตบตารัฐ ซื้อชุดนักเรียน แถมยังพบหน่วยงานสถานศึกษาปัญหาอื้อ…

นายบัณฑิต ศรีพุทธางกูร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า สำนักตรวจราชการ ศธ. ได้ทำการตรวจติดตามและรับฟังรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายของ ศธ.ประจำปีงบประมาณ 2554 ซึ่งสามารถสรุปสภาพการดำเนินการ ดังนี้ 1.นโยบายเรียนฟรี เรียนดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ พบปัญหาและอุปสรรคในการซื้อหนังสือเรียนในระยะเวลาใกล้เคียงกันทุกจังหวัด และพบปัญหาทั้งจังหวัด ทำให้ร้านค้ามีหนังสือไม่เพียงพอ ในพื้นที่ที่มีร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายน้อย ร้านค้าจะจัดส่งหนังสือได้ไม่ทันตามกำหนด ทั้งยังพบปัญหามีผู้ปกครองบางคนไปซื้อใบเสร็จ โดยที่ไม่ได้นำเงินที่ได้รับจากรัฐไปซื้อเครื่องแบบนักเรียนนักศึกษาจริง และเจ้าหน้าที่ยังรู้สึกว่ามีความยุ่งยากในการเก็บใบเสร็จรับเงิน ที่สำคัญยังพบว่าค่าใช้จ่ายรายหัวไม่เพียงพอ ส่งผลต่อค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอนของนักศึกษาอาชีวศึกษาซึ่งมีราคาแพง สถานศึกษาไม่สามารถจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานซึ่งราคาแพงเกินกว่าค่าใช้จ่ายรายหัวได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าหนังสือเรียนของอาชีวศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กำหนดมีน้อยเกินไป ซึ่งสถานศึกษาเห็นว่ามีหนังสืออีกมากที่มีคุณภาพที่สามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอนได้ดี

หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ศธ. กล่าวอีกว่า 2.นโยบายการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน จากผลการตรวจราชการในภาพรวม พบว่า หน่วยงานและสถานศึกษาส่วนใหญ่ได้พยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะสอนให้นักเรียน อ่านออกและเขียนได้ มีการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้เป็นไปตามหลักสูตรการเรียน แต่ก็ยังพบอุปสรรคปัญหาในเรื่องของงบประมาณในการจัดซื้อวัสดุแบบฝึกซึ่งขณะ นี้มีน้อยมาก รวมทั้งการชี้แจงทำความเข้าใจในคู่มือในการพัฒนาผู้เรียนก็ทำได้ในวงแคบ ขณะที่โครงสร้างหลักสูตรมีการกำหนดเวลาเรียนภาษาไทยชั้น ป.1-ป.3 ไว้ค่อนข้างน้อย ผู้บริหารสถานศึกษาและครูบางคนยังไม่มีความเข้าใจเรื่องการนำทักษะกระบวนการคิดเข้าสู่กระบวนการจัดการเรียนรู้ ส่วนสถานศึกษาต้นแบบจะมีหน่วยงานหรือสถานศึกษามาดูงานตลอด ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน ทั้งยังพบการขาดครูสาขาวิชาเอก เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ยังพบนักเรียนไม่กระตือรือร้นในการทดสอบ O-NET

นายบัณฑิตกล่าวต่อไปว่า 3.นโยบายคุณภาพการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน พบว่า สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จังหวัด และสำนักงาน กศน.อำเภอส่วนใหญ่มีความเข้าใจในบทบาทและทักษะ กระบวนการจัดกิจกรรม แต่ก็พบว่าบางแห่งยังไม่สามารถให้บริการได้ตามภารกิจทั้งหมด เนื่องจากขาดครู กศน.ประจำตำบล ขาดอาคารสถานที่ที่เป็นเอกเทศ และอาคารสถานที่บางแห่งไม่ปลอดภัยในการเก็บทรัพย์สินสิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากนี้  ยังขาดงบฯสนับสนุนค่าสาธารณูปโภค โดยเฉพาะค่าบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการแก่ประชาชน 4.นโยบายคุณภาพสถานศึกษายุคใหม่ พบว่า ครูผู้สอนขาดทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาครูให้มีความเข้าใจในการสอนและบริหารหลักสูตร 5.นโยบายคุณภาพครู ภาพรวมพบว่าสถานศึกษาส่วนใหญ่มีการจัดระบบนิเทศภายในได้อย่างมีระบบ และมีสถานศึกษาอีกจำนวนไม่น้อยที่ครูยังต้องปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ทั้งยังพบว่าในการนิเทศมักไม่ตรงตามที่ผู้เข้ารับการนิเทศต้องการ ขณะที่สำนักงาน กศน.จังหวัด งบฯที่ใช้ในการพัฒนาบุคลากรโดยตรงนั้นมีการใช้งบฯรายหัวของสถานศึกษาซึ่งเป็นปัญหามาก โดยเฉพาะสำนักงาน กศน.ขนาดเล็ก เพราะมีจำนวนนักศึกษาน้อยก็จะมีเงินรายหัวมาใช้ในการพัฒนาน้อยตามไปด้วย ทั้งนี้ สำนักตรวจราชการ ศธ.จะสรุปผลการตรวจติดตามนี้เสนอ ปลัด ศธ. และ รมว.ศธ.ได้รับทราบ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เป็นอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอนต่อไป.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 3rd, 2011 at 5:21 am

สอบ ผอ.ร.ร.แยกประถมฯ-มัธยมฯ

สพฐ.เร่ง เขตพื้นที่การศึกษา ส่งบัญชีผู้สอบภาค ข และ ค เพื่อเข้ารับการอบรมกับ สพฐ.ให้เสร็จภายในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ หวังให้ผู้สอบขึ้นบัญชี มีสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้ง ผอ.ร.ร.แยกประถมฯ-มัธยมฯ…

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้ทำหนังสือแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ดำเนินการสอบภาค ก ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการสถานศึกษาใหม่ในช่วงเดือน ม.ค.2555 แล้ว ซึ่งการสอบดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนดไว้ คือการสอบจะแยกบัญชีระหว่างตำแหน่งรองและ ผอ.สถานศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งการสอบภาค ก ที่ผ่านมานั้น ไม่ได้แยกระหว่างประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทำให้เวลาเรียกผู้ที่สอบขึ้นบัญชีไปแต่งตั้งมีปัญหาบ้าง ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ.จะกำหนดคุณสมบัติไว้ชัดเจน ว่าใครสอบเพื่อขึ้นบัญชีเป็นรองและ ผอ.สถานศึกษาในสายประถมฯและมัธยมฯได้ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ดังนั้น ผู้สอบจะไม่สามารถสมัครสอบได้ตามความต้องการหากคุณสมบัติไม่ครบตามที่กำหนด

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวอีกว่า สำหรับบัญชีภาค ก ที่ สพฐ.ได้สอบขึ้นบัญชีไว้นั้นครบกำหนดมาแล้วประมาณ 1-2 เดือนที่ผ่านมา แต่ขณะนี้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาก็ยังมีบัญชีที่สอบภาค ข และภาค ค ที่ยังใช้ได้อยู่จนกว่า สพฐ.จะสอบภาค ก ในเดือนมกราคม และจะมีผลทำให้บัญชีดังกล่าวต้องยกเลิกไปด้วยตามระเบียบที่ สพฐ.กำหนดไว้ ดังนั้น ขณะนี้ สพฐ.กำลังเร่งให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาส่งบัญชีผู้สอบภาค ข และ ค เพื่อเข้ารับการอบรมกับ สพฐ.ให้เสร็จภายในเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ เพื่อให้ผู้สอบขึ้นบัญชีกลุ่มนี้มีสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้งหากมีตำแหน่งว่าง ก่อนที่ สพฐ.จะสอบภาค ก ในปีหน้า ระหว่างนี้ก็อาจจะมีโรงเรียนที่มีตำแหน่งรองและ ผอ.สถานศึกษาว่างอยู่บ้าง และน่าจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็กมากกว่าโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ทราบว่าหลายเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้แต่งตั้งรักษาราชการแทนเพื่อให้ปฏิบัติ หน้าที่แทนไปก่อน จึงไม่มีปัญหาในการบริหารจัดการ.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 3rd, 2011 at 5:18 am

ก.ค.ศ.เตรียมเสนอ3ช่องทางเยียวยาครูประสบภัยน้ำท่วม

นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.จัดทำหลักเกณฑ์การช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ประสบอุทกภัย นั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. จะเสนอ 3 ช่องทางในการเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อที่ประชุมคณะกรรมการเงินกอง ทุนพัฒนาชีวิตครู ที่มี รมว.ศธ.เป็นประธานเพื่อพิจารณา ดังนี้ 1. ครูที่กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครูอยู่แล้ว หรือ ผู้กู้ยืมรายเก่า จะประสานไปยังธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)เพื่อขอให้พักชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษารับรองมาว่าเป็นผู้ประสบอุทกภัยจริง ซึ่งวิธีนี้สามารถทำได้เลย

เลขาธิการ ก.ค.ศ.กล่าวต่อไปว่า 2. นำเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ที่มีเงินคงเหลืออยู่ประมาณ 700 ล้านบาท มาปล่อยกู้ให้แก่ข้าราชการครูที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้ ในวงเงินคนละไม่เกิน 3 แสนบาท โดยยังไม่ต้องชำระเงินต้นและปลอดดอกเบี้ยใน 1 ปีแรก หลังจากนั้นจะคิดดอกเบี้ยในอัตรา MLR-1. ต่อปี ให้ผ่อนชำระ 8 ปี และ 3. เสนอขอวงเงิน 3,000 ล้านบาทจากธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ข้าราชการครู พนักงานราชการมหาวิทยาลัย และลูกจ้างของ ศธ. ตลอดจนครูโรงเรียนเอกชนที่ประสบภัยน้ำท่วมให้ได้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ สำหรับฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้จำเป็นในวงเงินไม่เกินคนละ 3 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติในหลักการให้ความช่วยเหลือแก่ข้าราชการครู พนักงานราชการและลูกจ้างของ ศธ.ที่ประสบภัยน้ำท่วม ด้วยการให้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 3rd, 2011 at 5:16 am

• สพฐ.เห็นคุณค่ารร.ขนาดเล็ก

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังรอหารือกับกลุ่มสภาการศึกษาทางเลือกในการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ตามนโยบายของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ ที่ไม่ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้เด็กต่างจังหวัดมีที่เรียนใกล้บ้าน ซึ่งเรื่องนี้ถือว่ามีทางออกที่ดี เพราะนโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ ได้เปิดทางให้โรงเรียนทุกแห่งมีบทบาทในการจัดการศึกษาและทำประโยชน์ต่อบริบท ของท้องถิ่น โดยเฉพาะมิติทางด้านการฝึกอาชีพเพื่อให้เกิดรายได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กได้เรียนตามศักยภาพ โดยโรงเรียนขนาดเล็กจะตอบโจทย์นี้ได้

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สพฐ.จะไม่ยุบรวมหรือยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กแล้ว แต่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการ เพราะที่ผ่านมา สพฐ.อาจมองว่าโรงเรียนขนาดเล็กเป็นภาระ แต่ขณะนี้เห็นว่าจะทำประโยชน์ได้ จึงต้องมีการวางแผนในการบริหารจัดการ และมีข้อตกลงร่วมกัน เพื่อที่จะให้โรงเรียนขนาดเล็กเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญของชุมชน ดังนั้นจึงเห็นว่าโรงเรียนขนาดเล็กจะเป็นโรงเรียนที่มีต้นทุนในการบริหาร จัดการที่สามารถทำประโยชน์ได้ ซึ่งเบื้องต้นอาจให้ท้องถิ่นเข้ามาบริหารจัดการร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนขนาดเล็กจะต้องมีหลักประกันด้วย โดยต้องมีแผนบริหารจัดการที่ชัดเจนในการจัดการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์ และมีคุณภาพ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ สพฐ.กำหนดเอาไว้.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
November 2nd, 2011 at 5:48 pm

นักเรียนร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้วทำความสะอาดหลังน้ำท่วม

  • เมื่อ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 เวลา 14.00 น. นายสมเดช สุรเดช ผอ.ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว ได้ขอความร่วมือจากเทศบาลตำบลพรานกระต่าย นำรถฉีดน้ำล้างบริวเณโรงเรียน หลังจากที่น้ำท่วมขังในปีนี้ถึง 2ครั้ง และมีลูกเสือและเนตรนารี ของโรงเรียน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำความสะอาดถือเป็น “จิตสาธารณะ” อีกวันหนึ่ง ตลอดจนได้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ อีกด้วย

ทางโรงเรียนต้องขอขอบคุณ นายอานนท์ อภิชาติตรากูล นายกเทศมนตรีตำบลพรานกระต่าย ที่ได้อนุมัติให้รถดับเพลิง ออกไปช่วยโรงเรียนฉีดน้ำทำความสะอาดบริเวณในครั้งนี้….เด็ก ๆ เขาฝากมาครับ.

Tags:
comments Comments (0)    -
November 2nd, 2011 at 12:43 pm

หยุดชั่วคราว!?

หยุดชั่วคราว!?

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด

ช่วงนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของคนกรุงเทพฯ

ศปภ.ระบุว่าวันที่ 31 ต.ค.นี้จะพ้นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงสุด จากนั้นน้ำทะเลจะลดลงต่ำมาก

ฉะนั้น การระบายน้ำเหนือที่ท่วมขังอยู่ในกรุงเทพฯลงสู่ทะเล

จะคล่องขึ้น ง่ายขึ้น เป็นกอบเป็นกำขึ้น

ความจริงแล้วช่วง 29-31 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุดนั้น คาดการณ์ไว้ว่าจะสูงถึง 2.65 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

สูงกว่าคันกั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยา 15 ซ.ม.

แต่เอาเข้าจริงๆ ทะเลหนุนสูงสุดแค่ 2.53 เมตร

ถือว่าธรรมชาติยังปรานี

และมีการคาดการณ์กันอีกว่าน้ำทะเลจะขึ้นสูงสุดอีกครั้งช่วงลอยกระทง 11-18 พ.ย.นี้

สิ่ง ที่ศปภ.ต้องทำกันอย่างจริงจัง คือเร่งระบายน้ำก้อนมหึมา 5 พันล้านลบ.เมตรที่อยู่เหนือกรุงเทพฯ และท่วมพื้นที่บางส่วนของกรุงเทพฯ ออกสู่ทะเลให้ได้เร็วและมากที่สุด

เพราะมีเวลาแค่ 11 วันเท่านั้น

หากระบายน้ำออกทะเลได้ยิ่งมากเท่าไหร่ โอกาสที่กรุงเทพฯจะรอดก็ยิ่งมากขึ้น

เขตสายไหม เขตดอนเมือง เขตบางพลัด และเขตทวีวัฒนา ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมขังสูงมานับอาทิตย์แล้ว

จะมีโอกาสได้เห็นน้ำลดลงเร็วกว่าเดิม !

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในช่วง 11 วันนี้ถือเป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายของศปภ.

การ ระบายน้ำลงทะเล ทั้งกรมชลฯและกทม.มีเครื่องไม้เครื่องมืออยู่แล้ว ระบบการสูบน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯที่เดียวมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบสูบน้ำของ ทั้งประเทศรวมกัน

ดังนั้น เรื่องระบบเรื่องเครื่องมือไม่ต้องเป็นห่วง

ห่วงแต่อย่างเดียวว่าจะเกิดเกาเหลา เกิดปัญหาเรื่องการประสานงานอีกหรือไม่

เพราะในห้วงวิกฤตของบ้านเมืองแบบนี้ ก็ยังมีให้เห็นถึงความแตกแยก ไม่เลิกขัดแข้งขัดขากัน

นักการเมืองบางคนยังมุ่งทำลาย ทำทุกอย่างเพื่อหวังผลทางการเมือง

คิดแค่ว่าทำยังไงจะล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ได้

“ข่าวลือ-ข่าวปล่อย-ข่าวป้ายสี”ถึงยังกระหึ่มเมืองอยู่ในขณะนี้

คิดกันเล่นๆ นะ ถ้าพวกแมลงสาบยอมหยุดความใจแคบ ยอมวางเรื่องส่วนตัวชั่วคราว

หันมาร่วมมือร่วมใจกับศปภ.แก้ปัญหาน้ำท่วมกันจริงจัง

อดใจรอจนน้ำลด รอจนเมืองไทยผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัยเสียก่อน

แล้วค่อยกลับมาฟาดฟันล้มรัฐบาล

ถึงตอนนั้นก็คงไม่สายเกินไปมั้ง !?

ขอบคุณ  :

Tags:
comments Comments (0)    -
November 2nd, 2011 at 12:38 pm

ดวงเมืองตก-ยิ่งลักษณ์ร่อแร่

วิกฤต น้ำท่วมครั้งนี้ เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในรอบ 50-60 ปี และเป็นเรื่องใหม่ของผู้บริหารประเทศที่ไม่มีประสบการณ์กับปัญหานี้มาก่อน

แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะกระทบคะแนนนิยมรัฐบาล

แม้นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมีความตั้งใจในการแก้ปัญหา จนได้รับคำชมจากโพลหลายสำนัก แต่หลายครั้งความพยายามก็ดูจะไร้ผล การทำงานเต็มไปด้วยอุปสรรค

มีคำนายจากโหรและหมอดูชื่อดัง วิเคราะห์เบื้องหลังสารพัดปัญหาดังกล่าวนี้ไว้ดังนี้

 

1.คฑา ชินบัญชร

หมอดูไพ่ยิปซี

จับไพ่ตรวจสอบดวงชะตาของประเทศ พบว่าประเทศไทยจะประสบกับภัยธรรมชาติมากขึ้น โดยช่วงเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่เราประสบภัยธรรมชาติหนักที่สุด เพราะปีนี้เป็นปีกระต่ายธาตุทองกำเนิดน้ำ

ประกอบกับก่อนหน้านี้ใน เดือน ก.ย. เป็นปีไก่ซึ่งไม่ถูกกับกระต่าย เป็นเดือนปะทะชน จึงส่งผลกระทบกับบ้านเมืองอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

หลังวันที่ 12 พ.ย. สถานการณ์ต่างๆ จึงจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่พอเริ่มเข้าสู่เดือนธ.ค. ประชา ชนจะประสบกับปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจและตลาดหุ้นจะตกต่ำ ประชาชนจะรู้ผิดหวังกันมากขึ้น

แต่จะไม่ มีเหตุการณ์รุนแรง เช่น การปฏิวัติรัฐประหาร แต่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงปลายเดือน ธ.ค.54 ถึง ก.พ.55 หากมีเหตุปัจจัยไปกระตุ้นเช่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับเข้าประเทศ

ช่วง เวลาดังกล่าวกระทรวงยุติธรรม กระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งกระทรวงการคลัง มีความโดดเด่นในการเข้ามาแก้ไขปัญหา รวมทั้งจัดการเรื่องต่างๆ ให้รัฐบาลเกิดความมั่นคงมากขึ้น

แต่พอมาถึงช่วงเดือน ธ.ค. ระหว่างวันที่ 16 ธ.ค.จนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน รัฐบาลจะต้องประสบปัญหาภัยแล้งเพิ่มเติม เป็นช่วงที่รัฐบาลต้องเจอกับภัยธรรมชาติอย่างมาก เพราะเป็นปีมังกรธาตุน้ำ

ซึ่ง ในช่วงนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงกับรัฐบาล จะมีการปรับ ครม. เพื่อไม่ให้มีรัฐมนตรีที่ผิดฝาผิดตัวอยู่ใน ครม. คนชั่วจะกลับตัวเป็นคนดี แต่ใครที่คิดร้าย ทำลายบ้านเมืองจะถูกกรรมสนองอย่างรวดเร็ว สถานภาพทางการเมืองจะสั่นคลอน

พอ มาถึงช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.55 ตลาดหุ้นจะมีปัญหา ด้านอุตสาหกรรมจะมีการย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศมากถึงร้อยละ 30 แต่ก็ถือเป็นช่วงเวลาของโอกาสที่เราจะพัฒนาพื้นที่ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น

และในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คนไทยจะรักกันมากขึ้น ความแตกแยกจะลดน้อยลง

ช่วง ที่เกิดปัญหาขึ้นในขณะนี้ อยากให้ทุกคนร่วมกันสวดคาถาบารมี 30 ทัศเพื่อบูชาและขอพรจากพระแม่ธรณีและพระแม่คงคา ซึ่งจะช่วยพัดเอาความชั่วร้าย รวมถึงคนโกงบ้านโกงเมืองออกไปจากแผ่นดิน

ที่สำคัญการสวดมนต์จะช่วยให้เราทุกคนมีสติ สู้กับปัญหาได้ต่อไป

2.ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล

ประธานสถาบันศาสตร์แห่งชีวิตแห่งประเทศไทย

เคยวิเคราะห์ดวงครม.ทั้งคณะ ในช่วงที่เริ่มเข้ามาดำรงตำแหน่งว่า ครม.ชุดนี้มีบุคคลที่ดวงดีเพียง 12 คน ขณะที่มีบุคคลที่ดวงเข้าเคราะห์มากถึง 24 คน

