17 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว โรงเรียนในฝัน โรงเรียนสุจริต

October 31st, 2011 at 8:37 pm

นร.ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้วออกรับบริจาคช่วยน้ำท่วมร่วมกับ นศ.สาธารณสุขศาสตร์ ม.ราชภัฏกำแพง

  • ตลาดอำเภอพรานกระต่าย : นักเรียนมี “จิตสาธารณะ” ออกรับบริจาค ช่วยน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2554 นักเรียนจาก ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว ร่วมกับ นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ออกรับบริจาคไปตามตลาดอำเภอพรานกระต่าย จังหวัดงกำแพงเพชร ได้รับการต้อนรับจากพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนเป็นอย่างมาก

ในการออกเดินรับบริจาคครั้งนี้ ทางนักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ได้เป็นผู้คิดริเริ่มและชวนนักเรียนรุ่นน้องจาก ร.ร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว มีการประชาสัมพันธ์และเล่นดนตรีไปด้วย ได้เงินบริจาค…อื้อ…..

Tags:
comments Comments (0)    -
October 31st, 2011 at 9:03 am

สลด!เศรษฐีทิ้งหมาแพงจมน้ำตาย

สลด!บรรดาเศรษฐีทิ้งแมว หมาแพงหนีน้ำท่วม ปล่อยจมตายคากรง

วันนี้ (30 ต.ค.) นางแสงเดือน ชัยเลิศ ประธานอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อมภาคเหนือ กล่าวถึงการทำงานของมูลนิธิฯ และอาสาสมัครจากนานาชาติที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงจากเหตุการณ์น้ำ ท่วม ว่า ตั้งแต่ลงพื้นที่มาเดือนเศษ ปรากฎว่าพบเห็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ เนื่องจากมีบรรดาเศรษฐีจำนวนมากทิ้งที่อยู่อาศัยปล่อยให้สุนัขราคาแพง และสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ อาทิ แมว นก ไว้ให้เผชิญกับน้ำที่ไหลเข้าท่วมบ้าน จนบางตัวที่ยังถูกขังอยู่ในกรงต้องจมน้ำตายคากรงอย่างน่าอนาถ ส่วนตัวที่ยังไม่ตายก็ต้องกระเสือกกระสนหาอากาศหายใจ ซึ่งเป็นภาพที่น่าหดหู่อย่างมาก

“บางตัวป่วย อิดโรย ผอมโซ เนื่องจากไม่ได้กินข้าว บางตัวเปื้อนอึฉี่ของตัวเอง เพราะเจ้าของรีบหนีไปอยู่ต่างจังหวัด แล้วโทรมาขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล ซึ่งถ้าไปทันก็พอช่วยทัน แต่บางครั้งไปไม่ทันสุนัขเหล่านั้นก็ต้องตาย ที่แปลกคือหลายตัวเป็นสุนัขราคาแพง อาทิ พันธุ์ร็อตไวเลอร์ พันธุ์ไทย บางแก้ว โดเบอร์แมน และเยอรมันเชพเพิร์ด อยากเรียกร้องให้เจ้าของสุนัขที่ถูกทอดทิ้งออกมาแสดงความรับผิดชอบบ้าง” นางแสงเดือน กล่าว.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 31st, 2011 at 9:00 am

แดงฮือเผาเสื้อแดงไล่ ‘ตู่-ก่อแก้ว’ ยัวะไปพะเยาหนุน ‘เสี่ยอี๊ด’ ชิงนายกอบจ.

เสื้อแดง อ.ปง.กว่า 300 ฮือไล่ ‘จตุพร-ก่อแก้ว’ สองแกนนำใหญ่ นปช.ยัวะพรรคเพื่อไทยสนับสนุนเสี่ยอี๊ด-วรวิทย์ บุรณศิริลงสมัครชิงชัยเก้าอี้นายก อบจ.พะเยา สู้คนเสื้อแดงเคยผ่านศึกราชประสงค์ที่มาลงสมัครเช่นกัน แถมยังไปดึงอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยถากถางเพื่อไทยมาเป็นเลขาฯ เลยกลายเป็นแดงฟัดแดง ประธานพะเยาอาร์มี่ชี้ การเมืองระดับชาติทำลายวัฒนธรรมการเมืองท้องถิ่น สร้างความแตกแยกให้แก่ประชาชนที่ต้องเลือกข้าง นำทีมราดน้ำมันจุดไฟเผาเสื้อ ประกาศเลิกใส่สีแดง ซัดแกนนำ นปช. ไม่มีอุดมการณ์

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 30 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณตลาดนาปรัง ต.นาปรัง อ.ปง จ.พะเยา ซึ่งเป็นย่านการค้าหลักของ อ.ปง นายจตุพร พรหมพันธ์ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับนายวรวิทย์ บุรณศิริ ผู้สมัคร นายก อบจ.พะเยา หมายเลข 1 และ ส.ส.พรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุน โดยการขึ้นรถยนต์กระบะแห่ผ่านหน้าตัวตลาด ซึ่งระหว่างที่กลุ่มของนายจตุพรกำลังหาเสียงอยู่นั้น ได้มีกลุ่มเสื้อแดงพะเยาอาร์มี่ ประมาณ 300 คน นำโดยนายอนุรักษ์ โป่งสุยา ประธานชมรมฯ พร้อมรถยนต์กระบะติดตั้งเครื่องขยายเสียง กล่าวโจมตี นายจตุพร และก่อแก้ว หาว่าทั้งสองคนทิ้งอุดมการณ์ นปช. กลายเป็นคนเพื่อไทยไปแล้วที่มาหาเสียงให้นายวรวิทย์ ผู้สมัครหมายเลข 1 ที่ไปเด้งนายธนสรร ธรรมสอน อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เขต 3 สมัยที่แล้ว ซึ่งเคยกล่าวโจมตีพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมถึงเคยเหยียดหยามคนเพื่อไทยว่าอยู่ใต้กระโปรงผู้หญิงมาเป็นเลขาฯ

ทั้งนี้กลุ่มพะเยาอาร์มี่ ได้โห่ร้องขับไล่ขบวนรถหาเสียงของนายจตุพร ที่มีนายวรวิทย์ ผู้สมัคร นายก อบจ. เบอร์ 1 ยืนอยู่บนรถด้วย แต่นายจตุพรไม่ได้ตอบโต้อะไรกลุ่มพะเยาอาร์มี่ มีเพียงนายก่อแก้วเท่านั้นที่ยังประกาศผ่านไมโครโฟนขอเสียงสนับสนุนให้กับ นายวรวิทย์ โดยมีขบวนรถคนเสื้อแดงกว่า 10 คัน ที่สนับสนุนนายวรวิทย์ขับตามหลัง เมื่อกลุ่มพะเยาอาร์มี่ เห็นว่า นายจตุพร ไม่ยอมลงมาเจรจาด้วย กลุ่มคนเสื้อแดงพะเยาอาร์มี่ จึงพร้อมใจถอดเสื้อซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดงออก แล้วปาใส่รถในขบวนรถของสองแกนนำ นปช. และนำเสื้อที่ถอดรวมกันกว่า 50 ตัว ราดน้ำมันเผากลางถนนต่อหน้าขบวนรถของนายจตุพร จนเกือบเกิดการกระทบกระทั่งกันระหว่างผู้สนับสนุนทั้งสองฝ่าย

ด้านนายอนุรักษ์ โป่งสุยา ประธานชมรมพะเยาอาร์มี่ กล่าวว่า ที่พวกตนออกมาประท้วงครั้งนี้ เพราะขาดความเชื่อมั่นในตัวแกนนำ นปช.ที่ไม่มีอุดมการณ์ นปช.หลงเหลืออยู่ เนื่องจากการเลือกตั้งนายก อบจ. เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น พรรคเพื่อไทย ไม่ควรลงมาสนับสนุนผู้ใดอย่างออกหน้าออกตาโดยใช้กระแสคนเสื้อแดง ซึ่งจะทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชุมชน ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นจะต้องให้คนในท้องถิ่นมีอิสระในการเลือกคนมาบริหาร ท้องถิ่นเอง ส่วนการเลือกตั้งระดับชาติพวกเราพร้อมสนับสนุนเต็มที่ แม้แต่ชีวิตก็ยังเสียสละไปกินนอนกันมาแล้วทั้งสี่แยกคอกวัว และที่ราชประสงค์ อีกทั้งยังมีผู้สมัคร นายก อบจ.เบอร์ 3 คือนายจิรโรจน์ กีรติศักดิ์สกุล ก็ลงสมัครในนามคนเสื้อแดง เคยร่วมหัวจมท้ายกับแกนนำ นปช.มาก่อนที่จะถูกสลายการชุมนุม

ประธานชมรมพะเยาอาร์มี่ กล่าวอีกว่า นายไพรัตน์ ตันบรรจง อดีต นายก อบจ.พะเยา ที่ลงสมัคร หมายเลข 2 ก็เคยสนับสนุนคนเสื้อแดงมาตลอด ดังนั้นจึงมีมวลชนที่ซ้ำซ้อนกัน และการที่นายจตุพร นายก่อแก้ว มาหาเสียงให้อีกคนหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง พวกตนจึงต้องออกมาประท้วง ซึ่งหลังจากที่เผาเสื้อแดงไปแล้ว พวกตนซึ่งเป็นกลุ่มคนเสื้อใน อ.ปง ทั้งหมด จะเลิกใส่เสื้อแดงและจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ตลอดจนกระบวนการ นปช.ทั้งหมด เพราะรู้เนื้อแท้ของแกนนำแล้วว่า ไม่ใช่ทองแท้อย่างที่เข้าใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงชมรมพะเยาอาร์มี่เผาเสื้อเสร็จแล้ว ก็ได้เคลื่อนขบวนไปดักหน้าขบวนของนายจตุพร ที่บริเวณเยื้องกับ สภ.ปง บนถนนสายขุนยม เมื่อขบวนสวนกันก็มีการใช้เสียงตอบโต้กัน แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น.

Tags: ,
comments Comments (1)    -
October 30th, 2011 at 3:23 pm

แนะฝ่ายค้านพลิกวิกฤตน้ำท่วม

ในสถานการณ์วิกฤตปัญหาน้ำท่วม นอกจากการรอคอย ตรวจสอบ จับตาการบริหารจัดการของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

การช่วยกันคนละไม้คนละมือถือเป็นหน้าของทุกภาคส่วนในการสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาให้ลุล่วง

การเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านยามนี้ ทั้งการโจมตีรัฐบาลโดยที่ไม่มีข้อมูล ข้อเท็จจริง การโจมตีนายกฯ เรื่องร้องไห้ จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์

1.พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ

ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล

สถาบันพระปกเกล้า

เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นถือเป็นช่วงวิกฤตที่ดูแล้วใครก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทำได้เพียงเป็นแค่การป้องกันปัญหา รัฐบาลทำได้เพียงให้บรรเทาลง

การ ทำงานของรัฐบาลในช่วงเหตุการณ์วิกฤต การช่วยเหลือของของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐย่อมเป็นที่สนใจของสื่อ ฝ่ายค้านอาจเห็นว่าบทบาทรัฐบาลจะได้รับการเสนอมากกว่า ก็ต้องหาวิธีช่วงชิงพื้นที่ทางหน้าสื่อบ้าง ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องแสดงให้เห็นว่ามีความตั้งใจทำงาน

วิธีการโจม ตีและสร้างข่าวจึงเกิดขึ้นทั้งที่อาจไม่เป็นความจริง ภาพนายกฯ ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่พรรคฝ่ายค้านก็พยายามโจมตีโดยไม่คำนึงถึงเหตุวิกฤต จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงาน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม

ส่วนตัวเห็นว่าการออก มาโจมตีของพรรคประชาธิปัตย์ไม่น่าจะแฟร์กับการทำงานของรัฐบาล เช่น โจมตีเรื่องของบริจาค ทั้งที่ข้อมูลยังไม่แน่ชัด ถือเป็นการมุ่งโจมตีกันมากกว่า

กระทั่งออกมาหาว่านายกฯ แก้ปัญหาไม่ตก เอาแต่ร้องไห้ ถือว่าไม่เป็นลูกผู้ชาย ช่วงวิกฤตเราต้องสามัคคีและให้กำลังในการทำงานที่หนักหนาสาหัสในขณะนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่ออยากเล่นการเมืองให้ได้เป็นข่าว

การทำงานของนายกฯ ในยามนี้เราต้องรับรู้ว่าเหนื่อยและหนัก ดังนั้นควรให้กำลังใจและช่วยกัน หากมีข้อเสนอแนะก็บอกกล่าว ไม่ใช่ออกมาตีโพยตีพายกันทุกวันเพื่อให้ได้หน้าทางสื่อ

โฆษกประชาธิปัตย์ที่ออกมาโจมตีการทำงานของรัฐบาลทุกวัน ผมว่าไม่น่าจะเป็นสุภาพบุรุษ

คำ แนะนำให้พรรคฝ่ายค้านคงไม่มีอะไรดีกว่าจะช่วยกัน และร่วมมือกันทุกฝ่ายเพื่อทำงานให้หนัก คิดให้รอบคอบเพื่อทำให้ปัญหาวิกฤตผ่านพ้นไป

สถานการณ์ตอนนี้ทุกฝ่ายถ้าร่วมกันทำงานก็จะช่วยให้กรุงเทพฯ เราผ่านพ้นวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว เราอย่ามาเล่นการเมืองในเวลานี้เลย

2.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ

อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาฯ

ช่วง วิกฤตที่บ้านเมืองกำลังเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมอย่างรุนแรงเช่นนี้ อย่ามัวแต่แบ่งข้าง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอยู่อีกเลย เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ทุกคนล้วนมีตำแหน่ง มีอำนาจหน้าที่ที่จะช่วยกันจัดการ ปัญหาได้

ถ้า พูดในมุมการเมือง ส.ส.หรือรัฐมนตรีไม่ใช่ตัวแทนของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ส.ส. หรือข้าราชการทางการเมืองทุกคนคือ ตัว แทนของประชาชนทั้งประเทศ จึงควรจะออกมาหาทางออกให้กับประชาชนด้วยกัน หาข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ หาคนที่เหมาะสมออกมาแก้ปัญหา

แม้วันนี้จะแก้ไขปัญหาได้ไม่ทันท่วงที นัก แต่ส.ส.ที่จะมาทำหน้าที่แทนรัฐบาลก็ควรออกมาหาช่องทางในการบรรเทาทุกข์ให้ กับประชาชน ไม่ใช่มัวแต่มานั่งทะเลาะกัน จนละเลยปัญหาที่เกิดกับประชาชนโดยตรง

สื่อมวลชนต่างประเทศเขามองว่า การเมืองบ้านเราเป็นการเมืองส่วนตัวไปแล้ว เราควรจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยการช่วยกันสู้รบกับธรรมชาติ และหยุดพูดว่าใครเป็นฝ่ายไหน

ผมไม่ได้มองว่าใครผิดถูก แต่มองว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะดีขึ้นได้ต้องมาจากความร่วมมือของคนทุกฝ่าย มากกว่า แล้วก็ควรมีนิติบุคคลที่เชี่ยวชาญ บัญญัติกฎหมายออกมาชี้แนะช่องทางโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

3.มนตรี สินทวิชัย

เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก อดีตส.ว.

การ ที่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านกำลังแย่งชิงพื้นที่ข่าวกันนั้น เป็นการสร้างความสับสนและความตื่นตระหนกให้กับประชาชน เรื่องแบบนี้อยู่ในสายตาประชาชน ต้องไปดูว่าที่ผ่านมาใครเป็นผู้ที่จะแย่งซีน และแย่งอย่างไร

วิกฤต ครั้งนี้ประเทศไทยต้องการสร้างความปรองดอง ขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายพยายามบี้กันทางการนำเสนอข่าว โดยเฉพาะอินเตอร์เน็ต ซึ่งออกมาใส่กันไม่ยั้งทั้งที่เป็นเรื่องจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ซัดกันนัวเนีย ตรงนี้ถือว่าไม่เหมาะสม

จริงๆ แล้วน่าจะมีการแนะนำ พูดคุยและร่วมกันแก้ปัญหาให้เกิดความหวังเพื่อจะได้ฝ่าวิกฤตตรงนี้ คลายความวิตกกังวลของประชาชน ไม่ใช่ออกมาเพื่อให้ได้เพียงพื้นที่ข่าวและประชาชนไม่ได้รับอะไร เพราะประชาชนเป็นผู้เสพข่าวที่รอคอยความช่วยเหลือ

ตอนนี้ต้องยุติ อย่าใส่ร้ายทำลายกัน อย่าทำสงครามน้ำลาย อย่าเล่นการเมือง ควรจะมาร่วมมือร่วมใจ มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน อยากเรียกร้องให้ปรองดองแม้จะเป็นเรื่องไม่ง่าย

เรื่องแจกของหากเห็น ว่ามีข้อเท็จจริง ทำจริง ก็ว่ากล่าวตักเตือนเลย วันนี้เราต้องเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ใช่ใช้เวทีสื่อมาอัด มาเล่นการเมืองเพื่อแย่งชิงพื้นที่ข่าว ประชาชนจะได้อะไร

เช่น การกั๊กสิ่งของบริจาคถ้าเป็นความจริงมันปิดกันไม่มิด หรือเห็นจริงก็เข้าไปตักเตือน เช่นเดียวกันกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านที่เดินทางไปเกาะมัลดีฟส์ ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังหรือโกหก

เมื่อ บอกว่าไปดูงานเพื่อไปศึกษาเรื่องแก้ไขน้ำท่วม ก็เป็นเรื่องดี แต่ต้องพูดความจริงกับประชาชน เพราะคนที่ฟังข่าว ดูสื่อ ก็อยากจะรู้ว่าเมื่อไปพบผู้นำมัลดีฟส์และได้รับคำแนะนำเรื่องการแก้ปัญหาน้ำ ท่วมจากผู้เชี่ยวชาญมาแล้ว ได้รับคำแนะนำมาอย่างไร

ผมอยากให้รัฐบาล ภาคการเมือง ภาคเอกชน ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการแก้ปัญหา ทำให้ประชาชนรู้สึกมีความหวังอย่างจริงจัง

4.โคทม อารียา

ผอ.ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล

บทบาท ของฝ่ายค้านไม่ว่ายุคใด สมัยใด หรือว่าพรรคใดเป็นฝ่ายค้าน หน้าที่หลักก็คือต้องค้านการทำงานของรัฐบาล หากเห็นว่าไม่ถูกไม่ต้องก็ต้องค้านเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องส่วนตัวก็ไม่ควรนำมาโจมตีกัน นี่คือหลักการกว้างๆ ของการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในภาวะเช่นนี้ ต้องมองว่าฝ่ายค้านมีสถานะใน 3 แบบ หนึ่งคือสถานะของส.ส.พื้นที่ ที่ต้องดูแลทุกข์สุขชาวบ้าน หาสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนในพื้นที่ที่ตัวเองเป็นส.ส.

แบบ ที่ 2 คือการเป็นส.ส.ในสภาที่ต้องตั้งกระทู้ถามถึงการช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาล และแบบสุดท้ายก็คือการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในฐานะของนักการเมือง ที่จะค้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ส่วนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของพรรคประชา ธิปัตย์ในช่วงนี้ ส่วนตัวยังมองว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี ไม่ใช่การค้านแบบไร้เหตุผล แต่การแถลงหรือให้สัมภาษณ์ของสมาชิกพรรคบางคนก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจมีการวิพากษ์วิจารณ์บ้างตามสไตล์ของนักการเมือง ประชาชนก็จะเป็นผู้ใช้วิจารณญาณตัดสินเอง

ตอนนี้ฝ่ายค้านก็ถือว่าทำ หน้าที่ได้ดีในภาพรวม คือระมัดระวังคำพูด หรือการวิพากษ์วิจารณ์ช่วงที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ขนาดนี้ โดยเฉพาะผู้นำฝ่ายค้านอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของการเมืองไทย

หรือแม้แต่การทำงานร่วมกัน ระหว่างรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย และกทม.ที่มี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำงานร่วมกันได้

แนวทางการทำงานของฝ่ายค้านในช่วงนี้อยากให้เน้นไปในด้านการค้านเชิงสร้างสรรค์ หรือการค้านด้วยการเสนอข้อมูลมากกว่า

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 3:04 pm

บ้าน’ปลอด’ก็โดน ท่วมหนัก ‘ปู’ชี้ต้นพย.ดีขึ้น


ศปภ.ใหม่- สภาพภายในอาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน ซอยวิภาวดีรังสิต 11 สถานที่ตั้งศปภ.แห่งใหม่ หลังจากแห่งเดิมที่ดอนเมืองถูกน้ำท่วมจนอยู่ไม่ได้ เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 

ศปภ.สู้ไม่ไหว-ย้ายแล้ว ‘เจ้าพระยา’สูงทุบสถิติ คันกั้นสามเสนแตกอีก กปน.แบ่งเวลาจ่ายน้ำ ฝั่งธนฯ-นนท์-ปากน้ำ สั่งปิด21ถนนในกทม.


