17 ม.3 อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 62110 โดย:สมเดช สุรเดช ผอ.รร.ชุมชนบ้านเขาแก้ว คบ.,กศ.ม.

www.สมเดช.com โรงเรียนชุมชนบ้านเขาแก้ว โรงเรียนในฝัน โรงเรียนสุจริต

October 24th, 2011 at 7:21 am

“สุขุมพันธ์”รับ กทม.ถึงขั้นวิกฤติ

 ผู้ ว่ากทม. ยอมรับน้ำเหนือที่ไหลบ่าเข้ากรุงเทพฯมีจำนวนมาก เตือน ปชช. อาศัยอยู่ในพื้นที่ 6 เขต  ขนย้ายสิ่งของไว้ที่สูง   และรีบย้ายไปพักยังศูนย์อพยพ

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. เมื่อเวลา 23.30 น. ค.ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ได้ ประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์อุทกภัยกรุงเทพมหานครว่า น้ำเหนือที่ไหลบ่าลงมายังกรุงเทพฯมีจำนวนมาก ประเมินแล้วพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบในเบื้องต้น ได้แก่ เขตดอนเมือง หลักสี่ บางเขน จตุจักร บางซื่อ และสายไหม จึงให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวขนย้ายสิ่งของทรัพย์สินมีค่า รถยนต์ ขึ้นที่สูง และผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายให้ย้ายไปยังศูนย์พักพิงที่ กรุงเทพฯจัดเตรียมไว้
ผู้ว่าฯกทม.กล่าวต่อว่า ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กทม.จะดำเนินการตามหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และจะร่วมมือกับ ศปภ.โดยในส่วนของ กทม.จะระดมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ทีมแพทย์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนในเขตอื่นที่มีพื้นที่ติดต่อกับทั้ง 6 เขต ทาง กทม.จะประเมินสถานการณ์และแจ้งให้ทราบต่อไป

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 24th, 2011 at 7:18 am

แผ่นดินไหวตุรกีตายเกือบพัน(ชมภาพชุด)

 ตุรกีวิปโยค แผ่นดินไหว 7.3 ริกเตอร์ บ้านพังถล่มจำนวนมาก ประชาชนตายเกือบพันคน

สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.3 ริคเตอร์ เขย่าพื้นที่ภาคตะวันออกของตุรกี ใกล้ชายแดนอิหร่านเมื่อวันอาทิตย์ รายงานเบื้องต้นบ้านเรือนพังเสียหาย และประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก โดยสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ แจ้งว่า ตรวจจับแรงไหวครั้งนี้ได้เมื่อเวลา 13.41 น. ตามเวลาท้องถิ่น (17.41 น. ตามเวลาในประเทศไทย) จุดศูนย์กลางอยู่ลึกใต้ดิน 7.2 กม. ในเขตเมืองวาน ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว 19 กม.

นายเบคีร์ คายา นายกเทศมนตรีเมืองวาน เผยว่า แรงสั่นสะเทือนรุนแรงสร้างความแตกตื่นตกใจแก่ประชาชน เบื้องต้นได้รับรายงานอาคารพังถล่มจำนวนมากในเมืองวาน ระบบโทรศัพท์ขัดข้อง คาดว่าอาจเกิดความสูญเสียหนัก ทั้งชีวิตประชาชนและทรัพย์สิน เมื่อคำนวณจากความรุนแรงและความตื้นของจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว และมีรายงานว่าแรงสะเทือนรู้สึกได้ชัด ในหลายจังหวัดที่อยู่รอบด้าน รวมทั้งแถบชายแดนอิหร่าน ด้านสำนักข่าวอนาโตเลียของรัฐบาลตุรกี รายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกำลังรีบเร่งค้นหาผู้ประสบภัยจากซากอาคารหลังหนึ่ง ขนาด 7 ชั้นที่พังถล่ม.

ด้านนายมุสตอฟา เออร์ดิค ผอ.ศูนย์เตือนภัยแผ่นดินไหวคันดิลลีของตุรกี เปิดเผยว่า แผ่นดินไหวที่เมืองวานครั้งอาจมีผู้เสียชีวิตประมาณ 500-1,000 คน ส่วนรองนายกรัฐมนตรีระบุว่า มีอาคารบ้านเรือนขนาดใหญ่พังถล่มอย่างน้อย 45 หลัง ในเมืองวานและเมืองเออร์ซิสที่อยู่ใกล้เคียง.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 9:35 pm

อีก10 ปีกรุงเทพนครใต้น้ำ(นี่คือ “อดีต” ที่นักวิชาการพูดถึง)

อีก 10 ปี กรุงเทพนครใต้น้ำ

(นี่คือ “อดีต” ที่นักวิชาการพูดถึง)

คลิปนี้…อัปโหลดโดย เมื่อ 5 ต.ค. 2010

แต่…ไม่ทราบเหมือนกันว่านักวิชาการเขาสัมมนากันเมื่อใด พูดกันมานานแล้วกี่ปี ทำไมเรื่อง “น้ำท่วม” จึงมาเกิดขึ้นในปีนี้ละ…มันช่างสอดคล้องกันจังเลย คงต้องติดตามข่าวน้ำท่วมโลก ในปี 2012 กันต่อไป ว่าจะเกิดขึ้่นจริงหรือไม่ และเราต้องเตรียมตัวกันอย่างไร

ถึงอย่างไร…หากว่ามันเกิดขึ้นจริง พวกเรา รวมทั้งสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่อยู่บนโลกใบนี้คงไม่เหลือ

ขออย่างเดียว…ในขณะที่พวกเรายังมี “ลมหายใจไ อยู่ให้ “รู้รักสามัคคี” “ทำความดี” เพื่อชาติบ้านเมืองกันเถอะ ก่อนที่จะ “ไม่มีโอกาสให้ทำ”

ภาพกรุงเทพ ปี คศ.2012(ภาพโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ )

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 9:24 pm

น้ำท่วมกรุงเทพในอดีต.flv พ.ศ.2485

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 8:04 pm

ผู้เชี่ยวชาญด้านกม.ชี้ พรบ.ป้องกันภัย มาตรา 31 สายไปแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญ ด้านกม.ชี้รัฐบาลงัดพรบ.ป้องกันภัย สายไป หวั่นเกิดปัญหาความขัดแย้ง โยนความรับผิดชอบ เชื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมต้องใช้ พรก.ฉุกเฉิน

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศใช้ พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 มาตรา 31 ที่ระบุว่า ในการกำหนดคณะบุคคลรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษรในการเข้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องประกาศคำสั่งว่าสถานการณ์เป็นภัยพิบัติอย่างร้ายแรงอย่าง ยิ่งตาม พรบ.ฉบับดังกล่าว นายกรัฐมนตรีถึงจะมีอำนาจตามมาตรา 31 เพราะตาม พรบ.เป็นอำนาจของผู้อำนวยการ คือ รมว.มหาดไทย

แต่กรณีนี้อำนาจของ รมว.มหาดไทย ไปเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี และสามารถสั่งการได้หมด ทั้งราชการส่วนกลาง หน่วยงานของรัฐ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะการใช้อำนาจเหนือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งตรงจุดนี้หากนายกรัฐมนตรีสั่งการอะไรไป และทางผุ้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่ปฏิบัติทำก็จะมีความผิด แต่การสั่งการจะต้องชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้หากนายกรัฐมนตรียังไม่ได้ประกาศคำสั่งว่าสถานการณ์เป็นภัยพิบัติร้าย แรงอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีจะใช้อำนาจตามมาตรา 31 ไม่ได้

“การประกาศคำสั่งในครั้งนี้ต้องการให้มีอำนาจเหนือผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร โดยรัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเกิดจากการสั่งการของนายกรัฐมนตรี หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี คือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ไม่สามารถสั่งการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยตรงได้

ดังนั้นทาง กทม. ต้องการให้มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะพูดด้วยวาจาคงไม่ทำให้  และเมื่อปฏิบัติตามคำสั่งและเป็นความผิดฐานกระทำความผิดโดยมิชอบไม่ได้ สาเหตุนี้หาทางปลดผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพราะที่ผ่านมาถือว่ามีปัญหาความขัดแย้งของฝ่ายการเมืองกับทางกทม.

อย่างไรก็ตาม น้ำท่วมที่เกิดขึ้นนายกรัฐมนตรีคิดว่ามีอำนาจตาม พรบ.ฉบับดังกล่าว เมื่อนายกรัฐมนตรี สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกิดอุทกภัย ใช้อำนาจไม่ได้เต็มที่  เพราะคิดว่าจะใช้อธิบดีกรมชลประทานก็ใช้ไม่ได้ หรือใช้ทหารก็ไม่ได้ จึงได้ใช้อำนาจการบริหารตาม พรบ.จัดระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ปี 2534 โดยสั่งการให้กองทัพ หรือ หน่วยงานต่าง ๆ ช่วย

แต่เมื่อหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยแต่ไม่มีกฎหมายรองรับเลย จึงทำให้ไม่สามารถบูรณาการการทำงานได้ เพราะใช้เครื่องมือผิดคือ พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” แหล่งข่าวระบุ

ผู้เชี่ยวชาญด้าน กฎหมายคนเดิม ชี้ว่า นายกรัฐมนตรีคิดว่ามีอำนาจ แต่จริง ๆ ไม่อำนาจ เพราะการบูรณาการแผนมันเกิดปัญหาตั้งแต่ท้องถิ่นอยากจะทำแบบนั้น แต่รัฐบาลกลับทำอีกอย่าง ก็จะทำให้งานสะเปะสะปะ โดยจะต้องใช้ พรก.ฉุกเฉิน ปี 2548

โดย พรก.ฉบับดังกล่าวมีอยู่ 2 กรณี  คือ 1.ภัยพิบัติอย่างยิ่งของประชาชน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และ 2.เพื่อความมั่นคงของรัฐ  โดยตั้งแต่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2548 พรก.ฉบับดังกล่าวนำไปใช้ในกรณีความมั่นคงจนคนแหยง และทำให้หลายคนโดยเฉพาะฝ่ายการเมืองไม่เข้าใจว่า พรก.ฉบับดังกล่าว ใช้อำนาจภัยพิบัติร้ายแรงของประชาชนได้ด้วย  เพราะเจตนารมย์ต้องการแก้ไขปัญหาเรื่องสึนามิ ปรากฎว่ารัฐบาลไม่ใช้เครื่องมือนั้น แต่มาใช้ พรบ.ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งกฎหมายดังกล่าวเป็นเพียงสาธารณภัยที่ใช้วิธีการป้องกัน และบรรเทาภัยเท่านั้น

แต่สถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ไม่ใช่สาธารณภัยธรรมดา แต่เป็นภัยพิบัติอย่างร้ายแรง เครื่องมือ พรบ.ดังกล่าวใช้ไม่ได้ เพราะตัวผู้ประสบภัยในฐานะที่เป็น ผอ.ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะที่เป็นผู้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตาม พรบ.ฉบับดังกล่าว และแผนป้องกันบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติของฝ่ายพลเรือนเป็นเพียงผู้ประสบภัย ฉะนั้นไม่สามารถแก้ไขภัยของตัวเองได้ เพราะตัวเองก็เป็นผู้ประสบภัย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการกฎหมาย บอกอีกว่า การออก พรก.ฉุกเฉินดีที่สุด เพราะสามารถทำลายสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตั้งแต่ถนน ทั้งนี้รัฐบาลไม่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ำได้ดีกว่าทาง กทม.  ดังนั้นจำเป็นจะต้องออกพรก.ฉุกเฉิน เพราะมันคุ้มครองทางด้านกฎหมาย

ที่สำคัญนายกรัฐมนตรีจะมีเอกภาพสามารถสั่งการได้คนเดียว จะมอบหมายให้ทหารทำ หรือ หน่วยงานอื่นทำมันจะเด็ดขาดมากกว่านี้ การทำงานจะต้องมีเอกภาพสั่งการไม่ใช้ต่างคนต่างทำ ขณะนี้น้ำมาทุกทิศทุกทาง วันนี้จะต้องหาคนตัดสินใจเพียงคนเดียว อย่างนายกรัฐมนตรีจะใช้ให้ทหารทำ ทหารก็ไม่กล้าทำ เพราะไม่มีอำนาจ บทบาทของทหารทำได้เพียงการป้องกัน และ อพยพประชาชนได้เพียงจุดหนึ่งเท่านั้น

และข้อเสียอยู่ที่อำนาจะไปรวมศูนย์อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ขณะที่ พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะมีข้อเสียคืออำนาจอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย แต่ขณะนี้ตัวของกระทรวงมหาดไทยคือผู้ประสบภัย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรี  องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล ถือว่าเป็นผู้ประสบภัย  ดังนั้นขีดความสามารถตรงนี้มันแก้ไขปัญหาไมได้ เพราะไม่ได้เป็นผู้ป้องกัน แต่กลายเป็นผู้ประสบภัย

ทั้งนี้ถือว่าสายไปแล้วที่จะมาเอาอำนาจตามมาตรา 31 เพราะจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง หากน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. จะทำให้โยนความรับผิดชอบกันระหว่างนายกรัฐมนตรี กับผู้ว่าราชการ กทม. แต่วันนี้นายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบโดยตรงหากเกิดน้ำท่วมใน กทม.

ขอบคุณ  :  กรุงเทพธุรกิจ

 

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 7:44 pm

เพลงอะไรที่คิดถึงเมื่อน้ำท่วม ที่ร้องในยามนี้ คุณคิดถึงเพลงพวกนี้หรือเปล่า??

ฟังเพลงให้กำลังใจมาก็เยอะ ครั้งนี้ขอเสนอเป็นเพลงให้กับ “มวลน้ำก้อนใหญ่มหึมามหาศาล” ฟังบ้าง ขำๆ แบบไม่ต้องคิดมากให้จิตตกจมไปกับน้ำ ไหนๆก็ไหนๆ ยิ้มสู้ดีกว่า  แล้วคุณคิดว่าจะร้องเพลงอะไรให้น้ำก้อนใหญ่ฟังกันบ้างและพร้อมกับรำลึกถึงเพลงเก่าๆที่เคยผ่านหู ยังจำกันได้ไหม

เพลง “ทนได้ทุกที”

http://www.youtube.com/watch?v=I_1H1521d2A&feature=player_embedded

 หากจะตายก็ตายไปแล้ว เจ็บอีกทีจะซักเท่าไร (เท่าไร)
ใจมันเจ็บมาแล้วกี่ครั้ง จะช้ำแค่ไหนไม่เห็นมันตายซักที
หนักกว่าเธอก็เจอมาแล้ว แต่ก็ทนมาได้ทุกที ทุกที
ใจมันแกร่งและพร้อม จะรับคราวนี้ฉันคงไม่ตาย

 เพลงนี้สำหรับคนเข้มแข็ง บอกว่า ฉันนะไม่ตายง่ายๆหรอกนะ “เจอมาเยอะ เจ็บมาเยอะ”

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 7:33 pm

ตลาดหลักทรัพย์เตือนระวังต่างชาติทิ้งหุ้นหนีน้ำท่วมเรื้อรัง

สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุนชี้ระวังต่างชาติขนเงินหนีน้ำ ท่วม ระบุแค่ 1 สัปดาห์ก็ตัดสินใจหมุนออก หาแหล่งลงทุนเสี่ยงต่ำกว่าได้ แนะรัฐบาลงัดนโยบายแก้ปัญหาชัด-เป็นระบบ เร่งสร้างบรรยากาศลงทุน

นาง เทียนทิพ สุพานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า จากภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนั้นถือว่า มีผลกระทบต่อบริษัทและบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในประเทศหลายกลุ่ม ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ว่านักลงทุน ต่างชาติอาจจะตัดสินใจถอนการลงทุนออกไปได้ เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนลง พร้อมทั้งหมุนเงินดังกล่าวไปลงทุนในประเทศอื่นในภูมิภาคที่มีความเสี่ยงน้อย กว่าแทน หากสถานการณ์น้ำท่วมยังคงมีทีท่ายืดเยื้อ

“แม้ตลาดหุ้นไทย จะขึ้นมาเป็นตลาดหุ้นเกิดใหม่ชั้นนำของโลก (Advanced Emerging Market) แล้ว แต่ก็ไม่ได้ หมายความว่าเราจะไม่ถูกนักลงทุนต่างชาติปรับลดออกจากพอร์ตการลงทุน เขามีโอกาสหมุนเงินไปลงทุนตลาดที่พัฒนาแล้วแห่งอื่น ๆ ได้ เพราะเดี๋ยวนี้นักลงทุนต่างชาติหมุนเงินลงทุนได้เร็ว”

ทั้งนี้ จากผลวิจัยที่ผ่านมาพบว่าโดยเฉลี่ยของนักลงทุนต่างชาติทั้งหมดจะสามารถปรับ พอร์ตได้ทันทีภายใน 1 สัปดาห์ ดังนั้นถ้าจะสร้างความมั่นใจระยะยาวรัฐบาลต้องมีนโยบายแก้ไขปัญหาเป็นระบบ และชัดเจน เรียกความมั่นใจ สร้างบรรยากาศลงทุนที่ดี