เมื่อคนที่มีดวงเข้าเคราะห์มากกว่าคนที่ดวงดี รัฐบาลชุดนี้จึงต้องประสบแต่ปัญหาหนักๆ ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ผม เคยดูดวงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในช่วงวันเลือกตั้ง ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์มีดวงสมพงศ์กับวันเลือกตั้ง แต่เมื่อตั้งรัฐบาลขึ้นมา บุคคลที่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ส่งผลให้ครม.ชุดนี้ประสบแต่ปัญหาให้ต้องฟันฝ่าเรื่อยๆ

สังเกตได้จาก ตั้งแต่ช่วงเดือนก.ย. ซึ่งเป็นเดือนชงกับนายกฯ เดือนต.ค.ก็เป็นเดือนชงกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ช่วงที่ผ่านมาจึงมีแต่ปัญหาแก้ไม่ตก ทั้งรัฐบาลและผู้ว่าฯกทม.ต่างตีกัน ไม่ลงรอยกัน

อย่างเช่น การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ ส่งผลให้บ้านเมืองเดือดร้อนเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ร่วมมือกัน

อีก ทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ซึ่งปีนี้อายุ 45 ปี ถือเป็นช่วงอายุที่เข้าเคราะห์เช่นกัน ทำให้ในช่วงนี้ประสบแต่เรื่องหนักๆ ไม่ได้เสวยสุข แต่ก็จะผ่านพ้นเรื่องร้ายๆ ไปได้

โดยในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. เมื่อมรสุมผ่านพ้นไปแล้ว ท้องฟ้าแจ่มใส แต่ก็ทิ้งซากปรักหักพังเอาไว้ ซึ่งจะเป็นช่วงที่บ้านเมืองเข้าสู่การฟื้นฟู

น้ำ ที่ไหลท่วมกรุงเทพฯ เปรียบเสมือนล้างสิ่งที่ไม่ดีไปด้วย ปล่อยให้ไหลไป ผู้ที่เดือดร้อนอย่าท้อแท้หรือหมดกำลังใจ ต้องช่วยกันประคบประหงมเพื่อให้บ้านเมืองกลับมาสู่ความสำเร็จ

ช่วง ต้นปีཱི รัฐบาลชุดนี้โดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องประสบปัญหาหนักกว่านี้ โดยช่วงตรุษจีนบุคคลที่มีดวงดีจะเพิ่มเป็น 14 คน แต่บุคคลที่ดวงเข้าเคราะห์ยังมีอยู่มากถึง 22 คน

และใน ช่วง เดือน มี.ค.-เม.ย. ซึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในครม.ชุดนี้ เพราะหากไม่มีการปรับเปลี่ยน ครม.จะเกิดความวุ่นวาย ขัดแย้งกันเอง มีความไม่ลงตัวเกิดขึ้นภายใน ครม. และจะประสบกับปัญหาหนักอย่างแน่นอน

โดย เฉพาะนายกฯ จะถูกโจมตีอย่างหนัก เกิดการตัดสินใจผิดพลาด ส่งผลให้ภาพลักษณ์ไม่ดี ที่สำคัญดวงของนายกฯ ในปีཱི จะเป็นมะแมธาตุไฟ ขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย จะเป็นดวงปีฉลูธาตุดิน

ต่างฝ่ายต่างดวงเข้าเคราะห์และจะเป็นปีชงกันเอง ก่อให้เกิดเรื่องที่ขัดแย้งกันเองด้วย

ปี ཱི รัฐบาลจะต้องประสบกับภัยธรรมชาติ น้ำที่เคยท่วมในพื้นที่ใดมาก่อนแล้ว ก็จะกลับมาท่วมในพื้นที่เดิมอีก ดังนั้นต้องวางแผนรับมือเอาไว้ล่วงหน้าด้วย อย่างไรก็ตามจะยังไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงถึงขั้นปฏิวัติรัฐ ประหาร

ผมเคยพูดหลายครั้งว่า หลักเมืองของไทยต่ำและก็เริ่มผุ หากสามารถปรับแก้ได้จะช่วยให้ประเทศไทยดีขึ้น

3.กรหริศ บัวสรวง

โหรชื่อดัง

ดวงเมืองหลังวันที่ 16 พ.ย.เป็นต้นไป ดาวเสาร์เล็งดวงเมือง เป็น ‘ดวงพินทุบาทว์’” โดยดาวเสาร์เข้ามาอยู่ในราศีตุล ประกอบกับดาวศุกร์ซึ่งเป็นธาตุน้ำ และดาวพุธซึ่งเป็นดาวน้ำทะเลและโคจรไม่ห่างจากดาวศุกร์

ดัง นั้น จะส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ดาวเสาร์ซึ่งเป็นธาตุไฟ ต้องระวังเรื่องของปัญหาไฟฟ้านอกเหนือจากปัญหาไฟไหม้ป่าด้วย

ช่วงนี้บ้านเมืองจึงอยู่ในช่วงอาการหนัก รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างไรก็เอาไม่อยู่

อย่าง ไรก็ตาม น้ำที่ไหลท่วมลงมาตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ กระทั่งเริ่มเข้าท่วมพื้นที่กรุง เทพฯ นั้น ตามหลักของโหราศาสตร์ไม่นับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นปัญหาอุทกภัย

เพราะพื้นที่ที่ควรท่วม เช่น เขตมีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย กลับไม่ท่วม แต่พื้นที่ที่ไม่เคยท่วมเลย เช่น เขตทวีวัฒนา บาง พลัด ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ กลับมีน้ำท่วมขัง

แสดงว่าการบริหารจัดการ รวมทั้งการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลไม่ดีพอ เป็นเรื่องของเกมการเมือง

เรา จะประสบปัญหาน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่องและยาวนานไปจนถึงต้นปีཱི เพราะดาวพุธจะโคจรไปทางทิศใต้ ดังนั้นพื้นที่ภาคใต้จะประสบปัญหาน้ำท่วม ขณะที่ภาคเหนืออาจได้รับผลกระทบจากพายุ และสภาพน้ำท่วมจะยังคงมีอยู่ต่อไป

ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศจะตกต่ำ เกิดปัญหาข้าวยากหมากแพง ข้าวสารหรือแม้แต่น้ำดื่มจะไม่เพียงพอ

ที่สำคัญดาวเสาร์โคจรเล็งดวงเมืองเป็นช่วง ‘เสาร์ระห่ำ’ เป็นมหาอุจ

ชี้ว่ารัฐบาลจะอยู่บริหารงานได้ไม่เกิน 90 วันนับตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.54 เป็นต้นไป เพราะนับจากช่วงนี้ดวงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะตกต่ำ

ขณะ ที่ดาวของทหารที่หงิกงอมานานจะกลับมาผงาด โดยทหารจะไม่ได้ทำการปฏิวัติรัฐประหาร แต่อาจมีการเจรจากันเพื่อให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เนื่องจากไม่มีความสามารถแก้ไขหรือประคองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

มี ข้อสังเกตทางทฤษฎีว่า ช่วงที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ ก็ตกม้าตาย ไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งได้นาน ขณะที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ ก็อยู่ได้ไม่นานเช่นเดียวกัน

ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ซึ่งมาจากตระกูลเดียวกัน จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 90 วันแน่นอน

Tags:
comments Comments (0)    -
November 2nd, 2011 at 7:24 am

สามวาจมกทม.! ‘ธีระชน’แนะ‘ปู’ใช้พรก.ฉุกเฉินก่อนมิดทั้ง50เขต

“คลองสามวาเอฟเฟ็กต์” รองผู้ว่าฯ กทม.ชี้เปิดประตูน้ำส่งผล กทม.ไร้เขตปลอดภัย “บางกะปิ-สะพานสูง-บึงกุ่ม” เตรียมซวยอันดับแรก เผยอาจกลายเป็น “นครสวรรค์สอง” ได้ แนะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจัดการ “สุขุมพันธุ์” ย้ำต้องใจแข็ง พิโธ่! ปูไม่รู้เรื่องเปิด-ปิดประตูน้ำ ผุดกรรมการให้ “จารุพงศ์” มีหน้าที่รับผิดชอบ ศปภ.รับแล้วฝั่งตะวันตกจมยาวกว่า 1 เดือน “ยิ่งลักษณ์” ปิดปาก อ้างสื่อไม่ยิ้ม แนะให้เจ๊าะแจ๊ะเวลาถาม ปชป.เตือนเร่งคลอดมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนก่อนเกิดจลาจล

คำสั่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ให้เปิดประตูระบายน้ำที่คลองสามวาสูง 1 เมตร ตามแรงกดดันของชาวคลองสามวา กำลังกลายเป็นจุดสร้างปัญหาให้พื้นที่กรุงเทพมหานครสุ่มเสี่ยงที่ทุกเขตน้ำ จะท่วมทั้งหมด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กทม.ยืนยันว่าอาจมีถึง 22 เขตที่รอดน้ำท่วมถึง 80%

โดยนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ชี้ว่า การเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวากว้างถึง 1 เมตร อาจส่งผลกระทบให้พื้นที่ 50 เขตของ กทม.ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยพื้นที่ชั้นในที่รับน้ำ 3 เขตแรก คือ บางกะปิ สะพานสูง และบึงกุ่ม

“ที่เคยประเมินว่า 19 เขตโอกาสรอดก็จะไม่เหลือเลย เพราะต้องอย่าลืมว่าการดูแลหรือบริหารจัดการน้ำอย่ามองแค่ผิวข้างบนถนน ต้องคิดถึงหลักวิศวกรรมข้างใต้ด้วย” นายธีระชนกล่าว และว่า  กทม.มีคลองทั้งหมด 2,000 คลอง และท่อใต้ดินอีกมหาศาลเชื่อมโยงเป็นใยแมงมุม เมื่อน้ำถูกปล่อยลงสู่คลองแสนแสบ ก็จะเชื่อมโยงไปยังคลองและท่ออื่นๆ ใน 50 เขตด้วย

นายธีระชนกล่าวอีกว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วง 2 จุด คือ 1.จุดกลับรถถนนพหลโยธินข้ามคลองรังสิต 2.ที่ประตูระบายน้ำคลองสามวา โดยปริมาณน้ำเหนือไหลเข้ามาใน กทม.เป็นจำนวนมากต่อเนื่อง โดยที่จุดกลับรถถนนพหลโยธินข้ามคลองรังสิตมีปริมาณน้ำไหลเข้ามาเฉลี่ยวันละ 400-500 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ซึ่ง กทม.ได้นำกระสอบยักษ์ขนาด 1 x 1 x 1 หนัก 2.5 ตันต่อใบ เข้าไปปิดกั้นทางน้ำในจุดดังกล่าว แต่ที่ประตูระบายน้ำคลองสามวาต้องควบคุมมวลชนที่ขัดขวางการควบคุมการระบาย น้ำในจุดนี้ หากไม่สามารถควบคุมได้ รัฐบาลควรประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปควบคุมมวลชนได้ เพราะหากยังเป็นเช่นนี้ อาจทำให้พื้นที่ กทม.ทั้ง 50 เขตกลับเข้าสู่สภาวะน้ำท่วมทั้งหมดได้

นายธีระชนกล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่าเป็นมวลน้ำที่ขึ้นมาจากท่อระบายน้ำหลังจากที่น้ำเหนือได้ไหลบางส่วนได้ ไหลทะลักลงสู่ระบบคลองและถนนหลายสาย โดยเมื่อมีปริมาณน้ำสูงขึ้นก็ขยายตัวท่วมเป็นวงกว้าง น้ำส่วนหนึ่งที่อยู่ในคลองมุดเข้าท่อระบายน้ำ ดังนั้นหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ หรือไม่สามารถควบคุมบานประตูระบายน้ำได้ กทม.มีสิทธิ์เสี่ยงจมน้ำทั้งหมด โดยพื้นที่ที่จะเสี่ยงน้ำท่วมต่อไปคือสะพานลอยข้ามแยกรัชวิภา ถนนรัชดาภิเษก

“เป็นห่วงกรณีที่มีมวลชนเข้ารื้อคันกั้นน้ำบริเวณคลองประปา เพราะเกรงว่าสถานการณ์จะเลวร้ายขึ้น เพราะจะทำน้ำเสียที่ท่วมอยู่นั้นไหลลงคลองประปา และจะส่งผลต่อการผลิตน้ำประปาโดยตรง ซึ่งจะกระทบกับผู้บริโภคน้ำประปาเป็นล้านคนใน กทม. ขอให้ประชาชนใจเย็น มีสติ อดทนต่อสถานการณ์ อย่าทำอะไรขาดสติ เพราะอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้นจนเกินที่จะแก้ไขได้”
เตือน กทม.อาจเป็นนครสวรรค์

นายธีระชนได้ย้ำในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้อีกว่า หูคันประตูคลองสามวาถูกรื้อบาน และเมื่อเจ้าหน้าที่จะเข้าไปซ่อมแซมก็ถูกขัดขวาง ทำให้การควบคุมน้ำทำไม่ได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ 3 เขตมีความเสี่ยงแล้ว น้ำอาจทะลุชั้นในด้วย ซึ่งจะคล้ายกับเขตดอนเมือง เขตหลักสี่ ที่ควบคุมน้ำไม่ได้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 800 ไร่ยังจมมิด หรือซอยวัชรพลจมน้ำขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นลักษณะไม่มีการควบคุมทำให้ 20 เขตกลับมามีความเสี่ยงทั้งหมด

“อยากขอร้อง ใจเย็นๆ เราจำตัวอย่างไม่ได้หรือ นครสวรรค์ทำนิดเดียวแต่เสียหายทั้งหมด จมทั้งจังหวัด” นายธีระชนกล่าว

ในขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ได้แถลงสถานการณ์น้ำภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารว่า ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 2.48 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ส่วนน้ำในคลอง 2 เพิ่มขึ้น 1 เซนติเมตร และน้ำในคลองทวีวัฒนาและคลองรังสิตยังคงทรงตัว สำหรับคลองมหาสวัสดิ์ ระดับน้ำล้นคันกั้นน้ำประมาณ 5–15 เซนติเมตร โดยปัญหาน้ำท่วมยังคงเพิ่มสูงขึ้นและเริ่มขยายพื้นที่ออกไป ซึ่ง กทม.ได้ประกาศให้พื้นที่แขวงบางไผ่ เขตบางแคเป็นพื้นที่อพยพ เพราะระดับน้ำขยายตัวเข้าไปในชุมชนต่างๆ แล้ว ส่วนพื้นที่แขวงบางชัน เขตคลองสามวา ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง เนื่องจาก กทม.ได้รับคำสั่งจากนายกฯ ให้เปิดประตูน้ำที่คลองสามวากว้างขึ้นเป็น 1 เมตร ทำให้พื้นที่บางชันเป็นพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมบางชันด้วย

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวอีกว่า กทม.ยังได้รับแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่า ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ไม่สามารถปิดประตูระบายน้ำคลอง 8 และคลอง 10 ได้ เพราะประชาชนส่วนหนึ่งไม่ยอม ซึ่ง กทม.อยากให้เปิดเพียง 30 เซนติเมตร  เพราะอาจทำให้น้ำในคลองแสนแสบและลำปลาทิวเพิ่มสูงขึ้น และกระทบในพื้นที่เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง และคลองสามวา  รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ซึ่งได้มอบหมายให้นายสัญญา ชีนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ ไปประสานกับ ศปภ.เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน

คุณชายบี้ปูใจต้องแข็ง

“ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องใจแข็ง ผมรักพี่น้องประชาชนเท่าคนที่มาจากการเลือกตั้ง บางทีต้องใจแข็งต่อข้อเรียกร้องของประชาชนส่วนน้อยเพื่อรักษาผลประโยชน์ของ ประชาชนจำนวนมาก จะทำตามข้อเรียกร้องทุกครั้งทุกกรณีไม่ได้ ไม่เช่นนั้นระบบจะพังทั้งหมด ผมขออย่างเดียว ให้ยืนตามนั้น” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ยอมรับว่า เป็นห่วงพื้นที่ฝั่งตะวันตก เพราะน้ำเริ่มขยายตัว และมวลน้ำจำนวนมาอยู่ใน จ.นครปฐม ซึ่ง กทม.ต้องติดตามเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยจะเร่งระบายน้ำทั้งในส่วนของประตูและเครื่องสูบที่อยู่ในความดูแลของ รัฐบาลเพื่อระบายน้ำไปลงคลองมหาชัย ดังนั้นต้องขอการสนับสนุนจากทุกฝ่าย ในการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ เนื่องจากระบบการระบายน้ำในพื้นที่ตะวันตกไม่ดีเท่าตะวันออก และสถานการณ์ยังไม่แน่นอน

นายสัญญากล่าวว่า น้ำในคลองมหาสวัสดิ์ส่วนหนึ่งล้นผ่านเข้ามาในด้านกรุงเทพฯ ตะวันตกแล้ว ระบบระบายน้ำหลักคือคลองภาษีเจริญ ได้เร่งระบายออกไปยังคลองอื่นๆ เพื่อลงแม่น้ำเจ้าพระยา และ กทม.ได้ประสานขอให้ ศปภ.เพิ่มระบบระบายน้ำที่กระทุ่มแบนเพื่อระบายน้ำออกไปยังพื้นที่อื่นให้มาก ที่สุด แต่มวลน้ำที่มาจากทางเหนือค่อนข้างมาก ฝั่งธนบุรีจึงต้องเร่งป้องกัน ทั้งนี้ กทม.ได้เร่งดำเนินการเสริมแนวป้องกันแล้ว

“กรุงเทพฯ ตะวันออก การที่ ศปภ.ไม่สามารถปิดประตูระบายน้ำด้านบนได้ เนื่องจากประชาชนไม่ยอม ทำให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านล่าง และหากน้ำล้นคันเข้ามาจะทำให้พื้นที่ทั้งหมดมีปัญหา ทั้งนี้ มีหลายตัวแปร ทั้งที่ประตูน้ำมีนบุรี ประเวศ ซึ่งการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องดูตัวแปรทั้งหมดนี้เข้าด้วย กันด้วย”

นายทองเปลว กองจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนอุทกวิทยา สำนักอุทกวิทยาและบริหารน้ำ กรมชลประทาน กล่าวว่า น้ำในฝั่งตะวันออก ปริมาณน้ำบริเวณเหนือคลองระพีพัฒน์แยกตกอยู่ในระดับทรงตัวกับลดลง ส่วนที่บริเวณคลองหกวาสายล่าง ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ แต่ได้สูบน้ำระบายออกจากคลองอย่างต่อเนื่อง คาดว่าหลังน้ำทะเลหนุนสูงในปัจจุบันไปจนถึงวันที่ 3 พ.ย. ปริมาณน้ำจะทรงตัวและจะลดลงเป็นลำดับ ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันตกที่มีปัญหา คาดว่าหลังจากวันที่ 3 พ.ย.การระบายน้ำจะเป็นไปด้วยดีเช่นกัน โดยหลังวันที่ 3 พ.ย. สถานการณ์น้ำท่วมทั้งสองฝั่งของ กทม.ปริมาณน้ำจะเริ่มลดลง อย่างไรก็ตาม ก่อนถึงช่วงน้ำทะเลหนุนสูงอีกครั้งในช่วงกลางเดือน พ.ย. กรมจะเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้ได้มากที่สุด พร้อมเฝ้าระวังความมั่นคงแข็งแรงของคันกั้นน้ำต่างๆ ด้วย