ศปภ.หนี น้ำ ย้ายอยู่ตึกกระทรวง พลังงาน หลังน้ำทะลักเข้าท่วมศูนย์ดอนเมืองสูงครึ่งคันรถ จนไฟฟ้า-ประปาขัดข้อง เจ้าหน้าที่เร่งขนย้ายสิ่งของอลหม่าน นายกฯปูวอนประชาชนอดทนอีก 1-2 วัน เชื่อหลังพ้นช่วงน้ำทะเลหนุนสูง 31 ต.ค.นี้สถานการณ์น่าจะดีขึ้น เจ้าหน้าที่ขุดคันกั้นน้ำคลอง 9 เสร็จแล้ว เร่งระบายไปฝั่งตะวันออก ขณะที่ระดับน้ำเจ้าพระยาทุบสถิติ 2.48 เมตร ล้นท่วมเจริญกรุง-พระราม 3 บก.จร.สั่งปิด 21 เส้นทางกทม.จมน้ำ กปน. ป่วนประกาศจ่ายน้ำแค่เช้า-เย็นในเขตฝั่งธนฯ-นนท์-สมุทรปราการบางพื้นที่ ‘สุกำพล’สั่งเตรียมจัดรถเมล์ 3 พันคันอพยพคนกรุงหากเข้าขั้นวิกฤต

น้ำเริ่มเข้าท่วมดอนเมือง

เมื่อ เวลา 08.00 น. วันที่ 29 ต.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม (ศปภ.) ดอนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อ เนื่อง ทำให้มวลน้ำจำนวนมากล้นทะลักผ่านคันกั้นน้ำบริเวณด้านทิศเหนือของสนามบิน ดอนเมือง เป็นเหตุให้ระดับน้ำภายในสนามบินบางจุดสูงกว่า 80 ซ.ม. ทำให้รถยนต์ที่จอดในลานจอดรถต้องจมน้ำกว่าครึ่งคัน และน้ำเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น สำหรับอาคารผู้โดยสารขาเข้าในประเทศซึ่งเป็นที่ทำการของศปภ.นั้น น้ำเริ่มล้นเข้ามาในชั้น 1 ของอาคารจนทำให้หม้อแปลง ไฟฟ้าของสนามบินขัดข้องและไฟฟ้าที่ใช้ในศปภ.ดับลงตั้งแต่เวลา 08.00 น. และส่งผลถึงระบบน้ำประปาไม่สามารถจ่ายน้ำได้

สั่งย้าย’ศปภ.’มา’ก.พลังงาน’

จาก นั้นเวลา 09.30 น. พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ เดินทางมาที่ศปภ. และแจ้งกับผู้สื่อข่าว รวมไปถึงหน่วยงานที่ประจำการในสนามบินดอนเมืองว่า ได้รับคำสั่งจากพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะผอ.ศปภ. ที่โทรศัพท์มาหา โดยระบุว่าศปภ.จะย้ายศูนย์ปฏิบัติจากสนามบินดอนเมืองไปยังกระทรวงพลังงาน อาคารบี ศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ ถ.วิภาวดีรังสิตซอย 11 เนื่องจากระบบน้ำและไฟฟ้ามีปัญหา ซึ่งกระทรวงพลังงานเตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่ไว้แล้ว ทั้งนี้ ตนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานต่างๆ เก็บสิ่งของและย้ายออกไปยังกระทรวงพลังงานทันที

เสริมแนวกั้นศปภ.ใหม่

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่กระ ทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของศปภ.แห่งใหม่ เป็นไปด้วยความฉุกละหุกทั้งจากเจ้าหน้าที่ศปภ.ที่ชุลมุนในการขนของย้ายเข้า มาที่กระ ทรวงพลังงาน และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงานที่เร่งจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรองรับเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นจัดห้องประชุมของศปภ.อยู่ที่ชั้น 13 โดยมี พล.ต.ต. ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เดินทางมาตรวจความเรียบร้อย

ผู้ สื่อข่าวรายงานอีกว่า ส่วนมาตรการป้องกันน้ำทะลักเข้ากระทรวงพลังงานนั้น เจ้าหน้าที่ปิดประตูทุกจุดและเปิดเพียงประตู 1 เพื่อใช้เดินทางเข้าออกเท่านั้น ก่อนนำกระสอบทรายและแผ่นเหล็กมากั้นสูงประมาณ 1.5 เมตร พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไว้รอบบริเวณ รวมทั้งบริเวณประตูทางเข้าออกอาคารยังสร้างบังเกอร์กั้นน้ำขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันอีกชั้นหนึ่ง

‘ปู’เชื่อ1-2วันสถานการณ์ดีขึ้น

ต่อ มาเวลา 09.40 น. ที่บก.จร. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้พยายามชะลอน้ำไว้เหนือกทม.และจะเร่งระบายออกคลองแสนแสบ คลองทวีวัฒนาและคลองต่างๆ ให้เต็มที่ ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ก็ประชุมหารือกับคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและกทม. เพื่อให้แนวทางแก้ไขเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยจะหาเครื่องสูบน้ำมาและจะเริ่มดำเนินการใน 1-2 วันนี้ ซึ่งสถานการณ์น่าจะดีขึ้น ส่วนกรณีที่น้ำทะเลจะหนุนสูงกว่าแนวกั้นนั้น ในเรื่องนี้ทำแนวกั้นไม่ทันและอาจมี น้ำล้นเข้ามา แต่ตั้งเครื่องสูบน้ำในบริเวณต่างๆ และพยายามรักษาคันไม่ให้แตก

เมื่อ ถามว่าถ้าผ่านวันที่ 31 ต.ค.ไปสถานการณ์ จะดีขึ้นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ใช่ แต่ต้องจับตาในส่วนของทะเลหนุนสูง จากนั้นให้อดทนอีก 1-2 วัน เพราะเชื่อว่าระดับน้ำจะลดลง ประกอบกับน้ำในภาคเหนือและภาคกลางจะเริ่มระบายออกคลองต่างๆ ทำให้เริ่มเบาใจว่า น้ำจะไหลมากทม.ลดลงเช่นกัน

แจงเหตุเร่งย้ายศปภ.

เมื่อ ถามว่า ศปภ.มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมเองจะทำให้ภาพการแก้ไขมีปัญหาด้วยหรือไม่ น.ส. ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ขณะนี้หมายเลข 1111 กด 5 ไม่มีหยุดชะงัก วางแผนไว้หมดแล้ว และไม่อยากเป็นศปภ.ที่ย้ายก่อนประชาชน ประกอบกับเตรียมรองรับระบบคู่ขนานไปแล้ว ขอให้อย่าห่วง

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่ย้ายศปภ. เพราะระดับน้ำบนถนนวิภาวดีรังสิตเริ่มสูงขึ้น จึงเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ที่มาทำงานและคนที่มาติดต่อ ตอนแรกจะอยู่ให้พ้นช่วงวันที่ 31 ต.ค. ที่น้ำทะเลจะหนุนสูง เพื่อไม่ให้ขาดตอนในการดูแลประชาชน จึงปรับปรุงการย้ายศูนย์ ขณะนี้มีบางจังหวัดเข้าสู่ช่วงการฟื้นฟูหลังน้ำลด ศปภ.ต้องยกระดับการดูแลและจัดพื้นที่ให้ เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลประชาชนให้ทันท่วงที จึงเลือกใช้กระทรวงพลังงานที่มีความพร้อม และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังดูแลประชาชนเหมือนเดิม

เจาะถนนช่วยระบายน้ำบางส่วน

เมื่อ ถามว่าถ้าน้ำมาถึงกระทรวงพลังงานอีกจะทำอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีปัญหาเฉพาะจุดทางลงที่เราจะไปทางชั่วคราว แต่ภายในอาคารมีการป้องกันเป็นอย่างดีน้ำคงไม่เข้าไปถึงด้านใน เชื่อว่าการทำงานคงราบรื่น ส่วนการเดินทางคงใช้ทางยกระดับโทลล์เวย์ ทั้งนี้คงต้องยอมรับว่า ถ้าไม่ให้มีอุปสรรคคงเป็นไปได้ยาก แต่จะให้กระทบน้อยกว่าที่อื่น ซึ่งเตรียมที่จอดรถและรถรับส่งให้ เจ้าหน้าที่

เมื่อถามถึงการตัดถนนคลอง 9 จ.ปทุมธานี จะช่วยระบายมากน้อยเพียงใด น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การเจาะถนนจะช่วยระบายน้ำออกทางตะวันออก แต่เป็นหนึ่งในวิธีการ ไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมด แต่ช่วยได้บางส่วน โดยเริ่มดำเนินการแล้ว

หลายจว.น้ำเริ่มลดแล้ว

ต่อ มา น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวผ่านรายการ ‘นายกฯ ยิ่งลักษณ์คุยกับประชาชน’ ว่า ขณะนี้ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลางเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เช่น จ.นครสวรรค์ และจ.ชัยนาท ที่น้ำเริ่มลดลงและไหลกลับไปสู่ลำน้ำจากสาขาต่างๆ โดยปริมาณน้ำที่ออกจากเขื่อนเจ้าพระยาจากเดิมที่อยู่ในระดับ 3,600 ล้าน ลบ.ม. ต่อวินาที ลดลงเหลือ 3,300 ล้าน ลบ.ม. ต่อวินาที คาดว่าในช่วงต้นเดือน พ.ย. จะลดลงเหลือ 3,000 ล้าน ลบ.ม. ต่อวินาที

ส่วน ระดับน้ำใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะที่ อ.บางไทร เริ่มลดลง ส่งผลให้ระดับน้ำใน จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี และตอนเหนือของ กทม. เริ่มทรงตัว

เร่งระบายน้ำกรุงออก 2 ฝั่ง

“ขณะ นี้สั่งการให้เร่งรัดระบายน้ำลงสู่ทะเลระหว่างวันที่ 25 ต.ค. – 5 พ.ย. โดยแบ่งเป็น 2 ฝั่ง เริ่มที่ด้านตะวันออกสั่งให้เร่งระบายน้ำที่อยู่เหนือแนวคันกั้นน้ำตามพระ ราชดำริและคลองหกวาสายล่าง ขณะที่ด้านตะวันตกการระบายน้ำยังทำได้ยากอยู่ แต่จะเร่งอุดรอยรั่วตามแนวพนังกั้นน้ำฝั่งตะวันตกทั้งหมดและเร่งระบายน้ำลง สู่แม่น้ำท่าจีน ตลอดจนเร่งระบายน้ำลงตามระบบคลองของกทม. ซึ่งหากการระบายน้ำไม่มีปัญหา น้ำที่เข้าสู่กทม.จะลดลง ตลอดจนน้ำที่ท่วมอยู่ในพื้นที่กทม. จะลดลงเรื่อยๆ ตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือนพ.ย. เป็นต้นไป” น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

‘ประชา’ชี้ศปภ.ใหม่ปลอดภัยขึ้น

ด้าน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องย้าย ศปภ.จากสนามบินดอนเมือง เนื่องจากน้ำทะลักเข้าท่วมส่งผลให้ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาเสียหาย จึงจำเป็นต้องย้าย ศปภ. ออกมา ส่วนจะย้าย ศปภ.อีกหรือไม่คงต้องดูสถานการณ์เป็นช่วงๆ ไป พยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งขณะนี้ ปตท.เป็นจุดที่ปลอดภัยอยู่ ก็จะใช้เป็นศูนย์บัญชาการไปก่อน สำหรับสถานการณ์ น้ำใน กทม.จะป้องกันเต็มที่อยู่แล้ว แต่เนื่องจากมวลน้ำเพิ่มมากขึ้น ทำให้พนังหลายแห่งพังลง เช่น ที่คลองมหาสวัสดิ์ น้ำเข้าไปในระบบประปา ทำให้เกิดปัญหาในส่วนของระบบผลิต เนื่องจากมีน้ำทะลัก สาหร่ายและสิ่งสกปรกเข้าไป การประปาฯ จึงต้องลดการผลิตลงจาก 9 แสนลบ.ม.ต่อวัน เหลือ 4 แสนลบ.ม.ต่อวัน ถ้าแก้ไขแล้วก็จะใช้ได้ 5 แสนลบ.ม.ต่อวัน ทำให้การประปาฯ ต้องบริหารจัดการเรื่องการปล่อยน้ำประปาในฝั่งธนฯ เป็น 2 ช่วง คือ เช้าและเย็น ส่วนกลางวันจะงดใช้ เพื่อสำรองให้โรงพยาบาล


1.ระดมกั้น- เจ้าหน้าที่และชาวบ้าน ซอยสามเสน 23 เขตดุสิต ตั้งแถวขนกระสอบ ทรายอุดพนังกั้นซึ่งถูกน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระ ยาซัดพัง ทำให้น้ำทะลัก เข้าท่วมซอยสูงถึง 50 ซ.ม. เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2.ร่วมช่วย – กลุ่มนักพายเรือคยักนำเครื่องอุปโภคบริโภคและน้ำดื่ม พายตระเวนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 29 ต.ค.

3.แม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นไม่หยุดและไหลแรง

4.แพไม้ไผ่- เจ้าหน้าที่ศอ.บต.เมืองยะลา ระดมแพไม้ไผ่จากทุกอำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 200 แพ ขึ้นรถบรรทุกส่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในภาคกลาง เมื่อวันที่ 29 ต.ค.

 

เตือนจุดอันตรายถูกน้ำท่วม

พล.ต.อ. ประชากล่าวอีกว่า พื้นที่ กทม.เป็นเพียงทางผ่านน้ำลงทะเล แต่ถ้าการระบายของ กทม.ไม่สามารถระบายได้ทันน้ำก็จะเอ่อในคลองต่างๆ และจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้ำเอ่อท่วมบางพื้นที่ ซึ่งจุดที่อันตรายคือ จุดที่น้ำจะล้นพนังกั้นเข้ามา ดังนั้น พื้นที่บริเวณอยู่ติดกับพนังกั้นน้ำและติดกับแม่น้ำจะเป็นพื้นที่อันตราย ค่อนข้างมาก

เมื่อถามถึงการช่วยเหลือผู้อพยพหลังจากย้ายศปภ. พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า มีแผนบริหารจัด การเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดูแลอยู่ เมื่อถามถึงวันหยุดที่จะประกาศเพิ่มหลังจากสถานการณ์ น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า จะหารือกับนายกฯ อีกครั้ง ส่วนจะหยุดอีกกี่วันต้องขอหารือก่อน เพราะสถานการณ์ตอนนี้ต้องพิจารณาวันต่อวัน จะคาดการณ์ล่วงหน้าชัดเจนแน่นอนไม่ได้

ย้ายศูนย์รับบริจาคไปสนามศุภฯ

ต่อ มาเวลา 14.30 น. นายธงทอง จันทรางศุ โฆษก ศปภ. เดินทางมาสำรวจศปภ.ใหม่ และกล่าวว่า ที่ตั้ง ศปภ.เดิมที่สนามบินดอนเมืองมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การติดต่อประสานงานค่อนข้างลำบาก เบื้องต้นทราบว่าการย้าย ศปภ.มายังกระทรวงพลังงานเตรียมการมา เป็นสัปดาห์แล้ว ส่วนของบริจาคที่สนามบินดอนเมืองขณะนี้เหลือตกค้างเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ขนย้ายไปที่สนามศุภชลาศัยแล้ว โดยต่อไปจะให้การบริจาคสิ่งของและอาสาสมัครไปอยู่ที่สนามศุภชลาศัยทั้งหมด และที่ ศปภ.ใหม่จะมีเพียงส่วนอำนวยการเท่านั้น

‘พิชัย’เชื่อก.พลังงานกันน้ำท่วมได้

นาย พิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า มั่นใจน้ำจะไม่ท่วมกระทรวงพลังงาน เพราะพื้นที่ของกระทรวงสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2 เมตร รวมทั้งมีมาตรการป้องกันการทะลักของน้ำจากภายนอก โดยปิดแผ่นเหล็กไว้รอบรั้วของกระทรวงและยาซิลิโคนอย่างดี แต่หากน้ำท่วมถนนวิภาวดีรังสิตก็มีแผนรับมือด้วยการใช้โครงสร้างเหล็กเชื่อม ต่อทางจากโทลล์เวย์ลงมาที่กระทรวง ซึ่งใช้งบประมาณไม่มาก ส่วนการย้าย ศปภ.มาที่กระทรวงพลังงานนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์สั่งให้ตนเตรียมพร้อมมาประมาณ 3-4 สัปดาห์แล้ว

ผู้อพยพไม่ย้ายออกดอนเมือง

นายปลอด ประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่ศปภ.ดอนเมือง ยังเหลือผู้อพยพที่อยู่ในศูนย์พักพิงอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ไม่ยอม ย้ายออกมา ซึ่งตนพยายามให้เหตุผลว่าควรย้ายออก เพราะคาดว่าน้ำจะมีระดับสูงขึ้นและอาจทำให้ตัดน้ำและไฟฟ้า แต่ผู้อพยพส่วนใหญ่ก็ไม่ยอมอพยพออกมา อ้างว่าศูนย์อพยพที่ดอนเมืองใกล้บ้าน หากย้ายออกมาทางศูนย์จะพาไปอยู่ที่ จ.ชลบุรี ซึ่งไกลจากบ้านที่ถูกน้ำท่วม

น้ำทะลักท่วมบ้าน’ปลอด’

นาย ปลอดประสพ เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าท่วมบ้านของตนเอง ที่อยู่ใน ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี ทำให้ต้องรีบขนของขึ้นไปอยู่ที่สูงและตัดไฟภายในบ้าน โดยระดับน้ำในวันนี้เพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ถึง 2-3 ซ.ม. ซึ่งน้ำเอ่อมาตามท่อระบายน้ำก่อน จากนั้นเริ่มล้นเข้าท่วมถนนและผิวดินภายในบ้าน ทำให้การเดินทางเข้าออกจากบ้านต้องใช้รถยนต์สลับกับเรือ โดยปริมาณน้ำในปีนี้ถือว่ามากกว่าทุกปี เพราะตั้งแต่ตนซื้อที่ดินและปลูกบ้านหลังนี้มาตั้งแต่ปี 2475 ยังไม่เคยพบปริมาณน้ำมากเท่านี้ ซึ่งตอนแรกคิดว่าบ้านคงถูกน้ำท่วมแน่ แต่ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้ โดยในวันที่ 30 ต.ค. คาดว่าน้ำน่าจะขึ้นสูงกว่านี้อีก

เตรียมรถเมล์ 3 พันคันอพยพคนกรุง

พล.อ.อ. สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้สั่งการให้ขุดลอกสิ่งกีดขวางตามลำน้ำและคลองระบายน้ำลงสู่ทะเล เนื่อง จากพบว่าหลายจุดมีแนวสันดอนและผักตบชวาเป็นสิ่งกีดขวางจำนวนมาก ส่วนปัญหาหารระบายน้ำผ่านฝั่งตะวันออกของกทม. ที่พบคือมีคลองระบายน้ำค่อนข้างน้อยและส่วนใหญ่เป็นแนวขวาง และมีคันกั้นน้ำที่ค่อนข้างแข็งแรง ทำ ให้ระบายน้ำได้ยาก ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นมาทางฝั่งตะวันตก เพราะมีคันกั้นที่อ่อนแอกว่า แต่คิดว่าพื้นที่ทุ่งรังสิตที่ท่วมขังอยู่จะสามารถใช้เป็นพื้นที่รับน้ำได้ ส่วนหนึ่ง เนื่องจากมีความหนาแน่นของที่พักอาศัยไม่มากและสามารถระบายผ่านลำคลองลงสู่ ทะเลได้

พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวอีกว่า ส่วนการอพยพประชาชนออกจากกทม. กระทรวงคมนาคมเตรียมแผนรองรับไว้แล้ว โดยประมาณการตัวเลขผู้อพยพในกรณีวิกฤตไว้ที่ 350,000 คน โดยเตรียมรถเมล์ ขสมก.ไว้ 3,000 คัน ซึ่งจะมีรถบรรทุกเข้าไปรับผู้อพยพในพื้นที่น้ำท่วมสูง เพื่อมาส่งต่อให้รถเมล์และรถบขส. เพื่อกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ

ลุ้นผ่านช่วงทะเลหนุน

นาย วีระ วงศ์แสงนาค ประธานคณะทำงานจัดการระบายน้ำในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง ศปภ. เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้จนถึงวันที่ 6 พ.ย.ต้องช่วยกันลุ้นไม่ให้คันกั้นน้ำหรืออาคารชลประทานในเขต กทม.และปริมณฑลเสียหายเพิ่มอีก เพราะหลังจากนั้นน้ำทะเลจะเริ่มเป็นขาลง และสถานการณ์น้ำจะคลายความวิกฤต เนื่องจากน้ำ 3 ทัพจะเหลือเพียงแค่ 2 ทัพ คือน้ำเหนือในแม่น้ำเจ้าพระยาและน้ำทุ่งเท่านั้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นถือว่า กทม.จะเข้าสู่ระยะปลอดภัยและมั่นใจว่าจะไม่สูญเสีย ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ และนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ด้านฝั่งตะวันออก เช่น นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง

ซ่อมแนวกั้นน้ำเจ้าพระยา

นาย วีระกล่าวอีกว่า ส่วนการจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันน้ำทะลักล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ โดยเฉพาะบางจุดที่ไม่มีแนวกระสอบทรายกั้น ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ จะประชุมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมชลประทานและกทม. เพื่อสรุปแผนปฏิบัติการสร้างคันกั้นน้ำเพิ่มเติม โดยจะเริ่มต้นอุดแนวคันกั้นน้ำตั้งแต่ จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี และฝั่งธนบุรีของกทม. ซึ่งแผนการอุดคันกั้นน้ำจะเริ่มดำเนินการทันที เมื่อเข้าสู่ช่วงน้ำทะเลเป็นขาลงในวันที่ 6 พ.ย.นี้