สำหรับภาพรวม ของสถานการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นไทยขณะนี้ เบื้องต้นพบว่ามีความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินในประเทศกลุ่มยุโรปและปัญหาทางเศรษฐกิจในสหรัฐ ทำให้การลงทุนโดยรวมค่อนข้างผันผวน ประกอบกับขณะนี้ยังมีปัญหาน้ำท่วมภายใน ประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบเชื่อมโยงในหลายอุตสาหกรรม เช่น นิคมอุตสาหกรรม ชิ้นส่วนยานยนต์ ฯลฯ จึงอาจทำให้มีผลต่อมุมมองการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติบ้าง

อย่างไรก็ ตาม ประเมินว่าการที่ในช่วงเดือนตุลาคม นับตั้งแต่วันที่ 1-19 ตุลาคมยังคงมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อสุทธิราว 1.6 หมื่นล้านบาท ต่างจาก 2 เดือนก่อนหน้าที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมเหมือนกัน คือเดือนสิงหาคม นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 4.2 หมื่นล้านบาท และเดือนกันยายนนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1.65 หมื่นล้านบาทนั้น น่าจะเกิดขึ้นเนื่องจากการที่นักลงทุนต่างชาติต้องบริหารพอร์ตลงทุนของตนเอง ให้เป็นไปตามค่ามาตรฐาน (เบนช์มาร์ก) ที่วางไว้ จึงส่งผลให้แรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้ง

“การที่นักลงทุนต่างชาติยัง เข้ามาลงทุนทั้งที่ตลาดเรามีปัจจัยลบ ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการบริหารพอร์ต ที่จะต้องทำให้เท่ากับเบนช์มาร์ก ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาเมื่อดัชนีปรับตัวลดลงก็มีผลทำให้สัดส่วนการลงทุน หุ้นไทยต่อพอร์ตลดลงตามด้วย นักลงทุนต่างชาติก็ต้องเข้ามาซื้อเพิ่มเพื่อให้สัดส่วนการลงทุนเป็นไปตาม เบนช์มาร์กที่วางไว้”

นางเทียนทิพกล่าวอีกว่า หลังจากนี้การทำบทวิจัยต่าง ๆ ควรจะนำประเด็นภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นตามแต่ละช่วงเวลาเข้ามาประกอบด้วย โดยถือเป็นเรื่องใหม่ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยนำมารวมเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง ที่มีผลต่อการลงทุนมาก่อน

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า จากกรณีของน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า แม้ บจ.ต่าง ๆ จะมีกำไรในไตรมาสที่ผ่าน ๆ มา แต่ก็อาจจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเพียงช่วงเดียว จนมีผลต่อความสามารถในการทำกำไร หรือผลประกอบการในระยะถัดไปได้ จึงถือเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการลงทุนด้วย.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 7:18 pm

ชมคลิปนาทีเป็น-นาทีตาย”กัดดาฟี” ฝ่ายต่อต้านลิเบีย-นาโต ร่วมยืนยันอดีตผู้นำ”ตายแล้ว”จริง

*คำเตือน คลิปวิดีโออาจมีภาพที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม

<br>

 นายมาห์มูด จิบริล รักษาการณ์นายกรัฐมนตรีลิเบีย ยืนยันว่าพ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบีย เสียชีวิตแล้วจริง ในการปะทะระหว่างกองทัพผู้ภักดีต่อเขา และกองทัพของสภาถ่ายโอนอำนาจ (เอ็นทีซี) ในช่วงการบุกโจมตีเมืองเซิร์ต โดยเขาถูกยิงเข้าที่ศีรษะ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตก่อนเดินทางถึงโรงพยาบาล

โดยสื่อต่างๆได้นำภาพของ พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบีย หลังถูกสังหารถูกนำมาเผยแพร่ เป็นภาพกัดดาฟีมีเลือดตามใบหน้าและคอ นอกจากภาพนิ่งแล้วยังมีวิดีโอคลิปที่ระบุว่าเป็นภาพของกัดดาฟีหลังถูกสังหาร โดยกองกำลังปฏิวัติอีกด้วย ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ถ่ายจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าขณะที่ถ่ายภาพนั้นกัดดาฟียังมีลมหายใจอยู่หรือไม่

 

ส่วนที่เมืองเซิร์ท บ้านเกิดของกัดดาฟี และกรุงตริโปลี ประชาชนและนักรบกองกำลังปฏิวัติต่างออกมาโห่ร้องและยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อแสดง ความยินดีที่กัดดาฟีถูกสังหาร

 

ด้านกองกำลังขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโตเข้าร่วมประชุมฉุกเฉินในเวลาต่อมา ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการหารือเพื่อเตรียมประกาศการยุติการโจมตีลิเบีย ด้านนายอันเดอร์ส โฟก์ ราสมุสเซ็น เลขาธิการนาโต กล่าวว่า การเสียชีวิตของนายกัดดาฟี  หลังจากขึ้นครองอำนาจมานานถึง 42 ปี เขาเรียกร้องให้ชาวลิเบียร่วมจับมือกันและสร้างอนาคตที่สดใสยิ่งกว่า

ด้านนายจิบริล กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงทริโปลี เพื่อยืนยันการเสียชีวิตของพ.อ.กัดดาฟีอย่างเป็นทางการ โดยเขาระบุว่า จากผลการชันสูตรศพ พบว่านายกัดดาฟีเสียชีวิตจากบาดแผลจากกระสุนปืนหลังจากที่เขาโดนจับกุมตัว ในระหว่างที่รถยนต์ที่มีนายกัดดาฟีอยู่กำลังแล่นออกไป เกิดการปะทะระหว่างกองทัพเอ็นทีซีและกองกำลังของนายกัดดาฟี  และระหว่างนั้นเขาก็ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ทั้งนี้ แพทย์ผู้ทำการชันสูตรไม่ได้ระบุว่า กระสุนนัดดังกล่าวมาจากฝ่ายใด

ก่อนหน้านี้ นักรบของเอ็นทีซีบางรายให้ข้อมูลที่แตกต่างกันไปของการเสียชีวิตของนายกัดดา ฟี โดยกล่าวว่า เขาถูกผู้ที่จับกุมตัวเขายิง หลังจากพยายามหลบหนี ขณะที่บางกระแสกล่าวว่า พบนายกัดดาฟีซ่อนตัวอยู่ในโพรงแห่งหนึ่ง และร้องขอชีวิต ด้านสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ยังแสดงภาพของกลุ่มทหารที่ยืนล้อมรอบท่อระบายน้ำ ซึ่งผู้สื่อข่าวระบุว่าเป็นที่ซ่อนตัวของนายกัดดาฟี

ด้านผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์รายงานว่า พบร่างของผู้ที่ชื่อว่าอาจเป็นร่างของนายมูตาสซิม กัดดาฟี บุตรชายของอดีตผู้นำลิเบีย และอดีตที่ปรึกษากองกำลังรักษาความมั่นคงแห่งชาติ นอนแน่นิ่งอยู่บนผ้าปูที่นอนในบ้านหลังหนึ่งที่เมืองมิสราตา ขณะที่ชาวบ้านต่างพากันถ่ายรูปที่ไร้วิญญาณของเขาด้วยโทรศัพท์มือถือ

ขณะที่นายโมฮัมหมัด อัล-อาลากี ว่าที่รัฐมนตรียุติธรรมลิเบีย กล่าวว่า นายซาอิฟ อัล-อิสลาม บุตรชายอีกคนหนึ่งของนายกัดดาฟี ถูกจับกุมตัวได้แล้ว และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่ขา โดยบางแหล่งข่าวระบุว่ายังไม่ทราบว่าเขาซ่อนตัวอยู่ที่ใด

ขอบคุณ  :

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 7:09 pm

สินค้าหายไป! ภาวะแตกตื่นคนกทม.-น้ำท่วมกระทบเส้นทางขนส่งสินค้า

สภาพ ชั้นวางจำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อในกรุงเทพฯหลายแห่ง เริ่มทยอยไม่เหลือสินค้าให้ซื้อหาโดยเฉพาะหมวดอาหารและน้ำดื่ม เนื่องจากประชาชนที่ยังไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ต่างแตกตื่นซื้อไปเก็บเป็นเสบียง ขณะที่การขนส่งสินค้าและกระจายสินค้าเข้ามาเพิ่มเติมทำได้ลำบากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ 23 ตุลาคม 2554




 

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 2:43 pm

‘ปลอดประสพ’แนะรัฐบอกความจริงปชช.

‘ปลอดประสพ’แนะรัฐบอกความจริงปชช.

“ปลอดประสพ” แนะ 3 ข้อ “รัฐบาล” ควรเร่งดำเนินการ ชี้ “ชาวบ้าน” หวั่น เพราะยังไม่ได้รับทราบข้อมูล ยอมรับ “กทม.” จมน้ำคาดน้ำขังไม่ต่ำกว่า 1 เดือน แขวะ “กทม.” กลัวเกินเหตุ หลังระบายน้ำเพียง 50% เชื่อภายในอาทิตย์นี้ “กทม.” เผชิญวิกฤติหนักสุด

          วันที่ 23 ต.ค.54 ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแห่งชาติ (ศปภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้าศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเห็นว่า สิ่งที่รัฐบาลควรทำในวันนี้และตนคิดว่ายังไม่สายเกินไปคือ 1.ให้ความจริงกับประชาชน 100 % ไม่ต้องกลัวว่า เขาจะหวาดกลัว  2. เตือนก่อนล่วงหน้าให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้  3. มีจุดยืนและให้หาที่ปลอดภัยให้กับประชาชน  4.สถานที่ปลอดภัยดังกล่าวที่ให้ประชาชนอยู่ต้องให้ใกล้เคียงกับชีวิตปกติของเขาให้มากที่สุด  เท่าที่จะทำได้ซึ่งคำว่าใกล้เคียง ณ วันนี้ยกตัวอย่างเช่น ถนนหนทางที่ไหนน้ำท่วม น้ำไม่ท่วมก็ต้องบอกกับประชาชน ตรงไหนไปได้ ไปไม่ได้ก็ต้องบอกกับประชาชน ทุก 15 นาที
              ส่วนให้ทำอย่างไรนั้น 1.หันกล้องของการจรจรทั้งหมดที่มีอยู่ซึ่งจากเดิมมีไว้สำหรับการจราจรก็เปลี่ยนมุมกล้องไปสู่มุมน้ำท่วม 2.วิทยุสื่อสารที่ใช้ในการจราจรก็ควรสื่อสารมาบอกว่าตรงไหนท่วมไม่ท่วม นำสองอย่างนี้มาผนวกกันซึ่งจะทำให้ประชาชนรับรู้ว่าที่ใดควรไปไม่ควรไป 3.ต้องบอกประชาชนว่าน้ำจะท่วมไปทิศทางใด อย่างเช่นทิศตะวันตก ต้องบอกไปเลยว่าน้ำมาจากบางบัวทอง ต่อไปก็บางใหญ่ และก็บางกรวย ในเวลาประมาณเท่าไหร่ นั่นคือสิ่งที่คนเขาอยากรู้
              ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดนี้ได้เสนอต่อรัฐบาลหรือยัง นายปลอดประสพ กล่าวว่า เขาก็คงค่อยๆปรับไปเรื่อยๆ วันนี้ตนพูดในฐานะคนที่เคยมีประสบการณ์ ในฐานะที่เคยทำเรื่องเตือนภัยมาก่อนใครทั้งสิ้นในประเทศไทย ถามว่า การที่บอกว่าต้องบอกความจริงต่อประชาชน 100% แสดงว่าที่ผ่านมารัฐบาลยังบอกไม่หมด 100% นายปลอดประสพกล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่สำหรับตนได้บอกเกือบหมด คนอื่นตนไม่รู้ และตนไม่บังอาจไปพูดถึงใคร ซึ่งวันนี้ประชาชนที่รู้สึกกลัวก็มาจากสาเหตุที่เขาไม่รับทราบข้อมูล เพราะถ้าหากเขารู้ ความกลัวก็จะค่อยคลายลงไป และจะกลายเป็นความพยายามดิ้นรนต่อสู้ เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องให้เขารู้ ซึ่งทั้งหมดที่ตนกล่าวมาก็คือ หลักวิธีคิด
              ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุดอย่างไร รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า คงท่วมทั้งหมดและน้ำจะขังอีกพอสมควร ซึ่งตนได้ประเมินไว้ประมาณ 1 เดือน ถึง 1 เดือนครึ่ง เพราะน้ำมีจำนวนมาก ลองดูที่ จ.อยุธยา ต้องถามว่าน้ำท่วมตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ และวันนี้น้ำหมดหรือยังและอย่าลืมว่ากรุงเทพฯต่ำกว่าอยุธยา ซึ่งกรุงเทพฯยังจะโดนอิทธิพลน้ำทะเลหนุนอีก แต่อยุธยาไม่โดนอิทธิพลน้ำทะเลหนุน
              ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ต้องปรับการให้ข่าวหรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ไม่กล้าให้คำแนะนำ ตนพูดไปหมดแล้วว่าข่าวควรจะไปในทิศทางใด แต่ ณ วันนี้ตนต้องของคุณ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษาสบ.10และโฆษกศปภ.ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลตามประตูระบายน้ำและรายงานมาว่าประตูไหนเปิดไม่เปิด หรือเปิดกี่เปอร์เซ็นต์
              เมื่อถามว่า ประตูระบายน้ำ 214 ประตู จริงๆแล้วเปิดกี่ประตู รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ในขณะนี้นอกกรุงเทพเปิดแล้วเป็นส่วนใหญ่ เท่าที่ทราบดีขึ้นในช่วง 2-3 วันนี้เพราะก่อนหน้านี้ได้เปิดๆปิดๆ ซึ่งคำอธิบายก็บอกว่าชาวบ้านไม่เข้าใจและขัดขวาง แต่วันนี้ชาวบ้านอาจจะเข้าใจก็ได้ทำให้เปิดเป็นส่วนใหญ่
              “ส่วนในของกรุงเทพฯเปิดประมาณ 50% ซึ่งก็มีคำอธิบายว่า ต้องการควบคุมน้ำเพราะไม่อย่างนั้นน้ำจะท่วมในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งตนก็เข้าใจ แต่ในความคิดของตนนั้น คิดว่ายังกลัวเกินไป ยังสามารถเปิดได้มากกว่านี้เพราะถ้าผู้สั่งการมีความรู้ด้านนี้จริง ๆ และส่งนักวิชาการไปเฝ้าติดตามที่ประตูน้ำ เฝ้ามอนิเตอร์ เพราะประตูระบายน้ำสั่งการด้วยสวิตช์ปิดเปิด เมื่อน้ำล้นออกมาท่วมถนนมาประมาณ 2 เซนติเมตร ก็ค่อยปิด ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของความระเอียดและความพยายาม” นายปลอดประสพ กล่าว
              ผู้สื่อข่าวถามถึงช่วงที่กรุงเทพฯจะเผชิญสถานการณ์วิกฤติที่สุด นายปลอดประสพ กล่าวว่า คิดว่าภายในช่วงอาทิตย์นี้ และถ้าผ่านช่วงเดือนนี้ไปได้ความอันตรายก็จะลดลง อันตรายก็คือ น้ำจะท่วมสูงมาก และก็จะพบกับความลำบากต่อไป เพราะน้ำจะท่วมขังนานพอสมควร

ขอบคุณ  :   คมชึดลึก 

 

 

 

 

 

 

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 8:43 am

วิธีป้องกันรถ-บ้านถึงเวลาหนีน้ำท่วม

ต้องยอมรับว่าตอนนี้ คนกรุงเทพฯ “หลังชนฝา” เพราะปริมาณน้ำไหลเข้ามาจ่อทุกทิศทุกทาง ล้อมจนเมืองหลวงแห่งนี้กลายเป็นไข่แดงไปแล้ว

เหตุการณ์น้ำจากรังสิตทะลักเข้าคลองประปา    เอ่อล้นถนนริมคลอง จนต้องมีการประกาศเตือนกลางดึก และสร้างความโกลาหลให้กับคนกรุงเทพฯ ซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ในช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมา ทำให้แทบทุกบ้านที่มีรถต้องขับรถขึ้นไปจอดบนสะพานและทางด่วนเพื่อหนีน้ำท่วม กันเป็นแถว ทั้งที่รู้ว่าผิดกฎหมายแต่หลายคนก็พร้อมจะยอมรับหากต้องเสียค่าปรับ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดการณ์ว่า กรณีที่น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯจะมีปริมาณไม่สูงมากนัก สัปดาห์นี้ยังมีวิธีการยกรถหนีน้ำมาฝาก แทนที่จะนำขึ้นไปจอดบนทางด่วนให้เกิดปัญหาจราจร ด้วยการนำแม่แรงที่อยู่ภายในรถงัดรถให้สูงขึ้น จากนั้นให้นำก้อนอิฐไปค้ำล้อรถทั้ง 4 ล้อให้สูงเหนือระดับน้ำ อย่างที่บอกแล้วว่าใช้ในกรณีที่น้ำไม่สูงมากนัก ส่วนกรณีที่รถอาจต้องจมน้ำ ข้อแนะนำคือควรปิดกระจกให้แน่น หลังจากนั้นให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ ขั้วบวกหรือขั้วลบออก เพื่อป้องกันระบบไฟฟ้าภายในรถช็อต

เมื่อรถยนต์ถูกน้ำท่วมทั้งคันควรทำอย่างไร?