รายงานข่าวจากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.) แจ้งว่า การอุดรอยรั่วที่บริเวณใต้คลองรังสิตด้วยวิธีใช้กระเป๋าทรายขนาดใหญ่บรรจุ หินคลุก (บิ๊กแบ็ก) น้ำหนักใบละกว่า 1.6 ตัน วางที่บริเวณคลองรังสิต เพื่อสกัดกั้นน้ำจากทางเหนือให้ยกตัวสูงขึ้นก่อนเบนทิศทางน้ำเข้าสู่ระบบ คลองและระบบระบายน้ำของ กทม. ไปทางทิศตะวันออกก่อนลงสู่ทะเลนั้น คืบหน้าไปพอสมควร คาดว่างานจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1-2 วันนี้
ที่ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลพื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของ กทม. โดยได้มีการเตรียมแผนป้องกันโดยลดการเพิ่มของน้ำฝั่งตะวันตกร้อยละ 10 เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 วัน เพื่อไม่ให้เข้ามาเติมในพื้นที่ กทม.ชั้นใน และทางกรมชลประทานได้มีการเตรียมการไว้พร้อมแล้วเช่นกัน โดยจะมีการแจ้งต่อที่ประชุม ศปภ.ให้ทราบถึงแผนการในวันนี้
ใครทำเวรต้องรับกรรม
นาย ธีระกล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลพื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของ กทม. จากนี้ไปกรมชลประทานจะบริหารน้ำฝั่งตะวันตกด้านเหนือคลองมหาสวัสดิ์ขึ้นไป เต็มที่ด้วยวิธีปล่อยน้ำจากเขื่อนให้ลดน้อยลง ส่วนใต้คลองเป็นเขตกรุงเทพฯ คงไปยุ่งไม่ได้ ก็คงต้องปล่อยให้น้ำระบายไปตามคลองต่างๆ เอง เพียงแต่ว่าจะบริหารไม่ให้มีปริมาณของน้ำมาเพิ่มมากขึ้น ใครทำเวรกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับกรรมกันเอง
และเมื่อเวลา 14.00 น. นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. แถลงภายหลังประชุมร่วมกับรัฐบาลว่า นายกฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมในด้านการบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาผลกระทบและ ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยอยู่พื้นที่ กทม.โดยจะเข้าไปดูในรายละเอียดการบริการจัดการน้ำของ กทม.  เน้นพื้นที่ตะวันออก
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เลขานุการคณะทำงานแก้ไขการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่วิกฤติ กล่าวว่า คณะทำงานจะมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคเพื่อไทยเป็นประธาน ทำงานร่วมกับ กทม. โดยนายพรเทพและผู้แทนกรมชลประทานจะลงพื้นที่ฝั่งตะวันออก ไล่ตั้งแต่พื้นที่ทางตอนเหนือจนมาถึงประตูระบายน้ำคลองสามวาที่กำลังมีปัญหา อยู่ เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน
นายอานนท์กล่าวอีกว่า รูปแบบการระบายน้ำขณะนี้จะพยายามกันน้ำไว้ที่หลักสี่และดอนเมือง และจะผันน้ำให้ออกทางซ้ายและขวา ทั้งแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำบางปะกง ก่อนที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูงสุดอีกครั้งในช่วงวันลอยกระทง และจะพยายามปิดรูรั่วแม่น้ำเจ้าพระยาโดย ไล่ตั้งแต่ จ.พระนครศรีอยุธยาลงมา
“การ ระบายน้ำฝั่งตะวันออกสามารถสูบน้ำออกทะเลได้วันละ 30 ล้าน ลบ.ม. ฝั่งตะวันตก สูบน้ำได้ 10 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะทำให้ฝั่งตะวันตกอาจต้องทนกับน้ำท่วมไปอีกประมาณ 1 เดือน ส่วนฝั่งตะวันออก จากการประเมินแล้วเห็นว่าพื้นที่ชั้นในของ กทม.ฝั่งตะวันออกน่าจะน้ำไม่ท่วม เพราะมีคลองต่างๆ กั้นขวางอยู่หลายคลอง”
นาย สัญญากล่าวว่า ขณะนี้มีอยู่ทั้ง 3 ด้านที่สามารถระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย คือ แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตอนนี้สถานการณ์เบาบางลงแล้ว แต่จะมีน้ำหนุนอีกครั้งในช่วงกลางเดือน พ.ย.
นายจารุพงศ์กล่าวว่า นายกฯ ต้องการให้มาทำหน้าที่ประสานกับมวลชนในพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันตกของ กทม. เพราะเล็งเห็นว่าประชาชนในพื้นที่เป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ซึ่งน่าจะพูดคุยได้ง่าย หลังจากมีความไม่เข้าใจในการทำงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าเหตุใดถึงไม่สามารถแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้ และถ้าปล่อยไว้นานอาจมีผลเสียต่อพรรคในระยะยาว โดยภารกิจเร่งด่วนคือการแก้ไขปัญหาประตูระบายน้ำคลองสามวา
เผยปูไม่รู้เรื่อง! ประตูน้ำ
“การ ตั้งคณะทำงานมีจุดประสงค์เพื่อแบ่งเบาภาระการตัดสินใจของท่านนายกฯ เพราะในกรณีเรื่องประตูระบายน้ำต่างๆ นายกฯไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด ดังนั้นหากใช้มาตรา 31 ของ พ.ร.บ.การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประชาชนจะเกิดความไม่เข้าใจและจะมาต่อว่าท่านยิ่งลักษณ์ได้ในทางเสียๆ หายๆ ได้ จึงต้องคณะทำงานชุดนี้ขึ้นมา” นายจารุพงศ์กล่าว
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงปัญหาคลองสามวาว่า จะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปดูว่าจะหาข้อยุติอย่างไร โดยวันที่ 2 พ.ย. เวลา 09.00 น. จะประชุมร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่จะไม่ใช้กฎหมายเข้าไปควบคุม เพราะภาวะแบบนี้ต้องใช้ความเข้าใจในการเจรจาไกล่เกลี่ยไม่ใช่กฎหมาย
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศปภ.ได้ขอกำลังตำรวจให้เข้าไปดูแลบริเวณคันกั้นน้ำอย่างเข้มงวด ในพื้นที่เขต กทม.และปริมณฑลทั้งหมด 214 แห่ง ซึ่งมีสถานีสูบน้ำ 458 แห่ง และมีเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 1,252 เครื่อง รวมถึงบริเวณคลองประปาด้วย
นาย ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า สถานการณ์น้ำท่วมดีขึ้นหลังพ้นวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งเป็นวันน้ำทะเลขึ้นสูงสุด โดยตามริมแม่เจ้าพระยาน้ำลดลง 3-4 ซม. ถ้าน้ำลงเรื่อยๆ ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับคนที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ทั้งฝั่งพระ นครและธนบุรี เพราะคงไม่ท่วมไปมากกว่านี้ แต่สถานการณ์ส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำทุ่งหรือ น้ำหลาก
“เมื่อไหร่น้ำทุ่งหมดน้ำก็จะค่อยๆ ลดลง ขณะนี้ฝั่งตะวันตกยังไม่หมด จะเทมาเรื่อยๆ และสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงต่อคือ วันที่ 15 พ.ย. เนื่องจากน้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้น แต่น้อยกว่าก่อนหน้านี้” นายปลอดประสพกล่าว และว่า ขณะนี้น้ำที่อยู่เหนือ กทม.ไม่ถึง 8,000 ล้าน ลบ.ม.แล้ว แบ่งเป็นฝั่งตะวันตก 3,000 ล้าน ลบ.ม., ด้านเหนือ 1,000 ล้าน ลบ.ม. และที่เหลืออยู่ด้านฝั่งตะวันออก แต่จากภาพรวมของสถานการณ์ทั้งใน กทม.และพื้นที่โดยรอบ เชื่อว่าทุกอย่างดีขึ้นภายหลังน้ำทะเลได้หนุนสูงสุดไปแล้ว แม้การระบายน้ำฝั่งตะวันออกเป็นไปได้ช้า
ด้านสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่างๆ นั้น บริเวณถนนรามอินทรา น้ำจากถนนพหลโยธิน สายไหม วัชรพล ยังอยู่ที่ กม.ที่ 4 และขยายวงเรื่อยๆ โดยที่การเคหะชุมชนรามอินทราระดับน้ำสูงถึง 1.20 เมตร  และถนนรามอินทรากลายเป็นคลองไปแล้ว เพราะน้ำสูง 50 เซนติเมตร ส่วนบริเวณถนนประชาชื่น จากแยกพงษ์เพชรถึงแยกประชานุกูล น้ำจากคลองประปาไหลซึมออกมาตามกำแพงไหลท่วมถนนตั้งแต่แยกพงษ์เพชรไปจนถึงแยก ประชานุกูล แต่รถยนต์ยังสัญจรได้ ส่วนถนนงามวงศ์วาน จากแยกพงษ์เพชรไปถนนวิภาวดีรังสิต ปริมาณน้ำลดลง มีน้ำอยู่แค่เรือนจำ แต่ตลาดพงษ์เพชรยังมีน้ำท่วมอยู่
ส่วนช่วงตลาดสดมีนบุรี ภายหลังการเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวา กระแสน้ำได้ไหลเร็วและแรงต่อเนื่องไปยังคลองแสนแสบ ทำให้ตลาดสดมีนบุรีฝั่งตลาดเก่ามีน้ำท่วมขังอยู่เป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงสะพานกลับรถด้านหน้าตลาด มีประมาณน้ำขังสูงประมาณ 10-30 เซนติเมตร ส่วนฝั่งชุมชนตลอดแนวคลองเริ่มมีน้ำท่วมเอ่อในปริมาณที่มากขึ้น
สำหรับ ความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ในช่วงเช้าได้เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยก่อนเข้าร่วมประชุมได้รับมอบน้ำดื่มจำนวน 1 ล้านขวด เพื่อนำไปแจกจ่ายผู้ประสบภัย และได้เดินตอบคำถามสื่อมวลชน โดยพูดเพียงว่า “เดี๋ยวค่อยให้นะคะ” ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ต่อมาเวลา 11.10 น. หลังประชุม ครม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินเข้าอาคารเอนเนอร์ยีคอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน โดยมีผู้สื่อข่าวดักรอสัมภาษณ์ ปรากฏว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินเลี่ยงวงล้อมอย่างเร่งรีบ พร้อมรอยยิ้มเชิดใส่เล็กน้อย และรีบขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 15 ทันที
และ เมื่อเวลา 14.00 น. ภายหลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์รับมอบเงินบริจาคจากหลายหน่วยงาน รวมเงินบริจาคทั้งสิ้น 33,270,000 บาท นายกฯ ได้เดินทางออกจาก ศปภ.อย่างรีบร้อน แม้สื่อมวลชนจะถามว่านายกฯ จะไปทำภารกิจที่ไหน น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังคงนิ่งเงียบเดินต่อไปโดยไม่หันมาตอบคำถามใดๆ ขณะที่คนใกล้ชิดนายกฯ แจ้งกับสื่อว่า ไปประชุมร่วมกับรัฐมนตรีบางส่วน แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าประชุมที่ไหน เรื่องอะไร
แนะสื่อควรเจ๊าะแจ๊ะถาม
คน ใกล้ชิดนายกฯ ยังกล่าวอีกว่า การที่นายกฯ ไม่ให้สัมภาษณ์ ไม่ได้เป็นเพราะงอนที่ถูกสื่อจี้ถามหลายๆ คำถาม แต่นายกฯ เองบอกว่าสื่อมวลชนบางคนถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้รู้สึกถูกคาดคั้น ซึ่งนายกฯ พร้อมตอบทุกคำถามไม่ว่าจะบวกหรือลบ แต่ขอเวลาสื่อถามให้ช่วยปรับใบหน้าให้ยิ้มแย้มด้วย
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวถึงกรณีความขัดแย้งของ ศปภ. และ กทม.ในการปิด-เปิดประตูระบายน้ำว่า อยากให้รัฐบาลและ กทม.ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท เพราะมวลน้ำฝั่งตะวันออกและตะวันตกโดยเฉพาะเขตธนบุรีได้ไหลเข้ามาท่วมในหลาย พื้นที่ที่หลายฝ่ายคิดว่าปลอดภัย ดังนั้นการส่งสัญญาณว่าพื้นที่ใดปลอดภัยแล้วจะส่งผลให้ประชาชนไม่ได้เตรียม ตัวอย่างที่ควรทำ การส่งสัญญาณใดๆ ต้องระมัดระวังและมีความสอดคล้องกัน
“การ เปิดประตูระบายน้ำที่คลองสามวาจะส่งผลต่อนิคมอุตสาหกรรมบางชันและสนามบิน สุวรรณภูมิหรือไม่ คงต้องติดตามสถานการณ์เป็นช่วงๆ แต่ยอมรับว่าจากเดิมที่คิดว่านิคมฯ บางชันจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่จากการเปิดประตูน้ำคงต้องติดตามกันต่อไป ขอเรียกร้องว่า เวลาจะตัดสินใจอะไร อย่าใช้เพียงมุมมองทางการเมืองเพียงพื้นที่เดียว ต้องคิดว่าประเทศไทยเป็นของทุกคน” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนที่อยู่ใกล้กับประตูระบายน้ำหรือพนัง กั้นน้ำ เพื่อชี้แจงถึงการบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม และกำหนดให้ชัดเจนถึงมาตรการเยียวยาประชาชนในพื้นที่ที่อาจต้องเสียสละรับ น้ำ มิเช่นนั้นปัญหาความขัดแย้งเหมือนที่คลองสามวาจะเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นตามมา จนรัฐบาลอาจอยู่ในสภาพมีอำนาจแต่บริหารไม่ได้ กลายเป็นรัฐล้มเหลว
เช่น เดียวกับ นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่กล่าวว่า รัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของชาวบ้านที่เข้ารื้อแนวคันกั้นน้ำ กลายเป็นภาพคุ้นเคยที่เห็นจนชินตาทุกวัน สาเหตุมาจากการไม่สามารถแก้ไขความเดือดร้อนและเสนอมาตรการเยียวยาที่ชัดเจน หากปล่อยไว้อาจทำให้สถานการณ์บานปลายจนควบคุมไม่ได้
“ดูเหมือนรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์จะทอดทิ้งพี่น้องประชาชนเหล่านั้น และปล่อยให้เผชิญความเดือดร้อนตามยถากรรม จึงขอเรียกร้องให้เร่งออกแผนมาตรการชดเชยให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยอย่างเร่ง ด่วน ก่อนที่เหตุการณ์จลาจลของมวลชนจะควบคุมไม่ได้”นายสกลธีระบุ
นายชู วิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวเช่นกันว่า จากการที่ลงพื้นที่น้ำท่วมมาตลอด ทั้งในต่างจังหวัดและใน กทม. พบว่ามีปัญหาความขัดแย้งของชาวบ้านเกี่ยวกับการตั้งแนวคันกั้นเขื่อนเพื่อ ชะลอน้ำ แต่กลับไม่เห็น ส.ส.เขต ส.ส.ในพื้นที่ที่ขัดแย้งสูงเลย ทั้งที่ปทุมธานี นนทบุรี หรือแม้ใน กทม. ซึ่ง ศปภ.ยังไม่รู้ตัวว่าชาวบ้านต่างหมดความเชื่อถือ แต่พอเขียนในเฟซบุ๊ก นายกฯ ปูพูดได้น่ารัก น่าฟัง อ่านแล้วดูดี จะดูแลประชาชนทุกคน แต่การทำงานกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูดสิ่งที่เขียน มันตรงข้ามกับหน้าตาของนายกฯ เพราะมันยิ่งเละ
ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม กล่าวถึงปัญหาในการทำระหว่างกองทัพและ ศปภ.ว่า กองทัพมีศักยภาพ และพร้อมช่วยสนับสนุน ศปภ.เต็มที่ แต่พื้นที่การทำงานกว้างขึ้น การทำงานและภารกิจจึงมากขึ้น กำลังพลกลับมีเท่าเดิม หาก ศปภ.แบ่งมอบหน้าที่ให้กับบางส่วนรับผิดชอบเป็นหลัก และกองทัพคอยสนับสนุน ก็จะสามารถทำงานได้เต็มที่ทุกพื้นที่ แต่หากมอบหน่วยเดียวทุกพื้นที่ทั้งหมด บางจุดก็ไม่สามารถจะใช้กำลังได้สมบูรณ์แบบ จึงได้ขอให้มีการแบ่งมอบพื้นที่รับผิดชอบกันบ้างในช่วงที่น้ำขยายวงกว้าง ขึ้นและพื้นที่ใหญ่เพิ่มขึ้น.

Tags:
comments Comments (0)    -
November 1st, 2011 at 5:05 pm

ให้ข้าราชการลาหยุดได้โดยไม่ถือเป็นวันลาในช่วงวิกฤตอุทกภัย

นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ลงนามในหนังสือสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0506/ว 196 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2554 เรื่อง การลาหยุดโดยไม่ถือเป็นวันลาในช่วงวิกฤตอุทกภัย ส่งไปถึง รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวง, กรม

ในหนังสือฉบับดังกล่าวมีสาระสำคัญดังนี้ ด้วยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2554 คณะรัฐมนตรีเห็นว่าสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบันยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่อง ครอบคลุมทุกพื้นที่ถึง 25 จังหวัด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ทรัพย์สินเสียหาย ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการในหลายพื้นที่ใช้การไม่ได้ ที่อยู่อาศัย สถานที่ราชการ สถานศึกษา โรงพยาบาล และสถานประกอบการจำนวนมากถูกน้ำท่วม ทำให้ผู้ประสบอุทกภัยไม่สามารถสัญจรไปมาและดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ จึงอนุมัติในหลักการให้ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ และหน่วยงานของรัฐที่มีที่อยู่อาศัยประสบอุทกภัย หรือไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้อันเนื่องมาจากเหตุอุทกภัย ลาในช่วงที่ยังเกิดอุทกภัยได้โดยไม่ถือเป็นวันลา ตามนัยระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาตให้ลาได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

หนังสือฉบับดังกล่าวยังหมายเหตุถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐในกำกับดูแลทราบต่อไปด้วย.

Tags:
comments Comments (0)    -
November 1st, 2011 at 2:53 pm

ภาพน่ารัก ๆ ดูคลายเครียดนะครับ

แมวยังรักและเอ็นดูลูกเป็ด  แต่…ทำไมคน……………..?

Tags:
comments Comments (0)    -
November 1st, 2011 at 1:01 pm

ปชป.จองคิวถล่ม“ปู”เรื่องน้ำท่วม

ฝ่ายค้านดักคอประชุมสภาฯ 2-3 พ.ย. ต้องพิจารณาญัตติด่วนเรื่องน้ำท่วม ลับมีดรอตั้งกระทู้ถามนายกฯแน่

เมื่อ วันที่ 31 ต.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวกรณีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 2-3 พ.ย.นี้ โดยมีกระแสข่าวการเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระการประชุมจากเดิม ว่าเท่าที่ตรวจสอบล่าสุดวันที่ 31 ต.ค. กองงานฝ่ายค้านยืนยันว่าระเบียบวาระยังคงเหมือนเดิม คือจะพิจารณาเรื่องที่ค้างมาจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะเป็นเรื่องเดิมที่มีการงดประชุมสภาฯต่อเนื่องกัน 3 สัปดาห์แล้ว คือ ญัตติด่วนเรื่องน้ำท่วม ดังนั้นหากจะมีการประชุม คงต้องมีการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องน้ำท่วมตามญัตติเดิม เพราะสถานการณ์ยังมีอยู่ นอกจากนี้ฝ่ายค้านเตรียมตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรีเรื่องน้ำท่วมเหมือน เดิม แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระ ก็ขึ้นกับประประธานสภาฯ เพราะการบรรจุระเบียบวาระเพื่อพิจารณาในที่ประชุมเป็นอำนาจของประธานสภา
นายจุรินทร์กล่าวกรณีส.ส.พรรคเพื่อไทย พยายามสอดญัตติด่วนทางการเมืองเข้าสู่การพิจารณาในช่วงน้ำท่วมนี้ว่า ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ความพยายามในการสอดญัตติที่เกี่ยวข้องกับการเมือง อาทิ การเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการลบล้างผลพวงการทำรัฐประหาร 19 ก.ย.49 จากข้อเสนอของคณะนิติราษฎรณ์ วิปฝ่ายค้านได้มีมติไปแล้วว่าเราไม่เห็นด้วย ทั้งไม่เห็นด้วยที่จะต้องถึงขั้นเสนอเป็นญัตติด่วนมาพิจารณา เพราะเรื่องนี้ไม่เป็นเรื่องด่วนอะไร และไม่เห็นด้วยในเนื้อหาของญัตติ ที่โดยสรุปแล้วเป็นการเร่งกระบวนการเพื่อประโยชน์ของคนใดคนหนึ่งและเพื่อพวก พ้องอย่างชัดเจน

“ถ้าจะมีการเลื่อนญัตติเหล่านี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน วิปฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย เพราะไม่จำเป็นเร่งด่วนใดๆทั้งสิ้น ยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าหลาย 10 เรื่องในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นญัตติด่วนเรื่องน้ำท่วม ญัตติความเดือนร้อนของประชาชนอื่นๆ โดยเฉพาะผลพวงจากน้ำท่วม ทั้งเรื่องสินค้าขาดแคลนและราคาแพง ที่กำลังคุกคามประชาชนทั้งที่ประสบภัยและไม่ประสบภัย แม้แต่ภาคใต้น้ำไม่ท่วมของก็ขาดและแพง ผลกระทบมีทั่วไปหมด” นายจุรินทร์กล่าว และว่า สำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 ที่รัฐบาลกำลังเร่งการพิจารณานั้น  ยังไม่ทราบว่าประธานสภาฯ จะบรรจุพิจารณาวันไหน แต่เอกสารงบประมาณเพิ่งมาถึงสภาฯเมื่อสัปดาหที่แล้ว และยังมีปัญหาเรื่องระบบการแจกจ่ายอยู่ ที่ต้องมีการแจกจ่ายไปยังส.ส.ให้มีเวลาในการศึกษาและดูรายละเอียด เพราะเอกสารมีจำนวนมากถึง 1 ลัง หลายสิบเล่ม ดังนั้นควรให้ส.ส.มีเวลาศึกษา อย่างน้อยที่ผ่านมาให้เวลา 2-3 สัปดาห์ ถ้าเร่งด่วนพิจารณาเกินไป ก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสม

Tags:
comments Comments (0)    -
November 1st, 2011 at 12:59 pm

นายกฯปัดใช้ชื่อ“นิวไทยแลนด์”

“ปู” ปัดใช้ชื่อ“นิวไทยแลนด์”ยังไม่สรุปงบแก้ปัญหาน้ำแบบถาวร ส่วนปัญหาคลองสามวาจบแล้ว