ระดับน้ำเจ้าพระยาทุบสถิติ

ที่ ศาลาว่าการกทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แถลงว่า ระดับน้ำในเจ้าพระยา วันที่ 29 ต.ค. ทุบสถิติสูงสุดอยู่ที่ 2.48 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) ซึ่งอีก 2 วันจากนี้ กทม.ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่น้ำในคลองต่างๆ มีระดับสูงขึ้น โดยคลองสอง จ.ปทุมธานี อยู่ที่ 2.80 เมตร รทก. คลองทวีวัฒนา อยู่ที่ 2.63 เมตร รทก. คลองลาดพร้าวมีระดับน้ำสูงมากถึง 10-15 ซ.ม. ส่วนปัญหาน้ำท่วมในเขตบางเขนยังทรงตัว

ทั้งนี้ เริ่มมีสัญญาณเตือนในเขตลาดพร้าว จตุจักรและวังทองหลางอาจมีปัญหา ซึ่งสอดคล้องกับที่ กทม.ประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตเฝ้าระวัง ส่วนใน 4 เขตฝั่งตะวันออก ได้แก่ มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง และคลองสามวา ระดับน้ำสูงขึ้น ซึ่ง กทม.จะติดตามสถานการณ์ต่อไป

ใช้แผ่นเหล็กกั้นคลองมหาสวัสดิ์

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์กล่าวต่อว่า ส่วนคำทำนายที่บอกว่าในฝั่งธนฯ จะมีน้ำท่วมทุกพื้นที่นั้น ขอน้อมรับ แต่ขณะนี้ยังไม่เป็นเช่นนั้น มีเพียง 2 เขตที่มีปัญหา ได้แก่ เขตบางพลัดและเขตทวีวัฒนา สำหรับเขตบางพลัดขณะนี้ระดับน้ำสูงขึ้น และมีน้ำท่วมเกือบเต็มทุกพื้นที่ ดังนั้น กทม.จึงสั่งการให้สำนักงานเขตและสำนักสิ่งแวดล้อม (สวล.) กทม. ดำเนินการเก็บขยะ แต่เกิดปัญหารถเก็บขยะเข้าไปดำเนินการไม่ได้ เนื่องจากระดับน้ำสูง จึงให้นำเรือเข้าไปเก็บขยะให้ได้มากที่สุด เพื่อเปิดทางให้ระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การซ่อมคันกั้นน้ำบริเวณคลองมหาสวัสดิ์ กทม.นำแผ่นเหล็ก 120 แผ่น เข้าไปดำเนินการและใกล้แล้วเสร็จ ซึ่งต้องดูว่าแผ่นเหล็กจะป้องกันน้ำได้มากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ กทม.ยกร่างแผนอพยพและกำหนดจุดรวมพล 225 จุดเรียบร้อยแล้วตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลและกองทัพเคลื่อนย้ายผู้อพยพไปยังต่างจังหวัด


1.สถานที่ตั้ง คปภ.แห่งใหม่2.ศปภ.ดอนเมือง จมแล้ว

3.ปั๊มน้ำมันริมถนนบรมราชชนนี

4.ถนนโรคัลโรด ย่านทุ่งสองห้อง

5.แจกสิ่งของช่วยผู้ประสบภัย

6.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

7.น้ำท่วมหนักสนามบินดอนเมือง สูงเกือบจะถึงตัวเครื่องบินแล้ว

8.ทางเข้าพุทธมณฑล สาย 2

9.รื่อคันดินริมคลอง 9 ปทุมธานี ให้น้ำผ่านสะดวก

10.ท่าอากาศยานดอนเมือง

11.หน้าสำนักงานเขตดินเมือง

12.ห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

 

กทม.เร่งทำไซฟ่อนระบายน้ำ

นาย ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า หากจะช่วยให้พื้นที่กทม.รอดจากน้ำท่วมได้บางเขตจำเป็นต้องเร่งทำไซฟ่อนหรือ ท่อลอดระบายน้ำให้แล้วเสร็จ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ กทม.ดูแลฝ่ายเดียว ยังมีกระทรวงอุตสาหกรรมและการประปานครหลวง (กปน.) ทำหน้าที่จัดหาวัสดุ ซึ่งจนถึงตอนนี้ กทม.ยังไม่ได้รับวัสดุทำไซฟ่อน ทำให้อาจก่อสร้างไม่ทัน ทั้งนี้ การทำไซฟ่อนจะช่วยดึงน้ำจากคลองหกวาสายล่างลงมาทางพื้นที่ฝั่งตะวันออก เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเล ซึ่งตรงนี้หากล่าช้าจะทำให้ กทม. ท่วมทั้งหมดแน่ แต่หากก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 7 วันจะช่วยให้พื้นที่ชั้นในประมาณ 20 เขตรอดจากน้ำท่วมได้ แต่หากใน 1-2 วันนี้ยังไม่เริ่มทำพื้นที่ที่จะถูกน้ำท่วมอันดับแรก คือ เขตจตุจักร เขตบึงกุ่ม เขตคันนายาว เขตบางกะปิ เขตห้วยขวาง

ปัดคันกั้นพระยาสุเรนทร์แตก

ด้าน นางนงพะงา บุญปักษ์ ผอ.เขตสายไหม กล่าวถึงกรณีข่าวแนวคันกั้นน้ำบริเวณริมคลอง พระยาสุเรนทร์แตกว่า จากรายงานพบเพียงแนวคันกั้นน้ำบางส่วนชำรุดรั่วซึมหรือทรุดตัวเล็กน้อยเท่า นั้น ไม่ใช่แตกหรือพังเสียหายเป็นแนวยาว อีกทั้งแนวคันที่ชำรุดก็ไม่ส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเรือน ประชาชนมากนัก โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซมจุดที่เป็นปัญหาให้เรียบร้อย

กปน.จ่ายน้ำเป็นช่วงเวลา

การ ประปานครหลวงแจ้งว่า ขณะนี้คุณภาพน้ำดิบที่ท่วมเข้ามาในคลองประปาฝั่งตะวันตกที่ส่งเข้าโรงงาน ผลิตน้ำมหาสวัสดิ์มีคุณภาพต่ำลงและมีปริมาณสาหร่ายจำนวนมาก ตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ อัตราการกรองอุดตัน ส่งผลให้ไม่สามารถผลิตน้ำในระดับการผลิตที่ปกติได้ จึงจำเป็นต้องลดการผลิตน้ำประปาที่โรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ลงชั่วคราว จากเดิมที่ผลิตน้ำประปาได้วันละ 900,000 ลบ.ม.ต่อวัน เหลือประมาณ 400,000 ลบ.ม.ต่อวัน โดยจะแบ่งการจ่ายน้ำออกเป็น 2 ช่วง ในเวลา 06.00-09.00 น. และ 17.00-20.00 น. ในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมดที่รับน้ำจากโรงงานผลิตน้ำ มหาสวัสดิ์ ประกอบด้วย จ.นนทบุรี ได้แก่ อ.เมืองนนทบุรีและปากเกร็ดฝั่งตะวันตก บางบัวทอง บางใหญ่ ไทรน้อย และบางกรวย จ.สมุทรปราการ ได้แก่ อ.พระประแดงและพระสมุทรเจดีย์ฝั่งตะวันตก พื้นที่ฝั่งธนบุรี ได้แก่ เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ เขตทวีวัฒนา เขตบางพลัด เขตหนองแขม เขตภาษีเจริญ เขตตากสิน เขตบางบอน เขตทุ่งครุ เขตจอมทอง เขตราษฎร์บูรณะ เขตบางขุนเทียน และเขตตลิ่งชัน

น้ำทะลักเข้าเจริญกรุง

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า บริเวณเขตสาทร ซึ่งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นระยะทางประมาณ 945 เมตร ในช่วงเช้าน้ำทะลักไหลเข้าท่วมใน ซ.เจริญกรุง 58 ถึงสะพานปลา ระดับน้ำสูงกว่า 15-20 ซ.ม. เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำและเจ้าหน้าที่เขตจึงเร่งนำกระสอบทรายไปวางเป็น คันกั้นน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำเข้าท่วมผิวจราจร แต่น้ำปริมาณมากได้ทะลักเข้าถนนทั้ง 2 ช่องทาง เจ้าหน้าที่จึงต้องแจ้งให้ประชาชนเลี่ยงไปใช้เส้นทางเจริญกรุง 63 แทน ส่วนที่เขตบางคอแหลมบริเวณ ซ.เจริญกรุง 80 มีน้ำทะลักเข้าทางหลังซอยที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากชาวบ้านบางส่วนไม่ยอมให้นำกระสอบมาวางกั้นน้ำ จึงทำให้น้ำทะลักเข้ามา เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายน้ำจนทำให้น้ำที่ท่วมขังเริ่มลดระดับลง

เร่งระบายน้ำเยาวราช

ส่วน บริเวณถนนเยาวราช ระดับน้ำที่เอ่อล้นมาทางท่อระบายน้ำจนท่วมพื้นถนนเยาวราช ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงจนเส้นทางการจราจรสามารถใช้การได้เกือบเป็นปกติแล้ว แต่ยังคงมีเพียงบริเวณถนนโยธา ถนนเจริญกรุงมุ่งหน้าตลาดน้อย และถนนทรงวาดเท่านั้น ที่ระดับน้ำยังคงสูงประมาณ 20 ซ.ม. เนื่องจากเป็นเวลาเดียวกันกับที่น้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำกำลังเร่งเปิดท่อพักน้ำ เพื่อใช้เครื่องสูบน้ำระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

เอ่อล้นถนนพระราม 3

ขณะ ที่สถานการณ์น้ำในเขตยานนาวาบริเวณถนนพระราม 3 พบปัญหาน้ำเอ่อบนพื้นผิวจราจรทั้งขาเข้า-ออกเช่นกัน ระดับน้ำสูงประมาณ 10-15 ซ.ม. นายอนนท์วุฒิ รัตนมาลี ผอ.เขตยานนาวา เปิดเผยว่า แม้พื้นที่เขตจะติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา แต่อยู่ใกล้คลองลัดโพธิ์ ทำให้ระบายน้ำได้เร็วและท่วมเพียงเล็กน้อย โดยใช้เวลาระบายน้ำเพียง 30 นาทีเท่านั้น ประกอบกับในพื้นที่มีสถานีสูบน้ำ 4 จุดคือ ช่องนนทรี วัดช่องลม นางลิ้นจี่และสาธุประดิษฐ์ ทำให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพ แต่ที่น้ำท่วมขังและทะลักเข้ามา เพราะไม่สามารถเข้าไปทำคันกั้นน้ำในพื้นที่เอกชนได้จึงเกิดปัญหา

น้ำลามถึงราบ 11 แล้ว

สำหรับ สถานการณ์น้ำท่วมที่ ถ.พหลโยธิน ระดับน้ำเพิ่มขึ้นและขยายวงกว้างเข้าพื้นที่ชั้นในกทม. จากบริเวณสะพานใหม่มาถึง ซ.พหลโยธิน 48 ต่อเนื่องถึง ซ.พหลโยธิน 46 หน้าโรงพยาบาล เซ็นทรัลเยนเนอรัล ระดับน้ำสูงประมาณ 40 ซ.ม. ยังเหลือระยะทางประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงอุโมงค์แยกอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรืออนุสาวรีย์หลักสี่ ขณะเดียวกัน น้ำจากคลองบางบัวไหลเอ่อเข้าท่วมวัดพระศรีมหาธาตุฯ และผิวจราจรหน้าวัด ระดับน้ำสูงประมาณ 10 ซ.ม. ต่อเนื่องไปยังหน้ากรมทหารราบที่ 11 รอ. โดยมีน้ำขึ้นจากท่อระบายน้ำและท่วมผิวจราจรเป็นช่วงๆ สำหรับการจราจรย่าน ถ.พหลโยธิน ติดขัดเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตั้งป้ายเตือนให้หลีกเลี่ยงการจราจร เนื่องจากระดับน้ำสูง

ย่านวัชรพลน้ำเริ่มเน่าเหม็น

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับในพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของกทม. บริเวณ 5 แยกวัชรพล รถยนต์เล็กและรถจักรยานยนต์ยังสามารถสัญจรได้ตามปกติ ทั้งเส้นทางมุ่งหน้าสุขาภิบาล และถ.วัชรพล แต่เมื่อเข้าสู่ ถ.วัชรพล ตั้งแต่ซอย 1 ต่อเนื่องไปถึงจุดทางแยก ถ.เพิ่มสิน และสายไหม มีระดับน้ำสูงประมาณ 50 ซ.ม. รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้แล้ว และน้ำเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็น ทำให้ประชาชนต้องใช้วิธีเดินเท้าออกมาขึ้นรถด้านนอกแทน เพื่อเดินทางไปที่อื่น

น้ำซัดพนังสามเสนพังอีก

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากน้ำทะเลหนุนทำให้พนังกั้นน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในซอยสามเสน 23 เกิดพังทลายลง ทำให้น้ำทะลักเข้ามาภายในชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาทันที พล.ต.ต. วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 และทหาร จึงเร่งความช่วยเหลือขนย้ายผู้คนและสัตว์เลี้ยงออกมาปากซอยสามเสน 21 และ 23 ก่อนนำกระสอบทรายมาปิดกั้นบริเวณถนนสามเสน โดยใช้วิธีวางเรียงกระสอบทรายเป็นรูปลิ่ม เพื่อบังคับให้น้ำที่ทะลักมาลงท่อระบายน้ำกลางถนนที่เปิดฝาท่อระบายไว้ ก่อนปิดซ่อมพนังที่พังทลายลง

ปิดถนนพระจันทร์

ส่วน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าพระจันทร์เอ่อล้นขึ้นมาถึงถนนมหาราชและถนนพระจันทร์ โดยมีระดับน้ำสูงกว่า 50 ซ.ม. เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดการจราจรบริเวณถนนพระจันทร์อย่างถาวร เพราะปริมาณน้ำท่วมพื้นผิวการจราจรสูงมาก ขณะที่บริเวณถนนราช ดำเนิน ระดับน้ำเอ่อขึ้นมาบนพื้นผิวการจราจร ตั้งแต่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ซึ่งสถานที่สำคัญต่างๆ เริ่มทำแนวคันกั้นน้ำด้วยการวางแนวกระสอบทราย ป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ ส่วนท้องสนามหลวงก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะระดับน้ำเอ่อเข้าท่วมด้านในกว่า 20 ซ.ม.

ฝั่งธนฯจราจรเริ่มอัมพาต

ส่วน พื้นที่กทม.ฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะบริเวณเขตบางพลัด พบว่าถนนสายหลักส่วนใหญ่ใช้สัญาจรผ่านไปมาไม่ได้ อาทิ ถนนสิรินธร ทั้ง 2 ฝั่งจากแยกบางพลัดถึงสายใต้เก่า ต่อเนื่องไปถนนบรมราชชนนีถึงสะพานพระปิ่นเกล้า ส่งผลให้ต้องปิดสะพานพระปิ่นเกล้า ถนนจรัญ สนิทวงศ์ ช่วงตั้งแต่แยกบางพลัดถึงสะพานพระราม 7 รวมถึงต้องปิดอุโมงค์บางพลัดและแยกอรุณอมรินทร์ มุ่งหน้าแยกร.พ.ศิริราชด้วย ส่วนที่ร.พ.ศิริราช เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงนำหม้อแปลงไฟฟ้ามาติดตั้งเพิ่มเติม เพื่อป้องกันน้ำท่วมเข้าร.พ.ศิริราช และไฟฟ้าไม่สามารถใช้การได้

พนังวัดไก่เตี้ยแตก

ขณะ ที่บริเวณประตูระบายน้ำวัดไก่เตี้ย ถ.บรมราชชนนี แขวงและเขตตลิ่งชัน ระดับน้ำในคลองบางกอกน้อยเพิ่มสูงขึ้นกว่าระดับประตูระบายน้ำ เจ้าหน้าที่จึงนำกระสอบทรายมาทำเป็นคันกั้นยาวประมาณ 10 เมตร สูง 2 เมตร เพื่อปิดกั้นทางน้ำไม่ให้ไหลย้อนเข้าสู่ประตูระบายน้ำและทะลักเข้าท่อระบาย น้ำของ ถ.บางพรม และถ.กาญจนาภิเษก แต่แรงดันของน้ำจากคลองบางกอกน้อยเกิดทะลักจากด้านล่างของกระสอบทราย ทำให้น้ำไหลย้อนเข้าสู่คลองระบายน้ำ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจึงต้องช่วยกันนำกระสอบทรายและท่อซีเมนต์มาปิดกั้นน้ำ เพื่อให้ลดระดับความแรงและสามารถควบคุมไว้ได้

ตลาดนัดจตุจักรปิดชั่วคราว

นายอรุณ ศรีจรูณ ผอ.ตลาดนัดจตุจักร เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดระหว่างวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ ตลาดนัดจตุจักรจะปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว เนื่องจากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงถูกน้ำท่วม จึงประกาศหยุดเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จากนั้นจะปิดประตูทางเข้าออกทั้ง 34 แห่งและนำกระสอบทรายมากั้นไว้ หากมีน้ำท่วมทะลักเข้ามาจะใช้เครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำออก

ขุดคันกั้นน้ำคลอง 9 เสร็จแล้ว

ที่ จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการขุดเจาะคันกั้นน้ำบริเวณคลอง 9 เจ้าหน้าที่กรมชลประทานนำรถแบ๊กโฮเข้ารื้อคันดินกั้นน้ำบริเวณสวนสุขภาพของ เทศบาลตำบลบึงสนั่นรักษ์ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยมีความยาวประมาณ 30-40 เมตร เพื่อหวังระบายน้ำออกทุ่งตะวันออก แต่หลังจากขุดเจาะคันดินเสร็จสิ้นน้ำไหลลงคลองรังสิตไม่มากนัก เนื่องจากระดับภายในคลองและถนนมีระดับเกือบเท่ากัน

น้ำซัดพนังตลาดไทแตก

นอก จากนี้ กำแพงรั้วปูนสูง 3 เมตรที่ใช้เป็นพนังกั้นน้ำบริเวณด้านทิศใต้ของตลาดไท ซึ่งติดอยู่กับหมู่บ้านพระปิ่น 7 ม.10 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง เกิดพังลงมาความยาวกว่า 50 เมตร ทำให้น้ำไหลทะลักเข้ามาภายในตลาดการค้าตลาดไทระดับน้ำท่วมสูง 50-80 ซ.ม. เจ้าหน้าที่ตลาดไท พร้อมชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้าในตลาดกว่า 300 คน ต่างช่วยกันนำกระสอบทรายมาปิดเป็นแนวกำแพงที่พังลง ก่อนใช้กระสอบทรายเสริมแนวคันดินทั้ง 3 ด้าน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันแรงดันน้ำไม่ให้พังถล่มลงมาอีก ขณะเดียวกันยังมีประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาซื้อข้าวและพืชผัก เนื่องจากเป็นตลาดการค้าแห่งเดียวที่ยังคงเหลืออยู่ในจังหวัด

รื้อกระสอบทรายคลองส่งน้ำ

พล.ต.ต. วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภ.จว. ปทุมธานี รับแจ้งจาก สภ.ปากคลองรังสิตว่า มีชาวบ้านชุมชนวัดนาวง ม.1 ต.หลักหก อ.เมือง รื้อกระสอบทรายกั้นน้ำริมคลองส่งน้ำการประปานครหลวง ทำให้น้ำไหลลงคลองประปาจำนวนมาก จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าเจรจากับชาวบ้าน เพราะเกรงว่าอาจทำให้คุณภาพน้ำประปาต่ำลง ก่อนนายสมพงษ์ ศรีอนันต์ นายกเทศมนตรี สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศบาลช่วยกันปิดกั้นน้ำไม่ให้ไหลลงคลองประปาได้ สำเร็จ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นาย คอยรักษาความสงบ เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเข้ามารื้อกระสอบทรายอีก

เอ่อท่วมตลาดมหาชัย

ที่ จ.สมุทรสาคร น้ำทะเลทะลักเข้าท่วมตลาดมหาชัยอีกครั้งเป็นวันที่สอง โดยระดับน้ำสูงกว่าครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นวันที่น้ำทะเลหนุนสูงสุด ทำให้ตลาดมหาชัยมีน้ำท่วมสูงประ มาณ 20 ซ.ม. แต่พ่อค้าแม่ค้ายังเปิดค้าขายตามปกติ เพราะน้ำที่เข้าท่วมตลาดจะท่วมอยู่เพียงแค่ 1-2 ช.ม. แล้วจะลดลงเป็นปกติ โดยนายกุลวัชร หงษ์คู นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร ใช้เครื่องสูบน้ำ 17 เครื่อง เร่งสูบน้ำออกจากตัวตลาดสดมหาชัย โดยใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม. น้ำในตลาดสดมหาชัยก็แห้งลง