มีวิธีแนะนำดังนี้ ห้ามเปิดสวิตช์ไฟหรือสตาร์ตเครื่องเด็ดขาด และถอดสายแบตเตอรี่ออก, ลากรถยนต์ออกจากน้ำให้เร็วที่สุด เพราะถ้าหากทิ้งไว้นานจะก่อให้เกิดความเสียหายบริเวณตัวรถเพิ่มขึ้น และเมื่อรถจมน้ำทั้งคัน หลายคนเข้าใจว่าไฟฟ้าจะลัดวงจร แต่ในความเป็นจริงไฟฟ้ายังไม่ได้ลัดวงจรเพราะว่าไม่มีไฟฟ้าลงดิน แต่ความเสียหายจะเกิดขึ้นหลังจากที่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องจมอยู่ในน้ำ และจะส่งผลกระทบในระยะยาวต่อมอเตอร์ไฟฟ้า กล่องอีซียูซึ่งปัจจุบันใช้ระบบกล่องรวมที่ควบคุมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นแอร์ ไฟส่องสว่างและเครื่องยนต์

หลังจากกู้รถขึ้นจากน้ำแล้ว ข้อห้ามอย่างแรกที่สำคัญคือห้ามติดเครื่องยนต์เด็ดขาด จนกว่าจะตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีน้ำค้างในเครื่องยนต์ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายที่รุนแรง รถที่ถูกน้ำท่วมต้องเปลี่ยนถ่ายของเหลวและกรองต่าง ๆ ออก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีฝุ่นหรือดินโคลนค้างอยู่ การซ่อมบำรุงรถน้ำท่วมจะต้องทำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ในช่วงนี้ยังมีไอเดียป้องกันรถจากน้ำท่วมออกมาให้เห็นเป็นระยะ และโพสต์ทางโซเชียลเน็ตเวิร์กต่อ ๆ กันหลากหลายวิธี ทั้งการใช้โฟมขนาดใหญ่รองใต้ท้องรถเพื่อให้รถลอย หรือการใช้พลาสติกขนาดใหญ่ห่อรถไว้ทั้งคัน  อีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ และสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว คือ การใช้ถุงคลุมกันน้้ำแบบกลับหัวกลับหาง ซึ่งก็ใช้ผ้าคลุมรถกันน้ำที่เจ้าของรถมักจะซื้อติดไว้คลุมกันแดดกันฝนนั่น แหละ

แต่ถ้าจะให้ดีควรจะใช้ไซซ์ใหญ่สักหน่อยเพื่อสวมใส่ได้สะดวก  เพราะครั้งนี้เราจะสวมจากด้านล่างแทนที่จะสวมด้านบนเหมือนปกติ โดยให้คลี่ผ้าคลุมรถปูไว้กับพื้น ขับรถขึ้นมาทับผ้าคลุมไว้ จากนั้นดึงขอบขึ้นมาขนานกับ  ตัวรถ พร้อมกับยึดขอบให้ดีอย่าให้หลุดร่วงลงมาโดยอาจจะใช้เทปกาว ซึ่งก็จะช่วยได้ในกรณีที่น้ำไม่สูงมากนัก

ส่วนตัวบ้าน  เชื่อว่าจนถึงขณะนี้ทุกบ้านคงเตรียมกระสอบทรายหรือป้องกันน้ำเข้าบ้านกัน เต็มที่แล้ว  แต่อีกส่วนหนึ่งที่อาจจะหลงลืมกันไป  และอาจทำให้น้ำท่วมบ้านทั้งที่ป้องกันรอบบ้านไว้อย่างดีแล้ว ก็คือ น้ำจะเอ่อจากท่อต่าง ๆ ภายในตัวบ้านซึ่งต่อออกมานอกบ้าน หลัก ๆ ก็จะมีท่อจากชักโครก  ท่อระบายห้องน้ำ  ท่อจากอ่างล้างชาม อ่างล้างหน้า

วิธีการก็คือ  หาทรายหรือดินน้ำมัน หรืออะไรก็ได้ที่เป็นก้อนและพอจะหาได้ในขณะนั้น พันด้วยผ้า 2–3 รอบมัดด้วยเชือก ก่อนจะนำไปอุดตามช่องต่าง ๆ ก็จะทำให้น้ำด้านนอกไม่สามารถดันหรือซึมเข้ามาในตัวบ้านได้

วิกฤติน้ำท่วมในปีนี้แม้จะรุนแรงมาก แต่เราจะผ่านไปได้ด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน !!.

นภาพร  พานิชชาติ
napapornp@dailynews.co.th

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 8:28 am

‘ตุ๊กกี้’เผยมีเสี่ยติดต่อขอกินข้าว รับอยู่ก่อนแต่ง‘บูบู้’

‘ตุ๊กกี้’เผยมีเสี่ยติดต่อขอกินข้าว รับอยู่ก่อนแต่ง‘บูบู้’

เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 21 ต.ค. ที่ มนตรีสตูดิโอ ลาดพร้าว 101 ได้มีการบันทึกเทปรายการ “ราชรถมาเกย” ของ บ.เวิร์คพ้อยท์ฯ โดยในครั้งนี้มีตลกหญิงชื่อดัง ‘ตุ๊กกี้’สุดารัตน์ บุตรพรหม ร่วมรายการ หลังจากที่บันทึกเทปรายการเสร็จสิ้นลง ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามถึงเรื่องที่มีข่าวว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นกับ ‘บูบู้’กำธร โพธิ์น้ำคำ แฟนหนุ่มมาเพื่อเป็นการง้อแฟนหนุ่มที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเวลาให้จนถึงขั้นแฟน หนุ่มงอนและหนีออกจากบ้านไปหลายวัน
โดยในเรื่องนี้ตลกชื่อดังได้เผยว่า ตนไปญี่ปุ่นมาจริงโดยไปตั้งแต่วันที่ 10-13 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจริงๆแล้วตนได้จองตั๋วไว้ตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว เพราะในทุกๆปีแฟนหนุ่มจะต้องไปรับของที่ต่างประเทศเช่น เกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น มาขาย แต่ไปคราวนี้แทบไม่ได้ซื้ออะไรกลับมาเลยเพราะว่าค่าเงินเขาแพงมาก

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า ไปครั้งนี้สวีตกันมากขึ้นหรือเปล่า ตลกหญิงดังกล่าวว่า ครั้งนี้ไปกับผู้ใหญ่ทางโตโยต้ารวมแล้ว 7 คน โดยเราจะไปทำงานกลางคืน ไปโชว์ตลกให้คนไทยที่นั่นดู ซึ่งการไปในครั้งนี้แฮปปี้ เพราะการไปในครั้งนี้ได้ใช้เวลาในการท่องเที่ยวและอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมงจริงๆ ก่อนหน้าที่จะไปญี่ปุ่น ตนได้บอกกับบูบู้ว่า ไปครั้งนี้อยากจะได้อะไรให้บอกมาจะถวายหัวให้หมดเลย ซึ่งพอบูบู้ได้ยินก็ดีใจ เพราะนานๆจะได้มีโอกาสไปต่างประเทศด้วยกันแต่ก็ไม่ได้ขออะไรเป็นพิเศษ“ ที่บูบู้เขางอนหนูก็เพราะว่า เขารู้ว่าหนูเป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก ทำอะไรเขาก็อยากจะจะให้ระมัดระวังตัวเอง เขาจึงเป็นห่วง ซึ่งเราก็เข้าใจและก็ขอโทษเขาไปค่ะ”

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปอีกว่า ล่าสุดที่มีข่าวว่ามีเสี่ยติดต่อไปในทางที่ไม่ดีเป็นจริงหรือเปล่า ตลกสาวเผยว่า มีติดต่อมาจริง โดยโทรมาบอกว่าอยากจะคุยแค่เรื่องงานเท่านั้นและยังบอกอีกว่าคุณยายของเขา ล้มป่วย และยายก็ชอบตนมากอยากจะให้มาให้กำลังใจ ตนก็จึงเดินทางไปเพราะตนรับงานเองด้วยและอยากจะไปให้กำลังใจคุณยายของเขา ด้วย พอไปถึงที่เป็นบ้านในย่านบางนาซึ่งเป็นที่นัดหมาย ตนได้ลงไปคนเดียว โดยบูบู้อยู่ในรถ ซึ่งพอเข้าไปในบ้านปรากฏว่าภายในบ้านมีเขาอยู่คนเดียว ตนเห็นดังนั้นก็ถามถึงคุณยายที่เสี่ยคนนั้นบอก เสี่ยคนนั้นทำสีหน้าเลิกลั่กและเลี่ยงด้วยการชวนให้กินข้าวกัน ทำให้ตนเองรู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติ จึงได้เรียกบูบู้ลงมาจากรถเป็นเพื่อน และบอกเสี่ยคนนั้นไปว่า ถ้าจะกินข้าวขอไปกินที่ร้านพี่หม่ำที่บางแคดีกว่า เสี่ยคนนั้นก็ยินยอม โดยขึ้นรถตู้ของตนไป แต่ไปด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ พอกินข้าวเสร็จเขาก็กลับ

“ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดมาประมาณ 4-5 วันที่ผ่านมานี้เองค่ะ เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ทำให้หนูต้องเลือกงานมากยิ่งขึ้นเพราะถ้าไม่ดีมันจะ เป็นอันตรายกับเรา อย่าล่าสุดหนูไปโชว์ที่ผับแห่งหนึ่ง คนที่มาเที่ยวบอกว่า ถ้าหนูร้องและเต้นเพลง คันหู จะให้ทิป 1 หมื่นบาท แต่หนูไม่ยอมร้องเพราะแอนตี้เพลงนี้มากเพราะว่าอากัปกิริยาของการเต้นเพลง นี้มันล่อแหลม ความจริงหนูก็สงสารน้องจ๊ะคนร้อง แต่ก็ไม่สนับสนุนหรือชื่นชม และเวลาไปเล่นในผับก็โดนจับมือจับขา ก็จะรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย กลัวแม่ด่าด้วย

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า วางแผนอนาคตกับบูบู้อย่างไรบ้าง ตุ๊กกี้กล่าวว่า ไม่อยากจะแต่งงาน เพราะมันจะเหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ บางคนแต่งกันไปด้วยเงินมหาศาล แต่ก็ต้องเลิกกัน ตนเป็นคนหัวทันสมัย เพราะว่าแฟนหนุ่มอาศัยอยู่ในย่านข้าวสารมาตั้งแต่เด็ก เขาเป็นคนที่ตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้อง เรายอมรับว่าอยู่ก่อนแต่ง ทุกวันนี้เราก็อยู่ด้วยกัน และที่สำคัญคือพ่อกับแม่ตนก็ทราบเรื่องและก็ยอมรับ ซึ่งมีคำพูดคำหนึ่งของแม่ที่พูดออกมาทำให้เราทั้งคู่ถึงกับอึ้งคือ “ตุ๊กกี้เป็นคนมีชื่อเสียงมาก การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะตุ๊กกี้ต้องกู้หน้าการเป็น ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ สินสอดทองหมั้น บูบู้จะไปหามาจากไหน มันก็คือเงินของตุ๊กกี้นี่แหล่ะ ทุกวันนี้บูบู้ก็เป็นเหมือนลูกของพ่อกับแม่อยู่แล้ว เราไม่รู้จะไปเรียกร้องกับใคร เราไม่กลัวขายหน้า” ซึ่งพอแม่พูดจบเรา 2 คนน้ำตาไหลเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ให้สัมภาณ์เรื่องนี้ตลกหญิงชื่อดัง ออกอาการน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งในเรื่องที่เกิดขึ้น

ขอบคุณ  :  

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 8:18 am

ระดับน้ำตามจุดสำคัญต่างๆ ประจำวันที่ 22ต.ค.54

ระดับน้ำตามจุดสำคัญต่างๆ (ข้อมูลจากกรมชลประทาน 22 ต.ค.54)

-แม่น้ำเจ้าพระยา สถานี C.2 ที่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 4,272 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน4,308 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำ +26.64 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 0.44 เมตร

-เขื่อนเจ้าพระยา สถานี C.13 ที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,530 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 3,554 ลบ.ม./วินาที) ระดับน้ำเหนือเขื่อน +17.61 เมตร เหนือระดับทะเลปานกลาง (เมื่อวาน +17.64 เมตร เหนือระดับทะเลปานกลาง) ระดับน้ำท้ายเขื่อน +17.45 เมตร เหนือระดับทะเลปานกลาง (เมื่อวาน +17.48 เมตร เหนือระดับทะเลปานกลาง)

-รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก ปริมาณน้ำไหลผ่าน 28 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 28 ลบ.ม./วินาที) คลองชัยนาท-ป่าสัก (ประตูระบายน้ำมโนรมย์) 28 ลบ.ม./วินาที คลองชัยนาท-อยุธยา (ประตูระบายน้ำมหาราช) ปิดการระบาย คลองเล็กอื่นๆ ปิดการระบาย โดยรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์ (ประตูระบายน้ำพระนารายณ์) 100 ลบ.ม./วินาที

-รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันตก ปริมาณน้ำไหลผ่าน 698 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 702 ลบ.ม./วินาที) คลองมะขามเฒ่าอู่ทอง (ประตูระบายน้ำมะขามเฒ่า-อู่ทอง) 40 ลบ.ม./วินาที แม่นํ้าสุพรรณ 435 ลบ.ม./วินาที (ประตูระบายน้ำพลเทพ 355 ลบ.ม./วินาที คลองเล็กอื่นๆ 80 ลบ.ม./วินาที) แม่น้ำน้อย ประตูระบายน้ำบรมธาตุ 223 ลบ.ม./วินาที

-เขื่อนพระรามหก อัตราการไหลเฉลี่ย 483 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 546 ลบ.ม./วินาที)

-อ.บางไทร สถานี C.29 อัตราการไหลเฉลี่ย 3,693 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 3,669 ลบ.ม./วินาที)

-ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ปริมาณน้ำไหลผ่าน 57.17 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 58.26 ล้าน ลบ.ม.) อัตราการไหลเฉลี่ย661.69 ลบ.ม./วินาที (เมื่อวาน 674.24 ลบ.ม./วินาที) ระยะเวลาเปิดการระบายน้ำ 24.00 ชั่วโมง

-ทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง รวมสูบและระบายทั้งหมดวันละ 39.12 ล้าน ลบ.ม. โดยได้เร่งระบายนํ้าลงแม่น้ำเจ้าพระยาวันละ 2.61 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำลงแม่น้ำนครนายกวันละ 3.33 ล้าน ลบ.ม.ระบายน้ำลงแม่น้ำบางปะกงวันละ 7.08 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำลงอ่าวไทยวันละ 26.10 ล้าน ลบ.ม. (สูบจากคลองชายทะเลลงอ่าวไทยวันละ 19.62 ล้าน ลบ.ม. และสูบจากสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิลงอ่าวไทยวันละ 6.48 ล้าน ลบ.ม.)

-ทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกตอนล่าง รวมสูบและระบายทั้งหมดวันละ 16.60 ล้าน ลบ.ม. โดยได้เร่งระบายนํ้าลงแม่น้ำเจ้าพระยาวันละ 2.96 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำลงแม่น้ำท่าจีนวันละ 13.64 ล้าน ลบ.ม.

Tags:
comments Comments (0)    -
October 23rd, 2011 at 8:13 am

ในหลวงพระราชทานถุงยังชีพผู้ประสบภัยศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้แทนนำถุงยังชีพ 810 ถุง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4 แสนบาท พระราชทานให้กับผู้ประสบภัยของศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ โดยมีนายประสงค์ วิทูรกิจจา เลขาธิการมูลนิธิ เป็นผู้แทนนำสิ่งของพระราชทานมอบให้กับนายวัฒนา เชาวสกู ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กรมธนารักษ์ และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของศูนย์ราชการเฉลิม พระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ เป็นผู้ให้การต้อนรับ

นายวิรุฬกล่าวอีกว่า สำหรับจำนวนผู้ประสบภัยขณะนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 1,349 คน ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน รองลงมาเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ บางส่วนได้ขอกลับเนื่องจากต้องการไปพักอาศัยกับญาติที่ต่างจังหวัด กลับภูมิลำเนา และไปเช่าบ้านที่ต่างจังหวัด สำหรับยอดผู้ป่วยพบว่ามีจำนวน 427 ราย โรคที่พบได้แก่ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โรคผิวหนังอักเสบและเชื้อรา ทำแผล ไข้หวัด ปวดศีรษะ และภาวะเครียด

นายวิรุฬกล่าวด้วยว่า ขณะที่สัตว์เลี้ยง (กรณีมากับผู้ประสบภัย) มีจำนวน 112 ตัว ได้แก่ สุนัข 94 ตัว แมว 13 ตัว กระต่าย 2 ตัว หนู 2 ตัว และนก 1 ตัว สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและร่วมบริจาคสิ่งของสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมได้โทร.0-2143-1444 (20 คู่สาย) ตลอด 24 ชั่วโมง

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 22nd, 2011 at 9:22 pm

ใช้อำนาจมาตรา31 “ปู”ไม้แข็ง สั่งกทม.-เปิดคลอง

ผู้ว่าฯเสียงอ่อนพร้อมทำ แจ้งวัฒนะโกลาหลทั้งวัน ทบ.เร่งอุดคลองประปา สส.เก่งยกพวกพังคันกั้น นิคมบางกะดีจมแล้ว2ม.