ที่ ศปภ. เวลา 15.00 น. วันที่ 31 ต.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังร่วมประชุมกับผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนฟื้นฟูทั้งระบบ ถึงแผนการฟื้นฟูแก้ไขปัญหาประเทศระยะยาวภายหลังน้ำลดภายใต้แนวคิด “นิวไทยแลนด์” ของรมว.พลังงาน ที่ต้องใช้งบประมาณ 6-8 แสนล้านบาท ว่ายังไม่ใช่อย่างนั้น ไม่มีคำว่านิวไทยแลนด์ คำนี้อาจจะเป็นชื่อที่เรียกกันเล่นๆ ซึ่งความจริงคือการแก้ไขปัญหาน้ำอย่างถาวร ซึ่งเราได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลอยู่แล้ว โดยจะมีการศึกษาในรายละเอียดและประกาศตัวเลขงบประมาณที่ต้องใช้อย่างชัดเจน อีกครั้ง แต่เบื้องต้นงบประมาณที่จะใช้ในการเยียวยาอย่างเร่งด่วนคือ 8 หมื่นล้านบาท  ซึ่งยังไม่รวมงบบูรณาการโครงการ 25 ลุ่มน้ำ หรือโครงการระยะถาวร ซึ่งจะรวบรวมและแจ้งตัวเลขงบประมาณให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนปัญหาที่ชาวคลองสามวา ปิดถนนประท้วงจี้ให้รัฐบาลเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้น นั้นไม่มีปัญหา จบแล้ว ได้มีการหารือในหลักการ และเป็นที่เข้าใจตรงกันเรียบร้อยแล้ว สรุปจะมีการเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มจากเดิมที่ตกลงเมื่อคืน 80 ซม. เป็น 100 ซม.  โดยตนได้เซ็นคำสั่งตามข้อเสนอของกทม. และชาวบ้านไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราคงเปิดให้เต็มที่ไม่ได้ ต้องลดลงบ้าง เพื่อบรรเทาปริมาณน้ำ และต้องไปควบคุมปริมาณน้ำในประตูบานอื่นด้วย

เมื่อถามว่าการเปิดประตูระบายน้ำดังกล่าว จะมีความเสี่ยงต่อนิคมอุตสาหกรรมบางชันหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้ให้หลักการไปว่าจะไม่เปิด 100 % แต่ให้ลดลง เพราะเป็นห่วงนิคมอุตสาหกรรม จึงได้ให้กทม. กับคณะบริหารติดตามแก้ไขปัญหาน้ำลงไปดู ให้เปิดในปริมาณที่ไม่กระทบกับนิคมอุตสาหกรรมบางชัน วันนี้ทุกฝ่ายได้ช่วยกันอธิบายประชาชนทุกภาคส่วน เราพยายามไม่ให้มีผลกระทบมากนัก ซึ่งต้องทำงานไปแก้ปัญหาไป หลักการทำงานเราจะให้คณะทำงานลงพื้นที่เพื่อไปดูและปรับหาความเหมาะสม ความสมดุลกับพื้นที่

ส่วนสถานการณ์น้ำล่าสุดนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ถ้าควบคุมจุดต่างๆ ไม่ให้แนวคันกั้นน้ำแตก สถานการณ์ใน 1-2 วันนี้ น่าจะทรงตัวและค่อยๆลดลง หลังจากระดับน้ำทะเลลดลง น้ำในคลองต่างๆจะระบายได้ดีขึ้น ส่วนการท่วมขังในพื้นที่ กทม.ที่เริ่มขยายวงและกินพื้นที่มากขึ้น ไปถึงถนนรามอินทรานั้น เพราะน้ำในตอนเหนือยังทรงตัว ขณะที่น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำเอ่อล้นตามคลองต่างๆ แต่โดยรวมแล้ว การท่วมขังจะไม่รุนแรง  เมื่อถามว่ากทม.จะไม่วิกฤติไปกว่านี้ใช่หรือไม่ กล่าวว่าคาดว่าอย่างนั้น

Tags:
comments Comments (0)    -
October 31st, 2011 at 9:42 pm

คลองสามวาวุ่นหวิดนองเลือด(ชมคลิปและภาพชุด)

“วิชาญ มีนชัยนันท์” ยอมเปิดประตูระบายน้ำคลองสามวาเพิ่มเป็น 80 ซม. หลังชาวบ้านฮือพังแนวกั้นหลายจุด

หลัง จากชาวบ้านกว่า 1,000 คนในชุมชนคลองสามวา ถนนหทัยมิตร แยกทางลัดมิตรไมตรี แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา รวมตัวกันประท้วงเพื่อให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูระบายน้ำให้สูงขึ้นจากเดิมที่ เปิดเพียงแค่ 30 ซม. ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏร แต่เจ้าหน้าที่ที่คุมประตูระบายน้ำไม่สามารถทำตามได้ เนื่องจากไม่มีคำสั่งผู้ใหญ่ลงมา จนเหตุการณ์ทำท่าจะลุกลาม

ล่าสุดเมื่อช่วงสายวันที่ 30 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านนับพันยังคงปักหลักชุมนุมกัน เพื่อจะให้เปิดประตูระบายน้ำให้ได้ และเหตุการณ์ท่าจะลุกลามใหญ่โต เนื่องจากชาวบ้านได้ปิดถนนแยกทางลัดมิตรไมตรี พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ ผกก.สน.นิมตรใหม่ ต้องรีบนำกำลังตำรวจชุดปราบจลาจล 2 กองร้อยมาคอยควบคุมฝูงชน ท่ามกลางเสียงโห่ฮาผสมกับเสียงด่าเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา

ต่อมานายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.เพื่อไทย เขตมีนบุรี ได้เดินทางมาตกลงกับชาวบ้าน ก่อนจะเรียกแกนนำเข้าหารือ ปรากฏว่าเวลาผ่านไปนาน ชาวบ้านที่ชุมนุมอยู่ข้างนอก เริ่มไม่พอใจประกอบกับอากาศร้อน เลยพยายามจะฝ่าด่านตำรวจเข้าไปพังแนวกั้น จนทำให้มีการผลักดันกันไปมาระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ สุดท้ายชาวบ้านฝ่าด่านตำรวจเข้าไปพังแนวกั้นพังหลายจุด จากนั้นนายวิชาญที่เสร็จจากการหารือกับแกนนำชาวบ้าน ได้ออกมายอมรับข้อเสนอของผู้ชุมนุม โดยจะยอมเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มอีก 50 ซม. เป็นทั้งหมด 80 ซม. ฝ่ายกลุ่มผู้ชุมนุมต่างพอใจ แต่ยังไม่ยอมสลายตัว เนื่องจากเกรงว่าภายหลังเจ้าหน้าที่จะมาปิดประตูระบายน้ำลงอีก เลยนั่งเฝ้ากันตามประตูระบายน้ำเต็มไปหมด.

ชมคลิปวีดีโอ….คลิกที่นี่

Tags:
comments Comments (0)    -
October 31st, 2011 at 8:37 pm

นร.ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้วออกรับบริจาคช่วยน้ำท่วมร่วมกับ นศ.สาธารณสุขศาสตร์ ม.ราชภัฏกำแพง

  • ตลาดอำเภอพรานกระต่าย : นักเรียนมี “จิตสาธารณะ” ออกรับบริจาค ช่วยน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2554 นักเรียนจาก ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว ร่วมกับ นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ออกรับบริจาคไปตามตลาดอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดงกำแพงเพชร ได้รับการต้อนรับจากพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนเป็นอย่างมาก

ในการออกเดินรับบริจาคครั้งนี้ ทางนักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ได้เป็นผู้คิดริเริ่มและชวนนักเรียนรุ่นน้องจาก ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว มีการประชาสัมพันธ์และเล่นดนตรีไปด้วย ได้เงินบริจาค…อื้อ…..

Tags:
comments Comments (0)    -
October 31st, 2011 at 9:03 am

สลด!เศรษฐีทิ้งหมาแพงจมน้ำตาย

สลด!บรรดาเศรษฐีทิ้งแมว หมาแพงหนีน้ำท่วม ปล่อยจมตายคากรง

วันนี้ (30 ต.ค.) นางแสงเดือน ชัยเลิศ ประธานอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมภาคเหนือ กล่าวถึงการทำงานของมูลนิธิฯ และอาสาสมัครจากนานาชาติที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงจากเหตุการณ์น้ำ ท่วม ว่า ตั้งแต่ลงพื้นที่มาเดือนเศษ ปรากฎว่าพบเห็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ เนื่องจากมีบรรดาเศรษฐีจำนวนมากทิ้งที่อยู่อาศัยปล่อยให้สุนัขราคาแพง และสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ อาทิ แมว นก ไว้ให้เผชิญกับน้ำที่ไหลเข้าท่วมบ้าน จนบางตัวที่ยังถูกขังอยู่ในกรงต้องจมน้ำตายคากรงอย่างน่าอนาถ ส่วนตัวที่ยังไม่ตายก็ต้องกระเสือกกระสนหาอากาศหายใจ ซึ่งเป็นภาพที่น่าหดหู่อย่างมาก

“บางตัวป่วย อิดโรย ผอมโซ เนื่องจากไม่ได้กินข้าว บางตัวเปื้อนอึฉี่ของตัวเอง เพราะเจ้าของรีบหนีไปอยู่ต่างจังหวัด แล้วโทรมาขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล ซึ่งถ้าไปทันก็พอช่วยทัน แต่บางครั้งไปไม่ทันสุนัขเหล่านั้นก็ต้องตาย ที่แปลกคือหลายตัวเป็นสุนัขราคาแพง อาทิ พันธุ์ร็อตไวเลอร์ พันธุ์ไทย บางแก้ว โดเบอร์แมน และเยอรมันเชพเพิร์ด อยากเรียกร้องให้เจ้าของสุนัขที่ถูกทอดทิ้งออกมาแสดงความรับผิดชอบบ้าง” นางแสงเดือน กล่าว.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 31st, 2011 at 9:00 am

แดงฮือเผาเสื้อแดงไล่ ‘ตู่-ก่อแก้ว’ ยัวะไปพะเยาหนุน ‘เสี่ยอี๊ด’ ชิงนายกอบจ.

เสื้อแดง อ.ปง.กว่า 300 ฮือไล่ ‘จตุพร-ก่อแก้ว’ สองแกนนำใหญ่ นปช.ยัวะพรรคเพื่อไทยสนับสนุนเสี่ยอี๊ด-วรวิทย์ บุรณศิริลงสมัครชิงชัยเก้าอี้นายก อบจ.พะเยา สู้คนเสื้อแดงเคยผ่านศึกราชประสงค์ที่มาลงสมัครเช่นกัน แถมยังไปดึงอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยถากถางเพื่อไทยมาเป็นเลขาฯ เลยกลายเป็นแดงฟัดแดง ประธานพะเยาอาร์มี่ชี้ การเมืองระดับชาติทำลายวัฒนธรรมการเมืองท้องถิ่น สร้างความแตกแยกให้แก่ประชาชนที่ต้องเลือกข้าง นำทีมราดน้ำมันจุดไฟเผาเสื้อ ประกาศเลิกใส่สีแดง ซัดแกนนำ นปช. ไม่มีอุดมการณ์

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณตลาดนาปรัง ต.นาปรัง อ.ปง จ.พะเยา ซึ่งเป็นย่านการค้าหลักของ อ.ปง นายจตุพร พรหมพันธ์ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนายวรวิทย์ บุรณศิริ ผู้สมัคร นายก อบจ.พะเยา หมายเลข 1 และ ส.ส.พรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุน โดยการขึ้นรถยนต์กระบะแห่ผ่านหน้าตัวตลาด ซึ่งระหว่างที่กลุ่มของนายจตุพรกำลังหาเสียงอยู่นั้น ได้มีกลุ่มเสื้อแดงพะเยาอาร์มี่ ประมาณ 300 คน นำโดยนายอนุรักษ์ โป่งสุยา ประธานชมรมฯ พร้อมรถยนต์กระบะติดตั้งเครื่องขยายเสียง กล่าวโจมตี นายจตุพร และก่อแก้ว หาว่าทั้งสองคนทิ้งอุดมการณ์ นปช. กลายเป็นคนเพื่อไทยไปแล้วที่มาหาเสียงให้นายวรวิทย์ ผู้สมัครหมายเลข 1 ที่ไปเด้งนายธนสรร ธรรมสอน อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เขต 3 สมัยที่แล้ว ซึ่งเคยกล่าวโจมตีพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมถึงเคยเหยียดหยามคนเพื่อไทยว่าอยู่ใต้กระโปรงผู้หญิงมาเป็นเลขาฯ

ทั้งนี้กลุ่มพะเยาอาร์มี่ ได้โห่ร้องขับไล่ขบวนรถหาเสียงของนายจตุพร ที่มีนายวรวิทย์ ผู้สมัคร นายก อบจ. เบอร์ 1 ยืนอยู่บนรถด้วย แต่นายจตุพรไม่ได้ตอบโต้อะไรกลุ่มพะเยาอาร์มี่ มีเพียงนายก่อแก้วเท่านั้นที่ยังประกาศผ่านไมโครโฟนขอเสียงสนับสนุนให้กับ นายวรวิทย์ โดยมีขบวนรถคนเสื้อแดงกว่า 10 คัน ที่สนับสนุนนายวรวิทย์ขับตามหลัง เมื่อกลุ่มพะเยาอาร์มี่ เห็นว่า นายจตุพร ไม่ยอมลงมาเจรจาด้วย กลุ่มคนเสื้อแดงพะเยาอาร์มี่ จึงพร้อมใจถอดเสื้อซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดงออก แล้วปาใส่รถในขบวนรถของสองแกนนำ นปช. และนำเสื้อที่ถอดรวมกันกว่า 50 ตัว ราดน้ำมันเผากลางถนนต่อหน้าขบวนรถของนายจตุพร จนเกือบเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่าย

ด้านนายอนุรักษ์ โป่งสุยา ประธานชมรมพะเยาอาร์มี่ กล่าวว่า ที่พวกตนออกมาประท้วงครั้งนี้ เพราะขาดความเชื่อมั่นในตัวแกนนำ นปช.ที่ไม่มีอุดมการณ์ นปช.หลงเหลืออยู่ เนื่องจากการเลือกตั้งนายก อบจ. เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น พรรคเพื่อไทย ไม่ควรลงมาสนับสนุนผู้ใดอย่างออกหน้าออกตาโดยใช้กระแสคนเสื้อแดง ซึ่งจะทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชุมชน ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นจะต้องให้คนในท้องถิ่นมีอิสระในการเลือกคนมาบริหาร ท้องถิ่นเอง ส่วนการเลือกตั้งระดับชาติพวกเราพร้อมสนับสนุนเต็มที่ แม้แต่ชีวิตก็ยังเสียสละไปกินนอนกันมาแล้วทั้งสี่แยกคอกวัว และที่ราชประสงค์ อีกทั้งยังมีผู้สมัคร นายก อบจ.เบอร์ 3 คือนายจิรโรจน์ กีรติศักดิ์สกุล ก็ลงสมัครในนามคนเสื้อแดง เคยร่วมหัวจมท้ายกับแกนนำ นปช.มาก่อนที่จะถูกสลายการชุมนุม

ประธานชมรมพะเยาอาร์มี่ กล่าวอีกว่า นายไพรัตน์ ตันบรรจง อดีต นายก อบจ.พะเยา ที่ลงสมัคร หมายเลข 2 ก็เคยสนับสนุนคนเสื้อแดงมาตลอด ดังนั้นจึงมีมวลชนที่ซ้ำซ้อนกัน และการที่นายจตุพร นายก่อแก้ว มาหาเสียงให้อีกคนหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง พวกตนจึงต้องออกมาประท้วง ซึ่งหลังจากที่เผาเสื้อแดงไปแล้ว พวกตนซึ่งเป็นกลุ่มคนเสื้อใน อ.ปง ทั้งหมด จะเลิกใส่เสื้อแดงและจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ตลอดจนกระบวนการ นปช.ทั้งหมด เพราะรู้เนื้อแท้ของแกนนำแล้วว่า ไม่ใช่ทองแท้อย่างที่เข้าใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงชมรมพะเยาอาร์มี่เผาเสื้อเสร็จแล้ว ก็ได้เคลื่อนขบวนไปดักหน้าขบวนของนายจตุพร ที่บริเวณเยื้องกับ สภ.ปง บนถนนสายขุนยม เมื่อขบวนสวนกันก็มีการใช้เสียงตอบโต้กัน แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น.

Tags: ,
comments Comments (1)    -
October 30th, 2011 at 3:23 pm

แนะฝ่ายค้านพลิกวิกฤตน้ำท่วม

ในสถานการณ์วิกฤตปัญหาน้ำท่วม นอกจากการรอคอย ตรวจสอบ จับตาการบริหารจัดการของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

การช่วยกันคนละไม้คนละมือถือเป็นหน้าของทุกภาคส่วนในการสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาให้ลุล่วง

การเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านยามนี้ ทั้งการโจมตีรัฐบาลโดยที่ไม่มีข้อมูล ข้อเท็จจริง การโจมตีนายกฯ เรื่องร้องไห้ จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์

1.พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ

ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล

สถาบันพระปกเกล้า

เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นถือเป็นช่วงวิกฤตที่ดูแล้วใครก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทำได้เพียงเป็นแค่การป้องกันปัญหา รัฐบาลทำได้เพียงให้บรรเทาลง

การ ทำงานของรัฐบาลในช่วงเหตุการณ์วิกฤต การช่วยเหลือของของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐย่อมเป็นที่สนใจของสื่อ ฝ่ายค้านอาจเห็นว่าบทบาทรัฐบาลจะได้รับการเสนอมากกว่า ก็ต้องหาวิธีช่วงชิงพื้นที่ทางหน้าสื่อบ้าง ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องแสดงให้เห็นว่ามีความตั้งใจทำงาน

วิธีการโจม ตีและสร้างข่าวจึงเกิดขึ้นทั้งที่อาจไม่เป็นความจริง ภาพนายกฯ ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่พรรคฝ่ายค้านก็พยายามโจมตีโดยไม่คำนึงถึงเหตุวิกฤต จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงาน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม

ส่วนตัวเห็นว่าการออก มาโจมตีของพรรคประชาธิปัตย์ไม่น่าจะแฟร์กับการทำงานของรัฐบาล เช่น โจมตีเรื่องของบริจาค ทั้งที่ข้อมูลยังไม่แน่ชัด ถือเป็นการมุ่งโจมตีกันมากกว่า

กระทั่งออกมาหาว่านายกฯ แก้ปัญหาไม่ตก เอาแต่ร้องไห้ ถือว่าไม่เป็นลูกผู้ชาย ช่วงวิกฤตเราต้องสามัคคีและให้กำลังในการทำงานที่หนักหนาสาหัสในขณะนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่ออยากเล่นการเมืองให้ได้เป็นข่าว

การทำงานของนายกฯ ในยามนี้เราต้องรับรู้ว่าเหนื่อยและหนัก ดังนั้นควรให้กำลังใจและช่วยกัน หากมีข้อเสนอแนะก็บอกกล่าว ไม่ใช่ออกมาตีโพยตีพายกันทุกวันเพื่อให้ได้หน้าทางสื่อ

โฆษกประชาธิปัตย์ที่ออกมาโจมตีการทำงานของรัฐบาลทุกวัน ผมว่าไม่น่าจะเป็นสุภาพบุรุษ

คำ แนะนำให้พรรคฝ่ายค้านคงไม่มีอะไรดีกว่าจะช่วยกัน และร่วมมือกันทุกฝ่ายเพื่อทำงานให้หนัก คิดให้รอบคอบเพื่อทำให้ปัญหาวิกฤตผ่านพ้นไป

สถานการณ์ตอนนี้ทุกฝ่ายถ้าร่วมกันทำงานก็จะช่วยให้กรุงเทพฯ เราผ่านพ้นวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว เราอย่ามาเล่นการเมืองในเวลานี้เลย

2.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ

อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาฯ

ช่วง วิกฤตที่บ้านเมืองกำลังเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรงเช่นนี้ อย่ามัวแต่แบ่งข้าง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอยู่อีกเลย เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ทุกคนล้วนมีตำแหน่ง มีอำนาจหน้าที่ที่จะช่วยกันจัดการ ปัญหาได้

ถ้า พูดในมุมการเมือง ส.ส.หรือรัฐมนตรีไม่ใช่ตัวแทนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ส.ส. หรือข้าราชการทางการเมืองทุกคนคือ ตัว แทนของประชาชนทั้งประเทศ จึงควรจะออกมาหาทางออกให้กับประชาชนด้วยกัน หาข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ หาคนที่เหมาะสมออกมาแก้ปัญหา

แม้วันนี้จะแก้ไขปัญหาได้ไม่ทันท่วงที นัก แต่ส.ส.ที่จะมาทำหน้าที่แทนรัฐบาลก็ควรออกมาหาช่องทางในการบรรเทาทุกข์ให้ กับประชาชน ไม่ใช่มัวแต่มานั่งทะเลาะกัน จนละเลยปัญหาที่เกิดกับประชาชนโดยตรง

สื่อมวลชนต่างประเทศเขามองว่า การเมืองบ้านเราเป็นการเมืองส่วนตัวไปแล้ว เราควรจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยการช่วยกันสู้รบกับธรรมชาติ และหยุดพูดว่าใครเป็นฝ่ายไหน

ผมไม่ได้มองว่าใครผิดถูก แต่มองว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะดีขึ้นได้ต้องมาจากความร่วมมือของคนทุกฝ่าย มากกว่า แล้วก็ควรมีนิติบุคคลที่เชี่ยวชาญ บัญญัติกฎหมายออกมาชี้แนะช่องทางโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

3.มนตรี สินทวิชัย

เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก อดีตส.ว.