กรุงเก่าเรือล่มดับ 4

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.ทรงพล พูลพิพัฒน์ สว.เวร สภ.บางซ้าย รับแจ้งมีเรือล่มกลางทุ่งนา ม.7 ต.บางซ้าย และมีผู้จมน้ำ 3 ราย จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบศพนางธัญญะภร สาหร่าย อายุ 44 ปี นายอุบล แจ้งสว่าง อายุ 57 ปี ส่วนนายจิตติคุณ วงค์เสถียร อายุ 21 ปี เจ้าหน้าที่ยังค้นหาไม่พบ

อีกราย พ.ต.ท.อานนท์ รุจิยาปนนท์ สว.เวร สภ.ช้างใหญ่ อ.บางไทร รับแจ้งมีเรือล่มและมีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุพบศพนายทองใบ บุญนะ อายุ 43 ปี และด.ญ.ณัฐรรณ บุญนะ อายุ 13 ปี ลูกสาว สอบสวนทราบว่า ผู้ตายพายเรือกลับเข้าบ้านพักแและถูกคลืนซัดจนเรือล่มเสียชีวิตดังกล่าว

ศาลายาจมทั่วเมือง

ที่ จ.นครปฐม บริเวณแยกพุทธมณฑลสาย 4 ตัดบรมราชชนนีมุ่งหน้าเข้า ต.ศาลายา หน้ามหาวิทยาลัยมหิดลปิดการจราจรแล้ว เนื่องจากมีน้ำท่วมสูง 30-60 ซ.ม. ส่วนบริเวณตลาดสดศาลายาร้านค้าส่วนใหญ่ต่างปิดให้บริการ เพราะถูกน้ำท่วมขังสูง 1-2 เมตร รวมไปถึงบริเวณหน้าศูนย์ราชการ อ.พุทธมณฑล สภ.พุทธมณฑล สถานีอนามัยก็มีน้ำท่วมสูง 1 เมตรไปจนถึงถนนศาลายา-นครชัยศรี

ต่อ มาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเลน รับแจ้งพบศพลอยน้ำ 2 ราย อยู่ในทุ่งนา ต.บางภาษี อ.บางเลน จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ ศพด.ญ.ชลธิชา อินทร์กรุงเก่า อายุ 12 ปี และนายสมบูรณ์ ศรีปิ่นแก้ว อายุ 54 ปี สอบสวนทราบว่า ผู้ตายทั้ง 2 คนนั่งเรือเพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่ระหว่างทางมีฝนตกหนัก ทำให้เรือล่มและเสียชีวิตดังกล่าว

น้ำมูนเอ่อท่วมโคราช

ที่ จ.นครราชสีมา น้ำภายในลำน้ำมูนปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอยู่ติดกับลำน้ำ อาทิ สภ.พิมาย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ.พิมาย ถูกน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมสูง 10-20 ซ.ม. รวมทั้งบ้านเรือนของประชาชนภายในบ้านม่วง ม.7 ต.ในเมือง อ.พิมาย ที่อยู่ติดกับลำน้ำมูนต้องถูกน้ำท่วมกว่า 10 หลัง

นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำภายในลำน้ำมูนเพิ่มสูงขึ้นจนถึงจุดสูงสุดแล้ว แต่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากปริมาณน้ำภายในลำน้ำสาขาที่อยู่ด้านล่างไม่ได้ไหลเข้ามาสมทบ ทำให้น้ำในลำน้ำมูนมีจำนวนไม่มากนักและสามารถระบายน้ำได้อย่างง่ายดาย แต่ก็มีพื้นที่ลุ่มต่ำบางจุดที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมสูง ประกอบด้วย ต.ธารละหลอด ต.สัมฤทธิ์ ต.กระเบื้องใหญ่ ต.ในเมือง ต.ท่าหลวง และ ต.ดงใหญ่ ซึ่งยังคงต้องประสบกับปัญหาน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่อีกประมาณ 2-3 วัน ก่อนจะลดระดับลงและคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายใน 2 สัปดาห์

อุทัยธานีน้ำยังท่วมสูง

ที่ จ.อุทัยธานี สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จังหวัดอุทัยธานี ระดับน้ำยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในตัวเมืองยังพบน้ำท่วมในย่านการค้า ศูนย์ราชการอีกประมาณ 30 ซ.ม. ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสะแกกรัง ใน 7 ตำบลของอำเภอเมือง ระดับย้ำยังท่วมสูง 2-5 เมตร สำหรับเส้นทางคมนาคมยังคงต้องใช้ทางเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วม เนื่องจากเส้นทางหลักหลายสายยังมีน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะทางหลวงหมายเลข 333 ที่เชื่อมต่อจ.อุทัยธานีกับถนนสายเอเชียยังคงปิดการจราจรต่อเนื่อง ไปอีก

อุบลฯอ่วมลำน้ำมูนเอ่อ

ที่ จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำในแม่น้ำมูนเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง แต่ยังมีน้ำไหลท่วมชุมชนในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ และเทศบาลนครอุบลราชธานีในระดับสูง โดยบ้านแต่ละหลังถูกน้ำท่วมสูง 3-4 เมตร แต่ปรากฏว่าชาวชุมชนหลายครอบครัวในเทศบาลเมืองวารินชำราบยังคงพักอาศัยอยู่ บนชั้นที่สอง แม้บ้านบางหลังน้ำสูงเกือบถึงฝากระดานชั้นบน แต่ที่ต้องจับตาติดตามดูอย่างใกล้ชิดคือ มวลน้ำของแม่น้ำมูนที่มาจาก อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ และมวลน้ำของแม่น้ำชีจาก อ.ฆ้องชัย จ.ร้อยเอ็ด ที่กำลังมุ่งหน้ามารวมกันที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งอาจสร้างปัญหาเพิ่มเติม ส่วนวิธีแก้ปัญหาต้องดันน้ำในแม่น้ำมูนให้ลงแม่น้ำโขงเร็วขึ้น

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 2:52 pm

แม้วโผล่งาน กฐินเดนมาร์ก

แม้วโผล่งาน กฐินเดนมาร์ก

ปูถึงป่วย โหมสู้น้ำ ไม่ได้พัก

‘แม้ว’โผล่ ร่วมงานกฐินพระราชทาน วัดไทยในเดนมาร์ก ยอมรับรู้สึกมีบุญมาก กำลังจะหมดกรรม ปฏิเสธข่าวกลับไทยเดือนธ.ค.นี้ นายกฯปูอาการทรุด ต้องกินยาแก้ปวดเหตุพักผ่อนน้อย ‘ตือ’เฟซบุ๊กให้กำลังใจอดทน อย่าท้อ แนะ 8 ข้อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ‘โกวิทย์ ธารณา’โต้ข่าวใช้ของบริจาคน้ำท่วมเปิดโรงครัว ปชป. ยันรวบรวมเงินส่วนตัว-เรี่ยไรพรรคพวก ‘มาร์ค’ลงตรวจบางพลัด ลูกพรรคโวยศปภ.ไม่ช่วย ‘ชวน’นำส.ส.ใต้เปิดโรงครัววัดหลักสี่ ‘ประชา ประสพดี’ โต้กมธ.ยุติธรรมหมกเม็ดถกพ.ร.บ.กลาโหม

‘แม้ว’โผล่ทอดกฐินพระราชทาน

ที่ วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร กรุงโคเปน เฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 29 ต.ค. เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จัดพิธีทอดกฐินพระราชทานตามโครงการ “คณะผ้ากฐินพระราชทาน ประจำปี 54 9 วัด 9 ประเทศ สู่ยุโรป-สแกนดิเนเวีย” มีพระพรหมโมลี วัดพิชยญาติการาม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายปิยวัชร นิยมฤกษ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่จากประเทศไทยเข้าร่วมงาน อาทิ พระธรรมสิทธินายก วัดสระเกศฯ พระธรรมโกศาจารย์ วัดประยุรวงศาวาส อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระเทพปริยัติวิมล วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นต้น

ภายในงานมีคนไทยในประเทศเดนมาร์กมาร่วม งานกว่า 200 คน โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางมาร่วมงานด้วย โดยได้รับเกียรติเป็นประธานกิตติมศักดิ์ฝ่ายฆราวาส ทันทีที่พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมาถึงตรงเข้าไปทักทายกลุ่มคนไทย ท่ามกลางเสียงปรบมือและตะโกนเรียกชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ดังลั่น พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้กล่าวถวายผ้ากฐินพระราชทานด้วย

พิธีทอดกฐินพระราชทานที่วัด ไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร ครั้งนี้ คนไทยที่มาร่วมงานได้รวบรวมเงินบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ยอดเงินทั้งสิ้น 1 แสนบาท

มีความสุข-กำลังจะหมดกรรม

หลัง เสร็จพิธี พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวทักทายกับคนไทยที่มาร่วมงานว่า “วันนี้เป็นวันที่ผมรู้สึกแปลกๆ เพราะไม่เคยสวมสูทผูกไทเข้าร่วมงานพิธีแบบนี้มานานแล้ว หลังจากตกงานมา 5 ปี วันนี้เพิ่งมีโอกาสมาร่วมพิธีกฐินพระราชทานและกราบพระชั้นผู้ใหญ่ รู้สึกมีบุญมาก หรือว่าเป็นบุญที่กำลังจะหมดกรรม เป็นอะไรที่มีความสุข”

พ.ต.ท. ทักษิณกล่าวด้วยว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา เผยแผ่พุทธศาสนาให้ยิ่งใหญ่ ทำให้คนไทยมีความสุข มีการพัฒนาควบคู่ไปกับศีลธรรม ทุกวันนี้หายไปมากพอสมควร ที่ผ่านมาตนไปไหนมาไหนอยู่ใกล้ทูตไม่ได้เพราะตนกลัวทูตถูกย้าย

สิ้นปีนี้ยังไม่กลับเมืองไทย

พ.ต.ท. ทักษิณให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะเดินทางกลับประเทศไทยในเดือน ธ.ค.นี้ กล่าวว่า “ยังครับ ไม่มีกำหนดการแน่ชัด วันนี้มีอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยก็จะช่วย ผมอยู่ที่ไหนก็ทำได้”

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่พ.ต.ท. ทักษิณจะเดินทางเข้าร่วมงานกฐินพระราชทานครั้งนี้ได้เดินทางออกจากประเทศดู ไบ ไปยังประเทศอินเดียตามคำเชิญของนายกฯ อินเดีย จากนั้นต่อไปยังประเทศเตอร์กิสสถาน และหลังเดินทางออกจากประเทศเดนมาร์ก พ.ต.ท. ทักษิณจะเดินทางต่อไปยังประเทศสวีเดนเพื่อร่วมทอดกฐินพระราชทานที่วัดพุ ทธาราม กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และเดินทางต่อไปที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

‘ปู’ทรุด-โด๊ปยาแก้ปวด

ผู้สื่อข่าว รายงานจากกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ว่าหลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสภาพเส้นทางจราจรในกทม. หลังเกิดปัญหาอุทกภัยได้เดินกลับเข้าไปในห้องรับรองที่บก.จร.เตรียมไว้ และกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการไม่สบายจากการพักผ่อนน้อย และก่อนเดินทางกลับทีมรักษาความปลอดภัยนายกฯ ขอเป็นภารกิจส่วนตัวโดยแจ้งว่าจะขอไปปฏิบัติภารกิจส่วนตัวที่บ้านพัก ไม่ให้สื่อมวลชนติดตาม

ทั้งนี้ นายกฯ ไม่ได้เดินทางเข้ามาที่อาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ ที่ใช้เป็นที่ตั้งของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำ ท่วม(ศปภ.) แห่งใหม่ โดยบุคคลใกล้ชิดระบุว่านายกฯ ต้องการให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมสถานที่และติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมก่อน จึงจะเข้ามาเริ่มปฏิบัติภารกิจในเช้าวันที่ 30 ต.ค.

ตือเฟซบุ๊กให้กำลังใจนายกฯ

นาย สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล คณะกรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เขียนในเฟซบุ๊ก ว่า วันนี้อุทกภัยมาถึงกรุงเทพแล้ว อยากให้กำลังใจนายกฯ ท่ามกลางกระแส วิพากษ์ของสังคม นายกฯ ต้องเข้มแข็ง และ อดทน จะท้อถอยและเสียกำลังใจไม่ได้ ตั้งสติแล้วมองไปที่วันข้างหน้าคู่ขนานกับการแก้ปัญหาของวันนี้ จากการรายงานของมหาดไทย 26 จังหวัดน้ำยังท่วมอยู่ 140 อำเภอ 1,127 ตำบล 8,337 หมู่บ้าน 730,348 ครัวเรือน 2,149,787 คน นี่คือความท้าทายที่รอนายกฯ และคณะรัฐมนตรีอยู่เบื้องหน้า

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ปัญหาภาคแรงงาน ปัญหาร้านค้าย่อยขายของไม่ได้ ผู้หาเช้ากินค่ำที่ไม่มีรายได้ ล้วนรอความหวังจากรัฐบาล ถ้ารัฐบาลจะลองดูประเด็นเหล่านี้บ้างก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร 1. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรเตรียมพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่ใช้เวลาปลูกสั้นๆ เพาะเลี้ยงแล้วรอดง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ได้ผลผลิตพร้อมแจกให้ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและสร้างรายได้

แนะเยียวยา 8 ข้อ

2. กระทรวงศึกษาธิการ ควรมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ส่งอาจารย์หรือนักศึกษาที่ถ่ายทอดวิชาชีพได้ เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ ทำอาหาร หรืองาน หัตถกรรมไปเปิดศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นตามศูนย์พักพิงต่างๆ 3.กระทรวงแรงงาน ต้องเตรียมจัดหางานเพื่อรองรับแรงงานที่โรงงานต้องปิด 4.กระทรวงสาธารณสุข ต้อง เตรียมดูแลป้องกันโรคที่มากับน้ำ และเปิดศูนย์พยาบาลเคลื่อนที่ตามศูนย์พักพิง เยียวยาฟื้นฟูจิตใจหลังน้ำลด


กำชับตร.- น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ตรวจศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร บก.จร. โดยสั่งกำชับให้วางแผนจัดการจราจร และให้จัดกำลังป้องกันอาชญากรรมที่จะตามมาจากวิกฤตน้ำท่วมกรุง เมื่อวันที่ 29 ต.ค.

5.กระทรวงพาณิชย์ ดูแลสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพของอุปโภคบริโภคไม่ให้ขาดแคลน 6.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สนับสนุนเงินลงทุนใหม่เมื่อผู้ค้ารายย่อยหมดทุน ฟื้นฟูอาชีพใหม่เพื่อดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องไปสร้างปัญหากับสังคม 7.รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงต้องเร่งสำรวจความเสียหายของสาธารณูปโภค พร้อมเร่งซ่อมแซมฟื้นฟูโดยเร่งด่วน ถนน ระบบประปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ ระบบโทรคมนาคม และสุดท้ายคือการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับประชาชน เพราะการได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนจะทำให้การฟื้นฟูและการแก้ไขปัญหา ลุล่วงไปโดยรวดเร็ว

ปชป.โต้ใช้ของบริจาคเปิดโรงครัว

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวนำของบริจาคไปตั้งโรงครัวในนามของตัวเองและพรรค ว่าเรื่องนี้เป็นความพยายามที่จะบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริงเพราะสัปดาห์ที่ ผ่านมากระแสของสื่อมวลชน โดยเฉพาะกระแสในสังคมออนไลน์เปิดเผยข้อเท็จจริงเรื่องที่ส.ส.เพื่อไทยและแกน นำคนเสื้อแดงติดป้ายชื่อตัวเองที่ถุงยังชีพซึ่งมีของบริจาคที่คนไทยมอบผ่าน ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) และติดข้างรถข้อความ “บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้วยรักและห่วงใยจาก พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร” จำนวนหลายคันรถไปแจกจ่ายเฉพาะในกลุ่มคนเสื้อแดง ยังไม่รวมการกักตุนเรือ แพ หรือส้วมลอยน้ำไว้โดยไม่เอาลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน จึงเข้าใจว่ามีความพยายามที่จะเชื่อมโยงว่าตนและพรรคประชาธิปัตย์ก็มี พฤติกรรมเดียวกับกลุ่มคนดังกล่าว

โกวิทย์ยันใช้เงินส่วนตัว

นาย โกวิทย์กล่าวว่า ความจริงตนไม่อยากให้ความสนใจแต่จำเป็นต้องชี้แจงเมื่อถูกบิดเบือน แทนที่จะเอาเวลาไปช่วยพี่น้องคนไทยโดยไม่แบ่งแยกสี กว่าครึ่งเดือนที่ผ่านมาตนและภรรยาตลอดจนพรรคพวกรวบรวมเงินไปตั้งโรงครัว ปรุงอาหารสดที่ จ.นนทบุรี แจกจ่ายอาหารให้ทั้งผู้ประสบภัยและทหารผู้เสียสละวันละ 2,000-4,000 ชุด พร้อมแจกจ่ายน้ำดื่มจำนวนมาก ถามว่าผิดตรงไหนเพราะเป็นเงินส่วนตัวของตนและพรรคพวกที่ลงขันช่วยเหลือชาว บ้านไม่ได้ไปเอาของใครมาแอบอ้างแล้วใส่ชื่อตัวเองไปบริจาคเอาหน้า

นาย โกวิทย์กล่าวว่า ในวันที่เขตบางพลัดสั่งอพยพ ตนพร้อมพวกก็เอารถโฟร์วีลส์ 4 คันไปวิ่งรับส่งชาวบ้านจากแยกบางพลัดไปส่งที่สนามหลวงทั้งวัน ทั้งคืน น้ำมันเติมเองและยังวิ่งรับส่งรวมถึงการแจกจ่ายน้ำดื่มอยู่จนถึงวันนี้ ทั้งหมดทำเพื่อช่วยเพื่อนร่วมชาติ ขอร้องคนประเภทมือไม่พายเอาเท้าราน้ำมาจ้องจับผิดที่เข้าทำนองว่ากูชั่วมึง ก็เลว อย่าทำเลย เวลานี้คนไทยต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่เชื่อไปถามชาวบ้านย่านบางพลัด อรุณอมรินทร์ว่ามีรถของตนไปวิ่งรับส่งชาวบ้านและแจกจ่ายน้ำ วิ่งเอาของสดไปตั้งโรงครัวทำอาหารให้ชาวบ้านจริงหรือไม่ เป็นคนไทยต้องช่วยกันอย่ามาจ้องจับผิดเพราะจะเป็นตัวอย่างที่เลวให้เด็กและ เยาวชนในอนาคตได้

มาร์คลงตรวจบางพลัด

เมื่อเวลา 11.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญรายชื่อ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค เดินทางลงพื้นที่เขตบางพลัดไปยังจุด”น้ำใจไทยสู้ภัยน้ำท่วม ครัวพรรคประชาธิปัตย์” ใต้สะพานข้ามแยกบางพลัด ซึ่งพรรคตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยและมีโครงการตั้งให้ครบ 30 แห่งทั่วกทม. นายอภิสิทธิ์เยี่ยมประชาชนที่ประสบภัยเพื่อสอบถามปัญหาและให้กำลังใจท่าม กลางประชาชนที่เดือดร้อนเข้าร้องเรียนและขอความช่วยเหลือ ส่วนใหญ่ต่างประสบปัญหาในเรื่องของห้องสุขาที่ยังมีไม่เพียงพอ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้พรรคได้จัดรถสำหรับสื่อมวลชนที่ติดตามไปทำข่าว โดยใช้รถกทม. แต่เมื่อไปถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ ระดับน้ำท่วมสูงจนเครื่องยนต์ดับนานเกือบ 1 ช.ม.