ปู”เข้ม ประกาศใช้ม.31 พ.ร.บ. บรรเทาสาธารณภัย ให้อำนาจ นายกฯสั่งการทุกหน่วยงานแก้ภัยพิบัติ หากไม่ทำตามมีโทษทางวินัย พร้อมตั้งกรรมการบริหารระบายน้ำ มี “วีระ วงศ์แสงนาค” คุมแผนระบายน้ำ พร้อมตั้งศปภ. ส่วนหน้า ส่ง “พระนาย” ประกบผู้ว่าฯ กทม. ประสานงานศปภ.ส่วนกลาง สุขุมพันธุ์โต้ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ แต่น้ำท่วมกทม.เกิดจากคันคลองประปาที่อยู่นอกความรับผิดชอบกทม.จริงๆ “ดร.อานนท์” แจง กทม.ท่วมแน่ แต่ไม่ร้ายแรง เผยแบ่งพื้นที่ 3 ชั้นท่วม 1-3 สัปดาห์ ชาวบ้านไม่ต้องตระหนก ผู้ว่าฯ กปน.ยันระดับน้ำคลองประปาคุมได้แล้ว ส่วนน้ำประปายังคงมาตรฐานเดิม บางบัวทองจมหนัก ทหารเร่งอพยพคนนับหมื่น นอภ.ปากเกร็ดโวย “เก่ง การุณ” นำทีมพังคันดินฝั่งตรงข้ามดอนเมือง “ปทุม” น้ำลามไปธัญบุรี นิคมบางกะดีจมหลังพนังติดคลองประปาพัง มิด 2.5 เมตร

“ปู”ถกด่วนแก้น้ำท่วมกรุง

เมื่อ วันที่ 21 ต.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยกเลิกกำหนดการเดินทางไปตรวจความพร้อมในการรับมือสถานการณ์น้ำและเส้นทาง คมนาคมบริเวณพื้นที่สนามบินสุวรรณ ภูมิ โดยเดินทางเข้ามาที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ดอนเมือง เพื่อเรียกประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา อุทกภัย เพื่อบูรณาการการทำงาน เนื่องจากน้ำที่ทะลักมาในพื้นที่เขตดอนเมืองมีปริมาณน่าเป็นห่วง โดยก่อนการประชุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าหากน้ำท่วมเขตดอนเมืองถือเป็นความรับผิดชอบของการประปานครหลวง (กปน.) ว่า เราต้องการความเป็นเอกภาพ อยากให้กทม.ทำหน้าที่เต็มที่ รัฐบาลมีหน้าที่ดูในภาพรวม ดูแลประชาชนหลายจังหวัด ถ้ากทม.ช่วยเหลือได้ก็ยินดี เราพร้อมสนับสนุน แต่ถ้าคิดว่าพื้นที่ใด กทม.ดูแลไม่ไหว ศปภ.พร้อมที่จะเข้าไปดูแลเอง

วอนรวมพลัง-เป็นเอกภาพ

“ใน ความรับผิดชอบพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะอยู่กทม.หรือจังหวัดไหน เป็นหน้าที่และภาระที่เราต้องดูแลด้วยกัน ต้องขอแรงในการรวมพลัง เพื่อต่อสู้กับอุทกภัยนี้ ต้องการความร่วมมือร่วมใจให้เป็นเอกภาพ เพื่อที่จะมองภาพรวม เพราะถ้าต่างคนต่างมองในมุมของตัวเองประเทศจะเดินไม่ได้ จึงต้องได้เรียกประชุมทุกหน่วยงาน เพื่อทบทวนอีกครั้ง ว่าส่วนไหนเป็นอุปสรรค และจำเป็นจะต้องตัดสินใจทำงาน เพื่อให้เป็นเอกภาพมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งก็จะต้องมีการวางแผนในการดูแลประชาชน โดยจะคำนึงถึงเรื่องชีวิตเป็นสำคัญ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ย้ำไม่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

เมื่อ ถามว่าถึงเวลาต้องประกาศใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉินพื้นที่กทม.เพื่อให้มีอำนาจสั่งการได้เต็มที่ นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า ว่า การทำงานในศปภ.ทุกหน่วยงาน ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทุกคนมีใจที่จะช่วยเหลือประเทศ เราไม่อยากเห็นภาวะที่ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีปัญหาอยู่แล้ว เกิดขึ้นเพิ่มอีก ถ้าไปประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะยิ่งทำให้ความมั่น ใจของนักลงทุนต่างชาติลดลง เพราะมองว่าประ เทศไทยดูแลกันเองไม่ได้ จึงน่าจะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนเป็นความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ และไม่แน่ใจว่าถ้าประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะช่วย ให้ดีขึ้นหรือไม่ ถ้าใจของคนเราไม่ได้รวมกัน”

ขอกทม.อย่าเล่นการเมือง

เมื่อ ถามว่าถ้ากทม.ไม่ให้ความร่วมมือ จะทำอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ต้องหารือกับกทม. ให้ชัดเจน ตนได้เรียกผู้ว่าฯ กทม.มาหารือด้วย หวังว่าเราจะไม่มาเล่นการเมืองกัน แต่จะมาทำ งานเพื่อช่วยเหลือประชาชนและคนไทยทุกคน อย่ามองว่าการที่เป็นคนละพรรคการเมือง หรือคนละเขตเลือกตั้งจะทำงานร่วมกันไม่ได้ จะต้องคุยอย่างเคร่งครัดในเรื่องเปิดประตูระบายน้ำ เข้าใจว่ากทม.ก็คงห่วงพื้นที่กทม. แต่เราต้องคุยในภาพรวมว่าต้องรับปริมาณน้ำได้เท่าไร เมื่อถามว่ามองว่าผู้ว่าฯ กทม.ใจแคบเกินไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี อึ้งไปพัก ก่อนตอบว่า “ขอไม่พูดดีกว่า การพูดของตนจะยิ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิด อยากมองเป็นเจตนาดีว่าผู้ว่าฯ เต็มใจช่วยกัน”

ให้ทุกเขตยกของขึ้นที่สูง

เมื่อ ถามว่า พื้นที่ใดของกทม.ที่ต้องระวังน้ำท่วม น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ต้องดูการระบายน้ำ ขณะนี้น้ำเข้าคลองเปรมประชากรมาก ต้องเบี่ยงให้น้ำออกทางขวา อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนในกทม.ทุกเขต เตรียมเคลื่อนย้ายสิ่งของไปอยู่ที่สูงขึ้น เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมไว้ แต่อย่าตระหนก จะพยายามประเมินสถานการณ์ให้เร็ว และแจ้งประชาชนทราบ รวมทั้งจะต้องหาทางเร่งระบายน้ำ พื้นที่ส่วนไหนที่บล็อกทางน้ำไว้ก็อาจจะขอความกรุณาให้เปิดทางน้ำ

ใช้ม.31 คุมสถานการณ์

ต่อ มาเวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นประ ธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีทั้งรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ ขาดเพียงม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่ส่งนายสัญญา ชีนิมิตร ผอ.สำนักการระบายน้ำ เข้าร่วมประชุมแทน

นายกรัฐมนตรีกล่าว ในการประชุมว่า ภาพรวมของมวลน้ำจากพระนครศรีอยุธยา ไม่ได้สูงขึ้น แสดงว่าผันน้ำได้ระดับหนึ่ง แต่เพื่อให้ระบายน้ำได้เร็วขึ้น และให้การทำงานสัมพันธ์กัน และเป็นเอกภาพ จึงต้องออกคำสั่งในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติร้ายแรง ตามมาตรา 31 ของพ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 เพื่อให้เจ้าหน้าที่แต่ละส่วนนำไปปฏิบัติ และตั้งคณะทำงานเพื่อเฝ้าระวังติดตามระดับน้ำ และการบริหารจัดการน้ำในแต่ละส่วน เพื่อเร่งระบายน้ำออกไปทางฝั่งตะวันออกให้เร็วที่สุด ผู้รับผิดชอบในแต่ละจุดจะต้องเปิดประตูระบายน้ำให้มีความสัมพันธ์กับความ สามารถในการระบายน้ำออกสู่ทะเลรวมถึงกทม.ด้วย

สั่งเฝ้าทุกจุดสำคัญ

นายก รัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ว่ากปน.เร่งซ่อมแซมพนังคลองประปาที่ชำรุดโดยเร็ว และ ดูแลการไหลของน้ำ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจความ สะอาดของน้ำประปา ในส่วนของแนวคันกั้นน้ำในจุดที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหลักหก และคลองหกวา ขอให้กองทัพจัดเวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ให้เฝ้าระวังสถานที่สำคัญ เช่น สถานที่ผลิตไฟฟ้า ผลิตน้ำประปา พระบรมมหาราชวัง โรงพยาบาลศิริราช สนามบินสุวรรณ ภูมิ สนามบินดอนเมือง ส่วนเส้นทางคมนาคมสายหลัก เช่น โทลล์เวย์ จุดขึ้น-ลง ต้องใช้ได้ ไม่ปล่อยให้มีการติดขัด รวมทั้งรถไฟฟ้า สถานีรถ ไฟต่างๆ ต้องรักษาไว้ และให้แน่ใจว่าใช้การได้ ให้ทางกระทรวงคมนาคมไปดูเส้นทางหลักๆ เช่น เส้นทางเข้าเมือง เส้นทางที่ใช้ขนส่งสินค้า จะต้อง ไม่ถูกปิดหรือเป็นอัมพาต เพื่อไม่ให้สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นของประชาชนขาดตลาด และขอให้เพิ่มสถานที่จอดรถให้กับประชาชนด้วย

หาศูนย์อพยพ-ที่จอดรถเพิ่ม

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์กล่าวอีกว่า ส่วนการดูแลช่วยเหลืออพยพประชาชน มีประชาชนติดอยู่ที่ จ.ปทุมธานี นนทบุรี ต้องเร่งอพยพช่วยเหลือด่วน ส่วนกทม.ต้องเตรียมทำแผนไว้ นอกจากนี้การจัดหาศูนย์อพยพ ให้ทุกหน่วยงานที่มีตึกสูง โดยเฉพาะส่วนราชการ โรงเรียน และหน่วยงานของ กองทัพ ให้จัดเตรียมเป็นสถานที่ให้ประชาชนได้พักพิงอาศัย และเป็นที่จอดรถ และขอให้ไปประสานกับภาคเอกชนด้วย หากได้ข้อสรุปแล้ว สถานที่ใดทำเป็นศูนย์อพยพก็ขอให้ติดป้ายบอกให้ชัดเจนและแจ้งมายังศปภ.เพื่อ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ

“ทั้งหมดที่ได้สั่งการจะออกเป็นคำ สั่งตามมาตรา 31 เพื่อให้ทุกหน่วยงาน ทำงานขึ้นตรงกับนายกฯ และขอให้รายงานผลตรงมายังนายกฯ ด้วย โดยขอให้พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. ประ สานกับทุกหน่วยงานให้แจ้งรายชื่อผู้ที่รับผิดชอบในแต่ละส่วนให้ชัดเจน” น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าว

รับใช้ม.31เพราะขรก.ไม่ทำตาม

เวลา 13.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงเหตุผลในการออกคำสั่งตามมาตรา 31 ว่า เพื่อบูรณาการการทำงานให้เป็นเอกภาพ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เติมเต็มการใช้อำนาจในการบรรเทาสาธารณภัย เมื่อถามว่า การออกคำสั่งเป็นเพราะที่ผ่านมาสั่งไปแล้วไม่ได้ผลใช่หรือไม่ นายก รัฐมนตรีกล่าวว่า ใช่ จึงจำเป็นต้องออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตาม จะบิดพลิ้วไม่ได้ เช่นเรื่องเปิดประตูระบายน้ำเต็มที่ ถ้าสั่งให้เปิดก็ต้องเปิด เพื่อจะได้คำนวณปริมาณน้ำว่ามีเท่าไหร่ และสมดุลกับการระบายออกแค่ไหน เพื่อให้การระบายน้ำในแต่ละจุดสัมพันธ์กันและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เมื่อถามว่าเป็นเพราะกทม.ไม่ปฏิบัติตามใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่ตอบ และเดินเลี่ยงขึ้นรถไปทันที

เสริมอำนาจเร่งกู้วิกฤต

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำสั่งนายกรัฐ มนตรี เรื่องพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง ตามมาตรา 31 แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ระบุว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในขณะนี้ ถือเป็นสาธารณภัยขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรงจาก สถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ยุติลงได้โดยเร็ว และในการระบายน้ำรวมทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนความเสียหาย จะต้องมีการบริหารงานร่วมกันและเกี่ยวพันหลายพื้นที่เพื่อให้การแก้ไขปัญหา เป็นไปอย่างมีระบบที่สอดคล้องกัน

จึงจำเป็นต้องเสริมระดับอำนาจควบ คุมและกำกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 โดยนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ให้ศปภ. เป็นศูนย์กลางในการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อระบายน้ำออกไปจากทุก พื้นที่โดยเร็ว รวมทั้งแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ เพื่อให้หน่วย งานของรัฐทุกแห่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป และการเพิ่มระดับอำนาจในการบริหารภาครัฐในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการคลี่ คลายสถานการณ์ในลำดับต่อไป ได้แก่ ขั้นตอนของการสงเคราะห์ฟื้นฟู เยียวยา การเร่งระบายน้ำ การกำหนดพื้นที่เส้นทางระบายน้ำ โดยมีการบังคับใช้ในบางพื้นที่

ตั้ง”วีระ”ปธ.คุมระบายน้ำ

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่าวันเดียวกัน ศปภ. มีคำสั่งแต่งตั้ง นายวีระ วงศ์แสงนาค อดีตรองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง โดยมีกรรมการ อาทิ นายกิจจา ผลภาษี อดีตอธิบดีกรมชลประทาน และนายรอยล จิตรดอน เป็นที่ปรึกษา นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นกรรมการและเลขานุการ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า คณะทำงานชุดนี้มีหน้าที่ลงไปดูในหน้างานว่าผลของการทำเป็นอย่างไร ผลของการไม่ทำเป็นอย่างไร พร้อมอธิบายให้คนทำเข้าใจด้วยว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนั้น เพราะเกรงว่าที่ไม่ทำอาจเป็นเพราะไม่ใช่จะตั้งใจขัดคำสั่ง แต่อาจเป็นเพราะไม่รู้เรื่อง หรือไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำ แต่คนเหล่านี้เต็มใจทำให้ ซึ่งคำสั่งแต่งตั้งนี้มีผลบังคับใช้แล้ว และใช้อำนาจตามมาตรา 31 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 หากผู้ใดไม่ให้ความร่วมมือมีความผิดตามมาตรา 157 ผิดทั้งวินัยและอาญา

กลาโหมพร้อมช่วยอพยพ

พล.อ.ยุทธ ศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม กล่าวว่า ต้องจับตาสถานการณ์น้ำในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยตนยกเลิกการไปประชุมรมว.กลา โหมอาเซียน เพื่อติดตามสถานการณ์ภายในประเทศ หากมวลน้ำไม่เพิ่มขึ้น และระบายน้ำได้ ก็เชื่อว่าจะรักษากทม.ไว้ได้ แต่หากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้น จะต้องเตรียมเรื่องการอพยพการเคลื่อนย้าย แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่ถึงขั้นต้องอพยพไปต่างจังหวัด โดยทหาร และกระทรวงมหาดไทย ได้เตรียมพื้นที่อพยพในกทม.ไว้แล้ว ส่วนกระทรวงสาธารณสุข จัดเตรียมโรงพยา บาลไว้ และยังมีเครื่องบินมี ซี 130 เตรียมไว้รองรับคนป่วยไปยังโรงพยาบาลตามพื้นที่ต่างจังหวัด 3 ลำ

ประยุทธ์ลั่นป้องกันทุกพื้นที่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงการป้องกันน้ำท่วมสวนจิตรลดา ว่า พยายามสร้างแนวกั้นน้ำที่คลองประปาและคลองเปรมประชากรให้ได้มากที่สุด และเบี่ยงน้ำออกด้านนอก เพราะน้ำสามารถเข้ามาทางส่วนนี้ได้ แต่ถ้าไม่ได้ก็คือไม่ได้ ทั้งนี้ต้องเตรียมแผนสำรอง ขอร้องว่าอย่าตื่นตระหนกและเตรียมความพร้อม รวมทั้งเชื่อฟังเจ้าหน้าที่ อย่าโทษกันไปมาและโยนความรับผิดชอบให้ใครคนใดคนหนึ่ง เพราะทหารทำคนเดียวไม่ได้ กทม.จะรับผิดชอบในภาพรวม ทหารจะเข้าไปสนับสนุน ซึ่งพร้อมทำเต็มที่และถ้าพื้นที่ไหนน้ำท่วมก็จะโยกกำลังมาอีกพื้นที่หนึ่ง เพื่อไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่นี้