การ ที่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านกำลังแย่งชิงพื้นที่ข่าวกันนั้น เป็นการสร้างความสับสนและความตื่นตระหนกให้กับประชาชน เรื่องแบบนี้อยู่ในสายตาประชาชน ต้องไปดูว่าที่ผ่านมาใครเป็นผู้ที่จะแย่งซีน และแย่งอย่างไร

วิกฤต ครั้งนี้ประเทศไทยต้องการสร้างความปรองดอง ขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายพยายามบี้กันทางการนำเสนอข่าว โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ต ซึ่งออกมาใส่กันไม่ยั้งทั้งที่เป็นเรื่องจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ซัดกันนัวเนีย ตรงนี้ถือว่าไม่เหมาะสม

จริงๆ แล้วน่าจะมีการแนะนำ พูดคุยและร่วมกันแก้ปัญหาให้เกิดความหวังเพื่อจะได้ฝ่าวิกฤตตรงนี้ คลายความวิตกกังวลของประชาชน ไม่ใช่ออกมาเพื่อให้ได้เพียงพื้นที่ข่าวและประชาชนไม่ได้รับอะไร เพราะประชาชนเป็นผู้เสพข่าวที่รอคอยความช่วยเหลือ

ตอนนี้ต้องยุติ อย่าใส่ร้ายทำลายกัน อย่าทำสงครามน้ำลาย อย่าเล่นการเมือง ควรจะมาร่วมมือร่วมใจ มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน อยากเรียกร้องให้ปรองดองแม้จะเป็นเรื่องไม่ง่าย

เรื่องแจกของหากเห็น ว่ามีข้อเท็จจริง ทำจริง ก็ว่ากล่าวตักเตือนเลย วันนี้เราต้องเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ใช่ใช้เวทีสื่อมาอัด มาเล่นการเมืองเพื่อแย่งชิงพื้นที่ข่าว ประชาชนจะได้อะไร

เช่น การกั๊กสิ่งของบริจาคถ้าเป็นความจริงมันปิดกันไม่มิด หรือเห็นจริงก็เข้าไปตักเตือน เช่นเดียวกันกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านที่เดินทางไปเกาะมัลดีฟส์ ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังหรือโกหก

เมื่อ บอกว่าไปดูงานเพื่อไปศึกษาเรื่องแก้ไขน้ำท่วม ก็เป็นเรื่องดี แต่ต้องพูดความจริงกับประชาชน เพราะคนที่ฟังข่าว ดูสื่อ ก็อยากจะรู้ว่าเมื่อไปพบผู้นำมัลดีฟส์และได้รับคำแนะนำเรื่องการแก้ปัญหาน้ำ ท่วมจากผู้เชี่ยวชาญมาแล้ว ได้รับคำแนะนำมาอย่างไร

ผมอยากให้รัฐบาล ภาคการเมือง ภาคเอกชน ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหา ทำให้ประชาชนรู้สึกมีความหวังอย่างจริงจัง

4.โคทม อารียา

ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล

บทบาท ของฝ่ายค้านไม่ว่ายุคใด สมัยใด หรือว่าพรรคใดเป็นฝ่ายค้าน หน้าที่หลักก็คือต้องค้านการทำงานของรัฐบาล หากเห็นว่าไม่ถูกไม่ต้องก็ต้องค้านเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องส่วนตัวก็ไม่ควรนำมาโจมตีกัน นี่คือหลักการกว้างๆ ของการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในภาวะเช่นนี้ ต้องมองว่าฝ่ายค้านมีสถานะใน 3 แบบ หนึ่งคือสถานะของส.ส.พื้นที่ ที่ต้องดูแลทุกข์สุขชาวบ้าน หาสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนในพื้นที่ที่ตัวเองเป็นส.ส.

แบบ ที่ 2 คือการเป็นส.ส.ในสภาที่ต้องตั้งกระทู้ถามถึงการช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาล และแบบสุดท้ายก็คือการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในฐานะของนักการเมือง ที่จะค้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ส่วนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคประชา ธิปัตย์ในช่วงนี้ ส่วนตัวยังมองว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี ไม่ใช่การค้านแบบไร้เหตุผล แต่การแถลงหรือให้สัมภาษณ์ของสมาชิกพรรคบางคนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจมีการวิพากษ์วิจารณ์บ้างตามสไตล์ของนักการเมือง ประชาชนก็จะเป็นผู้ใช้วิจารณญาณตัดสินเอง

ตอนนี้ฝ่ายค้านก็ถือว่าทำ หน้าที่ได้ดีในภาพรวม คือระมัดระวังคำพูด หรือการวิพากษ์วิจารณ์ช่วงที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ขนาดนี้ โดยเฉพาะผู้นำฝ่ายค้านอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของการเมืองไทย

หรือแม้แต่การทำงานร่วมกัน ระหว่างรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย และกทม.ที่มี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำงานร่วมกันได้

แนวทางการทำงานของฝ่ายค้านในช่วงนี้อยากให้เน้นไปในด้านการค้านเชิงสร้างสรรค์ หรือการค้านด้วยการเสนอข้อมูลมากกว่า

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 3:04 pm

บ้าน’ปลอด’ก็โดน ท่วมหนัก ‘ปู’ชี้ต้นพย.ดีขึ้น


ศปภ.ใหม่- สภาพภายในอาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน ซอยวิภาวดีรังสิต 11 สถานที่ตั้งศปภ.แห่งใหม่ หลังจากแห่งเดิมที่ดอนเมืองถูกน้ำท่วมจนอยู่ไม่ได้ เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 

ศปภ.สู้ไม่ไหว-ย้ายแล้ว ‘เจ้าพระยา’สูงทุบสถิติ คันกั้นสามเสนแตกอีก กปน.แบ่งเวลาจ่ายน้ำ ฝั่งธนฯ-นนท์-ปากน้ำ สั่งปิด21ถนนในกทม.


ศปภ.หนี น้ำ ย้ายอยู่ตึกกระทรวง พลังงาน หลังน้ำทะลักเข้าท่วมศูนย์ดอนเมืองสูงครึ่งคันรถ จนไฟฟ้า-ประปาขัดข้อง เจ้าหน้าที่เร่งขนย้ายสิ่งของอลหม่าน นายกฯปูวอนประชาชนอดทนอีก 1-2 วัน เชื่อหลังพ้นช่วงน้ำทะเลหนุนสูง 31 ต.ค.นี้สถานการณ์น่าจะดีขึ้น เจ้าหน้าที่ขุดคันกั้นน้ำคลอง 9 เสร็จแล้ว เร่งระบายไปฝั่งตะวันออก ขณะที่ระดับน้ำเจ้าพระยาทุบสถิติ 2.48 เมตร ล้นท่วมเจริญกรุง-พระราม 3 บก.จร.สั่งปิด 21 เส้นทางกทม.จมน้ำ กปน. ป่วนประกาศจ่ายน้ำแค่เช้า-เย็นในเขตฝั่งธนฯ-นนท์-สมุทรปราการบางพื้นที่ ‘สุกำพล’สั่งเตรียมจัดรถเมล์ 3 พันคันอพยพคนกรุงหากเข้าขั้นวิกฤต

น้ำเริ่มเข้าท่วมดอนเมือง

เมื่อ เวลา 08.00 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) ดอนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อ เนื่อง ทำให้มวลน้ำจำนวนมากล้นทะลักผ่านคันกั้นน้ำบริเวณด้านทิศเหนือของสนามบิน ดอนเมือง เป็นเหตุให้ระดับน้ำภายในสนามบินบางจุดสูงกว่า 80 ซ.ม. ทำให้รถยนต์ที่จอดในลานจอดรถต้องจมน้ำกว่าครึ่งคัน และน้ำเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น สำหรับอาคารผู้โดยสารขาเข้าในประเทศซึ่งเป็นที่ทำการของศปภ.นั้น น้ำเริ่มล้นเข้ามาในชั้น 1 ของอาคารจนทำให้หม้อแปลง ไฟฟ้าของสนามบินขัดข้องและไฟฟ้าที่ใช้ในศปภ.ดับลงตั้งแต่เวลา 08.00 น. และส่งผลถึงระบบน้ำประปาไม่สามารถจ่ายน้ำได้

สั่งย้าย’ศปภ.’มา’ก.พลังงาน’

จาก นั้นเวลา 09.30 น. พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เดินทางมาที่ศปภ. และแจ้งกับผู้สื่อข่าว รวมไปถึงหน่วยงานที่ประจำการในสนามบินดอนเมืองว่า ได้รับคำสั่งจากพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผอ.ศปภ. ที่โทรศัพท์มาหา โดยระบุว่าศปภ.จะย้ายศูนย์ปฏิบัติจากสนามบินดอนเมืองไปยังกระทรวงพลังงาน อาคารบี ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ ถ.วิภาวดีรังสิตซอย 11 เนื่องจากระบบน้ำและไฟฟ้ามีปัญหา ซึ่งกระทรวงพลังงานเตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่ไว้แล้ว ทั้งนี้ ตนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานต่างๆ เก็บสิ่งของและย้ายออกไปยังกระทรวงพลังงานทันที

เสริมแนวกั้นศปภ.ใหม่

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่กระ ทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของศปภ.แห่งใหม่ เป็นไปด้วยความฉุกละหุกทั้งจากเจ้าหน้าที่ศปภ.ที่ชุลมุนในการขนของย้ายเข้า มาที่กระ ทรวงพลังงาน และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงานที่เร่งจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรองรับเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นจัดห้องประชุมของศปภ.อยู่ที่ชั้น 13 โดยมี พล.ต.ต. ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เดินทางมาตรวจความเรียบร้อย

ผู้ สื่อข่าวรายงานอีกว่า ส่วนมาตรการป้องกันน้ำทะลักเข้ากระทรวงพลังงานนั้น เจ้าหน้าที่ปิดประตูทุกจุดและเปิดเพียงประตู 1 เพื่อใช้เดินทางเข้าออกเท่านั้น ก่อนนำกระสอบทรายและแผ่นเหล็กมากั้นสูงประมาณ 1.5 เมตร พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไว้รอบบริเวณ รวมทั้งบริเวณประตูทางเข้าออกอาคารยังสร้างบังเกอร์กั้นน้ำขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันอีกชั้นหนึ่ง

‘ปู’เชื่อ1-2วันสถานการณ์ดีขึ้น

ต่อ มาเวลา 09.40 น. ที่บก.จร. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้พยายามชะลอน้ำไว้เหนือกทม.และจะเร่งระบายออกคลองแสนแสบ คลองทวีวัฒนาและคลองต่างๆ ให้เต็มที่ ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ประชุมหารือกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและกทม. เพื่อให้แนวทางแก้ไขเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยจะหาเครื่องสูบน้ำมาและจะเริ่มดำเนินการใน 1-2 วันนี้ ซึ่งสถานการณ์น่าจะดีขึ้น ส่วนกรณีที่น้ำทะเลจะหนุนสูงกว่าแนวกั้นนั้น ในเรื่องนี้ทำแนวกั้นไม่ทันและอาจมี น้ำล้นเข้ามา แต่ตั้งเครื่องสูบน้ำในบริเวณต่างๆ และพยายามรักษาคันไม่ให้แตก

เมื่อ ถามว่าถ้าผ่านวันที่ 31 ต.ค.ไปสถานการณ์ จะดีขึ้นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ใช่ แต่ต้องจับตาในส่วนของทะเลหนุนสูง จากนั้นให้อดทนอีก 1-2 วัน เพราะเชื่อว่าระดับน้ำจะลดลง ประกอบกับน้ำในภาคเหนือและภาคกลางจะเริ่มระบายออกคลองต่างๆ ทำให้เริ่มเบาใจว่า น้ำจะไหลมากทม.ลดลงเช่นกัน

แจงเหตุเร่งย้ายศปภ.

เมื่อ ถามว่า ศปภ.มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมเองจะทำให้ภาพการแก้ไขมีปัญหาด้วยหรือไม่ น.ส. ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ขณะนี้หมายเลข 1111 กด 5 ไม่มีหยุดชะงัก วางแผนไว้หมดแล้ว และไม่อยากเป็นศปภ.ที่ย้ายก่อนประชาชน ประกอบกับเตรียมรองรับระบบคู่ขนานไปแล้ว ขอให้อย่าห่วง

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่ย้ายศปภ. เพราะระดับน้ำบนถนนวิภาวดีรังสิตเริ่มสูงขึ้น จึงเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ที่มาทำงานและคนที่มาติดต่อ ตอนแรกจะอยู่ให้พ้นช่วงวันที่ 31 ต.ค. ที่น้ำทะเลจะหนุนสูง เพื่อไม่ให้ขาดตอนในการดูแลประชาชน จึงปรับปรุงการย้ายศูนย์ ขณะนี้มีบางจังหวัดเข้าสู่ช่วงการฟื้นฟูหลังน้ำลด ศปภ.ต้องยกระดับการดูแลและจัดพื้นที่ให้ เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลประชาชนให้ทันท่วงที จึงเลือกใช้กระทรวงพลังงานที่มีความพร้อม และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังดูแลประชาชนเหมือนเดิม

เจาะถนนช่วยระบายน้ำบางส่วน

เมื่อ ถามว่าถ้าน้ำมาถึงกระทรวงพลังงานอีกจะทำอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีปัญหาเฉพาะจุดทางลงที่เราจะไปทางชั่วคราว แต่ภายในอาคารมีการป้องกันเป็นอย่างดีน้ำคงไม่เข้าไปถึงด้านใน เชื่อว่าการทำงานคงราบรื่น ส่วนการเดินทางคงใช้ทางยกระดับโทลล์เวย์ ทั้งนี้คงต้องยอมรับว่า ถ้าไม่ให้มีอุปสรรคคงเป็นไปได้ยาก แต่จะให้กระทบน้อยกว่าที่อื่น ซึ่งเตรียมที่จอดรถและรถรับส่งให้ เจ้าหน้าที่

เมื่อถามถึงการตัดถนนคลอง 9 จ.ปทุมธานี จะช่วยระบายมากน้อยเพียงใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การเจาะถนนจะช่วยระบายน้ำออกทางตะวันออก แต่เป็นหนึ่งในวิธีการ ไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมด แต่ช่วยได้บางส่วน โดยเริ่มดำเนินการแล้ว

หลายจว.น้ำเริ่มลดแล้ว

ต่อ มา น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวผ่านรายการ ‘นายกฯ ยิ่งลักษณ์คุยกับประชาชน’ ว่า ขณะนี้ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลางเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เช่น จ.นครสวรรค์ และจ.ชัยนาท ที่น้ำเริ่มลดลงและไหลกลับไปสู่ลำน้ำจากสาขาต่างๆ โดยปริมาณน้ำที่ออกจากเขื่อนเจ้าพระยาจากเดิมที่อยู่ในระดับ 3,600 ล้าน ลบ.ม. ต่อวินาที ลดลงเหลือ 3,300 ล้าน ลบ.ม. ต่อวินาที คาดว่าในช่วงต้นเดือน พ.ย. จะลดลงเหลือ 3,000 ล้าน ลบ.ม. ต่อวินาที

ส่วน ระดับน้ำใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะที่ อ.บางไทร เริ่มลดลง ส่งผลให้ระดับน้ำใน จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี และตอนเหนือของ กทม. เริ่มทรงตัว

เร่งระบายน้ำกรุงออก 2 ฝั่ง

“ขณะ นี้สั่งการให้เร่งรัดระบายน้ำลงสู่ทะเลระหว่างวันที่ 25 ต.ค. – 5 พ.ย. โดยแบ่งเป็น 2 ฝั่ง เริ่มที่ด้านตะวันออกสั่งให้เร่งระบายน้ำที่อยู่เหนือแนวคันกั้นน้ำตามพระ ราชดำริและคลองหกวาสายล่าง ขณะที่ด้านตะวันตกการระบายน้ำยังทำได้ยากอยู่ แต่จะเร่งอุดรอยรั่วตามแนวพนังกั้นน้ำฝั่งตะวันตกทั้งหมดและเร่งระบายน้ำลง สู่แม่น้ำท่าจีน ตลอดจนเร่งระบายน้ำลงตามระบบคลองของกทม. ซึ่งหากการระบายน้ำไม่มีปัญหา น้ำที่เข้าสู่กทม.จะลดลง ตลอดจนน้ำที่ท่วมอยู่ในพื้นที่กทม. จะลดลงเรื่อยๆ ตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือนพ.ย. เป็นต้นไป” น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

‘ประชา’ชี้ศปภ.ใหม่ปลอดภัยขึ้น

ด้าน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องย้าย ศปภ.จากสนามบินดอนเมือง เนื่องจากน้ำทะลักเข้าท่วมส่งผลให้ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาเสียหาย จึงจำเป็นต้องย้าย ศปภ. ออกมา ส่วนจะย้าย ศปภ.อีกหรือไม่คงต้องดูสถานการณ์เป็นช่วงๆ ไป พยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งขณะนี้ ปตท.เป็นจุดที่ปลอดภัยอยู่ ก็จะใช้เป็นศูนย์บัญชาการไปก่อน สำหรับสถานการณ์ น้ำใน กทม.จะป้องกันเต็มที่อยู่แล้ว แต่เนื่องจากมวลน้ำเพิ่มมากขึ้น ทำให้พนังหลายแห่งพังลง เช่น ที่คลองมหาสวัสดิ์ น้ำเข้าไปในระบบประปา ทำให้เกิดปัญหาในส่วนของระบบผลิต เนื่องจากมีน้ำทะลัก สาหร่ายและสิ่งสกปรกเข้าไป การประปาฯ จึงต้องลดการผลิตลงจาก 9 แสนลบ.ม.ต่อวัน เหลือ 4 แสนลบ.ม.ต่อวัน ถ้าแก้ไขแล้วก็จะใช้ได้ 5 แสนลบ.ม.ต่อวัน ทำให้การประปาฯ ต้องบริหารจัดการเรื่องการปล่อยน้ำประปาในฝั่งธนฯ เป็น 2 ช่วง คือ เช้าและเย็น ส่วนกลางวันจะงดใช้ เพื่อสำรองให้โรงพยาบาล


1.ระดมกั้น- เจ้าหน้าที่และชาวบ้าน ซอยสามเสน 23 เขตดุสิต ตั้งแถวขนกระสอบ ทรายอุดพนังกั้นซึ่งถูกน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระ ยาซัดพัง ทำให้น้ำทะลัก เข้าท่วมซอยสูงถึง 50 ซ.ม. เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2.ร่วมช่วย – กลุ่มนักพายเรือคยักนำเครื่องอุปโภคบริโภคและน้ำดื่ม พายตระเวนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 29 ต.ค.

3.แม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นไม่หยุดและไหลแรง

4.แพไม้ไผ่- เจ้าหน้าที่ศอ.บต.เมืองยะลา ระดมแพไม้ไผ่จากทุกอำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 200 แพ ขึ้นรถบรรทุกส่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในภาคกลาง เมื่อวันที่ 29 ต.ค.