โวยศปภ.ไม่ช่วยเหลือ

น.ส.รัช ดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการขอความช่วยเหลือเร่งด่วนให้กับประชาชนในพื้นที่เขตบางพลัด ว่าเขตบางพลัดเป็นเขตเล็ก มีชุมชนประมาณ 44 แห่ง เป็นชุมชนขนาดเล็ก 10 กว่าแห่ง ถูกน้ำท่วมปิดทั่วพื้นที่ทั้งหมดและระดับน้ำสูงมาก ทำให้ต้องอพยพประชาชน แม้จะมีเจ้าหน้าที่ของกทม.และทหารเข้ามาช่วยเหลือแล้วแต่ก็ยังไม่ทั่วถึง ขอให้ ศปภ.ส่งเจ้าหน้าที่นำเรือหรือรถใหญ่นำถุงยังชีพส่งเข้าไปในพื้นที่และอพยพ ชาวบ้านโดยด่วน รวมทั้งเร่งส่งส้วมลอยน้ำเข้าไปเป็นจำนวนมากด้วยเพราะเป็นสิ่งสำคัญแต่กลับ ขาดแคลนอย่างมาก ตนได้แจ้งขอความช่วยเหลือมาที่ศปภ. แล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหายไป

น.ส.รัชดากล่าวว่า เขตนี้มีบ้านของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ถูกน้ำท่วมอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 42 โรงเรียนบางยี่ขันที่อยู่ใกล้กับบ้านนายยงยุทธ ก็เป็นศูนย์อพยพ แต่รัฐบาลและนายยงยุทธกลับไม่เคยดำเนินการช่วยเหลือปล่อยให้สถานการณ์ย่ำแย่ ที่จริงแม้จะป้องกันภัยไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องบรรเทาความเดือดร้อนให้ลดลง

‘ชวน’นำส.ส.เยี่ยมผู้อพยพ

ขณะ ที่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นำส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรค ลงพื้นที่เยี่ยมศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัยที่วัดหลักสี่ โดยเปิดศาลาการเปรียญให้ประชาชนใช้เป็นที่พักอาศัย นายชวนทักทายผู้อพยพ เด็ก ผู้หญิงและคนชรา เมื่อเห็นนายชวน และคณะเข้าไปเยี่ยมก็กรูกันเข้ามาหา และถือโอกาสร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอาหารและน้ำดื่มที่มีไม่เพียงพอ นายชวนขอให้นายสกลธี ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.เขตนี้ไปประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือโดยด่วน

จากนั้นคณะของ นายชวนไปดูครัวชาวใต้น้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม ที่พรรคประชาธิปัตย์จัดบริการให้เป็นวันแรก โดยนายชวนตักอาหารแจกให้กับชาวบ้านที่มาต่อคิวรับอาหารด้วยตัวเอง พร้อมกล่าวกับประชาชนว่า พรรคนำปลาเล็กปลาน้อยซึ่งเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากมาแจก ขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนต่อไป

บี้ท้องถิ่นช่วยแก้ปัญหา

นาย ชวนให้สัมภาษณ์ว่ายังมีประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนอย่างกว้างขวาง รายล่าสุดที่ตนสอบถามบอกว่าสามีไม่ได้กินอะไรมา 2 วันแล้ว ศูนย์พักพิงแต่ละแห่งจึงถือเป็นเป็นความหวังของประชาชน การเข้าไปช่วยเหลือประชาชนเป็นไปค่อนข้างลำบากและเห็นใจเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ พื้นที่ที่อยู่ไกลจากศูนย์ช่วยเหลือ ไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่ปัญหาก็คือเหตุการณ์นี้เป็นตัวชี้วัดศักยภาพในท้องถิ่นว่ามีความสามารถ มากน้อยแค่ไหนในการดูแลปัญหา เพราะท้องถิ่นจะรู้ดีว่าบ้านใดมีความเป็นอยู่อย่างไรเพราะราชการหรือภาครัฐ ยากที่จะรู้เท่าท้องถิ่น

ด้านนายสกลธีให้สัมภาษณ์ว่า โครงการครัวชาวใต้ น้ำใจสู้ภัยน้ำท่วม ริเริ่มโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รวบรวมเงินบริจาคมาจากพี่น้องชาวใต้และส.ส.ภาคใต้ของพรรค เพราะเราเห็นว่าตอนนี้ต้องร่วมไม้ร่วมมือและช่วยกัน เบื้องต้นจะเปิด 15-30 จุดขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ใดจะท่วมมากท่วมน้อย แต่ละเขตจะให้ส.ส.ประชาธิปัตย์ดูแลครัว ส่วนเขตที่ไม่มีส.ส.จะให้ผู้สมัครเขตนั้นๆ ดูแล สำหรับตนรับผิดชอบเขตหลักสี่ร่วมกับทีมส.ข. ของพรรคได้จัดครัวชาวใต้วันแรกที่หน้าวัดหลักสี่ ตั้งแต่ 11.00 น. เป็นต้นไป จนถึงตอนเย็น บริการแบบไม่อั้น จะยืนพื้นเป็นอาหารใต้ส่วนที่เหลือจะเป็นไข่เจียวเพื่อที่เด็กกินได้ ครัวดังกล่าวจะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าน้ำจะลด

อัดนายกฯดื้อ-ขี้ระแวง

เมื่อ ถามว่านายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ยอมขอโทษแกนนำเสื้อแดงกรณีสิ่งของบริจาค นายสกลธี กล่าวว่าเรื่องนี้ถ้าไม่มีมูลก็คงไม่แดงออกมา อย่างน้อยก็ทำให้ประชาชนได้รู้ความเป็นจริงว่าในยามที่เดือดร้อนอย่างนี้ยัง มีพวกที่เห็นแก่ตัวและมองทุกอย่างเป็นการเมืองไปหมด เช่น เอาของบริจาคไปใส่ชื่อตัวเอง เรื่องแบบนี้ต้องช่วยกันประณามและเปิดโปง ยามนี้ไม่ควรจะมีคนมาเอาเปรียบกัน ส่วนกรณีศปภ.ย้ายศูนย์ไปที่กระทรวงพลังงาน ข้างตึกปตท. เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นายกฯดื้อ เพราะหลายคนแนะนำหลายครั้งแล้วว่าให้ย้าย แต่นายกฯก็ไม่ฟัง ทั้งๆ ที่ควรจะลดละทิฐิ ยอมรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วนจริงๆ

เมื่อ ถามว่ามองอย่างไรที่มีกระแสข่าวว่านายกฯ ไม่ยอมย้ายศปภ.ไปตั้งในหน่วยทหารเพราะกลัวจะตกอยู่ในวงล้อมของทหาร นายสกลธีกล่าวว่า ตอนนี้ต้องหยุดระแวง ในภาวะที่ประชาชนและบ้านเมืองเดือดร้อนอย่างนี้ไม่มีใครคิดที่จะทำร้าย ประเทศชาติ เมื่อถามว่าทหารออกมาช่วยมากขนาดนี้ยังคิดว่าทหารจะปฏิวัติหรือไม่ นายสกลธีตอบว่า นายกฯไม่เพียงแต่ระแวงแต่ลูกหาบพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นแกนนำเสื้อแดงที่เป็นส.ส. และในพรรค เพื่อไทยอีกหลายคนไม่ไว้วางใจทหาร ทั้งที่ประชาชนก็เห็นว่าตอนนี้หน่วยงานที่พึ่งได้มากที่สุด ไม่ใช่รัฐบาลแต่เป็นทหารที่ช่วยอย่างเต็มที่ ตนได้คุยกับพี่น้องทหารหลายคนเขาไม่ได้เบี้ยเลี้ยง ทุกวันนี้ที่มาช่วยก็ได้เงินเดือนอย่างเดียว รัฐบาลควรจะเร่งช่วยโดยด่วน

พท.โต้หมกเม็ดพ.ร.บ.กลาโหม

ที่ ศปภ. ตึกอาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายสกลธี ภัททิยกุล ระบุว่ากมธ. ฉวยโอกาสช่วงน้ำท่วมหยิบยกญัตติพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียของพ.ร.บ.จัด ระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาหารือเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า การหยิบยกพ.ร.บ.ดังกล่าวมาหารือไม่ใช่ว่าเราจะละเลยการทำหน้าที่ช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม แต่เป็นการทำงานแบบคู่ขนานและในการประชุมก็ครบมีองค์ประชุม แต่กลับมีสมาชิกบางคนที่ไม่เข้าร่วม ขณะที่บางคนมีภารกิจช่วยเหลือน้ำท่วมซึ่งไม่ได้ว่ากัน แต่ไม่ใช่การหมกเม็ดอย่างที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา

นายประชากล่าวว่า จากการหารือที่ประชุมก็รับข้อเสนอและนัดประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ย.นี้ หากที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยก็นำเสนอเข้าที่ประชุมสภาพิจารณา แต่ถ้ามีคนไม่เห็นด้วยก็ต้องโหวตและถ้าโหวตแล้วส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยข้อเสนอ ของตนก็ตกไป แต่ยังสามารถนำเสนอเข้าที่ประชุมสภาได้อีก

แก้องค์ประกอบสภากห.

นาย ประชากล่าวว่า การที่ตนหยิบยกเรื่องนี้มาหารือไม่ใช่เร่งรีบ แต่จะทำไปเรื่อยๆ เพราะเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงควรที่จะยกเลิกและนำมาตรา 11 ของพ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาบังคับใช้ หรือแก้ไขในบางประเด็น เช่น ให้รมว.กลาโหมมีอำนาจสูงสุดในการบริหารงบประมาณและบุคลากร แก้ไของค์ประกอบสภากลาโหม มาตรา 42 ว่าด้วยการจ่ายเบี้ยประชุมครั้งละ 8,000 บาทต่อคน ซึ่งสภากลาโหมมีบุคลากร 30 คน ต้องใช้เงินจำนวนมาก ควรแก้ไขสภากลาโหมให้มีเฉพาะปลัดกระทรวง สมุหราชองครักษ์ ผบ.สส. และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากการสรรหาประมาณ 3-5 คน นอกจากนั้นให้เพิ่มอำนาจหน้าที่ของสภากลาโหม โดยให้อำนาจในการคัดเลือกผู้บังคับบัญชาให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม

ชงกรรมาธิการถก 1 พ.ย.

พล.ต.อ. วิรุฬห์ พื้นแสน ส.ส.เพื่อไทย ประธานกมธ.การกฎหมายฯ กล่าวถึงกมธ. หยิบยกญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาพ.ร.บ. กลาโหม เข้าพิจารณา ว่าเป็นเพียงการยื่นเสนอของนายประชา ที่เห็นว่าควรจะให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาพ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจาก 2 ประเด็น คือ1.ผู้มีอำนาจในการแต่งตั้งทหารชั้นผู้ใหญ่ในอดีตคือรัฐมนตรี แต่ปัจจุบันเป็นอำนาจของผู้บัญชาการสูงสุดซึ่งอยู่ในสถาน การณ์ลอยตัว รัฐบาลไม่สามารถจัดการได้ตามอำนาจ 2.พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกโดยสมัยสภานิติบัญญัติที่ต้องมีคณะกรรมการ 58 คน แต่มีจำนวนผู้ลงคะแนนแค่ 48 เสียง จึงมองว่าจะขัดต่อกฎหมายหรือไม่ โดยมีการยื่นเสนอเข้ามาตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมว่าจะรับพิจารณาหรือไม่ และจะตั้งคณะกรรมการเพื่อมาศึกษาอย่างไร คงต้องรอมติที่ประชุมก่อนว่าจะมีความเห็นอย่างไร คาดว่าจะหยิบยกเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสัปดาห์หน้า วันที่ 1 พ.ย.

พล.ต.อ. วิรุฬห์ กล่าวว่า มีหลายเรื่องที่เสนอเข้ามายังกมธ. การเสนอของนายประชา ก็เช่นกัน เป็นการเสนอตามวาระเท่านั้น ไม่ได้เร่งรัดมาให้พิจารณาเรื่องดังกล่าว และถ้าจะหยิบยก พ.ร.บ.นี้เข้าพิจารณา ก็ยังต้องผ่านความเห็นชอบของสภาและอีกหลายขั้นตอน รวมถึงหากจะตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาเรื่องนี้จริงก็ไม่เกี่ยวกับการสร้างผล กระทบ เพราะไม่ได้สร้างความขัดแย้งให้ใคร เป็นเรื่องของอนาคต ทหารก็ทำงานไป ส.ส.ก็ทำตามหน้าที่ไป ฝ่ายที่ศึกษาก็ทำไปเท่านั้น

พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าขั้นตอนการเยียวยาของรัฐบาลผิดพลาด พร้อมเสนอให้เยียวยา 100 เปอร์เซ็นต์ ตามทรัพย์สินที่เสียหายจริง ว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ดำเนินการผิดพลาด รัฐบาลเองก็อยากช่วยทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องดูที่งบประมาณของประเทศด้วยว่าสามารถเยียวยาได้มากน้อยเพียงใด อาจมีการพิจารณาปรับเงินเยียวยาจากเดิมครัวเรือนละ 5,000 บาท ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยืนยันว่าการทำงานระหว่างรัฐบาลและข้าราชการประจำไม่ได้มีปัญหาขัด แย้งกัน เป็นเพียงสมมติฐานที่ตั้งกันไปเอง

แม้วห่วงปูเครียดแก้น้ำท่วม

วัน ที่ 29 ต.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ที่วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยว่า ติดตามปัญหามาตลอด ทราบว่าน้ำจากจังหวัดทางเหนือ นครสวรรค์ ลพบุรี อยุธยา ปริมาณน้ำลดลงแล้ว แต่ทางกทม.เจอน้ำทะเลหนุนอีก เชื่อว่าหลังวันที่ 2 พ.ย. ทุกอย่างจะคลี่คลาย ที่สำคัญรัฐบาลวางแผนฟื้นฟูบ้านเรือน สถานที่ราชการ วัด โรงเรียน ถนน คืนสู่สภาพภายใน 3 เดือน โดย 3 เดือนแรกต้องทำงานกันอย่างหนัก คิดว่าการฟื้นฟูจะทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะรัฐบาลเตรียมงบประมาณฉุกเฉินไว้แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ โทร.มาปรึกษาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบ้างหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า คุยกัน มีอะไรก็ปรึกษากันตลอด ช่วงนี้ท่านนายกฯ ทำงานหนัก นานๆ จึงโทร.มาปรึกษาแนวทางในการจัดสรรงบประมาณที่จะเข้าไปช่วยเหลือและฟื้นฟูให้ กับประชาชน ซึ่งวันนี้รัฐบาลมีงบประมาณในการแก้ไขปัญหาเพียงพอ

พ.ต.ท. ทักษิณยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาราคาสินค้าแพงว่า เรื่องนี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ดูแลอยู่ และพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยช่วงแรกเกิดจากตกใจทำให้สินค้าขาดตลาด แต่จริงๆ แล้วสินค้าไม่ได้ขาดแต่เกิดจากปัญหาการขนส่ง ส่วนผลกระทบจากพื้นที่เกษตรเสียหายไม่มาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นนาปรัง เรายังมีนาปี ไม่ส่งผลกระทบ ส่วนภาคอุตสาหกรรมหลังน้ำลดมีการเตรียมแผนฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมและการแก้ ปัญหาระยะยาว ซึ่งตนได้คุยกับนายกฯ แล้ว อาจจะสร้างช่องทางระบายน้ำออกทะเลหรือที่เรียกว่า “ฟรีเวย์” ซึ่งเป็นการศึกษาต้นแบบมาจากสหรัฐอเมริกา โดยหน้าน้ำหลากจะเป็นช่องทางระบายน้ำ ส่วนหน้าแล้งจะเป็นถนน

เมื่อ ถามว่ากรณีที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดูแลกรมชลประทาน จะแก้ปัญหาน้ำได้หรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะนายกฯ มีแนวคิดอยากตั้งกระทรวงน้ำ เอางานเรื่องน้ำของทุกภาคส่วนทั้งหมดมารวมกัน ซึ่งนายกฯ มีแนวความคิดในการผันน้ำไปยังพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่สามารถรองรับได้ แต่ปีนี้ไม่สามารถทำได้เพราะปริมาณน้ำแต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน และประชาชนบางส่วนไม่ยอมให้ผันน้ำผ่านพื้นที่นา นายกฯ ยังบอกว่ารัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสนใจที่จะช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผล กระทบจากน้ำท่วมในประเทศไทย โดยเตรียมเงินไว้ราว 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อช่วยเหลือบริษัทญี่ปุ่นที่ถูกน้ำท่วม นอกจากนี้ ยังจะออกวีซ่าให้คนไทยที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่น ไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 6 เดือน ระหว่างรอการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรม

“เมื่อ เร็วๆ นี้ผมไปอินเดีย นายกรัฐมนตรีอินเดียได้เสนอให้ความช่วยเหลือ โดยจะส่งทีมบริหารจัดการภัยพิบัติ ที่เคยไปช่วยเหลือประเทศญี่ปุ่นช่วงเกิดสึนามิมาช่วยประเทศไทย ทางท่านนายกฯ กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะขอรับการช่วยเหลือหรือไม่” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

พ.ต.ท. ทักษิณกล่าวว่า วันนี้ประเทศชาติเกิดภัยพิบัติ เป็นโอกาสที่คนไทยต้องหาทางหันหน้าเข้าหากัน ห่วงใยประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก อยากให้นักการเมืองทุกฝ่าย ไม่ส่งเสียงทางการเมือง ช่วยกันแก้ปัญหามากกว่า และสาเหตุที่น้ำท่วมครั้งนี้เพราะน้ำมามาก และพื้นที่กว้าง ข้าราชการไม่เคยเจอ จึงต้องใช้เวลาในการตั้งตัว

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 2:39 pm

น้ำทะลัก‘ปู’เบลอ ‘พฤศจิกายน’เริ่มจะดีขึ้น‘ศปภ.’เผ่นปักหลัก‘ปตท.’

  ชาตินี้น้ำก็ไม่ลด! “ปูหนูไม่รู้” เบลอหนัก แจ้งข่าวดี เร่งระบายน้ำถึง 5 พฤศจิกายน เอาไม่อยู่แล้ว ศปภ.โบกธงไอ้เสือถอย   ร่นไปยืนรอที่แยกลาดพร้าว ใช้กระทรวงพลังงานเป็นฐานที่มั่นใหม่ มั่นใจคราวนี้ “เอาอยู่”  ผู้ว่าฯ กทม.ส่งสัญญาณเตือน เขตลาดพร้าว จตุจักรและวังทองหลางระวังตัว ขณะที่กรุงเทพฯ ตะวันออกเริ่มจมแล้ว กระเทือนไปทั่ว วัดพระศรีมหาธาตุฯ งดเผาศพ เปิดแผนสู้มหาอุทกภัย ล้มแนวคิดตัดถนนหันมาลอกคลองแทน

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 11:33 am

ลุยกองทุนหมู่บ้านใช้เงินเอสเอ็มแอล

นายนที ขลิบทอง ผอ.สำนักงานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (สทบ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ สทบ. เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติแนวทางการจัดสรรงบประมาณในโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่ บ้านและชุมชน (เอสเอ็มแอล) และการเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้าน หลังจากที่ประชุม ครม. เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการแล้ว 6,000 ล้านบาท สำหรับ 16,000 หมู่บ้าน คาดว่าจะจัดสรรเงินในงวดแรกได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินการอีก 30,000 หมู่บ้านนั้น คาดว่าจะจัดสรรได้ทั้งหมดในเดือน ก.พ.-มี.ค. 55

ทั้งนี้โครงการเอสเอ็มแอล นั้น หมู่บ้านขนาดเล็กจะได้รับการจัดสรร 300,000 บาท, หมู่บ้านขนาดกลางจะได้รับการจัดสรร 400,000 บาท และหมู่บ้านขนาดใหญ่จะได้รับการจัดสรร 500,000 บาท ซึ่งจะจ่ายขาด เพื่อนำไปใช้ในการฟื้นฟูชุมชน ฟื้นอาชีพ.

ไทยรัฐออนไลน์

ลุยกองทุนหมู่บ้านใช้เงินเอสเอ็มแอล

พร้อมเทกระจาดลงพื้นที่ ก.พ.55 หวังช่วยฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลด

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่ง ชาติว่า ที่ประชุมมีมติให้การช่วยเหลือหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่ประสบอุทกภัย โดยใช้งบประมาณกลาง 6,000 ล้านบาท จัดสรรไปยังหมู่บ้านและชุมชนรวม 16,000 แห่ง ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน หรือเอสเอ็มแอล โดยหมู่บ้านขนาดเล็กจะได้รับการจัดสรร 300,000 บาท, หมู่บ้านขนาดกลางจะได้รับการจัดสรร 400,000 บาท, และหมู่บ้านขนาดใหญ่จะได้รับการจัดสรร 500,000 บาท ในลักษณะของการจ่ายขาด เพื่อนำไปใช้ในการฟื้นฟูบูรณะสาธารณสมบัติของชุมชน และพลิกฟื้นอาชีพของประชาชน โดยไม่ต้องใช้เงินคืนให้กับรัฐบาล โดยจะให้สิทธิ์แก่หมู่บ้านในพื้นที่ประสบอุทกภัยหนักได้รับการจัดสรรงบใน ส่วนนี้ก่อน คาดว่าเงินจะถึงหมู่บ้านในช่วงประมาณเดือน ก.พ.2555 หลังพระราชบัญญัติงบประมาณ 2555 ผ่านสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว

ด้านนายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (สทบ.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ มีมติอนุมัติในหลักการการเพิ่มทุนของกองทุนหมู่บ้านระยะแรกวงเงิน 40,000 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินการในปีงบประมาณปี 2555 ส่วนที่เหลืออีก 40,000 ล้านบาท จะจัดสรรภายในปีงบประมาณ 2556

ส่วนแนวทางการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านปี 2555 จะเน้นหมู่บ้านที่มีความพร้อมและมีทิศทางทำงานที่ชัดเจน เช่น การปล่อยสินเชื่อเพื่อสร้างงานสร้างอาชีพ ขณะที่พื้นที่ที่ประสบอุทกภัยจะได้รับการจัดลำดับความสำคัญในการเพิ่มทุน เป็นอันดับแรกๆ แต่ต้องเป็นกองทุนที่มีความพร้อม นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติขยายระยะเวลาการจดทะเบียนกองทุนหมู่บ้านที่ยังไม่จด ทะเบียนเป็นนิติบุคคลที่เหลืออยู่อีก 2,510 กองทุน โดยจะเข้าไปสนับสนุนเป็นรายกองทุนเพื่อให้กองทุนทั้งหมดจดทะเบียนเป็น นิติบุคคลได้ภายในสิ้นปี 2555.

 

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 11:29 am

เพราะน้ำท่วม จึงทำให้รู้ถึง…..?