“ไม่ใช่ป้องกันสวนจิตรลดาอย่างเดียว แต่ต้องป้องกันทุกที่ คนกรุงเทพฯ ก็คือกรุงเทพฯ ไม่ใช่ป้องกันตรงนั้น ตรงนี้เป็นพิเศษ มันไม่ได้ เพราะป้องกันตรงนี้ ตรงอื่นก็ท่วม จะท่วมกันหมด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

“เจ๊หน่อย”เผยคลองยังแห้ง

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ปรึกษาผอ.ศปภ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ออกมาโจมตีการบริหารจัดการน้ำของ ศปภ.ล้มเหลว ว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะโจมตีกัน ไม่มีนายกฯ คนไหนเจอน้ำท่วมหนักขนาดนี้ น้ำในปีนี้มีมากเป็นประวัติศาสตร์ ปริมาณน้ำที่ไหลลงมาถึงเขตพื้นที่กรุงเทพฯ มีถึง 1.5 หมื่นล้านลบ.ม. มากกว่าปริมาณน้ำทั้งหมดเขื่อนภูมิพลที่มีอยู่ 1.3 หมื่นล้านลบ.ม. และมาจ่อกทม. ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. ถ้าศปภ.บริหารจัดการน้ำล้มเหลวจริงป่านนี้กทม.คงจมน้ำไปแล้ว ใครที่เข้ามาแก้ไขปัญหาในขณะนี้ก็คงไม่ทำได้ดีกว่าที่ ศปภ.ทำอยู่ จึงอยากขอร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือทำงาน และอยากขอร้อง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ช่วยและร่วมมือกันเพื่อไม่ให้ปัญหาที่มีอยู่ไม่หนักมากไปกว่านี้ เพราะคลองชั้นในของกทม.หลายคลองอย่างเช่นที่คลองแสนแสบ น้ำยังแห้งขอด และอีกหลายคลองที่ได้ตรวจสอบก็เป็นลักษณะเดียวกัน

กทม.เปิดประตูน้ำเพิ่ม

เมื่อ เวลา 10.00 น.ที่ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า กทม. เปิดประตูระบายน้ำกว้างกว่าปกติ โดยที่คลอง 2 กว้างกว่า 1.10 เมตร ขณะที่คลองทวีวัฒนาเปิด 1 เมตร และจะพิจารณาเปิดเพิ่มในพื้นที่ที่เปิดได้ ยืนยันว่าให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเต็มที่ ส่วนประตูระบายน้ำที่ยังไม่ได้เปิด ไม่ได้เป็นของกทม.แต่เป็นของกรมชลประทาน ที่ไม่เปิดประตูระบายน้ำฝั่งตะวันออก

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในคลองประปาเอ่อไหลเข้าเขตหลักสี่และดอนเมือง ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบและต้องการถุงทรายเป็นจำนวนมาก แต่กทม.มีข้อจำกัด เนื่องจากได้นำไปสร้างแนวคันกั้นน้ำที่สายไหม อย่างไรก็ตามทางปลัดกทม. มอบหมายให้รองปลัดกทม. เข้าไปติดตามสถานการณ์ทั้ง 2 เขตนี้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งประสานศปภ.เพื่อให้ลดระดับน้ำในคลองประปา และซ่อมคันกั้นน้ำโดยเร็ว เพราะหากน้ำสูงขึ้นจะกระทบถนนวิภาวดีทันที และเกิดปัญหาได้

ยังห่วง 3 จุดเสี่ยง

ม.ร.ว.สุขุม พันธุ์ กล่าวอีกว่า ยังเป็นห่วงจุดเสี่ยง 3 จุด ซึ่งที่ถนนพหลโยธินตัดคลองรังสิต กทม.ยังเป็นผู้ดูแล เพราะยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาเสริมคันกั้นน้ำ ขณะที่คันกั้นน้ำที่คลองหกวา ระยะทาง 6 กิโลเมตร ซึ่งได้มีการเพิ่มกระสอบทรายกว้าง 3 แถว สูง 3 ม.จากระดับน้ำทะเลปานกลาง คาดว่าจะเสร็จวันนี้ อาจมีความล่าช้าบ้างเพราะเมื่อคืนนี้เกิดจราจรติดขัด เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก

ยันไม่ปัดความรับผิดชอบ

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์กล่าวว่า ขอยืนยันว่าคันกั้นน้ำในคลองประปาอยู่นอกเหนืออำนาจของกทม. ตนไม่เคยเลี่ยงความรับผิดชอบ ยืดอกรับผิดชอบหลายเรื่องแล้ว แต่พื้นที่คลองประปาที่เกิดปัญหาอยู่ไกลมาก กทม.ก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับระบบ ประปา จึงขอให้แก้ไขปัญหานี้ และขอความร่วมมือกับประชาชน อย่าปล่อยข่าวลือที่ไม่เป็นความจริงว่า กทม.ระบายน้ำเข้าคลองประปา ซึ่งความจริงแล้วเราทำไม่ได้ ถ้าหากรักชาติก็ไม่ควรทำอย่างนี้ เพราะมันก่อให้เกิดความสับสน

สุขุมพันธุ์ยอมรับม.31

ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลประ กาศใช้พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 ว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวทำให้ตนมีอำนาจมากกว่าเดิมสามารถสั่งการอะไรในพื้นที่กทม.ก็ ได้ แต่อยู่ภายใต้การควบคุมจากนายกฯ หากนายกฯ ไม่เห็นชอบเรื่องใด กทม.ก็ไม่สามารถคัดค้านได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กทม.พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล และการทำงานหลังจากนี้ก็คงเป็นแนวทางเดียวกัน อย่างไรก็ตามยืนยันว่ากทม. เปิดประตูระบายน้ำมาโดยตลอด แต่อาจเปิดได้ไม่เต็มที่ เพราะมีหน้าที่รับผิดชอบต่อชาวกทม. ไม่ใช่รับผิดชอบต่อคนทั้งชาติ หากถามความรู้ สึก ถ้าจะให้ทำอะไรก็พร้อมทำทุกอย่าง ผมถวายชีวิตให้คนกทม.แล้ว แค่กฎหมายนี้ทำไมจะยอมรับไม่ได้

กปน.เร่งซ่อมพนัง

ที่ ศปภ. นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการประปานครหลวง (กปน.) กล่าวว่า กปน.แก้ไขโดยประสานงานกับหน่วยทหารพัฒนา เข้าไปซ่อมพนังกั้นน้ำคลองบางหลวงที่ชำรุด อีกทั้งยังควบ คุมระดับน้ำที่ประตูน้ำรับน้ำทางลอดคลองรังสิตประยูรศักดิ์ รวมทั้งการระบายน้ำในคลองประปาที่เอ่ออยู่ให้ไปลงคลองบางเขนที่ถนนพงษ์เพชร คลองบางซื่อ และคลองสามเสน และกทม.ช่วยสูบน้ำออกไป ซึ่งเราควบคุมระดับน้ำไว้ได้ และจะลดลงภายใน 1-2 วัน ยอมรับว่าแนวคลองประปาไม่ได้ทำไว้เพื่อกั้นน้ำ ตามปกติน้ำจะต่ำกว่าคันคลอง 1 เมตร แต่ตอนนี้น้ำเต็มล้นเสมอคันคลอง ซึ่งได้ให้เสริมกระสอบทรายเพิ่มเติม

มั่นใจประปามีคุณภาพ

นาย เจริญกล่าวว่า ส่วนการผลิตน้ำประปาของกปน.มั่นใจว่าเราควบคุมการผลิตน้ำโดยใช้สารเคมีพิเศษ ปรับแต่งคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับสภาพน้ำดิบที่เข้ามา โดยยังคงผลิตน้ำมาตรฐานน้ำดื่มอยู่ ทั้งนี้สิ่งที่กปน.และหน่วยงานเกี่ยวข้องดูแลเป็นพิเศษในตอนนี้ คือในส่วนของพนังกั้นน้ำคลองรังสิตประยูรศักดิ์ตอนใต้ บริเวณอบต. บ้านใหม่ และอบต.หลักหก รวมถึงคลองประปาย่านรังสิต คุณภาพน้ำประปาในขณะนี้อาจจะมีกลิ่นที่ผิดจากปกติบ้าง เนื่องจากน้ำดิบที่ด้อยคุณภาพ แต่ขอให้มั่นใจว่า กปน.ยังผลิตน้ำได้สะอาดตามมาตรฐานแน่นอน และกปน.ยังคงผลิตและจ่ายน้ำประปาเป็นปกติ อย่าเชื่อข่าวลือที่ว่าน้ำประปาจะไม่ไหล หรือดื่มไม่ได้

แฉ”การุณ”พังคันกั้นปากเกร็ด

สำหรับ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านปากเกร็ดและเขตดอนเมือง เกี่ยวกับการระบายน้ำที่ทะลักจากคลองประปา และมีข้อตกลงร่วมกันให้แต่ละด้านทำคันดินของตัวเองไปก่อนหน้านี้ แต่ล่าสุดคันดินบริเวณกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 รอ. ในพื้นที่อ.ปากเกร็ด ถูกทำลายยาวกว่า 1 ก.ม.

โดยนายวิสิษฐ์ พวงเพชร นายอำเภอปากเกร็ด เผยว่า เมื่อคืนวันที่ 20 ต.ค.ชาวบ้านฝั่งปากเกร็ดทำคันดินเสร็จ แต่ชาวบ้านเขตดอนเมืองไม่พอใจ จึงเข้ามาประท้วงให้รถแบ๊กโฮหยุดทำงาน โดยอ้างว่าน้ำได้ท่วมเขตดอนเมืองด้วย ก็เลยหยุดการทำคันดินและเจรจา โดยมี นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง พรรคเพื่อไทย และ นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร ส.ส.นนทบุรี เขต 4 พรรคเพื่อไทย ร่วมเจรจา ซึ่งได้ข้อยุติว่าให้รถแบ๊กโฮ 10 คัน แบ่งทำคันดินฝั่งละ 5 คัน จนทั้ง 2 ฝ่ายพอใจ

นายวิสิษฐ์ กล่าวว่า แต่กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 21 ต.ค. ได้รับแจ้งว่าได้มีการพังคันดินหมดแล้ว จึงรุดไปตรวจสอบ ปรากฏว่าทางฝั่งดอน เมืองเอารถแบ๊กโฮซึ่งไม่ทราบที่มารื้อคันดินทั้งหมด โดยมีนายการุณเป็นคนนำรถแบ๊กโฮพังคันกั้นน้ำเอง โดยอ้างว่าบ้านเขาเดือดร้อน จึงเข้ามาทำลายคันดิน ตั้งแต่ถนนศรีสมานที่จะขึ้นทางด่วนอุดรรัถยา น้ำได้ลงไปด้านล่างซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ มีความยาวกว่า 1 ก.ม.

“นายกา รุณมาช่วยเจรจา แถลงข่าวเรียบร้อยว่าจะทำคันดินคู่ขนานกันไป รมว.มหาดไทยก็อยู่ มหาดไทยก็อยู่ด้วย แต่พอกลางคืนก็กลับมาทำลายคันดิน ผมไม่รู้จะว่ายังไง” นายวิสิษฐ์ กล่าว และว่า ทางแก้ไขต้องสร้างคันดินใหม่ เพราะหากน้ำล้นเข้ามาฝั่งอ.ปากเกร็ด จะไปเซาะคันดินที่กั้นแม่น้ำเจ้าพระยาเอาไว้ หากคันดินพัง ทั้งเขตดอนเมืองและเขตหลักสี่ รวมทั้ง อ.ปาก เกร็ด น้ำจะท่วมสูงไม่ต่ำกว่า 2 เมตร เพราะน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

“แจ้งวัฒนะ”ท่วมแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำจากคลองประปาล้นเข้ามาบนถนนแจ้งวัฒนะ หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 1 ฟุต ส่งผลให้การจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะทั้งสองฝั่งติดขัด ขณะเดียวกันประชาชนได้แตกตื่นจึงพากันนำรถยนต์มาจอดบนสะพานจำนวนมากซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งที่ทำให้การจราจรติดขัดยาวหลายก.ม. นอกจากนี้ น้ำยังเข้าท่วมภายในกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 ถนนแจ้งวัฒนะ ฝั่งขาเข้าเช่นกัน จนทหารต้องรีบขนย้ายยุทโธปกรณ์ไปไว้ในที่ปลอดภัย

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ภายในการประปานครหลวง ถนนริมคลองประปา มีน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดประตูทางเข้าการประปาฯ ทันทีพร้อมทั้งเร่งนำเอารถตักดิน รถบรรทุกเข้ามาขุดเอาดินไปกั้นเป็นคันดินภายในเพื่อไม่ให้น้ำสูงขึ้นกว่า เดิม ขณะเดียวกันบริเวณหน้าหมู่บ้านภัสสร ถนนริมคลองประปา ก็ได้มีประชาชนจำนวนมากออกมาหาปลาที่มากับน้ำ โดยนำแหมาทอดและสวิงมาไล่จับปลากันอย่างคึกคัก ระหว่างนี้บริเวณกลางสะพานของหมู่บ้านดังกล่าวได้เกิดแตกมีน้ำรั่วซึมออกมา บนพื้นผิวถนนเจ้าหน้าที่ต้องนำป้ายห้ามรถยนต์ทุกชนิดเข้าออกหมู่บ้านทันที เพราะเกรงสะพานจะพัง พร้อมกับเร่งวางกระสอบทรายหน้าหมู่บ้าน นอกจากนี้ตลอดแนวริมคลองประปาพบว่ามีประชาชนจำนวนมากออกมาดูและวิตกกังวลว่า แนวคันดินที่ทางกทม.ทำไว้จะพังลงเหมือนกับบริเวณเมืองทองธานี ทำให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามคันดินต่างหนีย้ายออกนอกพื้นที่ไป

บช.น.เฝ้าระวัง 23 เขต

ศูนย์ ช่วยเหลือประชาชนเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.บช.น.) รายงานสภาวะน้ำท่วมและคาดการณ์สถานการณ์พื้นที่เฝ้าระวัง โดย 23 เขต ที่คาดว่าจะเกิดน้ำท่วม ได้แก่ ฝั่งพระนครคาดว่าจะมีน้ำท่วมขัง 6 แห่ง ได้แก่ ดอนเมือง หลักสี่ สายไหม บาง คอแหลม ยานนาวา และสาทร เนื่องจากเป็นพื้น ที่ต่ำ น้ำท่วมขังได้ สูงประมาณ 1-2 ม.

ส่วนฝั่ง ธนบุรี คาดว่าจะมีน้ำท่วมขัง 17 แห่ง ได้แก่ ตลิ่งชัน อรุณอัมรินทร์ บางพลัด บางขุน นนท์ บางขุนศรี จอมทอง บางปะกอกในเขตราษฎร์บูรณะ บางขุนเทียน บางกอกใหญ่ บาง กอกน้อย ธนบุรี บางแวกในเขตภาษีเจริญ หลักสอง บางแคและบางแคเหนือ และบางบอน

เผย 16 จุดเสี่ยงท่วม

สำหรับ พื้นที่ชั้นในมี 16 พื้นที่เป็นจุดอ่อนและเสี่ยงต่อน้ำท่วม ได้แก่ 1.เขตสาทร ย่านถนนจันทร์ เซนต์หลุยส์ สาธุประดิษฐ์ 2.เขตพญาไท ถนนพหลโยธิน ช่วงคลองสามเสน-คลองบางซื่อ 3.เขตพระโขนง ถนนสุขุมวิท จากคลองพระ โขนง-ซอยลาซาล 4.เขตวัฒนา ซอยสุขุมวิท 39 และ 49 5.เขตวังทองหลาง ถนนลาดพร้าว จากคลองลาดพร้าว-ห้างเดอะมอลล์ 6.เขตบึงกุ่ม ถนนนวมินทร์ จากคลองดอนอีกา-แยกถนนประ เสริฐมนูกิจทั้งสองฝั่ง

7.เขตดินแดง ถนนรัชดาภิเษก หน้าห้างโรบิน สัน 8.เขตจตุจักร ถนนรัชดาภิเษก แยกลาดพร้าว 9.เขตราชเทวี ถนนเพชรบุรี จากถนนบรรทัด ทอง-แยกราชเทวี 10.เขตราชเทวี ถนนนิคมมักกะสัน 11.เขตราชเทวี ถนนพระรามที่ 6 หน้าตลาดประแจจีน 12.เขตบางแค ถนนเพชรเกษม ซอย 63 (ซอยวัดม่วง) 13.เขตยานนาวา ถนนเย็น อากาศ จากถนนนางลิ้นจี่-ซอยศรีบำเพ็ญ 1 14.เขตประเวศ ถนนศรีนครินทร์ ช่วงคลองตาสาด-คลองตาช้าง 15.เขตพระนคร ถนนสนาม ไชยและถนนมหาราช และ 16.แขวงทุ่งสองห้อง, แขวงทุ่งสีกัน, แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง

ศิริราชประชุมแผนป้องท่วม

ศ.คลินิก น.พ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า คณะฯ ได้มีการประชุมคณะผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อม เกี่ยวกับการดูแลและป้องกันน้ำท่วมบริเวณโดยรอบ ร.พ.ศิริ ราช โดยมีแผนปฏิบัติการป้องกันน้ำท่วม ร.พ.ศิริ ราช 3 แผน ดังนี้โดยแบ่งเป็นแผน 3 ขั้น โดยพิจารณาจากระดับน้ำ ขั้นที่ 1 เริ่มเมื่อระดับน้ำ 2.30 เมตร แผนขั้นที่ 2 เริ่มเมื่อ 2.40 เมตร โดยจะเริ่มปิดประตูด้านต่างๆ ด้วยกระสอบทราย และรีบระบายรถออกจากร.พ. และเตรียมเฝ้าระวังอาคารต่างๆ แผนขั้นที่ 3 เริ่มเมื่อ 2.50 เมตร โดยจะวางจุดเฝ้าระวังรายงานสถานการณ์เพื่อแก้ปัญหารอบโรงพยาบาล

อนุดิษฐ์เร่งทำคัน20ก.ม.