 

เตือนจุดอันตรายถูกน้ำท่วม

พล.ต.อ. ประชากล่าวอีกว่า พื้นที่ กทม.เป็นเพียงทางผ่านน้ำลงทะเล แต่ถ้าการระบายของ กทม.ไม่สามารถระบายได้ทันน้ำก็จะเอ่อในคลองต่างๆ และจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้ำเอ่อท่วมบางพื้นที่ ซึ่งจุดที่อันตรายคือ จุดที่น้ำจะล้นพนังกั้นเข้ามา ดังนั้น พื้นที่บริเวณอยู่ติดกับพนังกั้นน้ำและติดกับแม่น้ำจะเป็นพื้นที่อันตราย ค่อนข้างมาก

เมื่อถามถึงการช่วยเหลือผู้อพยพหลังจากย้ายศปภ. พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า มีแผนบริหารจัด การเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดูแลอยู่ เมื่อถามถึงวันหยุดที่จะประกาศเพิ่มหลังจากสถานการณ์ น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า จะหารือกับนายกฯ อีกครั้ง ส่วนจะหยุดอีกกี่วันต้องขอหารือก่อน เพราะสถานการณ์ตอนนี้ต้องพิจารณาวันต่อวัน จะคาดการณ์ล่วงหน้าชัดเจนแน่นอนไม่ได้

ย้ายศูนย์รับบริจาคไปสนามศุภฯ

ต่อ มาเวลา 14.30 น. นายธงทอง จันทรางศุ โฆษก ศปภ. เดินทางมาสำรวจศปภ.ใหม่ และกล่าวว่า ที่ตั้ง ศปภ.เดิมที่สนามบินดอนเมืองมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การติดต่อประสานงานค่อนข้างลำบาก เบื้องต้นทราบว่าการย้าย ศปภ.มายังกระทรวงพลังงานเตรียมการมา เป็นสัปดาห์แล้ว ส่วนของบริจาคที่สนามบินดอนเมืองขณะนี้เหลือตกค้างเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ขนย้ายไปที่สนามศุภชลาศัยแล้ว โดยต่อไปจะให้การบริจาคสิ่งของและอาสาสมัครไปอยู่ที่สนามศุภชลาศัยทั้งหมด และที่ ศปภ.ใหม่จะมีเพียงส่วนอำนวยการเท่านั้น

‘พิชัย’เชื่อก.พลังงานกันน้ำท่วมได้

นาย พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า มั่นใจน้ำจะไม่ท่วมกระทรวงพลังงาน เพราะพื้นที่ของกระทรวงสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2 เมตร รวมทั้งมีมาตรการป้องกันการทะลักของน้ำจากภายนอก โดยปิดแผ่นเหล็กไว้รอบรั้วของกระทรวงและยาซิลิโคนอย่างดี แต่หากน้ำท่วมถนนวิภาวดีรังสิตก็มีแผนรับมือด้วยการใช้โครงสร้างเหล็กเชื่อม ต่อทางจากโทลล์เวย์ลงมาที่กระทรวง ซึ่งใช้งบประมาณไม่มาก ส่วนการย้าย ศปภ.มาที่กระทรวงพลังงานนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์สั่งให้ตนเตรียมพร้อมมาประมาณ 3-4 สัปดาห์แล้ว

ผู้อพยพไม่ย้ายออกดอนเมือง

นายปลอด ประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ศปภ.ดอนเมือง ยังเหลือผู้อพยพที่อยู่ในศูนย์พักพิงอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ไม่ยอม ย้ายออกมา ซึ่งตนพยายามให้เหตุผลว่าควรย้ายออก เพราะคาดว่าน้ำจะมีระดับสูงขึ้นและอาจทำให้ตัดน้ำและไฟฟ้า แต่ผู้อพยพส่วนใหญ่ก็ไม่ยอมอพยพออกมา อ้างว่าศูนย์อพยพที่ดอนเมืองใกล้บ้าน หากย้ายออกมาทางศูนย์จะพาไปอยู่ที่ จ.ชลบุรี ซึ่งไกลจากบ้านที่ถูกน้ำท่วม

น้ำทะลักท่วมบ้าน’ปลอด’

นาย ปลอดประสพ เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าท่วมบ้านของตนเอง ที่อยู่ใน ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี ทำให้ต้องรีบขนของขึ้นไปอยู่ที่สูงและตัดไฟภายในบ้าน โดยระดับน้ำในวันนี้เพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ถึง 2-3 ซ.ม. ซึ่งน้ำเอ่อมาตามท่อระบายน้ำก่อน จากนั้นเริ่มล้นเข้าท่วมถนนและผิวดินภายในบ้าน ทำให้การเดินทางเข้าออกจากบ้านต้องใช้รถยนต์สลับกับเรือ โดยปริมาณน้ำในปีนี้ถือว่ามากกว่าทุกปี เพราะตั้งแต่ตนซื้อที่ดินและปลูกบ้านหลังนี้มาตั้งแต่ปี 2475 ยังไม่เคยพบปริมาณน้ำมากเท่านี้ ซึ่งตอนแรกคิดว่าบ้านคงถูกน้ำท่วมแน่ แต่ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้ โดยในวันที่ 30 ต.ค. คาดว่าน้ำน่าจะขึ้นสูงกว่านี้อีก

เตรียมรถเมล์ 3 พันคันอพยพคนกรุง

พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้สั่งการให้ขุดลอกสิ่งกีดขวางตามลำน้ำและคลองระบายน้ำลงสู่ทะเล เนื่อง จากพบว่าหลายจุดมีแนวสันดอนและผักตบชวาเป็นสิ่งกีดขวางจำนวนมาก ส่วนปัญหาหารระบายน้ำผ่านฝั่งตะวันออกของกทม. ที่พบคือมีคลองระบายน้ำค่อนข้างน้อยและส่วนใหญ่เป็นแนวขวาง และมีคันกั้นน้ำที่ค่อนข้างแข็งแรง ทำ ให้ระบายน้ำได้ยาก ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นมาทางฝั่งตะวันตก เพราะมีคันกั้นที่อ่อนแอกว่า แต่คิดว่าพื้นที่ทุ่งรังสิตที่ท่วมขังอยู่จะสามารถใช้เป็นพื้นที่รับน้ำได้ ส่วนหนึ่ง เนื่องจากมีความหนาแน่นของที่พักอาศัยไม่มากและสามารถระบายผ่านลำคลองลงสู่ ทะเลได้

พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวอีกว่า ส่วนการอพยพประชาชนออกจากกทม. กระทรวงคมนาคมเตรียมแผนรองรับไว้แล้ว โดยประมาณการตัวเลขผู้อพยพในกรณีวิกฤตไว้ที่ 350,000 คน โดยเตรียมรถเมล์ ขสมก.ไว้ 3,000 คัน ซึ่งจะมีรถบรรทุกเข้าไปรับผู้อพยพในพื้นที่น้ำท่วมสูง เพื่อมาส่งต่อให้รถเมล์และรถบขส. เพื่อกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ

ลุ้นผ่านช่วงทะเลหนุน

นาย วีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะทำงานจัดการระบายน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง ศปภ. เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้จนถึงวันที่ 6 พ.ย.ต้องช่วยกันลุ้นไม่ให้คันกั้นน้ำหรืออาคารชลประทานในเขต กทม.และปริมณฑลเสียหายเพิ่มอีก เพราะหลังจากนั้นน้ำทะเลจะเริ่มเป็นขาลง และสถานการณ์น้ำจะคลายความวิกฤต เนื่องจากน้ำ 3 ทัพจะเหลือเพียงแค่ 2 ทัพ คือน้ำเหนือในแม่น้ำเจ้าพระยาและน้ำทุ่งเท่านั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นถือว่า กทม.จะเข้าสู่ระยะปลอดภัยและมั่นใจว่าจะไม่สูญเสีย ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ และนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ด้านฝั่งตะวันออก เช่น นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง

ซ่อมแนวกั้นน้ำเจ้าพระยา

นาย วีระกล่าวอีกว่า ส่วนการจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันน้ำทะลักล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ โดยเฉพาะบางจุดที่ไม่มีแนวกระสอบทรายกั้น ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ จะประชุมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมชลประทานและกทม. เพื่อสรุปแผนปฏิบัติการสร้างคันกั้นน้ำเพิ่มเติม โดยจะเริ่มต้นอุดแนวคันกั้นน้ำตั้งแต่ จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี และฝั่งธนบุรีของกทม. ซึ่งแผนการอุดคันกั้นน้ำจะเริ่มดำเนินการทันที เมื่อเข้าสู่ช่วงน้ำทะเลเป็นขาลงในวันที่ 6 พ.ย.นี้

ระดับน้ำเจ้าพระยาทุบสถิติ

ที่ ศาลาว่าการกทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แถลงว่า ระดับน้ำในเจ้าพระยา วันที่ 29 ต.ค. ทุบสถิติสูงสุดอยู่ที่ 2.48 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) ซึ่งอีก 2 วันจากนี้ กทม.ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่น้ำในคลองต่างๆ มีระดับสูงขึ้น โดยคลองสอง จ.ปทุมธานี อยู่ที่ 2.80 เมตร รทก. คลองทวีวัฒนา อยู่ที่ 2.63 เมตร รทก. คลองลาดพร้าวมีระดับน้ำสูงมากถึง 10-15 ซ.ม. ส่วนปัญหาน้ำท่วมในเขตบางเขนยังทรงตัว

ทั้งนี้ เริ่มมีสัญญาณเตือนในเขตลาดพร้าว จตุจักรและวังทองหลางอาจมีปัญหา ซึ่งสอดคล้องกับที่ กทม.ประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตเฝ้าระวัง ส่วนใน 4 เขตฝั่งตะวันออก ได้แก่ มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง และคลองสามวา ระดับน้ำสูงขึ้น ซึ่ง กทม.จะติดตามสถานการณ์ต่อไป

ใช้แผ่นเหล็กกั้นคลองมหาสวัสดิ์

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์กล่าวต่อว่า ส่วนคำทำนายที่บอกว่าในฝั่งธนฯ จะมีน้ำท่วมทุกพื้นที่นั้น ขอน้อมรับ แต่ขณะนี้ยังไม่เป็นเช่นนั้น มีเพียง 2 เขตที่มีปัญหา ได้แก่ เขตบางพลัดและเขตทวีวัฒนา สำหรับเขตบางพลัดขณะนี้ระดับน้ำสูงขึ้น และมีน้ำท่วมเกือบเต็มทุกพื้นที่ ดังนั้น กทม.จึงสั่งการให้สำนักงานเขตและสำนักสิ่งแวดล้อม (สวล.) กทม. ดำเนินการเก็บขยะ แต่เกิดปัญหารถเก็บขยะเข้าไปดำเนินการไม่ได้ เนื่องจากระดับน้ำสูง จึงให้นำเรือเข้าไปเก็บขยะให้ได้มากที่สุด เพื่อเปิดทางให้ระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การซ่อมคันกั้นน้ำบริเวณคลองมหาสวัสดิ์ กทม.นำแผ่นเหล็ก 120 แผ่น เข้าไปดำเนินการและใกล้แล้วเสร็จ ซึ่งต้องดูว่าแผ่นเหล็กจะป้องกันน้ำได้มากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ กทม.ยกร่างแผนอพยพและกำหนดจุดรวมพล 225 จุดเรียบร้อยแล้วตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลและกองทัพเคลื่อนย้ายผู้อพยพไปยังต่างจังหวัด


1.สถานที่ตั้ง คปภ.แห่งใหม่2.ศปภ.ดอนเมือง จมแล้ว

3.ปั๊มน้ำมันริมถนนบรมราชชนนี

4.ถนนโรคัลโรด ย่านทุ่งสองห้อง

5.แจกสิ่งของช่วยผู้ประสบภัย

6.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

7.น้ำท่วมหนักสนามบินดอนเมือง สูงเกือบจะถึงตัวเครื่องบินแล้ว

8.ทางเข้าพุทธมณฑล สาย 2

9.รื่อคันดินริมคลอง 9 ปทุมธานี ให้น้ำผ่านสะดวก

10.ท่าอากาศยานดอนเมือง

11.หน้าสำนักงานเขตดินเมือง

12.ห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

 

กทม.เร่งทำไซฟ่อนระบายน้ำ

นาย ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า หากจะช่วยให้พื้นที่กทม.รอดจากน้ำท่วมได้บางเขตจำเป็นต้องเร่งทำไซฟ่อนหรือ ท่อลอดระบายน้ำให้แล้วเสร็จ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ กทม.ดูแลฝ่ายเดียว ยังมีกระทรวงอุตสาหกรรมและการประปานครหลวง (กปน.) ทำหน้าที่จัดหาวัสดุ ซึ่งจนถึงตอนนี้ กทม.ยังไม่ได้รับวัสดุทำไซฟ่อน ทำให้อาจก่อสร้างไม่ทัน ทั้งนี้ การทำไซฟ่อนจะช่วยดึงน้ำจากคลองหกวาสายล่างลงมาทางพื้นที่ฝั่งตะวันออก เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเล ซึ่งตรงนี้หากล่าช้าจะทำให้ กทม. ท่วมทั้งหมดแน่ แต่หากก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 7 วันจะช่วยให้พื้นที่ชั้นในประมาณ 20 เขตรอดจากน้ำท่วมได้ แต่หากใน 1-2 วันนี้ยังไม่เริ่มทำพื้นที่ที่จะถูกน้ำท่วมอันดับแรก คือ เขตจตุจักร เขตบึงกุ่ม เขตคันนายาว เขตบางกะปิ เขตห้วยขวาง

ปัดคันกั้นพระยาสุเรนทร์แตก

ด้าน นางนงพะงา บุญปักษ์ ผอ.เขตสายไหม กล่าวถึงกรณีข่าวแนวคันกั้นน้ำบริเวณริมคลอง พระยาสุเรนทร์แตกว่า จากรายงานพบเพียงแนวคันกั้นน้ำบางส่วนชำรุดรั่วซึมหรือทรุดตัวเล็กน้อยเท่า นั้น ไม่ใช่แตกหรือพังเสียหายเป็นแนวยาว อีกทั้งแนวคันที่ชำรุดก็ไม่ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเรือน ประชาชนมากนัก โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซมจุดที่เป็นปัญหาให้เรียบร้อย

กปน.จ่ายน้ำเป็นช่วงเวลา

การ ประปานครหลวงแจ้งว่า ขณะนี้คุณภาพน้ำดิบที่ท่วมเข้ามาในคลองประปาฝั่งตะวันตกที่ส่งเข้าโรงงาน ผลิตน้ำมหาสวัสดิ์มีคุณภาพต่ำลงและมีปริมาณสาหร่ายจำนวนมาก ตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ อัตราการกรองอุดตัน ส่งผลให้ไม่สามารถผลิตน้ำในระดับการผลิตที่ปกติได้ จึงจำเป็นต้องลดการผลิตน้ำประปาที่โรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ลงชั่วคราว จากเดิมที่ผลิตน้ำประปาได้วันละ 900,000 ลบ.ม.ต่อวัน เหลือประมาณ 400,000 ลบ.ม.ต่อวัน โดยจะแบ่งการจ่ายน้ำออกเป็น 2 ช่วง ในเวลา 06.00-09.00 น. และ 17.00-20.00 น. ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมดที่รับน้ำจากโรงงานผลิตน้ำ มหาสวัสดิ์ ประกอบด้วย จ.นนทบุรี ได้แก่ อ.เมืองนนทบุรีและปากเกร็ดฝั่งตะวันตก บางบัวทอง บางใหญ่ ไทรน้อย และบางกรวย จ.สมุทรปราการ ได้แก่ อ.พระประแดงและพระสมุทรเจดีย์ฝั่งตะวันตก พื้นที่ฝั่งธนบุรี ได้แก่ เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ เขตทวีวัฒนา เขตบางพลัด เขตหนองแขม เขตภาษีเจริญ เขตตากสิน เขตบางบอน เขตทุ่งครุ เขตจอมทอง เขตราษฎร์บูรณะ เขตบางขุนเทียน และเขตตลิ่งชัน

น้ำทะลักเข้าเจริญกรุง

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า บริเวณเขตสาทร ซึ่งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นระยะทางประมาณ 945 เมตร ในช่วงเช้าน้ำทะลักไหลเข้าท่วมใน ซ.เจริญกรุง 58 ถึงสะพานปลา ระดับน้ำสูงกว่า 15-20 ซ.ม. เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำและเจ้าหน้าที่เขตจึงเร่งนำกระสอบทรายไปวางเป็น คันกั้นน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำเข้าท่วมผิวจราจร แต่น้ำปริมาณมากได้ทะลักเข้าถนนทั้ง 2 ช่องทาง เจ้าหน้าที่จึงต้องแจ้งให้ประชาชนเลี่ยงไปใช้เส้นทางเจริญกรุง 63 แทน ส่วนที่เขตบางคอแหลมบริเวณ ซ.เจริญกรุง 80 มีน้ำทะลักเข้าทางหลังซอยที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากชาวบ้านบางส่วนไม่ยอมให้นำกระสอบมาวางกั้นน้ำ จึงทำให้น้ำทะลักเข้ามา เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายน้ำจนทำให้น้ำที่ท่วมขังเริ่มลดระดับลง

เร่งระบายน้ำเยาวราช

ส่วน บริเวณถนนเยาวราช ระดับน้ำที่เอ่อล้นมาทางท่อระบายน้ำจนท่วมพื้นถนนเยาวราช ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงจนเส้นทางการจราจรสามารถใช้การได้เกือบเป็นปกติแล้ว แต่ยังคงมีเพียงบริเวณถนนโยธา ถนนเจริญกรุงมุ่งหน้าตลาดน้อย และถนนทรงวาดเท่านั้น ที่ระดับน้ำยังคงสูงประมาณ 20 ซ.ม. เนื่องจากเป็นเวลาเดียวกันกับที่น้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำกำลังเร่งเปิดท่อพักน้ำ เพื่อใช้เครื่องสูบน้ำระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

เอ่อล้นถนนพระราม 3

ขณะ ที่สถานการณ์น้ำในเขตยานนาวาบริเวณถนนพระราม 3 พบปัญหาน้ำเอ่อบนพื้นผิวจราจรทั้งขาเข้า-ออกเช่นกัน ระดับน้ำสูงประมาณ 10-15 ซ.ม. นายอนนท์วุฒิ รัตนมาลี ผอ.เขตยานนาวา เปิดเผยว่า แม้พื้นที่เขตจะติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา แต่อยู่ใกล้คลองลัดโพธิ์ ทำให้ระบายน้ำได้เร็วและท่วมเพียงเล็กน้อย โดยใช้เวลาระบายน้ำเพียง 30 นาทีเท่านั้น ประกอบกับในพื้นที่มีสถานีสูบน้ำ 4 จุดคือ ช่องนนทรี วัดช่องลม นางลิ้นจี่และสาธุประดิษฐ์ ทำให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพ แต่ที่น้ำท่วมขังและทะลักเข้ามา เพราะไม่สามารถเข้าไปทำคันกั้นน้ำในพื้นที่เอกชนได้จึงเกิดปัญหา

น้ำลามถึงราบ 11 แล้ว

สำหรับ สถานการณ์น้ำท่วมที่ ถ.พหลโยธิน ระดับน้ำเพิ่มขึ้นและขยายวงกว้างเข้าพื้นที่ชั้นในกทม. จากบริเวณสะพานใหม่มาถึง ซ.พหลโยธิน 48 ต่อเนื่องถึง ซ.พหลโยธิน 46 หน้าโรงพยาบาล เซ็นทรัลเยนเนอรัล ระดับน้ำสูงประมาณ 40 ซ.ม. ยังเหลือระยะทางประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงอุโมงค์แยกอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรืออนุสาวรีย์หลักสี่ ขณะเดียวกัน น้ำจากคลองบางบัวไหลเอ่อเข้าท่วมวัดพระศรีมหาธาตุฯ และผิวจราจรหน้าวัด ระดับน้ำสูงประมาณ 10 ซ.ม. ต่อเนื่องไปยังหน้ากรมทหารราบที่ 11 รอ. โดยมีน้ำขึ้นจากท่อระบายน้ำและท่วมผิวจราจรเป็นช่วงๆ สำหรับการจราจรย่าน ถ.พหลโยธิน ติดขัดเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตั้งป้ายเตือนให้หลีกเลี่ยงการจราจร เนื่องจากระดับน้ำสูง

ย่านวัชรพลน้ำเริ่มเน่าเหม็น

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับในพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของกทม. บริเวณ 5 แยกวัชรพล รถยนต์เล็กและรถจักรยานยนต์ยังสามารถสัญจรได้ตามปกติ ทั้งเส้นทางมุ่งหน้าสุขาภิบาล และถ.วัชรพล แต่เมื่อเข้าสู่ ถ.วัชรพล ตั้งแต่ซอย 1 ต่อเนื่องไปถึงจุดทางแยก ถ.เพิ่มสิน และสายไหม มีระดับน้ำสูงประมาณ 50 ซ.ม. รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้แล้ว และน้ำเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น ทำให้ประชาชนต้องใช้วิธีเดินเท้าออกมาขึ้นรถด้านนอกแทน เพื่อเดินทางไปที่อื่น

น้ำซัดพนังสามเสนพังอีก

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากน้ำทะเลหนุนทำให้พนังกั้นน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในซอยสามเสน 23 เกิดพังทลายลง ทำให้น้ำทะลักเข้ามาภายในชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาทันที พล.ต.ต. วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 และทหาร จึงเร่งความช่วยเหลือขนย้ายผู้คนและสัตว์เลี้ยงออกมาปากซอยสามเสน 21 และ 23 ก่อนนำกระสอบทรายมาปิดกั้นบริเวณถนนสามเสน โดยใช้วิธีวางเรียงกระสอบทรายเป็นรูปลิ่ม เพื่อบังคับให้น้ำที่ทะลักมาลงท่อระบายน้ำกลางถนนที่เปิดฝาท่อระบายไว้ ก่อนปิดซ่อมพนังที่พังทลายลง

ปิดถนนพระจันทร์

ส่วน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าพระจันทร์เอ่อล้นขึ้นมาถึงถนนมหาราชและถนนพระจันทร์ โดยมีระดับน้ำสูงกว่า 50 ซ.ม. เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดการจราจรบริเวณถนนพระจันทร์อย่างถาวร เพราะปริมาณน้ำท่วมพื้นผิวการจราจรสูงมาก ขณะที่บริเวณถนนราช ดำเนิน ระดับน้ำเอ่อขึ้นมาบนพื้นผิวการจราจร ตั้งแต่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ซึ่งสถานที่สำคัญต่างๆ เริ่มทำแนวคันกั้นน้ำด้วยการวางแนวกระสอบทราย ป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ ส่วนท้องสนามหลวงก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะระดับน้ำเอ่อเข้าท่วมด้านในกว่า 20 ซ.ม.