เพราะน้ำท่วม ทำให้รู้ทางไหลของน้ำและรู้ว่าน้ำท่วมที่ไหนบ้าง

เพราะน้ำท่วม ทำให้รู้ว่าการมีบ้านถูกน้ำท่วมต้องมีชีวิตยากลำบากมากแค่ไหน

เพราะน้ำท่วม ทำให้บนถนนทางด่วนใช้เป็นที่จอดรถก็ได้

เพราะน้ำท่วม ทำให้คนไทยรู้ว่าประมาทเรื่องน้ำหลากไม่ได้อีกแล้ว

เพราะน้ำท่วม ทำให้คนไทยเดือดร้อนไปทั่วประเทศ แม้บางคนน้ำไม่ท่วมบ้าน แต่ก็พลอยเดือดร้อนไปด้วย

เพราะน้ำท่วม ทำให้รู้ว่าต่อไปนี้ควรสร้างบ้านอย่างไรอยู่ และจะซื้อบ้านที่ไหน ที่น้ำท่วมไม่ถึง

เพราะน้ำท่วม ทำให้ของกินราคาแพงขึ้นพรวด พราด และบางอย่างขาดตลาด

เพราะน้ำท่วม ทำให้เห็นบทบาทของกระสอบทรายว่ามีประโยชน์มากเหลือเกิน

เพราะน้ำท่วม ทำให้เห็นความสำคัญของน้ำดื่มและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

เพราะน้ำท่วม ทำให้ยารักษาโรคผิวหนังและไฟ ฉายมีความจำเป็นขึ้นมาโดยฉับพลัน

เพราะน้ำท่วม ทำให้มีปลาชุกชุม แม้บนถนนหลวงก็มีปลาให้ชาวบ้านได้ทอดแห

เพราะน้ำท่วม ทำให้ปลากระดี๋กระด๋าร่าเริงไปกับสายน้ำ

เพราะน้ำท่วม ทำให้มีจระเข้อาศัยอยู่ตามคลองธรรมชาติอีกครั้งหนึ่ง

เพราะน้ำท่วม ทำให้คนในครอบครัวสามัคคีกันมากขึ้น

เพราะน้ำท่วม ทำให้คนที่มีบ้านถูกน้ำท่วมได้เปลี่ยนบรรยากาศ ตอนหนีไปอยู่ที่อื่น

เพราะน้ำท่วม ทำให้เห็นน้ำใจคนไทยที่ไม่ทิ้งกัน

เพราะน้ำท่วม ทำให้รู้ว่าเศรษฐีของไทยคนไหนบ้างที่ใจดี ไม่ขี้เหนียว

เพราะน้ำท่วม ทำให้อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เงียบผิดปกติ

เพราะน้ำท่วม ทำให้รู้ว่ายังมีคนไทยที่เลว ๆ อยู่ไม่น้อยที่คอยซ้ำเติมคนเดือดร้อน

เพราะน้ำท่วม ทำให้รู้ถึงสันดานของนักการเมืองบางคนที่ถือโอกาสเอาของบริจาคมาติดป้ายหาเสียงของตัวเอง

เพราะน้ำท่วม ทำให้ช่างก่อสร้างมีงานทำมากขึ้นตอนหลังน้ำลด

เพราะน้ำท่วม ทำให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แก่เร็ว และมีสิวเพิ่มขึ้นอีกหลายเม็ด

เพราะน้ำท่วม ทำให้รัฐบาลทำงานหนักกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะแค่สู้กับน้ำท่วมอย่างเดียวก็จะไม่มีเวลาคิดทำอย่างอื่น ๆ

เพราะน้ำท่วม ทำให้ได้เห็นฝีมือของรัฐบาลชุดนี้ว่ามีความสามารถแค่ไหน

เพราะน้ำท่วม ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่จำเป็นต้องทำตามนโยบายประชานิยมที่หาเสียงไว้กับ ประชาชนทุกข้อ เพราะถ้าข้อใดทำไม่ได้คนที่เลือกพรรคเพื่อไทยคงจะให้อภัย

เพราะน้ำท่วม ทำให้การรับจำนำข้าวของรัฐบาลไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะชาวนาไม่มีข้าวจะจำนำ และบางรายอย่าว่าจะจำนำเลยอาจไม่มีข้าวไว้กินด้วย

เพราะน้ำท่วม ทำให้นโยบายยกเว้นภาษีรถคันแรก และบ้านหลังแรกเงียบเหงาสนิท

เพราะน้ำท่วม ทำให้รัฐบาลอาจจะเปลี่ยนนโยบายจากรถคันแรกเป็นเรือลำแรกแทน

เพราะน้ำท่วม ทำให้เมืองไทยต้องถอยหลังไปอีกหลายก้าว

เพราะน้ำท่วม ทำให้นักการเมืองและข้าราชการผู้ใหญ่บางคนรวยขึ้นอีก เพราะหลังน้ำลดจะต้องใช้เงินก้อนมหึมาจ้างผู้รับเหมาบูรณะประเทศ

เพราะน้ำท่วม ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องปรับแผนงานใหม่ทั้งหมดหลังน้ำลด

เพราะน้ำท่วม ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่เสียดายที่พ่ายแพ้เลือกตั้งครั้งที่แล้ว จนไม่ได้เป็นรัฐบาล

เพราะน้ำท่วม ทำให้นักการเมืองเล่นการเมืองน้อยลง แล้วหันมาร่วมไม้ร่วมมือกันเพื่อผลักดันน้ำให้ไหลลงทะเลโดยเร็ว

เพราะน้ำท่วม ทำให้ได้เห็นว่า ทหารนั้นไม่ได้มีไว้ปฏิวัติอย่างเดียว แต่ยังสามารถช่วยเหลือประชาชน ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี

เพราะน้ำท่วม ทำให้ผู้หญิงได้นุ่งกางเกงขาสั้นตามแฟชั่นได้ทั้งวัน หรือถ้ามองอีกมุมเหตุที่มีน้ำท่วมเกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งนี้อาจเป็นเพราะ ผู้หญิงชอบนุ่งกางเกงขาสั้นมากเกินไปก็ได้

เพราะน้ำท่วม ทำให้ผมสบาย เพราะไม่ต้องเขียนเรื่องอื่น ๆ เลย นอกจากเขียนแต่เรื่องน้ำท่วม.

ไมตรี ลิมปิชาติ

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 11:22 am

โพลล์ตบหน้า รบ.สอบตกแก้น้ำท่วม

โพลล์ตบหน้า รบ.สอบตกแก้น้ำท่วม

เอแบคโพลล์ ชี้ประชาชนให้โอกาส “ยิ่งลักษณ์” แก้ปัญหาน้ำท่วม แต่ความเชื่อมั่นแก้ปัญหายังสอบตก

เมื่อ วันที่ 30 ต.ค. เอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง ความทุกข์ ความเสียสละ และการให้โอกาสรัฐบาลทำงานแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วม กรณีศึกษาประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,457 ตัวอย่าง ค่าความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 28 – 29  ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.4 รู้สึกเบื่อหน่าย เครียดและวิตกกังวลเป็นความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นในช่วงภัยพิบัติน้ำท่วม รองลงมาคือร้อยละ 76.9 ระบุไม่สะดวกในการเดินทาง ร้อยละ 66.8 ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 58.5 อาหาร น้ำสะอาด ยารักษาโรคมีไม่เพียงพอ และร้อยละ 38.9 กำลังขาดรายได้

เมื่อถามถึงการรับรู้ต่อการสื่อสารการทำงานแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมของ รัฐบาลผ่าน ศปภ. ภายหลังปรับเปลี่ยนการทำงานของทีมโฆษก ศปภ. พบว่า ร้อยละ 54.5 ระบุดีขึ้น แต่ร้อยละ 34.2 ระบุเหมือนเดิมและร้อยละ 11.3 ระบุแย่ลง ตามลำดับ ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.8 ไม่ประสงค์จะอพยพหรือเดินทางออกต่างจังหวัดเพื่อหนีภัยน้ำท่วม เพราะ เป็นห่วงบ้าน ทรัพย์สิน / ไม่ปลอดภัย ไม่สะดวก มีคนเจ็บ คนชราและเด็กเล็กต้องดูแล และไม่มีที่จะไป ไปแล้วก็ลำบาก สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากขึ้นไปอีก เป็นต้น

ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.9 ระบุความช่วยเหลือของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐต่อประชาชนผู้ประสบภัยไม่ทั่ว ถึง อย่างไรก็ตามร้อยละ 61.9 ยังให้โอกาส น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมต่อไป แต่สิ่งที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรี สั่งการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเร่งด่วน พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.3 ปรับปรุงการทำงานของตำรวจ ไฟฟ้า น้ำประปา เป็นการเร่งด่วน รองลงมาคือ ร้อยละ 70.2 ช่วยเหลือให้ทั่วถึง ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ช่วยเฉพาะกลุ่มหัวคะแนนของตน ร้อยละ 68.4 แก้ปัญหาสินค้าราคาแพง ขาดตลาด ร้อยละ 65.0 ติดตามจับกุมมิจฉาชีพ คนร้ายลักทรัพย์ประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติให้ได้ ร้อยละ 61.5 เรียกร้องให้ปรับปรุงการทำงานของศูนย์ฮอทไลน์ให้ความช่วยเหลือประชาชนด้าน ต่างๆ ร้อยละ 58.1 ลงพื้นที่เข้าถึงชาวบ้าน และร้อยละ 52.4 แก้ปัญหาขาดรายได้ การประกอบอาชีพของประชาชน ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม สิ่งดีๆ ที่ประชาชนพบเห็นในภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.4 ระบุความช่วยเหลือเกื้อกูล ความมีน้ำใจของคนในชาติ รองลงมาคือร้อยละ 76.3 ความเสียสละ ร้อยละ 73.5 ความอดทน ร้อยละ 70.9 ความสามัคคี และร้อยละ 69.5 ความรักและการแบ่งปัน ตามลำดับ นอกจากนี้ประชาชนร้อยละ 40.6 เริ่มมีความเชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 22.8 เชื่อมั่น ร้อยละ 23.9 ไม่ค่อยเชื่อมั่น และร้อยละ 12.7 ไม่เชื่อมั่น ตามลำดับ.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 11:19 am

“ประชา”เล็งเพิ่มวันหยุด

“ประชา” โยนนายกฯ เคาะวันหยุดเพิ่ม ยันประปาฝั่งธนฯ จ่ายน้ำได้ตามปกติแล้ว แนะต้มก่อนดื่มเพื่อ

เมื่อ เวลา 09.30 น. วันที่ 30 ต.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุกทภัย (ศปภ.) พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศปภ. กล่าวถึงข้อเสนอให้รัฐบาลขยายวันหยุดราชการเพิ่มเติม ว่า ได้นำเรียนเสนอนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกรัฐมนตรีที่จะตัดสินใจ ทั้งนี้ในการประชุม ศปภ.วันนี้ คงจะหารือเรื่องนี้กันอีกครั้ง และต้องนำเข้าที่ประชุม ครม.ก่อน

พล.ต.อ.ประชา ยังกล่าวถึงปัญหาการผลิตน้ำประปาในโรงผลิตมหาสวัสดิ์ ว่า ขณะนี้ได้ซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปาได้ตามปกติแล้วจำนวน 9 แสน ลบ.ม.ต่อวัน และพร้อมจ่ายน้ำให้ประชาชนย่านฝั่งธนบุรีใช้ได้ตามปกติ แต่ก็มีปัญหาใหม่เกิดขึ้นตามมา เนื่องจากมีน้ำล้นที่คันกั้นน้ำริมคลองส่งน้ำการประปานครหลวง บริเวณชุมชนวัดนาวง ต.หลักหก จ.ปทุมธานี ซึ่งกำลังเร่งซ่อมแซมอยู่ ส่วนปัญหาที่คน กทม.เป็นห่วงคุณภาพน้ำประปา ที่มีกลิ่นเหม็นนั้น ทางผู้ว่าการการประปานครหลวง ยืนยันว่าน้ำประปายังปลอดภัย แต่อยากแนะนำว่าถ้าจะให้ดีประชาชนควรนำน้ำมาต้มก่อนบริโภค.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 12:05 am

อัดฉีด1ล้านล.กู้ชาติหลังน้ำลด

คลังเปิดแผนเยียวยา-ฟื้นฟูวิกฤติน้ำท่วมเมือง ระบุ6 เดือนหลังน้ำลด เร่งซ่อมแซม-สร้างบ้าน-สร้างถนนใหม่  ระยะสองอีก 1 ปี ลงทุนซ่อมแซมสถานที่ขนาดใหญ่ ส่วนระยะสามใน 4 ปี

มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน-การจัดการน้ำทั้งระบบ รวม 5 ปีใช้งบกว่าล้านล้านบาท  ล่าสุดเตรียมเข็นออมสิน-แบงก์รัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ  พร้อมหนุนบลจ.เอ็มเอฟซีฯ อุ้มเอกชนฝ่าวิกฤติ อัดฉีดเงินร่วมลงทุน 1 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า  จากวิกฤติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นขณะนี้ ทั้งรัฐบาลและสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐจะต้องเร่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ในระยะสั้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังน้ำลดประชาชนที่ต้องการเงินสดเพื่อใช้จ่าย เบื้องต้นได้หารือปลัดกระทรวงการคลังแล้ว   โดยอาจจะใช้ในรูปแบบเดียวกับ ช่วงที่เกิดสึนามิ ที่จังหวัดภูเก็ต โดยที่ธนาคารออมสินตั้งโต๊ะเปิดให้ประชาชนกู้เงินแทนที่จะปล่อยให้ประชาชนไป กู้เงินนอกระบบ โดยออมสินยอมเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)
ขณะเดียวกันยังหาช่องทบทวนการใช้เครื่องมือทางการเงินและเครื่องมือทางการ คลังผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเพื่อช่วยให้ทันในช่วง 3เดือนที่เหลือ  หลังจากการขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์คิดดอกเบี้ย 0%ให้กับลูกค้ารายย่อยที่ประสบอุทกภัยนั้นมีความเป็นไปได้ยาก  เหตุธนาคารพาณิชย์มีต้นทุนทางการเงินสูง  และกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ภายใต้พ.ร.บ.ใหม่ธปท.นั้นไม่สามารถออก วงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ประสานงานกับคลังจังหวัดเข้าไปสำรวจและประเมินความเสียหาย 3จังหวัดคือ เชียงใหม่  พิษณุโลก และอยุธยา จากที่ผ่านมาประเมินความเสียหายจากภัยน้ำท่วมครั้งนี้เท่ากับ 1 แสนล้านบาท หรือความเสียหายต่อจีดีพีสิ้นปีที่ 1% อีกทั้งได้พิจารณาที่จะใช้กองทุนร่วมทุนหรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) โดยมีวงเงินเริ่มต้น 10,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ จากภัยน้ำท่วมครั้งนี้  เช่น กลุ่มโรงแรมและโรงงานอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกันกระทรวงการคลัง ยังได้เตรียมแผนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลังน้ำลดโดยแบ่งเป็น   3 ระยะ ได้แก่  ระยะแรก ช่วง 6 เดือนทันทีหลังน้ำลด ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 1.3 แสนล้านบาทซึ่ง เป็นเงินกู้ขาดดุลที่เพิ่มขึ้น 50,000 ล้านบาท และจากการตัดงบประมาณรายจ่ายประจำ 10% ของแต่ละกระทรวงอีก 80,000 ล้านบาท
สำหรับการแก้ไขความเสียหายและช่วยเหลือเร่งด่วน เช่น การบาดเจ็บล้มตาย ความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน ให้ดำเนินชีวิตต่อไปได้ อาทิ บ้านที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการ หรือถนน โดยผ่านเครื่องมือทางการเงิน การสนับสนุนสินเชื่อผ่านธนาคารของรัฐ ซึ่งขณะนี้ทางกระทรวงการคลังได้สั่งการไปแล้ว เช่น สินเชื่อดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 3 เดือน ขณะที่สถาบันการเงินพาณิชย์ จะช่วยได้เฉพาะการผ่อนปรนดอกเบี้ยได้เท่านั้น เพราะมีต้นทุนทางการเงินที่สูง
นอกจากนี้ธนาคารของรัฐ ยังมีความจำเป็นต้องใช้ระบบเงิน สนับสนุนสินเชื่อให้คนมีรายได้ หรือเป็นการตั้งโต๊ะแจกเงินกู้ ยอมเป็นเอ็นพีแอลโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นชาวนา 1 ล้านครอบครัว และแรงงาน 2.4 แสนคน จะต้องไปอาศัยเงินกู้นอกระบบเป็นจำนวนเงินมหาศาล
ส่วนระยะที่สองนั้น เป็นการลงทุนซ่อมสถานที่ขนาดใหญ่ที่เสียหาย(ช่วงเวลาอีก 1ปี) ได้แก่ โรงเรียน วัด ถนนใหญ่ ระบบการสื่อสาร ซึ่งมีความจำเป็นต้องออกแบบใหม่  และระยะที่สามเป็นการลงทุนวางระบบบริหารจัดการน้ำใหม่ และลงทุนวางระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่(ช่วงเวลาอีก 4 ปี)  โดยทั้งระยะที่สอง และสาม เป็นการลงทุนระบบใหม่ทั้งหมดซึ่งรวมถึงการจัดการน้ำและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภา พัฒน์(สศช.)ควรเป็นเจ้าภาพ เพราะต้องมีองค์กรหลักดูแลในรูปแบบคณะกรรมการระดับชาติ หรือกระทรวงน้ำ ในแง่ของการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้เกิดผลความสำเร็จ
สำหรับงบประมาณทั้งในระยะที่สองและสามนั้น  แหล่งข่าวกล่าวว่า ในช่วง 5 ปีจะต้องใช้เม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้นล้านล้านบาท  ซึ่งในส่วนของการลงทุนบริหารจัดการน้ำจะใช้วงเงินประมาณ 4.2 -5  แสนล้านบาท โดยจำเป็นต้องใช้เงินกู้รัฐบาล  ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการต้องตัดสินใจว่าจะกำหนด พ.ร.ก. กู้เงิน เป็นจำนวนเท่าไหร่ ส่วนทางด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีกประมาณ 5 แสนล้านบาท จะเป็นการใช้เงินจากการร่วมทุนของภาครัฐและเอกชนหรือ พีพีพี (PPP)
อย่างไรก็ดีในเบื้องต้นถ้าหากปีนี้ประเมินความเสียหายเต็มที่ 4% ของจีดีพี ดังนั้นรัฐบาลมีความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก.  กู้เงินเต็มที่ 4 แสนล้านบาท สำหรับการฟื้นฟูทั้ง 3 เฟส มองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและไม่ได้กระทบต่อฐานะการคลัง  เนื่องจากเกินดุลบัญชีเดินสะพัดปีนี้ อยู่ที่ 3.9 -4 แสนล้านบาท เพราะสัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็น 44% จากปัจจุบัน 40% ก็ไม่เกิดสัดส่วน 60% ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายบริหารหนี้สาธารณะ

Tags:
comments Comments (0)    -
October 30th, 2011 at 12:00 am

ญี่ปุ่นปรับลดเงินเดือนของนายกฯ-รมต.เพื่อใช้เป็นทุนในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติของประเทศ

ญี่ปุ่นปรับลดเงินเดือนของนายกฯ-รมต.เพื่อใช้เป็นทุนในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยพิบัติของประเทศ

คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นชุดนายกรัฐมนตรีโยชิฮิโกะ โนดะได้อนุมัติให้ปรับลดเงินเดือนของนายกรัฐมนตรีลง 30% และเงินเดือนคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยลง 20% เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป เพื่อใช้เป็นทุนในการฟื้นฟูประเทศในพื้นที่ประสบภัยพิบัติเมื่อเดือนมีนาคม
ทั้งนี้  การปรับลดเงินเดือนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของร่างกฎหมายปรับลดเงินเดือนข้า ราชการโดยเฉลี่ยลง 7.8% ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2557 ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะจ่ายเงินเดือนที่ต่ำลงล่วงหน้าเพื่อแสดงจุดยืนในการลดค่า ใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูประเทศ

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 29th, 2011 at 11:51 pm

ภาพจากหนังสือพิมพ์สยามรัฐ

“ชวน”เลี้ยงอาหารปักษ์ใต้

นายชวน หลีกภัย ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ได้เดินทางไปเปิดครัวปักษ์ใต้อาสาช่วยคนน้ำท่วม ที่ศูนย์หลักสี่ของนายสกลธี ภัทธิยกุล พร้อมกับไปทักทายกับคนสูงอายุให้กำลังใจซึ่งกันและกันพร้อมกับสอนเด็ก ๆ ที่อยู่ในศูนย์พักพิงที่วัดหลักสี่

น้ำล้อมโรงพิมพ์สยามรัฐ

บรรยากาศน้ำท่วมบริเวณหน้าบริษัทสยามรัฐ จำกัด (โรงพิมพ์) ย่านสะพานพระราม 8 โดยพนักงานเร่งวางกระสอบทรายกั้นน้ำเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน (วัชรินทร์ กลิ่นมะลิ-ภาพ)

กรุงเทพฯวันนี้

ปริมาณน้ำได้เอ่อเข้าท่วมพื้นที่หลายแห่ง เกือบทั่วกรุงเทพฯ ส่งผลให้ถนนทุกสายถูกน้ำท่วมอย่างหนัก เด็ก ๆ หลายคนออกมาเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน

เครื่องบินใกล้จมน้ำ

บรรยากาศภายท่าอากาศยานดอนเมืองและเป็น ที่ทำการของ ศปภ.ซึ่งได้ปิดตัวลงและจะย้ายไปอยู่ตึกของการปิโตเลี่ยมแห่งประเทศไทย(ปตท.) ถนนวิภาวดีรังสิตเนื่องจากน้ำได้ในถนนวิภาวดีรังสิตได้ล้นกำแพงและแนวกั้นเข้าไปท่วมภายใน

ใต้สะพานพระราม 8

ชาวบ้านในพื้นที่ใต้สะพานพระราม 8 ต้องใช้กล่องโฟมในการสัญจร เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูงขึ้น กว่า 80-90 เซนติเมตร (วัชรินทร์ กลิ่นมะลิ-ภาพ)

 

Tags:
comments Comments (0)    -
October 29th, 2011 at 11:41 pm

รื้อประตูน้ำคลอง10-12 ได้ผล/น้ำลงทะเลเร็วกว่า5แสนคิว

หนองจอกเริ่มแห้ง เตรียมเสนอรัฐรื้อเพิ่มคลอง 8-9 เร่งระบายได้มากขึ้น

เมื่อวันที่ 29 ต.ค.54 นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม.เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฝั่ง ตะวันออก โดยเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ปทุมธานีว่า จากที่กทม.ได้เสนอรัฐบาลขอรื้อประตูระบายน้ำคลอง 10, 11 และ 12 ในพื้นที่เขตหนองจอก เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่คลองแสนแสบออกแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งเพิ่มเครื่องสูบน้ำที่สถานีสูบน้ำคลอง 12 เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำบางปะกง ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วในเช้าวันนี้

ทั้งนี้ ทั้ง 2 จุดดังกล่าวสามารถเพิ่มการระบายน้ำได้ 550,000 คิว โดยน้ำในพื้นที่รอบบริเวณเริ่มแห้งแล้ว และในวันพรุ่งนี้ (30 ต.ค.54) กทม.เตรียมเสนอรัฐบาลรื้อประตูระบายน้ำคลอง 8 และ 9 เพิ่มเพื่อเร่งระบายน้ำได้มากขึ้น

Tags:
comments Comments (0)    -
October 29th, 2011 at 9:57 am

นายทุน-ปชช.แห่ซื้อที่ดินภาคเหนือ หวังหนีน้ำท่วมซ้ำซาก-ส่งผลราคาดีดพุ่งสูงขึ้น

นายทุน-ปชช.แห่ซื้อที่ดินภาคเหนือ หวังหนีน้ำท่วมซ้ำซาก-ส่งผลราคาดีดพุ่งสูงขึ้น

พะเยา – นายหัน เตวิน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกล้วย อ.ภูซาง จ.พะเยา เปิดเผยว่ากระแสของบุคคลนอกพื้นที่มาสอบถาม เพื่อขอซื้อที่ดินใน ต.ทุ่งกล้วย ตอนนี้มีมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลางที่ถูกน้ำท่วม ทำให้มีประชาชนต้องการย้ายมาสร้างบ้านอยู่อาศัยในภาคเหนือ เพื่อหนีปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการหาซื้อสวนยาง เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยระยะยาวในอนาคต ซึ่งจากการสำรวจราคาที่ดินพบว่ามีราคาแตกต่างกันไปแต่ละประเภท อาทิ ที่ดินมีโฉนดปลูกยางพาราแล้ว ไร่ละไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือส.ป.ก. ปลูกยางพาราแล้วไร่ละไม่ต่ำกว่า 80,000 บาท ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับระยะเวลาการปลูกยางพาราด้วย

นายหันกล่าวอีกว่า สำหรับที่ดินใน ต.ทุ่งกล้วย ขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการขายให้บุคคลนอกพื้นที่ ซึ่งหากจะขายก็ขายให้กับชาวบ้านในทุ่งกล้วยด้วยกันเท่านั้น บุคคลภายนอกพื้นที่ที่มาอาศัยอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มากับลูกเขยหรือ สะใภ้ของคนในหมู่บ้านเท่านั้น โดยที่ผ่านมาประมาณปี 2535 มีนายทุนนอกพื้นที่มาซื้อที่ดินและมีเอกสารสิทธิครบ ทำให้ในหมู่บ้านมีบุคคลภายนอกไม่กี่รายที่มาซื้อและปักหลักครอบครัวอยู่ที่ ทุ่งกล้วย ซึ่งในปัจจุบันจะไม่มีที่ดินขายให้ผู้ใดอีกแล้ว นอกจากนี้ ยังทราบความเคลื่อนไหวว่าพื้นที่ตำบลข้างเคียงใน อ.ภูซาง และอำเภออื่นๆ มีคนจากต่างจังหวัด ซึ่งมีบ้านอยู่ในพื้นที่ถูกน้ำท่วมมาติดต่อขอซื้อที่ดิน เพื่อปลูกบ้านจำนวนมากเช่นกัน

นายสมาน บัวจ้อย หมู่ 9 ต.อ่างทอง อ.เชียงคำ เปิดเผยว่า สำหรับที่ดินซึ่งเป็นที่นาข้าวในทุ่งลอ มีนายทุนนอกพื้นที่ให้ความสนใจมาติดต่อซื้ออยู่ไม่ขาด ราคาที่นายหน้าติดต่อซื้อขายกันไร่ละไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท โดยเป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิ แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ขาย เพราะที่นาหรือที่ดินมีความสำคัญกับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะต้องการสืบทอดให้ลูกหลานในครอบครัวดูแลต่อไป เนื่องจากหากไม่มีที่ดินทำกินหรืออยู่อาศัยอาจจะต้องไปเป็น ผู้อาศัยหรือรับจ้าง ซึ่งจะทำให้ลำบากในอนาคต ดังนั้น ถึงจะมีใครมาติดต่อขอซื้อในราคาที่แพงอย่างไร ก็ต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจขาย.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 29th, 2011 at 9:35 am

แห่หนีต่างจังหวัด

๐ คนกรุงแย่งกันออกต่างจังหวัด รถติดยาว ขณะที่น้ำไล่หลังมาติดๆ ฝั่งตะวันตกระทมหนัก น้ำข้ามถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี จับมือหนุนถล่มฝั่งธนฯ กทม.ฝั่งใต้ระทึก! พนังย่านพระโขนงแตก น้ำทะลักสุขุมวิท 50 จม ขณะที่ ศปภ.วิกฤติ น้ำยังขึ้นไม่หยุด คาดย้ายรังใหม่ไปตึก ปตท. สร้างแนวต้านใหม่ที่แยกลาดพร้าว ทำเนียบฯ สร้างบังเกอร์ให้ ครม.อพยพจากดอนเมืองประชุมอังคารนี้ กทม.จี้รัฐบาลเร่งเดินเครื่องสูบน้ำฝั่งตะวันออกให้ครบ 100% หกวา-สายไหม ลุ้นนาทีต่อนาที หลังน้ำยกระดับขึ้นเรื่อยๆ จวนตัวแล้ว “ปู” อ้าแขนรับ “มาร์ค” แต่ยังไร้ข้อสรุปขุดถนน 5 สาย “จาตุรนต์” หวดวิกฤติแน่ เร่งขนคนออกเร็วๆ

    เมื่อวันศุกร์ ยังมีบรรยากาศของความโกลาหลในกรุงเทพมหานคร เมื่อประชาชนจำนวนมากแห่กันเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อหนีน้ำท่วม ตามคำแนะนำของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ตามสถานีขนส่งไม่ว่าจะเป็นหมอชิต เอกมัย และสายใต้ คลาคล่ำไปด้วยผู้คน เช่นเดียวกับสนามบินสุวรรณภูมิที่เนืองแน่นกว่าปกติ

    ส่วนถนนสายหลัก ไม่ว่าจะเป็นพระราม 2 เพชรเกษม ซึ่งเป็นสายทางหลักลงสู่ภาคใต้ มีรถติดยาวในขาออกตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถเดินทางไปภาคเหนือได้นั้น การจราจรติดขัดอย่างหนัก ส่วนเส้นทางสู่ภาคตะวันออก เส้นบางนา-ตราดและมอเตอร์เวย์ติดขัดเช่นกัน

    ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่บีบให้คนกรุงทิ้งบ้านนั้น ได้สร้างความตึงเครียดสำหรับประชาชนในส่วนที่ยังไม่อพยพมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อ น้ำในด้านตะวันตกของกรุงเทพฯ กลืนถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี เกือบตลอดเส้นทางแล้ว และเริ่มทะลักเข้าชุมนุมตั้งแต่แนวตลิ่งชันไปจนถึงพุทธมณฑลสาย 5  เพราะคลองมหาสวัสดิ์แทบไม่มีสภาพเป็นคลองแล้ว

    พื้นที่เขตตลิ่งชัน ย่านถนนสวนผัก บริเวณใต้สะพานข้ามแยกสวนผักราชพฤกษ์ โกลาหลกันตั้งแต่เมื่อกลางดึกคืนวันพฤหัสบดี ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านบางส่วนต้องลอยคอออกจากบ้าน

           สภาพการจราจรถนนบรมราชชนนีขาเข้าและขาออกตั้งแต่แยกกาญจนาภิเษกต่อเนื่องสาย ใต้ใหม่ และทางคู่ขนานลอยฟ้ามุ่งหน้าสะพานพระราม 8 นั้น มีปริมาณรถน้อยกว่าทุกวัน เหตุเพราะน้ำท่วมขังบนถนนบรมราชชนนีช่วงศาลายา พุทธมณฑลสาย 3 ไม่สามารถผ่านไป-มาได้ ขณะที่เชิงสะพานปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรี ถนนอรุณอัมรินทร์ ยังคงท่วมสูงอยู่

    ส่วนบริเวณถนนราชวิถี จากสะพานกรุงธนมุ่งหน้าไปถึงแยกบางพลัด ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 20 ซม. รถเล็กสัญจรลำบาก  ถนนจรัญสนิทวงศ์ยังคงท่วมสูง หน้าบ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา ผู้สนับสนุนพรรคชาติไทยพัฒนา ท่วมประมาณน่องแล้ว ส่วนบ้านจันทร์ส่องหล้าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ สูงเกือบ 1 เมตร

    สำหรับอิทธิพลน้ำขึ้นน้ำลงยังส่งผลให้ชุมชนบริเวณริมแม่น้ำถูกน้ำท่วมวันละ 2 ครั้ง ไปจนถึงสิ้นเดือน โดยช่วงเช้าพื้นที่ผิวการจราจรรอบสนามหลวง โดยเฉพาะบริเวณหน้าศาลฎีกา ระดับน้ำสูงถึง 30 ซม.จากพื้นที่ผิวถนน ส่วนพื้นที่โดยรอบวัดพระแก้วขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออกอย่างเร่งด่วน โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารดูแลอย่างใกล้ชิด

เยาวราชจม
     ล่างลงไปพบว่าน้ำเริ่มทะลักไกลเข้าไปถึงย่านเยาวราชแล้ว  ซึ่งจากเดิมท่วมริมแม่น้ำไม่ไกลนัก และพบจุดเสี่ยงใหม่ๆ คือเขตพระโขนง น้ำได้เข้าท่วมเช่นกัน เหตุเพราะพนังกั้นน้ำบริเวณลานสมาคมหิมะทองคำพังลงเป็นแนวยาวกว่า 10 เมตร ส่งผลให้มีน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่เขตคลองเตยและเขตพระโขนงบางส่วน เช่น ที่ซอยสุขุมวิท 50 แต่ได้มีการซ่อมเสร็จก่อนที่น้ำจะขึ้นในช่วงเย็น

    พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เผยว่า กองทัพเรือเตรียมพร้อมรับผิดชอบและดูแลวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งถุงทราย อิฐชนิดพิเศษ เพื่อกั้นพื้นที่ชั้นในโรงพยาบาลศิริราช ส่วนชั้นนอกจะใช้กระสอบทรายเสริมความมั่นคงและเสริมฐานไว้ ตลอด โดยบริเวณชั้นในซึ่งเป็นสถานที่สำคัญ เช่น อาคารเฉลิมพระเกียรติได้มีการเตรียมไฟฟ้าฉุกเฉินไว้ ส่วนตึกอื่นๆ ทางการไฟฟ้านครหลวงได้เดินสายไฟทางอากาศ เข้าเชื่อมต่อทั้ง 11 ตึกของโรงพยาบาล ทั้งนี้เชื่อว่าน่าจะป้องกันระดับน้ำเจ้าพระยาไม่ให้ทะลักเข้ามาภายในโรง พยาบาลศิริราชได้

        ขณะที่ส่วนอื่นของกรุงเทพมหานครนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) กล่าวภายหลังเดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณ ถ.พหลโยธิน ย่านตลาดยิ่งเจริญ เขตบางเขน เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา หลังจากที่เมื่อช่วงเช้าได้ระบุว่ามวลน้ำเหนือเข้ามาถึงเขตบางเขนแล้วว่า ขณะนี้ กทม.กำลังเร่งระบายน้ำจากคลองสองสู่คลองสายต่างๆ ในเขตบางเขนทั้งคลองบางเขนและคลองบางบัว เพื่อระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แม้น้ำจะมาเยอะ แต่ก็ระบายออกเยอะเช่นกัน

          “พื้นที่เขตบางเขน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมคือแขวงอนุสาวรีย์และแขวงท่าแร้ง คิดเป็น 20% ของพื้นที่เขต จึงยังไม่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย หวังว่าผลกระทบน้ำท่วมในพื้นที่เขตบางเขนจะอยู่ในวงจำกัด แต่ยังต้องติดตามใกล้ชิดว่าน้ำจะขยายสู่เขตลาดพร้าวและวังทองหลางหรือไม่ ส่วนประชาชนแขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา ขอให้เคลื่อนย้ายเข้าไปที่ศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย เพราะน้ำล้นคลองทวีวัฒนาท่วมสูงขึ้นมาก” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

    รายงานข่าวจากศาลาว่าการ กทม.แจ้งว่า ขณะนี้ กทม.ได้มีหนังสือถึง ศปภ. นำเสนอแนวทางจัดการปัญหาน้ำ 11 ประการให้รัฐบาลพิจารณาสั่งการโดยเร็ว คือ 1.สั่งเปิดปั๊มน้ำกรมชลฯ จุดคลองสิบสามติดคลองหกวา 100% (12 ตัว) 2.สั่งเปิดปั๊มน้ำกรมชลฯ จุดแสนแสบ (หนองจอก) 100% (17 ตัว และเร่งซ่อมอีก 3 ตัวที่ชำรุด) 3.เปิดปั๊มน้ำกรมชลฯ จุดประเวศบุรีรมย์ 100% (20 ตัว) 4.เปิดประตูคลอง 6-21 ประตูระบายน้ำพระอินทร์ เพื่อลดระดับน้ำคลอง 1 ระพีพัฒน์ ที่มุ่งเข้ากลางเมือง 5.เปิดประตูระบายน้ำคลอง 6-21 รังสิต เพื่อลดระดับน้ำคลอง 1 รังสิต ที่มุ่งเข้าเมือง

วอนปิดประตูน้ำคลอง 1 รังสิต

    6.ดันท่อลอดถนนชลบุรีสายใหม่ (มอเตอร์เวย์) และถนนบางนา-ตราด เพื่อส่งน้ำออกอ่าวไทย กันน้ำยกระดับสูงเนื่องจากระบายไม่ทัน แต่จะเป็นจุดใดหรือใช้ท่อขนาดใดบ้างนั้น กทม.ได้มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำและสำนักการโยธาสำรวจ-ศึกษาร่วมกับคณะ กรรมการของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ฯลฯ ร่วมพิจารณาและตัดสินใจดำเนินการ

            7.เสริมคันพระราชดำริ กั้นน้ำข้ามแนวคันเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน 8.เปิดประตูคลองหาวาสายล่างช่วงคลอง 6 ขึ้นไป เพื่อลดระดับน้ำในคลองหกวาสายล่างรองรับน้ำจากพื้นที่ชั้นใน 9.ปิดประตูน้ำบานคลอง 1 รังสิต เพื่อลดน้ำเข้ากลางเมือง และเร่งซ่อมประตูที่เสียหาย 10.ปิดบานคลอง 1 ประตูน้ำพระอินทร์ ลดน้ำเข้ากลางเมืองและเร่งซ่อมประตูที่เสียหาย และ 11.เปิดบานประตูคลองสองจากพหลโยธิน (ซอย 58) เพื่อลดน้ำบนถนนเข้าคลองหกวาสายล่าง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผลการร้องขอของ กทม.ว่าได้รับการตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบ้างแล้วหรือไม่ และอย่างไร

    ส่วนสถานการณ์น้ำฝั่งตะวันออกล่าสุด บริเวณคลองหกวา เขตสายไหม ซึ่งเป็นคลองที่รับน้ำมาจากคลองรังสิตต่อไปยังคลองสอง ซึ่งในขณะนี้ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต่ำกว่าระดับคันกั้นกระสอบทรายประมาณ 50 ซม. ขณะที่ชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวบางส่วนยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านพักของตัว เองอย่างปกติ เพราะมั่นใจว่าแนวกระสอบทรายจะเอาอยู่ แต่เริ่มมีหลายพื้นที่น้ำท่วมแล้ว เช่น ซอยวัชรพล

    จากการสังเกตน้ำในคลองหกวา พบว่า เริ่มมีคราบน้ำมันจำนวนหนึ่งลอยอยู่บนผิวน้ำ ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้าน ก็ยังไม่ทราบว่าคราบน้ำมันดังกล่าวมาจากสาเหตุใด

     บรรยากาศบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตไปจนถึงแยกหลักสี่ หน้าตึกไอทีสแควร์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจรด้านถนนวิภาวดีรังสิตขาออกตั้งแต่เมื่อ ช่วงเช้า พร้อมตั้งป้ายเตือนประชาชนห้ามรถเล็กผ่าน เนื่องจากระดับน้ำสูง ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำได้หนุนสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงระดับเอวเข้าถึงบริเวณสะพานคลองวัดหลักสี่แล้ว แต่ยังไม่ถึงแยกหลักสี่ ตึกไอทีสแควร์ ด้านทางเข้าหมู่บ้านเคหะทุ่งสองห้อง ขณะนี้ระดับน้ำก็เริมสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องประมาณ 40- 50 ซม. โดยรถเล็กไม่สามารถผ่านเข้าไปได้เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารนำรถเข้าพื้นที่เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนแล้ว

    ขณะที่ ศปภ.ดอนเมือง มีน้ำซึมมาจากท่อระบายน้ำและเอ่อล้นมาจากแนวพนังกั้นน้ำรอบอาคารผู้โดยสาร ภายในประเทศ บริเวณชั้นล่างของตึกที่ทำการ ทำให้เกิดน้ำท่วมขังสูงประมาณ 10 ซม. เจ้าหน้าที่ต้องเร่งแจ้งให้ผู้ที่นำรถมาจอดบริเวณใต้อาคารรีบเคลื่อนย้ายรถ ออกจากพื้นที่โดยด่วน เนื่องจากปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดอนเมืองจมแล้ว 90%

    น.อ.กันต์พัฒน์ มังคละศิริ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า น้ำได้เข้าท่วมพื้นที่ลานอากาศยานดอนเมืองแล้ว 90% โดยเฉลี่ยท่วมสูงประมาณ 50 ซม.

    อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทางวิ่ง (รันเวย์) ทั้งสองยังสามารถใช้งานได้ โดยน้ำได้เข้าท่วมบางพื้นที่ของทางขับ (แท็กซี่เวย์) ซึ่งไม่ได้กระทบต่อการปฏิบัติงานในสนามบินอย่างใด ขณะเดียวกันได้ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่รอบสนามบินอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทางเข้า-ออกบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งปริมาณน้ำท่วมสูง 1.20 เมตร เท่ากับกำแพงที่กั้นอยู่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่น้ำขยายวงกว้างยังพื้นที่สี่แยกหลักสี่ ทั้งฝั่งขาออกนอกเมือง-และขาเข้าเมือง ส่งผลทำให้การเดินทางและการขนส่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงทำให้ทาง ศปภ.ได้ทบทวนการย้ายศูนย์ ศปภ.ไปยังที่ต่างๆ อาทิ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดี ตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้

     ล่าสุด รายงานข่าวจาก ศปภ.แจ้งว่า คณะทำงานระดับสูงของศปภ. ได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณ 5 แยกลาดพร้าว ซึ่งคาดว่าจะใช้เป็นที่ตั้งศูนย์ ศปภ.แห่งใหม่ 

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศปภ.สรุปยอดศูนย์ช่วยเหลือในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง มีดังนี้ สมุทรสาครมีศูนย์รับผู้อพยพจำนวน 4 ศูนย์ รับได้ 3,240 คน, จ.นครปฐม มีศูนย์ช่วยเหลือ 4 ศูนย์ รับได้อีก 6,336 คน, จ.ชลบุรี มี 8 ศูนย์ รับได้อีก 7,700 คน, จ.ราชบุรี มี 17 ศูนย์ รับได้อีก 3,000 คน, จ.นครนายก มี 3 ศูนย์ รับได้อีก 980 คน, จ.สระบุรี มี 2 ศูนย์ รับได้อีก 3,083 คน, จ.ลพบุรี มี 2 ศูนย์ รับได้อีก 57,000 คน, จ.เพชรบุรี มี 4 ศูนย์ รับได้ 3,240 คน, จ.นครราชสีมา มี 9 ศูนย์ รับได้อีก 12750, จ.กาญจนบุรี มี 2 ศูนย์ รับได้อีก 650 คน, จ.นครสวรรค์ มี 1 ศูนย์ รับได้ 170 คน , จ.อุตรดิตถ์ มี 3 ศูนย์ รับได้ 3,497 คน, เชียงใหม่ มี 1 ศูนย์ รับได้ 1000 คน, จ.ลำพูน มี 1 ศูนย์ รับได้ 200 คน, จ.กาฬสินธุ์ มี 1ศูนย์ รับได้ 100 คน, จ.ร้อยเอ็ด มี 1 ศูนย์ รับได้ 300 คน, จ.มหาสารคาม มี 1 ศูนย์ รับได้ 500 คน รวมทั้งหมด 72 ศูนย์ รับผู้ประสบภัยได้ 105,112 คน รับมาอยู่แล้ว 2,076 คน ฉะนั้นจะรับได้อีก 103,036

            นายธงทอง จันทรางศุ โฆษก ศปภ. แถลงซักซ้อมขั้นตอนการอพยพอีกครั้งว่า ให้เตรียมสัมภาระที่จำเป็น ยารักษาโรค บัตรประจำตัวประชาชน ไฟฉาย น้ำดื่ม ของขบเคี้ยว อาหารแห้งไว้สำรองในช่วงเดินทางไกล และควรเตรียมถุงพลาสติกไว้ห่อหุ้มทรัพย์สินด้วย จดรายชื่อคนชราและเด็กไว้ รวมทั้งให้หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อหากต้องพลัดหลงกับสมาชิกในครอบครัว ควรกำหนดชื่อกลุ่มที่เรียกกันง่ายๆ และสมาชิกในชุมชนรู้กันเอง ทั้งนี้ ผู้นำชุมชนต้องจดชื่อประชาชนในพื้นที่ที่จะอพยพก่อนส่งให้เจ้าหน้าที่ด้วย

    นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า น้ำสูงระดับหนุนจะทำให้พนังในส่วนที่เป็นถุงทรายพังได้ง่าย และหลายจุดน้ำจะเข้าได้เป็นจำนวนมาก และแต่ละช่วงจะกินเวลาหลายชั่วโมง ซึ่งได้เกิดแล้ว น้ำจากริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะทำให้คนเดือดร้อนเป็นจำนวนมากกว่าที่เคยอธิบาย กันไว้มาก เสนอให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อมและเคลื่อนย้ายให้เร็ว หากช้า ถนนสายต่างๆ จะมีน้ำท่วมมากขึ้นทำให้ยากในการเคลื่อนย้าย เพราะรถจะสู้ไม่ได้ แล่นไม่ได้ เดินทางกันไม่ได้ และเรือก็มีอยู่น้อยมาก

หนักแค่ไหนให้นึกภาพบางบัวทอง

    สำหรับประชาชนที่อยู่ให้แนวน้ำจากทางเหนือและอยู่ในเส้นทางไล่ลงมา รวมทั้งทางตะวันตกไปทางฝั่งธนฯ นครปฐม ฯลฯ ขอให้นึกถึงภาพบางบัวทองและบางใหญ่ ก่อนที่จะเสนออะไรต่อไป ขอแนะนำประชาชน กทม.ทุกท่านว่า หากใครอยู่ในวิสัยที่จะออกไปอยู่ต่างจังหวัดได้ ขอให้เตรียมการให้พร้อมแล้วรีบเดินทางโดยเร็ว ปัญหาใหญ่หลวงที่เรากำลังเผชิญอยู่แบ่งได้เป็น 2 ส่วนคือ หนึ่ง ประชาชนที่กำลังจะถูกน้ำท่วมซึ่งยังมีอีกมากเป็นล้านๆ คนใน กทม.จะจังหวัดใกล้เคียง

    ฉะนั้นแนวคันน้ำโดยเฉพาะรังสิต หลักหก ฯลฯ แถวๆ นี้ที่มีน้ำอยู่ข้างบนมหาศาล เมื่อเอาไม่อยู่จะเสียหายอย่างหนัก เสนอให้ประชาชนย้ายด่วน ไม่ควรรอจนน้ำถึงเข่าถึงเอวแล้วจึงเคลื่อนย้ายหรืออพยพ แต่ต้องทำล่วงหน้ามากๆ ระหว่างที่ยังไม่ย้าย ขอให้เตรียมว่าเมื่อน้ำมาจะรักษาชีวิตอย่างไร

    ต้องคิดไว้ก่อนว่าตราบใดที่น้ำมหาศาลยังลงมาเรื่อยๆ ไม่หมดไป คันจะเอาไม่อยู่ น้ำจะบ่ามารุนแรงและเร็วมาก บางจุดจะพุ่งเข้าหาใจกลาง กทม. ภาวะอย่างนี้อาจเกิดขึ้นได้ทุกนาที ยิ่งถ้ามีข่าวว่าคันพังและกำลังเสริม ตามสถิติก็แปลว่าจะพังแน่แล้วนั่นเอง ยิ่งต้องรับอพยพด่วน

    “ย้ำอีกครั้งว่าการเคลื่อนย้ายคน ถ้าทำช้าจะทำยากมาก เพราะถนนสายต่างๆ จะถูกน้ำท่วมมากขึ้นจนเดินทางไป-มาไม่ได้ ท่านที่คิดจะย้ายจึงต้องรีบมากๆ” นายจาตุรนต์แสดงความเห็น

     นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งให้เปลี่ยนสถานที่การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 1 พ.ย.นี้ กลับไปประชุมกันที่ทำเนียบรัฐบาล จากเดิมที่เคยประชุมกันที่อาคารวีไอพีระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณทำเนียบรัฐบาลซึ่งมีคลองเปรมประชากรอยู่ด้านหน้า ถนนนครปฐมและคลองผดุงกรุงเกษมอยู่ด้านข้าง ซึ่งในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมามีการระดมกระสอบทรายจำนวนหลายคันรถสิบล้อ และระดมกำลังข้าราชการจากหลายหน่วยงานมาก่อกำแพงซีเมนต์ และกำแพงกระสอบทรายล้อมรอบทำเนียบฯ ความสูง 2 เมตร และกระจายกำลังบางส่วนไปทำกำแพงความสูง 2 เมตร ที่บ้านพิษณุโลกไว้ด้วยเช่นกัน

    สำหรับภารกิจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตลอดทั้ววันได้นั่ง ฮ.ไปตรวจภาวะน้ำท่วม โดยเฉพาะคลองต่างๆ ในฝั่งตะวันออก เพื่อหาข้อสรุปในการขุดถนน 5 สายให้เป็นทางน้ำ

    เธอให้สัมภาษณ์ว่า ให้คณะทำงานไปลองในจุดที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดก่อน แต่บนความเสี่ยงนั้นก็คือไปดูของจริงก่อนว่าน้ำไปหรือไม่ มีน้ำจ่อถนนนั้นจริงหรือไม่ ก็ลงพื้นที่ดู เราขอทีมงานที่อยู่หน้างานได้ลงไปทำ เพราะบางครั้งมีปัจจัยอื่นๆ อีกเยอะ บางทีหากตัดสินใจโดยที่ไม่เข้าใจเส้นทางน้ำก็มีผล จึงต้องให้ทางด้านกรมทางหลวงและคณะกรรมการที่บริหารจัดการน้ำลงไปดู

    ถามว่าสถานการณ์ล่าสุด จุดเปราะบางที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือจุดไหนบ้าง นายกฯ กล่าวว่า จุดเปราะบางในส่วนของถนนพหลโยธิน และคลองหกวา ซึ่งบางส่วนเริ่มมีการชำรุดคงต้องให้มีการซ่อมแซม และในส่วนของสายไหมคงต้องประสานกับทาง กทม. เพราะพื้นที่แนวกั้นของสายไหมค่อยข้างอ่อนแอมีน้ำรั่วซึมอยู่

“ปู”อ้าแขนรับ”มาร์ค”

    ซักว่ามีการสังเกตว่าฝั่งตะวันออกที่ผันน้ำออกไม่เต็มที่ เพราะเป็นพื้นที่ฐานเสียงใหญ่ของพรรคเพื่อไทย นายกฯ ยืนยันว่า สิ่งที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนส่วนรวม ยินดีที่จะทำไม่ว่าส่วนไหน แต่ว่าต้องขอความเป็นธรรมด้วย เพราะว่าในการทำงานนั้นไม่ว่าจะเป็นมวลชน อย่างไรก็ตาม เราก็เข้าไปขอร้องมวลชนด้วยวิธีการที่สันติ แต่ต้องมีการอธิบายให้เข้าใจ

    “อยากจะเรียนว่า เดี๋ยวดิฉันจะไปติดตามบางส่วนที่มวลชนอาจจะขาดความเข้าใจ เพราะว่าต้องมีความเห็นใจมวลชนที่เจอถ้าเรากั้น ส่วนหนึ่งจะได้รับผลกระทบจากน้ำในระยะยาว อีกส่วนไม่ได้รับน้ำก็จะมีผลแน่นอน สำหรับคนที่มีความลำบากบ้านเรือนถูกท่วมถึงระดับอกและคอแล้ว และให้รับน้ำต่อบนภาวะความเครียดนี้ต่างหาก แต่ว่ายังยืนยันพี่น้องประชาชนว่าไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนถ้าสิ่งที่ต้องทำเพื่อ ภาพรวมทั้งประเทศ ดิฉันยินดี และจะไปทำหน้าที่ตรงนั้นให้เต็มที่”
    ซักว่า จะเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และฝ่ายอื่นๆ มาร่วมงานหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า นายอภิสิทธิ์ได้เชิญทีมงานเราไปประชุม และส่งความเห็นมา เราจึงให้ทีมนั้นมีการประชุมกัน ร่วมกับทางรองผู้ว่าฯ กทม.และได้มีการโทร.คุยกับทางผู้ว่าฯ ตลอดเวลาในเรื่องของการระบายน้ำ เชื่อว่าแผนนั้นเป็นแนวทางไม่ต่างกัน เพราะว่าการระบายน้ำวันนี้เร็วที่สุดคือ การระบายน้ำในส่วนของฝั่งตะวันออก แต่ในรายละเอียดต้องให้ผู้ทำงานในฝ่ายปฏิบัติงานเป็นผู้ไปดูหน้างานก็ยินดี และเรียนเชิญผู้ที่มีความรู้เรื่องน้ำที่จะมาให้คำแนะนำหรือพูดคุยกับ ศปภ.หรือรัฐบาลตนยินดี ในส่วนไหนที่เป็นประโยชน์กับประเทศยินดีที่จะทำงานร่วมกัน
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้เดินลุยน้ำเข้าไปดูบริเวณที่จะทำการขุดถนนคลอง 9 รวมทั้งได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการ และยืนยันว่าการขุดถนนจะเสร็จภายในคืนนี้
    นายอุเทน ชาติภิญโญ ประธานคณะกรรมการผันน้ำลงทะเลฝั่งตะวันออก กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจพิจารณาถนนที่อาจจะต้องมีการเจาะเพื่อเป็นการระบาย น้ำ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะมีการเจาะถนน เพราะยังมีช่องทางอื่นที่ยังสามารถทำได้ เช่น การขุดลอกคูคลอง เอาสิ่งกีดขวาง เช่น ตอม่อ ตรงนี้ก็สามารถช่วยไม่ให้ขวางทางน้ำได้ อย่างไรก็ดี การเจาะถนนนั้นหากเป็นการทำให้ระบายน้ำได้เร็วขึ้นก็ต้องทำ แต่ยืนยันว่าจะไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน
ในหลวงทรงห่วงประชาชน
    เย็นวันเดียวกันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เชิญนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เข้าหารือที่ศปภ. โดยใช้เวลาในการหารือกันนานเกือบ 1 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะหารือในเรื่องของการระบายน้ำที่จังหวัดสมุทรปราการจะเป็นด่าน สุดท้ายในการไหลของน้ำก่อนไหลลงทะเลที่ปากน้ำ
    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเตรียมเชิญนายอภิสิทธิ์หารือเกี่ยวกับปัญหาน้ำ ท่วมว่า หากมีการเชิญอย่างเป็นทางการและกำหนดวาระที่ชัดเจน นายอภิสิทธิ์พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอยู่แล้ว
    “นายกรัฐมนตรีต้องแสดงภาวะผู้นำเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการแสดงความสามารถแก้ ปัญหา ต้องกล้าตัดสินใจ รับผิดชอบสิ่งที่เกิด ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย เช่น การบังคับใช้กฎหมายพิเศษที่บอกกลัวกระทบเรื่องมนุษยธรรมนั้น ความจริงการใช้กฎหมายไม่ได้ซ้ำเติมสถานการณ์หรือประชาชนที่ลำบาก แต่ใช่เพื่อแก้ปัญหาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน กำหนดให้การบริหารสถานการณ์สะดวกรวดเร็วขึ้น นายกฯ ต้องทำความเข้าใจในประเด็นนี้ก่อน และแสดงความเข้มแข็งออกมา อย่าให้ประชาชนต้องเอาตัวรอดกันเองในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ซึ่งหากไม่มีภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง กฎหมายที่เฉียบขาด ความเสียหายจะเป็นวงกว้างเกินกว่าประเทศจะรับไหว” นายชวนนท์กล่าว
    ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เผยว่า รู้สึกเห็นใจประชาชน เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดใคร เพียงแต่น้ำมีมาก ปีหน้าเราต้องไปแก้กันใหม่ กระทรวงกลาโหมและกองทัพทุ่มเทศักยภาพต่างๆ เต็มที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน ขอให้เชื่อมั่นทหารจะไม่ทิ้งประชาชน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงห่วงใยพวกเราทุกคน พระองค์ท่านบอกให้ทหารดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ และมากที่สุด ถึงแม้ว่าพระองค์ท่านจะทรงไม่แข็งแรงก็ตาม แต่ทรงดีขึ้นเรื่อยๆ.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 29th, 2011 at 9:18 am

อุตุฯชี้ภาคกลาง-ภาคใต้มีฝนหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานภาคเหนือ-อีสาน-ภาคกลางอากาศเย็น และมีฝนเป็นแห่งๆ ส่วนภาคใต้ฝนหนัก

ลักษณะ อากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. วันที่ 29 ต.ค.54 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ และในขณะที่คลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมตอนบนของภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าและมีฝนฟ้า คะนองเป็นแห่งๆ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ในระยะ 1-2 วันนี้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนเกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตั้งแต่ชุมพรลงไปสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

พยากรณ์อากาศประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. วันพรุ่งนี้ (30ต.ค.54)

ภาคเหนือ อากาศเย็นกับหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงรายและลำพูน  อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศา  อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง มี เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศา ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันขึ้นไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร และจังหวัดชุมพรลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 29th, 2011 at 9:16 am

ตะครุบ6ขาโจ๋ฉกร้านเซเว่นฯปิดหนีน้ำ

รวบแก๊งขาโจ๋ 6 คน ลักทรัพย์ร้านเซเว่นฯที่ปิดหนีน้ำท่วม ดวงตกตำรวจผ่านมาพอดีเลยโดนรวบทั้งหมด

เมื่อ เวลา  01.00 น. วันที่ 29 ต.ค. พ.ต.ท.ดลชัย ปิ่นปัก สว.สส.สน.สายไหม และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาลักทรัพย์ในร้านเซ เว่น-อีเลฟเว่น สาขาชุมชนแอนเน็กซ์ หน้าปากซอยแอนเน็กซ์ ถนนพหลโยธิน แขวงและเขตสายไหม กทม. ได้ผู้ต้องหาเป็นชายทั้งหมด 6 คน คือ นายณัฐวุฒิ แสงแก้ว อายุ 21 ปี ส่วนที่เหลืออีก 5 คน เป็นเยาวชนอายุระหว่าง 15-17 ปี

พ.ต.ท.ดลชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 23.00น.ที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสน.สายไหม ออกตรวจพื้นที่น้ำท่วมซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วมสูง ไม่มีประชาชนอาศัยอยู่แล้ว ขณะปฏิบัติหน้าที่ผ่านไปตรงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นร้านเซเว่น อีเลฟเว่นที่ปิดร้านเพราะน้ำท่วม ได้สังเกตเห็นผู้ต้องหาทั้งหมดกำลังเข้าไปขโมยของในร้านเซเว่นดังกล่าว จึงนำกำลังเข้าจับกุม และเป็นจังหวะเดียวกับที่ขบวนเรือของผบช.น.เข้ามาตรวจพื้นที่พอดี จึงฝากผู้ต้องหาไปกับขบวนเรือเพื่อนำส่งให้กองอำนวยการร่วมช่วยเหลือผู้ ประสบภัยน้ำท่วม โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อหากับทั้ง 6 คน ในข้อหา ลักทรัพย์ ก่อนนำตัวส่งต่อพนักงานสอบสวน สน.สายไหมดำเนินคดีต่อไป

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทุบกระจกร้านเซเว่นฯ แต่เห็นมีร่องรอยการทุบอยู่ก่อนหน้าแล้ว ทั้งนี้ก่อนหน้าที่จะเข้าไปลักขโมยนั้น พวกตนทราบข่าวว่าจะมีการนำถุงยังชีพมาแจกประชาชนบริเวณดังกล่าว จึงมารอรับตั้งแต่เวลา 20.00น. แต่รอจนถึงเวลาเกือบ 23.00 น. ก็ยังไม่มีใครมาแจกของ ด้วยความหิว จึงเดินผ่านหน้าร้านเซเว่นฯที่มีร่องรอยการทุบอยู่ก่อน จึงพากันเข้าไปขโมยของจนถูกตำรวจผ่านมาเห็นและจับได้.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 28th, 2011 at 9:24 pm

“สกลธี” ซัด พท.ฉวยจังหวะน้ำท่วม ดอดแก้ พ.ร.บ.กลาโหม ช่วยนายใหญ่

รองโฆษก ปชป.ซัด พท.ไร้มารยาท ฉวยโอกาสช่วงชุลมุน แก้ พ.ร.บ.กลาโหม หวังช่วยนายใหญ่แทรกแซงกองทัพ ท่ามกลางความทุกข์ยากของคนไทย ไล่กลับไปออก กม.ป้องกันภัยพิบัติ มีประโยชน์มากกว่า แฉช่องดึงผู้ทรงคุณวุฒิภาคพลเรือน หวังเอี่ยวโยกย้ายทหาร
       
       วันที่ 28 ต.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎรที่มี พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้หยิบยกญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียของ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 รวมถึงแนวทางในการยกเลิกและแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ว่า ตนเห็นว่า เป็นความพยายามที่เร่งรีบจนลนลาน และไร้ซึ่งกาลเทศะเป็นอย่างยิ่ง เพราะเลือกฉวยโอกาสชุลมุนตอนที่พี่น้องประชาชนชาวไทยกำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส กับปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่หลายจังหวัดในประเทศไทย แทนที่จะเลือกนำปัญหาหรือหยิบยกข้อกฎหมาย หรือร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติธรรมชาติและแนวทางการแก้ไขมาพิจารณาก่อน แต่กลับสาละวนอยู่กับการมุ่งแก้ไขกฎหมายเพื่อแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยเอาเรื่องความเป็นประชาธิปไตยมาอ้างเป็นเกราะป้องกัน
       
       นายสกลธี กล่าว่า อยากเรียนว่ากฎหมายไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ดังกล่าวนี้หรือไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ฉบับไหนก็ล้วนแก้ไขได้ทั้งสิ้นเพียงแต่จังหวะเวลาและวัตถุประสงค์ต้องถูกกาละเทศะ ไม่เป็นไปเพื่อช่วยเหลือคนๆ เดียว และต้องไม่เป็นการเข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจนทำให้หน่วยงานเสียระบบเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต โดยเฉพาะการที่กรรมาธิการฯ จากพรรคเพื่อไทยได้มุ่งเน้นที่จะเข้าไปแก้ไขมาตรา 42 ซึ่งเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารระดับสูง ซึ่งประกอบไปด้วย รมว.กลาโหม รมช.กลาโหม (ถ้ามี) ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพบก เรือ และอากาศ โดยเสนอให้มีการนำทรงคุณวุฒิที่มาจากผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ที่เป็นพลเรือนเข้ามาแทนผู้บัญชาการเหล่าทัพบก เรือและอากาศ
       
       นายสกลธี กล่าวว่า จากตรงนี้จะเห็นได้ว่าการมุ่งนำผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นพลเรือนเข้ามาแทนที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพนั้นเป็นการมุ่งเข้าไปแทรกแซงกองทัพอย่างชัดเจน และจะทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทหารระดับสูงต้องไปอิงกับฝ่ายการเมืองผ่านการแทรกแซงของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าว
       เห็นว่า ฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่หวาดกลัวและต้องการเข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายทหารอย่างชัดเจนควรนำการเมืองออกจากการทหาร เพราะถ้าท่านไม่อยากให้ทหารมายุ่งกับการเมืองท่านก็ไม่ควรไปยุ่งกับกิจการของทหาร ควรที่จะเร่งสร้างผลงานในฐานะรัฐบาลและดูแลคนของพรรคท่านไม่ให้ไปจาบจ้วงสถาบันและทุจริตคอร์รัปชันจะดีกว่า

Tags:
comments Comments (0)    -