น.อ.อนุ ดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงความคืบหน้าการทำคันกั้นน้ำและเสริมความแข็งแรงตั้งแต่คลอง 1 ของคลองระพีพัฒน์ จนถึงถนนวงแหวนรอบนอก ระยะทาง 20 ก.ม. และเสริมความแข็งแรงจากคลอง 1-8 รังสิต-นคร นายก เพื่อให้น้ำไหลจากเหนือลงใต้ ผ่านทุ่งรังสิตไปทางทิศตะวันออก และจากคลอง 8 รังสิต-นครนายก รวมระยะทางทั้งหมด 47 ก.ม. ว่า ขณะนี้กองทัพไทยกำลังดำเนินการอยู่ตามแผนที่กำหนดไว้ โดยการสร้างคันกั้นน้ำเป็นการสร้างในจุดที่รองรับน้ำ เมื่อน้ำมาถึงจะช่วยชะลอและเปลี่ยนทิศทางไปตามเส้นทางที่กำหนดเพื่อระบายลง สู่ทะเลได้เร็วขึ้น และป้องกันน้ำจากคลองระพีพัฒน์ไม่ให้ไหลเข้าท่วมกทม.ได้

เปิดแผนระบายไปฝั่งตอ.

รายงาน ข่าวจากกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทิศทางการไหลของน้ำเหนือเริ่มกระจัดกระจายมากขึ้น ยกเว้นในด้านทิศตะวันตกของเจ้าพระยา ที่ไหลเข้าเจ้าพระยาตามแผนและสภาพภูมิประเทศ แต่เนื่องจากปริมาณน้ำมาก ทำให้อ. บางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่เป็นพื้นที่รับน้ำอยู่แล้ว ต้องรับภาระมากขึ้นจนส่งผลกระทบรุนแรงโดยกรมชลประทานได้ใช้เครื่องสูบน้ำ เข้าไปช่วยเพื่อระบายน้ำออกสู่เจ้าพระยาให้เร็วขึ้นแล้วคาดว่าจะบรรเทาสภาวะ ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้

สำหรับทิศตะวันออกของเจ้าพระยา จากเดิมศปภ.กำหนดแผนบริหารจัดการน้ำจากทุ่งเชียงรากทั้งหมด ด้วยการเปิดประตูระบายน้ำที่คลองรังสิต 1-10 เพื่อให้น้ำไหลผ่านทุ่งรังสิตเหนือไปยังประตูระบายน้ำจุฬาลงกรณ์ แล้วสูบออกแม่น้ำเจ้าพระยา และให้ไหลไปยังคลองรังสิต 13 เพื่อสูบออกที่รังสิตประยูรศักดิ์ ลงคลองพระองค์ไชยานุชิต ไหลไปยังคลองด่านสูบออกอ่าวไทย

แต่การดำเนินการยังมีประชาชนบริเวณ คลอง 7 ไม่ยินยอมให้เปิดประตูระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำจากทุ่งเชียงรากที่ไหลมาตามคลองระพีพัฒน์แยกแตกทะลักเข้าเขตสาย ไหมและบางเขน ซึ่งกทม. ได้เสริมคันกั้นน้ำที่คลองหกวาเอาไว้สูงมากทำให้น้ำไม่ท่วมเป็นวงกว้าง ในขณะที่กรมชลประทานได้เจรจากับประชาชนที่คลอง 7 ขอติดตั้งเครื่อง

สูบ น้ำประมาณ 3 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้สามารถสูบน้ำออกไปยังคลองรังสิต 13 ได้แล้ว ซึ่งจะช่วยบรรเทาปริมาณน้ำที่ประตูจุฬาลงกรณ์ที่รับภาระหนักมากและเสี่ยงแตก ได้ส่วนหนึ่ง

รายงานข่าวแจ้งว่า น้ำจากคลองรังสิต 13 จะสูบออกขณะนี้ประมาณ 10 ลบ.ม.ต่อวินาที ไปยังคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ซึ่งต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้คันกั้นน้ำในบริเวณนี้แตกเนื่องจากน้ำที่มี จำนวนมาก และติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณปลายคลองเพื่อเร่งสูบออกคลองพระองค์ไชยานุชิต ที่มีขนาดใหญ่กว่าให้เร็วที่สุด หลังจากนั้นน้ำจะไหลไปยังคลองด่านและสามารถสูบออกสู่อ่าวไทยได้ อย่างไรก็ตามการที่เปิดประตูคลอง 7-8 ไม่ได้ ทำให้การระบายน้ำด้านทิศตะวันออกช้ากว่าแผน ซึ่งหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจนถึงเดือนพ.ย.ที่เป็นช่วงน้ำหลากและน้ำทะเลหนุน สูงจะทำให้การจัดการน้ำเหนือเหล่านี้ยากยิ่งขึ้นไปอีก

ทอ.ย้ายเครื่องบินแล้ว

พล.อ.อ. อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. กล่าวว่า มีคำสั่งให้เคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์และเครื่องบินออกจากสนามบินดอนเมือง โดยทยอยย้ายไปบางส่วน ซึ่งเป็นเครื่องที่ขัดข้อง แต่เครื่องที่ยังใช้งานได้ก็ยังอยู่ที่ดอนเมืองเพื่อเตรียมการ รวมทั้งเฝ้าระวังบ้านพักกำลังพลในพื้นที่เขตดอนเมืองตลอด

สุวรรณภูมิมั่นใจไม่ท่วม

น.ท.สุข พึ่งธรรม รองผอ.การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวถึงแนวทางการป้องกันปัญหาน้ำท่วมสนามบินสุวรรณภูมิว่า ปริมาณน้ำบริเวณด้านนอกโดยรอบเขื่อนดินของสนามบินสุวรรณ ภูมิมีจำนวนไม่มาก มีความสูงประมาณ 70 ซ.ม.เท่านั้น ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเขื่อนดินที่มีความสูงถึง 3.50 เมตร มั่นใจว่าน้ำคงไม่สามารถไหลเข้าท่วมภายในสนามบินสุวรรณภูมิแน่นอน แต่เพื่อความปลอดภัย จึงจัดทำแผนเฝ้าระวังจุดที่มีความสำคัญ 2 จุดคือ 1.การเฝ้าระวังดูแลความเรียบร้อยและแข็งแรงของเขื่อนดินโดยรอบป้อง กันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมสนามบิน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าคันดินมีความแข็งแรงมากเพราะจัดสร้างขึ้นมาเป็นเวลา นานกว่า 10 ปีแล้วตามมาตรฐานวิศวกรรม 2.เฝ้าระวังและติดตามดูแลสถานีสูบน้ำภายในสนามบิน ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไว้ 2 เครื่อง พร้อมที่จะเร่งสูบน้ำออกหากภายในเขื่อนดินของสนามบินมีน้ำท่วมขัง หรือเกิดฝนตกหนัก โดยมีความสามารถ ในการสูบน้ำออกมาถึงวันละ 1 ล้านลบ.ม.

การบินไทยย้ายอุปกรณ์แล้ว

นาย พงศ์ภีระ ไพศาลกุลวงศ์ ผอ.ใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคง และมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ซีม็อก เผยว่า การบินไทยเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไว้ระดับหนึ่ง โดยได้ขนย้ายอุปกรณ์ภาคพื้นไปไว้ที่สนามบินอู่ตะเภาแล้ว 8 เปอร์เซ็นต์ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งมีศูนย์เฝ้าระวังทั้งที่สำนักงานใหญ่ การบินไทยถนนวิภาวดีรังสิต และอาคารโอพีซีที่สนามบินสุวรรณภูมิตลอด 24 ช.ม. ส่วนการเตรียมความพร้อม ให้เครื่องบินเติมน้ำมันไว้ 16-18 ลำ เพื่อใช้เดินทางไปยังสนามบินสำรอง รวมทั้งสำรองนักบินไว้ 18 ชุด หรือ 36 คน หากเกิดเหตุฉุกเฉินจริงนักบินจะมาประจำการที่อาคารโอพีซี สุวรรณภูมิ ซึ่งได้เตรียมจัดที่พักไว้รองรับแล้ว

น้ำทะลัก-บางกะดีจม

ผู้ สื่อข่าวรายงานถึงความพยายามป้องกันนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี ต.บางกะดี จ.ปทุมธานี ที่พยายามตั้งพนังดินสูง 3 ม. น้ำได้เริ่มซึมเข้าในนิคมตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งกลางดึก พนังดินฝั่งติดกับคลองประปา พังทลายลงอย่างรวดเร็ว เป็นระยะทางกว่า 10 เมตร ทำให้น้ำมหาศาลที่จ่ออยู่นับเดือนทะลักเข้าท่วมนิคม เจ้าหน้าที่เทศบาลและทหารพยายามซ่อมแซมนานกว่า 3 ชั่วโมง แต่ไม่เป็นผล ในขณะที่พนังอีกหลายจุดทยอยแตกเพิ่ม ทำให้น้ำเข้าท่วมสูงกว่า 2 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องรีบถอนกำลังออกจากพื้นที่โดยด่วน และขณะที่กำลังถอนกำลังรถที่ขับออกมาไปเกี่ยวกับเสาไฟฟ้าหักโค่นลงมาอีกหลาย สิบต้น

ท่วม 44 โรงงาน 2.5 ม.

นายธวัชชัย อึ้งอำพรวิไล นายกเทศบาลตำบลบางกะดี เผยว่า จุดที่น้ำทะลักคือเขื่อนแนวเลียบคลองประปาติดโรงงานลีแกน ทางด้านทิศตะวันออกของสวนอุตสาหกรรม ซึ่งมีความกว้างของรอยแตกตอนแรกกว่า 10 เมตร ทำให้น้ำจากคลองประปาไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ด้านในอย่างรุนแรง และไหลไปยังพื้นที่ส่วนอื่นของสวนอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ล่าสุดน้ำได้ไหลท่วมโรงงานทั้ง 44 โรงงาน ภายในสวนอุตสาหกรรมจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 2.50 เมตร ทำให้คนงานที่คอยเฝ้าสถานการณ์อยู่ภายในโรงงาน ติดค้างจำนวนมาก เนื่องจากการเข้าไปต้องใช้เรือเท่านั้นซึ่งมีจำนวนน้อย ทั้งนี้นิคมบางกะดี เป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญอีกแห่งของประเทศ ทำให้จะเกิดผลกระทบเรื่องขาดวัตถุดิบทางการผลิตเป็นลูกโซ่ไปยังบริษัทอื่น ด้วย

ปรับแผนนิคมลาดกระบัง

นายสมคิด แทนวัฒนกุล รองผู้ว่าการกนอ. กล่าวว่า นิคมฯ ลาดกระบังได้ปรับแผนการรับ มือน้ำท่วมใหม่จากเดิมคิดว่าจะให้น้ำเข้าแล้วสูบออก เป็นการป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วม 3 จุดเสี่ยงของนิคมฯ ที่อยู่ใกล้บริเวณคลองที่ระดับน้ำใกล้คันดินนั้น เดิมจะมีแนวกั้นถาวร และแนวกั้นชั่วคราวรวม 3.20 ม. ล่าสุดนิคมฯ ได้เพิ่มแนวกั้นเพิ่มอีก 1 ชั้น โดยใช้แผ่นซีเมนต์กันน้ำกว้าง 1.2 ม. ยาว 3.5 ม. เสริมคันดินอีกชั้น และแผนซีเมนต์จะมีวงคอนกรีต และกระสอบทรายค้ำแผ่นซีเมนต์อีกชั้นหนึ่ง โดยจะป้องกันโดยรอบของพื้นที่นิคมฯ ทั้งหมด

ปทุมวุ่นทำลายคันประตูจุฬาฯ

ที่ บริเวณประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ อ.ธัญบุรี กลางดึกคืนวันที่ 20 ต.ค. มีกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 10 คน เข้ารื้อคันกระสอบทรายทิ้งลงคลอง และทำลายคันดินเพื่อให้น้ำฝั่งตลาดรังสิตทะลักลงคลอง ทำให้น้ำเพิ่มสูงขึ้นและท่วมบ้านเรือนประชาชนในชุมชนศิริ ที่อยู่ตรงข้ามสูงกว่า 1 ม. อย่างรวดเร็ว ขณะที่ฝั่งตลาดรังสิตเองนั้น ระดับน้ำก็ท่วมสูงเกือบ 1 ม. เช่นกัน ชาวบ้านต้องใช้เรือเดินทางเข้า-ออกชุมชน นอกจากนี้ภายในโรงเรียนชุมชนประชาธิปัตย์วิทยาคาร ต.ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นศูนย์อพยพ น้ำก็ได้ทะลักเข้าท่วมชั้น 1 ของอาคารทั้งหมด ประชาชนอยู่กันอย่างยากลำบาก

ลามธัญบุรีแล้ว

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้น้ำได้ลามไปยังพื้นที่อ.ธัญบุรีแล้ว โดยน้ำในคลองรังสิตช่วงคลอง 1-3 ล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและหมู่บ้านริมคลอง และท่วมถนนรังสิต-นคร นายก ตลอดทั้งเส้นตั้งแต่คลอง 1-3 สูง 0.50-1 ม. ส่วนเส้นทางที่จะมุ่งหน้าถนนรังสิต-ปทุมธานี ผ่านตลาดรังสิตและถนนพหลโยธินขาเข้า-ออกบริเวณหน้าศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิตน้ำยังท่วมสูง 1-2 เมตร รถผ่านไม่ได้ต้องประกาศปิดการจราจร ส่วนฝั่งขาออกจ.นคร นายก น้ำท่วมสูงบริเวณข้างเมเจอร์รังสิตใต้ทางต่างระดับรังสิต รถเล็กผ่านไม่ได้ ผ่านได้เพียงรถประจำทางและรถบรรทุกเท่านั้น ประชาชนที่จะเดินทางไปจังหวัดนครนายก ต้องใช้วงแหวนรอบนอกหรือมอเตอร์เวย์เข้าลำลูกกาและรังสิต-นครนายก ไปจังหวัดนครนายกแทน

มธ.ยังไม่ย้ายผู้อพยพ

ที่ศูนย์ พักพิงชั่วคราวที่ยิมเนเซี่ยม 1 มธ. ศูนย์รังสิต นายกำพล รุจิวิชชญ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มธ. ศูนย์รังสิต เปิดเผยว่า ระดับน้ำด้านหลังมหาวิทยาลัย สูงประมาณ 4 ม. ห่างจากพนังกั้นน้ำ 50 ซ.ม. แต่ข่าวที่ระบุว่าน้ำทะลักเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ มหาวิทยาลัยยังคงควบคุมสถานการณ์ได้ เชื่อว่าถ้าผ่านพ้น 2 วันไปได้ สถานการณ์จะดีขึ้น ทั้งนี้ การเดินทางเข้า-ออกของมหาวิทยาลัยใช้ได้เส้นทางเดียว คือ ประตูด้านพหลโยธิน

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา เผยว่า ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายหรือขนย้ายผู้อพยพไปไว้ที่ศูนย์อพยพที่อื่นเพราะเรา ป้องกันรอบนอกไว้เป็นอย่างดี โดยการสร้างคันดินกั้นน้ำความสูงกว่า 4.50 เมตร พร้อมเสริมความแข็งแรง หากมีปริมาณน้ำเข้ามาในพื้นที่จริง ก็มีแผนสำรองไว้ โดยจะอพยพประชาชนขึ้นชั้น 2 มีความสูงกว่าชั้นล่าง 4 ม. สามารถรองรับประชาชนที่อยู่ภายในศูนย์อพยพแห่งนี้ได้อย่างเพียงพอ