ฝั่งธนฯจราจรเริ่มอัมพาต

ส่วน พื้นที่กทม.ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณเขตบางพลัด พบว่าถนนสายหลักส่วนใหญ่ใช้สัญาจรผ่านไปมาไม่ได้ อาทิ ถนนสิรินธร ทั้ง 2 ฝั่งจากแยกบางพลัดถึงสายใต้เก่า ต่อเนื่องไปถนนบรมราชชนนีถึงสะพานพระปิ่นเกล้า ส่งผลให้ต้องปิดสะพานพระปิ่นเกล้า ถนนจรัญ สนิทวงศ์ ช่วงตั้งแต่แยกบางพลัดถึงสะพานพระราม 7 รวมถึงต้องปิดอุโมงค์บางพลัดและแยกอรุณอมรินทร์ มุ่งหน้าแยกร.พ.ศิริราชด้วย ส่วนที่ร.พ.ศิริราช เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงนำหม้อแปลงไฟฟ้ามาติดตั้งเพิ่มเติม เพื่อป้องกันน้ำท่วมเข้าร.พ.ศิริราช และไฟฟ้าไม่สามารถใช้การได้

พนังวัดไก่เตี้ยแตก

ขณะ ที่บริเวณประตูระบายน้ำวัดไก่เตี้ย ถ.บรมราชชนนี แขวงและเขตตลิ่งชัน ระดับน้ำในคลองบางกอกน้อยเพิ่มสูงขึ้นกว่าระดับประตูระบายน้ำ เจ้าหน้าที่จึงนำกระสอบทรายมาทำเป็นคันกั้นยาวประมาณ 10 เมตร สูง 2 เมตร เพื่อปิดกั้นทางน้ำไม่ให้ไหลย้อนเข้าสู่ประตูระบายน้ำและทะลักเข้าท่อระบาย น้ำของ ถ.บางพรม และถ.กาญจนาภิเษก แต่แรงดันของน้ำจากคลองบางกอกน้อยเกิดทะลักจากด้านล่างของกระสอบทราย ทำให้น้ำไหลย้อนเข้าสู่คลองระบายน้ำ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจึงต้องช่วยกันนำกระสอบทรายและท่อซีเมนต์มาปิดกั้นน้ำ เพื่อให้ลดระดับความแรงและสามารถควบคุมไว้ได้

ตลาดนัดจตุจักรปิดชั่วคราว

นายอรุณ ศรีจรูณ ผอ.ตลาดนัดจตุจักร เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดระหว่างวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ ตลาดนัดจตุจักรจะปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว เนื่องจากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงถูกน้ำท่วม จึงประกาศหยุดเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จากนั้นจะปิดประตูทางเข้าออกทั้ง 34 แห่งและนำกระสอบทรายมากั้นไว้ หากมีน้ำท่วมทะลักเข้ามาจะใช้เครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออก

ขุดคันกั้นน้ำคลอง 9 เสร็จแล้ว

ที่ จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการขุดเจาะคันกั้นน้ำบริเวณคลอง 9 เจ้าหน้าที่กรมชลประทานนำรถแบ๊กโฮเข้ารื้อคันดินกั้นน้ำบริเวณสวนสุขภาพของ เทศบาลตำบลบึงสนั่นรักษ์ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยมีความยาวประมาณ 30-40 เมตร เพื่อหวังระบายน้ำออกทุ่งตะวันออก แต่หลังจากขุดเจาะคันดินเสร็จสิ้นน้ำไหลลงคลองรังสิตไม่มากนัก เนื่องจากระดับภายในคลองและถนนมีระดับเกือบเท่ากัน

น้ำซัดพนังตลาดไทแตก

นอก จากนี้ กำแพงรั้วปูนสูง 3 เมตรที่ใช้เป็นพนังกั้นน้ำบริเวณด้านทิศใต้ของตลาดไท ซึ่งติดอยู่กับหมู่บ้านพระปิ่น 7 ม.10 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง เกิดพังลงมาความยาวกว่า 50 เมตร ทำให้น้ำไหลทะลักเข้ามาภายในตลาดการค้าตลาดไทระดับน้ำท่วมสูง 50-80 ซ.ม. เจ้าหน้าที่ตลาดไท พร้อมชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้าในตลาดกว่า 300 คน ต่างช่วยกันนำกระสอบทรายมาปิดเป็นแนวกำแพงที่พังลง ก่อนใช้กระสอบทรายเสริมแนวคันดินทั้ง 3 ด้าน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันแรงดันน้ำไม่ให้พังถล่มลงมาอีก ขณะเดียวกันยังมีประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาซื้อข้าวและพืชผัก เนื่องจากเป็นตลาดการค้าแห่งเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในจังหวัด

รื้อกระสอบทรายคลองส่งน้ำ

พล.ต.ต. วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภ.จว. ปทุมธานี รับแจ้งจาก สภ.ปากคลองรังสิตว่า มีชาวบ้านชุมชนวัดนาวง ม.1 ต.หลักหก อ.เมือง รื้อกระสอบทรายกั้นน้ำริมคลองส่งน้ำการประปานครหลวง ทำให้น้ำไหลลงคลองประปาจำนวนมาก จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าเจรจากับชาวบ้าน เพราะเกรงว่าอาจทำให้คุณภาพน้ำประปาต่ำลง ก่อนนายสมพงษ์ ศรีอนันต์ นายกเทศมนตรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศบาลช่วยกันปิดกั้นน้ำไม่ให้ไหลลงคลองประปาได้ สำเร็จ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นาย คอยรักษาความสงบ เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเข้ามารื้อกระสอบทรายอีก

เอ่อท่วมตลาดมหาชัย

ที่ จ.สมุทรสาคร น้ำทะเลทะลักเข้าท่วมตลาดมหาชัยอีกครั้งเป็นวันที่สอง โดยระดับน้ำสูงกว่าครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นวันที่น้ำทะเลหนุนสูงสุด ทำให้ตลาดมหาชัยมีน้ำท่วมสูงประ มาณ 20 ซ.ม. แต่พ่อค้าแม่ค้ายังเปิดค้าขายตามปกติ เพราะน้ำที่เข้าท่วมตลาดจะท่วมอยู่เพียงแค่ 1-2 ช.ม. แล้วจะลดลงเป็นปกติ โดยนายกุลวัชร หงษ์คู นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร ใช้เครื่องสูบน้ำ 17 เครื่อง เร่งสูบน้ำออกจากตัวตลาดสดมหาชัย โดยใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม. น้ำในตลาดสดมหาชัยก็แห้งลง

กรุงเก่าเรือล่มดับ 4

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.ทรงพล พูลพิพัฒน์ สว.เวร สภ.บางซ้าย รับแจ้งมีเรือล่มกลางทุ่งนา ม.7 ต.บางซ้าย และมีผู้จมน้ำ 3 ราย จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบศพนางธัญญะภร สาหร่าย อายุ 44 ปี นายอุบล แจ้งสว่าง อายุ 57 ปี ส่วนนายจิตติคุณ วงค์เสถียร อายุ 21 ปี เจ้าหน้าที่ยังค้นหาไม่พบ

อีกราย พ.ต.ท.อานนท์ รุจิยาปนนท์ สว.เวร สภ.ช้างใหญ่ อ.บางไทร รับแจ้งมีเรือล่มและมีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุพบศพนายทองใบ บุญนะ อายุ 43 ปี และด.ญ.ณัฐรรณ บุญนะ อายุ 13 ปี ลูกสาว สอบสวนทราบว่า ผู้ตายพายเรือกลับเข้าบ้านพักแและถูกคลืนซัดจนเรือล่มเสียชีวิตดังกล่าว

ศาลายาจมทั่วเมือง

ที่ จ.นครปฐม บริเวณแยกพุทธมณฑลสาย 4 ตัดบรมราชชนนีมุ่งหน้าเข้า ต.ศาลายา หน้ามหาวิทยาลัยมหิดลปิดการจราจรแล้ว เนื่องจากมีน้ำท่วมสูง 30-60 ซ.ม. ส่วนบริเวณตลาดสดศาลายาร้านค้าส่วนใหญ่ต่างปิดให้บริการ เพราะถูกน้ำท่วมขังสูง 1-2 เมตร รวมไปถึงบริเวณหน้าศูนย์ราชการ อ.พุทธมณฑล สภ.พุทธมณฑล สถานีอนามัยก็มีน้ำท่วมสูง 1 เมตรไปจนถึงถนนศาลายา-นครชัยศรี

ต่อ มาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน รับแจ้งพบศพลอยน้ำ 2 ราย อยู่ในทุ่งนา ต.บางภาษี อ.บางเลน จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ ศพด.ญ.ชลธิชา อินทร์กรุงเก่า อายุ 12 ปี และนายสมบูรณ์ ศรีปิ่นแก้ว อายุ 54 ปี สอบสวนทราบว่า ผู้ตายทั้ง 2 คนนั่งเรือเพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่ระหว่างทางมีฝนตกหนัก ทำให้เรือล่มและเสียชีวิตดังกล่าว

น้ำมูนเอ่อท่วมโคราช

ที่ จ.นครราชสีมา น้ำภายในลำน้ำมูนปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอยู่ติดกับลำน้ำ อาทิ สภ.พิมาย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ.พิมาย ถูกน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมสูง 10-20 ซ.ม. รวมทั้งบ้านเรือนของประชาชนภายในบ้านม่วง ม.7 ต.ในเมือง อ.พิมาย ที่อยู่ติดกับลำน้ำมูนต้องถูกน้ำท่วมกว่า 10 หลัง

นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำภายในลำน้ำมูนเพิ่มสูงขึ้นจนถึงจุดสูงสุดแล้ว แต่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากปริมาณน้ำภายในลำน้ำสาขาที่อยู่ด้านล่างไม่ได้ไหลเข้ามาสมทบ ทำให้น้ำในลำน้ำมูนมีจำนวนไม่มากนักและสามารถระบายน้ำได้อย่างง่ายดาย แต่ก็มีพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุดที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมสูง ประกอบด้วย ต.ธารละหลอด ต.สัมฤทธิ์ ต.กระเบื้องใหญ่ ต.ในเมือง ต.ท่าหลวง และ ต.ดงใหญ่ ซึ่งยังคงต้องประสบกับปัญหาน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่อีกประมาณ 2-3 วัน ก่อนจะลดระดับลงและคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายใน 2 สัปดาห์

อุทัยธานีน้ำยังท่วมสูง

ที่ จ.อุทัยธานี สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จังหวัดอุทัยธานี ระดับน้ำยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในตัวเมืองยังพบน้ำท่วมในย่านการค้า ศูนย์ราชการอีกประมาณ 30 ซ.ม. ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสะแกกรัง ใน 7 ตำบลของอำเภอเมือง ระดับย้ำยังท่วมสูง 2-5 เมตร สำหรับเส้นทางคมนาคมยังคงต้องใช้ทางเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม เนื่องจากเส้นทางหลักหลายสายยังมีน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะทางหลวงหมายเลข 333 ที่เชื่อมต่อจ.อุทัยธานีกับถนนสายเอเชียยังคงปิดการจราจรต่อเนื่อง ไปอีก

อุบลฯอ่วมลำน้ำมูนเอ่อ

ที่ จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำในแม่น้ำมูนเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง แต่ยังมีน้ำไหลท่วมชุมชนในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ และเทศบาลนครอุบลราชธานีในระดับสูง โดยบ้านแต่ละหลังถูกน้ำท่วมสูง 3-4 เมตร แต่ปรากฏว่าชาวชุมชนหลายครอบครัวในเทศบาลเมืองวารินชำราบยังคงพักอาศัยอยู่ บนชั้นที่สอง แม้บ้านบางหลังน้ำสูงเกือบถึงฝากระดานชั้นบน แต่ที่ต้องจับตาติดตามดูอย่างใกล้ชิดคือ มวลน้ำของแม่น้ำมูนที่มาจาก อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ และมวลน้ำของแม่น้ำชีจาก อ.ฆ้องชัย จ.ร้อยเอ็ด ที่กำลังมุ่งหน้ามารวมกันที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งอาจสร้างปัญหาเพิ่มเติม ส่วนวิธีแก้ปัญหาต้องดันน้ำในแม่น้ำมูนให้ลงแม่น้ำโขงเร็วขึ้น

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 2:52 pm

แม้วโผล่งาน กฐินเดนมาร์ก

แม้วโผล่งาน กฐินเดนมาร์ก

ปูถึงป่วย โหมสู้น้ำ ไม่ได้พัก

‘แม้ว’โผล่ ร่วมงานกฐินพระราชทาน วัดไทยในเดนมาร์ก ยอมรับรู้สึกมีบุญมาก กำลังจะหมดกรรม ปฏิเสธข่าวกลับไทยเดือนธ.ค.นี้ นายกฯปูอาการทรุด ต้องกินยาแก้ปวดเหตุพักผ่อนน้อย ‘ตือ’เฟซบุ๊กให้กำลังใจอดทน อย่าท้อ แนะ 8 ข้อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ‘โกวิทย์ ธารณา’โต้ข่าวใช้ของบริจาคน้ำท่วมเปิดโรงครัว ปชป. ยันรวบรวมเงินส่วนตัว-เรี่ยไรพรรคพวก ‘มาร์ค’ลงตรวจบางพลัด ลูกพรรคโวยศปภ.ไม่ช่วย ‘ชวน’นำส.ส.ใต้เปิดโรงครัววัดหลักสี่ ‘ประชา ประสพดี’ โต้กมธ.ยุติธรรมหมกเม็ดถกพ.ร.บ.กลาโหม

‘แม้ว’โผล่ทอดกฐินพระราชทาน

ที่ วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร กรุงโคเปน เฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 29 ต.ค. เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จัดพิธีทอดกฐินพระราชทานตามโครงการ “คณะผ้ากฐินพระราชทาน ประจำปี 54 9 วัด 9 ประเทศ สู่ยุโรป-สแกนดิเนเวีย” มีพระพรหมโมลี วัดพิชยญาติการาม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายปิยวัชร นิยมฤกษ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่จากประเทศไทยเข้าร่วมงาน อาทิ พระธรรมสิทธินายก วัดสระเกศฯ พระธรรมโกศาจารย์ วัดประยุรวงศาวาส อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระเทพปริยัติวิมล วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นต้น

ภายในงานมีคนไทยในประเทศเดนมาร์กมาร่วม งานกว่า 200 คน โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางมาร่วมงานด้วย โดยได้รับเกียรติเป็นประธานกิตติมศักดิ์ฝ่ายฆราวาส ทันทีที่พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมาถึงตรงเข้าไปทักทายกลุ่มคนไทย ท่ามกลางเสียงปรบมือและตะโกนเรียกชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังลั่น พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้กล่าวถวายผ้ากฐินพระราชทานด้วย

พิธีทอดกฐินพระราชทานที่วัด ไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร ครั้งนี้ คนไทยที่มาร่วมงานได้รวบรวมเงินบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยอดเงินทั้งสิ้น 1 แสนบาท

มีความสุข-กำลังจะหมดกรรม

หลัง เสร็จพิธี พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวทักทายกับคนไทยที่มาร่วมงานว่า “วันนี้เป็นวันที่ผมรู้สึกแปลกๆ เพราะไม่เคยสวมสูทผูกไทเข้าร่วมงานพิธีแบบนี้มานานแล้ว หลังจากตกงานมา 5 ปี วันนี้เพิ่งมีโอกาสมาร่วมพิธีกฐินพระราชทานและกราบพระชั้นผู้ใหญ่ รู้สึกมีบุญมาก หรือว่าเป็นบุญที่กำลังจะหมดกรรม เป็นอะไรที่มีความสุข”

พ.ต.ท. ทักษิณกล่าวด้วยว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา เผยแผ่พุทธศาสนาให้ยิ่งใหญ่ ทำให้คนไทยมีความสุข มีการพัฒนาควบคู่ไปกับศีลธรรม ทุกวันนี้หายไปมากพอสมควร ที่ผ่านมาตนไปไหนมาไหนอยู่ใกล้ทูตไม่ได้เพราะตนกลัวทูตถูกย้าย

สิ้นปีนี้ยังไม่กลับเมืองไทย

พ.ต.ท. ทักษิณให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะเดินทางกลับประเทศไทยในเดือน ธ.ค.นี้ กล่าวว่า “ยังครับ ไม่มีกำหนดการแน่ชัด วันนี้มีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยก็จะช่วย ผมอยู่ที่ไหนก็ทำได้”

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่พ.ต.ท. ทักษิณจะเดินทางเข้าร่วมงานกฐินพระราชทานครั้งนี้ได้เดินทางออกจากประเทศดู ไบ ไปยังประเทศอินเดียตามคำเชิญของนายกฯ อินเดีย จากนั้นต่อไปยังประเทศเตอร์กิสสถาน และหลังเดินทางออกจากประเทศเดนมาร์ก พ.ต.ท. ทักษิณจะเดินทางต่อไปยังประเทศสวีเดนเพื่อร่วมทอดกฐินพระราชทานที่วัดพุ ทธาราม กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และเดินทางต่อไปที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

‘ปู’ทรุด-โด๊ปยาแก้ปวด

ผู้สื่อข่าว รายงานจากกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ว่าหลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสภาพเส้นทางจราจรในกทม. หลังเกิดปัญหาอุทกภัยได้เดินกลับเข้าไปในห้องรับรองที่บก.จร.เตรียมไว้ และกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการไม่สบายจากการพักผ่อนน้อย และก่อนเดินทางกลับทีมรักษาความปลอดภัยนายกฯ ขอเป็นภารกิจส่วนตัวโดยแจ้งว่าจะขอไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวที่บ้านพัก ไม่ให้สื่อมวลชนติดตาม

ทั้งนี้ นายกฯ ไม่ได้เดินทางเข้ามาที่อาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ ที่ใช้เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำ ท่วม(ศปภ.) แห่งใหม่ โดยบุคคลใกล้ชิดระบุว่านายกฯ ต้องการให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมสถานที่และติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมก่อน จึงจะเข้ามาเริ่มปฏิบัติภารกิจในเช้าวันที่ 30 ต.ค.

ตือเฟซบุ๊กให้กำลังใจนายกฯ

นาย สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล คณะกรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เขียนในเฟซบุ๊ก ว่า วันนี้อุทกภัยมาถึงกรุงเทพแล้ว อยากให้กำลังใจนายกฯ ท่ามกลางกระแส วิพากษ์ของสังคม นายกฯ ต้องเข้มแข็ง และ อดทน จะท้อถอยและเสียกำลังใจไม่ได้ ตั้งสติแล้วมองไปที่วันข้างหน้าคู่ขนานกับการแก้ปัญหาของวันนี้ จากการรายงานของมหาดไทย 26 จังหวัดน้ำยังท่วมอยู่ 140 อำเภอ 1,127 ตำบล 8,337 หมู่บ้าน 730,348 ครัวเรือน 2,149,787 คน นี่คือความท้าทายที่รอนายกฯ และคณะรัฐมนตรีอยู่เบื้องหน้า

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ปัญหาภาคแรงงาน ปัญหาร้านค้าย่อยขายของไม่ได้ ผู้หาเช้ากินค่ำที่ไม่มีรายได้ ล้วนรอความหวังจากรัฐบาล ถ้ารัฐบาลจะลองดูประเด็นเหล่านี้บ้างก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร 1. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรเตรียมพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่ใช้เวลาปลูกสั้นๆ เพาะเลี้ยงแล้วรอดง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ได้ผลผลิตพร้อมแจกให้ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและสร้างรายได้

แนะเยียวยา 8 ข้อ

2. กระทรวงศึกษาธิการ ควรมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ส่งอาจารย์หรือนักศึกษาที่ถ่ายทอดวิชาชีพได้ เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ ทำอาหาร หรืองาน หัตถกรรมไปเปิดศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นตามศูนย์พักพิงต่างๆ 3.กระทรวงแรงงาน ต้องเตรียมจัดหางานเพื่อรองรับแรงงานที่โรงงานต้องปิด 4.กระทรวงสาธารณสุข ต้อง เตรียมดูแลป้องกันโรคที่มากับน้ำ และเปิดศูนย์พยาบาลเคลื่อนที่ตามศูนย์พักพิง เยียวยาฟื้นฟูจิตใจหลังน้ำลด


กำชับตร.- น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ตรวจศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร บก.จร. โดยสั่งกำชับให้วางแผนจัดการจราจร และให้จัดกำลังป้องกันอาชญากรรมที่จะตามมาจากวิกฤตน้ำท่วมกรุง เมื่อวันที่ 29 ต.ค.