บางบัวทองเร่งอพยพคน

เมื่อ เวลา 11.00 น. ที่ทางเข้าตลาดบางบัวทอง แยกบางโพธิ์ มีประชาชนทยอยอพยพ ออกจากที่พักอาศัย เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ระดับน้ำสูงกว่า 1 ม. รถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรืออพยพผู้คนออกมาด้วยความยากลำบาก โดยทหารจากกองบัญชา การกองทัพไทย ได้มาตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พาณิชย การบางบัวทอง เพื่อรับแจ้งขอความช่วยเหลือ โดยตั้งเป้าจะอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ให้หมดภายในวันที่ 21 ต.ค. ทั้งนี้ศูนย์ช่วยเหลือกำหนดว่า ประชาชนที่ออกมาแล้วห้ามกลับเข้าไปอีก เพราะจะทำให้การทำงานลำบากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล รองผบ.หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ ผู้รับผิดชอบการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อ.บางบัวทอง กล่าวว่า หน่วยทหารยังคงเข้าไปให้ความช่วยเหลือทำได้ยากลำบาก เนื่อง จากถนนบางกรวย-ไทรน้อย ถูกน้ำท่วมระยะทางประมาณ 8 ก.ม. ทำให้การเดินทางเข้าไปในพื้น ที่สามารถเข้าได้ทางเดียว คือ ถนนรัตนาธิเบศร์ รถขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ ต้องเปลี่ยนเป็นใช้เรือระหว่างทางเข้าไปรับประชาชน ที่ยังติดอยู่ในบ้านอีกนับหมื่นคน แต่ก็จะเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนให้เร็วที่สุด

ที่วัดโบสก์ดอน พรหม ต.บางกร่าง อ.เมือง พระครูสังฆรักษ์ธงชัย ชัยธัมโม เจ้าอาวาสวัด เผยว่า ขณะนี้ที่วัดมีผู้อพยพมาอยู่ประมาณ 500 คน ซึ่งทางอบต.บางกร่าง ได้ประกาศให้มาพึ่งพิง แต่ยังมีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะวัดต้องรับผิดชอบดูแลค่าอาหารเลี้ยงดูไปแล้วกว่า 1 แสนบาท จึงอยากให้ทางอบต.เข้ามาดูแลด้วย

ศอส.สรุปตายแล้ว 342 ศพ

นาย พระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาด ไทย ในฐานะ ผอ.ศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) เผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 28 จังหวัด 175 อำเภอ 1,376 ตำบล 10,367 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 817,493 ครัวเรือน 2,459,141 คน และมีผู้เสียชีวิต 342 ราย สูญหาย 2 คน ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำ ร้อยละ 99 เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำ ร้อยละ 99 เขื่อนแควน้อย มีปริมาณน้ำ ร้อยละ 100 เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ ร้อยละ 138

“ปู”ออกคำสั่งระบายน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีคำสั่งที่ 20/2554 ให้กรมชลประทานระบายน้ำจากคลองระพีพัฒน์แยกตะวันตกออกสู่ทะเลอ่าวไทย โดยดำเนินการดังต่อไปนี้ 1.เปิดประตูระบายน้ำในคลอง 2 ถึงคลอง 13 ระบายน้ำลงทุ่งรังสิตเหนือ 2.เปิดประตูระบายน้ำในคลอง 6 ถึงคลอง 16 ฝั่งใต้ระบายน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ลงคลองหกวาสายล่างและคลองแสนแสบ 3.เร่งสูบและผลักดันน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ คลองหกวาสายล่าง คลอง 20 คลอง 21 คลองบางขนาก ลงสู่แม่น้ำนครนายกและแม่น้ำบางปะกง 4.เร่งสูบและผลักดันน้ำในคลอง 13 และคลองต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่หลากน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ระบบสูบน้ำชายทะเล

5.รายงานผลการดำเนินงานให้ นายกรัฐมนตรี และศปภ.ทราบทุกวัน ทั้งนี้ในกรณีฉุกเฉิน ให้เพิ่มความถี่ของการรายงานดังกล่าว เป็นทุก 2 ช.ม. และ 6.สามารถพิจารณามาตรการเพิ่มเติมตามความเหมาะสมและจำเป็น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งนี้หากประสบปัญหาที่เกี่ยวกับประชาชนในพื้นที่ ให้กรมชล ประทานแจ้งผู้ว่าฯ หรือนายอำเภอในพื้นที่ เพื่อใช้อำนาจตามพ.ร.บ.ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550

ให้ปมท.ประกบผู้ว่าฯกทม.

รายงาน ข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมศปภ. กำหนดให้มีศปภ.ส่วนหน้า โดยมีนายพระนาย ปลัดกระ ทรวงมหาดไทยเป็นผู้ประสานการปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกฯ ร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. โดยศปภ.จะเป็นผู้สนับสนุนเสนอแนะการปฏิบัติงานของกทม. โดยการประสานสั่งการใดๆ ต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย จะมีเฉพาะคำสั่งจากศปภ. เท่านั้น

นอกจากนี้แต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่ ที่เกิดสาธารณภัย มีนายวีระ วงศ์แสงนาค เป็นประธานคณะทำงาน นายกิจจา ผลภาษี และนายรอยล จิตรดอน เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน นายสมบัติ อยู่เมือง นายสุทัศน์ วีสกุล น.อ.สมัย ใจอินทร์ น.อ.สุรพล นะวะม วัฒน์ และนายจรูญ พจน์สุนทร เป็นคณะทำงาน และนายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นคณะทำงานและเลขานุการ โดยมีอำนาจหน้าที่ 1.เสนอ ความเห็น ให้คำปรึกษา และให้คำแนะนำแก่นายกรัฐมนตรี ในการสั่งการหน่วยงานของรัฐ ในเรื่องการบริหารจัดการระบายน้ำ ในเขตพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยร้าย 2.ติดตามการดำเนินงานและผลการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐที่ดำเนินการเกี่ยว กับการบริหารจัดการระบายน้ำ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ให้หน่วย งานของรัฐที่ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการระบายน้ำตามข้อสั่งการของ นายกรัฐมนตรี ศปภ. หรือ ศอส. ให้การสนับ สนุน และความร่วมมือในการให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และรายละเอียดต่างๆ ที่ได้ดำเนินการให้แก่คณะทำงาน เพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

รับกทม.ท่วม-แบ่ง3จุดบริหารน้ำ

นาย อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.สำนักเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ กระทรวง วิทยาศาสตร์ฯ ในฐานะคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง เผยว่า ตามรายงานภาพถ่ายดาวเทียม ประสิทธิภาพการระบายน้ำออกทะเล ทำได้เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรัฐบาลต้องแยกพื้นที่ให้ชัดเจนว่าจะให้น้ำหลากเข้ากทม.ส่วนใดบ้าง ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่า กทม.ต้องท่วมแต่จะท่วมมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความสูงต่ำในแต่ละพื้นที่ เพื่อหยุดการตื่นตระหนก

นายอานนท์กล่าวว่า ต้องจัดพื้นที่แบ่งไว้ 3 ลำดับคือกทม.ชั้นใน ที่ต้องรักษาพื้นที่ไว้ให้น้ำผ่าน เข้าคลองแสนแสบ คลองพระโขนง คลองประเวศเท่านั้น อาจจะมีน้ำท่วมบ้างไม่เกิน 50 ซ.ม. ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ทั้งนี้กทม.ยังเปิดให้ระบายน้ำผ่านคลองดังกล่าวน้อยไป สามารถเพิ่มได้อีก 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกรุงเทพฯ บริเวณฝั่งตะวันออก ต้องรับมือกับพื้นที่น้ำหลากท่วมสูงประมาณ 1-1.50 ม. เช่นบริเวณมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง คลองสามวา เพราะเป็นทางน้ำผ่านออกบางปะกง แต่ต้องควบคุมไม่ให้น้ำเข้ามามากเช่นกัน เพราะจะไปกระทบสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนกทม.ย่านฝั่งธนบุรี เป็นพื้นที่รับน้ำหลากได้เพราะมีคลองย่อยหลายสาขาที่สามารถผลักดันน้ำออก ทะเลด้านท่าจีนได้เร็ว ปริมาณน้ำหลากท่วมพื้นที่ประมาณ 0.50-1 ม. ทั้งสองด้านอาจท่วมนาน 2 สัปดาห์

นายอานนท์กล่าวว่า สำหรับพื้นที่รอบนอกกทม.ด้านตะวันออกทุ่งรังสิตทั้งหมด อาจท่วมนาน 3 สัปดาห์ ทั้งหมดนี้ต้องอยู่ที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการน้ำให้ได้ตามแผนและเพิ่ม ประสิทธิภาพการระบายออกทะเลให้เต็มศักยภาพในทุกด้านอีก 40-50 เปอร์เซ็นต์ ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน ตอนล่าง ฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก โดยอยู่บนเงื่อนไขที่คันกั้นน้ำของกทม.สามารถรับน้ำจำนวนมากไว้ได้ ทั้งคลองหกวา ด้านเมืองเอกและฝั่งศาลายา ตัวการสำคัญคือต้องหยุดน้ำที่บ่าจากวังน้อย ที่ทะลักเข้าปทุมธานี นนทบุรี และคลองประปา โดยควบคุมน้ำทิศทางการไหลของน้ำจากวังน้อยให้ไหลลงสู่คลอง 1 ไม่ให้ไปโจมตีกทม.ชั้นใน

นายอานนท์กล่าวอีกว่า ต้องผลักดันน้ำบริเวณย่านรังสิตใต้ คลองเชียงราก ออกมาให้ได้ทั้งออกแม่น้ำเจ้าพระยาและมาทางคลองรังสิต เพื่อผลักดันออกทะเลด้านบางบ่อ บางพลี บางน้ำเปรี้ยว และคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ออกสู่คลองชายทะเล โดยทั้งหมดนี้ต้องยกระดับน้ำที่คลอง 1 ให้สูงเพื่อเพิ่มแรงผลักดันออกไปสู่คลอง 7-13 และสูบออกทะเล ปัญหาที่ผ่านมาเพราะปริมาณน้ำไหลมาเข้าแผนบริหารน้อยเกินไปทำให้การสูบออกทำ ไม่ได้มาก และเกิดน้ำล้นคลองรังสิตย้อนกลับไปท่วมย่านดอนเมือง ทุ่งสีกัน

อำนาจม.31พรบ.ป้องกันสาธารณภัย

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 มาตรา 31 ในกรณีที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายมีอำนาจสั่งการผู้บัญชาการ ผู้อำนวยการ หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรวมตลอดทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนใน พื้นที่ที่กำหนดก็ได้ โดยให้มีอำนาจเช่นเดียวกับผู้บัญชาการตามมาตรา 13 และผู้อำนวยการตามมาตรา 21 และมีอำนาจกำกับและควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บัญชาการ รองผู้บัญชาการ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และเจ้าพนักงานในการดำเนินการตามมาตรา 25 มาตรา 28 และมาตรา 29 ด้วย

เจ้า หน้าที่ของรัฐผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ตามวรรคหนึ่งให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบหรือเป็นความผิดวินัย อย่างร้ายแรง แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้รายละเอียดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มาตรา 13 ให้รัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการมีอำนาจควบคุมและกำกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัยทั่วราชอาณาจักรให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้ให้มีอำนาจบังคับบัญชาและสั่งการผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ เจ้าพนักงาน และอาสาสมัครได้ทั่วราชอาณาจักร

ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นรองผู้ บัญชาการมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้บัญชาการในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้บัญชาการมอบหมายโดยให้มีอำนาจบังคับบัญชาและสั่ง การตามวรรคหนึ่งรองจากผู้บัญชาการ

มาตรา 21 เมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยขึ้นในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แห่งพื้นที่ใด ให้ผู้อำนวยการท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่นั้นมี หน้าที่เข้าดำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเร็ว และแจ้งให้ผู้อำนวยการอำเภอที่รับผิดชอบในเขตพื้นที่นั้นและผู้อำนวยการ จังหวัดทราบทันที

มาตรา 25 ในกรณีที่เกิดสาธารณภัยและภยันตรายจากสาธารณภัยนั้นใกล้จะถึงผู้อำนวยการมี อำนาจสั่งให้เจ้าพนักงานดัดแปลง ทำลาย หรือเคลื่อนย้ายสิ่งก่อสร้าง วัสดุ หรือทรัพย์สินของบุคคลใดที่เป็นอุปสรรคแก่การบำบัดปัดป้องภยันตรายได้ ทั้งนี้ เฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่การยับยั้งหรือแก้ไขความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจาก สาธารณภัยนั้น

ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับกรณีมีความจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อป้องกันภัยต่อส่วนรวมด้วยโดยอนุโลม

ใน กรณีที่การดัดแปลง ทำลาย หรือเคลื่อนย้ายสิ่งก่อสร้าง วัสดุ หรือทรัพย์สินจะมีผลทำให้เกิดสาธารณภัยขึ้นในเขตพื้นที่อื่นหรือก่อให้เกิด ความเสียหายเพิ่มขึ้นแก่เขตพื้นที่อื่น ผู้อำนวยการท้องถิ่นจะใช้อำนาจตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองมิได้ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการจังหวัด

มาตรา 28 เมื่อเกิดหรือใกล้จะเกิดสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ใด และการที่ผู้ใดอยู่อาศัยในพื้นที่นั้นจะก่อให้เกิดภยันตรายหรือกีดขวางต่อ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ให้ผู้บัญชาการรองผู้บัญชาการ ผู้อำนวยการ และเจ้าพนักงานซึ่งได้รับมอบหมายมีอำนาจสั่งอพยพผู้ซึ่งอยู่ในพื้นที่นั้น ออกไปจากพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ เฉพาะเท่าที่จำเป็นแก่การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

มาตรา 29 เมื่อเกิดหรือใกล้จะเกิดสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ใดและการอยู่อาศัยหรือดำเนิน กิจการใดๆ ในพื้นที่นั้นจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรง ผู้บัญชาการ รองผู้บัญชาการ ผู้อำนวยการกลาง ผู้อำนวยการจังหวัด ผู้อำนวยการอำเภอ และผู้อำนวยการท้องถิ่นโดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการอำเภอ จะประกาศห้ามมิให้บุคคลใดๆ เข้าไปอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการใดในพื้นที่ดังกล่าวก็ได้ประกาศดังกล่าวให้ กำหนดระยะเวลาการห้ามและเขตพื้นที่ที่ห้ามตามที่จำเป็นไว้ด้วย

Tags:
comments Comments (0)    -
October 22nd, 2011 at 9:19 pm

ผลการศึกษาใหม่ยืนยันอีกมือถือไม่เสี่ยงมะเร็งสมอง

ผลการศึกษาใหม่และครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยคณะนักวิจัยชาวเดนมาร์ก พบว่า  การใช้โทรศัพท์มือถือระยะยาว ไม่เพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งในสมอง ยกเว้นมีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ใช้นานกว่า 15 ปี

ผลการศึกษาเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ หรือบีเอ็มเจของอังกฤษ โดยคณะนักวิจัยเดนมาร์ก จากการเฝ้าจับตาตรวจสอบผู้ใช้โทรศัพท์มือถือกว่า 350,000 คน ในระยะเวลากว่า 18 ปี พบว่า การใช้โทรศัพท์มือถือระยะยาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่จะเกิด เนื้องอกในสมอง ซึ่งไม่ตรงกับผลการวิจัยก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า การใช้โทรศัพท์มือถืออาจทำให้เกิดมะเร็งในสมอง ส่วนหนึ่งอาจเนื่องจากการวิจัยดังกล่าวขาดข้อมูลระยะยาว

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงานเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งระหว่างประเทศ หรือไอเออาร์ซี ขององค์การอนามัยโลก หรือฮู ระบุว่า แผงแม่เหล็กไฟฟ้าคลื่นความถี่วิทยุที่ถูกปล่อยออกจากโทรศัพท์มือถือ มีความเป็นไปได้ว่าจะทำให้เกิดโรคมะเร็งในมนุษย์ การวิจัยครั้งใหม่แบบครอบคลุมและยาวนาน โดยแพทริเซีย เฟรย์ นักวิจัยสถาบันสังคมโรคมะเร็งเดนมาร์ก และเพื่อน ๆ ที่ได้จากการตรวจสอบประวัติด้านสุขภาพ ของผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือจำนวน 358,403 คน จากปี 2533-2540 มีเพียง 10,729 คน ที่มีเนื้องอกในระบบประสาทส่วนกลาง

แต่ในกลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์มือถือนานที่สุด คือ 13 ปี หรือมากกว่า อัตราผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งเกือบจะเท่ากันกับผู้ที่ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ ผลการศึกษาจึงสรุปได้ว่า ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลา 10 ปี หรือนานกว่า และการใช้ในระยะเวลานาน ๆ นี้ ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การศึกษาก็ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ว่า มีความเสี่ยงเล็กน้อยถึงปานกลางสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถืออย่างมาก หรือใช้นานกว่า15 ปี.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 22nd, 2011 at 3:08 pm

ประกาศคุรุสภาเขตพท.กพ.เขต1 เรื่องการคัดเลือก “หนึ่งแสนครูดี” ประจำปี 2554 คัดค้านได้ภายใน10วันทำการ

นายสมพงษ์ มาธุพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 เป็นประธานดำเนินการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร เขต 1 พิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อรับรางวัลหนึ่งแสนครูดี ประจำปี 2554 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2554 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ สพป.กำแพงเพชร เขต 1

นางณฐอร  แว่นแก้ว หัวหน้างานพัฒนาบุคลากร ได้นำเสนอรายละเอียดผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก ดังนี้

1.ผู้บริหารสถานศึกษา รองผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพป.กำแพงเพชร เขต 1 จำนวน  33  ราย

2. ผูบริหารสถานศึกษา และรองผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพม.41 จำนวน  7  ราย

3.ศึกษานิเทศก์ สพป.กำแพงเพชร เขต 1 จำนวน  6  ราย

4. ศึกษานิเทศก์ สังกัด สพม. 41 จำนวน  2  ราย

5. ผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน  จำนวน  5  ราย

สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ประเภทครู ให้ผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาคัดเลือกตามโควต้าที่คุรุสภากำหนด

ประกาศคุรุสภาหนึ่งแสนครูดี2554

Tags:
comments Comments (0)    -
October 21st, 2011 at 10:23 pm

หึงโหดยิงแฟน นศ.สิ้นลมสยองจ่อขมับตามระแวงปันใจ

 สลด รักเป็นพิษ หนุ่มรักคุดตัดสินแก้ปัญหาหัวใจ ใช้ฑูตมรณะ.32 ยิงแฟนสาวนักศึกษามหาวิทยาลัยดัง ดับสยองคาบ้านพักเมืองปากน้ำ แล้วจ่อขมับสังเวยความรักตายตามไปอีกรายเผยฝ่ายหญิงเป็นคนหน้าตาดี มีฐานะ และชอบเล่นเฟซบุ๊ก ทำให้มีหนุ่ม ๆ มาติดพันจำนวนมาก ก่อนพบจุดจบของชีวิต

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 20 ต.ค. พ.ต.ท.อริญชัย สุวรรณโภชณ์ พนักงานสอบสวน (สบ 3) สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ ที่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 5 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมชัย อินตาพวง รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.กมล ปั้นศิริ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พ.ต.ท.อธิวัฒน์ นุชถาวร รอง ผกก.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์จาก รพ.พระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ปลูกในเนื้อที่ 100 ตารางวา ภายในห้องนอนชั้น 2 พบศพ น.ส.เสาวลักษณ์ เวชสุวรรณ์ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยหอการค้า เจ้าของบ้าน สภาพสวมเสื้อยืดคอกลมสีฟ้าเทา กางเกงขาสั้นสีดำ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .32 เข้าที่เหนือคิ้วขวา 1 นัด นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นห้อง ใกล้กันพบศพ นายอนนท์รัตน์ อุทัยงาม อายุ 29 ปี สภาพสวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีน นอนจมกองเลือดขวางประตู มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันเข้าที่ขมับขวาทะลุซ้าย 1 นัด ที่มือข้างซ้ายกำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น ใกล้กันพบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .32 ตกอยู่ 1 กระบอก ในรังเพลิงมีปลอกกระสุนคาอยู่ 4 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้บนโต๊ะญี่ปุ่นที่วางอยู่กลางห้อง พบกระป๋องเบียร์ดื่มหมดแล้วอีกจำนวนหลายกระป๋อง

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอนนท์รัตน์ ได้เดินทางมาหา น.ส.เสาวลักษณ์ แฟนสาวที่บ้านพัก จากนั้นทั้งคู่หายขึ้นไปบนห้องนอนนานกว่า 3 ชั่วโมง กระทั่งมีผู้อาศัยอยู่ข้างบ้านได้ยินเสียงคล้ายเสียงปืนดังออกมาจากบ้านเกิด เหตุ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ และพบศพดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลว่า ทั้งคู่คบหาเป็นแฟนกันมาระยะหนึ่ง โดยฝ่ายหญิงเป็นคนหน้าตาดี มีฐานะ เนื่องจากบิดาเป็นกัปตันเดินเรือของบริษัทเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ประกอบกับชอบเล่นเฟซบุ๊ก ทำให้มีหนุ่ม ๆ มาติดพันจำนวนมาก ซึ่งระยะหลังฝ่ายหญิงเริ่มตีตัวออกห่าง จนฝ่ายชายเริ่มระแคะระคายและมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า นายอนนท์รัตน์ เดินทางมาหาน.ส.เสาวลักษณ์ ก่อนขอดูโทรศัพท์มือถือของแฟนสาว และอาจพบเบอร์โทรศัพท์ของผู้ชายที่มาติดพัน จึงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ถึงขึ้นนายอนนท์รัตน์ใช้อาวุธปืนที่เตรียมมา ยิงน.ส.เสาวลักษณ์เสียชีวิตคาที่ จากนั้นใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงขมับตัวเอง ฆ่าตัวตายสังเวยความรักไปอีกราย.

Tags: ,
comments Comments (0)    -
October 21st, 2011 at 11:13 am

ผวาเกิดกลียุค! ประชาอุบแผนฉุกเฉิน-เอาอยู่ แต่…กั้นหน้าบ้านตนเอง


 กรุงเทพฯ โกลาหล น้ำทะลักล้นคลองประปากลางดึก  ประชาชนเผ่นหนีจ้าละหวั่น วิกฤติซ้ำอีก! ชาวบ้านริมคลองประปาฮือยึดแบ็กโฮบุกทำลายคันกั้นน้ำ “ปู” เปลี่ยนจาก “กทม.ปลอดภัย” มาใช้ “เฝ้าระวังภัย” แนะคนกรุงขนของหนีน้ำขึ้นที่สูงระดับ 1 เมตร  “ผอ.ศปภ.” โว 90% เมืองหลวงรอด แต่หน้าบ้านตัวเองกลับมีกระสอบทรายสูงกว่า 5 ชั้นวางเป็นแนวป้องกัน ผงะ! แผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินบอกไม่ได้ “เกรงจะกลียุค” ขณะที่บางบัวทองกลายเป็นเมืองบาดาลแล้ว อัปยศ! ฝ่ายการเมืองสาดน้ำลายแก้ปัญหา
ประชาชนที่อาศัย อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีความกังวลต่อสถานการณ์น้ำ ท่วมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อเวลาตีสองของคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุน้ำล้นทะลักออกจากคลองประปาบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าสี่แยกพงษ์เพชร หน้าหมู่บ้านนันทวรรณ ส่งผลให้ชาวบ้านแตกตื่นขนของหนีน้ำกันจ้าละหวั่น

จากนั้นไม่นาน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว และได้สั่งวางมาตรการป้องกันน้ำหลากทะลักเข้าคลองประปาอย่างเร่งด่วน

ทั้ง นี้ ได้ใช้มาตรการระดมเครื่องสูบน้ำของ กทม. ประตูสูบน้ำที่ประปาสามเสน 15 เครื่อง และที่บึงมักกะสัน 5 เครื่อง ระดมสูบน้ำออกได้ประมาณ 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สามารถเปิดประตูระบายน้ำที่จุดส่งน้ำสามเสนโดยใช้รถเครนเปิดประตูเหล็ก สามารถปิดประตูไซฟ่อนรังสิตทั้ง 4 บานไม่รับน้ำเข้าเพิ่ม และสั่งการให้การประปานครหลวงเร่งผลิตน้ำประปาเพิ่มขึ้นอีก 10 เปอร์เซ็นต์เป็นวันละ 3.9 ล้านลูกบาศก์เมตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังทราบข่าวน้ำทะลักล้นคลองประปา  ประชาชนบางส่วนได้ขับรถขึ้นไปจอดหนีน้ำที่สะพานข้ามแยกถนนแจ้งวัฒนะและทาง ด่วนแจ้งวัฒนะเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

ช่วงเช้า ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมประชุมกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านน้ำทั้งหมด พร้อมทั้งนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน, นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นายพิจิตต รัตนกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม. เพื่อหาทางควบคุมปริมาณน้ำที่กำลังไหลเข้าท่วม กทม.

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์กล่าวว่า กทม.วันนี้อยู่ในสถานการณ์ที่เรายังควบคุมได้ และอยู่ในระดับที่น้ำยังมาไม่ถึง คลองประปาเราก็มีการควบคุมอยู่ แต่เพื่อความไม่ประมาท จะมีการป้องกัน กทม.โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของแนวโครงการพระราชดำริ ซึ่งมีพนังกั้นน้ำอยู่ 2.5 เมตร ซึ่งเราก็จะทำแนวกั้นน้ำไว้อีกชั้นหนึ่ง

ให้คน กทม.ขนของขึ้นที่สูงระดับ 1 เมตร

“แต่ เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจมากขึ้น ดิฉันอยากขอแนะนำว่า ของต่างๆ ที่มีค่า อยากให้ยกสูงให้อยู่ระดับที่สบายใจ คืออยู่ที่ประมาณ 1 เมตร และให้เอาไว้ในที่สูงไว้ก่อน แต่อย่าตระหนกตกใจ  ส่วนรถยนต์ ถ้าบ้านอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ก็อยากให้หาที่จอดให้เหมาะสมไว้ โดยเฉพาะใน 7 เขตที่ กทม.ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ โดยรัฐบาลเตือนประชาชนไว้ก่อน ไม่อยากให้ประชาชนอยู่ในความประมาท และไม่อยากให้ตื่นตระหนกตกใจ เพราะหากตกใจแล้วการบริหารจัดการจะทำได้ยาก” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ผู้ สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าวันนี้น้ำจะไหลผ่าน กทม.ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จะเป็นการไหลผ่านคลองทางด้านตะวันออก ซึ่งน้ำที่เอ่อขึ้นมาเราตั้งใจเปิดประตูระบายน้ำ แต่จะไม่เอ่อล้นบนถนน เพราะเราคุมอยู่ เพียงแต่อาจจะมีบางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ลุ่มหรือพื้นที่ทรุด อาจจะมีน้ำกระฉอกลงไปบาง ซึ่งตรงนี้จะมีการตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำออกให้เร็วที่สุด และได้มีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าระวังตามจุดต่างๆ ที่เป็นจุดเสี่ยง โดยจะรายงานเข้ามาทุก 2 ชั่วโมง รวมถึงจะมีคณะทำงานติดตามสถานการณ์ตามจุดที่เฝ้าระวังให้เป็นไปตามแผนที่ได้ วางไว้ให้ได้มากที่สุด
เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณีคลองระพีพัฒน์แตก น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ถ้าคันกั้นน้ำแตกน้ำจะไหลไปที่คลองรังสิต ซึ่งพื้นที่คลองระพีพัฒน์และคลองรังสิตจะเป็นเหมือนแก้มลิงที่ชะลอน้ำได้ ดังนั้นเราจะพยายามเปิดประตูระบายน้ำตั้งแต่ประตู 4-12 เพื่อควบคุมน้ำให้มีทิศทางและไหลเข้าสู่คลองแสนแสบ คลองประเวศ และบริเวณคลอง 2 จะให้น้ำไหลลงคลองบางบัว ยืนยันว่าจะไม่ท่วม เพราะเป็นการระบายน้ำที่มีการควบคุม โดยเราจะประสานไปยัง กทม.หากมีการระบายน้ำ

“เราขอเฝ้าระวังภัยดีกว่า ขอใช้คำพูดนี้ แต่อย่าเพิ่งใช้คำว่าพื้นที่ประสบภัย แต่ใช้คำว่า พื้นที่ระวังภัย ซึ่งเราจะมีทีมงานมอนิเตอร์ทุกจุด” นายกฯ ตอบคำถามที่ว่าขณะนี้พูดได้หรือยังว่า กทม.ปลอดภัยแล้ว

Tags:
comments Comments (0)    -
October 21st, 2011 at 10:29 am

อัลจาซีร่ายัน “กัดดาฟี” ตายแล้ว ภายหลังถูกรบ.ใหม่ลิเบียจับตัวขณะบาดเจ็บสาหัส

อัลจาซีร่ายันกัดดาฟีตายแล้ว

ล่าสุด สำนักข่าวอัลจาซีร่ารายงานว่า อับดุล ฮาคิม เบลฮาจ ผู้บัญชาการสูงสุดกองกำลังฝ่ายสภาถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติ (เอ็นทีซี) หรือรัฐบาลชุดใหม่ของลิเบีย ได้แถลงยืนยันว่า พ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ได้เสียชีวิตแล้วเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ภายหลังถูกจับกุมบริเวณใกล้เมืองเซิร์ต บ้านเกิดของอดีตผู้นำรายนี้

ก่อนหน้านี้ จามัล อาบู-ชาลาห์ ผู้บัญชาการรบของเอ็นทีซี กล่าวกับอัลจาซีร่าว่า กัดดาฟีถูกพวกเขาจับตัวไว้ได้ แต่ยังไม่แน่ชัดว่าอดีตผู้นำรายนี้มีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว

“เขาถูกจับกุมตัว และได้รับบาดเจ็บที่ขาทั้งสองข้าง หลังจากนั้น เขาถูกนำตัวไปยังรถพยาบาล” อับเดล มาจิด เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของเอ็นทีซีอธิบาย

กัดดาฟีถูกจับได้แล้ว ท่ามกลางข่าวลือไม่แน่ชัด “เป็น/ตาย”

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. เอเอฟพีรายงานว่า กองกำลังฝ่ายสภาถ่ายโอนอำนาจแห่งชาติ (เอ็นทีซี) หรือรัฐบาลใหม่ของลิเบีย แถลงชัยชนะหลังจากจับกุมตัวพ.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี ได้แล้วที่เมืองเซิร์ต ซึ่งเป็นเมืองบ้านเกิดของอดีตผู้นำลิเบียรายนี้ พร้อมระบุว่า กัดดาฟี บาดเจ็บสาหัสจากการปะทะ แต่ยังคงมีชีวิตอยู่ ขณะนี้อยู่ในความดูแลที่โรงพยาบาลสนามของฝ่ายเอ็นทีซี รายงานยังระบุว่า นายอาบู บากร์ ยูนิส อดีตรมว.กลาโหมในสมัยของกัดดาฟี ก็ได้เสียชีวิตในการปะทะครั้งใหญ่ที่เมืองเซิร์ตครั้งนี้เช่นเดียวกัน

ส่วนรายละเอียดของปฏิบัติการครั้งนี้ ทางเอ็นทีซีระบุใช้กองกำลังโอบล้อมเมืองจากทั้งสองด้าน ซึ่งเป็นแผนการตามที่ได้รับข่าวกรองรายงานว่ากัดดาฟี พร้อมผู้นำระดับสูงเตรียมการประชุมลับกันที่เมืองเซิร์ตแห่งนี้ ในวันเสาร์ที่ 22 ต.ค. ที่จะถึง ซึ่งคาดว่าบุคคลที่จะเข้าร่วมประกอบด้วยกัดดาฟี กับลูกชายทั้งสองคือเซฟ อัล อิสลาม และนายมูตัสซิม กับคนสนิทอีกหนึ่งคน คือนายอาบู บากร์ ยูนิส นั่นเอง ทั้งนี้ไม่มีรายงานว่าบุตรชายทั้งสองคนของกัดดาฟี ถูกจับกุมตัวด้วยหรือไม่

ขณะที่เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ฝ่ายสนับสนุนพ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี ปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า พ.อ.กัดดาฟีถูกจับกุมตัวหรือถูกสังหารแล้ว

สถานีโทรทัศน์อัล-ลิบิยา เปิดเผยว่า รายงานโดยนาโตที่อ้างว่า พ.อ.กัดดาฟีถูกจับกุมตัวหรือถูกสังหารเป็นสิ่งไร้ที่มาที่ไป และกล่าวเสริมว่าเขายังสบายดี และกล่าวตำหนิข่าวดังกล่าวว่าเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น อัล-ลิบิยายังระบุว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง
อัลจาซีร่ายัน “กัดดาฟี” ตายแล้ว ภายหลังถูกรบ.ใหม่ลิเบียจับตัวขณะบาดเจ็บสาหัส

ก่อนหน้านี้ นายโมฮัมเหม็ด ลีธ ผู้บัญชาการทหารของสภาถ่ายโอนอำนาจของลิเบีย (เอ็นทีซี) กล่าวต่อสำนักข่าวเอเอฟพีว่า นายกัดดาฟีถูกจับกุมตัวแล้วในวันนี้ (20 ต.ค.) หลังจากที่เอ็นทีซีสามารถเข้ายึดเมืองเซิร์ต ที่เป็นเมืองบ้านเกิดของเขาได้สำเร็จ โดยกล่าวเสริมว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังคงหายใจอยู่

ด้านสถานีโทรทัศน์ลิเบีย ลิล อาห์ราร์ ยังกล่าวด้วยว่านายกัดดาฟีถูกควบคุมตัวแล้ว พร้อมกับนายมูตัสซิม กัดดาฟี บุตรชายของเขา พร้อมกับคนสนิทคนอื่นๆ

ก่อนหน้านี้ เอ็นทีซีเปิดเผยว่า สามารถจับกุมตัวนายมูตัสซิม ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯยังคงไม่ยืนยันรายงานดังกล่าวเช่นกัน และยังคงสืบหาแหล่งที่มาของข่าวอย่างต่อเนื่อง

Tags:
comments Comments (0)    -