5.กระทรวงพาณิชย์ ดูแลสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพของอุปโภคบริโภคไม่ให้ขาดแคลน 6.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สนับสนุนเงินลงทุนใหม่เมื่อผู้ค้ารายย่อยหมดทุน ฟื้นฟูอาชีพใหม่เพื่อดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องไปสร้างปัญหากับสังคม 7.รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงต้องเร่งสำรวจความเสียหายของสาธารณูปโภค พร้อมเร่งซ่อมแซมฟื้นฟูโดยเร่งด่วน ถนน ระบบประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ ระบบโทรคมนาคม และสุดท้ายคือการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับประชาชน เพราะการได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนจะทำให้การฟื้นฟูและการแก้ไขปัญหา ลุล่วงไปโดยรวดเร็ว

ปชป.โต้ใช้ของบริจาคเปิดโรงครัว

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวนำของบริจาคไปตั้งโรงครัวในนามของตัวเองและพรรค ว่าเรื่องนี้เป็นความพยายามที่จะบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริงเพราะสัปดาห์ที่ ผ่านมากระแสของสื่อมวลชน โดยเฉพาะกระแสในสังคมออนไลน์เปิดเผยข้อเท็จจริงเรื่องที่ส.ส.เพื่อไทยและแกน นำคนเสื้อแดงติดป้ายชื่อตัวเองที่ถุงยังชีพซึ่งมีของบริจาคที่คนไทยมอบผ่าน ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) และติดข้างรถข้อความ “บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้วยรักและห่วงใยจาก พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร” จำนวนหลายคันรถไปแจกจ่ายเฉพาะในกลุ่มคนเสื้อแดง ยังไม่รวมการกักตุนเรือ แพ หรือส้วมลอยน้ำไว้โดยไม่เอาลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน จึงเข้าใจว่ามีความพยายามที่จะเชื่อมโยงว่าตนและพรรคประชาธิปัตย์ก็มี พฤติกรรมเดียวกับกลุ่มคนดังกล่าว

โกวิทย์ยันใช้เงินส่วนตัว

นาย โกวิทย์กล่าวว่า ความจริงตนไม่อยากให้ความสนใจแต่จำเป็นต้องชี้แจงเมื่อถูกบิดเบือน แทนที่จะเอาเวลาไปช่วยพี่น้องคนไทยโดยไม่แบ่งแยกสี กว่าครึ่งเดือนที่ผ่านมาตนและภรรยาตลอดจนพรรคพวกรวบรวมเงินไปตั้งโรงครัว ปรุงอาหารสดที่ จ.นนทบุรี แจกจ่ายอาหารให้ทั้งผู้ประสบภัยและทหารผู้เสียสละวันละ 2,000-4,000 ชุด พร้อมแจกจ่ายน้ำดื่มจำนวนมาก ถามว่าผิดตรงไหนเพราะเป็นเงินส่วนตัวของตนและพรรคพวกที่ลงขันช่วยเหลือชาว บ้านไม่ได้ไปเอาของใครมาแอบอ้างแล้วใส่ชื่อตัวเองไปบริจาคเอาหน้า

นาย โกวิทย์กล่าวว่า ในวันที่เขตบางพลัดสั่งอพยพ ตนพร้อมพวกก็เอารถโฟร์วีลส์ 4 คันไปวิ่งรับส่งชาวบ้านจากแยกบางพลัดไปส่งที่สนามหลวงทั้งวัน ทั้งคืน น้ำมันเติมเองและยังวิ่งรับส่งรวมถึงการแจกจ่ายน้ำดื่มอยู่จนถึงวันนี้ ทั้งหมดทำเพื่อช่วยเพื่อนร่วมชาติ ขอร้องคนประเภทมือไม่พายเอาเท้าราน้ำมาจ้องจับผิดที่เข้าทำนองว่ากูชั่วมึง ก็เลว อย่าทำเลย เวลานี้คนไทยต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่เชื่อไปถามชาวบ้านย่านบางพลัด อรุณอมรินทร์ว่ามีรถของตนไปวิ่งรับส่งชาวบ้านและแจกจ่ายน้ำ วิ่งเอาของสดไปตั้งโรงครัวทำอาหารให้ชาวบ้านจริงหรือไม่ เป็นคนไทยต้องช่วยกันอย่ามาจ้องจับผิดเพราะจะเป็นตัวอย่างที่เลวให้เด็กและ เยาวชนในอนาคตได้

มาร์คลงตรวจบางพลัด

เมื่อเวลา 11.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญรายชื่อ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค เดินทางลงพื้นที่เขตบางพลัดไปยังจุด”น้ำใจไทยสู้ภัยน้ำท่วม ครัวพรรคประชาธิปัตย์” ใต้สะพานข้ามแยกบางพลัด ซึ่งพรรคตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยและมีโครงการตั้งให้ครบ 30 แห่งทั่วกทม. นายอภิสิทธิ์เยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยเพื่อสอบถามปัญหาและให้กำลังใจท่าม กลางประชาชนที่เดือดร้อนเข้าร้องเรียนและขอความช่วยเหลือ ส่วนใหญ่ต่างประสบปัญหาในเรื่องของห้องสุขาที่ยังมีไม่เพียงพอ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้พรรคได้จัดรถสำหรับสื่อมวลชนที่ติดตามไปทำข่าว โดยใช้รถกทม. แต่เมื่อไปถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ ระดับน้ำท่วมสูงจนเครื่องยนต์ดับนานเกือบ 1 ช.ม.

โวยศปภ.ไม่ช่วยเหลือ

น.ส.รัช ดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการขอความช่วยเหลือเร่งด่วนให้กับประชาชนในพื้นที่เขตบางพลัด ว่าเขตบางพลัดเป็นเขตเล็ก มีชุมชนประมาณ 44 แห่ง เป็นชุมชนขนาดเล็ก 10 กว่าแห่ง ถูกน้ำท่วมปิดทั่วพื้นที่ทั้งหมดและระดับน้ำสูงมาก ทำให้ต้องอพยพประชาชน แม้จะมีเจ้าหน้าที่ของกทม.และทหารเข้ามาช่วยเหลือแล้วแต่ก็ยังไม่ทั่วถึง ขอให้ ศปภ.ส่งเจ้าหน้าที่นำเรือหรือรถใหญ่นำถุงยังชีพส่งเข้าไปในพื้นที่และอพยพ ชาวบ้านโดยด่วน รวมทั้งเร่งส่งส้วมลอยน้ำเข้าไปเป็นจำนวนมากด้วยเพราะเป็นสิ่งสำคัญแต่กลับ ขาดแคลนอย่างมาก ตนได้แจ้งขอความช่วยเหลือมาที่ศปภ. แล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหายไป

น.ส.รัชดากล่าวว่า เขตนี้มีบ้านของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ถูกน้ำท่วมอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 42 โรงเรียนบางยี่ขันที่อยู่ใกล้กับบ้านนายยงยุทธ ก็เป็นศูนย์อพยพ แต่รัฐบาลและนายยงยุทธกลับไม่เคยดำเนินการช่วยเหลือปล่อยให้สถานการณ์ย่ำแย่ ที่จริงแม้จะป้องกันภัยไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องบรรเทาความเดือดร้อนให้ลดลง

‘ชวน’นำส.ส.เยี่ยมผู้อพยพ

ขณะ ที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นำส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรค ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัยที่วัดหลักสี่ โดยเปิดศาลาการเปรียญให้ประชาชนใช้เป็นที่พักอาศัย นายชวนทักทายผู้อพยพ เด็ก ผู้หญิงและคนชรา เมื่อเห็นนายชวน และคณะเข้าไปเยี่ยมก็กรูกันเข้ามาหา และถือโอกาสร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอาหารและน้ำดื่มที่มีไม่เพียงพอ นายชวนขอให้นายสกลธี ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.เขตนี้ไปประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือโดยด่วน

จากนั้นคณะของ นายชวนไปดูครัวชาวใต้น้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม ที่พรรคประชาธิปัตย์จัดบริการให้เป็นวันแรก โดยนายชวนตักอาหารแจกให้กับชาวบ้านที่มาต่อคิวรับอาหารด้วยตัวเอง พร้อมกล่าวกับประชาชนว่า พรรคนำปลาเล็กปลาน้อยซึ่งเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากมาแจก ขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนต่อไป

บี้ท้องถิ่นช่วยแก้ปัญหา

นาย ชวนให้สัมภาษณ์ว่ายังมีประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนอย่างกว้างขวาง รายล่าสุดที่ตนสอบถามบอกว่าสามีไม่ได้กินอะไรมา 2 วันแล้ว ศูนย์พักพิงแต่ละแห่งจึงถือเป็นเป็นความหวังของประชาชน การเข้าไปช่วยเหลือประชาชนเป็นไปค่อนข้างลำบากและเห็นใจเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ พื้นที่ที่อยู่ไกลจากศูนย์ช่วยเหลือ ไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่ปัญหาก็คือเหตุการณ์นี้เป็นตัวชี้วัดศักยภาพในท้องถิ่นว่ามีความสามารถ มากน้อยแค่ไหนในการดูแลปัญหา เพราะท้องถิ่นจะรู้ดีว่าบ้านใดมีความเป็นอยู่อย่างไรเพราะราชการหรือภาครัฐ ยากที่จะรู้เท่าท้องถิ่น

ด้านนายสกลธีให้สัมภาษณ์ว่า โครงการครัวชาวใต้ น้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม ริเริ่มโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รวบรวมเงินบริจาคมาจากพี่น้องชาวใต้และส.ส.ภาคใต้ของพรรค เพราะเราเห็นว่าตอนนี้ต้องร่วมไม้ร่วมมือและช่วยกัน เบื้องต้นจะเปิด 15-30 จุดขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ใดจะท่วมมากท่วมน้อย แต่ละเขตจะให้ส.ส.ประชาธิปัตย์ดูแลครัว ส่วนเขตที่ไม่มีส.ส.จะให้ผู้สมัครเขตนั้นๆ ดูแล สำหรับตนรับผิดชอบเขตหลักสี่ร่วมกับทีมส.ข. ของพรรคได้จัดครัวชาวใต้วันแรกที่หน้าวัดหลักสี่ ตั้งแต่ 11.00 น. เป็นต้นไป จนถึงตอนเย็น บริการแบบไม่อั้น จะยืนพื้นเป็นอาหารใต้ส่วนที่เหลือจะเป็นไข่เจียวเพื่อที่เด็กกินได้ ครัวดังกล่าวจะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าน้ำจะลด

อัดนายกฯดื้อ-ขี้ระแวง

เมื่อ ถามว่านายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ยอมขอโทษแกนนำเสื้อแดงกรณีสิ่งของบริจาค นายสกลธี กล่าวว่าเรื่องนี้ถ้าไม่มีมูลก็คงไม่แดงออกมา อย่างน้อยก็ทำให้ประชาชนได้รู้ความเป็นจริงว่าในยามที่เดือดร้อนอย่างนี้ยัง มีพวกที่เห็นแก่ตัวและมองทุกอย่างเป็นการเมืองไปหมด เช่น เอาของบริจาคไปใส่ชื่อตัวเอง เรื่องแบบนี้ต้องช่วยกันประณามและเปิดโปง ยามนี้ไม่ควรจะมีคนมาเอาเปรียบกัน ส่วนกรณีศปภ.ย้ายศูนย์ไปที่กระทรวงพลังงาน ข้างตึกปตท. เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นายกฯดื้อ เพราะหลายคนแนะนำหลายครั้งแล้วว่าให้ย้าย แต่นายกฯก็ไม่ฟัง ทั้งๆ ที่ควรจะลดละทิฐิ ยอมรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วนจริงๆ

เมื่อ ถามว่ามองอย่างไรที่มีกระแสข่าวว่านายกฯ ไม่ยอมย้ายศปภ.ไปตั้งในหน่วยทหารเพราะกลัวจะตกอยู่ในวงล้อมของทหาร นายสกลธีกล่าวว่า ตอนนี้ต้องหยุดระแวง ในภาวะที่ประชาชนและบ้านเมืองเดือดร้อนอย่างนี้ไม่มีใครคิดที่จะทำร้าย ประเทศชาติ เมื่อถามว่าทหารออกมาช่วยมากขนาดนี้ยังคิดว่าทหารจะปฏิวัติหรือไม่ นายสกลธีตอบว่า นายกฯไม่เพียงแต่ระแวงแต่ลูกหาบพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นแกนนำเสื้อแดงที่เป็นส.ส. และในพรรค เพื่อไทยอีกหลายคนไม่ไว้วางใจทหาร ทั้งที่ประชาชนก็เห็นว่าตอนนี้หน่วยงานที่พึ่งได้มากที่สุด ไม่ใช่รัฐบาลแต่เป็นทหารที่ช่วยอย่างเต็มที่ ตนได้คุยกับพี่น้องทหารหลายคนเขาไม่ได้เบี้ยเลี้ยง ทุกวันนี้ที่มาช่วยก็ได้เงินเดือนอย่างเดียว รัฐบาลควรจะเร่งช่วยโดยด่วน

พท.โต้หมกเม็ดพ.ร.บ.กลาโหม

ที่ ศปภ. ตึกอาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายสกลธี ภัททิยกุล ระบุว่ากมธ. ฉวยโอกาสช่วงน้ำท่วมหยิบยกญัตติพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียของพ.ร.บ.จัด ระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาหารือเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า การหยิบยกพ.ร.บ.ดังกล่าวมาหารือไม่ใช่ว่าเราจะละเลยการทำหน้าที่ช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม แต่เป็นการทำงานแบบคู่ขนานและในการประชุมก็ครบมีองค์ประชุม แต่กลับมีสมาชิกบางคนที่ไม่เข้าร่วม ขณะที่บางคนมีภารกิจช่วยเหลือน้ำท่วมซึ่งไม่ได้ว่ากัน แต่ไม่ใช่การหมกเม็ดอย่างที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา

นายประชากล่าวว่า จากการหารือที่ประชุมก็รับข้อเสนอและนัดประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ย.นี้ หากที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยก็นำเสนอเข้าที่ประชุมสภาพิจารณา แต่ถ้ามีคนไม่เห็นด้วยก็ต้องโหวตและถ้าโหวตแล้วส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยข้อเสนอ ของตนก็ตกไป แต่ยังสามารถนำเสนอเข้าที่ประชุมสภาได้อีก

แก้องค์ประกอบสภากห.

นาย ประชากล่าวว่า การที่ตนหยิบยกเรื่องนี้มาหารือไม่ใช่เร่งรีบ แต่จะทำไปเรื่อยๆ เพราะเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงควรที่จะยกเลิกและนำมาตรา 11 ของพ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาบังคับใช้ หรือแก้ไขในบางประเด็น เช่น ให้รมว.กลาโหมมีอำนาจสูงสุดในการบริหารงบประมาณและบุคลากร แก้ไของค์ประกอบสภากลาโหม มาตรา 42 ว่าด้วยการจ่ายเบี้ยประชุมครั้งละ 8,000 บาทต่อคน ซึ่งสภากลาโหมมีบุคลากร 30 คน ต้องใช้เงินจำนวนมาก ควรแก้ไขสภากลาโหมให้มีเฉพาะปลัดกระทรวง สมุหราชองครักษ์ ผบ.สส. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาประมาณ 3-5 คน นอกจากนั้นให้เพิ่มอำนาจหน้าที่ของสภากลาโหม โดยให้อำนาจในการคัดเลือกผู้บังคับบัญชาให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม

ชงกรรมาธิการถก 1 พ.ย.

พล.ต.อ. วิรุฬห์ พื้นแสน ส.ส.เพื่อไทย ประธานกมธ.การกฎหมายฯ กล่าวถึงกมธ. หยิบยกญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาพ.ร.บ. กลาโหม เข้าพิจารณา ว่าเป็นเพียงการยื่นเสนอของนายประชา ที่เห็นว่าควรจะให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาพ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจาก 2 ประเด็น คือ1.ผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งทหารชั้นผู้ใหญ่ในอดีตคือรัฐมนตรี แต่ปัจจุบันเป็นอำนาจของผู้บัญชาการสูงสุดซึ่งอยู่ในสถาน การณ์ลอยตัว รัฐบาลไม่สามารถจัดการได้ตามอำนาจ 2.พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกโดยสมัยสภานิติบัญญัติที่ต้องมีคณะกรรมการ 58 คน แต่มีจำนวนผู้ลงคะแนนแค่ 48 เสียง จึงมองว่าจะขัดต่อกฎหมายหรือไม่ โดยมีการยื่นเสนอเข้ามาตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมว่าจะรับพิจารณาหรือไม่ และจะตั้งคณะกรรมการเพื่อมาศึกษาอย่างไร คงต้องรอมติที่ประชุมก่อนว่าจะมีความเห็นอย่างไร คาดว่าจะหยิบยกเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสัปดาห์หน้า วันที่ 1 พ.ย.

พล.ต.อ. วิรุฬห์ กล่าวว่า มีหลายเรื่องที่เสนอเข้ามายังกมธ. การเสนอของนายประชา ก็เช่นกัน เป็นการเสนอตามวาระเท่านั้น ไม่ได้เร่งรัดมาให้พิจารณาเรื่องดังกล่าว และถ้าจะหยิบยก พ.ร.บ.นี้เข้าพิจารณา ก็ยังต้องผ่านความเห็นชอบของสภาและอีกหลายขั้นตอน รวมถึงหากจะตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาเรื่องนี้จริงก็ไม่เกี่ยวกับการสร้างผล กระทบ เพราะไม่ได้สร้างความขัดแย้งให้ใคร เป็นเรื่องของอนาคต ทหารก็ทำงานไป ส.ส.ก็ทำตามหน้าที่ไป ฝ่ายที่ศึกษาก็ทำไปเท่านั้น

พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าขั้นตอนการเยียวยาของรัฐบาลผิดพลาด พร้อมเสนอให้เยียวยา 100 เปอร์เซ็นต์ ตามทรัพย์สินที่เสียหายจริง ว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ดำเนินการผิดพลาด รัฐบาลเองก็อยากช่วยทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องดูที่งบประมาณของประเทศด้วยว่าสามารถเยียวยาได้มากน้อยเพียงใด อาจมีการพิจารณาปรับเงินเยียวยาจากเดิมครัวเรือนละ 5,000 บาท ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยืนยันว่าการทำงานระหว่างรัฐบาลและข้าราชการประจำไม่ได้มีปัญหาขัด แย้งกัน เป็นเพียงสมมติฐานที่ตั้งกันไปเอง

แม้วห่วงปูเครียดแก้น้ำท่วม

วัน ที่ 29 ต.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ที่วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยว่า ติดตามปัญหามาตลอด ทราบว่าน้ำจากจังหวัดทางเหนือ นครสวรรค์ ลพบุรี อยุธยา ปริมาณน้ำลดลงแล้ว แต่ทางกทม.เจอน้ำทะเลหนุนอีก เชื่อว่าหลังวันที่ 2 พ.ย. ทุกอย่างจะคลี่คลาย ที่สำคัญรัฐบาลวางแผนฟื้นฟูบ้านเรือน สถานที่ราชการ วัด โรงเรียน ถนน คืนสู่สภาพภายใน 3 เดือน โดย 3 เดือนแรกต้องทำงานกันอย่างหนัก คิดว่าการฟื้นฟูจะทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะรัฐบาลเตรียมงบประมาณฉุกเฉินไว้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ โทร.มาปรึกษาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบ้างหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า คุยกัน มีอะไรก็ปรึกษากันตลอด ช่วงนี้ท่านนายกฯ ทำงานหนัก นานๆ จึงโทร.มาปรึกษาแนวทางในการจัดสรรงบประมาณที่จะเข้าไปช่วยเหลือและฟื้นฟูให้ กับประชาชน ซึ่งวันนี้รัฐบาลมีงบประมาณในการแก้ไขปัญหาเพียงพอ

พ.ต.ท. ทักษิณยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาราคาสินค้าแพงว่า เรื่องนี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ดูแลอยู่ และพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยช่วงแรกเกิดจากตกใจทำให้สินค้าขาดตลาด แต่จริงๆ แล้วสินค้าไม่ได้ขาดแต่เกิดจากปัญหาการขนส่ง ส่วนผลกระทบจากพื้นที่เกษตรเสียหายไม่มาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นนาปรัง เรายังมีนาปี ไม่ส่งผลกระทบ ส่วนภาคอุตสาหกรรมหลังน้ำลดมีการเตรียมแผนฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมและการแก้ ปัญหาระยะยาว ซึ่งตนได้คุยกับนายกฯ แล้ว อาจจะสร้างช่องทางระบายน้ำออกทะเลหรือที่เรียกว่า “ฟรีเวย์” ซึ่งเป็นการศึกษาต้นแบบมาจากสหรัฐอเมริกา โดยหน้าน้ำหลากจะเป็นช่องทางระบายน้ำ ส่วนหน้าแล้งจะเป็นถนน

เมื่อ ถามว่ากรณีที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดูแลกรมชลประทาน จะแก้ปัญหาน้ำได้หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะนายกฯ มีแนวคิดอยากตั้งกระทรวงน้ำ เอางานเรื่องน้ำของทุกภาคส่วนทั้งหมดมารวมกัน ซึ่งนายกฯ มีแนวความคิดในการผันน้ำไปยังพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่สามารถรองรับได้ แต่ปีนี้ไม่สามารถทำได้เพราะปริมาณน้ำแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน และประชาชนบางส่วนไม่ยอมให้ผันน้ำผ่านพื้นที่นา นายกฯ ยังบอกว่ารัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสนใจที่จะช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผล กระทบจากน้ำท่วมในประเทศไทย โดยเตรียมเงินไว้ราว 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อช่วยเหลือบริษัทญี่ปุ่นที่ถูกน้ำท่วม นอกจากนี้ ยังจะออกวีซ่าให้คนไทยที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่น ไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 6 เดือน ระหว่างรอการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรม

“เมื่อ เร็วๆ นี้ผมไปอินเดีย นายกรัฐมนตรีอินเดียได้เสนอให้ความช่วยเหลือ โดยจะส่งทีมบริหารจัดการภัยพิบัติ ที่เคยไปช่วยเหลือประเทศญี่ปุ่นช่วงเกิดสึนามิมาช่วยประเทศไทย ทางท่านนายกฯ กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะขอรับการช่วยเหลือหรือไม่” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

พ.ต.ท. ทักษิณกล่าวว่า วันนี้ประเทศชาติเกิดภัยพิบัติ เป็นโอกาสที่คนไทยต้องหาทางหันหน้าเข้าหากัน ห่วงใยประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก อยากให้นักการเมืองทุกฝ่าย ไม่ส่งเสียงทางการเมือง ช่วยกันแก้ปัญหามากกว่า และสาเหตุที่น้ำท่วมครั้งนี้เพราะน้ำมามาก และพื้นที่กว้าง ข้าราชการไม่เคยเจอ จึงต้องใช้เวลาในการตั้งตัว

Tags:
comments Comments (0)    -